หุ้น ถือเป็น โอกาสเล็ก ตามความคิดของ โรเบิร์ต คิโยซากิ ??
โพสต์แล้ว: อังคาร ก.ย. 27, 2005 11:07 pm
ไม่ทราบว่าพี่ๆ ที่ ได้อ่านหนังสือ series พ่อรวยสอนลูก มีความเห็นยังไงกันบ้างครับ ที่โรเบิร์ต คิโยซากิ คิดว่า การลงทุนในหุ้น เป็น "โอกาสเล็ก" ที่สะท้อนมาทางหนังสือ และเกมส์ cache flow 101 ของเค้า ผมเคยเล่นเกมส์ของเค้าแล้ว ก็เห็นว่า การ์ด แต่ละใบที่เค้าออกแบบมานั้น เรื่องหุ้น จะอยู่ในกอง โอกาสเล็ก ทั้งหมด แต่ผมก็พบว่า โอกาสผลตอบแทนสุงสุดจากหุ้นในกอง โอกาสเล็ก นั้นคือ 50 เด้ง(เท่า)
เมื่อผมก็พยายามทำความเข้าใจว่าสิ่งที่เค้าสื่อ หมายความว่าอย่างไร เช่น...
1.โรเบิร์ต อาจจะมี bias นิดหน่อย จาก การที่โรเบิร์ต คิโยซากิ นั้นร่ำรวยมาจาก อสังหาริมทรัพย์ เป็นหลัก
2.โรเบิร์ต เค้าเทียบกับผลตอบแทนของคนส่วนใหญ่ที่เล่นหุ้นกัน ซึ่ง ชาว vi เป็นส่วนน้อยในนั้น 3.โรเบิร์ต อาจจะไม่เคยมีประสบการณ์การทำ Arbitrage กับหุ้น (หรืออาจจะเคยแต่เป็นส่วนน้อย ซึ่งเค้าทำบ่อยๆกับอสังหาริมทรัพย์)
4.โรเบิร์ต สงวนการทำ arbitrage กับหุ้น เอาไว้สำหรับคนที่มีอิสรภาพทางการเงินระดับหนึ่งแล้วเท่านั้น ซึ่ง Employee คงไม่มีโอกาสได้เห็น หรือว่าเห็นแต่ก็ไม่สามารถมีเงินสดจำนวนที่เพียงพอ
(ในเกม วงนอก[fast track]สำหรับคนที่หลุดออกจากสนามแข่งหนูก็มี โอกาสที่จะทำ arbitrage กับหุ้นที่กำไรงามอีกครั้ง)
5.cycle ของ หุ้น กับ ของอสังหาริมทรัพย์ นั้นไม่เท่ากัน แตกต่างกันทั้งทางด้านระยะเวลา และ %ความเสียหาย ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้แสดงว่า โรเบิร์ตเห็นว่า ช่วงตลาดหุ้นตกร้ายแรงกว่า ช่วงอสังหาริมทรัพย์ตก เช่น ช่วงตลาดหุ้นถล่ม หุ้นส่วนใหญ่ก็จะตกไปตามๆกัน(แต่จริงๆก็มีบางตัวที่ขึ้น แต่เป็นส่วนที่น้อยมากๆ) แต่ช่วงที่อสังหาริมทรัพย์ตก แต่ทำเลที่ดีก็ไม่ตก (ซึ่งมีสัดส่วนเยอะกว่า)
ผมเป็น vi มือใหม่ครับ อยากทราบว่าพี่ๆคิดยังไง
เมื่อผมก็พยายามทำความเข้าใจว่าสิ่งที่เค้าสื่อ หมายความว่าอย่างไร เช่น...
1.โรเบิร์ต อาจจะมี bias นิดหน่อย จาก การที่โรเบิร์ต คิโยซากิ นั้นร่ำรวยมาจาก อสังหาริมทรัพย์ เป็นหลัก
2.โรเบิร์ต เค้าเทียบกับผลตอบแทนของคนส่วนใหญ่ที่เล่นหุ้นกัน ซึ่ง ชาว vi เป็นส่วนน้อยในนั้น 3.โรเบิร์ต อาจจะไม่เคยมีประสบการณ์การทำ Arbitrage กับหุ้น (หรืออาจจะเคยแต่เป็นส่วนน้อย ซึ่งเค้าทำบ่อยๆกับอสังหาริมทรัพย์)
4.โรเบิร์ต สงวนการทำ arbitrage กับหุ้น เอาไว้สำหรับคนที่มีอิสรภาพทางการเงินระดับหนึ่งแล้วเท่านั้น ซึ่ง Employee คงไม่มีโอกาสได้เห็น หรือว่าเห็นแต่ก็ไม่สามารถมีเงินสดจำนวนที่เพียงพอ
(ในเกม วงนอก[fast track]สำหรับคนที่หลุดออกจากสนามแข่งหนูก็มี โอกาสที่จะทำ arbitrage กับหุ้นที่กำไรงามอีกครั้ง)
5.cycle ของ หุ้น กับ ของอสังหาริมทรัพย์ นั้นไม่เท่ากัน แตกต่างกันทั้งทางด้านระยะเวลา และ %ความเสียหาย ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้แสดงว่า โรเบิร์ตเห็นว่า ช่วงตลาดหุ้นตกร้ายแรงกว่า ช่วงอสังหาริมทรัพย์ตก เช่น ช่วงตลาดหุ้นถล่ม หุ้นส่วนใหญ่ก็จะตกไปตามๆกัน(แต่จริงๆก็มีบางตัวที่ขึ้น แต่เป็นส่วนที่น้อยมากๆ) แต่ช่วงที่อสังหาริมทรัพย์ตก แต่ทำเลที่ดีก็ไม่ตก (ซึ่งมีสัดส่วนเยอะกว่า)
ผมเป็น vi มือใหม่ครับ อยากทราบว่าพี่ๆคิดยังไง