หน้า 1 จากทั้งหมด 1

คนระดับล่างรากหญ้าจนลง

โพสต์แล้ว: อังคาร ส.ค. 02, 2005 8:18 pm
โดย ปรัชญา
ที่ขอนแก่น มีแก๊งค์สปาต้า
วัยรุ่นชาย2คน ควงมีดออกวิ่งราวกระเป๋า
ตบ เอามือถือ จี้คนตามตู้โทรศัพท์เอาเงิน

เมื่อบ่ายช่วงธนาคารจะปิด
มีโจรปล้นแบ๊งก์กรุงไทย สาขาย่อยมหาลัยขอนแก่น
เกิดยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เพราะประชาชนรากหญ้าจนลง
อยากหาเงินแบบง่ายๆหรือเปล่าครับ :oops:

คนระดับล่างรากหญ้าจนลง

โพสต์แล้ว: อังคาร ส.ค. 02, 2005 8:20 pm
โดย ปรัชญา
http://www.komchadluek.net/news/2005/08 ... 59841.html


วันอังคารที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2548

ไอ้โม่งบุกเดี่ยวจี้แบงก์รุงไทยหน้าม.ขอนแก่นกวาด2.4แสน

คนร้ายสวมไอ้โม่ง บุกเดี่ยวปล้นแบงก์กรุงไทย สายขาย่อย ม.ขอนแก่น หอบเงินสด 2.4 แสนหนี พบถูกยิงเจ็บหลังดวลกับตำรวจ ขณะยืนกดเอทีเอ็มหน้าแบงก์ ไม่สิ้นฤทธิ์ซิ่ง จยย.หนีเข้าป่า ระดมกำลังนับร้อย พร้อมขอ ฮ.ไล่ล่าทั้งเมือง ตำรวจคาดเป็นคนในพื้นที่ ฉวยโอกาสลงมือช่วงเผลอใกล้ปิดทำการ

เหตุคนร้ายบุกเดี่ยวปล้นธนาคารครั้งนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 15.45 น. วันที่ 2 สิงหาคม ร.ต.อ.ชัชพงษ์ พงษ์สุวรรณ ร้อยเวร สภ.อ.เมืองขอนแก่น ได้รับแจ้งเหตุมีคนร้ายใช้อาวุธปืนบุกจี้ชิงทรัพย์เงินสด ภายในธนาคารกรุงไทย สาขาย่อย มหาวิทยาลัยขอนแก่น เลขที่ 118/20 ถนนมิตรภาพ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น ตั้งอยู่ใกล้กับตลาดเจริญศรีทาวเวอร์กับ รพ.ศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จึงประสาน พ.ต.อ.ฉลอง ภาคย์ภิญโญ ผกก.สภ.อ.เมืองขอนแก่น พ.ต.ท.อนุกูล ดาวลอย รอง ผกก.ป.สภ.อ.เมืองขอนแก่น พร้อมกำลังเข้าตรวจสอบและไล่ล่าคนร้ายกว่า 100 นาย หลังคนร้ายใช้รถจักรยานยนต์ขี่หลบหนี

ที่เกิดเหตุพบบริเวณหน้าเคาน์เตอร์ที่ 3-4 ภายในธนาคาร ซึ่งเป็นลิ้นชัก พบเจ้าหน้าที่ธนาคารประมาณ 10 คนยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในสภาพตื่นตกใจ

สอบถามนางธราทิพย์ พันธุ์ศิวรักษ์ พนักงานเคาน์เตอร์ธนาคาร ได้ความว่า ในช่วงที่เกิดเหตุมีชายอายุประมาณ 30 ปี สวมเสื้อยืดสีดำ หมวกไหมพรมสีดำ-แดง ใส่กางเกงยีนสีดำ สะพายกระเป๋าสีเหลือง ถืออาวุธปืนไม่ทราบขนาดและชนิดบุกเข้ามาในธนาคาร ท่ามกลางลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการประมาณ 20 คน จากนั้นคนร้ายได้ตะโกนพร้อมกับยกปืนขึ้นและบอกให้พนักงานทุกคนไปรวมตัวกันที่ด้านข้าง

จากนั้นก็ได้เข้าไปกวาดธนบัตรที่อยู่ในลิ้นชักของเคาน์เตอร์ที่ 3 และ 4 รวมเป็นเงิน 240,837.51 บาทก่อนจะวิ่งออกไปทางด้านหน้าธนาคาร เพื่อไปขึ้นรถจักรยานยนต์ แต่ระหว่างที่คนร้ายวิ่งออกมาขณะนั้นได้มี ส.ต.ท.กิตติพงษ์ ศิริสำราญ ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.อ.เมืองขอนแก่น ได้ยืนรอกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็มบริเวณด้านหน้าธนาคาร กระทั่งเห็นลูกค้าที่อยู่ภายในหนีกระเจิงมาอยู่ด้านนอก ก่อนที่คนร้ายวิ่งหนีออกมา จึงพยายามเข้าไประงับเหตุจนเกิดการยิงปะทะกันขึ้น โดย ส.ต.ท.กิตติพงษ์ ยิงสวนออกไป 3 นัดถูกคนร้ายได้รับบาดเจ็บที่บริเวณสะเอว ก่อนรีบวิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่จอดไว้ด้านหน้าธนาคารหลบหนีไป ส่วน ส.ต.ท.กิตติพงษ์ ปลอดภัย

หลังจากนั้น ตำรวจได้ประสานไปยังทุกโรงพยาบาล ทุกสถานีอนามัยตามตำบลต่างๆ เนื่องจากคนร้ายถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงบาดเจ็บ ทั้งยังได้ประสานไปยัง ตชด.ภาค 2 ขอนแก่น เพื่อนำเฮลิคอปเตอร์บินลาดตระเวนทางอากาศ และสกัดจับไปทุกสี่มุมเมืองของ จ.ขอนแก่น ที่คาดว่าคนร้ายจะใช้เป็นเส้นทางหลบหนี ทั้งนี้คาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนในพื้นที่ เนื่องจากได้ก่อเหตุในระหว่างเวลาที่ใกล้จะปิดทำการของธนาคาร คือเวลา 16.30 น. ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่ได้มีการระมัดระวัง อีกทั้งระหว่างเกิดเหตุมีเพียงพนักงานรักษาความปลอดภัย 1 คน ซึ่งขึ้นไปเก็บเอกสารอยู่บริเวณชั้น 2 จึงทำให้ไม่มีเจ้าหน้าที่คอยรักษาการอยู่ด้านล่าง

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการ พบว่า มีรอยนิ้วมือติดอยู่ในที่เกิดเหตุเป็นจำนวนมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้นำไปแยกลายนิ้วมือ เพื่อติดตามหาตัวคนร้ายต่อไป

มีรายงานว่า สำหรับธนาคารกรุงไทย สาขาย่อยมหาวิทยาลัยขอนแก่น มีเทปวงจรปิดทั้งหมด 4 ตัว โดยอยู่ด้านหน้าเคาน์เตอร์ 2 ตัวและด้านหลังอีก 2 ตัว ซึ่งในระหว่างเกิดเหตุเทปวงจรปิดสามารถบันทึกภาพคนร้ายได้ทุกอิริยาบถ แต่ไม่สามารถมองเห็นหน้าของคนร้ายได้ เนื่องจากใส่หมวกไหมพรมปิดหน้าเอาไว้

พ.ต.ท.อนุกูล เปิดเผยว่า คนร้ายที่ก่อเหตุจี้ชิงทรัพย์ธนาคารกรุงไทยในครั้งนี้เป็นชายอายุประมาณ 30 ปี คาดว่าต้องเป็นคนในพื้นที่ จ.ขอนแก่น เนื่องจากเลือกลงมือก่อเหตุในระหว่างที่ธนาคารจะปิดทำการ ซึ่งขณะนี้ตำรวจสามารถสะกดรอยตามคนร้ายได้จากประชาชน และเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงที่เห็นชายมีพิรุธขี่รถจักรยานยนต์มุ่งหน้าเข้าไปในป่าสาธารณะ บ้านโนนแต้ หมู่ 10 ต.สำราญ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งมีเนื้อที่กว่า 1,000 ไร่

พ.ต.ท.อนุกูล ระบุว่า ขณะนี้ได้ประสานกำลังทุกส่วน ทั้งชุดสายสืบ ตำรวจชุดป้องกัน ตำรวจทางหลวง ตำรวจตระเวนชายแดน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อพปร.และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องติดอาวุธเต็มที่ ซึ่งจะจับคู่กันทำงานด้วยความระมัดระวังและเงียบที่สุด เนื่องจากคนร้ายมีอาวุธปืน โดยเดินหน้ากระดานเข้าไปในป่า พร้อมจัดกำลังอีกส่วนหนึ่งดักสกัดตามถนนสายต่างๆ ที่อยู่รอบพื้นที่ป่าดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

คนระดับล่างรากหญ้าจนลง

โพสต์แล้ว: อังคาร ส.ค. 02, 2005 9:38 pm
โดย Supra
:cry: :cry: :cry:

น่าเศร้าใจครับ กับสภาวะข้าวยากน้ำมันแพง ค่าแรงถูก ผมว่าชนชั้นกลางก็จนลงเหมือนกันน่ะ ข้าวกะเพรา ปลาหมึก+ไข่ดาว แถวบ้านผม ขาย 45 บาทอ่ะ กินข้าววันหนึ่ง 3 มื้อ หมดไปเกินร้อย กุ้งใจจิง ต.ตังไม่ค่อยมี ม.เมียก็ยังไม่มี :cry: :cry: :cry: :cry:

คนระดับล่างรากหญ้าจนลง

โพสต์แล้ว: อังคาร ส.ค. 02, 2005 9:49 pm
โดย THiNK
Supra เขียน:+++ ทุกคนเกิดมาพร้อมอิสรภาพ แต่ไฉนกลับถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวน ท้ายสุดคงไม่ต่างกัน ถ้าไม่ค้นหาจะไม่ค้นพบอิสรภาพ+++
อยากรู้จังว่า คุณ Supra ค้นหาอิสรภาพ จากแห่งหนใดครับ

คนระดับล่างรากหญ้าจนลง

โพสต์แล้ว: อังคาร ส.ค. 02, 2005 11:27 pm
โดย hot
ผมก็รู้สึกว่าคนระดับรากหญ้า เริ่มมีปัญหาด้านการเงินหรือเปล่า

ที่ผมเห็นได้ชัด ห้องเช่า ที่มัดจำต่ำจะเต็มตลอด แสดงให้เห็นว่า
ความสามารถการใช้จ่ายการเงินคนระดับนี้ต่ำลง
ซึ่งน่าเป็นห่วง ด้านปัญหาสังคม อันจะนำไปสู่ผลกระทบ
คนที่มีรายได้สูงกว่า จะถูกแย่งหรือแบ่งปันโดยไม่เต็มใจเท่าไรนัก


สิ่งที่น่าจะพอแก้ไขได้คงต้องแก้ไขที่ค่านิยม


อยู่แต่พอเพียง ลดความฟุ่ยเฟือยทางวัถตุให้มากขึ้น

แต่เห็นหน้าหนึ่งทุกวัน มีแต่ข่าวฆ่ากันทุกวัน

คนระดับล่างรากหญ้าจนลง

โพสต์แล้ว: พุธ ส.ค. 03, 2005 1:31 am
โดย moo
สิ่งที่น่าจะพอแก้ไขได้คงต้องแก้ไขที่ค่านิยม


อยู่แต่พอเพียง ลดความฟุ่ยเฟือยทางวัถตุให้มากขึ้น
เห็นด้วยมากครับ :D

ทางหนึ่ง ผู้คนต้องควบคุมความต้องการทางวัตถุ ความต้องการตามกระแส

ทางหนึ่ง ผู้บริหารประเทศต้องลงมามองทางสังคมมากขึ้น

ไม่ใช่แค่การตลาดอย่างเดียว :mrgreen:

คนระดับล่างรากหญ้าจนลง

โพสต์แล้ว: พุธ ส.ค. 03, 2005 2:39 am
โดย J o r n
ตอนนี้ผมพยายามประหยัดมากที่สุดเท่าที่จะทำได้นะครับ
กินข้าวมื้อละจาน เวลาจะสั่งอาหารก็ ข้าวกะเพราก็ไม่ใส่ไข่ดาว
เดินทางก็เรือ รถเมล์ รถไฟฟ้า
เลี่ยงมอเตอร์ไซค์ กับแท็กซี่ ถ้าไม่จำเป็น หรือรีบจริงๆ

ส่วนตัวผมคิดว่า ค่าเดินทางกับค่าอาหารการกินนี่แหละ
ตัวเปลืองเลยครับ ต้องลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ก่อนเลย
เพราะสองอย่างนี้มันแพงขึ้นทุกวัน

คนระดับล่างรากหญ้าจนลง

โพสต์แล้ว: พุธ ส.ค. 03, 2005 9:01 am
โดย SmileGraycop
ผมว่าจนรวยอยู่ที่วินัยการใช้เงินครับ อย่ามาอ้างเหตุทำชั่วเลย ผมเห็นพวกที่ปล้นหรือขโมยนี่เพื่อนำเงินมาซื้อมือถือรุ่นใหม่ๆขี่มอไซค์อวดสาวทั้งนั้น ถ้าหิวข้าวไม่มีจะกินจริงๆทำไมไม่ไปปล้นร้านข้าวขาหมูเอามากินสักจานล่ะ

คนระดับล่างรากหญ้าจนลง

โพสต์แล้ว: พุธ ส.ค. 03, 2005 9:04 am
โดย mey
** คนจนนี่มันจนจ้นจน เป็นความเคยชินไปหมดแล้ว
แบบรากหญ้าจริงๆ ก็อดไป ทนไป เข้าวัด ใส่บาตรไปตามเท่าทีมี
แต่ประเภทจี้ปล้นนี่มันเป็นไปตามความอยาก..กิเลส..ที่คุมไม่ได้ของคนด้อยปัญญา
คิดหาทางลัด..ที่แค่ได้มาแล้วก้อ ใช้ไปแบบวูบ วาบ ในที่สุดก้อเข้าคุกทุกที..
ทำไมคิดได้แค่นี้หนอ......อยากมีตังค์ต้องทำงาน หนักเอา เบา สู้
ทำมาหากินแบบสุจริต แบบมีน้อยใช้น้อย ค่อยอดออมเอาสิพี่น้องเอ๋ย... .**

คนระดับล่างรากหญ้าจนลง

โพสต์แล้ว: พุธ ส.ค. 03, 2005 9:07 am
โดย HI.ผมเอง
รากหญ้า กำลัง รากเลือด เพราะเป็นรากหนี้

คนระดับล่างรากหญ้าจนลง

โพสต์แล้ว: พุธ ส.ค. 03, 2005 9:28 am
โดย ต.หยวนเปียว
ตอนเศรษฐกิจดี ก็มีโจรปล้น
แต่ข่าวไม่จินตนาการเชื่อมโยงไป
ถึงปัญหาเศรษฐกิจ
ข่าวที่ออก และที่คนคิดคงเป็นอีกแบบหนึ่ง

ปัญหาอยู่ที่สังคม การศึกษา
พ่อแม่ มีลูกแต่ไม่รับผิดชอบอบรมสั่งสอน (บางส่วน อิอิ)
คิดแค่ว่ามีข้าว มีเงินเลี้ยงดู คือรับผิดชอบแล้ว
ทำตัวอย่างไม่ดีแก่ลูก เช่นแซงคิว ด่าทอ กินเหล้าเมายา ฯลฯ
:D

คนระดับล่างรากหญ้าจนลง

โพสต์แล้ว: พุธ ส.ค. 03, 2005 2:35 pm
โดย คลายเครียด
พูดถึงมารยาทสังคม
ขอใช้กระทู้นี้เล่าให้ฟัง
ว่านิสัยคนสมัยนี้มันเป็นอย่างนี้แล้ว
ไม่จำกัดว่ารากหญ้าหรือยอดหญ้า

ตอนงานสหพัฒน์แฟร์
ผมกับภรรยานั่งกินที่ศูนย์อาหารในศูนย์สิริกิต
ผมลุกไปซื้ออาหาร ภรรยาผมนั่งกินอยู่คนเดียว
พอกลับมาภรรยาผมเล่าว่า

เมื่อกี้ยายคุณนายสามคนที่โต๊ะถัดไป
มัน เอ๊ยเธอไม่ยอมรอคนเก็บกวาดโต๊ะให้สะอาด
จัดการยกพวกจานชามอาหาร ที่คนอื่นกินเสร็จแล้วทิ้งไว้
จากโต๊ะที่ตัวเองจะนั่ง
มาวางไว้ที่โต๊ะที่ภรรยาผมนั่ง
ตอนผมกลับมาที่โต๊ะ
ดีที่คนเก็บจานชาม มาเก็บไปจากโต๊ะแล้ว
ไม่งั้นอาจจะต้องมีเรื่อง
เพราะผมต้องยกกลับไปวางที่โต๊ะ
พวกคุณนายตีนแดงตะแคงตีนเดินแน่ๆ

คนระดับล่างรากหญ้าจนลง

โพสต์แล้ว: พุธ ส.ค. 03, 2005 4:39 pm
โดย Supra
อยากรู้จังว่า คุณ Supra ค้นหาอิสรภาพ จากแห่งหนใดครับ

:cry: :cry: ตอบคุง think มันก็อยู่ที่ใจของแต่ละคนน่ะครับ ว่ายังไงหากเรายังแสวงหาความต้องการที่เกินพอดี มันก็จะไม่มีความพอดี ซึ่งความพอดีก็อาจแตกต่างกันไปในแต่ละคนครับ ผมขอแค่มีเงินเลี้ยงชีวิตตัวเอง ดูแลพ่อและแม่ยามแก่เถ้า ให้ดีไม่ลำบาก มีเงินพอช่วยเหลือคนอื่นที่ลำบากตามอัตภาพของตนก็พอใจแว้ว โดยสุขภาพตนเองต้องดี จิตใจแจ่มใส :shock: :D

คนระดับล่างรากหญ้าจนลง

โพสต์แล้ว: พุธ ส.ค. 03, 2005 4:42 pm
โดย Supra
:cry: :cry: :cry:

บางทีชีวิตก็น่าเบื่อเหมือนกันกับการแก่งแช่งดี เอารัดเอาเปรียบกันเห็นแก่ตัวมากขึ้นทุกวันในสังคม :cry: :cry:

คนระดับล่างรากหญ้าจนลง

โพสต์แล้ว: พุธ ส.ค. 03, 2005 4:58 pm
โดย varanchai
ผมเห็นสิ่งที่ลงไปถึงรากหญ้ารากเหง้าจริงๆในรัฐบาลนี้มีแค่สองอย่าง คือ Personal Loan กับ SMS ครับ


บางทีชีวิตก็น่าเบื่อเหมือนกันกับการแก่งแช่งดี เอารัดเอาเปรียบกันเห็นแก่ตัวมากขึ้นทุกวันในสังคม
คุณ Supra ครับถ้าสนใจค้นหาวิธีค้นพบความสุขและอิสรภาพด้วยการค้นพบและเข้าใจตัวเอง ลองทางนั่งสมาธิวิปัสสนาดูก็ช่วยตอบคำถามในใจที่ทางโลกตอบไม่ได้พอสมควรนะครับ ผมเคยไปปฏิบัติกับ International Course ที่ปราจีนบุรีมา เข้มหน่อยนะครับ 10 วัน ไม่มีค่าใช้จ่ายมีแต่ค่ารถ และก็แล้วแต่จะบริจาค ถ้าสนใจดูข้อมูลเอาเองนะครับที่ www.dhamma.org

คนระดับล่างรากหญ้าจนลง

โพสต์แล้ว: พุธ ส.ค. 03, 2005 7:46 pm
โดย THiNK
[qoute="Supra"] มันก็อยู่ที่ใจของแต่ละคนน่ะครับ [/qoute]

เห็นด้วยเลย...เพราะเหมือนกับที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ให้ศึกษากายยาววาหนาศอก...
ได้เป็นอิสระแล้ว มาช่วยๆกันบ้างน่ะ

รากหญ้าอาจจะไม่ได้จนลง แต่ใช้สิ่งที่ไม่จำเป็นมากขึ้น

หัวขโมยอาจจะไม่ได้อดอยาก แต่ต้องการสิ่งปรุงแต่งในชีวิตเพิ่มเติม

... ไม่เพียงพอ หรือ ไม่พอเพียง ...

คนระดับล่างรากหญ้าจนลง

โพสต์แล้ว: พุธ ส.ค. 03, 2005 8:11 pm
โดย chatchai
ตลาดหลักทรัพย์มีส่วนให้เกิดความอยากมากขึ้นหรือไม่ครับ

บริษัทต่างๆที่จดทะเบียนในตลาดมักจะต้องมียอดขายและผลการดำเนินงานที่เติบโตขึ้นทุกๆไตรมาส ถ้าลดลงหรือเท่าเดิม ก็จะไม่เป็ฯที่พอใจแก่นักลงทุน ผู้จัดการกองทุน

ดังนั้นผู้บริหารแต่ละบริษัทก็ต้องพยายามอย่างที่สุดเพื่อที่จะขยายฐานลูกค้า ขยายรายได้ และขยายกำไร

ถ้าบริษัทต่างๆเหล่านั้นไม่อยู่ในตลาด ไม่อยู่ในสายตาของนักลงทุน อาจจะไม่จำเป็นที่จะต้องขยายลูกค้ามากขึ้นเท่าไร ไม่ต้องกังวลเรื่องการเติบโตของรายได้และผลกำไร

คนระดับล่างรากหญ้าจนลง

โพสต์แล้ว: พุธ ส.ค. 03, 2005 9:55 pm
โดย naris
พี่ฉัตรชัยพูดก็ถูกนะครับ แต่ก็ขัดความรู้สึกจัง(เพราะเราอยากให้เขาลงทุนแทนเรา)
แต่ที่ตั้งใจไว้ ผมก็จะไม่ลงทุนกับบริษัทที่เป็นอบายมุขหรือเอาเปรียบลูกค้ามากๆครับ
เช่น ช. เข้าตลาดถึงถูกผมก็ไม่เอา :|

คนระดับล่างรากหญ้าจนลง

โพสต์แล้ว: พุธ ส.ค. 03, 2005 10:28 pm
โดย CEO
ผมว่า pressure จากผู้ถือหุ้นหรือบอร์ดนี่แหละสุดๆแล้วครับ

กระแสมันพาไป

คนจนก็ยังจนอยู่
จะให้เขารวยมาจากไหนละครับ
ก็รายจ่ายมันวิ่งแซงรายรับนี่ครับ

คนระดับล่างรากหญ้าจนลง

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ส.ค. 04, 2005 2:37 pm
โดย Supra
ตลาดหลักทรัพย์มีส่วนให้เกิดความอยากมากขึ้นหรือไม่ครับ

บริษัทต่างๆที่จดทะเบียนในตลาดมักจะต้องมียอดขายและผลการดำเนินงานที่เติบโตขึ้นทุกๆไตรมาส ถ้าลดลงหรือเท่าเดิม ก็จะไม่เป็ฯที่พอใจแก่นักลงทุน ผู้จัดการกองทุน

ดังนั้นผู้บริหารแต่ละบริษัทก็ต้องพยายามอย่างที่สุดเพื่อที่จะขยายฐานลูกค้า ขยายรายได้ และขยายกำไร

ถ้าบริษัทต่างๆเหล่านั้นไม่อยู่ในตลาด ไม่อยู่ในสายตาของนักลงทุน อาจจะไม่จำเป็นที่จะต้องขยายลูกค้ามากขึ้นเท่าไร ไม่ต้องกังวลเรื่องการเติบโตของรายได้และผลกำไร

อืมมน่าคิดน่ะครับพี่ ฉัตรชัย :roll: :roll: :roll: แต่ความจริงมันขัดๆแย้ง ในตัวของมันเองอยู่เหมือนกันน่ะครับ ไม่อยากได้กำไร แล้วมาทำธุรกิจทำไม ทำก็เพราะอยากได้กำไร ก็ต้องเพิ่มความสามารถอีก เอ แล้วกำไรแค่ไหนถึงพอกับธุรกิจ อืมมมม .......................... :twisted: :twisted: :evil:

คนระดับล่างรากหญ้าจนลง

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ส.ค. 04, 2005 2:44 pm
โดย Supra
คุณ Supra ครับถ้าสนใจค้นหาวิธีค้นพบความสุขและอิสรภาพด้วยการค้นพบและเข้าใจตัวเอง ลองทางนั่งสมาธิวิปัสสนาดูก็ช่วยตอบคำถามในใจที่ทางโลกตอบไม่ได้พอสมควรนะครับ ผมเคยไปปฏิบัติกับ International Course ที่ปราจีนบุรีมา เข้มหน่อยนะครับ 10 วัน ไม่มีค่าใช้จ่ายมีแต่ค่ารถ และก็แล้วแต่จะบริจาค ถ้าสนใจดูข้อมูลเอาเองนะครับที่ www.dhamma.org
:D ขอบคุงครับสำหรับคำแนะนำดีๆๆ :D :D

คนระดับล่างรากหญ้าจนลง

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ส.ค. 04, 2005 6:35 pm
โดย ztep
:P ได้อ่านหนังสือของ ดร ไสว บุญมา ได้แนวคิดที่ดีดังนี้ครับ ไทยกับญี่ปุ่น ถูกบังคับให้เปิดประเทศเมื่อกว่า 200 ปีมาแล้ว เมื่อฝรั่งเข้ามาเป็นครั้งที่ 2 แต่ครั้งนี้ฝรั่งนำเอาวิทยาการที่เขาได้จากการปฏิวัติอุตสาหกรรม ทำให้เขาก้าวหน้าผิดกับเรามาก
ไทยและญี่ปุ่นต่างตระหนักถึงเรื่องนี้ดี แต่ประเทศเราเน้นการพัฒนาด้านการบริโภคให้ทัดเทียม ไม่เหมือนกับญี่ปุ่นที่พยายามพัฒนาด้านการผลิต แต่การบริโภคเขาก็ยังคงวัฒนธรรมเช่นเดิมไว้ ทำให้เงินออมเขาสูงมาก ทำให้ภาคการลงทุนไม่ต้องไปยืมต่างประเทศมา ผิดกับเราครับ อ้อ การบังคับให้ถูกเปิดประเทศนั้นเกิดพร้อมกันนะครับ แต่ดูการพัฒนาที่ต่างกันครับในปัจจุบัน :lol: