เกมคนแก่ โดย ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ค. 29, 2005 4:11 pm
ถ้าคุณเคยอ่านคำแนะนำเกี่ยวกับการจัดพอร์ตโฟลิโอของการลงทุนก็จะต้องพบว่า อายุเป็นปัจจัยสำคัญของการจัดสรรเงินลงทุน เฉพาะอย่างยิ่งก็คือ ถ้าคุณยังอายุน้อย ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าคุณควรลงทุนในหุ้นมากกว่าพันธบัตรหรือเงินฝากในธนาคาร เหตุผลก็คือ หุ้นจะให้ผลตอบแทนสูง แต่ความเสี่ยงก็สูงด้วย แต่เนื่องจากอายุคุณยังน้อย คุณสามารถรับความเสี่ยงได้มาก ความหมายก็คือ ถ้าเกิดหุ้นตก คุณขาดทุนมากมาย คุณก็ยังมีทางหาเงินจากน้ำพักน้ำแรงได้
ตรงกันข้าม ถ้าอายุมาก คุณควรจะลดการลงทุนในหุ้นลง เพราะคุณไม่สามารถรับความเสี่ยงได้ถ้าหุ้นเกิดตก เงินหดหาย คุณไม่สามารถทำงานหาเงินมาชดเชยได้เพียงพอซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหามากมายในยามแก่เฒ่า พูดง่าย ๆ ยิ่งคุณมีอายุมากขึ้น คุณก็ควรลดการลงทุนในหุ้นลง และถ้าคุณเป็นคนแก่แล้ว คุณก็ไม่ควรลงทุนในหุ้นเลย หุ้นกับความแก่ดูเหมือนจะเดินไปคนละทาง หุ้นดูเหมือนจะไม่เหมาะกับคนแก่ แต่นี่เป็นเรื่องจริงหรือล้อเล่นกันแน่?
วอเร็น บัฟเฟตต์ อายุ 70 กว่าแล้ว เช่นเดียวกับชาร์ลี มังเจอร์ และนักลงทุนมือพระกาฬอีกมากมายที่ แก่ แล้วแต่ก็ยังลงทุนกันเต็มที่ด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมเหนือกว่าคนหนุ่มคนสาวมาก ผมเองคิดว่าการลงทุนเป็นงานน้อยอย่างมากในโลกนี้ที่อายุไม่เป็นอุปสรรค ว่าที่จริง ยิ่งอายุมาก ฝีมือก็น่าจะยิ่งดีขึ้น โดยเฉพาะถ้าเป็นการลงทุนแบบ Value Investment ซึ่งพละกำลังและความรวดเร็วทางร่างกายและความคิดเป็นเรื่องรอง แต่ประสบการณ์และความเยือกเย็นกลับมีความสำคัญมากกว่า
ข้อได้เปรียบของคนอายุมากที่เห็นได้ชัดก็คือประสบการณที่ได้เห็นหุ้นและตลาดหุ้นผ่านภาวะเลวร้ายและช่วงโดดเด่นมาหลาย ๆ ครั้ง เพราะฉะนั้นเขาจะมีความระมัดระวังในยามที่ผู้คนกำลังบ้าคลั่งกับตลาดหุ้นในยามที่หุ้นบูม และจะรู้ว่า มีโอกาสงดงามรออยู่ในยามที่คนในตลาดสิ้นหวัง การตัดสินใจของคนอายุมากน่าจะใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์เมื่อเทียบกับคนอายุน้อยที่ไม่เคยได้สัมผัสกับสภาวะแวดล้อมหลาย ๆ แบบด้วยตนเอง
ข้อได้เปรียบของคนสูงวัยอีกอย่างหนึ่งก็คือ เขามักจะเป็น ผู้สังเกตการณ์ ที่ดีเมื่อเทียบกับคนอายุน้อยซึ่งมักจะเป็น ผู้เล่น เสียมากกว่า คนแก่มักมองเห็นการเปลี่ยนแปลงของสังคมและพฤติกรรมของคนได้ดีกว่า ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะเขาผ่านชีวิตมามาก และได้เห็นและดูแลชีวิตของลูกหลานซึ่งสามารถนำมาเปรียบเทียบกับชีวิตของตนเอง สิ่งนี้ทำให้คนแก่เห็น วิวัฒนาการ ของคน และแน่นอน รวมไปถึงวิถีของเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป และนี่คือข้อได้เปรียบสำหรับการหาหุ้น แห่งอนาคต
ข้อได้เปรียบของคนแก่อีกข้อหนึ่งก็คือ เขาสามารถแยกแยะกิจการที่แข็งแกร่งดีเยี่ยมจากกิจการที่หวือหวาแต่อ่อนแอได้ดีกว่าคนที่อายุยังน้อย สิ่งนี้น่าจะเกิดจากความลำเอียงของคนแก่ที่ชอบกิจการที่เก่าแก่ มั่นคง เป็นกิจการเข้าใจง่ายที่เขาได้สัมผัสมายาวนาน ในขณะที่คนหนุ่มมักชอบหุ้นใหม่ที่ลึกลับ ตื่นเต้น น่าท้าทาย ซึ่งประวัติศาสตร์บอกเราเสมอมาว่า หุ้นประเภทแรกนั้นเหนือกว่าหุ้นประเภทหลัง
ความสุขุมเยือกเย็นและถือหุ้นได้ยาวกว่าของคนสูงอายุเป็นผลด้านบวกในการลงทุนเมื่อเทียบกับความใจร้อนและเร่งซื้อขายหุ้นของคนอายุน้อยกว่า ซึ่งทำให้เสียค่าคอมมิชชั่นและความแตกต่างระหว่างราคาเสนอซื้อกับราคาเสนอขายในการซื้อขายหุ้นแต่ละครั้ง สิ่งนี้ดูผิวเผินอาจจะไม่รู้สึกว่ามาก แต่ในระยะยาวแล้ว มันคือปัจจัยสำคัญมากที่สุดอย่างหนึ่งของการแพ้หรือชนะในการลงทุน
ข้อได้เปรียบสุดท้ายที่ผมจะพูดถึงก็คือ ผู้สูงอายุนั้นมักจะอนุรักษ์นิยมกว่าคนหนุ่มสาว คนแก่จะเลือกลงทุนซื้อหุ้นอย่างระมัดระวัง มีการพิจารณาปัจจัยเสี่ยงอย่างละเอียดถี่ถ้วนกว่า คนแก่นั้นกลัวขาดทุน ในขณะที่คนหนุ่มสาวนั้นมักจะเน้นหุ้นที่จะ ทำกำไร ได้เร็ว ดังนั้น คนอายุน้อยมักจะเน้นไปที่หุ้นเก็งกำไรมากกว่า บางคนอาจจะมองว่านี่ไม่ใช่ข้อได้เปรียบของคนแก่ แต่ผมเชื่อคำพูดของบัฟเฟตต์ที่ว่า การลงทุนนั้น สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ อย่าขาดทุน
นอกจากเรื่องของฝีไม้ลายมือที่เหนือกว่าแล้ว คนสูงอายุนั้นผมคิดว่าควรจะมีกิจกรรมที่ใช้ความคิด ใช้การสังเกตการณ์ ติดตามและวิเคราะห์กิจการต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวและเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น รวมทั้งควรจะมีโอกาสได้ตื่นเต้นกับผลการลงทุนของตนเองเป็นระยะ ๆ เพื่อทำให้สมองตื่นตัวอยู่เสมอ ดังนั้น คำแนะนำให้คนแก่หย่าขาดจากหุ้นจึงเป็นเรื่องที่ไม่ใคร่จะมีเหตุผลนัก
แน่นอน ไม่ใช่คนแก่ทุกคนจะเหมาะกับการลงทุนในหุ้น แต่อายุนั้น ผมคิดว่าไม่ใช่เป็นปัจจัยสำคัญเท่าไร คนแก่ที่มีเงินมากถึงระดับหนึ่ง เช่นมีเงินเท่ากับ 2-300 เท่าของรายจ่ายประจำเดือนแล้ว การลงทุนในหุ้นมากน้อยเท่าไรก็ไม่น่าจะเกี่ยวกับอายุ แต่น่าจะขึ้นอยู่กับความรู้ ความเข้าใจ และความสามารถในการลงทุนมากกว่า คนแก่ที่ไม่ควรลงทุนในหุ้นเลยผมคิดว่าน่าจะมีน้อย ผมคิดว่าคนแก่ทุกคนควรจะลงทุนในหุ้นบ้าง เพราะการมีหุ้นบ้างนั้นน่าจะให้ผลตอบแทนที่ดีขึ้นขณะที่ความเสี่ยงไม่น่าจะสูงขึ้นเมื่อเทียบกับการลงทุนในพันธบัตรและการฝากเงินเพียงอย่างเดียว ซึ่งถึงแม้ว่าโอกาสที่ต้นเงินหายจะมีน้อย แต่ก็มีโอกาสที่เงินเฟ้อจะทำให้อำนาจการซื้อลดลงซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ไม่น้อยเมื่อเปรียบเทียบกับพอร์ตโฟลิโอที่มีหุ้นผสมอยู่บ้าง ถึงอย่างไรก็ตาม การลงทุนหุ้นนั้น แท้ที่จริงแล้วเป็นเกมของคนแก่ เป็นเกมที่คนแก่ได้เปรียบ แล้วทำไมเราจะไม่ทำ?
ตรงกันข้าม ถ้าอายุมาก คุณควรจะลดการลงทุนในหุ้นลง เพราะคุณไม่สามารถรับความเสี่ยงได้ถ้าหุ้นเกิดตก เงินหดหาย คุณไม่สามารถทำงานหาเงินมาชดเชยได้เพียงพอซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหามากมายในยามแก่เฒ่า พูดง่าย ๆ ยิ่งคุณมีอายุมากขึ้น คุณก็ควรลดการลงทุนในหุ้นลง และถ้าคุณเป็นคนแก่แล้ว คุณก็ไม่ควรลงทุนในหุ้นเลย หุ้นกับความแก่ดูเหมือนจะเดินไปคนละทาง หุ้นดูเหมือนจะไม่เหมาะกับคนแก่ แต่นี่เป็นเรื่องจริงหรือล้อเล่นกันแน่?
วอเร็น บัฟเฟตต์ อายุ 70 กว่าแล้ว เช่นเดียวกับชาร์ลี มังเจอร์ และนักลงทุนมือพระกาฬอีกมากมายที่ แก่ แล้วแต่ก็ยังลงทุนกันเต็มที่ด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมเหนือกว่าคนหนุ่มคนสาวมาก ผมเองคิดว่าการลงทุนเป็นงานน้อยอย่างมากในโลกนี้ที่อายุไม่เป็นอุปสรรค ว่าที่จริง ยิ่งอายุมาก ฝีมือก็น่าจะยิ่งดีขึ้น โดยเฉพาะถ้าเป็นการลงทุนแบบ Value Investment ซึ่งพละกำลังและความรวดเร็วทางร่างกายและความคิดเป็นเรื่องรอง แต่ประสบการณ์และความเยือกเย็นกลับมีความสำคัญมากกว่า
ข้อได้เปรียบของคนอายุมากที่เห็นได้ชัดก็คือประสบการณที่ได้เห็นหุ้นและตลาดหุ้นผ่านภาวะเลวร้ายและช่วงโดดเด่นมาหลาย ๆ ครั้ง เพราะฉะนั้นเขาจะมีความระมัดระวังในยามที่ผู้คนกำลังบ้าคลั่งกับตลาดหุ้นในยามที่หุ้นบูม และจะรู้ว่า มีโอกาสงดงามรออยู่ในยามที่คนในตลาดสิ้นหวัง การตัดสินใจของคนอายุมากน่าจะใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์เมื่อเทียบกับคนอายุน้อยที่ไม่เคยได้สัมผัสกับสภาวะแวดล้อมหลาย ๆ แบบด้วยตนเอง
ข้อได้เปรียบของคนสูงวัยอีกอย่างหนึ่งก็คือ เขามักจะเป็น ผู้สังเกตการณ์ ที่ดีเมื่อเทียบกับคนอายุน้อยซึ่งมักจะเป็น ผู้เล่น เสียมากกว่า คนแก่มักมองเห็นการเปลี่ยนแปลงของสังคมและพฤติกรรมของคนได้ดีกว่า ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะเขาผ่านชีวิตมามาก และได้เห็นและดูแลชีวิตของลูกหลานซึ่งสามารถนำมาเปรียบเทียบกับชีวิตของตนเอง สิ่งนี้ทำให้คนแก่เห็น วิวัฒนาการ ของคน และแน่นอน รวมไปถึงวิถีของเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป และนี่คือข้อได้เปรียบสำหรับการหาหุ้น แห่งอนาคต
ข้อได้เปรียบของคนแก่อีกข้อหนึ่งก็คือ เขาสามารถแยกแยะกิจการที่แข็งแกร่งดีเยี่ยมจากกิจการที่หวือหวาแต่อ่อนแอได้ดีกว่าคนที่อายุยังน้อย สิ่งนี้น่าจะเกิดจากความลำเอียงของคนแก่ที่ชอบกิจการที่เก่าแก่ มั่นคง เป็นกิจการเข้าใจง่ายที่เขาได้สัมผัสมายาวนาน ในขณะที่คนหนุ่มมักชอบหุ้นใหม่ที่ลึกลับ ตื่นเต้น น่าท้าทาย ซึ่งประวัติศาสตร์บอกเราเสมอมาว่า หุ้นประเภทแรกนั้นเหนือกว่าหุ้นประเภทหลัง
ความสุขุมเยือกเย็นและถือหุ้นได้ยาวกว่าของคนสูงอายุเป็นผลด้านบวกในการลงทุนเมื่อเทียบกับความใจร้อนและเร่งซื้อขายหุ้นของคนอายุน้อยกว่า ซึ่งทำให้เสียค่าคอมมิชชั่นและความแตกต่างระหว่างราคาเสนอซื้อกับราคาเสนอขายในการซื้อขายหุ้นแต่ละครั้ง สิ่งนี้ดูผิวเผินอาจจะไม่รู้สึกว่ามาก แต่ในระยะยาวแล้ว มันคือปัจจัยสำคัญมากที่สุดอย่างหนึ่งของการแพ้หรือชนะในการลงทุน
ข้อได้เปรียบสุดท้ายที่ผมจะพูดถึงก็คือ ผู้สูงอายุนั้นมักจะอนุรักษ์นิยมกว่าคนหนุ่มสาว คนแก่จะเลือกลงทุนซื้อหุ้นอย่างระมัดระวัง มีการพิจารณาปัจจัยเสี่ยงอย่างละเอียดถี่ถ้วนกว่า คนแก่นั้นกลัวขาดทุน ในขณะที่คนหนุ่มสาวนั้นมักจะเน้นหุ้นที่จะ ทำกำไร ได้เร็ว ดังนั้น คนอายุน้อยมักจะเน้นไปที่หุ้นเก็งกำไรมากกว่า บางคนอาจจะมองว่านี่ไม่ใช่ข้อได้เปรียบของคนแก่ แต่ผมเชื่อคำพูดของบัฟเฟตต์ที่ว่า การลงทุนนั้น สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ อย่าขาดทุน
นอกจากเรื่องของฝีไม้ลายมือที่เหนือกว่าแล้ว คนสูงอายุนั้นผมคิดว่าควรจะมีกิจกรรมที่ใช้ความคิด ใช้การสังเกตการณ์ ติดตามและวิเคราะห์กิจการต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวและเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น รวมทั้งควรจะมีโอกาสได้ตื่นเต้นกับผลการลงทุนของตนเองเป็นระยะ ๆ เพื่อทำให้สมองตื่นตัวอยู่เสมอ ดังนั้น คำแนะนำให้คนแก่หย่าขาดจากหุ้นจึงเป็นเรื่องที่ไม่ใคร่จะมีเหตุผลนัก
แน่นอน ไม่ใช่คนแก่ทุกคนจะเหมาะกับการลงทุนในหุ้น แต่อายุนั้น ผมคิดว่าไม่ใช่เป็นปัจจัยสำคัญเท่าไร คนแก่ที่มีเงินมากถึงระดับหนึ่ง เช่นมีเงินเท่ากับ 2-300 เท่าของรายจ่ายประจำเดือนแล้ว การลงทุนในหุ้นมากน้อยเท่าไรก็ไม่น่าจะเกี่ยวกับอายุ แต่น่าจะขึ้นอยู่กับความรู้ ความเข้าใจ และความสามารถในการลงทุนมากกว่า คนแก่ที่ไม่ควรลงทุนในหุ้นเลยผมคิดว่าน่าจะมีน้อย ผมคิดว่าคนแก่ทุกคนควรจะลงทุนในหุ้นบ้าง เพราะการมีหุ้นบ้างนั้นน่าจะให้ผลตอบแทนที่ดีขึ้นขณะที่ความเสี่ยงไม่น่าจะสูงขึ้นเมื่อเทียบกับการลงทุนในพันธบัตรและการฝากเงินเพียงอย่างเดียว ซึ่งถึงแม้ว่าโอกาสที่ต้นเงินหายจะมีน้อย แต่ก็มีโอกาสที่เงินเฟ้อจะทำให้อำนาจการซื้อลดลงซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ไม่น้อยเมื่อเปรียบเทียบกับพอร์ตโฟลิโอที่มีหุ้นผสมอยู่บ้าง ถึงอย่างไรก็ตาม การลงทุนหุ้นนั้น แท้ที่จริงแล้วเป็นเกมของคนแก่ เป็นเกมที่คนแก่ได้เปรียบ แล้วทำไมเราจะไม่ทำ?