หน้า 1 จากทั้งหมด 1

# ถ้าไม่มี *ดาราค่าตัวแพงๆ* จะทำให้ต้นทุนสินค้าถูกลงไหมคะ #

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ ก.ค. 24, 2005 12:13 pm
โดย janelovehoon
--------------------------------------------
ทุกวันนี้ ค่าโฆษณาเป็นต้นทุนหลักอย่างหนึ่งของสินค้า

เมื่อสินค้าต้องเช่าเวลาของ สื่อโทรทัศน์เพื่อโฆษณา

ซึ่ง *ดาราค่าตัวแพงๆ* ก็เป็นต้นทุนหลักของสื่อโทรทัศน์
(เช่น ละครเรื่องนึง จ่ายพวกเค้ากันเท่าไหร่ มากเลยแหละค่ะ)

ดังนั้นเวลามาเก็บค่าเช่าเวลาโฆษณากับบริษัทผู้ผลิตสินค้าก็จะแพงตามไปด้วย

นั่นคือส่งผลให้ บริษัทผู้ผลิตสินค้า ต้องตั้งราคาสินค้าที่แพงขึ้น

ซึ่งพวกเราก็จะเป็นผู้รับเคราะห์รายสุดท้ายของวงจรนี้ คือ

ต้องจ่ายค่าสินค้าที่แพงขึ้นนั่นเอง
--------------------------------------------


เจนเข้าใจวงจรอย่างนี้ถูกต้องไหมคะ
และเข้าใจว่า เป็นธรรมชาติของคน ที่ชอบคนสวยๆ หล่อๆ
ที่มาแสดงละครในโทรทัศน์ จึงทำให้พวกเค้า Rating ดี
ค่าตัวแพง (ซึ่งก็มาจากพวกเรานั่นเอง) นั่นเอง

แล้วเราจะแก้ปัญหานี้อย่างไรดี คะ
ทางนึง ก็คือ ต้องไม่ให้สังคมรู้สึกชื่นชม (บ้า) ดารา มากจนเกินไป
เช่น ทำยังไงให้พวกวัยรุ่น ไม่รู้สึก บ้า กรี๊ด ดารา ดังที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ เป็นต้น

:wink:

# ถ้าไม่มี *ดาราค่าตัวแพงๆ* จะทำให้ต้นทุนสินค้าถูกลงไหมคะ #

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ ก.ค. 24, 2005 4:23 pm
โดย สุมาอี้
หนังที่ไม่มีดาราดังนำแสดง จะกลายเป็นหนังเกรดบีไปทันที

แม้แต่ตัวผมเอง ถึงแม้จะไม่ได้ดูดาราที่หน้าตา แต่ถ้าเป็นดาราอย่าง Robin Williams, Robert De Niro อะไรประมาณนี้ ผมจะกล้าซื้อตั๋วดู มันช่วย guarantee ได้ระดับหนึ่ง

ฟังดูไม่มีเหตุผลแต่พฤติกรรมของผู้บริโภคเป็นแบบนี้จริงๆ ผู้ผลิตคงไปทำอะไรไม่ได้

ผู้ผลิตอยากจ้างนักแสดงโนเนมเหมือนกัน แต่คนดูไม่ยอมดู เจ้าของโรงหนังไม่ยอมให้ฉาย

# ถ้าไม่มี *ดาราค่าตัวแพงๆ* จะทำให้ต้นทุนสินค้าถูกลงไหมคะ #

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ ก.ค. 24, 2005 5:24 pm
โดย infinity
สมมุติว่า honda จ้างพอลล่าเป็นเงิน 3 ล้านบาท(ในความเป็นจริงไม่น่าถึงด้วยซ้ำ)
ทั้งปี honda ขายรถได้ 30,000 คัน
ต้นทุนต่อคัน 100 บาท

พอจะเห็นภาพอะไรมั๊ย ???

# ถ้าไม่มี *ดาราค่าตัวแพงๆ* จะทำให้ต้นทุนสินค้าถูกลงไหมคะ #

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ ก.ค. 24, 2005 7:15 pm
โดย Stock Broker
คุณเจนโพสต์แบบนี้ ระวังเดินไปเจอพวกเอเจนซี่โฆษณานะครับ เดี๋ยวโดนเค้าเขม่นเอา :B

# ถ้าไม่มี *ดาราค่าตัวแพงๆ* จะทำให้ต้นทุนสินค้าถูกลงไหมคะ #

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ ก.ค. 24, 2005 7:33 pm
โดย Tao Investor
:mrgreen:


ติดตาม ดูผลงาน ทุกกระทู้ คร๊าบบบ

# ถ้าไม่มี *ดาราค่าตัวแพงๆ* จะทำให้ต้นทุนสินค้าถูกลงไหมคะ #

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ ก.ค. 24, 2005 8:07 pm
โดย CK
ค่าตัวดารา ไปเจอค่า air time ของโทรทัศน์ กลายเป็นถูกไปเลยครับ

อย่างโฆษณาช่วง prime time นาทีนึงก็หลายแสน ถ้าเหตุการณ์พิเศษ
ก็เป็นล้าน

โฆษณาหนังสือพิมพ์เต็มหน้าก็ครั้งละ 5 ล้าน 10 ครั้งก็ 50 ล้าน
ค่าตัวดาราจะแค่ไหนกันเชียว

# ถ้าไม่มี *ดาราค่าตัวแพงๆ* จะทำให้ต้นทุนสินค้าถูกลงไหมคะ #

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ ก.ค. 24, 2005 8:08 pm
โดย ShexShy
ในเรื่องของการโฆษณา ... บางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องใช้ดาราที่แพงได้ ถ้าคนทำโฆษณา เก่ง มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถสื่อได้ถึงความจำเป็นในการใช้สินค้านั้น
หรือ อาจจะต้องจ้างคนทำโฆษณาที่แพงกว่า ดาราละมั้ง
:mrgreen: :mrgreen: :mrgreen:

# ถ้าไม่มี *ดาราค่าตัวแพงๆ* จะทำให้ต้นทุนสินค้าถูกลงไหมคะ #

โพสต์แล้ว: จันทร์ ก.ค. 25, 2005 12:05 am
โดย CEO
คุณเจนพูดถูก

แต่จะไปห้ามวัยรุ่นไม่ได้ดอก ยุ่งพูดยิ่งยุ เป็นไปตามวัยของเขา

แต่ถ้าไม่มีโฆษณาสินค้าดีกว่าครับ ของจะได้ถูกลงเพราะการโฆษณาหลายๆอย่างเป็นการไล่คนให้หนีไปใช้ของยี่ห้ออื่น

เพราะผมเห็นบริษัทดังๆที่ป็นยักษ์ใหญ่และอยู่ในตลาดลักทรัพย์ด้วยยังทำบาปที่ร้ายแงทางการตลาดอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

# ถ้าไม่มี *ดาราค่าตัวแพงๆ* จะทำให้ต้นทุนสินค้าถูกลงไหมคะ #

โพสต์แล้ว: จันทร์ ก.ค. 25, 2005 8:27 pm
โดย chatchai
คิดๆแล้วรู้สึกว่างานโฆษณานี่อยู่คนละด้านกับหลักพุทธศาสนาหรือเปล่า

งานโฆษณามักจะสร้างกิเลส อยากได้สินค้าและบริการ

# ถ้าไม่มี *ดาราค่าตัวแพงๆ* จะทำให้ต้นทุนสินค้าถูกลงไหมคะ #

โพสต์แล้ว: จันทร์ ก.ค. 25, 2005 8:48 pm
โดย ต.หยวนเปียว
chatchai เขียน:คิดๆแล้วรู้สึกว่างานโฆษณานี่อยู่คนละด้านกับหลักพุทธศาสนาหรือเปล่า

งานโฆษณามักจะสร้างกิเลส อยากได้สินค้าและบริการ
ทางสายกลางครับคุณฉัตรชัย (หากเรียกพี่ฯจะคุ้นกว่า :lol: )
โฆษณาไหนมาพอประมาณ เสนอตัวสินค้าแบบไม่เกินจริง
ใช้สื่อโฆษณาเพื่อให้คนรู้จัก ยังงี้ก็โอเค
ผมยังชอบสินค้าที่โฆษณาราบเรียบ แบบไม่WOW

อย่างพวกทาตัวดำ แล้วใช้ครีมทาแล้วขาวจั๊วะ อันนี้ไม่ไหว :x

# ถ้าไม่มี *ดาราค่าตัวแพงๆ* จะทำให้ต้นทุนสินค้าถูกลงไหมคะ #

โพสต์แล้ว: จันทร์ ก.ค. 25, 2005 9:18 pm
โดย chatchai
ประเภทที่เห็นแล้วรับไม่ค่อยได้ก็พวกเครื่องสำอางต่างๆ ที่ให้ใช้เพื่อชักจูงเพศตรงข้าม

ยิ่งโฆษณาสินค้าโรลออนยี่ห้อหนึ่ง ให้ผู้หญิงสองคนวิ่งแข่งกันเพื่อจะได้นั่งติดกับผู้ชาย เห็นแล้วก้รู้ว่าทำไมเด็กวัยรุ่นสมัยนี้ถึงได้คิดแต่เรื่องนี้กัน

สินค้าประเภทน้ำมันเครื่อง หรือพวกมอเตอร์ไซด์ ก็มักจะเน้นเรื่องความแรง แล้วก็บ่นว่าวัยรุ่นชอบซิ่งรถบนถนนกัน ใครถือหุ้นบริษัทน้ำมันอยู่ เวลาไปประชุมผู้ถือหุ้นบ่นให้ผู้บริหารได้ยินบ้างก็ดีครับ

# ถ้าไม่มี *ดาราค่าตัวแพงๆ* จะทำให้ต้นทุนสินค้าถูกลงไหมคะ #

โพสต์แล้ว: จันทร์ ก.ค. 25, 2005 10:37 pm
โดย ch_army
ที่พี่ฉัตรชัยว่านี่จริงๆเลย เห็นด้วยมากๆครับ แต่มีดาราเป็นพรีเซนเตอร์ก็ดีออก เพราะดึงดูดกว่านะครับ อย่างน้อยก็มีผลกับผมแน่นอน 55

# ถ้าไม่มี *ดาราค่าตัวแพงๆ* จะทำให้ต้นทุนสินค้าถูกลงไหมคะ #

โพสต์แล้ว: อังคาร ก.ค. 26, 2005 5:34 pm
โดย Windy
สินค้า House Brand บางอย่างก็ใช้ได้นะครับ

# ถ้าไม่มี *ดาราค่าตัวแพงๆ* จะทำให้ต้นทุนสินค้าถูกลงไหมคะ #

โพสต์แล้ว: จันทร์ ส.ค. 01, 2005 7:28 pm
โดย M149
คงต้องตั้งคำถามกลับว่า สินค้าที่ไม่มีการโฆษณา โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค กล้าซื้อไหม สังเกตได้ว่าสินค้าที่ไม่มีโฆษณา น้อยชิ้นทีสามารถแข่งขันได้ และประเด็นนึงที่ไม่อาจใช้สายตามองนั่นคือ โฆษณาเป็นตัวสร้างPerceive Valueหรือมูลค่าในเชิงอัตลักษณ์ สินค้าที่สะท้อนมูลค่าในเชิงอัตลักษณ์ง่ายที่สุดไม่พ้นรถยนต์ ถ้าคุณขับ Toyota Honda ฯลฯ percieveมันก็เป็นเพียงรถยนต์ แต่ถ้าเป็น Merc BMW Audi Lexus พวกนี้สะท้อนฐานะ(ฐานันดรศักดิ์)ทางสังคม แล้วถ้าเป็น Subaru Skyline หรือ Evo ละ ความเร้าใจในการขับขี่ แน่นอนครับที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นมูลค่าที่ถูกอุปโลกขึ้น และหลายครั้งก็เป็นสิ่งที่ถูกสังคมภายนอก(โดยเฉพาะอย่างยิ่งจำเลยหมายเลข1ก็ Mr.สื่อ)ยัดเยียดให้ ดังนั้นมาวกกลับมาที่ถ้าสินค้าไม่ใส่สีตีไข่ ถ้าตัวคุณเองเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์คุณจะไม่ทำหรือ การตลาดสมัยใหม่มันหมดยุคแล้วครับที่ผู้บริโภคเน้นใน Actual Value คนโดยส่วนใหญ่มองที่ Percieve Value เป็นส่วนใหญ่ทั้งนั้นครับ "ทุนนิยมจงเจริญ" :drink:

# ถ้าไม่มี *ดาราค่าตัวแพงๆ* จะทำให้ต้นทุนสินค้าถูกลงไหมคะ #

โพสต์แล้ว: อังคาร ส.ค. 02, 2005 5:36 pm
โดย CEO
แบบที่คุณ genie พูดก็ถูกครับ

แต่มันหลอกคนโง่ได้ส่วนหนึ่ง คนที่เหลือเลยต้องแกล้งโง่ตาม ถ้าไม่แกล้งโง่ก็จะถูกหาว่าโง่
:lovl: :lovl: :lovl: :lovl:

ปัจจุบัน คนอเมริกันหันมาขับรถ hyundai กันมากขึ้นเพราะขับแล้วคุ้มค่ากับเงินที่ซื้อมา และเป็นยี่ห้อรถที่คนที่เคยใช้แล้วจะซื้อรถ hyundai ซ้ำสอง

# ถ้าไม่มี *ดาราค่าตัวแพงๆ* จะทำให้ต้นทุนสินค้าถูกลงไหมคะ #

โพสต์แล้ว: อังคาร ส.ค. 02, 2005 5:44 pm
โดย CK
ปัจจุบัน คนอเมริกันหันมาขับรถ hyundai กันมากขึ้น
คงเป็นเพราะ Hyundai อัดแคเปญโฆษณาทีวีแบบสุดเดชด้วยครับ

# ถ้าไม่มี *ดาราค่าตัวแพงๆ* จะทำให้ต้นทุนสินค้าถูกลงไหมคะ #

โพสต์แล้ว: อังคาร ส.ค. 02, 2005 7:18 pm
โดย parallel
ผมว่าคงเป็นไปไม่ได้เพราะเป็นการแข่งขัน เพื่อแย่งmarket share ถึงเราไม่จ้างก็จะมีคู่แข่งจ้าง บริษัทคงต้องabsorb cost ตรงนี้

# ถ้าไม่มี *ดาราค่าตัวแพงๆ* จะทำให้ต้นทุนสินค้าถูกลงไหมคะ #

โพสต์แล้ว: อังคาร ส.ค. 02, 2005 9:20 pm
โดย jaychou
genie เขียน:แล้วถ้าเป็น Subaru Skyline หรือ Evo ละ ความเร้าใจในการขับขี่
พรุ่งนี้ Toyota AE86 จะเปลี่ยนนิยามความเร้าใจใหม่

# ถ้าไม่มี *ดาราค่าตัวแพงๆ* จะทำให้ต้นทุนสินค้าถูกลงไหมคะ #

โพสต์แล้ว: พุธ ส.ค. 03, 2005 12:42 am
โดย nanchan
ถ้าเอายามบ้านผมไปทำสื่อโฆษณา ผมว่าสินค้านั้นต้นทุนต่ำแน่นอน

แต่สินค้าขายไม่ออก :lovl:

อะไรมันก็แพงทั้งนั้นแหละครับ สมัยนี้

ในฐานะที่ผมเป็นดาราดัง ผมคงไม่ยอมให้คุณเจนมาลดค่าตัวผมเด็ดขาด :lovl: :lovl: :lovl:

# ถ้าไม่มี *ดาราค่าตัวแพงๆ* จะทำให้ต้นทุนสินค้าถูกลงไหมคะ #

โพสต์แล้ว: พุธ ส.ค. 03, 2005 10:18 pm
โดย janelovehoon
ถ้าเอายามบ้านผมไปทำสื่อโฆษณา
โอ้โห บ้านคุณ Nanchan มียามด้วย :shock:
กี่ไร่คะนั่น

:wink: