=====วางหมาก...กระดานหุ้น ตอน กระบวนท่าที่ 2=====
โพสต์แล้ว: พุธ ก.ค. 20, 2005 1:12 pm
ตอนที่แล้ว วางหมาก...กระดานหุ้น ตอน กระบวนท่าที่ 1 เป็นการพูดถึงการเตียมพร้อมทางจิตใจเพื่อรับสถานการณ์ที่เลวร้าย ผู้ลงทุนจะต้องฝึกความพร้อมทางจิตใจ ให้มีสติ อย่าหวั่นไหว ตื่นตระหนก กับอารมณ์ของตลาดที่แปรปรวน ซึ่งการฝึกเพื่อให้จิตใจพร้อมสำหรับรับสภาวะกดดันนั้นก็คือ การนั่งสมาธิ นั่นเอง ตามลิงค์นี้ครับ
http://www.pantip.com/cafe/sinthorn/top ... 89236.html
ผมลืมไปว่า ก่อนจะขึ้นกระบวนท่าที่ 1 ผู้ลงทุนควรจะต้องสำรวจตัวเองก่อนว่า มีองค์ประกอบสำหรับนักลงทุน หรือ จอมยุทธ์ ที่จะเข้ามาในตลาดหุ้น หรือ ยุทธภพ ครบองค์ประกอบทั้ง 5 แล้วหรือยัง ท่านที่ลืม หรือยังไม่ทราบ ดูองค์ประกอบทั้ง 5 ได้ ที่ วางหมาก...กระดานหุ้น ตอน ปฐมบทแห่งการลงทุน 2 ตามลิงค์นี้ครับ
http://topicstock.pantip.com/sinthorn/t ... 56937.html
ก่อนจะขึ้นกระบวนท่าที่ 2 ผมขอเพิ่มเติม เนื้อหาในส่วน คัมภีร์ยุทธ์ ซึ่งเป็นองค์ประกอบข้อที่หนึ่ง องค์ความรู้ที่นักลงทุนควรมีที่ผมมองว่ามีประโยชน์มาก นั่นคือ การวิเคราะห์จิตวิทยามวลชน
จากประสบการณ์ที่ผมได้พบ นักลงทุนที่เก่งๆ อาจจะเรียกว่าถึงขั้น เซียน ที่มักจะแฝงตัวอยู่ตามห้องค้า นั่งเงียบๆ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร (เซียนตัวจริง รวยจริง มักจะเก็บตัว ไม่ค่อยเปิดเผยตัวตนให้ใครรับรู้ เหมือนกับปรมาจารย์ที่มีวิทยายุทธ์สูงส่ง มักจะพักอาศัยอยู่ตามป่าเขา ให้ผู้มีบุญได้ฝากฝังตัวเป็นลูกศิษย์) นักลงทุนพวกนี้ นอกจากจะวิเคราะห์ทางด้านพื้นฐาน และวิเคราะห์ทางเทคนิค ได้แล้ว ยังสามารถวิเคราะห์จิตวิทยามวลชน เพื่อให้รับรู้ และทันกับอารมณ์ของตลาดได้อีกด้วย
ผมไม่ได้จบทางด้านจิตวิทยามา จึงไม่ทราบว่า มีตำราให้ได้เรียนหลักการวิเคราะห์จิตวิทยามวลชนหรือไม่ แต่คิดว่าน่าจะมีนะ หากผมเจอ จะลองซื้อมาอ่านดู ก็ดีเหมือนกัน ส่วนมากนักลงทุนที่ผมเจอ จะอาศัยการเรียนรู้จากประสบการณ์ และการลองผิดลองถูกมากกว่า
นักลงทุนผู้นี้ เมื่อผมพบทีไร จะเข้าไปเสวนาด้วยทุกครั้ง เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน ใจจริง ผมหวังเอาไว้ลึกๆ ว่า นักลงทุนผู้นี้อาจจะหลุดปาก บอกเทคนิคดีๆ อะไรให้กับผมบ้าง เพราะเขามองตลาดได้เนี๊ยบเลยทีเดียว แต่ความหวัง ก็คงเป็นแค่ความหวัง เซียน มักจะค่อนข้างหวงวิชา เหมือนกับปรมาจารย์ที่มักจะคัดกรองลูกศิษย์ ก่อนจะถ่ายทอดวิชายุทธ์ให้
จริงๆ ในโต๊ะสินธรนี้ ผมพบ นักลงทุนผู้หนึ่งที่อาศัยเครื่องมือทางเทคนิค มาช่วยดูทางด้านจิตวิทยามวลชน นักลงทุนผู้นี้ ผมเคารพเสมือนเป็นอาจารย์ของผมคนหนึ่ง เพราะผมเข้าไปอ่านเวปของเขาแทบจะทุกวัน และได้เรียนรู้อะไรๆ อีกมากมาย จากสิ่งที่เขาพยายามถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือ
คนที่เป็นขาประจำในสินธร คงจะรู้แล้วว่าผมหมายถึงใคร..
เฮียร็อค นั่นเอง เครื่องมือทางเทคนิค ที่ผมกล่าวว่า สามารถช่วยดู จิตวิทยามวลชนได้ระดับหนึ่ง ก็คือ OBV เป็นเครื่องมือที่ใช้พิจารณาการสะสมปริมาณหุ้น ซึ่งสามารถสื่อถึงจิตวิทยามวลชน หรืออารมณ์ของตลาด ณ เวลา นั้นๆ ได้ดีทีเดียว
ผู้ที่ร่วมงาน มีตติ้ง เฮฮา แบบมีสาระหุ้น เมื่อต้นปีที่ผ่านมา และได้รับหนังสือรวมบทความไป ลองกลับไปอ่านบทความของ เฮียร๊อค ชื่อบทความว่า สุขภาพหุ้น สุขภาพพอร์ตและสุขภาพใจ อธิบายและยกตัวอย่างการใช้ OBV ได้ดีทีเดียว ท่านที่ยังไม่มีหนังสือ ดาวน์โหลดมาอ่านได้ที่ลิงค์นี้ครับ
http://topicstock.pantip.com/sinthorn/t ... 71266.html
และอ่านเพิ่มเติมได้ที่เวปของเขาได้ทุกวัน ซึ่งผมเห็นว่า มีประโยชน์มากตามลิงค์นี้ครับ
http://www.setontherock.com
มาเข้าเรื่องกระบวนท่าที่ 2 กันต่อ ตอนนี้เหมาะสำหรับมือใหม่ที่เข้ามาในตลาดหุ้น หรือ ยุทธภพ ลองอ่านกันดูครับ
วางหมาก...กระดานหุ้น ตอน กระบวนท่าที่ 2
ตลาดหุ้นนั้นเป็นตลาดที่ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกัน (แต่พวก ตลก มักจะจำกัดสิทธิบางประเภทแก่พวกเรา) ตราบใดที่คุณมีเงินในกระเป๋า ก็สามารถเข้าสู่ตลาด หรือ ยุทธภพ นี้ได้
แต่ถึงกระนั้น ก็ใช่ว่าทุกคนเหมาะที่จะเข้าไปเล่นหุ้น หรือ ลงทุนในหุ้น แล้วแต่ใครจะเรียก (ผมมักจะพูดติดตลก ในกระทู้อยู่หลายครั้งว่า ถ้าเล่นหุ้น ระวังจะโดนหุ้นเล่น แต่ถ้าลงทุนในหุ้น ก็จะได้หุ้นมาลงทุน)
นอกจากนั้น วิธีการเล่นว่าควรจะเล่นแบบไหน ก็มักจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างที่เป็นเรื่องเฉพาะเกี่ยวกับตัวผู้เล่นเอง ทั้งในด้านกำลังเงิน สภาพแวดล้อมของการดำเนินชีวิต และการทำงาน รวมไปถึงอุปนิสัยใจคอที่เป็นเรื่องส่วนตัวมากๆ ด้วย ผู้ที่มีความแตกต่างกันในปัจจัยเหล่านี้เวลาเล่นหุ้นก็ควรเล่นกันคนละแบบ ไม่ควรเอาอย่างกัน
โดยส่วนตัวของผม หากใครเคยอ่าน วางหมาก...กระดานหุ้น ตอน ปฐมบทแห่งการลงทุน 3 คงจะยังคงจำได้ว่า พอร์ทการลงทุนของผมเป็นแบบ 5-4-1 คือ 50% เป็น Value Investing (VI) 40% เป็นแบบลูกผสม โดยผมให้ชื่อว่า FTA (Fundamentally Technical Analysis) เฮียคลาย เคลียด บรรญัติศัพท์ของผู้ที่ลงทุนแบบลูกผสมว่า VSOP (Value Surfing by Openminded Pragmatic) และอีก 10% เป็นแบบ Value Speculating (VS) คำนี้ ถ้าจำไม่ผิด คุณอยากเชือก เป็นผู้บรรญัติไว้ อาจจะต่างความหมายจากผมนิดหน่อย
จากการลงทุนแบบ 5-4-1 สื่อให้เห็นว่า ผมเป็นนักลงทุนแบบลูกผสม ทั้งลงทุนในหุ้น และเล่นหุ้นไปในเวลาเดียวกัน ตามลิงค์นี้ครับ
http://topicstock.pantip.com/sinthorn/t ... 71246.html
คิดว่านักลงทุนทุกคน คงจะมีแนวทางการลงทุนที่แตกต่างกันไป บางคนอาจจะค้นพบแล้วว่า ตัวเองเหมาะสม หรือถนัดทางด้านใด บางคนก็ยังไม่ทราบ
แต่น่าเสียดาย...ที่นักเล่นหุ้นหน้าใหม่ ส่วนใหญ่เมื่อก้าวเข้าสู่ตลาดหุ้น หรือ ยุทธภพ แล้ว จะพากันเล่นแบบเก็งกำไรระยะสั้น (Speculating) กันทันที การเข้าตลาดหุ้นแบบนี้นับว่าเสี่ยงมาก
Speculating กับ Value Speculating ในความคิดของผมนั้นแตกต่างกัน โดยผมเปรียบเทียบว่า Speculating ก็คือการเล่นไพ่ป๊อกเด้ง ไฮโล คืออาศัยดวงอย่างเดียว ต่างจาก Value Speculating ถ้าเปรียบเทียบคือการเล่นไพ่โป๊กเกอร์ ดัมมี่ เก้าเก ที่นอกจากอาศัยดวงแล้ว ยังอาศัยชั้นเชิง ฝีมือ ประสบการณ์ และการวิเคราะห์คู่แข่ง (นั่นคือจิตวิทยามวลชนนั่นเอง)
เฮียคลาย เครียด เคยเปิดประเด็นเกี่ยวกับการพนันกับการเล่นหุ้นไว้ น่าสนใจทีเดียว ผู้ที่ยังไม่เคยอ่าน ลองอ่านดูครับ ตามลิงค์นี้
http://topicstock.pantip.com/sinthorn/t ... 78974.html
http://www.pantip.com/cafe/sinthorn/top ... 89236.html
ผมลืมไปว่า ก่อนจะขึ้นกระบวนท่าที่ 1 ผู้ลงทุนควรจะต้องสำรวจตัวเองก่อนว่า มีองค์ประกอบสำหรับนักลงทุน หรือ จอมยุทธ์ ที่จะเข้ามาในตลาดหุ้น หรือ ยุทธภพ ครบองค์ประกอบทั้ง 5 แล้วหรือยัง ท่านที่ลืม หรือยังไม่ทราบ ดูองค์ประกอบทั้ง 5 ได้ ที่ วางหมาก...กระดานหุ้น ตอน ปฐมบทแห่งการลงทุน 2 ตามลิงค์นี้ครับ
http://topicstock.pantip.com/sinthorn/t ... 56937.html
ก่อนจะขึ้นกระบวนท่าที่ 2 ผมขอเพิ่มเติม เนื้อหาในส่วน คัมภีร์ยุทธ์ ซึ่งเป็นองค์ประกอบข้อที่หนึ่ง องค์ความรู้ที่นักลงทุนควรมีที่ผมมองว่ามีประโยชน์มาก นั่นคือ การวิเคราะห์จิตวิทยามวลชน
จากประสบการณ์ที่ผมได้พบ นักลงทุนที่เก่งๆ อาจจะเรียกว่าถึงขั้น เซียน ที่มักจะแฝงตัวอยู่ตามห้องค้า นั่งเงียบๆ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร (เซียนตัวจริง รวยจริง มักจะเก็บตัว ไม่ค่อยเปิดเผยตัวตนให้ใครรับรู้ เหมือนกับปรมาจารย์ที่มีวิทยายุทธ์สูงส่ง มักจะพักอาศัยอยู่ตามป่าเขา ให้ผู้มีบุญได้ฝากฝังตัวเป็นลูกศิษย์) นักลงทุนพวกนี้ นอกจากจะวิเคราะห์ทางด้านพื้นฐาน และวิเคราะห์ทางเทคนิค ได้แล้ว ยังสามารถวิเคราะห์จิตวิทยามวลชน เพื่อให้รับรู้ และทันกับอารมณ์ของตลาดได้อีกด้วย
ผมไม่ได้จบทางด้านจิตวิทยามา จึงไม่ทราบว่า มีตำราให้ได้เรียนหลักการวิเคราะห์จิตวิทยามวลชนหรือไม่ แต่คิดว่าน่าจะมีนะ หากผมเจอ จะลองซื้อมาอ่านดู ก็ดีเหมือนกัน ส่วนมากนักลงทุนที่ผมเจอ จะอาศัยการเรียนรู้จากประสบการณ์ และการลองผิดลองถูกมากกว่า
นักลงทุนผู้นี้ เมื่อผมพบทีไร จะเข้าไปเสวนาด้วยทุกครั้ง เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน ใจจริง ผมหวังเอาไว้ลึกๆ ว่า นักลงทุนผู้นี้อาจจะหลุดปาก บอกเทคนิคดีๆ อะไรให้กับผมบ้าง เพราะเขามองตลาดได้เนี๊ยบเลยทีเดียว แต่ความหวัง ก็คงเป็นแค่ความหวัง เซียน มักจะค่อนข้างหวงวิชา เหมือนกับปรมาจารย์ที่มักจะคัดกรองลูกศิษย์ ก่อนจะถ่ายทอดวิชายุทธ์ให้
จริงๆ ในโต๊ะสินธรนี้ ผมพบ นักลงทุนผู้หนึ่งที่อาศัยเครื่องมือทางเทคนิค มาช่วยดูทางด้านจิตวิทยามวลชน นักลงทุนผู้นี้ ผมเคารพเสมือนเป็นอาจารย์ของผมคนหนึ่ง เพราะผมเข้าไปอ่านเวปของเขาแทบจะทุกวัน และได้เรียนรู้อะไรๆ อีกมากมาย จากสิ่งที่เขาพยายามถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือ
คนที่เป็นขาประจำในสินธร คงจะรู้แล้วว่าผมหมายถึงใคร..
เฮียร็อค นั่นเอง เครื่องมือทางเทคนิค ที่ผมกล่าวว่า สามารถช่วยดู จิตวิทยามวลชนได้ระดับหนึ่ง ก็คือ OBV เป็นเครื่องมือที่ใช้พิจารณาการสะสมปริมาณหุ้น ซึ่งสามารถสื่อถึงจิตวิทยามวลชน หรืออารมณ์ของตลาด ณ เวลา นั้นๆ ได้ดีทีเดียว
ผู้ที่ร่วมงาน มีตติ้ง เฮฮา แบบมีสาระหุ้น เมื่อต้นปีที่ผ่านมา และได้รับหนังสือรวมบทความไป ลองกลับไปอ่านบทความของ เฮียร๊อค ชื่อบทความว่า สุขภาพหุ้น สุขภาพพอร์ตและสุขภาพใจ อธิบายและยกตัวอย่างการใช้ OBV ได้ดีทีเดียว ท่านที่ยังไม่มีหนังสือ ดาวน์โหลดมาอ่านได้ที่ลิงค์นี้ครับ
http://topicstock.pantip.com/sinthorn/t ... 71266.html
และอ่านเพิ่มเติมได้ที่เวปของเขาได้ทุกวัน ซึ่งผมเห็นว่า มีประโยชน์มากตามลิงค์นี้ครับ
http://www.setontherock.com
มาเข้าเรื่องกระบวนท่าที่ 2 กันต่อ ตอนนี้เหมาะสำหรับมือใหม่ที่เข้ามาในตลาดหุ้น หรือ ยุทธภพ ลองอ่านกันดูครับ
วางหมาก...กระดานหุ้น ตอน กระบวนท่าที่ 2
ตลาดหุ้นนั้นเป็นตลาดที่ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกัน (แต่พวก ตลก มักจะจำกัดสิทธิบางประเภทแก่พวกเรา) ตราบใดที่คุณมีเงินในกระเป๋า ก็สามารถเข้าสู่ตลาด หรือ ยุทธภพ นี้ได้
แต่ถึงกระนั้น ก็ใช่ว่าทุกคนเหมาะที่จะเข้าไปเล่นหุ้น หรือ ลงทุนในหุ้น แล้วแต่ใครจะเรียก (ผมมักจะพูดติดตลก ในกระทู้อยู่หลายครั้งว่า ถ้าเล่นหุ้น ระวังจะโดนหุ้นเล่น แต่ถ้าลงทุนในหุ้น ก็จะได้หุ้นมาลงทุน)
นอกจากนั้น วิธีการเล่นว่าควรจะเล่นแบบไหน ก็มักจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างที่เป็นเรื่องเฉพาะเกี่ยวกับตัวผู้เล่นเอง ทั้งในด้านกำลังเงิน สภาพแวดล้อมของการดำเนินชีวิต และการทำงาน รวมไปถึงอุปนิสัยใจคอที่เป็นเรื่องส่วนตัวมากๆ ด้วย ผู้ที่มีความแตกต่างกันในปัจจัยเหล่านี้เวลาเล่นหุ้นก็ควรเล่นกันคนละแบบ ไม่ควรเอาอย่างกัน
โดยส่วนตัวของผม หากใครเคยอ่าน วางหมาก...กระดานหุ้น ตอน ปฐมบทแห่งการลงทุน 3 คงจะยังคงจำได้ว่า พอร์ทการลงทุนของผมเป็นแบบ 5-4-1 คือ 50% เป็น Value Investing (VI) 40% เป็นแบบลูกผสม โดยผมให้ชื่อว่า FTA (Fundamentally Technical Analysis) เฮียคลาย เคลียด บรรญัติศัพท์ของผู้ที่ลงทุนแบบลูกผสมว่า VSOP (Value Surfing by Openminded Pragmatic) และอีก 10% เป็นแบบ Value Speculating (VS) คำนี้ ถ้าจำไม่ผิด คุณอยากเชือก เป็นผู้บรรญัติไว้ อาจจะต่างความหมายจากผมนิดหน่อย
จากการลงทุนแบบ 5-4-1 สื่อให้เห็นว่า ผมเป็นนักลงทุนแบบลูกผสม ทั้งลงทุนในหุ้น และเล่นหุ้นไปในเวลาเดียวกัน ตามลิงค์นี้ครับ
http://topicstock.pantip.com/sinthorn/t ... 71246.html
คิดว่านักลงทุนทุกคน คงจะมีแนวทางการลงทุนที่แตกต่างกันไป บางคนอาจจะค้นพบแล้วว่า ตัวเองเหมาะสม หรือถนัดทางด้านใด บางคนก็ยังไม่ทราบ
แต่น่าเสียดาย...ที่นักเล่นหุ้นหน้าใหม่ ส่วนใหญ่เมื่อก้าวเข้าสู่ตลาดหุ้น หรือ ยุทธภพ แล้ว จะพากันเล่นแบบเก็งกำไรระยะสั้น (Speculating) กันทันที การเข้าตลาดหุ้นแบบนี้นับว่าเสี่ยงมาก
Speculating กับ Value Speculating ในความคิดของผมนั้นแตกต่างกัน โดยผมเปรียบเทียบว่า Speculating ก็คือการเล่นไพ่ป๊อกเด้ง ไฮโล คืออาศัยดวงอย่างเดียว ต่างจาก Value Speculating ถ้าเปรียบเทียบคือการเล่นไพ่โป๊กเกอร์ ดัมมี่ เก้าเก ที่นอกจากอาศัยดวงแล้ว ยังอาศัยชั้นเชิง ฝีมือ ประสบการณ์ และการวิเคราะห์คู่แข่ง (นั่นคือจิตวิทยามวลชนนั่นเอง)
เฮียคลาย เครียด เคยเปิดประเด็นเกี่ยวกับการพนันกับการเล่นหุ้นไว้ น่าสนใจทีเดียว ผู้ที่ยังไม่เคยอ่าน ลองอ่านดูครับ ตามลิงค์นี้
http://topicstock.pantip.com/sinthorn/t ... 78974.html