หน้า 1 จากทั้งหมด 1

แกะงบ PICNI หลังหักกำไรส่วนที่ กลต บอกว่ามั่วออกไป

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ค. 01, 2005 12:09 am
โดย freemind
ทราบว่าที่นี่ชำนาญการแกะงบและหา "มูลค่า" ของกิจการกัน
แม้ PICNI จะเป็นหุ้นเกร็งกำไรและกำลังไม่ปกติ
แต่ลองมาแกะงบกันดูไหมคับ

แกะงบ PICNI หลังหักกำไรส่วนที่ กลต บอกว่ามั่วออกไป

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ค. 01, 2005 12:46 am
โดย freemind
ผมลองบัญญัติไตรยางค์ง่ายๆดู

เดิมกำไร 735 ล้าน กำไรต่อหุ้น 1.14
ราคาก่อนถูก SP ก็ 11 บาท

ตอนนี้กำไร 235 ล้าน
เพราะเอา 5 ร้อยล้านที่ กลต ว่าหลอกออกไป
กำไรต่อหุ้นจะเหลือ 235/(735/1.14)
= 0.364 บาทต่อหุ้น

เดิมกำไร 1.14 ราคา 11
ตอนนี้กำไร 0.364 ราคาก็น่าจะ (11/1.14)/0.364
เป็น 3.51 หรือ ที่ราคาหุ้น 3.52 บาทนั่นเองครับ

เอากันง่ายๆงี้เลย ใครเก่งก็ช่วยคิดด้วยครับ ผมมั่วเอา

แกะงบ PICNI หลังหักกำไรส่วนที่ กลต บอกว่ามั่วออกไป

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ค. 01, 2005 1:00 am
โดย pawiga
ต้อง ลบ ค่าเผื่อความเสี่ยงของสันดานผู้บริหารในราคาหุ้นด้วย ออกไปอีกสัก 1 บาท อ่ะ

แกะงบ PICNI หลังหักกำไรส่วนที่ กลต บอกว่ามั่วออกไป

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ค. 01, 2005 1:05 am
โดย Jeng
ผมรู้แต่เพียงว่า การคำนวณเรื่องพื้นฐาน จะมีผลในระยะยาว

ลองดูวันพรุ่งนี้

พรุ่งนี้ อารมณ์ครับ ที่กำหนดราคา ไม่ใช่พื้นฐาน

แกะงบ PICNI หลังหักกำไรส่วนที่ กลต บอกว่ามั่วออกไป

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ค. 01, 2005 3:28 am
โดย ปุย
พรุ่งนี้ ราคาหุ้นคงเท่าเดิม
เพราะเป็นวันหยุดครึ่งปี :roll:

ผมว่า มีหุ้นอื่นให้เล่น อีกตั้ง 3-400 ตัว นี่ครับ

แกะงบ PICNI หลังหักกำไรส่วนที่ กลต บอกว่ามั่วออกไป

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ค. 01, 2005 9:01 am
โดย สุมาอี้
เล่ากันว่าต่อให้ใช้นักบัญชีที่เก่งขนาดไหน อ่านงบของ ENRON ก็จะไม่มีทางจับพิรุธได้

ไว้จะลองแกะงบ PINIC 2547 ดูครับว่ามีพิรุธอะไรบ้าง ไม่เคยคิดจะอ่านเลยจริงๆ

แกะงบ PICNI หลังหักกำไรส่วนที่ กลต บอกว่ามั่วออกไป

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ค. 01, 2005 9:20 am
โดย CK
การสร้างตึกบนพื้นที่ไม่แข็งแรง เป็นเรื่องอันตรายอย่างยิ่ง ยิ่งตึกสูง ยิ่งอันตราย

การสร้างทฤษฎีบทบนสมมุติฐานที่ไม่เป็นความจริง ไม่มีประโยชน์อะไร

การประเมินมูลค่าพื้นฐานบนตัวเลขการเงินที่เชื่อถือไม่ได้ เป็นความเสี่ยง


รู้ได้อย่างไรครับว่า "ตอนนี้กำไร 235 ล้าน เพราะเอา 5 ร้อยล้านที่
กลต ว่าหลอกออกไป" 235 ล้านนี่ เชื่อถือได้

แกะงบ PICNI หลังหักกำไรส่วนที่ กลต บอกว่ามั่วออกไป

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ ก.ค. 03, 2005 6:07 pm
โดย สุมาอี้
ปี 47 ปิคนิคซื้อถังแก็สมา 1900 ล้านบาท ตัดค่าเสื่อม 30 ปี (ปีละ 63 ล้านบาท) แล้วนำมาให้เช่าปีละ 180 ล้านบาท บันทึกเป็นรายได้ โชว์กำไรได้ปีละ 120 ล้านบาทเลยทีเดียว

ตรงนี้ กลต. บอกว่าไม่ได้ ให้บันทึกเป็นค่ามัดจำแทนซึ่งต้องอยู่ในงบดุลเท่านั้น

อีกประเด็นคือ กลต.สงสัยว่าโรงแก็สหลายแห่งที่กรรมการบริษัทเป็นเจ้าของยอมทำธุรกิจขาดทุนเพื่อให้ปิคนิคโชว์กำไร

อันนี้ไม่มีทางเห็นในงบเลย เพราะธุรกรรมโรงที่กรรมการบริษัทถือหุ้นเข้าใจว่ายังไม่ถือว่าเป็นรายการที่เกี่ยวข้อง แบบนี้นักลงทุนไม่มีทางเกะได้ จะสังเกตจาก GM ที่เพิ่มขึ้นก็ไม่ได้ เพราะดูแล้วก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว

อีกประเด็นคือเรื่องโอนเงินเข้าบัญชีตัวเอง และเอาที่ดินกรรมการซึ่งไม่อยู่ในงบมาค้ำแทนบริษัท ตรงนี้ผมว่าต้องโทษ E&Y เพราะผู้สอบบัญชีที่ดีไม่น่าพลาดรายการนี้ได้เลย สงสัยจังว่าทำไมกลต. ไม่กล่าวโทษ E&Y ด้วย

ไปล่ะ

แกะงบ PICNI หลังหักกำไรส่วนที่ กลต บอกว่ามั่วออกไป

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ ก.ค. 03, 2005 10:11 pm
โดย Mon money
ไม่ต้องไปนั่งเดาให้เสียเวลาครับ รายงานผู้สอบบัญชีปี47รอบแรก บอกชัดๆว่าผู้สอบบัญชีทราบว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล ในย่อหน้าสุดท้ายของรายงานเขียนว่า

"โดยมิได้เป็นการแสดงความเห็นอย่างมีเงื่อนไขต่องบการเงินข้างต้น ข้าพเจ้าให้สังเกตเกี่ยวกับเหตุการณ์ตามที่กล่าวไว้ในหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 18 ในปี 2547 บริษัทฯมีรายการขายก๊าซและให้เช่าถังบรรจุก๊าซกับกลุ่มลูกค้าโรงบรรจุก๊าซกลุ่มหนึ่ง ซึ่งกำไรจากธุรกิจค้าก๊าซของบริษัทฯสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2547 ส่วนใหญ่มาจากรายได้จากการขายก๊าซและรายได้ค่าเช่าถังบรรจุก๊าซกับลูกค้าโรงบรรจุก๊าซกลุ่มดังกล่าว"

"หมายเหตุข้อ 18. รายได้ค่าเช่าถังบรรจุก๊าซ
ในระหว่างปี 2547 บริษัทฯได้เข้าทำสัญญาให้เช่าถังบรรจุก๊าซของบริษัทฯกับกลุ่มลูกค้าโรงบรรจุก๊าซกลุ่มหนึ่ง โดยมีมูลค่าค่าเช่าตามสัญญารวมประมาณ 900 ล้านบาท สัญญาเช่ามีอายุ 3 ปี บริษัทฯบันทึก ค่าเช่ารับจากลูกค้ากลุ่มนี้ในปี 2547 เป็นจำนวนเงินประมาณ 180 ล้านบาท บริษัทฯบันทึกถังบรรจุก๊าซเป็นสินทรัพย์และตัดค่าเสื่อมราคาในระยะเวลา 20 ปี สัญญาเช่าดังกล่าวระบุเงื่อนไขให้ลูกค้ากลุ่มนี้ต้องซื้อก๊าซจากบริษัทฯเท่านั้น ซึ่งในระหว่างปี 2547 บริษัทฯมีรายได้จากการขายก๊าซให้แก่ลูกค้ากลุ่มนี้เป็นจำนวนมาก"

ผู้สอบแค่ต้องข้อสังเกตุ อย่างว่าผู้บริหารไม่ชอบให้ผู้สอบเปิด Noteในทางที่บอกว่าบริษัทมีอะไรซ่อนอยู่ บริษัทสอบบัญชีก็กลัวเสียลูกค้ารายหญ่าย....ย

แต่งานนี้ กลต. ฟิตจัดเลยสงสัยข้องสังเกตุของผู้สอบ สั่งสอบใหม่ปรากฎว่าผู้สอบบัญชีได้ทีเลยเปิดNoteเสีย 8 หน้า แฉแหลก หาอ่านเอาเองนะครับมันยาว

ส่วนงบที่แก้ไขใหม่ปรากฎว่า EPS เหลือ 0.36 บาท ส่วนเงินค่าเช่าปรับไปอยู่ในส่วนหนี้สินเรียบร้อย และอีก 322ล้านไปอยู่ที่ ส่วนเกินทุนจากราคาขายก๊าซปิโตรเลียมเหลว ในส่วนทุนของผู้ถือหุ้น

เรื่องยังไม่จบหรอกครับ เงินที่ว่าทั้งหมดเกือบ500ล้านนั้น รับมาจริงหรือเปล่า เข้าไปที่ไหน ยังเป็นคำถาม

ผู้บริหารโดนกล่าวโทษไปแล้ว ส่วนผู้สอบบัญชี บริษัทต้นสังกัด สมาคมผู้สอบบัญชีรับอนุญาติ จะรับผิดชอบอย่างไร

แกะงบ PICNI หลังหักกำไรส่วนที่ กลต บอกว่ามั่วออกไป

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ ก.ค. 03, 2005 10:30 pm
โดย CEO
นสพ หลายๆฉบับพาดหัวว่า กลต ทุบหุ้น PICNI ครับ

ผมอัดไว้เต็มพอร์ตเลย

และจะฟ้องร้องเอาเรื่องทุกคนที่เกี่ยวข้องที่ทำให้ผมเสียหายครับ

:twisted: :twisted: :twisted: :twisted: :twisted:

แกะงบ PICNI หลังหักกำไรส่วนที่ กลต บอกว่ามั่วออกไป

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ ก.ค. 03, 2005 11:24 pm
โดย tummeng
ข่าว picni เต็มไปหมดครับ

เลยแวะมาโพสต์ไว้น่ะครับ

*****************************

ย้อนรอย ปิคนิค ก่อนถึงวันฉีก!หน้ากาก "ตีโป่งกำไร-โกง"

นับเป็นกรณีที่รวดเร็วกับการกล่าวโทษนายธีรัชชานนท์ ลาภวิสุทธิสิน อดีตกรรมการผู้จัดการ และนางสาวสุภาพร ลาภวิสุทธิสิน รองกรรมการผู้จัดการ ซึ่งรับผิดชอบการดำเนินงานของบริษัทปิคนิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือPICNI ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.)ได้หอบเอกสารประกอบคำกล่าวโทษความหนาแค่ 16 แผ่นกระดาษต่อพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ที่ผ่านมา

ในข้อหาจัดทำเอกสารและบัญชีไม่ถูกต้อง รวมทั้งการกระทำหน้าที่โดยทุจริต พร้อมกันนี้ ได้กล่าวโทษผู้ที่เกี่ยวข้องอีกจำนวน 8 ราย กรณีให้ความช่วยเหลือผู้บริหารดังกล่าว

-เปิดเอกสารกล่าวโทษ:สร้างกำไรเทียม

ก.ล.ต.ระบุในคำกล่าวโทษว่า การตรวจสอบงบการเงินของ PICNI และเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ก.ล.ต. พบว่าผู้บริหารของ PICNI ได้กระทำความผิด ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ) โดยกรณีการทำสัญญาและการรับรู้รายได้จากการให้เช่าถังแก๊ส ทำให้รายได้และกำไรสูงกว่าความเป็นจริง

ทั้งนี้นายธีรัชชานนท์ ลาภวิสุทธิสิน อดีตกรรมการผู้จัดการ และนางสาวสุภาพร ลาภวิสุทธิสิน รองกรรมการผู้จัดการ ได้ร่วมกันลงนามในสัญญาให้เช่าถังแก๊สแก่โรงบรรจุแก๊ส 10 แห่ง ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้บริหารของ PICNI และอยู่ภายใต้การควบคุมทางการเงินของนายธีรัชชานนท์ ซึ่งการทำสัญญาให้เช่าดังกล่าว ผิดไปจากการดำเนินการกับลูกค้ารายอื่นที่อยู่ในรูปเงินมัดจำค่าถังแก๊ส และเป็นเหตุอ้างให้ PICNI รับรู้รายได้และกำไรในงบการเงินประจำปี 2547 เพิ่มขึ้น 178.4 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 2.43 ของรายได้รวม และร้อยละ 24.26 ของกำไรสุทธิ ทำให้งบการเงินของ PICNI แสดงฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงานดีกว่าความเป็นจริง การกระทำของบุคคลดังกล่าว จึงเข้าข่ายเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 312 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ

นอกจากนี้การกระทำของผู้บริหาร PICNI ข้างต้นได้รับการสนับสนุนจาก นายอนุกูล ตั้งเรืองเกียรติ นายพิริยะ ถาวร นายเฉลิมชัย ชุบผา นางสาวนุชนาฎ ปริกสุวรรณ นายปรเมษ ลอองสุวรรณ นายทวีทรัพย์ เกริกเกียรติศักดิ์ และนายกฤษณ์ โปรยเจริญ ซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าของโรงบรรจุแก๊ส 10 แห่ง และ/หรือ เป็นกรรมการที่ลงนามในสัญญาเช่าถังแก๊สของโรงบรรจุแก๊สดังกล่าว บุคคลทั้ง 7 รายจึงเข้าข่ายเป็นผู้ช่วยเหลือ และ/หรือให้ความสะดวกในการกระทำข้างต้น อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 315 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ

-ยักยอกเงิน 85 ล้าน

นอกจากนี้ก.ล.ต.ระบุว่านายธีรัชชานนท์ และนางสาวสุภาพร การทำหน้าที่โดยทุจริต และจัดทำเอกสารและบัญชีไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับการทำสัญญาให้กู้ยืมเงินแก่นิติบุคคลอื่น โดยบุคคลทั้งสองได้ร่วมกันลงนามในสัญญาให้กู้ยืมเงินจำนวน 85 ล้านบาท แก่นิติบุคคลอื่น 2 ราย แต่กลับปรากฏว่า เงินที่ให้กู้ยืมนั้นถูกนำไปเข้าบัญชีส่วนตัวของนายธีรัชชานนท์ นายธีรัชชานนท์จึงเข้าข่ายกระทำผิดหน้าที่ โดยได้เบียดบังทรัพย์สินของ PICNI เพื่อแสวงหาประโยชน์ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 307 308 และ 311 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ

การกระทำของผู้บริหารทั้ง 2 ราย ที่ได้ร่วมกันลงนามในสัญญาให้กู้ยืมเงินนั้น ยังเป็นเหตุให้ PICNI มีการจัดทำเอกสารหลักฐานและบัญชีไม่ถูกต้อง ไม่ตรงต่อความเป็นจริง จึงเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 312 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ โดยการกระทำข้างต้นมี นายพินิจ พุทธศาสตร์ (กรรมการของนิติบุคคลอื่น) เป็นผู้ช่วยเหลือ และ/หรือให้ความสะดวก จึงเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 315 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ

-ย้อนรอยปิคนิค 3 เดือนก่อนถึงวันเชือด!

ก.ล.ต.ได้เริ่มเข้าไปตรวจสอบงบการเงินประจำปี 2547 ของปิคนิค หลังจากที่บริษัทดังกล่าวได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล(ไฟลิ่ง)เพื่อขออนุมัติออกใบสำคัญแสดงสิทธิหรือวอแรนต์ จำนวนหนึ่งช่วงต้นปี 2548 และเมื่อได้ตรวจสอบงบการเงินก็เริ่มพบความผิดปกติ จึงได้ตรวจสอบในเชิงลึก และนำมาซึ่งการสั่งแก้งบการเงินของ PICNI รอบแรกเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2548 ก.ล.ต. สั่งให้แก้ไขงบการเงินปี2547 ในเรื่องการจัดทำงบการเงินรวมและการบันทึกมูลค่าบริษัทย่อยที่ซื้อมาในปี 2547 และให้นำส่งงบการเงินที่แก้ไขและผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีต่อ ก.ล.ต. ภายในวันที่ 13 พฤษภาคม 2548

ส่วนสาเหตุของการสั่งการดังกล่าวเนื่องจากพบว่าPICNI มีการทำธุรกรรมกับบริษัทที่ประกอบธุรกิจโรงบรรจุแก๊ส 10 ราย ในลักษณะที่พิจารณาได้ว่า PICNI มีอำนาจควบคุมบริษัทเหล่านั้น ซึ่งเข้าข่ายจะต้องนำมาทำงบการเงินรวม แม้ว่า PICNI ไม่ได้ถือหุ้นในบริษัทดังกล่าว และในปี 2547 PICNI ได้เปลี่ยนวิธีการให้โรงบรรจุแก๊ส 10 รายดังกล่าวใช้ถังแก๊ส กล่าวคือ จากเดิมที่โรงบรรจุแก๊สเคยจ่ายเพียงค่ามัดจำถัง และสามารถใช้ประโยชน์จากถังแก๊สได้โดยไม่มีกำหนดเวลา รวมทั้งสามารถเรียกเงินมัดจำคืนได้เมื่อไม่ต้องการใช้ถังแก๊ส เปลี่ยนเป็นให้โรงบรรจุแก๊สดังกล่าว ทำสัญญาเช่าถัง 3 ปี โดยจ่ายค่าเช่ารายปี (เงินค่าเช่ารวมก็เป็นจำนวนที่ใกล้เคียงกับเงินค่ามัดจำเดิม) จากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว PICNI ได้บันทึกค่าเช่าถังแก๊สเป็นรายได้ 178 ล้านบาทในปี 2547

ก.ล.ต.ระบุว่าหลังจากได้พิจารณาข้อมูลเกี่ยวกับโรงบรรจุแก๊สดังกล่าว เช่น ประวัติการจัดตั้ง ฐานะการเงิน ผลการดำเนินงาน รวมทั้ง ความเกี่ยวข้องกันเองระหว่างผู้ถือหุ้น กรรมการ หรือผู้มีอำนาจลงนามร่วมกัน โดยบางรายเป็นผู้ถือหุ้นใน PICNI หรือเกี่ยวข้องกับผู้บริหารและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ PICNI และเห็นว่าโรงบรรจุแก๊สดังกล่าวเข้าข่ายทางพฤตินัยถูกควบคุมกิจการโดย PICNI

ก.ล.ต. จึงสั่งการให้ PICNI นำงบการเงินของบริษัทที่ประกอบธุรกิจโรงบรรจุแก๊สเหล่านั้นมาจัดทำงบการเงินรวม เพื่อให้สะท้อนฐานะการเงินและผลการดำเนินที่แท้จริงของกลุ่มบริษัท PICNI ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 44 เรื่อง งบการเงินรวมและการบัญชีสำหรับเงินลงทุนในบริษัทย่อย

นอกจากนี้ PICNI ได้ซื้อบริษัทย่อย 2 แห่ง ในปี 2547 แต่เนื่องจากทรัพย์สินส่วนใหญ่ที่ซื้อนั้นเป็นค่าความนิยม(goodwill) ซึ่งสูงถึง 1,049 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 70 ของมูลค่าที่จ่ายซื้อ (1,481 ล้านบาท) และ ราคาที่ซื้อเมื่อเปรียบเทียบกับผลกำไรปีล่าสุดของบริษัทย่อยทั้งสองของปี 2547 ซึ่งรวมกันมีเพียง 8 ล้านบาท ทำให้เห็นว่าค่าความนิยมดังกล่าวอาจด้อยค่าและไม่สามารถให้ประโยชน์แก่ PICNI ได้ถึง 20 ปี ตามนโยบายบัญชีที่บันทึกอยู่

ก.ล.ต. จึงสั่งการให้PICNI ชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับผลการดำเนินงานและแผนงานอนาคตทางธุรกิจของบริษัทย่อยทั้ง 2 แห่ง เพื่อเปรียบเทียบกับค่าความนิยมที่ปรากฏอยู่ในบัญชี ทั้งนี้หากปรากฏว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทย่อยทั้ง 2 แห่งไม่คุ้มกับค่าความนิยม PICNI จะต้องตัดค่าความนิยมดังกล่าวเป็นค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกับผลการดำเนินงาน และปรับปรุงในงบการเงินปี 2547 ด้วย

-สั่งแก้งบการเงินรอบสอง

ส่วนที่มาของการสั่งแก้งบการเงินรอบสองเกิดขึ้นหลังจากนายธีรัชชานนท์ กรรมการผู้จัดการ PINIC ได้เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่าPICNIไม่ได้มีอำนาจควบคุม และกรรมการPICNIไม่ได้เป็นกรรมการในโรงบรรจุก๊าซทั้ง 10 แห่ง แต่อย่างใด ดังนั้นบริษัทจึงไม่สามารถนำงบการเงินรวมกับบริษัทได้

กระทั่งวันที่ 11 พฤษภาคม 2548 ก.ล.ต.มีคำสั่งครั้งที่สองให้PICNI แก้ไขงบการเงินหลังจากก.ล.ต. ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงต่าง ๆ เพิ่มเติมแล้วพบว่าโรงบรรจุแก๊สหลายแห่งมีความสัมพันธ์กับ PICNI ใกล้ชิดเป็นพิเศษ โดยบางแห่งผู้ที่ถือหุ้นทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมดเป็นพนักงานในบริษัท ยูเนียนแก๊ส แอนด์ เคมิคัลส์ จำกัด ซึ่งเป็นของครอบครัวผู้บริหาร PICNI และบางแห่งผู้ที่เป็นกรรมการ และผู้มีอำนาจลงนามทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมด ก็เป็นพนักงานในบริษัทดังกล่าวด้วย

พร้อมให้ตั้งผู้สอบบัญชีตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ (special audit)รายการทั้งหมดที่ PICNI ทำกับโรงบรรจุแก๊ส 10 แห่งดังกล่าวรวมทั้งแห่งอื่น ๆ ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่า การแสดงข้อมูลในงบการเงิน PICNI เป็นไปโดยถูกต้อง ไม่เกิดความคลุมเครือไม่ชัดเจนและกระทบต่อการตัดสินในการลงทุนของผู้ลงทุน

หลังคำสั่งก.ล.ต.ให้PICNIแก้ไขงบการเงินและผู้สอบบัญชีพิเศษจากบริษัท สำนักงานเอินส์ท แอนด์ ยัง จำกัด ได้เริ่มเข้าตรวจสอบงบการเงินPICNIเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2548 ไล่หลังมาไม่นานนายธีรัชชานนท์ กรรมการผู้จัดการPICNI ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.)ว่าตนได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง โดยมีผลวันที่ 16 มิถุนายน 2548 และที่ประชุมคณะกรมการบริษัทได้มติแต่งตั้งให้นายสุพจน์ พัฒนะศรี ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ กรรมการบริษัท และกรรมการบริหาร โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน 2548 เป็นต้นไป

-เปิดผนึกผู้สอบบัญชีย้ำสัมพันธ์PICNI-โรงบรรจุก๊าซ

หลังจากผู้สอบบัญชีพิเศษได้ใช้เวลา1 เดือนในการตรวจสอบงบการเงินPICNI และความสัมพันธ์กับโรงบรรจุก๊าซ 18 แห่ง (แต่สามารถตรวจสอบได้เพียง 10 แห่ง)ก็ได้ตั้งข้อสังเกตสำคัญ อาทิ เอกสารการขาย บริษัทโรงบรรจุก๊าซบางแห่งได้ขายก๊าซให้ลูกค้าบางรายและบางครั้งขายให้บริษัทโรงบรรจุก๊าซในกลุ่มบางรายในราคาต่ำกว่าทุนที่ซื้อมาจากปิคนิคอยู่เป็นจำนวน 2-3 บาทต่อกก.

โรงบรรจุก๊าซบางแห่งตัดบัญชีลูกหนี้ออกตามจำนวนเงินที่รับเข้ามาในบัญชีโดยไม่ได้มีการจัดระบบการบันทึกและจัดการเอกสารให้ถูกต้องจึงทำให้ สำนักงานฯไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นการรับชำระเงินโดยลูกหนี้รายใด

การตัดบัญชีลูกหนี้การค้าหลังจากได้รับชำระเงินแล้ว ส่วนใหญ่จะตัดบัญชีลูกหนี้เป็นช่วง ๆ เรียงตามเลขที่ใบกำกับภาษีขายทั้งที่เป็นลูกหนี้ต่างรายกันซึ่งโดยปกติธุรกิจการรับชำระเงินและตัดบัญชีลูกหนี้จะไม่เกิดเป็นช่วง ๆและไม่ชำระเงินเรียงตามเลขที่ใบกำกับภาษีขายซึ่งเป็นสิ่งที่ผิดปกติวิสัย นอกจากนี้ การตัดบัญชีลูกหนี้ดังกล่าวทำให้บางครั้งมีการตัดบัญชีลูกหนี้บางรายที่ยังไม่ได้ชำระเงินไปด้วย

ด้านรายการซื้อก๊าซจากปิคนิค พบว่าโรงบรรจุก๊าซบางแห่งซื้อก๊าซจากทั้งปิคนิคและผู้ค้าก๊าซรายใหญ่รายหนึ่ง ราคาก๊าซต่อกก.ที่ซื้อจากปิคนิคจะมีราคาสูงกว่าราคาที่ซื้อจากผู้ค้าก๊าซรายใหญ่รายหนึ่งอยู่ประมาณ 2-3 บาทต่อกก. บริษัทโรงบรรจุก๊าซทั้ง 10 แห่ง ซื้อก๊าซจากปิคนิคในปี 2547 ประมาณ 1,700 ล้านบาท หากบริษัทโรงบรรจุก๊าซเหล่านั้นก็จะซื้อก๊าซจากที่อื่นอาจซื้อได้ถูกกว่าไปเป็นจำนวนเงินร่วม 300 ล้านบาท

จากการสอบทานสัญญาเงินกู้ยืมที่บริษัทโรงบรรจุก๊าซแห่งหนึ่งทำกับธนาคาร ในประเทศแห่งหนึ่งซึ่งระบุว่ามีหลักประกันเป็นที่ดินของบริษัทโรงบรรจุก๊าซ อย่างไรก็ตาม จากการสอบทานทะเบียนทรัพย์สิน ไม่มีที่ดินดังกล่าวบันทึกอยู่ในบัญชีของบริษัทโรงบรรจุก๊าซดังกล่าว อย่างไรก็ตาม บริษัทโรงบรรจุก๊าซได้ชี้แจงว่าที่ดินดังกล่าวจดทะเบียนในนามของผู้ถือหุ้นของบริษัทโรงบรรจุก๊าซท่านหนึ่ง

นอกจากนี้ผู้ตรวจสอบบัญชีระบุว่า การซื้อขายก๊าซระหว่างPICNIกับโรงบรรจุก๊าซ 10 แห่ง ไม่มีการระบุเงื่อนไขการชำระเงินและวันครบกำหนดชำระในใบกำกับภาษีขาย อย่างไรก็ตาม แผนกบัญชีได้แจ้งว่าเงื่อนไขการชำระเงินของลูกค้าส่วนใหญ่คือ 30 - 45 วัน จากการสอบถามร้านค้าปลีกแห่งหนึ่งที่ซื้อก๊าซจากบริษัทโรงบรรจุก๊าซ พบว่าจะชำระเป็นเงินสดหรือจ่ายเช็คเงินสดลงวันที่ไม่เกิน 7 วันนับจากวันซื้อปริมาณการขาย เป็นต้น

-ดับฝันPICNI ปั้นรายได้สู่หมื่นล้าน

หากย้อนไปต้นปี 2548 จะพบว่าPICNIได้วาดแผนต่อยอดธุรกิจอีกมาก โดยช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา นายธีรัชชานนท์ ซึ่งดำรงแหน่งเอ็มดีPICNIในขณะนั้น เขาตั้งเป้าว่าปี 2548 PICNI จะมียอดขายทะลุ 10,000 ล้านบาท จากการควบรวมธุรกิจ เวิลด์แก๊ส และ เอ็มพี ปิโตรเลียม ซึ่งจะทำให้สัดส่วนรายได้ของPICNIมาจากธุรกิจก๊าซ 40% ธุรกิจน้ำมัน 40% และธุรกิจวิศวกรรม 20% พร้อมมีแผนลงทุน 1,000 ล้านบาท ในการสร้างโรงงานผลิตเอทานอล

แต่วันนี้ฝันของธีรัชชานนท์พังครืน!เมื่อเขาถูกกล่าวโทษข้อหารุนแรงว่าตกแต่งบัญชีและทุจริต

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2023 03 ก.ค. - 06 ก.ค. 2548

แกะงบ PICNI หลังหักกำไรส่วนที่ กลต บอกว่ามั่วออกไป

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ ก.ค. 03, 2005 11:25 pm
โดย tummeng
ก.ล.ต.เล็งซัด"ปิคนิค"ปั่นหุ้นต่อ

จับตา ก.ล.ต.กล่าวโทษ"ปิกนิก"ปั่นหุ้นซ้ำ หลังเช็คบิล 2 พี่น้องลาภวิสุทธิสิน ผู้ถือหุ้นใหญ่ และคณะ ข้อหาแต่งบัญชีและไซฟ่อนเงิน เผยสอบเชิงลึกพบก่อนเพิ่มทุน กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่จะดึงพรรคพวกเข้ามาซื้อหุ้นและวอร์แรนต์ เพื่อดันให้ราคาหุ้นขึ้นสูง ก่อนขายทิ้งทำกำไรเมื่อแมลงเม่าแห่ซื้อตาม และผู้หุ้นใหญ่รายหนึ่งเผยขายทิ้งหุ้นปิคนิคเกลี้ยงพอร์ต

กรณีเมื่อ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.)กล่าวโทษ 2 ผู้บริหารบริษัท ปิคนิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน)หรือPICNI ซึ่งประกอบด้วยนายธีรัชชานนท์ ลาภวิสุทธิสิน อดีตกรรมการผู้จัดการ และนางสาวสุภาพร ลาภวิสุทธิสิน รองกรรมการผู้จัดการ ซึ่งรับผิดชอบการดำเนินงานของPICNI ต่อพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรณีจัดทำเอกสารและบัญชีไม่ถูกต้อง รวมทั้งการกระทำหน้าที่โดยทุจริต พร้อมกันนี้ได้กล่าวโทษผู้ที่เกี่ยวข้องอีกจำนวน 8 ราย กรณีให้ความช่วยเหลือผู้บริหารดังกล่าว เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา นั้น

แหล่งข่าวจากวงการตลาดทุนกล่าวกับ"ฐานเศรษฐกิจ" โดยยอมรับว่าการกล่าวโทษใน 2 ข้อหาดังกล่าวเป็นเพียงความผิดส่วนหนึ่งตาม พระราชบัญญัติ (พรบ.) หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (พ.ศ.2535 )เท่านั้น และถือเป็นการกล่าวโทษที่ค่อนข้างรวดเร็ว เนื่องจากก.ล.ต.ได้ติดตามความเคลื่อนไหวการทำธุรกิจของPICNI ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2546 ที่มีการธุรกิจขยายตัวอย่างรวดเร็วพร้อมกับราคาหุ้นที่เคลื่อนไหวอย่างคึกคัก

เนื่องจากก.ล.ต.เข้าไปตรวจสอบเชิงลึกงบการเงินงวดปี 2547 และงวดไตรมาส 1/48 ตลอดจนการทำธุรกรรมของ PICNI ซึ่งได้พบความไม่ชอบมาพากลกับคู่ค้า 18 โรงบรรจุแก๊สนั้น และเพื่อความหนักแน่นของเอกสารหลักฐาน ก.ล.ต.จึงต้องการรอผลการตรวจสอบบัญชีเป็นกรณีพิเศษ (Special Audit)ของบริษัท สำนักงาน เอินส์ท แอนด์ ยัง จำกัด ที่ก.ล.ต.สั่งให้จัดตั้งขึ้นมา ซึ่งจะเห็นว่าการตรวจสอบบัญชีของผู้สอบบัญชีกรณีพิเศษนั้น ผลจะออกมาคล้ายกับการตรวจสอบของก.ล.ต.มาก ดังนั้นเมื่อPICNIได้มีการรายงานผลการตรวจสอบของผู้สอบบัญชีช่วงดึกของวันที่ 27 มิถุนายน ที่ผ่านมา ก.ล.ต.จึงได้ใช้เวลาในการรวบรวมเอกสารหลักฐานและทำสำนวนฟ้องกล่าวโทษตามประเด็นที่ตั้งข้อสงสัย โดยเมื่อเห็นว่าอะไรเสร็จก่อนก็กล่าวโทษไปก่อน

นอกจากนี้การที่ก.ล.ต.เข้าไปตรวจสอบการทำธุรกรรมต่าง ๆของPICNI ก.ล.ต.พบว่าทั้งข้อสงสัยเรื่องการตกแต่งบัญชี และการทุจริตของPICNIกรณีให้กู้ยืมเงินจำนวน 85 ล้านบาท แก่นิติบุคคลอื่น 2 ราย แต่เงินกลับไปเข้าบัญชีของนายธีรัชชานนท์ นั้น เมื่อเข้าไปตรวจในเชิงลึกแล้วก็พบว่ามีการกระทำความผิดประเด็นอื่นที่เกี่ยวข้องอีก ซึ่งก็ต้องขยายผลในการตรวจสอบอีก ดังนั้นในชั้นนี้เมื่อประเด็นไหนที่ก.ล.ต.พบชัดว่ามีความผิดตามพ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฯในมาตราไหนก็กล่าวโทษไปก่อน

แหล่งข่าวกล่าวว่า สำหรับประเด็นที่ก.ล.ต.อยู่ระหว่างการตรวจสอบเพิ่ม คือ พฤติกรรมการสร้างราคาหุ้น หรือปั่นหุ้นหลังจากที่ก.ล.ต.ได้ขอให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ป.ป.ง.)ถึงเส้นทางการเดินเงินของนิติบุคคลและบุคคลที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับPICNI

-คนวงในคุ้ย "ปิคนิค"โยงคดีปั่นหุ้น

แหล่งข่าวรายหนึ่งซึ่งมีส่วนร่วมในการกล่าวโทษPICNI ให้ข้อมูลว่า ตนมีส่วนร่วมในการวางแผนการดำเนินคดีPICNIโดยได้มีการเข้าไปตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับการตกแต่งบัญชีของบริษัทที่ทำให้ดูเหมือนว่ามีคำสั่งซื้อสินค้า เข้ามามากทำให้บริษัทมีผลประกอบการที่ดี ทั้งนี้เพื่อที่จะทำให้นักลงทุนรายย่อยหรือแมลงเม่าเข้ามาซื้อหุ้นPICNI ขณะเดียวกันจะพบว่าก่อนบริษัทแห่งนี้จะประกาศเพิ่มทุนจดทะเบียนก็ได้มีการบอกข่าวพรรคพวกให้จองใบสำคัญแสดงสิทธิ(วอแรนต์)ก่อนที่จะเทขายและทำกำไรกันถ้วนหน้า

ต่อข้อถามว่าพฤติกรรมของPICNI เข้าข่ายปั่นหุ้นหรือไม่ แหล่งข่าวรายเดิมกล่าวว่า ชัดเจนอยู่แล้วแต่งบัญชีเพื่อที่จะล่อแมลงเม่าให้เข้าไปเทรดหุ้นแถมออกหุ้นเพิ่มทุนใหม่ให้พรรคพวกทำกำไรกันถ้วนหน้า

-ผู้ถือหุ้นบางกลุ่มทิ้งหุ้นหลังเปิดเทรดวันแรก

ทั้งนี้หลังจากตลาดหลักทรัพย์ฯเปิดซื้อขายหุ้นPICNI ช่วงบ่ายของวันที่ 30 มิถุนายน ที่ผ่านมา หลังก.ล.ต.กล่าวโทษผู้บริหารและอดีตผู้บริหารบริษัทดังกล่าว เมื่อเปิดตลาดราคาหุ้นก็ปรับตัวลงทันทีกว่า 30%และราคาร่วงแตะต่ำสุดที่ 6.80 บาท ก่อนฟื้นตัวขึ้นแต่ยังรูดลง 33.6% มาที่ 7.30 บาทเมื่อ 14.36 น.ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์ฯอนุญาตให้ราคาซื้อขายสูงสุดและต่ำสุดไม่เกิน 100%จนมาทำระดับต่ำสุดในรอบ19 เดือนที่ 4.40 บาท และปิดทำการที่ 4.90 บาท ลดลง 6.10 บาท และมีมูลค่าการซื้อขายสูงสุดของวันที่ 2,492.96 ล้านบาท นอกจากนี้มีรายการซื้อขายของนักลงทุนรายใหญ่ประมาณ 40 กว่าล้านหุ้น

วันเดียวกันนั้น ก.ล.ต.ยังเตือนให้ระวังการใช้ข้อมูลในงบการเงินของ PICNI เพราะบริษัทต้องประเมินมูลค่ากู้ดวิล หรือค่าความนิยม ของบริษัทย่อยใหม่

ด้านแหล่งข่าวจากผู้ถือหุ้นใหญ่ รายหนึ่งของPICNIกล่าวกับ"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า หลังหุ้นPICNI ซื้อขายวันแรก ตนและพรรคพวกบางกลุ่มที่ถูกชักชวนให้เข้ามาซื้อหุ้นเพิ่มทุนของบริษัทดังกล่าวทุกครั้งที่มีการเพิ่มทุน ได้มีการขายหุ้นออกมาบางส่วน ขณะที่บางรายได้ขายเกลี้ยงพอร์ต(บัญชีลงทุน) เนื่องจากมองว่างบการเงินปี 2547 ฉบับที่ถูกต้องมีกำไรลดลงถึง 500 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการประเมินมูลค่าเหมาะสมของหุ้นของนักวิเคราะห์ใหม่ และคาดว่าจะต้องปรับลดลงอย่างมาก

พันตำรวจเอก โภคพิบูลย์ โปตระนันทน์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ฝ่ายคดีการเงินการธนาคารเปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ"ว่า ตนก็ทราบจากข่าวว่าก.ล.ต.กล่าวโทษ 2ผู้บริหารPICNI ต่อพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ โดยมีพล.ต.อ สมบัติ อมรวิวัฒน์ อธิบดีรับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว แต่ในขั้นตอนการดำเนินงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษนั้น คดีการเงินการธนาคารที่เข้าสู่กระบวนการนั้นจะต้องนำเข้าคณะกรรมการคดีพิเศษโดยมี พ.ต.ท ดร.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการพิจารณาเพื่อมอบหมายอีกครั้ง

ขณะนี้จึงยังไม่สามารถให้รายละเอียดอะไรเกี่ยวกับPICNI โดยต้องรอจนกว่าตนจะได้รับมอบหมายเป็นทางการแล้ว สำหรับการเตรียมความพร้อมนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมตั้งรับ เพราะเป็นหน้าที่ปกติที่หน่วยงานจะต้องรับมาดำเนินการต่อ ในหลักการของกรมสอบสวนคดีพิเศษนั้น เมื่อได้รับมอบหมายจากท่านอธิบดีก็จะต้องตั้งทีมงานขึ้นมาทำหน้าที่ในการสอบปากคำใหม่ทั้งหมดและยืนยันเอกสารทุกฉบับ เพราะเอกสารหรือข้อมูลที่ทางก.ล.ต.ส่งมาร้องทุกข์กล่าวโทษนั้นเป็นการให้ถ้อยคำเบื้องต้น ในทางปฎิบัติเชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหา เพราะคดีนี้ดูเหมือนจะเป็นคดีเร่งด่วนที่ก.ล.ต.ร้องทุกข์ ฉะนั้นหากทางกรมสอบสวนคดีพิเศษต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเชื่อว่าทางก.ล.ต.พร้อมจะส่งมอบอยู่แล้ว

" การตั้งทีมงานสอบสวนนั้น นอกจากเจ้าหน้าที่ของดีเอสไอแล้วยังต้องขอก.ล.ต.และอัยการมาร่วมสอบสวนด้วย อีกทั้งต้องดูข้อมูลจากก.ล.ต.ก่อนว่าเขากล่าวโทษในกฎหมายฉบับใดบ้าง เพราะคดีการเงินฯมีรายละเอียดเยอะต้องใช้เวลาและทีมงาน อีกทั้งยังไม่รู้ว่าคดีนี้มีบุคคลเกี่ยวข้องกี่คน ส่วนจะมีการสอบปั่นหรือไม่นั้น เรื่องเหล่านี้ ยังไม่สามารถให้คำตอบได้จนกว่าทีมงานจะได้รับมอบหมายและเริ่มสอบสวนกันใหม่ทั้งหมด ส่วนคดีจะเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับความเสียหายที่เกิดขึ้นและบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยในการทำคดีเราก็จะนับวันเวลาที่เกิดเหตุ " รองอธิบดีกล่าว

สำหรับคดีการเงินการธนาคารที่อยู่ในความดูแลปัจจุบันมีประมาณ 4-5คดีส่วนใหญ่เป็นคดีค้างเก่าที่ส่งเข้ามา ล่าสุดทราบว่าจะมีคดีเข้ามาอีก 3คดีแต่ไม่ทราบว่าเป็นคดีที่ค้างเก่าหรือเป็นคดีที่เกิดขึ้นใหม่

-ปิคนิคให้กำไรคนจอง 163 %

"ฐานเศรษฐกิจ"สำรวจความเคลื่อนไหวราคาหุ้นPICNI ย้อนหลังพบว่าก่อนประกาศเพิ่มทุน ราคาหุ้นจะวิ่งหวือหวาทุกครั้ง ยกตัวอย่างการประกาศขายหุ้นแก่นักลงทุนทั่วไป( PO )ของบริษัทดังกล่าว(21 ตุลาคม 2546)จำนวน 30 ล้านหุ้น และกำหนดราคาเสนอขาย 30 บาท/หุ้น ขณะที่ก่อนประกาศเพิ่มทุนราคาหุ้นได้วิ่งขึ้นต่อเนื่องจากที่ปิด 15.8 บาท ณ วันที่ 4 กุมภาพันธ์ปีเดียวกัน ก็ปรับขึ้นปิดสูงสุดถึง 68 บาท ณ วันที่ 11 พฤศจิกายนปีเดียวกัน และทะยานขึ้นสูงสุดทิ้งทวนปี 2546 ด้วยราคาปิดสูงสุดของปีที่ 79 บาท (ณ 26ธันวาคม 2546)และปีดังกล่าวหุ้นPICNIกลายเป็นหุ้นในหมวดรีแฮปโก้ที่สร้างความฮือฮาในหมู่นักลงทุนที่จองซื้อหุ้นเพราะสร้างกำไรให้ถึง 163 % ซึ่งไม่นับรวมนักลงทุนที่เข้ามาเก็งกำไรช่วงที่มีการเล่นข่าวเพิ่มทุน

แกะงบ PICNI หลังหักกำไรส่วนที่ กลต บอกว่ามั่วออกไป

โพสต์แล้ว: จันทร์ ก.ค. 04, 2005 12:10 am
โดย Kao
สุมาอี้ เขียน:สงสัยจังว่าทำไมกลต. ไม่กล่าวโทษ E&Y ด้วย
ได้ข่าวมาว่า ไม่มีผู้สอบบัญชีรายใดกล้ารับเซ็นงบPICNI กลต.จึงขอร้องให้E&Yช่วยรับ(กรรม)ไว้ :roll:

แกะงบ PICNI หลังหักกำไรส่วนที่ กลต บอกว่ามั่วออกไป

โพสต์แล้ว: จันทร์ ก.ค. 04, 2005 2:12 pm
โดย Mon money
CEO เขียน:นสพ หลายๆฉบับพาดหัวว่า กลต ทุบหุ้น PICNI ครับ

ผมอัดไว้เต็มพอร์ตเลย

และจะฟ้องร้องเอาเรื่องทุกคนที่เกี่ยวข้องที่ทำให้ผมเสียหายครับ

:twisted: :twisted: :twisted: :twisted: :twisted:
ไม่ต้องลงเองหรอกครับ ทราบมาว่าทางPICNIฟ้องกรุงเทพธุรกิจแล้ว รอดูกันไปว่าจะเป็นอย่างไงต่อ