หน้า 1 จากทั้งหมด 1
ผมนึกว่า...
โพสต์แล้ว: อังคาร พ.ค. 31, 2005 9:48 pm
โดย ปรัชญา
ผมเคยนึกว่า การเล่นหุ้นได้ เป็นวาสนามีคนให้ฉายาว่าแมงเม่า
แต่กำลังจะถูกเอาฉายานี้ไปแจกให้คนไม่เล่นหุ้นได้ไง อ่ะ
http://www.dailynews.co.th/col/col.asp?columnid=10418
ผมนึกว่า...
โพสต์แล้ว: อังคาร พ.ค. 31, 2005 11:03 pm
โดย mey
**ดีค่ะ จะได้มีพวกเยอะๆไงคะ อิอิ แมงเม่าเหม๊อนกัลล์ **
ผมนึกว่า...
โพสต์แล้ว: พุธ มิ.ย. 01, 2005 9:45 am
โดย คลายเครียด
คุณปรัชญา
ผมมาช่วยยืนยันว่า
เศรษฐกิจกำลังเป็นขาลงอย่างแน่นอน
ไม่ต้องไปฟังพวกนักการเมืองพูดแบบสร้างภาพไปวันๆ
วันนี้ผมเดินเข้าไปทำธุระในธนาคารข้างบ้าน
ผมลองถามแนวโน้มเศรษฐกิจสไตล์เท็มเปิ้ลบ๊อกซิ่ง
กับพี่ที่คุ้นเคย
"พี่ ช่วงนี้เช็คเด้งเยอะหรือเปล่า"
"เยอะมากเลยคุณ.....น่าเป็นห่วงจริงๆ
วันนี้(เช็คสั่งจ่ายลงวันที่เมื่อวานนี้)เด้งตั้งยี่สิบใบ"
อีกตัวอย่างหนึ่งคือ
คนรับซักรีดผ้าที่บ้านผม
ไม่เคยขอเงินค่าแรงล่วงหน้ามาหลายปี
เริ่มมาออกอาการเอาปีนี้
แรกๆก็ขอเบิกก่อนครึ่งเดือน
ไปๆมาๆ จะขอเบิกก่อนหนึ่งเดือน
ซึ่งผมต้องเล่นบทโหด คือไม่ให้
จนกว่าจะถึงเวลาที่ได้ทำงานไปแล้ว
เช่น ถ้าถึงครึ่งเดือนไปแล้ว ก็ยอมให้ครึ่งเดือน
รับรองได้ว่าถ้าจ่ายให้ก่อน แล้วทำงานทีหลัง
จะต้องกลายเป็นดินพอกหางหมูแน่นอน
นี่มันสะท้อนว่า เขากู้นอกระบบไม่ได้
เพราะพวกปล่อยกู้ไม่อยากโดนข้อหามาเฟียเงินกู้
กู้ในระบบก็ไม่ได้อีก เพราะไม่มีซีแปดช่วยค้ำประกัน
รายได้เริ่มไม่พอกับค่าใช้จ่ายที่ฟุ้งเฟ้อขึ้นมา
ไอ้ตัวฟุ้งเฟ้ออันดับหนึ่งสำหรับคนจนคือ
โทรศัพท์มือถือ แล้วใครได้ประโยชน์?????
ผมนึกว่า...
โพสต์แล้ว: พุธ มิ.ย. 01, 2005 9:50 am
โดย Mon money
ผมมัธยัสเป็นประจำอยู่แล้วจึงไม่ค่อยเดือดร้อน
พวกเราเห็นสัญญาณอันตรายก็จงเบาๆมือได้แล้วนะครับ สงสัยจะแรงละทีนี้
ผมนึกว่า...
โพสต์แล้ว: พุธ มิ.ย. 01, 2005 10:39 am
โดย ปรัชญา

ต่างจังหวัดเงินฝืดมากเลย กำลังซื้อหดหาย
แม่ค้าขายข้าวแกงข้างบ้าน บอกไม่ไหวแล้ว
ไข่ดาวขายฟองละ5บาท
เจอต้นทุนไข่2.75บาท+น้ำมัน+แก๊ส+คนงานล้างจาน+ภาษีท้องถิ่น
และส่วนกลาง แล้วมันจะเหลืออะไรกัน
เขาถามผมผมเลยส่งคำถามมาให้เฮียคลายเครียดตอบให้หน่อย
ส่วนคุณมนคงไม่ต้องหนักใจอะไร
มีฝีมือหุงข้าว+ทำกับข้าว ทานเอง
คงจะ สอ-บอ-มอ-ยอ-หอ
(สบาบยหายห่วง)
ผมนึกว่า...
โพสต์แล้ว: พุธ มิ.ย. 01, 2005 11:05 am
โดย buglife
การกระจายรายได้ห่วยมากเลยครับ ขอบอก
บริษัทสินค้าอุปโภคบริโภค จากเมืองนอกแห่งหนึ่ง
ยอดขาย 5 เดือน ทำ new high แล้วอย่างแน่นอน
แต่ชาวบ้านจนลงๆ

ผมนึกว่า...
โพสต์แล้ว: พุธ มิ.ย. 01, 2005 11:09 am
โดย คลายเครียด
ผมดูๆแล้ว ยังไม่ค่อยมีใครกล้าขึ้นราคาสินค้าเท่าไร
เพราะกำลังซื้อที่แท้จริงไม่มี
ที่เคยมี
มาจากการเอาเงินในอนาคตมาใช้เกือบทั้งสิ้น
เอ็มเค เมื่อก่อนกินสุกี้ชุดสุขภาพ แค่ชุดเดียวอิ่ม
เดี๋ยวนี้ ทำไมกินไม่ค่อยอิ่ม
ร้านยำแซ่บ เมื่อก่อนกิน มาม่าผัดผักรวมมิตร
แค่จานเดียวก็จุก วันก่อนไปนั่งกินที่โลตัส บางพลัด
เอ๊ะ เราตาฝาดหรือเปล่าวะ
ทำไมดูแล้วจานมันเล็กลง ของน้อยลง
ผมคิดว่า ช่วงนี้พ่อค้าแม่ขาย
ยังเลือกวิธีลดต้นทุน มากกว่าการขึ้นราคาขาย
เพราะคนไทยระดับรากหญ้า รากถั่ว
ไม่มีกำลังซื้อที่แท้จริงครับ
อดข้าวไม่ว่า ขอแค่ได้โทรมือถือ
ภรรยาผมเคยมาเล่าให้ฟัง
ผมนึกสรรเสริญอยู่ในใจ
เขาว่า น้องๆที่แผนก
ขอยืมเงิน จะไปเติมค่าโทรฯมือถือ
ผมนึกว่า...
โพสต์แล้ว: พุธ มิ.ย. 01, 2005 11:16 am
โดย ต.หยวนเปียว
รากหญ้า รากถั่ว แถวบ้านผมยังดื่มโออิชิ
ขวดละเกือบ20บาท ทำงานวันละ200บาท
หวังโชคเงินล้าน ดีกว่าแทงหวย ไม่ถูกยังได้ดื่ม
พนักงานรายวัน(บ.ที่ผมเคยทำงานอยู่) ค่าแรงวันละร้อยกว่าบาท
มีมือถือใช่กันทุกคน
ผมนึกว่า...
โพสต์แล้ว: พุธ มิ.ย. 01, 2005 11:32 am
โดย CK
มาหนับหนุนอีกหนึ่งเสียงครับ
มีบ้านหลังนึง เจ้านายรายได้เดือนนึงเป็นล้าน มีโทรศัพท์มือถือเครื่องเดียว
ลูกสี่คน ไม่มีโทรศัพท์มือถือเลย (ปล. ไม่ใช่บ้านผมแน่นอน)
แม่ครัวเงินเดือน 6 พัน กินอยู่ที่บ้านอยู่แล้ว มีโทรศัพท์มือถือสองเครื่อง
เครื่องนึงเอาไว้รับโทรศัพท์เวลาหลานโทรมา
ค่าโทรศัพท์ตกเดือนนึงเป็นพัน
มีหนี้ (ที่กู้มาซื้อโทรศัพท์ให้ญาติกับหลานๆ) ต้องผ่อนเดือนละ 4-5 พัน

ผมนึกว่า...
โพสต์แล้ว: พุธ มิ.ย. 01, 2005 11:49 am
โดย Eak71
มาดูของผมบ้าง พนักงานรายวัน บ.ที่ผมทำงานอยู่ มีค่าแรงวันละร้อยกว่าบาท
มีมือถือใช่กันทุกคนเหมือนกัน แต่บางคนใช้มือถือราคาไม่ตํ่ากว่า 15000-20000 บาท แบบที่มีกล้องและ MP3 อย่างนี้มันจะเหลืออะไร

ผมนึกว่า...
โพสต์แล้ว: พุธ มิ.ย. 01, 2005 11:58 am
โดย Dr.T
เห็นหายนะอยู่รำไรเลยครับ ประเทศนี้ ใช้เงินกันแบบนี้
ไอ้ตัวฟุ้งเฟ้ออันดับหนึ่งสำหรับคนจนคือ
โทรศัพท์มือถือ แล้วใครได้ประโยชน์
อดข้าวไม่ว่า ขอแค่ได้โทรมือถือ
ภรรยาผมเคยมาเล่าให้ฟัง
ผมนึกสรรเสริญอยู่ในใจ
เขาว่า น้องๆที่แผนก
ขอยืมเงิน จะไปเติมค่าโทรฯมือถือ
ผมเห็นเด็ก ๆ มัธยมต้น มีโทรศัพท์มือถือแบบที่มีกล้องและ MP3
ผมไม่รู้ว่ามันจะมีไว้ทำซากอะไรแพงขนาดนั้น อายุแค่นั้น
เห็นญาติคนไข้สามสิบบาท บอกเงินไม่มีจะจ่าย แต่มีมือถือ
ในห้างบิ๊กซี ห้างแฟรี่ ที่ขอนแก่น มีคนขายมือถือเป็นร้อยเจ้า ก็ยังอยู่กันได้ แสดงว่ายอดขายมันต้องเยอะจริง แต่เงินที่เอามาซื้อเนี่ยมาจากไหน

ผมนึกว่า...
โพสต์แล้ว: พุธ มิ.ย. 01, 2005 1:15 pm
โดย mey
คิดว่าอาการจมไม่ลงคงระบาดไปทุกหย่อมหญ้า
จำได้ไหมว่าก่อนหน้าฟองสบู่แตก ชนชั้นกลางต้องขยับไปใช้รถเบนซ์
เมื่อแตกแล้วเริ่มกลับมาพิจารณาตัวเองกันใหม่
ตอนนี้มันคงลงลึกไปถึงรากหญ้าแบบหญ้าแพรกลงไปหญ้าแห้วหมู
ทีนี้แก้ลำบากแล้ว นอกจากขุดรากถอนโคนยังแก้ไม่ได้เลย...
น่ากลัวจัง...

ผมนึกว่า...
โพสต์แล้ว: พุธ มิ.ย. 01, 2005 1:54 pm
โดย moo
เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ
ทุกวันนี้ดูเหมือนว่าสื่อโฆษณาแทบจะเป็นตัวกำหนดวิถีชีวิต(รากหญ้า)ไปเลย
อิทธิพลอันนี้น่าเป็นห่วงครับ
ปล่อยโฆษณากันถี่ยิบ..ไปซื้อ..ไปซื้อ..ไปกู้..ไปกู้...
ราวกับ สะกดจิต โอม..จงไปซื้อเดี๋ยวนี้ซะ..ไป..ไป
ราวกับ จิกหัว ให้ไปซื้อ
แน่นอน แบบไม่ใตร่ตรองรอบคอบ
ใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่ควรใช้ ฟุ่มเฟือย
ที่สุดเงินก็ขาดมือ
จมไม่ลง
ต้องไปกู้มาเพื่อกู้หน้า
อยากตอบคำถามเฮียปรัชญาครับ
แต่ม่ายรู้จริงๆ

ผมนึกว่า...
โพสต์แล้ว: พุธ มิ.ย. 01, 2005 2:38 pm
โดย M149
คนไทย"จมไม่ลง"หนี้ครัวเรือนแตะ2.4ล้านล้าน
Source - เว็บไซต์ข่าวสด (Th)
Friday, May 27, 2005 09:51
29705 XTHAI XECON ECO V%NETNEWS P%WKS
ธปท.ไม่กำหนดเงินชำระขั้นต่ำสินเชื่อบุคคล-เตรียมคุมเข้มอี-มันนี่
เมื่อวันที่ 26 พ.ค. นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลงานวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมการบริโภคของคนไทยในปี 2547 ในการสัมมนาวิชาการประจำปีของคณะเศรษฐศาสตร์ว่า ปัจจุบันครัวเรือนไทยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5.4% ต่อปี โดยค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับยานพาหนะและค่าบริการสื่อสารขยับขึ้นเป็นอันดับสองแทนที่ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยและเครื่องใช้ในบ้าน นอกจากนี้ ยังพบว่าค่าใช้จ่ายในการบริโภคแอลกอฮอล์ยังมีสัดส่วนเพิ่มสูงขึ้น
สำหรับพฤติกรรมการบริโภคนั้น พบว่าคนไทยมีพฤติกรรมเลียนแบบการบริโภค แม้รายได้คนแต่ละกลุ่มจะไม่เท่ากัน และแม้ว่ารายได้จะลดลงแต่ยังไม่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภค เป็นเพราะความเคยชิน จนบางทีต้องนำเงินออมออกมาใช้ ถือเป็นพฤติกรรม"จมไม่ลง" ทั้งนี้ จากการสำรวจพบว่า ครัวเรือนไทยปี 2547 มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 12,115 บาทครัวเรือนเดือน คิดเป็น 82.9% ของรายได้ แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายการบริโภคอุปโภค 88.7% ไม่เกี่ยวกับการอุปโภคบริโภค 11.3% ค่าใช้จ่ายด้านยานพาหนะและการสื่อสาร 21.1% เพิ่มขึ้นจากปี 2543 อยู่ที่ 14.9% ทั้งนี้ อาจเนื่องมาจากภาวะราคาน้ำมันแพง และความต้องการใช้โทรศัพท์มือถือที่เพิ่มสูงขึ้น
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า หนี้ครัวเรือนของไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยในปี 2547 คิดเป็น 7.1 เท่าของรายได้เฉลี่ยครัวเรือนต่อเดือน หรือมียอดรวมทั้งหมด 1.9-2.4 ล้านล้านบาท หรือ 37.8% ของจีดีพี โดยพบว่ามีครัวเรือนประมาณ 62.6% มีหนี้สิน ดังนั้น ถือว่าน่าเป็นห่วงและส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจได้ถ้าไม่มีการบริหารจัดการที่ดี
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า สำหรับหนี้บัตรเครดิต แม้ว่าที่ผ่านมาจะเพิ่มขึ้นมากแต่ยังไม่น่าเป็นห่วงเพราะเอ็นพีแอลบัตรเครดิตลดลงต่อเนื่อง โดยปี 2547 ลดลงเหลือ 2.9% ขณะที่พฤติกรรมการใช้บัตรเครดิตเบิกเงินสดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยปี 2547 อยู่ในระดับ 18.9% ขณะที่ปี 2548 คาดว่าจะสูงขึ้นอยู่ในระดับ 32.4% ของยอดการใช้บัตรเครดิต
นายสามารถ บูรณวัฒนาโชค ผู้อำนวยการอาวุโส สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยถึงเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อบุคคลของผู้ประกอบการว่า ขณะนี้ธปท.ได้เสนอให้กระทรวงการคลังแล้ว เกณฑ์ที่เสนอไปนั้น ไม่ได้กำหนดวงเงินขั้นต่ำการผ่อนชำระหนี้ว่าจะต้องเป็นเท่าไหร่ เหมือนกับสินเชื่อบัตรเครดิตที่กำหนดชำระหนี้ขั้นต่ำอยู่ที่ไม่น้อยกว่า 10% แต่กำหนดวงเงินอนุมัติไม่เกิน 5 เท่าของเงินเดือนของผู้กู้ เนื่องจากหากธปท.กำหนดวงเงินชำระขั้นต่ำเหมือนเช่นสินเชื่อบัตรเครดิตจะทำให้ผู้ที่ขอสินเชื่อจะต้องนำเงินเดือนทั้งเดือนชำระเงินกู้ทั้งบัตรเครดิต และสินเชื่อบุคคล หากบุคคลนั้นใช้สินเชื่อทั้ง 2 ประเภท
เหตุผลที่ธปท.ต้องออกเกณฑ์เข้ามาควบคุมสินเชื่อบุคคลนั้น เนื่องจากที่ผ่านมามีประชาชนที่ใช้สินเชื่อบุคคลดังกล่าวมาร้องเรียนจำนวนมากถึงการถูกขูดรีดจากผู้ประกอบการทั้งจากการคิดอัตราดอกเบี้ยที่แพง หรือการคิดค่าใช้จ่ายในการขอสินเชื่อจำนวนมากในรูปแบบของค่าธรรมเนียม หากเกณฑ์ดังกล่าวไม่ออกมาจะทำให้ธปท.ไม่สามารถดูแลประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน หรือคนจนที่ขอสินเชื่อได้เลย
นายชาญชัย บุญฤทธิ์ไชยศรี ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมาย ธปท. กล่าวว่า ขณะนี้ธปท.มีความเป็นห่วงการให้บริการอี-มันนี่ ที่เป็นลักษณะการใชบัตรแทนเงินสดคล้ายๆ บัตรรถไฟฟ้า บัตรเติมเงิน เวลาเงินหมดไปเติมเงินเพื่อให้บัตรใช้จ่ายได้ บริการนี้เป็นที่นิยมในฮ่องกงอย่างมาก ปัจจุบันในไทยมีผู้ให้บริการ 2 ราย ที่น่าเป็นห่วงเพราะหากบริการนี้ได้รับความนิยมในไทยจะส่งผลให้เม็ดเงินไปอยู่กับบริษัทเอกชนที่ให้บริการจำนวนมาก และเงินออมจะหายไปจากระบบ ที่สำคัญถ้าบริษัทดังกล่าวล้มขึ้นมา ประชาชนก็จะได้รับความเสียหาย เพราะในส่วนนี้ธปท.ไม่มีการประกันความเสี่ยงให้ ดังนั้น จึงต้องติดตามบริการอย่างใกล้ชิดนอกเหนือจากสินเชื่อบุคคล- ข่าวสด หน้า 8--จบ--
ที่มา:
http://www.matichon.co.th/khaosod