หน้า 1 จากทั้งหมด 1

ขอคำปรึกษาเรื่องซื้ออาคารสำนักงาน

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. พ.ค. 19, 2005 10:21 pm
โดย vararid
:) สวัสดีครับ
ผมขอปรึกษาเรื่องของการซื้ออาคารสำนักงานเพื่อขยายกิจการครับ คือปัจจุบันผมทำธุรกิจทางด้าน IT จดทะเบียนเป็น หจก. มีทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ซึ่งพอดีกับผมกำลังมองหาสถานที่ในการขยายกิจการ โดยกำลังจะเสนอซื้อตึกซึ่งมีมูลค่า 17 ล้านบาทซึ่งในเบื้องต้นผมได้นำเสนอโครงการกับทางธนาคาร ซึ่งคงจะผ่าน ทีนี้ปัญหาที่ผมต้องการคำปรึกษาจากผู้รู้ทุกท่านคือว่า ผมควรซื้อนามของใครดีครับ และข้อดีข้อเสียแตกต่างกันอย่างไร
ทั้งในแง่ของภาษีและความเสี่ยง

1. ซื้อในนามส่วนบุคคล แล้วให้ หจก.เดิมเช่า
2. ซื้อในนาม หจก. ในกรณีนี้ผมคิดว่าจะต้องเพิ่มเงินลงทุนเข้าไปในทุนจดทะเบียน อีก 5 ล้านบาท หมายความว่าผมจะต้องเสียภาษีในอัตรา 30 %
3. จดทะเบียน บริษัทใหม่
4. จดทะเบียนบริษัทใหม่ โดยให้ หจก. ถือหุ้นด้วย

ขอขอบพระคุณครับ

Vararid Attasiri

ขอคำปรึกษาเรื่องซื้ออาคารสำนักงาน

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. พ.ค. 19, 2005 10:53 pm
โดย Jeng
1. ตึก 17 ล้าน อืม ไม่ทราบว่ายอดขายกิจการเท่าไรครับ กำไรเท่าไรครับ ทำไมต้องไปซื้อตึก 17 ล้าน
2. กิจการที่ทำเกี่ยวข้องกับ VAT หรือไม่
3. ถ้ามีวิธีซื้อที่ได้ตึก 17 ล้านในมูลค่า ต่ำกว่า 17 ล้านมาก จะสนใจหรือไม่ เช่นไปประมูลปรส. ( สมัยก่อน ) หรือการไปซื้อกับธนาคารที่ NPL หรือ การไปซื้อที่จากคนที่รับขายฝาก แล้วต้องการขายที่ราคาถูก เพราะมันหลุด เขาได้มาถูกมาก( แล้วสร้างตึกเอง )
4. การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ 17 ล้านบาท คุณต้องคิดว่าซื้อมาได้ถูกแน่นอน ปัญหา คือคุณยังต้องกู้แบงค์ ถ้าดอกเบี้ยขึ้นไปมากๆ เป็นร้อยละ 15 % ต่อปี กิจการจะแบกรับไหวหรือไม่
5. เรื่องหจก.ไม่ถนัด อยากรู้เหมือนกันว่าทำไมไปจดหจก.เพราะเท่าที่ทราบ หจก.รับผิดไม่จำกัด ส่วนบริษัทรับผิดจำกัด
6. ถ้าบริษัทเป็นเจ้าของตึก เราสามารถตัดค่าเสื่อมเป็นค่าใช้จ่าย เอาไว้ประหยัดภาษีได้

โดยส่วนตัวผมเดาว่า เป็นบริษัทดีกว่าหจก. บริษัทในตลาดส่วนใหญ่ก็มีบริษัทลูก ผมก็ยังไม่เห็นว่ามีบริษัทลูกเป็นหจก.เลย

ขอคำปรึกษาเรื่องซื้ออาคารสำนักงาน

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. พ.ค. 19, 2005 11:40 pm
โดย i_nam
ถ้าซื้อตึกเรียบร้อยแล้ว

และไม่อยากปวดหัวเรื่องทำความสะอาด

ลองติดต่อที่นีเลย ครับ http://www.maebanthai.com/


ได้ข่าวมาว่าบริการดี..

:B :B :B

ขอคำปรึกษาเรื่องซื้ออาคารสำนักงาน

โพสต์แล้ว: ศุกร์ พ.ค. 20, 2005 7:06 am
โดย TOMOKI
ผมตอบคร่าวๆ ก็แล้วกันครับ

เพราะรายละเอียดที่ให้ผมมานั้นมันน้อยเกินไป

ที่จะนำมาคิดเป็นตัวเลข

ว่าอย่างไหนคุ้นหรือไม่คุ้มกว่ากัน



1. ซื้อในนามส่วนบุคคล แล้วให้ หจก.เดิมเช่า



ในกรณีนี้จะดีอย่างคืออาคารจะเป็นของคุณโดยถาวร

ถ้าบริษัทเกิดเลิกกิจการในอนาคต (ไม่ได้แช่งครับ อย่าเข้าใจผิดนะครับ)

ก็ไม่ต้องมาเสียค่าโอนตึกมาเป็นของคุณอีก

ซึ่งค่าโอนค่อนข้างแพงเลยทีเดียวครับ




แต่ต้องดูค่าเช่าด้วยว่ามันเท่าไหร

เพราะถ้าค่าเช่าเกินสักเดือนละแสนขึ้นไป

อาจจะไม่ค่อยคุ้มก็ได้

เพราะบุคคลธรรมดาเงินได้จากค่าเช่า

ให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้แค่ร้อยละ 30

จากนั้นเอาไปรวมกับรายได้อื่นที่คุณมี

มาหักค่าลดหย่อน และนำมาคำนวณภาษี



ซึ่งผมว่ามันน่าจะเกินอัตราที่ 20%ขึ้นไป

เผลอๆอาจจะ 30% ด้วยซ้ำ

ถ้ารายได้สุทธิ(หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว)

ของคุณเกิน 1 ล้านบาทครับ



และอีกอย่างที่ต้องระวังครับ ค่าเช่าตึกนี้

คุณจะได้รับในระยะยาวๆ ดังนั้นแม้ในปีนี้คุณอาจจะไม่มี

รายได้อย่างอื่นก็ตาม แต่คุณต้องมองไกลออกไป

ในอีกสิบๆปีข้างหน้าว่า คุณจะมีรายได้อย่างอื่น

ที่เป็นชื่อของคุณเข้ามาเพิ่มเติมบ้างไหม

เพราะถ้ามีรายได้เพิ่มเติมเข้ามา

ฐานภาษีจากเงินได้สุทธิของคุณก็จะเพิ่มขึ้น

อัตราภาษีก้าวหน้าของคุณก็จะสูงขึ้นตามครับ



กองทุน RMF และ LTF รู้สึกว่าจะเอามาหักค่าเช่าไม่ได้นะครับ

(ลองเช็คดูอีกทีครับ)




.

ขอคำปรึกษาเรื่องซื้ออาคารสำนักงาน

โพสต์แล้ว: ศุกร์ พ.ค. 20, 2005 7:17 am
โดย TOMOKI


2. ซื้อในนาม หจก. ในกรณีนี้ผมคิดว่าจะต้องเพิ่มเงินลงทุนเข้าไปในทุนจดทะเบียน อีก 5 ล้านบาท หมายความว่าผมจะต้องเสียภาษีในอัตรา 30 %




ใช่ครับตอนนี้ทุนจดทะเบียนของคุณแค่ 1 ล้านบาท

ถ้ากำไรสุทธิทั้งปีของบริษัทคุณไม่ถึง 1 ล้านบาท เสียภาษีแค่ 15%

1ล้านบาท ถึง 3ล้านบาท เสียภาษี 25%

กำไรเกิน 3 ล้านบาทถึงเสีย 30%ครับ



ดังนั้นถ้าทุนจดทะเบียนของคุณเกิน 5 ล้านบาท

เสียภาษี 30% ครับ ไม่ว่ากำไรสุทธิของคุณจะเท่าไหรก็ตาม


ในแง่ความรับผิดชอบของคุณที่ต่อหจก.บ้าง

ถ้าทุนจดทะเบียนคุณสูง ความรับผิดชอบของคุณต่อ

หจก.ของคุณก็จะสูงตามทุนจดทะเบียนนะครับ





ข้อดีบ้างคือ เอาอาคารมาหักค่าเสื่อมราคาได้ปีละ 5% เป็นเวลา 20ปี

และยังสามารถนำดอกเบี้ยจ่ายมาหักเพิ่มเติมได้อีกครับ

แต่ถ้าเช่าอาคารจากชื่อคุณ ก็หักค่าเช่าได้เช่นกัน ตามค่าเช่าที่คุณเรียกเก็บ



ถ้ากรณีนี้ลองเพิ่มทุนไปเป็นแค่ 4 ล้านบาทจะดีไหม

แล้วถ้าขาดเหลือไม่มากให้ลงเป็นเงินกู้ยืมผู้เป็นหุ้นส่วนเติมเข้าไปครับ



แต่ถ้าคุณเกิดเลิกกิจการ ทรัพย์สินทุกอย่างต้องตีขายหมดนะครับ

ทางภาษีจะถือว่าเป็นรายได้ แล้วเอาราคาขายหรือราคาตลาดมาหักกับทรัพย์สินสุทธิ

(ราคาทรัพย์สินที่ซื้อมา หักด้วยค่าเสื่อมราคาสะสม)

ที่เหลือถือเป็นกำไรที่ต้องเสียภาษีเพิ่มเติมอีกนะครับ






.

ขอคำปรึกษาเรื่องซื้ออาคารสำนักงาน

โพสต์แล้ว: ศุกร์ พ.ค. 20, 2005 7:32 am
โดย TOMOKI
ผมมองแค่คร่าวๆนะครับ อาจจะผิดพลาดได้

เพราะเวลาช่วงเช้านี้ของผมมีจำกัด

อาจจะตกหล่นบางประเด็นได้

ไว้ว่างๆจะมาเพิ่มเติมให้ครับหรือ

รอท่านอื่นๆมาตอบเพิ่มเติมครับ


แต่ที่สำคัญที่สุดเลยคือตัวเลขที่แน่นอน

และเหตุการณ์ที่เป็นจริงๆต่าง

(เช่นรายได้ของคุณ และรายละเอียดของ หจก.และอื่นๆ

ถึงจะพอตอบได้ชัดครับ)




.

ขอคำปรึกษาเรื่องซื้ออาคารสำนักงาน

โพสต์แล้ว: ศุกร์ พ.ค. 20, 2005 9:28 am
โดย vararid
ข้อมูลเพิ่มเติมนะครับ
ผมดำเนินธุรกิจโดยจดทะเบียนเป็น หจก.ฯ ปีนี้เป็นปีที่ 8 มีกำไรติดต่อมาเป็นระยะเวลา 6 ปี อยู่ในระหว่าง 1 ล้าน - 3 ล้านบาท โดยปี
2548 คาดว่าจะมียอดขายที่ 50 ล้านบาท
2549 คาดว่าจะมียอดขายที่ 55 ล้านบาท
2550 คาดว่าจะมียอดขายที่ 65 ล้านบาท
โดย Netprofit อยู่ระหว่า 5 - 11 %(คิดจากยอดขาย 5 ปี ย้อนหลัง)

โดยในการซื้อจะต้องมัดจำ 30% คือ 5,100,000 บาท (เงินสด)
หลังจากนั้นภายใน 45 วัน ชำระส่วนที่เหลือ 11,900,000 บาท (สินเชื่อ)
ค่าธรรมเนียมสำหรับการโอน
1. ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3 % จากยอดซื้อ 561,000 บาท
2. ค่าธรรมเนียมการโอน 2% ของราคาประเมิน (ที่ดินประเมินที่ 11,250,000 บาท) 225,000 บาท
3. ภาษีเงินได้ 1 % 170,000 บาท

วงเงินที่ขอไว้คือ 20 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น 3 ส่วน ดังนี้
1. 12 ล้านบาท สำหรับ ชำระค่าอาคาร
2.4 ล้านบาท สำหรับ ซ่อมแซมและตกแต่งอาคาร
3. 4 ล้านบาท สำหรับ หมุนเวียนสินค้า

ธุรกิจที่ผมทำมีลูกค้าในฐานข้อมูล 3,000 คน เป็น ธุรกิจทางด้าน IT (Hardware Internet และกำลังจะขยายงานทางด้าน Software ในปี 2549)

สถานะภาพ มีครอบครัวแล้ว ภรรยาคนเดียว ลูก 2 คน

สถานะภาพทางการเงินปัจจุบัน รายได้ของครอบครัว มาจากเงินเดือน หจก. ประมาณเดือนละ 40,000 บาท / เดือน เรากำหนดเงินเดือนไว้ไม่สูงนักเนื่อง
รายได้จากค่าเช่าต่างๆ ปี ละ 300,000 บาท ส่วนค่าใช้จ่ายๆ เช่นค่าน้ำมัน อื่นๆ ก็เบิกจาก หจก. ครอบครัวผมส่วนใหญ่จะเน้นเรื่องการลงทุน ไม่เน้นเรื่องของวัตถุเท่าไร ผมเคยคุยกับภรรยาว่า เราจะทนลำบากอีกสัก 5 ปี ทั้งๆที่ตอนนี้เราจะอยู่อย่างที่คนรวยเขาอยู่กันก็ได้ แต่ผมคิดว่าปัจจุบันครอบครัวผมก็มีความสุขดีอยู่แล้ว ส่วนตัวผมใช้เงินเดือนละประมาณ 1500 -2000 บาท ที่เหลือเบิกภรรยา

ในกรณีที่ผมต้องซื้อตึกในนามส่วนตัว ผมคิดว่าจะต้องลาออกจากการเป็นพนักงานบริษัท เพื่อจะได้มีรายได้ลดลงมารับเป็นค่าเช่าแทน

ถ้าหุ้นส่วนผู้จัดการซื้อตึกขนาด 17 ล้านบาท แล้ว ให้ หจก. ที่ตัวเองถือหุ้นใหญ่อยู่ ในราคา 10,000 บาท/เดือน น่าเกลียดไหมครับ

จากยอดขายข้างต้นถ้าผมซื้อโดยใช้ หจก. ซื้อ แต่ผมไม่เพิ่มทุนได้ไหมครับ เดิม 1 ล้านบาท ถ้าไม่เพิ่มมีวิธีการอย่างไร หรือถ้าเพิ่มอย่างไรให้มีประโยชน์ในเรื่องภาษีมากที่สุด

แล้วหลังจากที่ ผมได้รับการอนุมัติสินเชื่อแล้ว ผมเปลี่ยนจาก หจก.เป็น บริษัทจำกัด โดยใช้ชื่อเดิมได้ไหมครับ

การจดทะเบียนบริษัทใหม่ ผมก็อยากทำคือเริ่มใหม่อีกแห่งเลย แต่ก็เสียดายชื่อ เดิมที่สร้างมา 8 ปี มันรู้สึกมีความผูกพัน

ขอบคุณนะครับที่กรุณาช่วยเสนอแนะ
poonpin

ขอคำปรึกษาเรื่องซื้ออาคารสำนักงาน

โพสต์แล้ว: ศุกร์ พ.ค. 20, 2005 9:41 am
โดย TOMOKI


ถ้าหุ้นส่วนผู้จัดการซื้อตึกขนาด 17 ล้านบาท แล้ว ให้ หจก. ที่ตัวเองถือหุ้นใหญ่อยู่ ในราคา 10,000 บาท/เดือน น่าเกลียดไหมครับ



ค่าเช่าคุณจะกำหนดเท่าไหรก็ได้

แต่... สรรพากรเขาจะอิงค่าเช่าตามราคาตลาดครับ

เขาจะยอมเชื่อคุณหรือครับ

แล้วจริงๆแล้ว ตึกนี้ถ้าเช่ากันจริงๆตามราคาตลาด

เดือนละเท่าไหรครับ



แล้วหลังจากที่ ผมได้รับการอนุมัติสินเชื่อแล้ว ผมเปลี่ยนจาก หจก.เป็น บริษัทจำกัด โดยใช้ชื่อเดิมได้ไหมครับ


อันนี้ผมไม่แน่ใจครับ

แต่เข้าใจว่าต้องจดใหม่เลยครับ

ส่วนที่เก่าคงต้องจดเลิก

ถ้าจะเลิกระวังสรรพากรมาตรวจนะครับ

เพราะที่จดเลิกแทบทุกราย

สรรพากรจะเข้ามาตรวจเพื่อคำนวณภาษีครับ




.

ขอคำปรึกษาเรื่องซื้ออาคารสำนักงาน

โพสต์แล้ว: ศุกร์ พ.ค. 20, 2005 9:54 am
โดย CK
เท่าที่ดู การซื้ออาคารเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้กับครอบครัวคุณและธุรกิจพอควร
เลยครับ

อยากให้กลับไปที่จุดตั้งต้นก่อน

จุดประสงค์ของการซื้ออาคารคืออะไรครับ

1. ต้องการรายได้จากค่าเช่าสำหรับครอบครัวในระยะยาว คือทั้งจากหจก.และคนอื่น ถ้ามี
2. ลงทุนในอสังหาฯ ไว้ให้ลูกตอนโต
3. ขยายผลในทางธุรกิจ คือ ลดต้นทุนหรือเพื่อเพิ่มยอดขาย

คำถามที่ควรไปคิดก่อนที่จะคิดว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อ

1. ถ้าเศรษฐกิจชะงักอย่างรุนแรง (เกิดวิกฤต) ยอดขายบริษัทลดลงครึ่งหนึ่ง
ดอกเบี้ยขึ้นไปเป็น 15% ต่อปี ราคาอาคารตกลงไปเหลือ 8 ล้านบาท คุณยัง
สามารถผ่อนแบงก์ต่อได้หรือไม่ มีโอกาสเกิดขึ้นในระยะ 5-10 ปีข้างหน้านะครับ
ดอกเบี้ย 15% ของ 20 ล้าน ก็ 3 ล้านต่อปีแล้ว

2. ถ้าไม่ซื้อ คุณสามารถขยายยอดขายขึ้นได้หรือไม่ สามารถลด cost ด้วย
วิธีอื่นหรือไม่

ขอคำปรึกษาเรื่องซื้ออาคารสำนักงาน

โพสต์แล้ว: ศุกร์ พ.ค. 20, 2005 10:03 am
โดย Jeng
หลายๆคนเมื่อตัดสินใจไปแล้ว การเตือนก็อาจจะเป็นเรื่องยากมาก ที่จะทำได้
ผมคิดว่า ถ้าอยากซื้อจริง ควรเหลือเงิน 25 ล้านบาท เป็นเงินสดจากกิจการ แล้วก็ค่อยไปหาซื้อตึก 17 ล้าน เหลือเงินสดอีก 8 ล้านไว้ดำเนินการ
บริษัทในตลาดหลักทรัพย์มากมาย ที่เอาเงินไปจมกับตึก มีให้เห็น และศึกษา
ถ้าย้อนเวลาได้ บริษัทเหล่านั้นจะทำแบบนั้นหรือไม่
ผมคิดอย่างนี้นะ ที่ผ่านทำได้ดี แต่ไม่แน่ว่าอนาคตจะทำได้ดี จากประมาณการยอดขาย 50 55 65 คุณอาจจะทำได้ดีกว่านี้อีก เป็น 50 65 85 ไปเลย
แต่ในมุมกลับ ถ้าเป็น 50 45 35 ขึ้นมา จะทำอย่างไร

ลองคิดดูนะครับ ตอนนี้คุณก็สบายอยู่แล้ว อย่าเพิ่งเอาเงินไปจมเลยจะดีกว่าหรือไม่
makro ไม่มีหนี้เลย กำไร 11-12 ปีซ้อน ตอนวิกฤตค่าเงิน ปี 40 ก็ยังกำไร มีปันผล
wg ไม่มีหนี้เลย
มีบริษัทที่ไม่มีหนี้เลย หลายๆบริษัท ที่น่าศึกษา น่าเรียนแบบ บริษัทเหล่านั้น ไม่ใช่ว่า ไม่สามารถก่อหนี้ เขาก่อหนี้ได้สบาย แต่ทำไม่เขาไม่ก่อหนี้

ขอคำปรึกษาเรื่องซื้ออาคารสำนักงาน

โพสต์แล้ว: ศุกร์ พ.ค. 20, 2005 12:18 pm
โดย vararid
ขอบคุณทุกความเห็นนะครับ ผมดีใจและรู้สึกอบอุ่นเป็นอย่างมากที่ได้รับคำแนะนำดีๆ จากทุกๆ ท่าน ผมคิดว่าครั้งนี้เป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่งในชีวิต ก่อนหน้านี้ ผมเคยซื้ออาคารพาณิชย์ 2 อาคาร มูลค่าประมาณ 4 ล้านบาท ตอนที่ผมมีพนักงาน 4 คน แต่ครั้งนั้นเป็นการตัดสินใจภายใต้ความเป็นโสด คิดไม่ถึงอาทิตย์ลุยเลย โชคดีที่ผมทำได้ แต่ครั้งนี้สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไปลูก 2 คน ภรรยา 1 ส่งน้องเรียน ABAC เพิ่งปีที่ 2

ผมได้แง่คิดในมุมมองดีๆ จากหลายท่านมาเป้นข้อมูลในการตัดสินใจเพิ่มเติม

ขอคำปรึกษาเรื่องซื้ออาคารสำนักงาน

โพสต์แล้ว: อังคาร พ.ค. 24, 2005 8:30 pm
โดย kotaro
:shock:

ที่อยู่คุณ vararid อยู่ใกล้ๆ บ้านผมเลยครับ :D
จากยอดขายข้างต้นถ้าผมซื้อโดยใช้ หจก. ซื้อ แต่ผมไม่เพิ่มทุนได้ไหมครับ เดิม 1 ล้านบาท ถ้าไม่เพิ่มมีวิธีการอย่างไร หรือถ้าเพิ่มอย่างไรให้มีประโยชน์ในเรื่องภาษีมากที่สุด
ก็ทำเรื่องกู้กรรมการหรือคนอื่นก็ได้ครับ ถ้าไม่อยากให้น่าเกลียด ก็กู้ให้ D/E ไม่เกิน 2 เท่า จดหนึ่งล้านบาท ก็กู้ได้ 2 ล้าน
แล้วหลังจากที่ ผมได้รับการอนุมัติสินเชื่อแล้ว ผมเปลี่ยนจาก หจก.เป็น บริษัทจำกัด โดยใช้ชื่อเดิมได้ไหมครับ
เอ ไม่แน่ใจครับ แต่ปกติ หจก ต้องมีผู้ถืออย่างน้อย 2 คนขึ้นไป แต่บริษัทต้องมีผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 7 คนครับ

แต่ที่ต้องระวังนะครับ ถ้าจะจดบริษัทใหม่ แล้วเลิก หจก เดิม ถ้า หจก เดิมจด vat ด้วย ต้องคำนวณสินค้าคงคลังตอนเลิก แล้วต้อง เสีย vat ด้วยนะครับ :D

ขอคำปรึกษาเรื่องซื้ออาคารสำนักงาน

โพสต์แล้ว: พุธ มิ.ย. 01, 2005 10:05 pm
โดย สุมาอี้
vararid เขียน: ส่วนตัวผมใช้เงินเดือนละประมาณ 1500 -2000 บาท ที่เหลือเบิกภรรยา
นับถือมากถึงมากที่สุด


มาเข้าเรื่อง

ค่าเช่า 10000 บาท/เดือน เท่ากับ 120000 บาท/ต่อปี คิดเป็น yield 0.7% ของมูลค่าสินทรัพย์ 17 ล้านบาทเท่านั้น นับว่าเป็นค่าเช่าที่ต่ำมากๆ


จุดประสงค์ที่แท้จริงของการซื้อตึกของคุณคืออะไร ถ้าเพื่อธุรกิจไอที ผมไม่แนะนำ แต่ถ้าคือการหันมาทำธุรกิจอสังหาแอบแฝงโดยอาศัยเงินแบงก์ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ขอคำปรึกษาเรื่องซื้ออาคารสำนักงาน

โพสต์แล้ว: พุธ ก.ค. 13, 2005 10:31 am
โดย Belffet
คุณสุมาอี้ครับ

ทำธุรกิจอสังหาแอบแฝงโดยอาศัยเงินแบงค์---

ราบละเอียดมันเป็นยังไงครับ ช่วยขยายความทีครับ สนใจๆๆๆ

ขอคำปรึกษาเรื่องซื้ออาคารสำนักงาน

โพสต์แล้ว: พุธ ก.ค. 13, 2005 4:40 pm
โดย สุมาอี้
อ๋่อไม่มีอะไรมากหรอกครับ อาคาร 17 ล้านไม่จำเป็นสำหรับธุรกิจไอทีอยู่แล้ว เช่าออฟฟิศเอาแล้วเก็บเงินไว้หมุนเวียนในกิจการดีกว่า จึงสรุปได้ว่า ต้องการซื้อไว้เพื่อเป็นสมบัติส่วนตัวหรือของครอบครัวมากกว่า

หจก.นี้มีผลประกอบการกำไรติดต่อกันหลายปี แบงก์เลยให้กู้โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ แบบนี้ก็ให้ หจก.กู้แบงก์ให้ จะได้ลงทุนแค่เงินดาวน์ ผ่อนหมดเมื่อไรก็ได้อาคารมาเป็นเจ้าของ ทำไปเรื่อยๆ กลายเป็นเสี่ยอสังหา

ขอคำปรึกษาเรื่องซื้ออาคารสำนักงาน

โพสต์แล้ว: พุธ ก.ค. 13, 2005 11:25 pm
โดย Belffet
แล้วถ้าผมมีธุรกิจส่วนตัวที่ทำกำไรธรรมดาๆไม่เติบโตมากมายอะไร
รวมถึงมีอาคารที่เป็นกิจการห้องเช่าราว 40 ห้องเปิดมาเป็น10ปีแล้ว เป็นไข่ทองคำชั้นยอดเลยครับ
คำถามคือ ถ้าผมอยากซื้อห้องเช่าที่อื่นอีกซักตึกสองตึก(ติดใจที่เก็บค่าเช่ามันส์ดีครับ)นี่ จะใช้วิธีแบบพี่สุมาอี้ว่าไว้ได้มั๊ยครับ แล้วต้องทำอย่างไรบ้างอะครับ

ขอบคุณล่วงหน้าครับ

ขอคำปรึกษาเรื่องซื้ออาคารสำนักงาน

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ก.ค. 14, 2005 8:13 am
โดย NT
[quote="Jeng"]5. เรื่องหจก.ไม่ถนัด อยากรู้เหมือนกันว่าทำไมไปจดหจก.เพราะเท่าที่ทราบ หจก.รับผิดไม่จำกัด ส่วนบริษัทรับผิดจำกัด
/quote]

ห้างหุ้นส่วนมีหลายแบบ แบบ หจก. รับผิดแบบจำกัดครับ (สังเกตุคำว่า จำกัด)

ขอคำปรึกษาเรื่องซื้ออาคารสำนักงาน

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ก.ค. 14, 2005 9:48 pm
โดย สุมาอี้
ในอเมริกามีคู่สมรสจำนวนมากที่เป็นมนุษย์เงินเดือนอายุประมาณ 30 ต้นๆ ทุกๆ ปีจะออมเงินให้ได้สัก 10000 เหรียญ แล้วนำไปดาวน์บ้าน ที่เหลือกู้แบงก์ 95% สัก 20 ปี โดยปล่อยให้เช่า นำค่าเช่าทีได้หักค่าใช้จ่ายไปผ่อนแบงก์ได้พอดีๆ ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนอายุ 60 จะกลายเป็นเจ้าของบ้าน 20 หลัง ทั้งที่ลงทุนแค่ปีละ 10000 เหรียญเท่านั้น

มุขนี้เมืองไทยทำไม่ได้เพราะคนไทยไม่นิยมเช่าบ้าน นิยมซื้อบ้านมากกว่า ทำให้บ้านมีราคาแพง และค่าเช่าไม่พอดีกับค่าผ่อนแบงก์ ก็เลยไม่เวิร์ก

ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์ในการเก็บค่าเช่ามาแล้ว และสามารถรับมือได้ ก็น่าจะลงทุนคล้ายๆ แบบนี้ ไปเรื่อยๆ เคล็ดลับก็คือ ใช้เงินตัวเองให้น้อยที่สุด กู้ให้มากที่สุด

ขอคำปรึกษาเรื่องซื้ออาคารสำนักงาน

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ค. 15, 2005 11:55 am
โดย harry
หจก. จะให้นส่วนที่จำกัด กับ ไม่จำกัด

แบบไม่จำกัดเท่านั้น ที่รับผิดชอบหนี้ไม่จำกัด แต่มีอำนาจบริหารเต็มที่

แบบจำกัด รับผิดหนี้แค่ตามทุนที่ลงไปเท่านั้น ถ้าชำระตามทุนจดทะเบียนครบ ก็ไม่ต้องกลัวโดนเรียกเพิ่มอีก แต่ไม่มีสิทธิบริหารธุรกิจ แม้ว่าทางอ้อมจะคุย แนะนำ หรือสั่งการกันได้ แต่หุ้นส่วนแบบไม่จำกัดเท่านั้น ที่มีอำนาจลงนาม

ขอคำปรึกษาเรื่องซื้ออาคารสำนักงาน

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ต.ค. 07, 2005 12:00 am
โดย trakool
ผมเองก็เพิ่งจะซื้ออาคาร สนง.มาเหมือนกัน
โดยผมตัดสินใจ ซื้อในนาม ส่วนบุคคล
  ด้วยเหตุผลดังนี้
      1 ค่าใช้จ่ายในการซื้อ ขาย จะถูกกว่า ในนามบริษัทฯ
      2 ค่าเสื่อมราคา จะคิดจากมูลค่าอาคารเท่านั้น ไม่รวมค่าที่ดิน
      3 ถ้าจะขายอาคารพร้อมที่ดินในอนาคต ในนามบริษัท จะเกิดกำไรจำนวนมาก(มันคือภาษีที่จะต้องเสีย)
      4 ในการซื้อให้ซื้อเป็น Home Office ท่านจะได้สิทธิเป็นที่พักอาศัย
      5 เนืองจากธุรกิจของผมมีการ Swing มาก บางปีมีกำไรมาก บางปีขาดทุน ดังนั้นผมสามารถปรับเฉลียรายได้ระหว่างบริษัท กับส่วนบุคคล ได้ง่ายโดยให้บริษัท เช่า
      6 อื่น ๆ

:idea: เป็นการตัดสินใจส่วนตัวนะครับ เผื่อจะมีประโยชน์บ้าง :idea: