หน้า 1 จากทั้งหมด 1
..เงินหยวนผิดที่อ่อนค่าเกินไปหรือ ?
โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. พ.ค. 19, 2005 8:25 am
โดย indexthai
กรุงเทพธุรกิจฉบับวันนี้(19 พฤษภาคม 2548)
หน้า 14
เกี่ยวข้องกับเรื่องหุ้น..
แสดงถึงความสัมพันธ์ของตลาดหุ้นและตลาดเงินตรา

..เงินหยวนผิดที่อ่อนค่าเกินไปหรือ ?
โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. พ.ค. 19, 2005 8:29 am
โดย Muffin
ตั้งแต่กลางอาทิตย์ที่แล้ว
research house ที่เมืองนอก ออกมา cover เรื่องนี้กันเต็มเลยครับ
กลายเป็น talk of the town ไปเลย
ก่อนหน้านี้สักปี ไม่ค่อยมีใครกล้าฟันธง
..เงินหยวนผิดที่อ่อนค่าเกินไปหรือ ?
โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. พ.ค. 19, 2005 10:10 am
โดย soytee

เหมือนกันครับ
..เงินหยวนผิดที่อ่อนค่าเกินไปหรือ ?
โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. พ.ค. 19, 2005 10:14 pm
โดย indexthai
..เงินหยวนผิดที่อ่อนค่าเกินไปหรือ ?
โพสต์แล้ว: ศุกร์ พ.ค. 20, 2005 6:21 pm
โดย indexthai
เรื่องทำนองเดียวกันนี้..
ทำไมเขาจึงบอกว่า เงินบาทแข็งเกินจริง.... ให้ลดหรือลอยค่าเงิน
.........แล้ว
ทำไมเขาจึงบอกว่า เงินหยวนอ่อนเกินจริง... ให้เพิ่มค่าเงิน
ท่านเข้าใจไหม ?
ต้องอ่านบทความดังกล่าวจึงจะเข้าใจ
..เงินหยวนผิดที่อ่อนค่าเกินไปหรือ ?
โพสต์แล้ว: ศุกร์ พ.ค. 20, 2005 6:39 pm
โดย indexthai
Hedge Fund เป็นผู้ที่เข้าใจเรื่องนี้ดีที่สุด
แล้วเขาก็เข้าไปเก็งกำไรกัน
ให้สังเกตถึงความแตกต่าง...
เรื่องที่ประเทศไทย.. พวกเขาหาเงินบาทมาซื้อดอลลาร์เก็บไว้
เรื่องที่ประเทศจีน ... พวกเขาเอาเงินดอลลาร์มาซื้อหยวนเก็บไว้
เรื่องของประเทศไทยมันผ่านไปแล้ว
แต่ตอนนี้.. เรื่องเงินหยวนของจีนกำลัง hot ที่สุด
พวกเขา(Hedge Fund)ช่วยกันสร้างกระแสและปล่อยข่าว.. เพื่อกดดันให้จีนเพิ่มค่าเงิน
จีนก็เฉย...
จีนก็ชอบซิครับ.. ตอนนี้จีนจึงมีทุนสำรองเป็นเงินเหรียญสหรัฐมากที่สุดในโลก(หากจำไม่ผิด)
ไม่ต้องไปดิ้นรนเหมือนประเทศไทยเลย... ทำอย่างไรจะมีเงินดอลลาร์ไหลเข้าประเทศมาก
เรือง 3 จังหวัดภาคใต้ ก็ทำให้นักท่องเที่ยวน้อยลง ดอลลาร์ก็ไม่เข้าไทย ก็เดือดร้อน
แต่... จีนไม่เดือดร้อน
พอ USD ทำท่าจะแข็งค่าขึ้นเอง..
พวก Hedge Fund ก็เดือดร้อนหนัก จะหวังให้หยวนขึ้นไปที่ 5.6 หยวนต่อดอลลาร์ ก็ผิดหวัง
(ตอนนี้หยวนอยู่ที่ 8.2 หยวนต่อดอลลาร์)
ที่หวังจะเก็งกำไรค่าเงิน.. ก็อาจจะพลาดได้
จึงออกข่าว.. สร้างกระแสหนัก.. ให้จีนเพิ่มค่าหยวน...
Hedge Fund ไม่เคยพ่ายแพ้ในการเก็งดำไรค่าเงินที่ประเทศใดๆ
อาจจะมาพ่ายแพ้ที่ประเทศจีนก็ได้
ไม่รู้จักภูมิปัญญาตะวันออกซะแล้ว...
อ่านบทความที่แนะนำ... ให้ความรู้เรื่องค่าเงินได้.....

..เงินหยวนผิดที่อ่อนค่าเกินไปหรือ ?
โพสต์แล้ว: ศุกร์ พ.ค. 20, 2005 6:44 pm
โดย indexthai
เรื่องของตลาดทุน ตลาดเงินตรา และตลาดเงิน
ถ้าเข้าใจ... มั น ส์ โ ค ต ร

..เงินหยวนผิดที่อ่อนค่าเกินไปหรือ ?
โพสต์แล้ว: ศุกร์ พ.ค. 20, 2005 6:46 pm
โดย indexthai
ตลาดหุ้นประเทศไทย 1-2 วันนี้ก็มันส์
คนรู้จัก short ก็สบายตัว.. และเบาใจ
..เงินหยวนผิดที่อ่อนค่าเกินไปหรือ ?
โพสต์แล้ว: ศุกร์ พ.ค. 20, 2005 6:54 pm
โดย indexthai
การเก็งกำไร... ถ้าทำได้.. กำไรมโหฬาร
ที่ประเทศไทยรอบปี 2540 - 2541
การเก็งกำไรค่าเงินบาท... ไม่กำไรรวมกันประมาณ 5 แสนล้านบาท

..เงินหยวนผิดที่อ่อนค่าเกินไปหรือ ?
โพสต์แล้ว: เสาร์ พ.ค. 21, 2005 5:51 am
โดย indexthai
indexthai เขียน:
การเก็งกำไร... ถ้าทำได้.. กำไรมโหฬาร
ที่ประเทศไทยรอบปี 2540 - 2541
การเก็งกำไรค่าเงินบาท... มีกำไรรวมกันประมาณ 5 แสนล้านบาท

..เงินหยวนผิดที่อ่อนค่าเกินไปหรือ ?
โพสต์แล้ว: เสาร์ พ.ค. 21, 2005 7:44 am
โดย M149
เรื่องที่ค่าเงินหยวนอ่อนเกินไปหรือไม่คงต้องแบ่งออกเป็น 2 ประเด็น ประเด็นแรกในส่วนของการเก็งกำไรของเฮจฟันด์คงไม่ต้องพูดถึงแล้ว สำหรับอีกประเด็นคือในเชิงปัจจัยพื้นฐาน จากการที่ประเทศจีนมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดดและต่อเนื่องหลายปี นั่นย่อมส่งผลให้มีการเกินดุลทางการค้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเมื่อมีการเกินดุลต่อเนื่องค่าเงินก็ควรที่จะแข็งค่าขึ้นตามความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ก็เหมือนกับหุ้น ถ้าบริษัทมีกำไรมากราคาก็ควรจะวิ่ง แต่นี่ที่มันไม่แข็งค่าขึ้นเพราะรัฐบาลจีนทำตัวเป็นเจ้ามือกดราคาหุ้นเอ้ยกดค่าเงิน ซึ่งเป็นการบิดเบือนตลาดอีกทั้งการแทรกแซงค่าเงินเป็นการใช้งบประมาณที่ไม่ก่อให้เกิดผลผลิตทางเศรษฐกิจโดยตัวของมันเอง แต่อย่างไรก็ดีผมไม่มีตัวเลขในมือจึงไม่ขอยืนยันว่าค่าเงินหยวนอ่อนค่าเกินความจริงหรือไม่
..เงินหยวนผิดที่อ่อนค่าเกินไปหรือ ?
โพสต์แล้ว: เสาร์ พ.ค. 21, 2005 11:53 am
โดย indexthai
เราต้องลำดับเหตุการณ์ก่อนว่า..
อะไรเกิดก่อน.. อะไรเกิดหลัง
ดังนี้...........
ค่าเงินหยวน Fixed ไว้ที่ 8.20 หยวน/USD
แต่ค่าเงินUSDอ่อนลง 39% เมื่อเทียบกับ EUR และ AUD
ดังนั้นเมื่อ USD อ่อนค่าลง หยวนจึงอ่อนค่าตาม USD
ก็ประมาณว่าหยวนอ่อนค่า(เกินจริง) 39% เช่นเดียว
เป็นผลให้จีนส่งออกได้มากขึ้น..
มีคนไปเที่ยวจีนมากขึ้น
ทำให้ได้เปรียบดุลการค้ามากขึ้น
ทำให้ได้เปรียบดุลบัญชีเดินสะพัดมากขึ้น
