ภาพสุดท้ายเป็นภาพบอกทางไหลของน้ำ จากเหนือลงสู่อ่าวไทยว่าจะไปจากไหนไปไหน ซึ่งก็คือลูกศรสีเหลือง ส่วนพื้นดินสูงหน่อยคือสีเขียว จุดที่ต่ำหน่อยก็จะเป็นสีฟ้า
source:http://www.gisthai.org/map-galery/Flood54/flood_04.jpg
resize

Market cleared, estate evacuated, trains disrupted
The Nation October 22, 2011 11:19 am
read full story
http://www.nationmultimedia.com/nationa ... 68285.html
..
Two major malls Future Park Rangsit and Major Cineplex have been closed for three days while Chulalongkorn watergate police station is also flooded.
A key junction a Phaholyothin Road section south of Rangsit canal has been blocked for small vehicles following flooding, prompting heavy congestion, while tollway entrances have been closed because many cars have been parked on the elevated road.
Rangsit-Chiang Rak trains have been suspended due to flooding and an extra shorterdistance service is available. All 18 northbound longdistance trains are suspended while all 12 northeastbound trains can travel using bypass routes to Chachoengsao, said the government Flood Relief Operations Centre citing a State Railways of Thailand statement. All commuters must board the trains at Hua Lamphong terminal in Bangkok.
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ" รัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบประชาชน " ถึงสถานการณ์น้ำท่วมในเวลานี้ ว่า ตนขอฝากประชาชนอยากให้ตรวจสอบข้อมูลข่าวสารในช่วงวันหยุด
เตรียมการย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงอย่างน้อย 1 เมตร และดูแลระบบไฟฟ้า รวมถึงรถยนต์และสิ่งของมีค่า แต่ทั้งนี้ถือเป็นการเตรียมตัวอย่างรอบคอบ โดยไม่ประมาท
..
..
" อย่างไรก็ตามสำหรับในช่วงวันที่ 28 - 30 ตุลาคมนี้จะมีน้ำทะเลสูงขึ้น ดิฉันได้สั่งการให้กรมชลประทานมีการปฎิบัติการทั้งลดระบายน้ำ ควบคุมประตูน้ำ ปิดเขื่อนทางผ่านของน้ำ ควบคุมระดับน้ำทะเลที่จะหนุนเข้ามาได้ การเตรียมตัวใดๆต้องไม่ตื่นตระหนก ไม่ประมาท และมีสติ ต้องขอความร่วมมือทุกภาคส่วนให้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่และเต็มความสามารถ หลายพื้นที่ต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน พร้อมกันนี้ยังได้ขอขอบคุณทุกฝ่ายที่รวมพลังแก้ไขปัญหา และขอให้ทุกคนอดทนร่วมกันฟันฝ่าอุปสรรคให้ได้ " นายกฯ กล่าว
ศปภ.ยันควบคุมสถานการณ์น้ำได้
by VoiceNews
22 ตุลาคม 2554 เวลา 11:15 น.
link to video:http://news.voicetv.co.th/thailand/21364.html
ใช่แล้วครับ คุณ pakhakorn ในวงกลมสีแดงที่คุณวงไว้ เป็นเพียงจุดเดียวครับ แต่เป็นจุดที่อุดยากที่สุด และใหญ่ที่สุด เพราะจุดแตกจุดนี้ไม่ได้อยู่ข้างถนน อยู่ห่างจากถนนจากการประมาณของผม ประมาณ 1-2 กิโลเมตรครับเครื่องจักรเข้าลำบาก ตอนนี้เข้าได้แล้วกำลังทำการอุดอยู่ แต่อุดยากครับpakhakorn เขียน:ที่คุณtoonth หมายถึงน่่าจะหมายบริเวณรอบวงกลมสีแดงดังในรูปใช่ไหม ครับtoonth เขียน:
น้ำที่เข้าโจมตีเมืองต่างๆ ที่มีปัญหาจริงๆ คือน้ำที่หลากทุ่งมา คือน้ำที่คุมไม่ได้ น้ำมันอยากไปทางไหนมันก็ไป คุมไม่ได้
จากรูปให้สังเกตุดูที่ น้ำที่ไหลจากคันกั้นน้ำเขากระดี่ขาด แต่แถวบ้านผมเรียกแถวนี้ว่าคันที่บ้านดักคนน บ้านท่าลาบ เป็นบริเวณติดต่อระหว่าง อำเภอเมืองชัยนาท และอำเภอมโนรมย์ จ.ชัยนาท คันนี้จะเป็นคันดินเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ยาวขึ้นไปถึงจ.นครสวรรค์ตอนล่าง ก็เปรียบเสมือนคันอ่างเก็บน้ำหน้าเขื่อนนั้นแหละครับ คันสูงประมาณ2- 3 เมตรครับ แถวนี้ความสูงของน้ำประมาณ 18 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลางครับ มันแตก กรุงเทพนี่ ความสูงไม่น่าเกิน 3 เมตร จากระดับน้ำทะเลครับ น้ำก็ต้องไหลจากระดับ 18 ไปหา 3 เมตรละครับ
ย้ำ ครับ ขาด ห้าจุด แต่ละจุด น้องๆ บางโฉมสี ที่นี่ขาดมาแล้วกว่า หนึ่งเดือน ถ้ารวมกันนี่บางโฉมสีชิดซ้ายครับ น้ำทะลักจุดนี้มากจริงๆ จากรูปก็ 700 ลบ.ต่อวินาที มากกว่า น้ำที่ประตูเปิดน้ำทั้งหมด รวมกันที่เปิดน้ำไปลง ทางฝั่งตะวันตกแม่น้ำเจ้าพระยาเสียอีก
แล้วน้ำจุดนี้ไหลไปไหน มันเข้า แถวบ้านผม ก่อนเลยครับ แต่มันก็ได้แค่เข้ามาในรั้วหลังบ้านผม แล้วมันก็หยุด เพราะน้ำมันมีที่ไปที่ดีกว่าคือไหลลงใต้ไปในที่ที่ต่ำกว่า ไหลลงไปข้ามถนนสาย ชัยนาท- สายเอเซีย ข้ามสายนี้แล้วไหลไปลอดถนนสายเอเซียที่สะพานยาว(ย้ำสะพานยาวมากกว้างพอๆกับแม่น้ำเจ้าพระยา)ไหลลอดไปฝั่งตะวันออกของถนนสายเอเซีย แล้วไหลลงไปโจมตีบางส่วนของอำเภอตาคลี สรรพยา แล้วไปลพบุรี แถวๆ ท่าวุ้ง บ้านหมี่ แล้วน้ำนี้บ่าไปรวมกับแม่น้ำ ลำคลองแถวนั้น รวมถึงแม่น้ำป่าสักด้วย แล้วเข้าโจมตี อยุธยา และ นิคมต่างๆ ตามข่าว จะสังเกตุได้ว่าน้ำที่โจมตีจะไหลข้ามหรือลอดจากถนนสายเอเซีย แล้วท้ายที่สุด น้ำก้อนนี้ก็จะบ่าไปเรื่อยๆ ไปในที่ที่ต่ำกว่า ผมจึงมีความเห็นว่าตราบใดที่ยังอุดคันกั้นน้ำที่แตกที่ชัยนาท ไม่ได้ ก็จะมีน้ำ นอกคอก น้ำบ่า ที่ควบคุมไม่ได้ ไปเติมน้ำด้านล่างเรื่อยๆ จึงคิดว่าให้ระดมกำลังมาอุดณ จุดนี้ ให้ได้ หรือไม่ก็ หาทางเอาน้ำ นอกคอกนี้ ให้ไหลลงไปอยู่ในคอก หรือแม่น้ำเจ้าพระยาให้ได้ครับ และรีบเอาน้ำออกทะเลให้ทันกับน้ำที่เติมมาด้านบน ห้ามอั้น หรือ กัก น้ำเอาไว้ เพราะ จุดที่น้ำแตก สูง 18 เมตรจากน้ำทะเลปานกลาง พื้นที่กรุงเทพ อย่างเก่ง 3 เมตร ถ้าไม่ปล่อยลงทะเล ให้ทำคันกั้นน้ำ8 เมตรก็ไม่น่าจะเอาอยู่ เพราะฉนั้นมาอุดน้ำที่คันที่ชัยนาท และรีบปล่อยน้ำลงทะเลครับ จากหนักจะเป็นเบา
http://203.150.230.27/FloodMap/index.html
สถานการณ์น้ำเจ้าพระยา : เจ้าพระยาตอนบนลดลงต่อเนื่อง/ ขอความเห็นใจร่วมกันจัดการน้ำหลาก
ข่าวสถานการณ์น้ำกรมชลประทาน
ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ รายงานสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา (21 ต.ค. 54)
ที่จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 4,308 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลดลงจากวานนี้ 72 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 46 เซนติเมตร มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท 3,554 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลดลงจากวานนี้ ระดับน้ำเหนือเขื่อน สูงกว่าระดับตลิ่ง 64 เซนติเมตร ระดับน้ำท้ายเขื่อนสูงกว่าตลิ่ง 1.14 เซนติเมตร
สำหรับจังหวัดสิงห์บุรี มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,905 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลดลงจากวานนี้เล็กน้อย ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 1.25 เมตร จังหวัดอ่างทอง มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,643 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลดลงจากวานนี้เล็กน้อย ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 9 เซนติเมตร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,465 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลดลงจากวานนี้เล็กน้อย ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 1.23 เมตร ส่วนที่อ.บางไทร มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 3,669 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลดลงจากวานนี้ 57 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 11 เซนติเมตร
แนวโน้มสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา เนื่องจากปริมาณน้ำที่จังหวัดนครสวรรค์ลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปริมาณน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างเริ่มลดลง แต่ยังคงมีน้ำที่ขังอยู่ในทุ่งจำนวนมากไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้ปริมาณน้ำในพื้นที่ตอนล่างบริเวณจังหวัดสิงห์บุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา จะยังอยู่ในระดับทรงตัวและลดลงในระยะต่อๆไป หากไม่มีฝนตกหนักลงมาเพิ่มเติมการระบายน้ำออกสู่ทะเลจะเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น
สำหรับสถานการณ์น้ำในคลองระพีพัฒน์ นั้น เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมในพื้นที่ฝั่งตะวันออกตอนล่างของแม่น้ำเจ้าพระยา กรมชลประทาน ได้ปิดการรับน้ำเข้าคลองระพีพัฒน์แล้ว พร้อมทั้ง ได้เร่งระบายน้ำตามคลองต่างๆ ให้ไหลออกสู่ทะเลอ่าวไทยให้เร็วที่สุด
อย่างไรก็ตาม การเร่งระบายน้ำออกทางทะเลอ่าวไทย ในหลายจุดยังประสบภัยปัญหาความไม่เข้าใจของประชาชนในบางพื้นที่ ทำให้การระบายน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำในพื้นที่ตอนบนของกรุงเทพฯ ลงสู่ทางตอนล่าง ก่อนที่จะเร่งสูบและระบายลงทะเลอ่าวไทยโดยลำดับ เป็นไปได้ด้วยความยากลำบาก
กรมชลประทาน จึงขอความร่วมมือจากประชาชนให้ร่วมแรงร่วมใจกัน พร้อมกับสนับสนุนให้การบริหารจัดการน้ำเหนือที่กำลังไหลหลากอยู่ในขณะนี้ เป็นไปด้วยความราบรื่น แม้ว่าอาจจะได้รับผลกระทบบ้างจากการดำเนินงานดังกล่าว แต่เพื่อไม่ให้เกิดผลเสียหายที่เกินจะคาดคิด จึงขอความเห็นใจและยินยอมให้การดำเนินการเร่งระบายน้ำในครั้งนี้เป็นไปตามแผนที่ได้วางไว้ด้วย จักขอบพระคุณยิ่ง
การพร่องน้ำทางด้านตะวันออกปรากฎว่านำน้ำออกทางคลอง พระองค์เจ้าไชยา และคลองลาดกระบังน้อยอยู่เนื่องจากเครื่องสูบน้ำจำกัด อยากฝากเอกชนที่มีเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ทางศปภ. ต้องการ 20-30 เครื่องเสริมการสูบน้ำ หากมีก็ขอให้ประสานผู้ว่าราชการจ.ปราจีนบุรีที่เบอร์ 0818436736 และทางจ.สมุทรปราการที่เบอร์ 0892030483
imerlot เขียน:http://www.matichon.co.th/news_detail.p ... catid=0000
วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2554 เวลา 11:35:37 น
ศปภ.แถลงสถานการณ์ 22 ต.ค. ยันควบคุมได้ เผยต้องการเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่
การพร่องน้ำทางด้านตะวันออกปรากฎว่านำน้ำออกทางคลอง พระองค์เจ้าไชยา และคลองลาดกระบังน้อยอยู่เนื่องจากเครื่องสูบน้ำจำกัด อยากฝากเอกชนที่มีเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ทางศปภ. ต้องการ 20-30 เครื่องเสริมการสูบน้ำ หากมีก็ขอให้ประสานผู้ว่าราชการจ.ปราจีนบุรีที่เบอร์ 0818436736 และทางจ.สมุทรปราการที่เบอร์ 0892030483
นายชัยโรจน์ มีแดง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เอาไป +100 ครับ22 ตค. 2554 14:23 น.
เมื่อเวลา 10.00 น. นายชัยโรจน์ มีแดง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ได้ระดมท่อพยานาค สำหรับสูบน้ำเข้านาข้าว จากทั่วจังหวัดนครสวรรค์ จำนวนกว่า 700 เครื่องเข้าเขตเทศบาลเมืองนครสวรรค์ เพื่อสูบน้ำทีที่ท่วมขังออก โดยผู้ว่าราชการาจังหวัดจะจ่ายค่าน้ำมันและค่าแรง ให้ชาวบ้านจำนวน 2500 บาทต่อวัน เป็นการช่วยเหลือชาวนาที่ถูกน้ำท่วมนาและยังไม่สามารถประกอบอาชีพอะไรได้ใน ช่วงนี้อีกทางหนึ่งด้วย
โดยนายชัยโรจน์ มีแดง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์เปิดเผยว่า จากการระดมเครื่องสูบน้ำทั้งหมด 700 เครื่องรวมกับเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ของชลประทาน อีก 20 เครื่อง ระดับน้ำลดลงวันละ 30 เซนติเมตร และจะเห็นผลภายใน 3 วัน และคาดว่าจะสามารถสูน้ำออกจากภายในจังหวัด ภายในสิ้นเดือนตุลาคมนี้ เร็วกว่าที่คาดการไว้ จากเดิม 3 สัปดาห์ เหลือเพียงสัปดาห์เศาเท่านั้น หลังจากนั้นทางจังหวัดจะเริ่มดำเนินการแผนฟื้นฟูต่อไป ทั้งเรื่องของระบบสาธรณูปโภค บ้านพักอาศัย อนามัย และอาชีพ
เสริมฝากให้ผู้มีความสามารถติดต่อ เสนอหรือแนะนำไป ทางศปภ. หรือผู้ว่าแต่ละจังหวัดpakhakorn เขียน:imerlot เขียน:http://www.matichon.co.th/news_detail.p ... catid=0000
วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2554 เวลา 11:35:37 น
ศปภ.แถลงสถานการณ์ 22 ต.ค. ยันควบคุมได้ เผยต้องการเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่
การพร่องน้ำทางด้านตะวันออกปรากฎว่านำน้ำออกทางคลอง พระองค์เจ้าไชยา และคลองลาดกระบังน้อยอยู่เนื่องจากเครื่องสูบน้ำจำกัด อยากฝากเอกชนที่มีเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ทางศปภ. ต้องการ 20-30 เครื่องเสริมการสูบน้ำ หากมีก็ขอให้ประสานผู้ว่าราชการจ.ปราจีนบุรีที่เบอร์ 0818436736 และทางจ.สมุทรปราการที่เบอร์ 0892030483
รูปที่เอามาให้ดูที่นครสวรรค์ ใช้เครื่องเล็กแต่จำนวนมาก ก็มีผลเท่าเครื่องใหญ่ได้
ทำไมไปจำกัดว่าต้องเป็นเครื่องขนาดใหญ่ของเอกชนเท่านั้น
ทั้งสองผู้ว่าราชการจังหวัดไม่รู้จริงๆหรือว่าจังหวัดตัวเอง มีเครื่องที่ว่าว่าเต็มไปหมด ใหญ่กว่าแบบนครสวรรค์มากด้วย (แต่อาจเล็กกว่าที่คุณอยากได้ซักหน่อย ) ทำไมไม่ประสานท้องถิ่นตัวเองเครื่องสูบน้ำของคนทำนาบ่อเลี้ยงกุ้ง เครื่องตัวใหญ่กว่าแบบนครสวรรค์มากมาย เต็มไปหมด ขอเขามาช่วยเหลือร่วมมือสัก 100-200 ตัวหรือมากกว่านั้น คงทำได้ไม่แพ้นครสวรรค์แน่นอน
22 ตค. 2554 21:03 น.
http://breakingnews.nationchannel.com/r ... sid=535295
นายปราโมทย์ ไม้กลัด ที่ปรึกษาพิเศษผู้ว่าราชการ กทม. กล่าวถึงปัญหาน้ำท่วมที่บริเวณท่าน้ำต่างๆเนื่องจากน้ำหนุนสูง ในวันนี้ว่า เป็นเรื่องน้ำขึ้นน้ำลงและวันนี้เป็นลักษณะน้ำกระฉอกมีความเปลี่ยนแปลง แต่คืนนี้จะเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ในช่วงระดับน้ำขึ้นสูงสุดแต่ละวันเราก็ต้องเฝ้าติดตามดูแล เหตุการณ์ในวันนี้ไม่ใช่เหตุการณ์ประจำ เชื่อว่าพรุ่งนี้จะอยู่ในภาวะปกติ
ต่อกรณีที่น้ำจะขึ้นสูงสุดในวันที่ 28-30 ต.ค. ที่จะถึงนี้ นายปราโมทย์ กล่าวว่า จะอันตรายหรือไม่ต้องติดตามระวัง แต่ไม่ต้องห่วงเพราะระดับคั้นกั้นน้ำมีไว้เพียงพอ อาจจะกระฉอกเหมือนวันนี้บ้างในบริเวณที่เป็นจุดอ่อน แต่ก็ไม่ใช่เหตุการณ์รุนแรงจนดูแลไม่ได้ และถ้าน้ำขึ้นสูงสุดก็จะใช้เวลาเพียงชั่วโมงเศษๆเท่านั้น แต่ก็ต้องเฝ้าระวัง คิดว่าช่วงน้ำทะเลหนุนสูงสุดจะอยู่ที่ประมาณ 2.30 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ที่สะพานพุทธฯ
ขณะที่การป้องกัน กทม.ในตอนเหนือนั้น นายปราโมทย์ ระบุว่า ตนเพิ่งประชุมกับผู้ใหญ่ และ กทม. หลักการที่ต้องดูแลคือน้ำที่ไหลเข้ามาปะทะคลองรังสิต และคลองหกวา ต้องผันไปทางตะวันออกและทิศใต้ โดยใช้คลองต่างๆ ซึ่งทุกคนก็เห็นด้วย วันนี้น้ำจำนวนมากที่อยู่ทิศเหนือ เราต้องรักษาระดับน้ำให้ไม่สูงมาก เราต้องดึงออก ซึ่งเขาก็บอกว่าทำแล้ว ตรงนี้ต้องดูแลให้ดีเพราะเป็นจุดอ่อน และจะต้องดูจนกว่าจะแน่ใจว่าจะควบคุมได้ นอกจากนี้เราก็ตกลงว่าน้ำส่วนหนึ่งจะผ่าน กทม. ชั้นใน แต่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมซึ่ง กทม. ก็ทำแล้ว เป็นกระบวนการที่ทำให้น้ำมีทางไป วันนี้ทุกฝ่ายกำลังทำให้ชัดเจน
สำหรับคำถามเรื่องว่าเขตใดต้องเป็นผู้เสียสละในการระบายน้ำบ้าง นายปราโมทย์กล่าวว่า มีนบุรี ลาดกระบัง แต่ไม่ใช่ผู้เสียสละ การระบายน้ำจะแผ่เป็นวงกว้าง เขาเป็นผู้ประสบภัย ซึ่งย่านนี้เป็นทางน้ำผ่านโดยธรรมชาติอยู่แล้ว เราจะระบายน้ำออกต้องอาศัยทางน้ำผ่าน มันไม่ให้ผ่านไม่ได้ และรัฐบาลก็ต้องไปเจรจากับผู้ได้รับผลกระทบ
เมื่อถามว่า กทม. มีโอกาสรอดไหม นายปราโมทย์ตอบว่า "ผมไม่พูดว่าจะไม่รอด โดยหลักการที่ทำเราเชื่อว่าหากเราคงทนมั่นคงยืนระยะยาว กทม. จะปลอดภัย เราให้น้ำพังทลายเข้าเขตเศรษฐกิจไม่ได้ เราก็ต้องสู้กัน ให้ความมั่นใจได้ แต่จุดอ่อนเราก็มี ซึ่งเราก็ทำเต็มความสามารถ"
น้ำทุ่ง
- ระดับน้ำในคลองหกวาสายล่าง เขตสายไหม ระดับน้ำเพิ่มขึ้น ประมาณ 9 เซนติเมตร ใน24 ชั่วโมงที่ผ่านมา
..
- มีการยกระดับบานประตูระบายน้ำเพิ่มเติม เพื่อเร่งระบายน้ำเข้ามาในพื้นที่คันกั้นน้ำ ทำให้ระดับน้ำในคลองมีระดับที่เพิ่มมากขึ้น สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร เร่งสูบน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อควบคุมระดับน้ำในคลองให้อยู่ในระดับที่ไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนมากนัก
..
ปริมาณน้ำไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา ที่สะพานพระราม 8 = 3983 ลูกบาศก์เมตร/วินาที
..
น้ำเหนือ (ผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา)
-ปริมาณน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา + พระราม 6 รวม 4,100 ลบ.ม./วินาที (ลดจากเมื่อวาน 34 ลบ.ม./วินาที)
..
22 ตค. 2554 22:29 น.
http://breakingnews.nationchannel.com/r ... sid=535302
เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 22 ต.ค. พระมหาวุฒิชัย หรือ ว.วชิรเมธี วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ได้เดินทางมายังศูนย์เกื้อกูลช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีนายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร ส.ส. พระนครศรีอยุธยา ให้การต้อนรับ ทันทีที่เดินทางมาถึง
ได้แจกจ่ายคาถาสู้น้ำซึ่งพิมพ์เป็นบทกวี โดยมีหัวข้อว่า
"มองน้ำเป็นครู" มีใจความว่า
"น้ำไหลมาอย่าให้ใจไหลไป ความทุกข์ยิ่งใหญ่ไม่อยู่ยืนยาว อยู่ใต้ฟ้าอย่ากลัวฝนพราว ตะวันสกาวความทุกข์จะคลาย ปัญหาคือยาวิเศษ รู้จักสังเกตปัญหาจะหาย ไทยสามัคคีความดีประกาย พอน้ำมลายความสุขจะคืน อย่าหวั่นอย่าไหวเมื่อใจยังอยู่ มีน้ำเป็นครูเรียนรู้ให้ตื่น จะทุกข์หนักหนาแต่ถ้าหยัดยืน เพราะไทยจะคืนด้วยไทยช่วยไทย เพราะไทยจะคืนด้วยไทยกู้ไทย"
ท่าน ว.วชิรเมธี กล่าวว่า คนที่ช่วยเหลือผู้อื่นยามนี้ ถือเป็นพระโพธิสัตว์บนดิน