ขุมทองมัณฑะเลย์ แห่งเมียนมาร์
พุธที่ 27 กุมภาพันธ์ 2013 เวลา 00:14 น. ■ THAN AEC AEC - AEC news
เมียนมาร์ ดึงต่างชาติ ชวนท้องถิ่น ลงทุนโรงแรมรวม 292 แห่ง รับท่องเที่ยวบูม เตรียมพื้นที่กว่าหมื่นไร่ สร้างเขตอุตสาหกรรมและย่านธุรกิจใหม่ ตั้งเป้าดูดเม็ดเงินเข้าประเทศ 16,740 ล้านบาท
สื่อท้องถิ่นของเมียนมาร์ระบุว่า ขณะนี้ทางรัฐบาลเมียนมาร์ได้จัดสรรพื้นที่ในโซนทาดาอู (Tada-U) ใกล้กับเขตมัณฑะเลย์ (Mandalay) ให้นักลงทุนต่างชาติสร้างโรงแรม 100 แห่ง และนักลงทุนในประเทศ 192 แห่ง โดยต้องการให้เป็นโซนการท่องเที่ยวแห่งใหม่ของประเทศ
การสร้างโรงแรมจะอยู่บนพื้นที่เปล่าที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของเขตธุรกิจและอุตสาหกรรมที่สร้างขึ้นใหม่ โดยนักลงทุนต่างชาติจะได้รับการสนับสนุนจากทางภาครัฐให้สร้างโรงงานเพื่อเป็นการรองรับแรงงานของเมียนมาร์ ซึ่งจะทำให้นักธุรกิจต่างชาติเดินทางเข้ามาจำนวนมากและต้องการโรงแรมเพื่อการพักอาศัย
นอกจากนี้เขตมัณฑะเลย์เป็นประตูสู่นครพุกาม (Bagan) ซึ่งเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงด้านมรดกทางวัฒนธรรมและโบราณสถานที่มีชื่อ เช่น วัดและเจดีย์เป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังสหพันธ์การท่องเที่ยวแห่งเมียนมาร์แถลงว่า พื้นที่จัดสรรในการสร้างโรงแรมสำหรับนักลงทุนต่างชาติจะครอบคลุม 236.5 เฮกเตอร์ (2.365 ตารางกิโลเมตร) และ 410 เฮกเตอร์ (4.1 ตารางกิโลเมตร) สำหรับนักลงทุนท้องถิ่น
ทั้งนี้โซนการท่องเที่ยวทาดาอูแห่งใหม่ จะครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 2,221 เฮกเตอร์ หรือประมาณ 1 หมื่นไร่เศษ) โดยคาดหวังว่าจะสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเข้ามาได้ถึง 560 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 16,740 ล้านบาท)
"การพัฒนาโซนโรงแรม จะอยู่ภายใต้การดูแลของบริษัทเมียนมาร์ ทัวริสซึ่ม เดเวลลอปเมนท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทของสหพันธ์" เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลเมียนมาร์กล่าว
นอกจากนี้ยังได้มีการวางแผนที่จะสร้างช็อปปิ้งมอลล์บนพื้นที่ 24.6 เฮกเตอร์ พร้อมกับจัดสรรพื้นที่ขนาด 13 เฮกเตอร์ เพื่อสร้างธนาคารและสำนักงานที่ให้บริการด้านการเงินต่างๆ อีกด้วย
โครงสร้างด้านสาธารณูปโภคอื่นๆ เช่น สถานีรถไฟและรถโดยสารประจำทาง ท่าเรือ สนามกอล์ฟ โรงเรียนสำหรับช่วงพักร้อน ตลาดกลางคืน หมู่บ้านงานฝีมือท้องถิ่น โซนสันทนาการ และโรงงานกำจัดของเสีย ก็รวมอยู่ในโครงการครั้งนี้ด้วย
การส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลเมียนมาร์ เนื่องจากขณะนี้เมียนมาร์กลายมาเป็นขุมทองของนักธุรกิจต่างชาติไม่ว่าจะเป็นในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ การขนส่ง การธนาคาร การท่องเที่ยว แต่ประเทศยัง ขาดแคลนโรงแรมเพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจอย่างมากโดยราคาห้องพักในกรุงย่างกุ้ง ขณะนี้มีราคาสูงกว่าปกติถึง 3 เท่า เนื่องจากจำนวนห้องพักที่ยังมีไม่มากพอ
ขณะนี้ประเทศที่ลงทุนอุตสาหกรรมโรงแรมในเมียนมาร์ใหญ่สุดคือสิงคโปร์ด้วยเม็ดเงินจำนวนทั้งหมด 597 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ตามติดมาด้วยไทย ญี่ปุ่น ฮ่องกง มาเลเซีย และสหราชอาณาจักร โรงแรมจากประเทศไทยได้เข้าลงทุนในเมียนมาร์แล้วคิดเป็นเม็ดเงินจำนวน 263.25 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (8.3 พันล้านบาท) เพื่อสร้างที่พักจำนวน 1,896 ห้อง ภายใต้ 11 แบรนด์ ประกอบด้วย อันดามันคลับ กันดอจี พาเลสนิกโก้ (ชาเทรียม) มัณฑะเลย์ฮิลล์ แอนด์ เพิร์ล ลากูน่า
ปัจจุบันเมียนมาร์มี 6 สายการบิน ซึ่งเชื่อมโยงจากกรุงย่างกุ้งไปยัง กรุงเนย์ปิตอว์ เมืองบากัน และเขตมัณฑะเลย์และบริษัททัวร์ที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องจำนวน 759 บริษัท โดยเป็นบริษัทที่มีเจ้าของเป็นต่างชาติทั้งหมดจำนวน 1 บริษัท เป็นบริษัทต่างชาติร่วมกับท้องถิ่นจำนวน 15 บริษัท และเป็นบริษัทท้องถิ่นจำนวน 743 บริษัท
ในรายงานยังระบุว่า นายโซ ตินต์(Soe Tint) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงโยธาธิการ ได้กล่าวถึงเรื่องที่ทางรัฐบาลเมียนมาร์มีความยินดีให้นักลง ทุนต่างชาติเข้ามาร่วมในการสร้างบ้านราคาถูก ซึ่งเป็นโครงการที่รัฐบาลได้เริ่มไว้ประกอบด้วยโครงการบ้านราคาถูก“อิระ วุน” (Ayeyar Wun) และ “ยาดานา” (Yadana) โดยทั้งสองโครงการนี้เปิดรับทั้งนักลงทุนท้องถิ่นและต่างชาติที่สนใจ
http://www.thanonline.com/index.php?opt ... Itemid=621