หุ้นตก ตั้งแต่ต้นปี มา ใครขาดทุนบ้าง ยกมือขึ้น
โพสต์แล้ว: พุธ มี.ค. 24, 2004 11:17 am
ในช่วงที่ดัชนีวิ่งขึ้นไปเป็นพันจุดในอดีตนั้น ผมเองก็ไปมั่วๆอยู่แถว700 - 800จุดก่อนมันพุ่งไปพันกว่าครับ แต่ตอนนั้นเป็นแมงเม่าโดยสมบูรณ์แบบต้องยอมรับข้อนี้ในสมัยนั้นคนที่รู้จักValue investmentน้อยมาก แต่เท่าที่รู้ ท่านอาจารย์ วิกรม เกษมวุฒิ ท่านซื้อหุ้น SCCมาตั้งแต่Par 100 บาท ที่ราคา 200บาท จนทุกวันนี้ท่านยังไม่ได้ขายเลยครับ รวมระยะเวลาที่ท่านถือคงไม่ต่ำกว่า 10ปี(ไม่ทราบปีที่แน่นอน จึงประมาณเอา คุณวิบูลย์คงรู้)
สำหรับผมออกจากตลาดไปราวๆ 800จุดเพราะทำงานในบริษัทจดทะเบียนแห่งหนึ่ง เห็นกำไรยังดี แต่ขาดสภาพคล่องเงินสดอย่างมาก จึงตัดสินใจขายหมดpost กลับมาอีกทีตอน 260 กว่าจุด และเริ่มเป็นแมงเม่าใหม่จนถึง400กว่าจุดแล้วมันลงอีกไป200กว่าจุดใหม่ เลยหันมาศึกษาValue investment อย่างจริงจัง
ผมเฝ้าดูและศึกษาAPRINTอยู่นานมากจึงตัดสินใจซื้อ ผมดูประวัติตั้งแต่เข้าตลาดมา ไม่เคยขาดทุน เงินสดเหลือมาก จ่ายปันผลไม่ขาด ราคาเคยต่ำถึง 7 บาทต่อหุ้น หากทำ Reproduction Cost of Assets แล้วทั้งบริษัท 133 ล้านบาทเอง จัดเป็นหุ้น NET-NET ของGrahamได้อย่างสบายมาก แต่ขณะนั้นผมยังไม่แน่ใจเรื่อง Durable Competitive Advantage (DCA)จึงยังไม่ได้ซื้อ ผมมามั่นใจจึงเริ่มซื้อที่ 25 บาท และซื้อเพิ่มตลอด เพราะตอนนั้นยังเป็นลูกจ้างเงินเดือนออกหักค่าใช้จ่ายแล้วจึงเข้าซื้อ โบนัสออกก็ซื้อ แล้วถือจน 120 บาท จนลงมา99บาท ทุกวันนี้ 104 บาท และจะถือจนถึงลูกแน่นอนหากพื้นฐานไม่เปลี่ยน
ผมเชื่อว่ามีหลายท่านที่ถือหุ้นข้ามช่วงเวลานั้นแต่เราไม่ทราบ แต่ก็มีVIหลายท่านที่ขายออก ต้องยอมรับข้อหนึ่งว่าหุ้นในตลาดหาหุ้นที่เป็นหุ้น Valueได้น้อย และหายาก ส่วนที่มีจะเป็นหุ้นก้นบุหรี่จะมากหน่อย และจะทำกำไรได้เป็นช่วงๆ อย่างหุ้นกลุ่มเกษตรที่ชาวบ้านเขาแย่พวกนี้รวย หุ้นกลุ่มปิโตรฯต้องรอเศรษฐกิจดี
VI จะต้องมีความอดทนมากครับ ทั้งการซื้อและขาย ไม่จำเป็นต้องซื้อได้ถูกที่สุด และขายได้แพงที่สุด แต่เราจะซื้อในราคาที่สมเหตุสมผลที่สุดและมีMargin of safetyมากจนคุ้มกับความผันผวน ควรมีปันผลเป็นเสมื่อนกระแสเงินสดและเป็นYeild Protectionครับ
พี่ฉัตรเองแกเป็นVI แบบAssets Playครับ แกดูงบแล้วหาhidden assetsเก่งมาก ได้ผลมาหลายครั้งและที่สำคัญ Focusมากๆ และปลอดภัยมากๆครับ เป็นแนวทางหนึ่งที่น่าศึกษา
มีอะไรอยากdiscussเชิญได้ครับ เราแลกเปลี่ยนกันได้ความรู้ด้วยกันครับ
สำหรับผมออกจากตลาดไปราวๆ 800จุดเพราะทำงานในบริษัทจดทะเบียนแห่งหนึ่ง เห็นกำไรยังดี แต่ขาดสภาพคล่องเงินสดอย่างมาก จึงตัดสินใจขายหมดpost กลับมาอีกทีตอน 260 กว่าจุด และเริ่มเป็นแมงเม่าใหม่จนถึง400กว่าจุดแล้วมันลงอีกไป200กว่าจุดใหม่ เลยหันมาศึกษาValue investment อย่างจริงจัง
ผมเฝ้าดูและศึกษาAPRINTอยู่นานมากจึงตัดสินใจซื้อ ผมดูประวัติตั้งแต่เข้าตลาดมา ไม่เคยขาดทุน เงินสดเหลือมาก จ่ายปันผลไม่ขาด ราคาเคยต่ำถึง 7 บาทต่อหุ้น หากทำ Reproduction Cost of Assets แล้วทั้งบริษัท 133 ล้านบาทเอง จัดเป็นหุ้น NET-NET ของGrahamได้อย่างสบายมาก แต่ขณะนั้นผมยังไม่แน่ใจเรื่อง Durable Competitive Advantage (DCA)จึงยังไม่ได้ซื้อ ผมมามั่นใจจึงเริ่มซื้อที่ 25 บาท และซื้อเพิ่มตลอด เพราะตอนนั้นยังเป็นลูกจ้างเงินเดือนออกหักค่าใช้จ่ายแล้วจึงเข้าซื้อ โบนัสออกก็ซื้อ แล้วถือจน 120 บาท จนลงมา99บาท ทุกวันนี้ 104 บาท และจะถือจนถึงลูกแน่นอนหากพื้นฐานไม่เปลี่ยน
ผมเชื่อว่ามีหลายท่านที่ถือหุ้นข้ามช่วงเวลานั้นแต่เราไม่ทราบ แต่ก็มีVIหลายท่านที่ขายออก ต้องยอมรับข้อหนึ่งว่าหุ้นในตลาดหาหุ้นที่เป็นหุ้น Valueได้น้อย และหายาก ส่วนที่มีจะเป็นหุ้นก้นบุหรี่จะมากหน่อย และจะทำกำไรได้เป็นช่วงๆ อย่างหุ้นกลุ่มเกษตรที่ชาวบ้านเขาแย่พวกนี้รวย หุ้นกลุ่มปิโตรฯต้องรอเศรษฐกิจดี
VI จะต้องมีความอดทนมากครับ ทั้งการซื้อและขาย ไม่จำเป็นต้องซื้อได้ถูกที่สุด และขายได้แพงที่สุด แต่เราจะซื้อในราคาที่สมเหตุสมผลที่สุดและมีMargin of safetyมากจนคุ้มกับความผันผวน ควรมีปันผลเป็นเสมื่อนกระแสเงินสดและเป็นYeild Protectionครับ
พี่ฉัตรเองแกเป็นVI แบบAssets Playครับ แกดูงบแล้วหาhidden assetsเก่งมาก ได้ผลมาหลายครั้งและที่สำคัญ Focusมากๆ และปลอดภัยมากๆครับ เป็นแนวทางหนึ่งที่น่าศึกษา
มีอะไรอยากdiscussเชิญได้ครับ เราแลกเปลี่ยนกันได้ความรู้ด้วยกันครับ