news18/08/07
โพสต์แล้ว: เสาร์ ส.ค. 18, 2007 3:29 pm
โลตัสบี้พาณิชย์บิดกม.ค้าปลีก ลุยร้องนายกฯ-โชห่วยปลุกม็อบสู้
"เทสโก้ โลตัส" เหลืออด สวมหัวใจสิงห์ชนกระทรวงพาณิชย์ ระบุชัดโมเมนำข้อมูลเท็จเสนอ ครม.ประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่งฯ เตรียมยื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมจากนายกฯ สุรยุทธ์ จุลานนท์ แจงละเอียดยิบเจ้าหน้าที่รัฐใช้วิธีมัดมือชก เผยได้รับผลกระทบ 700 ล้าน หลังชะลอขยายสาขา งัดประเด็น กม.ใหม่อุ้มผู้ผลิตรายใหญ่-เครือข่ายพ่อค้าคนกลาง
ดร.ดามพ์ สุคนธทรัพย์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด ผู้ประกอบการห้างค้าปลีกเทสโก้ โลตัส เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า บริษัทกำลังทำหนังสือถึงพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี เพื่อร้องเรียนและขอความเป็นธรรม กรณีกระทรวงพาณิชย์นำเสนอข้อมูลและเอกสารที่เป็นเท็จ ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ใช้ประกอบการพิจารณาให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง พ.ศ. ...เนื่องจากต้องการแสดงนัยให้เห็นว่าบริษัทยังขยายสาขาตามปกติ
ด้วยการจัดทำบัญชีรายชื่อสาขาห้างเทสโก้ โลตัสจำนวนมาก เสนอ ครม.พิจารณา โดยระบุว่าทุกสาขาถูกคัดค้านจากผู้ค้ารายย่อยหรือร้านโชห่วยในพื้นที่ ทั้งที่จริงๆ แล้วมีเพียงส่วนน้อยที่ถูกประท้วง ที่สำคัญสาขาเทสโก้ โลตัสในบัญชีรายชื่อดังกล่าวส่วนใหญ่เปิดให้บริการมานานหลายปีแล้ว สวนบางสาขาแม้เพิ่งเปิดให้บริการไม่นานแต่ก็ไม่มีกระแสต่อต้าน ที่น่าสังเกตมีชื่อบางสาขาโผล่ทั้งๆ ที่ไม่เคยเปิดให้บริการ และไม่มีแผนจะลงทุน
ชี้ถูกบิดเบือนข้อมูลอ้างเหตุเร่งรัด กม.
สาเหตุที่กระทรวงพาณิชย์เสนอบัญชีรายชื่อ สาขาเทสโก้ โลตัส ให้ ครม.พิจารณาจำนวนมาก (39 สาขาทั่วประเทศ) เพื่อต้องการแสดงนัยให้ ครม.เห็นว่าบริษัทไม่รักษาคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้กับกระทรวงพาณิชย์ว่าจะชะลอก่อสร้างสาขาเอาไว้ก่อน จะได้ใช้เป็นเหตุอ้างถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องประกาศบังคับใช้กฎหมายประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง เช่น โลตัส เอ็กซ์เพรส สาขาหมู่บ้านสุขสันต์ บางแค ระบุว่ากำลังก่อสร้าง, ถูกร้องเรียน ทั้งที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน 2549 สาขาหมู่บ้านบ้านฟ้ารังสิต คลอง 4, ธัญบุรี คลอง 7 เมืองพิจิตร, สามพราน ระบุว่ามีการประท้วง ทั้งที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2548-2459 สาขาจอมทอง กำลังก่อสร้าง ทั้งๆ ที่ไม่มี ก่อสร้างหรือเปิดดำเนินการ เป็นต้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า "ข้อมูลการตรวจสอบข้อเท็จจริงการขยายสาขาของธุรกิจค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่ที่ถูกร้องเรียน" ณ วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2550 ที่กรมการค้าภายในจัดทำขึ้นและเสนอให้ ครม. พิจารณา ระบุว่า การขยายสาขาของห้างค้าปลีกสมัยใหม่ที่ถูกร้องเรียนส่วนใหญ่เป็นของบริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด ซึ่งข้อมูลดังกล่าวทางบริษัทอ้างว่าถูกกระทรวงพาณิชย์บิด เบือนจากข้อเท็จจริง แบ่งเป็นการขยายสาขาในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล 16 สาขา และการขยายสาขาในต่างจังหวัด 23 สาขา รวมเป็น 39 สาขา
แจงยิบถูกบีบยุติธุรกิจ
ดร.ดามพ์กล่าวว่า ช่วงที่เริ่มมีกระแสต่อต้านห้างค้าปลีก บริษัทกังวลเช่นเดียวกันว่าอาจมาจากนโยบายขยายสาขา และส่งผลกระทบผู้ประกอบการรายย่อย เมื่อกระทรวงพาณิชย์เชิญไปหารือจึงได้เข้าหารือพร้อมกับผู้ประกอบการค้าปลีกรายอื่น ซึ่งช่วงนั้นกระทรวงพาณิชย์แจ้งว่ามีนโยบายให้ชะลอการเปิดสาขาใหม่ 30 วัน โดยเชิญไปให้ลงนามในบันทึกความตกลง (memorandum of agreement : MOA) แทนที่จะเป็นบันทึกความเข้าใจ (memorandum of understanding : MOU) ในวันที่ 19 กันยายน 2549
โดยรายละเอียดบันทึกความตกลงระบุว่า ให้ผู้ประกอบการชะลอเปิดสาขา "ภายใน 30 วัน" ซึ่งต่างจากที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ผู้ประกอบการจึงขอแก้ไข แต่กระทรวงพาณิชย์ไม่ยินยอม ในที่สุดจึงไม่มีผู้ประกอบการรายใดร่วมลงนาม เพราะเท่ากับให้ลงนามในความตกลงที่จะยุติธุรกิจ ขณะเดียวกันผู้ประกอบการเคลื่อนไหวผ่านสมาคมผู้ค้าปลีกไทย ขอเข้าพบหารือเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ต่อเนื่อง โดยเฉพาะการหามาตรการช่วยผู้ประกอบการรายย่อย แต่ไม่ได้รับสนองตอบจนกระทั่งมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล
ต่อมาเมื่อนายเกริกไกร จีระแพทย์ เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผู้ประกอบการรายอื่นรวมทั้งบริษัทได้เข้าไปขอหารือ และสมัครใจชะลอการเปิดสาขาขนาดเล็ก พื้นที่ต่ำกว่า 800 ตร.ม. เป็นเวลา 90 วัน ตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2549-10 กุมภาพันธ์ 2550 เพื่อให้เวลาคณะทำงานที่ รมต.เกริกไกร แต่งตั้งขึ้นสรุปแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
ชะลอเปิดสาขากระทบ 700 ล้าน
ดร.ดามพ์กล่าวว่า ในการชะลอแผนขยายสาขา บริษัทได้รับผลกระทบสูงถึง 700 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นค่าปรับจากการระงับการก่อสร้าง การสั่งซื้อวัสดุอุปกรณ์ การจ้างงาน ฯลฯ ในการหารือบริษัทได้ขอดำเนินการต่อเฉพาะ 5-6 สาขา ที่การก่อสร้างใกล้เสร็จเรียบร้อย หรือสร้างเสร็จแล้วและอยู่ระหว่างเตรียมเปิดให้บริการ ซึ่ง รมต.เกริกไกรไม่ขัดข้อง
อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาดังกล่าวกรมการค้าภายในได้รวบรวมและจัดทำบัญชีรายชื่อสาขาต่างๆ ของเทสโก้ โลตัสจำนวนมาก เสนอให้ ครม.พิจารณา พร้อมกับระบุว่าได้เปิดบริการภายในช่วงเวลา 90 วัน ผิดคำมั่นที่ให้ไว้ ส่งผลให้ ครม.มีมติรับหลักการร่างกฎหมายดังกล่าว และขณะนี้ร่าง พ.ร.บ.ประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่งฯ อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา
กม.ใหม่ไม่แตะผู้ผลิต-ยี่ปั๊วซาปั๊ว
ทั้งนี้ บริษัทไม่ได้สนับสนุนหรือคัดค้านร่าง พ.ร.บ.ค้าปลีกค้าส่งฯ และไม่ขัดข้องหากภาครัฐเห็นว่าเหมาะสมที่จะให้มีกฎหมายขึ้นมาดูแลธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง แต่อยากให้มีกฎหมายที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย พูดถึงบทบาทภาระความรับผิดชอบต่อทุกฝ่าย แต่ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ มุ่งแต่จะควบคุมธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ โดยไม่มีการพูดถึงบทบาทผู้ผลิตหรือเครือข่ายพ่อค้าคนกลาง ทั้งยังให้มีเครือข่ายผู้ผลิต พ่อค้าคนกลางเข้าเป็นคณะกรรมการ เพื่อกำหนดว่าค้าปลีกสมัยใหม่จะสามารถเปิดให้บริการหรือไม่สามารถเปิดให้บริการในพื้นที่ใด ทำเลใดได้บ้าง
นอกจากนั้น ยังมีมาตราที่คุ้มครองเครือข่ายผู้ผลิตกับพ่อค้าคนกลางด้วย จึงเป็นกฎหมายที่แปลก เพราะระบบค้าปลีกค้าส่งไม่ใช่แค่มีผู้ผลิต โชห่วย แต่ประกอบด้วยผู้ผลิต เครือข่ายพ่อค้าคนกลาง ห้างค้าปลีกสมัยใหม่ ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลีกรายย่อย หาบเร่แผงลอย รวมถึงรถกระบะเร่ขายกับข้าวตามหมู่บ้านจัดสรร ฯลฯ นอก จากนี้ไม่ได้บอกว่าโชห่วยจะได้ประโยชน์อะไร ผู้บริโภคได้ประโยชน์อะไร ซึ่ง 2 ส่วนนี้กระทรวงพาณิชย์ไม่สามารถอธิบายได้
"ที่ผ่านมาห้างค้าปลีกต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่มีอยู่แล้ว ทั้งในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ กฎหมายควบคุมอาคาร แต่หากมี พ.ร.บ.ฉบับใหม่ การเปิดสาขาจะยุ่งยากขึ้นอีก และต้องใช้เวลา 1-2 ปีเป็นอย่างน้อย เพราะจะต้องไปศึกษาผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อธุรกิจท้องถิ่น ต้องสำรวจประชามติ สำรวจความคิดเห็นของประชากรในท้องถิ่น ผลกระทบการจราจร ต้องขอความเห็นชอบธุรกิจท้องถิ่น ก่อนจะยื่นใบสมัครขอเปิดสาขา แต่เมื่อยื่นไปแล้วก็ใช่ว่าจะได้รับอนุมัติ นอกจากนี้เมื่อกรรมการกลางภายใต้กฎหมายใหม่อนุมัติ ก็จะต้องกลับไปปฏิบัติตามกฎหมายในเรื่องการโซนนิ่ง การสร้างอาคาร คิดว่าเจตนาที่แท้จริงก็เพื่อให้ดำเนินธุรกิจยากลำบากนั่นเอง"
กระทบหนักงัด กม.เล่นงานแน่
อย่างไรก็ตาม ในส่วนนี้หากมีการสั่งการเป็นลายลักษณ์อักษร โดยเฉพาะในพื้นที่ที่บริษัทได้รับใบอนุญาตให้มีการก่อสร้างสาขาโดยถูกต้องตามกฎหมายก็จะก่อสร้างต่อไปโดยไม่มีการชะลอ ควบคู่ไปกับการหารือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด และจะพยายามหลีกเลี่ยงการฟ้องร้องทางกฎหมายต่อเมื่อจำเป็นจริงๆ และได้รับผลกระทบรุนแรงเท่านั้น
ดร.ดามพ์กล่าวว่า สิ่งที่แสดงชัดเจนว่าธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่บางฝ่ายพยายามให้เป็น เห็นได้จากเวลานี้ผู้ประกอบการรายย่อยส่วนใหญ่ต่างเป็นลูกค้าของห้างค้าปลีก เพราะที่ผ่านมาเคยถูกเอารัดเอาเปรียบโดยเครือข่ายพ่อค้าคนกลางมาตลอด
นายศิริพล ยอดเมืองเจริญ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ยังไม่ทราบเรื่องที่เทสโก้ โลตัส จะทำหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับข้อมูลการขยายสาขาธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง โดยขั้นตอนของการรวบ รวมข้อมูลของกรมการค้าภายในเรามีหลักฐาน กับมีการสอบถามจากหลายฝ่ายแล้วนำข้อมูลมารวบรวมไว้ เพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทราบว่าธุรกิจค้าปลีกค้าส่งมีสถานะในปัจจุบันอย่างไร
"ถ้าข้อมูลที่เรารวบรวมไว้มีความจำเป็นต้องเปิดเผยก็ต้องเปิดเผย เราไม่มีเจตนาทำให้ใครเสียหาย แต่ต้องการให้สาธารณชนได้รับประโยชน์ แต่หากมีการร้องเรียนเกิดขึ้นจริง กรมก็จะต้องตรวจสอบข้อมูลไปยังผู้รวบรวมเพื่อความถูกต้องต่อไป" นายศิริพลกล่าว
ม็อบบุกทำเนียบจี้พาณิชย์-มท.ช่วยโชห่วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา กลุ่มผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่งไทยได้รวมตัวกันจัดเวทีปราศรัยโจมตีนโยบายรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ที่ไม่ช่วยเหลือโชห่วย พร้อมกับส่งตัวแทนเข้าหารือกับ พล.ต.ท.ธีรวุฒิ บุตรศรีภูมิ รมช.มหาดไทย และนางอรนุช โอสถานนท์ รมช.พาณิชย์ หลังการหารือนาน 2 ชั่วโมง ได้มีมติจัดทำบันทึกข้อตกลงร่วมกันเพื่อให้มีการตรวจสอบการก่อสร้างและการอนุญาตก่อสร้างอาคารประกอบกิจการค้าปลีกค้าส่งขนาดใหญ่อย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งให้กรมโยธาฯเร่งออกกฎกระทรวงกำหนดให้อาคารประเภทพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งเป็นอาคารประเภทควบคุมการใช้
นายเพียร ยงหนู แกนนำกลุ่มผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่งไทย กล่าวว่า เท่าที่มีข้อมูล ห้างค้าปลีกค้าส่งขนาดใหญ่ก่อสร้างผิดแบบหมด หรือไม่ก็มีการทุจริต ขณะนี้ได้มีคณะกรรมการ 7 คน มาจากกลุ่มค้าปลีก กรมโยธาฯ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงมหาดไทย โดยในวันที่ 15 สิงหาคม คณะกรรมการจะเดินทางลงตรวจดูพื้นที่ทุกวัน
prachachart
http://www.matichon.co.th/prachachat/pr ... ionid=0201
"เทสโก้ โลตัส" เหลืออด สวมหัวใจสิงห์ชนกระทรวงพาณิชย์ ระบุชัดโมเมนำข้อมูลเท็จเสนอ ครม.ประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่งฯ เตรียมยื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมจากนายกฯ สุรยุทธ์ จุลานนท์ แจงละเอียดยิบเจ้าหน้าที่รัฐใช้วิธีมัดมือชก เผยได้รับผลกระทบ 700 ล้าน หลังชะลอขยายสาขา งัดประเด็น กม.ใหม่อุ้มผู้ผลิตรายใหญ่-เครือข่ายพ่อค้าคนกลาง
ดร.ดามพ์ สุคนธทรัพย์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด ผู้ประกอบการห้างค้าปลีกเทสโก้ โลตัส เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า บริษัทกำลังทำหนังสือถึงพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี เพื่อร้องเรียนและขอความเป็นธรรม กรณีกระทรวงพาณิชย์นำเสนอข้อมูลและเอกสารที่เป็นเท็จ ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ใช้ประกอบการพิจารณาให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง พ.ศ. ...เนื่องจากต้องการแสดงนัยให้เห็นว่าบริษัทยังขยายสาขาตามปกติ
ด้วยการจัดทำบัญชีรายชื่อสาขาห้างเทสโก้ โลตัสจำนวนมาก เสนอ ครม.พิจารณา โดยระบุว่าทุกสาขาถูกคัดค้านจากผู้ค้ารายย่อยหรือร้านโชห่วยในพื้นที่ ทั้งที่จริงๆ แล้วมีเพียงส่วนน้อยที่ถูกประท้วง ที่สำคัญสาขาเทสโก้ โลตัสในบัญชีรายชื่อดังกล่าวส่วนใหญ่เปิดให้บริการมานานหลายปีแล้ว สวนบางสาขาแม้เพิ่งเปิดให้บริการไม่นานแต่ก็ไม่มีกระแสต่อต้าน ที่น่าสังเกตมีชื่อบางสาขาโผล่ทั้งๆ ที่ไม่เคยเปิดให้บริการ และไม่มีแผนจะลงทุน
ชี้ถูกบิดเบือนข้อมูลอ้างเหตุเร่งรัด กม.
สาเหตุที่กระทรวงพาณิชย์เสนอบัญชีรายชื่อ สาขาเทสโก้ โลตัส ให้ ครม.พิจารณาจำนวนมาก (39 สาขาทั่วประเทศ) เพื่อต้องการแสดงนัยให้ ครม.เห็นว่าบริษัทไม่รักษาคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้กับกระทรวงพาณิชย์ว่าจะชะลอก่อสร้างสาขาเอาไว้ก่อน จะได้ใช้เป็นเหตุอ้างถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องประกาศบังคับใช้กฎหมายประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง เช่น โลตัส เอ็กซ์เพรส สาขาหมู่บ้านสุขสันต์ บางแค ระบุว่ากำลังก่อสร้าง, ถูกร้องเรียน ทั้งที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน 2549 สาขาหมู่บ้านบ้านฟ้ารังสิต คลอง 4, ธัญบุรี คลอง 7 เมืองพิจิตร, สามพราน ระบุว่ามีการประท้วง ทั้งที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2548-2459 สาขาจอมทอง กำลังก่อสร้าง ทั้งๆ ที่ไม่มี ก่อสร้างหรือเปิดดำเนินการ เป็นต้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า "ข้อมูลการตรวจสอบข้อเท็จจริงการขยายสาขาของธุรกิจค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่ที่ถูกร้องเรียน" ณ วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2550 ที่กรมการค้าภายในจัดทำขึ้นและเสนอให้ ครม. พิจารณา ระบุว่า การขยายสาขาของห้างค้าปลีกสมัยใหม่ที่ถูกร้องเรียนส่วนใหญ่เป็นของบริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด ซึ่งข้อมูลดังกล่าวทางบริษัทอ้างว่าถูกกระทรวงพาณิชย์บิด เบือนจากข้อเท็จจริง แบ่งเป็นการขยายสาขาในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล 16 สาขา และการขยายสาขาในต่างจังหวัด 23 สาขา รวมเป็น 39 สาขา
แจงยิบถูกบีบยุติธุรกิจ
ดร.ดามพ์กล่าวว่า ช่วงที่เริ่มมีกระแสต่อต้านห้างค้าปลีก บริษัทกังวลเช่นเดียวกันว่าอาจมาจากนโยบายขยายสาขา และส่งผลกระทบผู้ประกอบการรายย่อย เมื่อกระทรวงพาณิชย์เชิญไปหารือจึงได้เข้าหารือพร้อมกับผู้ประกอบการค้าปลีกรายอื่น ซึ่งช่วงนั้นกระทรวงพาณิชย์แจ้งว่ามีนโยบายให้ชะลอการเปิดสาขาใหม่ 30 วัน โดยเชิญไปให้ลงนามในบันทึกความตกลง (memorandum of agreement : MOA) แทนที่จะเป็นบันทึกความเข้าใจ (memorandum of understanding : MOU) ในวันที่ 19 กันยายน 2549
โดยรายละเอียดบันทึกความตกลงระบุว่า ให้ผู้ประกอบการชะลอเปิดสาขา "ภายใน 30 วัน" ซึ่งต่างจากที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ผู้ประกอบการจึงขอแก้ไข แต่กระทรวงพาณิชย์ไม่ยินยอม ในที่สุดจึงไม่มีผู้ประกอบการรายใดร่วมลงนาม เพราะเท่ากับให้ลงนามในความตกลงที่จะยุติธุรกิจ ขณะเดียวกันผู้ประกอบการเคลื่อนไหวผ่านสมาคมผู้ค้าปลีกไทย ขอเข้าพบหารือเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ต่อเนื่อง โดยเฉพาะการหามาตรการช่วยผู้ประกอบการรายย่อย แต่ไม่ได้รับสนองตอบจนกระทั่งมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล
ต่อมาเมื่อนายเกริกไกร จีระแพทย์ เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผู้ประกอบการรายอื่นรวมทั้งบริษัทได้เข้าไปขอหารือ และสมัครใจชะลอการเปิดสาขาขนาดเล็ก พื้นที่ต่ำกว่า 800 ตร.ม. เป็นเวลา 90 วัน ตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2549-10 กุมภาพันธ์ 2550 เพื่อให้เวลาคณะทำงานที่ รมต.เกริกไกร แต่งตั้งขึ้นสรุปแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
ชะลอเปิดสาขากระทบ 700 ล้าน
ดร.ดามพ์กล่าวว่า ในการชะลอแผนขยายสาขา บริษัทได้รับผลกระทบสูงถึง 700 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นค่าปรับจากการระงับการก่อสร้าง การสั่งซื้อวัสดุอุปกรณ์ การจ้างงาน ฯลฯ ในการหารือบริษัทได้ขอดำเนินการต่อเฉพาะ 5-6 สาขา ที่การก่อสร้างใกล้เสร็จเรียบร้อย หรือสร้างเสร็จแล้วและอยู่ระหว่างเตรียมเปิดให้บริการ ซึ่ง รมต.เกริกไกรไม่ขัดข้อง
อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาดังกล่าวกรมการค้าภายในได้รวบรวมและจัดทำบัญชีรายชื่อสาขาต่างๆ ของเทสโก้ โลตัสจำนวนมาก เสนอให้ ครม.พิจารณา พร้อมกับระบุว่าได้เปิดบริการภายในช่วงเวลา 90 วัน ผิดคำมั่นที่ให้ไว้ ส่งผลให้ ครม.มีมติรับหลักการร่างกฎหมายดังกล่าว และขณะนี้ร่าง พ.ร.บ.ประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่งฯ อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา
กม.ใหม่ไม่แตะผู้ผลิต-ยี่ปั๊วซาปั๊ว
ทั้งนี้ บริษัทไม่ได้สนับสนุนหรือคัดค้านร่าง พ.ร.บ.ค้าปลีกค้าส่งฯ และไม่ขัดข้องหากภาครัฐเห็นว่าเหมาะสมที่จะให้มีกฎหมายขึ้นมาดูแลธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง แต่อยากให้มีกฎหมายที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย พูดถึงบทบาทภาระความรับผิดชอบต่อทุกฝ่าย แต่ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ มุ่งแต่จะควบคุมธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ โดยไม่มีการพูดถึงบทบาทผู้ผลิตหรือเครือข่ายพ่อค้าคนกลาง ทั้งยังให้มีเครือข่ายผู้ผลิต พ่อค้าคนกลางเข้าเป็นคณะกรรมการ เพื่อกำหนดว่าค้าปลีกสมัยใหม่จะสามารถเปิดให้บริการหรือไม่สามารถเปิดให้บริการในพื้นที่ใด ทำเลใดได้บ้าง
นอกจากนั้น ยังมีมาตราที่คุ้มครองเครือข่ายผู้ผลิตกับพ่อค้าคนกลางด้วย จึงเป็นกฎหมายที่แปลก เพราะระบบค้าปลีกค้าส่งไม่ใช่แค่มีผู้ผลิต โชห่วย แต่ประกอบด้วยผู้ผลิต เครือข่ายพ่อค้าคนกลาง ห้างค้าปลีกสมัยใหม่ ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลีกรายย่อย หาบเร่แผงลอย รวมถึงรถกระบะเร่ขายกับข้าวตามหมู่บ้านจัดสรร ฯลฯ นอก จากนี้ไม่ได้บอกว่าโชห่วยจะได้ประโยชน์อะไร ผู้บริโภคได้ประโยชน์อะไร ซึ่ง 2 ส่วนนี้กระทรวงพาณิชย์ไม่สามารถอธิบายได้
"ที่ผ่านมาห้างค้าปลีกต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่มีอยู่แล้ว ทั้งในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ กฎหมายควบคุมอาคาร แต่หากมี พ.ร.บ.ฉบับใหม่ การเปิดสาขาจะยุ่งยากขึ้นอีก และต้องใช้เวลา 1-2 ปีเป็นอย่างน้อย เพราะจะต้องไปศึกษาผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อธุรกิจท้องถิ่น ต้องสำรวจประชามติ สำรวจความคิดเห็นของประชากรในท้องถิ่น ผลกระทบการจราจร ต้องขอความเห็นชอบธุรกิจท้องถิ่น ก่อนจะยื่นใบสมัครขอเปิดสาขา แต่เมื่อยื่นไปแล้วก็ใช่ว่าจะได้รับอนุมัติ นอกจากนี้เมื่อกรรมการกลางภายใต้กฎหมายใหม่อนุมัติ ก็จะต้องกลับไปปฏิบัติตามกฎหมายในเรื่องการโซนนิ่ง การสร้างอาคาร คิดว่าเจตนาที่แท้จริงก็เพื่อให้ดำเนินธุรกิจยากลำบากนั่นเอง"
กระทบหนักงัด กม.เล่นงานแน่
อย่างไรก็ตาม ในส่วนนี้หากมีการสั่งการเป็นลายลักษณ์อักษร โดยเฉพาะในพื้นที่ที่บริษัทได้รับใบอนุญาตให้มีการก่อสร้างสาขาโดยถูกต้องตามกฎหมายก็จะก่อสร้างต่อไปโดยไม่มีการชะลอ ควบคู่ไปกับการหารือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด และจะพยายามหลีกเลี่ยงการฟ้องร้องทางกฎหมายต่อเมื่อจำเป็นจริงๆ และได้รับผลกระทบรุนแรงเท่านั้น
ดร.ดามพ์กล่าวว่า สิ่งที่แสดงชัดเจนว่าธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่บางฝ่ายพยายามให้เป็น เห็นได้จากเวลานี้ผู้ประกอบการรายย่อยส่วนใหญ่ต่างเป็นลูกค้าของห้างค้าปลีก เพราะที่ผ่านมาเคยถูกเอารัดเอาเปรียบโดยเครือข่ายพ่อค้าคนกลางมาตลอด
นายศิริพล ยอดเมืองเจริญ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ยังไม่ทราบเรื่องที่เทสโก้ โลตัส จะทำหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับข้อมูลการขยายสาขาธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง โดยขั้นตอนของการรวบ รวมข้อมูลของกรมการค้าภายในเรามีหลักฐาน กับมีการสอบถามจากหลายฝ่ายแล้วนำข้อมูลมารวบรวมไว้ เพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทราบว่าธุรกิจค้าปลีกค้าส่งมีสถานะในปัจจุบันอย่างไร
"ถ้าข้อมูลที่เรารวบรวมไว้มีความจำเป็นต้องเปิดเผยก็ต้องเปิดเผย เราไม่มีเจตนาทำให้ใครเสียหาย แต่ต้องการให้สาธารณชนได้รับประโยชน์ แต่หากมีการร้องเรียนเกิดขึ้นจริง กรมก็จะต้องตรวจสอบข้อมูลไปยังผู้รวบรวมเพื่อความถูกต้องต่อไป" นายศิริพลกล่าว
ม็อบบุกทำเนียบจี้พาณิชย์-มท.ช่วยโชห่วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา กลุ่มผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่งไทยได้รวมตัวกันจัดเวทีปราศรัยโจมตีนโยบายรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ที่ไม่ช่วยเหลือโชห่วย พร้อมกับส่งตัวแทนเข้าหารือกับ พล.ต.ท.ธีรวุฒิ บุตรศรีภูมิ รมช.มหาดไทย และนางอรนุช โอสถานนท์ รมช.พาณิชย์ หลังการหารือนาน 2 ชั่วโมง ได้มีมติจัดทำบันทึกข้อตกลงร่วมกันเพื่อให้มีการตรวจสอบการก่อสร้างและการอนุญาตก่อสร้างอาคารประกอบกิจการค้าปลีกค้าส่งขนาดใหญ่อย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งให้กรมโยธาฯเร่งออกกฎกระทรวงกำหนดให้อาคารประเภทพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งเป็นอาคารประเภทควบคุมการใช้
นายเพียร ยงหนู แกนนำกลุ่มผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่งไทย กล่าวว่า เท่าที่มีข้อมูล ห้างค้าปลีกค้าส่งขนาดใหญ่ก่อสร้างผิดแบบหมด หรือไม่ก็มีการทุจริต ขณะนี้ได้มีคณะกรรมการ 7 คน มาจากกลุ่มค้าปลีก กรมโยธาฯ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงมหาดไทย โดยในวันที่ 15 สิงหาคม คณะกรรมการจะเดินทางลงตรวจดูพื้นที่ทุกวัน
prachachart
http://www.matichon.co.th/prachachat/pr ... ionid=0201