Re: ความรู้สึกเมื่อมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่
โพสต์แล้ว: อาทิตย์ พ.ย. 28, 2010 11:50 am
บริษัทที่ 18 คือ AFC
ราคาพาร์ = 10.00 บาท
จำนวนหุ้นทั้งหมด = 45,574,266 หุ้น
Market Cap. ในปัจจุบัน = 262.05 ล้านบาท
จำนวนหุ้นขั้นต่ำที่คุณต้องมี = 228,000 หุ้น
(นั่นคือคุณจะต้องมีจำนวนอย่างน้อย 0.5%ของหุ้นทั้งหมด ในกรณีถ้าคุณอยากเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่)
ราคาปิดเมื่อวาน = 5.75 บาท
ดังนั้นจำนวนเงินที่คุณจะต้องใช้ในการซื้อ(โดยประมาณ) = 1,311,000 บาท
บริษัทฯนี้เก่าแก่มากทีเดียว เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2519 ออฟฟิสอยู่ที่อาคารวอลล์สตรีท ย่านบางรัก
เกือบ 35 ปี ที่บริษัทฯเล็กๆแห่งนี้ผ่านร้อนผ่านหนาวในตลาดทุนแห่งนี้
บริษัทฯแห่งนี้เป็นผู้ผลิตไนล่อน จดทะเบียนในกลุ่ม "แฟชั่น"
มีโรงงานตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมบางปู
หุ้นตัวนี้ราคาปรับเพิ้่มขึ้นมาบ้างแล้ว
แต่...!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
ในปัจจุบัน P/BV ของหุ้นตัวนี้ก็ยังคงเท่ากับ 0.27 เท่านั้น
แปลกันง่ายๆซื่อๆว่า หุ้นตัวนี้มีบุ๊คแวลู่สูงถึง 21.29 บาท!!!!!!!!!
โอ้แม่เจ้า!!! (นี่มันอะไรกันนี่ คนเขียนเองยังงงๆเหมือนกัน 555+)
บริษัทฯนี้ถือหุ้นใหญ่และบริหารงานโดย "กลุ่มนำชัยศิริ" และ "กลุ่มศิริเกียรติสูง"
หุ้นในตลาดไม่ค่อยจะมีสภาพคล่องเอาซะเลยจริงๆ
แต่ผมมองว่า ช่วงหลังๆ บริษัทมีผลประกอบการใน Trend ที่ดูดีขึ้นกว่าเดิมบ้างอ่ะนะครับ
หุ้นเล็กๆตัวนี้ ที่ผมยกตัวอย่างมาเพราะอยากให้มองเป็น Case Study อ่ะนะครับ
สำหรับเรื่อง "ขาดทุนสะสม" ของบริษัทฯที่มีอยู่จำนวน -166 ล้านบาท
นั่นคือ...
- ตามกฏหมายแล้ว "ถ้าบริษัทฯยังมีขาดทุนสะสมอยู่ บริษัทฯจะไม่สามารถจ่ายปันผลได้(แม้ว่าจะมีกำไรก็ตาม)"
- โดยส่วนมากแล้ว บริษัทฯจะค่อยๆทำกำไร เพื่อไปล้างขาดทุนสะสมนั้น
- แต่ในทางบัญชีฯแล้ว มีทางลัดอยู่ ถ้าบริษัทฯต้องการจ่ายปันผลทันที
บริษัทฯสามารถทำได้ทันทีครับ โดยการนำ "ส่วนเกินมูลค่าหุ้น(แค่เพียงบางส่วน)" นำมาล้างขาดทุนสะสมให้หมดเสียก่อน
เพราะบริษัทฯมีส่วนเกินมูลค่าหุ้นอยู่ถึงมากถึง 369 ล้านบาท (ซึ่งมีมากกว่าขาดทุนสะสมของตนเอง)
แล้วบริษัทฯก็สามารถจ่ายปันผลได้ทันที
ย้ำว่า...ในกรณีที่บริษัทฯมีกำไรนะครับ!!!! (ถ้าขาดทุน ก็เลิกพูดเรื่องปันผลได้เลยครับ)
เค้าเรียกว่า "การจัดการทางบัญชีฯ" คืือโยกย้ายบัญชีเท่านั้นเองอ่ะนะขอรับ
แต่มันก็อยู่ที่ว่า บริษัทฯจะทำหรือไม่? มติของบอร์ดจะว่าอย่างไร?
และสุดท้าย สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ "เสียงของผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่" เท่านั้นที่จะเป็นเสียงสวรรค์ว่าบริษัทฯจะทำอย่างไร
บางที เราถือหุ้นเป็นเสียงส่วนน้อย เราก็ทำอะไรไม่ได้หรอกนะครับ
"เงิน 1.31 ล้านบาท" ครับ กับการเข้าไปเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯเก่าแก่แห่งนี้ครับ
ราคาพาร์ = 10.00 บาท
จำนวนหุ้นทั้งหมด = 45,574,266 หุ้น
Market Cap. ในปัจจุบัน = 262.05 ล้านบาท
จำนวนหุ้นขั้นต่ำที่คุณต้องมี = 228,000 หุ้น
(นั่นคือคุณจะต้องมีจำนวนอย่างน้อย 0.5%ของหุ้นทั้งหมด ในกรณีถ้าคุณอยากเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่)
ราคาปิดเมื่อวาน = 5.75 บาท
ดังนั้นจำนวนเงินที่คุณจะต้องใช้ในการซื้อ(โดยประมาณ) = 1,311,000 บาท
บริษัทฯนี้เก่าแก่มากทีเดียว เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2519 ออฟฟิสอยู่ที่อาคารวอลล์สตรีท ย่านบางรัก
เกือบ 35 ปี ที่บริษัทฯเล็กๆแห่งนี้ผ่านร้อนผ่านหนาวในตลาดทุนแห่งนี้
บริษัทฯแห่งนี้เป็นผู้ผลิตไนล่อน จดทะเบียนในกลุ่ม "แฟชั่น"
มีโรงงานตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมบางปู
หุ้นตัวนี้ราคาปรับเพิ้่มขึ้นมาบ้างแล้ว
แต่...!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
ในปัจจุบัน P/BV ของหุ้นตัวนี้ก็ยังคงเท่ากับ 0.27 เท่านั้น
แปลกันง่ายๆซื่อๆว่า หุ้นตัวนี้มีบุ๊คแวลู่สูงถึง 21.29 บาท!!!!!!!!!
โอ้แม่เจ้า!!! (นี่มันอะไรกันนี่ คนเขียนเองยังงงๆเหมือนกัน 555+)
บริษัทฯนี้ถือหุ้นใหญ่และบริหารงานโดย "กลุ่มนำชัยศิริ" และ "กลุ่มศิริเกียรติสูง"
หุ้นในตลาดไม่ค่อยจะมีสภาพคล่องเอาซะเลยจริงๆ
แต่ผมมองว่า ช่วงหลังๆ บริษัทมีผลประกอบการใน Trend ที่ดูดีขึ้นกว่าเดิมบ้างอ่ะนะครับ
หุ้นเล็กๆตัวนี้ ที่ผมยกตัวอย่างมาเพราะอยากให้มองเป็น Case Study อ่ะนะครับ
สำหรับเรื่อง "ขาดทุนสะสม" ของบริษัทฯที่มีอยู่จำนวน -166 ล้านบาท
นั่นคือ...
- ตามกฏหมายแล้ว "ถ้าบริษัทฯยังมีขาดทุนสะสมอยู่ บริษัทฯจะไม่สามารถจ่ายปันผลได้(แม้ว่าจะมีกำไรก็ตาม)"
- โดยส่วนมากแล้ว บริษัทฯจะค่อยๆทำกำไร เพื่อไปล้างขาดทุนสะสมนั้น
- แต่ในทางบัญชีฯแล้ว มีทางลัดอยู่ ถ้าบริษัทฯต้องการจ่ายปันผลทันที
บริษัทฯสามารถทำได้ทันทีครับ โดยการนำ "ส่วนเกินมูลค่าหุ้น(แค่เพียงบางส่วน)" นำมาล้างขาดทุนสะสมให้หมดเสียก่อน
เพราะบริษัทฯมีส่วนเกินมูลค่าหุ้นอยู่ถึงมากถึง 369 ล้านบาท (ซึ่งมีมากกว่าขาดทุนสะสมของตนเอง)
แล้วบริษัทฯก็สามารถจ่ายปันผลได้ทันที
ย้ำว่า...ในกรณีที่บริษัทฯมีกำไรนะครับ!!!! (ถ้าขาดทุน ก็เลิกพูดเรื่องปันผลได้เลยครับ)
เค้าเรียกว่า "การจัดการทางบัญชีฯ" คืือโยกย้ายบัญชีเท่านั้นเองอ่ะนะขอรับ
แต่มันก็อยู่ที่ว่า บริษัทฯจะทำหรือไม่? มติของบอร์ดจะว่าอย่างไร?
และสุดท้าย สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ "เสียงของผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่" เท่านั้นที่จะเป็นเสียงสวรรค์ว่าบริษัทฯจะทำอย่างไร
บางที เราถือหุ้นเป็นเสียงส่วนน้อย เราก็ทำอะไรไม่ได้หรอกนะครับ
"เงิน 1.31 ล้านบาท" ครับ กับการเข้าไปเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯเก่าแก่แห่งนี้ครับ