หน้า 154 จากทั้งหมด 160

Re: คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: จันทร์ พ.ค. 23, 2011 8:05 pm
โดย hongvalue
hmpro นี้มีการแตกพาร์และเพิ่มทุนหลายครั้ืงนี้ครับ
eps มันก็ต้องดูไม่ค่อยได้อยู่แล้วถ้าหุ้นราคา 10 บาทแตกพาร์เหลือ
5 บาท กำไรเท่าเดิม eps ก็ลดลงครึ่งนึงแต่ค่า pe ไม่เปลี่ยน
ลองดูว่าบริษัทมีการแตกพาร์และเพิ่มทุนอย่างไรบ้างครับ

Re: คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: อังคาร พ.ค. 24, 2011 1:10 pm
โดย oatty
airazoc เขียน:เอ ... ก็ quote ได้นี่นา

ตรงใต้ช่อง reply พอพิมพ์ข้อความเสร็จ จะมี option เขียนว่า
"Disable BBCode" ให้ติ๊กออกนะครับ ถ้ามันติ๊กอยู่ จะ quote ไม่ติด

ลองดูนะครับ สำหรับท่านที่มีปัญหาในการ quote

ผมตามแก้ไขให้แล้วตั้งแต่หน้า 149 เป็นต้นมา หากขี้เกียจก็เข้าไปตั้งค่าใหม่ตามนี้ครับ
airazoc เขียน:ลองให้ user ที่ quote ไม่ได้ เข้า

User Control Panel -> Board Preferences -> Edit Posting Default

ตั้ง Enable BBCode ด้วยครับ ไม่งั้น จะ quote แล้วไม่ขึ้นเป็น quote

Re: คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: อังคาร พ.ค. 24, 2011 2:39 pm
โดย hongvalue
oatty เขียน:
airazoc เขียน:เอ ... ก็ quote ได้นี่นา

ตรงใต้ช่อง reply พอพิมพ์ข้อความเสร็จ จะมี option เขียนว่า
"Disable BBCode" ให้ติ๊กออกนะครับ ถ้ามันติ๊กอยู่ จะ quote ไม่ติด

ลองดูนะครับ สำหรับท่านที่มีปัญหาในการ quote

ผมตามแก้ไขให้แล้วตั้งแต่หน้า 149 เป็นต้นมา หากขี้เกียจก็เข้าไปตั้งค่าใหม่ตามนี้ครับ
airazoc เขียน:ลองให้ user ที่ quote ไม่ได้ เข้า

User Control Panel -> Board Preferences -> Edit Posting Default

ตั้ง Enable BBCode ด้วยครับ ไม่งั้น จะ quote แล้วไม่ขึ้นเป็น quote
test9.png
test8.png
ผมเข้าไปแก้ใน edit posting default แล้วครับ
แต่รู้สึกปัญหาจะอยู่ที่กรอบสีแดงที่ผมทำไว้ว่า
bbcode มันเป็น off ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าจะแก้เป็น on อย่างไร
เพราะไม่มีปุ่มให้คลิกและแก้ใน edit posting default ไปแล้วด้วย

ยังไงก็ขอบคุณพี่ oatty ,airazoc ที่สละเวลามาแนะนำวิธีแก้ไขให้นะครับ

Re: คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: อังคาร พ.ค. 24, 2011 3:38 pm
โดย VIB007
[quote="test"] test [/quote]

Re: คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: อังคาร พ.ค. 24, 2011 3:40 pm
โดย VIB007
[quote="VIB007"][quote="test"] test [/quote][/quote]

Re: คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: อังคาร พ.ค. 24, 2011 3:41 pm
โดย VIB007
VIB007 เขียน:
VIB007 เขียน:
test เขียน: test
ก็ยัง quote ไม่ขึ้นอยู่ดี
ปรับ user preference แล้วนะ

Re: คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: อังคาร พ.ค. 24, 2011 3:46 pm
โดย VIB007
sawat_141 เขียน:สวัสดีครับ ผมเป็นน้องใหม่ของเว็ปนี้ครับ
สนใจในแนว VI มานานแล้ว พึ่งมีเวลาศึกษาเมื่อ 2-3 วันมานี้เอง
ขณะนี้กำลังพยายามทำความเข้าใจกับคำว่า ROE และ EPS
โดยการอ่านจากเว็ปต่างๆและกะทู้นี้ พึ่งอ่านได้ถึงหน้าสิบครับ

อยากจะเรียนถามพี่ๆในห้องนี้หน่อยครับ
จากหนังสือที่ผมอ่านชื่อว่า the new buffetology เล่มเขียว แปลโดย คุณพรชัย
หน้า 273 โดยสรุป ผมเข้าใจว่า บริษัทที่ดีควรมีผลกำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้นทุกๆปี

ผมจึงได้ลองมาศึกษาหุ้นที่ผมชอบ
นั่นคือ หุ้น HMPRO ได้ลองมาดูค่า EPS ย้อนหลัง 10 ปี
และค่า ROE ย้อนหลัง 5 ปี ( ชณะนี้ผมยังหาค่า ROE เองไม่เป็นครับ ดูเอาจากบทวิเคราะห์ )
ที่สงสัยก็คือว่า ทำไมค่า EPS มันไม่ค่อยจะต่างกันเลยครับในแต่ละปี ซึ่งตามหลักแล้ว
มันควรจะขึ้นไป 15-20 % ทุกปีไม่ใช่หรือครับ

ถ้าผมวิเคราะห์แค่ EPS และ ROE แล้ว ตามหลักในหนังสือ ผมก็ไม่ควรสนหุ้นตัวนี้
แต่ถ้ามองย้อนหลังไป คนที่ถือมานานๆ 6-7ปี น่าจะได้กำไรพอสมควร

แปลว่าผมพลาดอะไรไปแน่ๆ
อยากให้พึ่ๆช่วยแนะนำหน่อยครับว่า
ผมควรต้องไปดูในตัวเลข หรืออัตราส่วนอื่นๆ อันไหนอีก
เพื่อนำมาใช้ในการวิเคราะห์หุ้นตัวนี้ครับ

ปล ผมพยายามฝึุกวิเคราะห์ตัวเลขทางบัญชีอยู่ครับ โดยการใช้หุ้นตัวนี้เป็นโจทย์
ต้องขอโทษที่พูดชื่อหุ้นนี้ออกไป
ในส่วนของแนวคิด ผมคิดว่า ผมชอบแนวคิดทาง VI มาก แต่ทางตัวเลขบัญชีซึ่ง
บอกว่าเป็นแค่ 10 % ผมกำลังพยายามอย่างหนักเลยครับ แบบว่า basic เป็น 0 ครับ

ถ้าไม่เป็นการรบกวนเกินไป อยากให้คุณวิบูลย์ช่วยกรุณาอธิบายให้ฟังหน่อยครับ
แต่ถ้าพึ่ๆท่านอื่นกรุณาก็จะยินดีเป็นอย่างยิ่งครับ
ขอบคุณครับ
อย่างที่ฮงบอก
EPS อาจเพี้ยนได้ถ้ามีการแตกพาร์
ลองเปลี่ยนไปใช้รายได้และกำไรดูแทน
แล้วค่อยเอาจำนวนหุ้นในแต่ละปีมาคิดนะครับ

ROE แบบง่ายๆก็คือ Net Profit/EquityX100%

Re: คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: อังคาร พ.ค. 24, 2011 5:13 pm
โดย airazoc
รบกวนพี่วิบูลย์อีกทีครับ น่าจะใช้ได้แล้วรอบนี้

ขออภัยในความไม่สะดวกเป็นอย่างยิ่งครับ

Re: คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: พุธ พ.ค. 25, 2011 1:27 pm
โดย VIB007
airazoc เขียน:รบกวนพี่วิบูลย์อีกทีครับ น่าจะใช้ได้แล้วรอบนี้

ขออภัยในความไม่สะดวกเป็นอย่างยิ่งครับ

Re: คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: พุธ พ.ค. 25, 2011 1:28 pm
โดย VIB007
VIB007 เขียน:
airazoc เขียน:รบกวนพี่วิบูลย์อีกทีครับ น่าจะใช้ได้แล้วรอบนี้

ขออภัยในความไม่สะดวกเป็นอย่างยิ่งครับ
ใช้ได้แล้วครับ ขอบคุณครับ

Re: คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: ศุกร์ พ.ค. 27, 2011 4:46 pm
โดย mr_chai
พี่วิบูลย์ครับ พอดี งง เรื่อง ROA ผมไปโพสไว้ใน ห้องมือใหม่ยังไม่มีคนไปตอบ รบกวนพี่วิบูลย์ช่วย
ไปชี้แนะหน่อยครับ

http://board.thaivi.org/viewtopic.php?f=20&t=47994

Re: คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: อังคาร พ.ค. 31, 2011 9:41 am
โดย VIB007
mr_chai เขียน:พี่วิบูลย์ครับ พอดี งง เรื่อง ROA ผมไปโพสไว้ใน ห้องมือใหม่ยังไม่มีคนไปตอบ รบกวนพี่วิบูลย์ช่วย
ไปชี้แนะหน่อยครับ

http://board.thaivi.org/viewtopic.php?f=20&t=47994
มีคนช่วยตอบแล้วนี่ครับ
มีน้ำใจกันจริงๆ
ขอบคุณแทนน้องๆทุกคน

Re: คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: อังคาร พ.ค. 31, 2011 10:45 am
โดย hongvalue
1.พี่ครับทำไมบางครั้ง spread px
บางคนเขาเขา px-นาฟทา
แต่ของ top เขาใช้ px-ulg95


2.แล้วแบบนี้ spread ของ esso ที่เป็นโรงกลั่นและมีสาย px เหมือนกันก็ใช้ ulg95 ด้วยไหมครับ

3.ทำไมเวลา top รายงาน spread การกลั่นเขาใช้ db หรือ dubai ล่ะครับ ปกติมันเป็น brent ไม่ใช่เหรอครับน้ำมันดิบ

Re: คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: อังคาร พ.ค. 31, 2011 11:57 am
โดย hongvalue
test20.png
ถามหน่อยครับ รูปนี้เอามาจาก top เขาบอกว่าค่าการกลั่นของเขาเมื่อรวมกับ
tpx tlb จะทำให้ค่าการกลั่นไตรมาสล่าสุดจากเฉพาะโรงกลั่น 12.3 สูงขึ้นเป็น 15.6

คำถามคือ esso ที่มี px เหมือนกันเราก็ควรดู gim ไม่ใช่ grm ถูกไหมครับเพราะโรงกลั่นที่มี
px ด้วยจะทำให้ค่าการกลั่นออกมาสูงกว่า แต่กรณี esso ไม่มี lube base เหมือน top ดังนั้น
gim สุทธิ์แล้วไม่น่าจะสูงเท่ากัน

2.ทำไม bcp ถึงไม่หันมาทำ px บางล่ะครับค่าการกลั่นจะได้สูงๆเหมือน top บ้าง

Re: คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: พุธ มิ.ย. 01, 2011 2:38 pm
โดย VIB007
hongvalue เขียน:1.พี่ครับทำไมบางครั้ง spread px
บางคนเขาเขา px-นาฟทา
แต่ของ top เขาใช้ px-ulg95
PX บางโรงทำมาจากแนฟทาโดยตรง
แต่ของ top หรือ esso ทำ PX จาก Reformate ซึ่งเป็นตัวเดียวกับน้ำมันเบนซิน

hongvalue เขียน:2.แล้วแบบนี้ spread ของ esso ที่เป็นโรงกลั่นและมีสาย px เหมือนกันก็ใช้ ulg95 ด้วยไหมครับ
ใช้ได้เหมือนกันเพราะเป็นแบบเดียวกัน
ทำ PX จาก Reformate
hongvalue เขียน:3.ทำไมเวลา top รายงาน spread การกลั่นเขาใช้ db หรือ dubai ล่ะครับ ปกติมันเป็น brent ไม่ใช่เหรอครับน้ำมันดิบ
brent เป็นราคาของยุโรป
แต่น้ำมนดิบในไทยซื้อมาจากตะวันออกกลางเป็นกลัก
เลยใช้ dubai

Re: คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: พุธ มิ.ย. 01, 2011 2:43 pm
โดย VIB007
hongvalue เขียน:
ถามหน่อยครับ รูปนี้เอามาจาก top เขาบอกว่าค่าการกลั่นของเขาเมื่อรวมกับ
tpx tlb จะทำให้ค่าการกลั่นไตรมาสล่าสุดจากเฉพาะโรงกลั่น 12.3 สูงขึ้นเป็น 15.6

คำถามคือ esso ที่มี px เหมือนกันเราก็ควรดู gim ไม่ใช่ grm ถูกไหมครับเพราะโรงกลั่นที่มี px ด้วยจะทำให้ค่าการกลั่นออกมาสูงกว่า แต่กรณี esso ไม่มี lube base เหมือน top ดังนั้น gim สุทธิ์แล้วไม่น่าจะสูงเท่ากัน
แม่นแล้ว

hongvalue เขียน: 2.ทำไม bcp ถึงไม่หันมาทำ px บางล่ะครับค่าการกลั่นจะได้สูงๆเหมือน top บ้าง
บางจากเพิ่งลงทุนติดตั้ง Conversion Kit ไป
เพื่อผลิตนำมันดีเซลได้มากขึ้น
จากที่เดิมผลิตได้แต่น้ำมันเตาและยางมะตอย

ถ้าจะผลิต PX อีก
คงต้องลงทุนอีกมาก
และต้องมีตลาดรองรับ

ตอนนี้คงยังไม่มีตังค์
และที่ดินบางจากก็คับแคบมาก
ทำให้การขยายโรงงานทำได้ลำบาก

เดาว่าในระยะใกล้ บางจากคงยังไม่สร้าง PX

Re: คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. มิ.ย. 02, 2011 12:57 pm
โดย ni_fahsai
สวัสดีค่ะพี่วิบูลย์ น้องใหม่เพิ่งเริ่มเข้าวงการค่ะ อ่านกระทู้นี้ ถึงหน้า 20 แล้ว พยายามทำความเข้าใจอยู่ ขอเป็นกำลังใจให้พี่ๆ ที่ให้ความรู้กับน้องๆ อย่างไม่มีเหน็ดเหนื่อย ไม่คิดว่าจะมีกระทู้ที่รวบรวมความรู้ดีๆแบบนี้ เหมือนเป็นไฟส่องทางให้น้องๆ ขอบคุณมากๆค่ะ :D

Re: คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: ศุกร์ มิ.ย. 03, 2011 12:54 am
โดย auiyoo
สวัสดีครับ :P พี่ๆทุกๆคน เป็นน้องใหม่เพิ่งเข้ามาอ่าน .. อ่านไปได้ 37 หน้าละ ..เฮ้อ !! เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง ไม่มีความรู้เรื่องบัญชีเลย ยากจริงๆ.. ก็พยายามประติดประต่อครับ

เท่าที่อ่านก็พอจะได้แนวทาง VI อยู่พอสมควร ที่เหลือก็ต้องลองไปนั่งทำการบ้านดู ทั้งงบการเงิน งบดุล กำไรขาดทุน ข่าวต่างๆ เป็นต้น ...

ถึงตรงนี้มีข้อคำถามอยู่หลายข้อครับ

1. การจะเข้าไปดูงบต่างๆ เพื่อนำไปสู่การหา "ราคาที่แท้จริง" มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆสำหรับมือใหม่ .. เพราะฉะนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะไปดูงบการเงินได้ทุกบริษัท แสดงว่าเราก็ต้องกรองหุ้นออกไปซะส่วนใหญ่ แล้วจึงค่อย ไปนั่งไล่ดูที่เหลือไปเรื่อยๆ อยากถามว่า พวกพี่ๆ ใช้หลักการอะไรในการกรองหุ้นเบื้องต้นก่อนไปนั่งดูพวกงบการเงินต่างๆ เช่น P/E, P/BV, Dividend Yield, EPS, Growth หรือ กลุ่มอุตสาหกรรม etc. เป็นต้น

2. อยากให้แนะนำหนังสือสำหรับ VI ให้ด้วยครับ เท่าที่อ่านในกระทู้จะมี (ถึงหน้า 37) จะเป็นข้อมูลของปี 2004 อยู่เลย ฮ่าๆ ดังนี้
a. ราคาหุ้นและการปรับโครงสร้างทางการเงิน เล่ม 2 (FPM)
b. Value Investing Made Easy
c. The new Buffertology
d. ตีแตก ของ ดร. นิเวศน์
ไม่รู้ว่า ข้อมูลจะยังใช้ได้อยู่หรือไม่ แล้วจะหาซื้อได้หรือป่าว หรือพี่ๆมีหนังสือแนะนำทดแทนหรือป่าว

3. จำเป็นต้องมีความเข้าใจบัญชีด้วยหรือป่าวครับ .. มีหนังสือแนะนำหรือป่าวครับ

ขอบคุณครับ :D

Re: คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: ศุกร์ มิ.ย. 03, 2011 9:37 am
โดย VIB007
nitiporn เขียน:สวัสดีค่ะพี่วิบูลย์ น้องใหม่เพิ่งเริ่มเข้าวงการค่ะ อ่านกระทู้นี้ ถึงหน้า 20 แล้ว พยายามทำความเข้าใจอยู่ ขอเป็นกำลังใจให้พี่ๆ ที่ให้ความรู้กับน้องๆ อย่างไม่มีเหน็ดเหนื่อย ไม่คิดว่าจะมีกระทู้ที่รวบรวมความรู้ดีๆแบบนี้ เหมือนเป็นไฟส่องทางให้น้องๆ ขอบคุณมากๆค่ะ :D
ขอบคุณครับ ให้กำลังใจพยายามอ่านต่อไป

Re: คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: ศุกร์ มิ.ย. 03, 2011 9:42 am
โดย VIB007
auiyoo เขียน:สวัสดีครับ :P พี่ๆทุกๆคน เป็นน้องใหม่เพิ่งเข้ามาอ่าน .. อ่านไปได้ 37 หน้าละ ..เฮ้อ !! เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง ไม่มีความรู้เรื่องบัญชีเลย ยากจริงๆ.. ก็พยายามประติดประต่อครับ

เท่าที่อ่านก็พอจะได้แนวทาง VI อยู่พอสมควร ที่เหลือก็ต้องลองไปนั่งทำการบ้านดู ทั้งงบการเงิน งบดุล กำไรขาดทุน ข่าวต่างๆ เป็นต้น ...

ถึงตรงนี้มีข้อคำถามอยู่หลายข้อครับ

1. การจะเข้าไปดูงบต่างๆ เพื่อนำไปสู่การหา "ราคาที่แท้จริง" มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆสำหรับมือใหม่ .. เพราะฉะนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะไปดูงบการเงินได้ทุกบริษัท แสดงว่าเราก็ต้องกรองหุ้นออกไปซะส่วนใหญ่ แล้วจึงค่อย ไปนั่งไล่ดูที่เหลือไปเรื่อยๆ อยากถามว่า พวกพี่ๆ ใช้หลักการอะไรในการกรองหุ้นเบื้องต้นก่อนไปนั่งดูพวกงบการเงินต่างๆ เช่น P/E, P/BV, Dividend Yield, EPS, Growth หรือ กลุ่มอุตสาหกรรม etc. เป็นต้น
กรองตามสะดวก
ลองหาหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจฉบับวันจันทร์มาดู
จะมีตัวเลขต่างๆไว้เปรียบเทียบดูได้ครับ
auiyoo เขียน:2. อยากให้แนะนำหนังสือสำหรับ VI ให้ด้วยครับ เท่าที่อ่านในกระทู้จะมี (ถึงหน้า 37) จะเป็นข้อมูลของปี 2004 อยู่เลย ฮ่าๆ ดังนี้
a. ราคาหุ้นและการปรับโครงสร้างทางการเงิน เล่ม 2 (FPM)
b. Value Investing Made Easy
c. The new Buffertology
d. ตีแตก ของ ดร. นิเวศน์
ไม่รู้ว่า ข้อมูลจะยังใช้ได้อยู่หรือไม่ แล้วจะหาซื้อได้หรือป่าว หรือพี่ๆมีหนังสือแนะนำทดแทนหรือป่าว
นับจากวันที่เริ่มตั้งเวปจนถึงวันนี้
มีหนังสือวีไอออกมาในตลาดเต็มไปหมด

ถ้าแนะนำตอนนี้ก็ต้อง
"เคล็ดลับเซียนหุ้นบันลือโลก"
เนื้อหาเยอะ ราคาไม่แพง ฮา

ส่วนเล่มเก่าๆเนื้อหายังใช้ได้
ไปหาเถอะครับตามร้านทั่วไป
ซีเอ็ดยิ่งเยอะ
ซื้อมาทุกเล่มเลยก็ได้
ทั้งของอ.นิเวศน์ บัฟเฟต ปีเตอร์ลินซ์ ฟิลลิปฟิชเชอร์

auiyoo เขียน:3. จำเป็นต้องมีความเข้าใจบัญชีด้วยหรือป่าวครับ .. มีหนังสือแนะนำหรือป่าวครับ

ขอบคุณครับ :D
หนังสือของอ.ภาพร หรือไม่ก็ของอ.วรศักดิ์ ทุมมานนท์
ใช้ได้ครับ

Re: คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: เสาร์ มิ.ย. 04, 2011 11:44 pm
โดย hongvalue
สวัสดีครับพี่วิบูลย์ผู้รักสุขภาพ (เน้นกินผัก)

วันนี้มาเรื่องมาถามหน่อยครับว่าผมเข้าใจถูกไหม

ก่อนหน้านี้ถามเกี่ยวกับ top ไปเยอะถึงความเกี่ยวพันกับ px และโรงกลั่นตอนนี้ขอถามเกี่ยวกับ bcp บ้าง

1.กรณีของ top esso ที่มีโรงกลั่นสาย px ด้วยเป็นการทำให้บริษัทครบวงจรมากขึ้น ในทางกลับกัน bcp ก็ทำให้ตัวเองครบวงจรมากขึ้นด้วยการที่ไปถือหุ้น อิบล เอทานอล เท่าที่ผมเข้าใจ bcp มีขายน้ำมัน e 20 ซึ่งคือส่วนที่ผสมกับเบนซิน 80% และใช้เอทานอล 20% จึงเรียกว่า e 20 ซึ่งการที่บริษัทถือหุ้นในอุบลเอทานอลทำให้เอาเอทานอลมาผสมเพื่อทำ e 20 ขายได้อันนีผมเข้าใจถูกใช่ไหม

2.แล้วกรณี lanna ขายหุ้น tae หรือ thai agro energy ให้กับ bcp ผมงงว่าธุรกิจถ่านหินเกี่ยวอะไรกับ เอทานอลด้วยเหรอครับ มันใช้เกื้อหนุนอะไรกันได้

3.แล้วกรณีที่ bcp ทำ solar farm จริงๆแล้วธุรกิจนี้ก็ไม่ได้เกื้อหนุนอะไรกับโรงกลั่นเลยหรือเปล่าครับ มันแทบจะไม่เกี่ยวกันเลย เพียงแต่น่าจะเป็น stable income ได้เฉยๆ หรือจริงๆแล้ว solar farm มันเกี่ยวอะไรกับโรงกลั่นอ้อมๆครับ(ผมนึกไม่ออก)

Re: คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: จันทร์ มิ.ย. 06, 2011 2:05 pm
โดย VIB007
hongvalue เขียน:สวัสดีครับพี่วิบูลย์ผู้รักสุขภาพ (เน้นกินผัก)
อย่างที่บอก
อายุมากขึ้นก็ต้องเน้นเรื่องสุขภาพ
มีเงินแล้วสุขภาพไม่ดี ไม่มีประโยชน์
สุดท้ายเราจะหาเงินให้โรงพยาบาลให้หมอหรือ
(เข้าโรงพยาบาลใหญ่ๆแถวนานาได้นะ อิ)

กินผักตอนนี้ต้องระวังเชื้ออีโคไลน์ด้วย

จริงๆแล้วกินผักต้องระวังเป็นพิเศษ
เพราะผักส่วนใหญ่มียาฆ่าแมลงเยอะมาก
บางส่วนตกลงไปในดินหรือน้ำ
แล้วรากพืชดูดเข้าไปในลำต้น รากและใบ

ผักใบจะมีสารพิษที่ใบ
ส่วนผักหัวใต้ดินสะสมสารพิษได้มากเหมือนกัน

ทานผักก็ต้องเลือกด้วย
hongvalue เขียน:วันนี้มาเรื่องมาถามหน่อยครับว่าผมเข้าใจถูกไหม

ก่อนหน้านี้ถามเกี่ยวกับ top ไปเยอะถึงความเกี่ยวพันกับ px และโรงกลั่นตอนนี้ขอถามเกี่ยวกับ bcp บ้าง

1.กรณีของ top esso ที่มีโรงกลั่นสาย px ด้วยเป็นการทำให้บริษัทครบวงจรมากขึ้น ในทางกลับกัน bcp ก็ทำให้ตัวเองครบวงจรมากขึ้นด้วยการที่ไปถือหุ้น อิบล เอทานอล เท่าที่ผมเข้าใจ bcp มีขายน้ำมัน e 20 ซึ่งคือส่วนที่ผสมกับเบนซิน 80% และใช้เอทานอล 20% จึงเรียกว่า e 20 ซึ่งการที่บริษัทถือหุ้นในอุบลเอทานอลทำให้เอาเอทานอลมาผสมเพื่อทำ e 20 ขายได้อันนีผมเข้าใจถูกใช่ไหม
ใช่
และขายแก๊สโซฮอลด้วยมีส่วนผสมเอทานอล 10%
hongvalue เขียน:2.แล้วกรณี lanna ขายหุ้น tae หรือ thai agro energy ให้กับ bcp ผมงงว่าธุรกิจถ่านหินเกี่ยวอะไรกับ เอทานอลด้วยเหรอครับ มันใช้เกื้อหนุนอะไรกันได้
คงไม่เกี่ยว
บริษัทนี้คงอยากทำธุรกิจพลังงานด้านอื่นเลยมาทำเอทานอลด้วย
จริงๆแล้วไม่เกี่ยวกันเลย
เพราะเอทานอลทำมาจากอ้อยและกากน้ำตาลหรือมันสำปะหลัง
hongvalue เขียน:3.แล้วกรณีที่ bcp ทำ solar farm จริงๆแล้วธุรกิจนี้ก็ไม่ได้เกื้อหนุนอะไรกับโรงกลั่นเลยหรือเปล่าครับ มันแทบจะไม่เกี่ยวกันเลย เพียงแต่น่าจะเป็น stable income ได้เฉยๆ หรือจริงๆแล้ว solar farm มันเกี่ยวอะไรกับโรงกลั่นอ้อมๆครับ(ผมนึกไม่ออก)
ถ้า solar farm นั้นไม่ได้ตั้งอยู่ใกล้โรงกลั่นเพื่อเอาไฟฟ้ามาใช้ก็คงไม่เกี่ยวกัน
ทางอ้อมก็ไม่มี
น่าจะเกิดจากบางจากอยากเพิ่มธุรกิจพลังงานทดแทน
เลยมาทำโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์
แต่รายได้คงไม่มากเท่าไหร่มั๊งถ้าเทียบกับโรงกลั่น

เห็นบางจากโฆษณาว่าจะเป็นบริษัทที่มีค่าปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์
เลยต้องหาธุรกิจที่มาล้างค่าคาร์บอนที่ปล่อยออกจากโรงกลั่น
ซึ่งนั่นก็คือพลังงานหมุนเวียนเช่น แสงอาทิตย์ ลม
และการปลูกป่าก็ช่วยลดปริมาณคาร์บอนได้เช่นกัน

Re: คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: อังคาร มิ.ย. 07, 2011 3:55 pm
โดย VIB007
เห็นไปทำหน้าหล่ออยู่ในกรุงเทพธุรกิจBizweekเมื่อวานนี้นะ
ตอนนี้ท่าจะดังใหญ่แล้วน้องเรา
ได้ดีแล้วอย่าลืมกันหละ
ตอนนี้ต้องเรียกว่า"เสี่ยฮง".....ฮา

ปล.ทำไมรูปดูดีกว่าตัวจริง
สงสัยบก.สั่งแต่งรูปอย่างหนัก

แอบไปให้สัมภาษณ์เมื่อไหร่เนี่ย

Re: คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: พุธ มิ.ย. 08, 2011 9:40 am
โดย hongvalue
VIB007 เขียน:เห็นไปทำหน้าหล่ออยู่ในกรุงเทพธุรกิจBizweekเมื่อวานนี้นะ
หน้าหล่อมานานแล้วไม่ได้ไปทำ 5555
VIB007 เขียน: ได้ดีแล้วอย่าลืมกันหละ
ตอนนี้ต้องเรียกว่า"เสี่ยฮง".....ฮา
แหม จะลืมได้ไงเพิ่งไปกินข้าวด้วยกันมาเอง
พี่เสี่ยกว่าผมตั้งเยอะ 5555
VIB007 เขียน:
ปล.ทำไมรูปดูดีกว่าตัวจริง
สงสัยบก.สั่งแต่งรูปอย่างหนัก

แอบไปให้สัมภาษณ์เมื่อไหร่เนี่ย
ตัวจริงกับในรูปก็เหมือนกันแหม มาบอกว่ารูปดูดีกว่าได้ไง :P
เพิ่งไปให้สัมภาษ 2-3 สัปดาห์ก่อน

Re: คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. มิ.ย. 09, 2011 9:35 am
โดย VIB007
จากนสพ.กรุงเทพธุรกิจ : BizWeek
วันที่ 6 มิถุนายน 2554
เซียนหุ้นอัจฉริยะ 'สถาพร งามเรืองพงศ์'

สถาพร งามเรืองพงศ์ เซียนหุ้นอัจฉริยะ

อายุเพียง 25 ปี 'ฮง' เด็กหนุ่มที่พ่อแม่ค้าเสื้อยืดย่านพระราม 2 เล่นหุ้นตั้งแต่เรียนปี 1 'ม.กรุงเทพ' ปั่นเงินจาก 'หลักแสน' เพิ่มเป็น 'หลายสิบล้าน' ภายใน 7 ปี..ฝันอีก 'สิบปี' พอร์ตแตะ 300 ล้านบาท

โฆษณาโดย Google
รถไฟฟ้า12สาย ครอบคลุมกทม.
เชื่อม-นนทบุรี-ปทุมธานี-สมุทรปราการ ตั๋วใบเดียวเชื่อม เมล์-เรือ-รถไฟ
campaign.democrat.or.th
กระเป๋า coach หรู ฟรีๆ
เพียงกรอกชื่อ อีเมล์ เบอร์โทร ลุ้นกระเป๋าแบรนด์ง่ายๆได้เลย
http://www.ensogo.com"ฮง" สถาพร งามเรืองพงศ์ ชื่อนี้แทบไม่เป็นที่รู้จักในวงการตลาดหุ้น แต่ถ้าเอ่ยนามแฝง "ฮงแวลู" (Hongvalue) เซียนหุ้น "วัยรุ่น" รายนี้เป็นที่รู้จักอย่างดีในเว็บบอร์ด Thaivi.com ที่วันนี้เริ่มอัพเกรดตัวเองไปเป็นวิทยากรบรรยายเรื่องหุ้นให้กับนักลงทุนกลุ่มเล็กๆ หลังชีวิตการลงทุนตลอด 7 ปีประสบความสำเร็จอย่างงดงามมีพอร์ตลงทุน "หลายสิบล้านบาท"


ตี๋หนุ่มวัยเพียง 25 ปีรายนี้เลือกเดินในอาชีพ "นักเล่นหุ้น" อย่างแน่วแน่ และกำลัง "ป็อปปูล่า" วัดความดังได้จากงานสัมมนาเล็กๆ ที่ฮงและก๊วนเพื่อนร่วมกันแชร์ประสบการณ์ในช่วงหลังวิกฤติเศรษฐกิจ (ซับไพร์ม) ปี 2551 ที่เขาได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนสูงถึง 10 เท่าตัวหากรู้จักเลือกลงทุนหุ้นพื้นฐาน เปิดให้จองที่นั่งเข้าฟังบรรยายเพียงไม่กี่ชั่วโมงมีนักลงทุนรายเล็กรายใหญ่ แห่จองกันเต็ม 230 ที่นั่ง


หลังจบงานสัมมนามีคนตามทวิตเตอร์ของ Hongvalue เพิ่มขึ้นกว่า 100 คน เขายกตัวอย่างหุ้นที่เคยทำเงินเข้ากระเป๋าได้อย่าง “มหาศาล” ในช่วงหลังวิกฤติปี 2551 นั่นคือ หุ้นเจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) และหุ้นโพลีเพล็กซ์ (ประเทศไทย) (PTL) รวมถึงหุ้นอีกหลายตัวที่ทะยานขึ้นอย่างมาก


ตี๋หนุ่มคุยว่าพอร์ตลงทุนของตัวเองเติบโตก้าวกระโดดในช่วงไม่กี่ปีมานี้ และเริ่มเป็นที่รู้จักในแวดวง Value Investor มากขึ้นหลังสร้างผลตอบแทนเพิ่มขึ้นประมาณ 20 เท่า ภายในระยะเวลา 2 ปี ขณะเดียวกันถ้าวัดตั้งแต่เริ่มลงทุนปี 2547-2553 ภายในระยะเวลา 7 ปี พอร์ตลงทุนขยายตัวประมาณ 40-50 เท่า


"ฮง" เซียนหุ้นอัจฉริยะรายนี้เป็นลูกคนสุดท้องจากพี่น้องทั้งหมด 3 คน เขาเล่าว่า พี่ชายคนโตปัจจุบันอายุ 33 ปีคนนี้ก็เล่นหุ้นเหมือนกันแต่มูลค่าพอร์ตลงทุนยังไม่ใหญ่ประมาณ 3 ล้านบาท พี่ชายจะเน้นดูเทคนิเคิลมากกว่าปัจจัยพื้นฐาน ส่วนพี่สาวคนรองอายุ 29 ปี เรียนจบแพทย์ ปัจจุบันเดินทางไปศึกษาต่อเป็นแพทย์เฉพาะทาง สาขาช่องท้อง ที่สหรัฐอเมริกา


ฮงกล่าว่าครอบครัวไม่ได้ร่ำรวยมีฐานะพอกินพอใช้ พ่อแม่ทำธุรกิจผลิตเสื้อยืดขายย่านถนนพระราม 2 มานานกว่า 20 ปี เพิ่งเลิกทำไปเมื่อต้นปี 2554 นี้เอง และหันไปปลูกต้นลีลาวดีขาย ชื่อว่า "สวนลีลาวดีภิรมย์" บนเนื้อที่ 33 ไร่ ย่านบางขุนเทียน


ประสบการณ์เล่นหุ้นครั้งแรกของฮงต้อง "แอบพ่อ" ที่ไม่อยากให้ลูกชายเข้าไปข้องแวะกับตลาดหุ้น โดยเริ่มลงทุนครั้งแรกในชีวิตเมื่อปลายปี 2547 ช่วงนั้นเรียนอยู่ปี 1 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มีเงินลงทุนก้อนแรก 100,000 บาท เป็นเงิน "แต๊ะเอีย" ที่เก็บสะสมมาจากญาติๆให้แต่ละปีรวมกับเงินเก็บ เงินเก็บก้อนนี้ถูกพ่อแม่บังคับให้เอาไปเข้าธนาคารกลัวลูกเอาไปซื้อเกมส์มาเล่น


สำหรับผู้ที่จุดประกายให้ฮงเข้าสู่ตลาดหุ้นไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นเพื่อนสมัยเรียนมัธยมมาด้วยกัน เห็นเพื่อนซื้อหุ้น SHIN ที่ต้นทุนหุ้นละ 26-27 บาท ไปขายตอนราคา 40 บาท ได้กำไรประมาณ 50% ภายในระยะเวลาไม่กี่เดือนจากคำแนะนำของญาติ ทำให้เด็กหนุ่มมีความฝันอยากได้กำไรอย่างเพื่อนคนนั้นบ้าง


แม้วันนี้พอร์ตลงทุนของฮงจะเติบโตขึ้นอย่างมากจากเมื่อ 7 ปีก่อน จากหลัก "แสนบาท" เป็นหลัก "สิบล้านบาท" แต่นั่นยังไม่ใช่เป้าหมาย


"ภายใน 10 ปีข้างหน้า (2554-2563) ผมต้องการมีมูลค่าการลงทุนสูงถึง 300 ล้านบาท เติบโตให้ได้เฉลี่ยปีละ 20% นี่คือเป้าหมายของผม" สถาพร กล่าวกับทีมงาน กรุงเทพธุรกิจ BizWeek โดยมั่นใจว่าตัวเลขนี้ทำได้แน่นอน ทุกวันนี้ฮงเป็นนักลงทุน Full Time หลังค้นพบว่าการเล่นหุ้นเป็นทางเดินชีวิตที่มาถูกทาง


"แม้ผมจะอายุยังน้อยในสายตาใครต่อใคร แต่ก็ผ่านวิกฤติเศรษฐกิจและวิกฤติการเงิน (ซับไพร์ม) มาแล้ว เรียกได้ว่าผ่านมาแล้วทุกบรรยากาศ แล้วก็ทำได้ดีด้วย" เขาไม่ลืม "คุย"


ฮงจัดเป็น "เซียนหุ้นอัจฉริยะ" ที่จับทางตลาดหุ้นออกในเวลาอันรวดเร็ว เขารู้ว่าหุ้นแบบไหนจะขึ้นเยอะ และควรลงทุนสไตล์ไหนถ้าจับถูกตัว


"วันนี้ผมจับจุดถูกรู้ว่าจะลงทุนหุ้นสักหนึ่งตัว ต้องดูอะไรเป็นหลัก ถ้าผมจะพลาดก็ต้องมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นเท่านั้น เพราะเหตุการณ์แบบนั้นคงไม่มีใครตั้งตัวขายหุ้นทัน"

การเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จอายุยังน้อยฮงต้องศึกษาทำการบ้านอย่างหนัก เขาศึกษาแนวทางการวิเคราะห์หุ้นแบบ วอร์เรน บัฟเฟตต์ และ ปีเตอร์ ลินช์ อย่างแตกฉาน ทั้ง 2 กูรูยังเป็น "ไอดอล" ที่ฮงฝันอยากเป็น

"ผมคิดว่าคำสอนที่สำคัญที่สุด การซื้อหุ้นคือการซื้อธุรกิจ ถ้าซื้อเพราะคิดว่าราคาหุ้นจะขึ้น รับรองไม่มีทางได้กำไร(รวย)"

ครั้งแรกที่เล่นหุ้นฮงไปเปิดพอร์ตกับบล.ธนชาต ใช้ชื่อตัวเองไม่ได้เพราะยังเด็กเกินไป ต้องใช้ชื่อคุณแม่เป็นคนเปิดพอร์ต เวลาสั่งซื้อขายก็ให้ส่งจดหมายไปที่บ้านญาติเพื่อไม่ให้คุณพ่อรู้ เพราะพ่อมี "อคติ" กับตลาดหุ้นมองว่าการ “เล่นหุ้น” ไม่ต่างอะไรกับ “เล่นการพนัน” ในความเป็นจริงคุณแม่ก็ไม่ชอบให้เล่นหุ้น แต่ทนรบเร้าหาเหตุผลร้อยแปดมาอธิบายไม่ไหว เมื่อเห็นความตั้งใจจริงแม่ก็เลยยอม

"ยอมรับตรงๆ ตอนนั้นไม่รู้เรื่องอะไรเลย ต้องซื้อหุ้นกลุ่มไหน มีวิธีการลงทุนอย่างไร ดูไม่เป็นสักอย่าง ผมเริ่มต้นแสวงหาความรู้ตัวคนเดียว (ชวนเพื่อนแต่เขาไม่ไป) ผมไปนั่งฟังงานสัมมนาฟรีต่างๆ เมื่อก่อนโบรกเกอร์หลายแห่งจะชอบจัดอบรมดูงบการเงินวันเสาร์-อาทิตย์ รู้ว่าที่ไหนมีฟรีผมไปหมด"

เขาเล่าว่า บางงานไม่ให้เข้าเพราะไม่ใช่ลูกค้าเขา ก็ต้องหาเหตุผลสารพัดไปหลอกเจ้าหน้าที่หน้าห้องว่าขอเข้าไปฟังก่อนนะครับ..ถ้าโอเค! เดี๋ยวจะกลับมาเปิดพอร์ตด้วย แต่ก็มีบางงานที่ฮงถูกปฏิเสธกับเหตุผลตื้นๆ แต่เมื่อไปถึงแล้วเขาก็พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เข้าไปฟังวิทยากรบรรยาย แถมยังเกาะติดนอกรอบไปขุดไปคุ้ยไขข้อข้องใจให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

"เมื่อก่อนผมเจ็บใจมาก ด้วยความที่เรายังเด็กอายุแค่ 20 ปี เวลาไปถามวิทยากรนอกรอบงานสัมมนาต่างๆ เขาเห็นเราเด็กก็มักไม่ยอมตอบ แต่จะหันไปตอบคำถามคนอื่นที่เป็นผู้ใหญ่กว่า ตอนนั้นในหัวผมคิดว่าโลกนี้ไม่มีความยุติธรรม มันทรมานมากช่วงนั้น ไม่รู้จะทำอย่างไร"

ฮงขวนขวายหาหนังสือเกี่ยวกับการลงทุนอ่านมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในใจเขาคิดว่าต้องอ่านหนังสือเยอะๆ ไปงานสัมมนามากๆ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ให้ตัวเอง กว่าเขาจะได้ "วิชา" มาทำกำไรอย่างเป็นล่ำเป็นสันในตลาดหุ้นต้องใช้ความทุ่มเท ฮงยังค้นไม่พบความลับการลงทุน 1 ปีครึ่งผ่านไป การลงทุนของเขาไม่ได้กำไรเลยเพราะยังดูงบการเงินไม่เป็น และอ่านอนาคตธุรกิจไม่ออก ตอนนั้นฮงตัดสินใจซื้อหุ้น TTA ADVANC และ TPC

"เท่าที่จำได้ซื้อหุ้น ADVANC ราคา 95 บาท ขาย 105 บาท และซื้อหุ้น TPC ราคา 210 บาท ขายขาดทุน 190 บาท ส่วนหุ้น TTA จำราคาซื้อขายไม่ได้ เมื่อเริ่มดูงบการเงินเป็นนิดหน่อย พอรู้ว่าต้องเลือกบริษัทที่ไม่เป็นหนี้ และมีกระแสเงินสดเยอะๆ ก็เลยซื้อหุ้น CSL จำเหตุผลที่ซื้อและถือยาว 7-8 เดือนได้ว่าเป็นบริษัทที่จ่ายเงินปันผลปีละ 4 ครั้ง แถมมีผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงถึง 8-10% ที่สำคัญเห็นว่าอนาคตกำไรจะเติบโตสูง ตอนนั้นซื้อมา 5-6 บาท พอขึ้นมา 9 บาทก็ขาย ถือเป็นหุ้นตัวแรกที่ได้กำไรเป็นเนื้อเป็นหนังจากการลงทุน"

เมื่อเริ่มเห็นผลงาน (กำไร) และความแน่วแน่ที่จะเดินในอาชีพ "นักเล่นหุ้น" แม่จึง "เพิ่มทุน" ให้อีกหลัก "แสนบาท" เพื่อนำไปลงทุนหุ้น CPALL จำนวน 100,000 หุ้น ต้นทุน 7 บาท พอปลายปี 2551 ก็ขายไปที่ราคา 11 บาท เพราะช่วงนั้นเกิดวิกฤติการเงินโลก (ซับไพร์ม) หุ้นทุกตัวลงหมด แต่หุ้น CPALL ไม่สะทกสะท้าน แต่ฮงกลัวเลยตัดทิ้งไปก่อน "ตอนนั้นผมกลัวติดยอดดอยแล้วลงไม่ได้"

หลังจากนั้นก็คิดจะนำเงินไปซื้อหุ้น PS แต่ภาวะเศรษฐกิจช่วงนั้นไม่ดี ฮงวิเคราะห์ว่าหุ้นพฤกษาจะไม่สามารถขายที่อยู่อาศัยได้ สุดท้ายจึงตัดสินใจ "กำเงินสด" เกิน 5 แสนบาทไว้ในมือ

“ที่แม่ตัดสินใจให้เงินเพิ่มเพราะเห็นว่าผมจริงจังมาก เสาร์-อาทิตย์ไม่เคยอยู่บ้านไปอบรมเกี่ยวกับเรื่องหุ้นตลอด อีกเหตุผลหนึ่งแม่มองว่าที่ผมสนใจการลงทุน ทำให้เราเป็นผู้ใหญ่ขึ้นสามารถคุยกับผู้ใหญ่รู้เรื่อง”


ความมุ่งมั่นศึกษางบการเงินอย่างจริงจัง ฮงเริ่มแตกฉานและมั่นใจในตัวเอง เขากำเงินสดไว้ในมือเพียง 2 เดือน ก็นำไปลงทุนต่อในหุ้น AP และ TOP แต่ยังไม่กล้าเล่นเต็มพอร์ต สาเหตุที่เลือกซื้อ TOP เพราะก่อนหน้านั้นไทยออยล์มีกำไรต่ำมากจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงฮวบฮาบ และราคาน้ำมันก็ผกผันกับเงินดอลลาร์ เขาวิเคราะห์ว่าเงินดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนตัวราคาน้ำมันก็น่าจะขึ้น จึงคาดว่ากำไรของบริษัทจะต้องพลิกกลับมาดีขึ้นอย่างมาก


พอก้าวเข้าสู่ไตรมาส 3 ปี 2552 ฮงเข้าเก็บหุ้น CPF ตัวนี้ทำให้เขารวยขึ้นอีกขั้น เขาทุ่มเล่นบัญชีเงินสด 100% และอัดมาร์จิ้นอีก 80% เพราะมองว่า CPF ต้องเป็นหุ้น "ป็อกเด้ง" แน่นอน


"ช่วงนั้นผมอัดมาร์จิ้นซื้อหุ้น CPF เต็มแม็ก เพราะกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2552 ออกมา 3,249 ล้านบาท มากกว่าทั้งปี 2551 ที่มีกำไรสุทธิ 3,128 ล้านบาท ช่วงนั้นผมประเมินว่าทั้งปี 2552 หุ้น CPF น่าจะมีกำไรสุทธิ 9,000 ล้านบาท ถือเป็นการทำนิวไฮครั้งใหม่ (CPF ประกาศกำไรสุทธิปี 2552 จำนวน 10,190 ล้านบาท) ผมมองว่าธุรกิจเกษตรกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นตามเศรษฐกิจที่เพิ่งเริ่มฟื้นตัว"


อีกอย่างตอนนั้นฮงเช็คราคาขายหมูและไก่เฉลี่ยของปี 2552 ไม่ได้น้อยกว่าปี 2551 แต่ต้นทุนอาหารสัตว์อย่างกากถั่วเหลืงกับข้าวโพดลดลง เพราะคนนำไปทำเป็นพลังงานทดแทนพอราคาน้ำมันตกต่ำความต้องการเอาไปทำพลังงานทดแทน (เอทานอล) หายหมด ซึ่ง CPF ก็รู้เลยตุนกากถั่วเหลืงกับข้าวโพดไว้ แบบนี้จะไม่ให้กำไรเยอะได้อย่างไร


เมื่อผ่านไป 1-2 เดือน ฮงขายหุ้น CPF ได้ราคา 9.60 บาท จากต้นทุนที่ซื้อมา 7.80 บาท เพราะราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น 5 วันติดกัน เนื่องจากนักลงทุนคิดว่างบไตรมาส 3 ปี 2552 จะขยายตัวต่อเนื่อง ช่วงนั้นโบรกเกอร์เริ่มทยอยออกมาปรับราคาเป้าหมาย CPF แต่ฮงได้กำไรเข้ากระเป๋า 400,000-500,000 บาท มูลค่าพอร์ตลงทุนพุ่งขึ้นเป็น "หลักล้านบาท" แล้ว


"จากนั้นคุณแม่ก็เติมเงิน (เพิ่มทุน) ให้อีกครั้งหลัก "ล้านบาท" คราวนี้มีทุนเยอะทำให้พอร์ตลงทุนขยับเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว หลังจากกำไรหุ้น CPF ก็ไปเข้าหุ้น VNG ตอนนั้นอัดเต็มพอร์ต เพราะเห็นว่างบไตรมาส 4 ปี 2552 มีกำไรต่อหุ้น 0.27 บาท ราคาหุ้นวันนั้น 3 บาท ถ้าวนชัย กรุ๊ป สามารถรักษาระดับกำไรต่อหุ้นได้แบบนี้ เชื่อว่ากำไรต่อหุ้นทั้งปี 2553 จะยืน 1 บาท"


ฮงถือหุ้น VNG แค่ 3 เดือน ขายออกที่ราคา 5 บาท ได้กำไร 70% ทำให้มูลค่าพอร์ตลงทุนของเขาพุ่งขึ้นเป็นหลัก "สิบล้านบาท" เมื่อขายหุ้น VNG เกลี้ยงพอร์ต ก็โยกเงินไปซื้อหุ้น PTL ที่ราคา 7.50 บาท ช่วงเดือนพฤษภาคม 2553 ทยอยสะสมก่อน 30% ของพอร์ต พอราคาหุ้นขึ้นมา 15 บาท คราวนี้อัดเต็ม 100% ของพอร์ต ใช้มาร์จิ้นซื้ออีก 60% รวมเป็น 160% แล้วไปขายออกในเดือนพฤศจิกายน 2553 ที่ราคา 45 บาท


หุ้นโพลีเพล็กซ์ (ประเทศไทย) คือจุดหักเหครั้งสำคัญทำให้ฮงรวยขึ้นมหาศาล "หลายเท่าตัว" พอร์ตของเขาขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็น "หลายสิบล้านบาท" ในเวลาเพียงไม่กี่เดือน ฮงบอกกับทีมงานกรุงเทพธุรกิจ BizWeek ว่าปัจจุบันมูลค่าพอร์ตของเขาเท่าไร แต่ขอไม่ให้เปิดเผยตัวเลขกับสาธารณะ


หลังจากที่ประสบความสำเร็จได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ ฮงบอกว่าจากนั้นก็ซื้ออะไรไปเรื่อยเปื่อย เช่น หุ้น TVO และหุ้น STA ตอนที่ช้อนหุ้น TVO ราคาเฉลี่ย 27-29 บาท เพราะเห็นว่าราคาถั่วเหลืองในตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้น 1,300 เซ็นต์ต่อบุชเชล ภายในเวลา 2 เดือน แต่ถือหุ้นตัวนี้ไม่ถึง 2 เดือน ก็ขายออกในราคา 31 บาทได้กำไรไม่เท่าไร


ส่วนหุ้น STA ซื้อมา 36 บาท เพราะเห็นว่าราคายางพาราทำจุดสูงสุดใหม่ แต่สุดท้ายก็ยอมขายขาดทุน 35 บาท เพราะราคาหุ้นไม่ขยับตัวตามราคายาง "ตัวไหนถือไว้ดูท่าจะไม่รุ่ง ผมจะขายทิ้ง"


จาก "ไอ้ตี๋หนุ่ม" หน้าละอ่อน ถามใครใครก็เมิน วันนี้กลายเป็น "เซียนฮง" อย่างเต็มภาคภูมิ เจ้าตัวก็เลย "ยืด" ได้ (ขอคุยหน่อย) บอกว่าที่จริงไม่ได้เก่งอะไรมากมาย แค่รู้ว่าเล่นหุ้นแบบไหนแล้วได้กำไร หลังจากเป็นเศรษฐีย่อมๆ ภายในเวลาไม่กี่ปี วันนี้ครอบครัวแฮปปี้มากพ่อแม่เปลี่ยนทัศนคติแล้วว่าการเล่นหุ้น "ไม่ใช่การพนัน" แต่เป็น "การลงทุน" ที่ให้ผลตอบแทนอย่างคุ้มค่า


"ผมจะขอยึดอาชีพนักลงทุนเลี้ยงตัวเองไปเรื่อยๆ ไม่คิดไปทำงานอย่างอื่น แต่ถ้ามีเงินตามเป้าหมายอาจแบ่งมาลงทุนทำอพาร์ทเม้นท์ให้เช่า เท่านี้ชีวิตผมก็มีความสุขแล้ว"


เรื่องราวของ "ฮง" เซียนหุ้นอัจฉริยะยังไม่จบ เขามีกลยุทธ์การลงทุนอย่างไร..? สามารถปั่นเงินจาก "หลักแสน" เป็น "หลายสิบล้านบาท" ได้ อะไรคือความลับการทำกำไรในตลาดหุ้นที่เด็กหนุ่มค้นพบ..สัปดาห์หน้าห้ามพลาด!!

Re: คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. มิ.ย. 09, 2011 10:05 am
โดย VIB007
บอกแล้วว่าหล่อกว่าตัวจริง

Re: คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: ศุกร์ มิ.ย. 10, 2011 10:31 am
โดย hongvalue
VIB007 เขียน:บอกแล้วว่าหล่อกว่าตัวจริง
รูปนี้โกนเคราไม่เกลี้ยงอะ :oops:

Re: คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: ศุกร์ มิ.ย. 10, 2011 2:32 pm
โดย Peyton
ขอบคุณมากๆครับ ได้ความรู้มากเลย :D

Re: คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: ศุกร์ มิ.ย. 10, 2011 11:33 pm
โดย namelessky
พี่วิบูลย์ ศึกษาความรู้จากไหนอ่ะครับ

ทำไมรู้สึกว่ามีใครถามอะไรส่วนมากจะตอบได้หมดเลย

คือ ผมอยากมีความรู้เยอะๆแบบนั้นบ้างอ่ะครับ :'O :'O :'O

Re: คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: จันทร์ มิ.ย. 13, 2011 11:46 am
โดย VIB007
namelessky เขียน:พี่วิบูลย์ ศึกษาความรู้จากไหนอ่ะครับ

ทำไมรู้สึกว่ามีใครถามอะไรส่วนมากจะตอบได้หมดเลย

คือ ผมอยากมีความรู้เยอะๆแบบนั้นบ้างอ่ะครับ :'O :'O :'O
ตอบได้เท่าที่ตอบได้ครับ
บางอย่างไม่รู้ก็บอกว่าไม่รู้

ความรู้ในโลกนี้มันมีมากมายมหาศาล
ไม่ได้มีเพียงในห้องเรียนเท่านั้น

ผมเห็นเด็กไทยเรียนหนังสือแล้วสงสาร
เพราะเรียนเน้นตอบข้อสอบอย่างเดียว
ถ้าไปดูข้อสอบเข้ามหาลัยของอังกฤษนะ
ไม่มีตัวเลือก เอ บี ซีนะครับ
เป็นบรรยายทั้งหมด
เห็นแล้วเศร้าใจกับการศึกษาไทย

คนไทยถึงไม่ค่อยค้นคว้าหาความรู้
เพราะเรียนแต่ในห้องเรียนและเรียนพิเศษมามาก
จนล้าและเบื่อ
รอเพียงคนมาป้อนความรู้ให้

จริงๆแล้ว
การเรียนรู้ควรเป็นสิ่งที่ผู้เรียนต้องศึกษาค้นคว้าเอง
ผู้สอนเป็นเพียงผู้ชี้แนะแนวทาง
และคนเรียนอาจเก่งกว่าคนสอนก็ได้
แต่บ้านเราไม่ใช่
ใครตอบคำถามผิดจากที่ครูสอนถือว่าผิด สอบตก
ผ่านไป 40-50 ปี การศึกษาไทยยังไปไม่ถึงไหน

ถ้าเราสนใจเรื่องอะไร
การเรียนรู้ก็มีอยู่ไม่กี่วิธีครับ
หนึ่ง เข้าเรียนในโรงเรียนที่มีสอนเรื่องที่เราสนใจ
สอง ศึกษาเองจากการอ่านหนังสือ
สาม สอบถามจากผู้รู้ในวงการ

มีอาจารย์คนหนึ่งที่ผมนับถือ
ท่านบอกว่าท่านสนใจเรื่องออะไรก็หาหนังสือมาอ่านเอง
และลงมือปฏิบัติ
ไม่ต้องไปเรียนในห้องเรียนแต่อย่างใด
และท่านก็มีความรู้ในเรื่องดังกล่าวอย่างมากโดยไม่ต้องได้ปริญญา

ดังนั้น
ต้องศึกษาหาความรู้ครับ
อ่านให้มาก
ศึกษาให้เข้าใจ

ปล. ตอนนี้ผมไม่ค่อยได้อ่านหนังสือลงทุนแล้ว
อ่านหนังสือแนวอื่นแทนครับ
แต่เอามาใช้ในชีวิตประจำวันได้ดีทีเดียว

โชคดีครับ