มั่งคั่งด้วยหุ้น ลงทุนอย่างมีคุณค่า

เชิญมาพักผ่อน คลายร้อนนั่งเล่น คุยกันเย็นๆ พร้อมเรื่องกีฬา สัพเพเหระ ทัศนะนานา ชีวิตชีวา สุขภาพทั่วไป บันเทิงขำขัน รอบเรื่องเมืองไทย ชวนเที่ยวที่ไหน อยากไปก็นัดมา ...โย่วๆ
ภาพประจำตัวสมาชิก
jek ae
Verified User
โพสต์: 899
ผู้ติดตาม: 0

Re: ชมรมหมอ VI

โพสต์ที่ 3781

โพสต์

ขอบคุณครับ หมอมุข หมอแฮม

ในความโชคร้ายก็ยังมีโชคดีอยู่บ้างครับ อย่างแรกเลยดีที่เป็นที่ข้างซ้าย ไม่อย่างนั้นคงต้องบอกลาเทนนิสไปเลย หรือดีที่ไม่มี fracture หรือ neurovascular injury ร่วมด้วย ไม่งั้นคงต้องอยู่รพ.อีกหลายวัน ที่เหลือก็รอลุ้นว่าหลังถอดเฝือกตัวข้อจะ stable ดีหรือไม่

ได้เจอเหตุการณ์แบบนี้บ้างก็ดีครับ จะได้เตือนตัวเองเรื่องความประมาท การทำอะไรเกินตัวหรือเกินกำลัง ต่อไปการตัดสินใจอะไรไม่ว่าจะเรื่องเล็กเรื่องใหญ่จะได้สุขุมรอบคอบขึ้น
เหลือขุนเขาแมกไม้ มิต้องวิตกไร้ฟืนไฟ
saichon
Verified User
โพสต์: 1219
ผู้ติดตาม: 0

Re: ชมรมหมอ VI

โพสต์ที่ 3782

โพสต์

jek ae เขียน:ขอบคุณครับ หมอมุข หมอแฮม

ในความโชคร้ายก็ยังมีโชคดีอยู่บ้างครับ อย่างแรกเลยดีที่เป็นที่ข้างซ้าย ไม่อย่างนั้นคงต้องบอกลาเทนนิสไปเลย หรือดีที่ไม่มี fracture หรือ neurovascular injury ร่วมด้วย ไม่งั้นคงต้องอยู่รพ.อีกหลายวัน ที่เหลือก็รอลุ้นว่าหลังถอดเฝือกตัวข้อจะ stable ดีหรือไม่

ได้เจอเหตุการณ์แบบนี้บ้างก็ดีครับ จะได้เตือนตัวเองเรื่องความประมาท การทำอะไรเกินตัวหรือเกินกำลัง ต่อไปการตัดสินใจอะไรไม่ว่าจะเรื่องเล็กเรื่องใหญ่จะได้สุขุมรอบคอบขึ้น
ขอให้หายเร็วๆน๊ะครับคุณหมอครับ
ซื้อหุ้นตัวที่เมื่อมองไปในอนาคตแล้ว ที่ปัจจุบันราคายัง undervalue ที่สุด
ภาพประจำตัวสมาชิก
Paul VI
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 10538
ผู้ติดตาม: 0

Re: ชมรมหมอ VI

โพสต์ที่ 3783

โพสต์

เหลือขุนเขาแมกไม้ มิต้องวิตกไร้ฟืนไฟ
signature หมอเอ๋ ดูมีความหมาย คล้ายๆ ปรัชญาการลงทุนตอนนี้ด้วยหรือเปล่า :?:
ภาพประจำตัวสมาชิก
jek ae
Verified User
โพสต์: 899
ผู้ติดตาม: 0

Re: ชมรมหมอ VI

โพสต์ที่ 3784

โพสต์

saichon เขียน:
ขอให้หายเร็วๆน๊ะครับคุณหมอครับ

ขอบคุณครับ น้องสายชล อีก3เดือนผมจะย้ายไปบ้านดอนแล้วค่อยไปเริ่มตีเทนนิสใหม่ที่นั่นเลย
เหลือขุนเขาแมกไม้ มิต้องวิตกไร้ฟืนไฟ
ภาพประจำตัวสมาชิก
jek ae
Verified User
โพสต์: 899
ผู้ติดตาม: 0

Re: ชมรมหมอ VI

โพสต์ที่ 3785

โพสต์

Paul VI เขียน:
เหลือขุนเขาแมกไม้ มิต้องวิตกไร้ฟืนไฟ
signature หมอเอ๋ ดูมีความหมาย คล้ายๆ ปรัชญาการลงทุนตอนนี้ด้วยหรือเปล่า :?:

มาจากสำนวนคำคมในนิยายจีนนะครับ ผมก็เอามาปรับเข้ากับหลักการลงทุน ประมาณว่าจะทำอะไรให้เว้นทางถอยสำหรับตัวเองไว้บ้าง ผิดพลั้งขึ้นมาจะได้ไม่เสียหายจนหมดทางแก้ตัว
เหลือขุนเขาแมกไม้ มิต้องวิตกไร้ฟืนไฟ
navapon
Verified User
โพสต์: 760
ผู้ติดตาม: 0

Re: ชมรมหมอ VI

โพสต์ที่ 3786

โพสต์

jek ae เขียน:
Paul VI เขียน:
เหลือขุนเขาแมกไม้ มิต้องวิตกไร้ฟืนไฟ
signature หมอเอ๋ ดูมีความหมาย คล้ายๆ ปรัชญาการลงทุนตอนนี้ด้วยหรือเปล่า :?:

มาจากสำนวนคำคมในนิยายจีนนะครับ ผมก็เอามาปรับเข้ากับหลักการลงทุน ประมาณว่าจะทำอะไรให้เว้นทางถอยสำหรับตัวเองไว้บ้าง ผิดพลั้งขึ้นมาจะได้ไม่เสียหายจนหมดทางแก้ตัว
ความหมายดีครับ แปลไม่ออกอยู่ตั้งนาน ขอให้หายป่วยเร็วๆครับ
- จุดแข็งทางธุรกิจที่เลียนแบบได้ยาก มักต้องใช้ระยะเวลายาวนานในการสร้างและเพาะบ่มเสมอ ไม่สามารถเนรมิตได้ด้วยเงิน (สุมาอี้)
- จะเก่ง จะรวยหุ้น ก็ต้องใช้เวลาเพาะบ่มเช่นกัน เป็นวีไอ ต้องมี ศรัทธา ขยัน ประหยัด และ อดทน ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ย่อมไม่ได้มาง่ายๆ
ภาพประจำตัวสมาชิก
Paul VI
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 10538
ผู้ติดตาม: 0

Re: ชมรมหมอ VI

โพสต์ที่ 3787

โพสต์

ใกล้ปีใหม่ เข้าไปทุกวันแล้ว Merry X Mas & Happy New Year ครับ

ผมไม่ได้ไปไหนปีใหม่ เพราะเพิ่งไปเที่ยวใต้ พร้อมกับเป็นการอพยพหนีน้องน้ำ ก็เลยว่าจะเอารูปที่ไปเที่ยวมาแบ่งปันให้เพื่อนๆครับ


วันแรกที่ไปหัวหิน ไม่ได้ถ่ายรูปอะไรเลยครับ คิดแต่เรื่องน้ำ แล้วก็ว่าจะไปไหนต่อ ลืมถ่ายรูปไปเลยครับ

มาเริ่มถ่ายตอนไป ชุมพร รูปนี้ถ่ายที่หย้ารีสอร์ทที่ผมไปพักที่หาดทุ่งวัวแล่น สวยมากครับ

บรรยากาศดี ชิลมาก วันที่ลงไป ตอนนั้น อากาศดีมากครับ ผิดกับขากลับที่มรสุมเข้าคลื่นลมน่ากลัวมาก
คุณไม่มีสิทธิ์ดูไฟล์ที่แนบมาในกระทู้
ภาพประจำตัวสมาชิก
Paul VI
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 10538
ผู้ติดตาม: 0

Re: ชมรมหมอ VI

โพสต์ที่ 3788

โพสต์

ได้แวะไป กราบไหว้กรมหลวงชุมพร และผ่านที่ปากน้ำชุมพรครับ

จำได้ว่าเคยมานานแล้ว หลังจากเคยไปหลังจากที่มาตอนพายุเกย์ พัดถล่มได้ซัก 2-3 ปี ตอนนั้นหาดพังไปหมดเลย

แต่ตอนนี้หาดสวยขึ้นมากเลยครับ

ผมว่า ชุมพร สำหรับคนที่ต้องการบรรยากาศแบบสบายๆ ไม่น่าพลาดครับ อาหารทะเลก็สดมากๆครับ ถูกด้วย

ลืมถ่ายรูปข้าวผัดปูมา จานละ 40 บาท เนื้อปูใหญ่ และแน่นสดมากครับ ปลาหมึกจับกันสดๆมาก อร่อย ทั้งที่ปกติผมกินแล้วจะแพ้นิดๆ เป็นผื่น แต่ที่ชุมพร ทานกันสดๆ ไม่เห็นมีผื่นอะไรขึ้นเลย

ถึงเพิ่งรู้ว่า ไม่ได้แพ้ปลาหมึก แต่อาจจะแพ้พวกฟอร์มาลีน ที่แช่ปลาหมึกให้สดไว้หรือเปล่า
คุณไม่มีสิทธิ์ดูไฟล์ที่แนบมาในกระทู้
ภาพประจำตัวสมาชิก
Paul VI
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 10538
ผู้ติดตาม: 0

Re: ชมรมหมอ VI

โพสต์ที่ 3789

โพสต์

แวะหม่ำก๊วยเตี๋ยว ตอนเที่ยงที่ตัวเมืองชุมพร รู้สึกจะเป็น ก๊วยเตี๋ยวแกงส้ม

อร่อยดี แซบๆ ผมล่ะติดใจเลย :ep:
คุณไม่มีสิทธิ์ดูไฟล์ที่แนบมาในกระทู้
ภาพประจำตัวสมาชิก
Paul VI
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 10538
ผู้ติดตาม: 0

Re: ชมรมหมอ VI

โพสต์ที่ 3790

โพสต์

วันถัดไป คณะผมก็เดินทางไประนอง

ตอนแรกว่าจะไป สมุย เพราะส่วนตัวผมยังไม่เคยไปเลย แล้วว่าจะไปทักทาย หมอเอ๋ ซะหน่อย พอดีแฟนผมเค้าไม่อยากไป

กลัวมรสุม เอ้าไม่ไปก็ได้ งั้นเราไปแช่น้ำแร่ ระนองกันดีก่า เอ้าไปก็ไป

ไปพัก รร. Tinidi (ตอนแรกนึกว่าอ่านว่า ที่นี่ดี สรุปเค้าเรียก ทินิดี )

ไปกินข้าวร้านสมบูรณ์โภชนา ตรงข้าม รร. จันทร์สม อร่อยมากโดยเฉพาะ ผัดใบเหลียนใส่ไข่

อร่อยจนแทบถ่ายรูปไม่ทันทีเดียว ส่วนปูก็อร้อย อร่อย
คุณไม่มีสิทธิ์ดูไฟล์ที่แนบมาในกระทู้
ภาพประจำตัวสมาชิก
Paul VI
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 10538
ผู้ติดตาม: 0

Re: ชมรมหมอ VI

โพสต์ที่ 3791

โพสต์

ระหว่างวัน ขับรถเที่ยวระนอง ตรงช่วงกำลังจัดงานลอยกระทง บรรยากาศคึกคักทีเดียว

แวะไปหา ชาชัก กับ มะตะบะ ได้กินสมใจลืมถ่ายรูปมาให้

กำลังจะกลับไปอาบน้ำแร่ ที่โรงแรม เจอร้านโรตี ดูท่าทางน่ากินเลยแวะโซ้ยซะหน่อย ถ่ายรูปและ vdo มาจนเจ้าของร้านงง ว่ามันจะถ่ายไปทำไมนักหนา

แต่ก็อร่อยดี มีหลายรสกันทีเดียว
คุณไม่มีสิทธิ์ดูไฟล์ที่แนบมาในกระทู้
โอรสสวรรค์
Verified User
โพสต์: 569
ผู้ติดตาม: 0

Re: ชมรมหมอ VI

โพสต์ที่ 3792

โพสต์

พี่หมอครับคนทั่วไปก็เรียกโรงแรมที่นี่ดีครับ (เดิมคือโรงแรม Royal Princess Ranong ครับ) เพราะมันดีจริง ๆ บรรยากาศดี ราคาไม่แพง แถมมีน้ำแร่ให้อาบถึงในห้อง รู้สึกว่าจะมีจากุ๊ซซี่ด้วยครับอยู่ใกล้ ๆ กับสระว่ายน้ำของโรงแรม แต่ผมไม่ได้ลงไปนอนแช่แต่ในอ่างบนห้องเพราะเค้าต้องใส่ชุดว่ายน้ำลงไปครับ น้ำแร่ที่ใช้ก็เป็นน้ำแร่แท้ ๆ ครับใส่รถขนน้ำ (เหมือนกับรถขนน้ำมันนั่นแหล่ะครับ) ขนกันมาทุกวันจากบ่อน้ำแร่ที่สวนสาธารณะรักษะวาริน ผมเห็นมากะตาตอนไปนั่งแช่เท้าที่สวนสาธารณะครับ

ใครจะไปเที่ยวที่ระนองแนะนำให้พักที่นี่เลยครับ ที่นี่ดี สมชื่อไม่ผิดหวังแน่นอนครับ
เราจะพอเพียง แค่เราเพียงพอ
เราจะมีพอ แม้เราพอมี
เราจะดีพอ แค่เราพอดี
เราจะพอใจ แค่ใจเราพอ

ภาพประจำตัวสมาชิก
Paul VI
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 10538
ผู้ติดตาม: 0

Re: ชมรมหมอ VI

โพสต์ที่ 3793

โพสต์

555 ขอบคุณหมอโอรสสวรรค์ครับ ผมว่า สมชื่อครับ ที่นี่ดี

ไว้จะเอารูปมาฝากครับ ที่นี่ทำให้ผมต้องค้นหาเลยนะครับว่าเป็นเครือของใครในตลาดหุ้น
ภาพประจำตัวสมาชิก
Paul VI
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 10538
ผู้ติดตาม: 0

Re: ชมรมหมอ VI

โพสต์ที่ 3794

โพสต์

Merry X Mas ชมรมหมอ vi และผองเพื่อนทุกคนครับ :cheers: :cool:


รูปภาพ
โอรสสวรรค์
Verified User
โพสต์: 569
ผู้ติดตาม: 0

Re: ชมรมหมอ VI

โพสต์ที่ 3795

โพสต์

ผมไม่ได้เป็นหมอครับพี่

โรงแรมนี้ไม่แน่ใจว่าอยู่ในเครือของ MBK หรือ TCAP รึเปล่า เพราะสำนักงานที่กรุงเทพฯ ตั้งอยู่ที่โรงแรมปทุมวันปริ้นซ์เซสครับ (ที่ห้าง MBK นั่นแหล่ะครับ) แถมใครถือบัตรเครดิตของธนชาตก็มีส่วนลดพิเศษให้ด้วยครับ

Merry X'mas ครับ วันจันทร์นี้ Boxing Day ขอให้ทุกคนได้ของขวัญที่ต้องการนะครับ ส่วนผมขอให้ซัวเรสโดนแบนแค่ 3 นัดก็พอใจแล้วครับ (พี่หมอมุขก็คงเหมือนกัน)
เราจะพอเพียง แค่เราเพียงพอ
เราจะมีพอ แม้เราพอมี
เราจะดีพอ แค่เราพอดี
เราจะพอใจ แค่ใจเราพอ

ภาพประจำตัวสมาชิก
Paul VI
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 10538
ผู้ติดตาม: 0

Re: ชมรมหมอ VI

โพสต์ที่ 3796

โพสต์

โอรสสวรรค์ เขียน:ผมไม่ได้เป็นหมอครับพี่

โรงแรมนี้ไม่แน่ใจว่าอยู่ในเครือของ MBK หรือ TCAP รึเปล่า เพราะสำนักงานที่กรุงเทพฯ ตั้งอยู่ที่โรงแรมปทุมวันปริ้นซ์เซสครับ (ที่ห้าง MBK นั่นแหล่ะครับ) แถมใครถือบัตรเครดิตของธนชาตก็มีส่วนลดพิเศษให้ด้วยครับ

Merry X'mas ครับ วันจันทร์นี้ Boxing Day ขอให้ทุกคนได้ของขวัญที่ต้องการนะครับ ส่วนผมขอให้ซัวเรสโดนแบนแค่ 3 นัดก็พอใจแล้วครับ (พี่หมอมุขก็คงเหมือนกัน)

อ้าวเหรอครับ ผมเข้าใจอย่างนั้นมาตลอดเลยนะครับ

ใช่ครับ ผมสืบมาแล้ว เป็นเครือของ MBK แล้วก็ยังมี Tinidi ที่ภูเก็ต อีกที่ด้วยครับ

ผมว่าบริการเข้าท่าครับ น้ำร้อนที่นี่ ก็เป็นน้ำแร่เลย

แต่ผมลงไปแช่ที่อ่างข้างล่างครับ สลับกับว่ายน้ำด้วยเลย สบายตัวมั่กๆ

ส่วนซัวเรส ผมก็ขอให้เป็นอย่างนั้นเหมือนกัน ไม่รู้จะไปพูดเหยียดผิวเค้าทำไม เป็นเรื่องเลย
ภาพประจำตัวสมาชิก
Paul VI
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 10538
ผู้ติดตาม: 0

Re: ชมรมหมอ VI

โพสต์ที่ 3797

โพสต์

พอดีผมได้ถ่ายรูปของโรงแรม จากบนห้องพักมาด้วย

รูปแรกเป็นรูปที่สระว่ายน้ำ ข้างๆสระจะเป็นที่แช่น้ำแร่ และจากุชชี่ครับ จำได้ว่านาทีแรกที่เอาขาแหย่เข้าไป แทบจะกระโดดออกมาเลย แต่ไม่น่าเชื่อพอแช่ไปซักพักสบายมากเลย ทนร้อนได้เฉยเลย

พอมาว่ายน้ำที่สระนี่ ตัวเบาไปเลยครับ

ส่วนรูปที่2 เป็น tinidi inn เป็นส่วนที่ซื้อตึกแถวมาทำเพิ่มเป็นห้องพักราคาถูก ตอนที่ผมไปคนก็พักเกือบเต็มเลยทีเดียว
คุณไม่มีสิทธิ์ดูไฟล์ที่แนบมาในกระทู้
navapon
Verified User
โพสต์: 760
ผู้ติดตาม: 0

Re: ชมรมหมอ VI

โพสต์ที่ 3798

โพสต์

Merry X'mas พี่หมอมุขและทุกๆคนเช่นกันครับ
- จุดแข็งทางธุรกิจที่เลียนแบบได้ยาก มักต้องใช้ระยะเวลายาวนานในการสร้างและเพาะบ่มเสมอ ไม่สามารถเนรมิตได้ด้วยเงิน (สุมาอี้)
- จะเก่ง จะรวยหุ้น ก็ต้องใช้เวลาเพาะบ่มเช่นกัน เป็นวีไอ ต้องมี ศรัทธา ขยัน ประหยัด และ อดทน ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ย่อมไม่ได้มาง่ายๆ
ภาพประจำตัวสมาชิก
jek ae
Verified User
โพสต์: 899
ผู้ติดตาม: 0

Re: ชมรมหมอ VI

โพสต์ที่ 3799

โพสต์

Merry x-mas & happy new year เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ หมอvi ทุกๆท่านครับ

เหลือขุนเขาแมกไม้ มิต้องวิตกไร้ฟืนไฟ
ภาพประจำตัวสมาชิก
Paul VI
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 10538
ผู้ติดตาม: 0

Re: ชมรมหมอ VI

โพสต์ที่ 3800

โพสต์

เห็นภาพคลื่นซัดฝั่งอ่าวไทย เห็นแล้วหนาวเลยครับ

ฝากความเป็นเพื่อนๆ ชาวฝั่งอ่าวไทยครับ ทั้งหมอเอ๋ หมอแป๊ก หมอศร และท่านอื่นๆ ด้วยครับ

รูปภาพ

รูปภาพ

ที่สามร้อยยอด ประจวบ ซัดซะทางขาดเลย

รูปภาพ
sakkaphan
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 1111
ผู้ติดตาม: 0

Re: ชมรมหมอ VI

โพสต์ที่ 3801

โพสต์

ถามพี่หมอทุกๆคนในห้องนี้หน่อยครับ มีพี่หมอท่านไหนชำนาญเรื่องเอ็น มั้ยครับ

ผมเป็นเอ็นอักเสบเรื้อรังครับ เป็นมา4เดือนแล้ว เข่าข้างซ้าย ตรงเอ็นด้านหลังเยื้องๆไปทางซ้าย
ตอนแรก เล่นบอลแล้วไม่วอร์มก็เลยเจ็บ แล้วไม่ยอมหยุดพัก ก็ยังเล่นบอลต่อเป็นประจำ ก็ไม่หายสักที
ผมไปหานักกายภาพที่ภูเก็ต เค้าบอกว่า เป็นผังผืด แล้วก็ทำกายภาพอยู่หลายวันก็ดีขึ้น เค้าก็บอกว่า ให้เริ่มออกกำลัง แล้วก็ยืดบ่อยๆ
พอมา กทม ก็ลองออกกำลังดู ก็เจ็บอีก แต่ไม่มากเท่าเก่า ถ้าลองเอานิ้วกดข้อพับด้านหลังทางซ้าย จะกดเจอเส้นตึงๆครับ
ตอนนี้ก็เลยลองยืดเยอะๆๆ ทุกวันผมจะยืดขาเยอะๆ แล้วลองเอานิ้วกดดูพบว่า ไอเส้นตึงๆนั้นมันหย่อนลง แต่ว่าเวลากดเทียบกับเข่าขวา มันก็รู้สึกว่ายังไม่ปกติอยู่ดี
ตอนนี้ที่ทำอยู่ก็ ยืดเยอะๆแล้วก็ออกกำลังขา รู้สึกดีขึ้น ครับ แต่ก็ยังไม่หายสนิทสักที

อยากถามคุณหมอว่า ผมทำถูกรึป่าว แล้ว ควรผ่า มั้ย ไม่ได้เล่นบอลมานานแล้ว อยากกลับมาเล่นบอลได้อีกครั้งครับ
ความยากจนในจิตใจ คือความยากจนที่แท้จริง
ภาพประจำตัวสมาชิก
sorn adis
Verified User
โพสต์: 295
ผู้ติดตาม: 0

Re: ชมรมหมอ VI

โพสต์ที่ 3802

โพสต์

ทื่สงขลายังเป็นปกติสุขครับพี่มุข

คลื่นลมแรงหน่อย แต่ยังไม่มีอะไรเสียหายมาก

ยังน้อยใจพี่มุขที่คราวก่อนไม่ยอมแวะมาหาดใหญ่นะเนี่ย

ไว้ว่างๆจะแวะไปแก้แค้น(โดยการชนแก้ว)

ในงานชุมนุมวีไอฝั่งตะวันตกนะครับ

ปีใหม่นี้ขอให้พี่มุขและครอบครัวและชาวชมรมหมอวีไอ

ประสบแต่ความสุขความเจริญ พอร์ทโตขึ้นมากๆครับ
คาถาลงทุน
BuVaPiCaMos
ภาพประจำตัวสมาชิก
Paul VI
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 10538
ผู้ติดตาม: 0

Re: ชมรมหมอ VI

โพสต์ที่ 3803

โพสต์

ขอบคุณสำหรับคำอวยพรนะครับ (โดยเฉพาะท่อนสุดท้าย ที่จะให้พอร์ตโตขึ้น)

คงต้องใช้ความพยายามและหาความรู้ และเหนื่อยขึ้นเพื่อให้ได้เป้าหมายดังที่ หมอศร อวยพรมาครับ



คราวที่อพยพสุดท้ายพี่ไปได้ถึงภูเก็ต เท่านั้นครับ เพราะโทรกลับมาที่กรุงเทพ กับนครปฐม ปรากฎว่า คลินิกแห้งดีมาก

แล้วก็คนไข้เรียกร้องให้กลับมาเปิดต่อเพราะ ไม่มียาแล้ว ก็เลยวกรถกลับมาครับ

ตอนนั้นมีแนวโน้มไปหาดใหญ่ มากเลยครับ เพราะทุกคนในบ้าน โหวตกันว่าอยากไปเหมือนกัน

คงมีโอกาสแน่ๆครับ

ว่าแต่ถ้ามีรวมพลกันจริง คงได้ชนแก้ว กันนะครับ จะรอวันนั้น :D
ภาพประจำตัวสมาชิก
Paul VI
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 10538
ผู้ติดตาม: 0

Re: ชมรมหมอ VI

โพสต์ที่ 3804

โพสต์

มาต่อกันที่ระนอง ครับ สำหรับรูปเที่ยว

ขาไประนองลืมบอกว่าไป แวะร้านซาลเปาทับหลี ซื้อร้าน original เลย ชื่อร้าน ฮั่ว....อะไรซักอย่างนี่ล่ะ

แล้วก็ผ่านคอคอดกระ แบบไม่ทันตั้งตัว ลูกสาวกะจะถ่ายรูปซะหน่อย

ถ่ายไม่ทันเลยครับ มันจอดรถแทบจะไม่ได้เลย เลยบอกว่าเอาไว้ถ่ายขากลับ

แต่ขากลับดันไปกลับทางสุราษฎร์ เลยอดถ่ายรูปคอคอดกระ อีก :'O
ภาพประจำตัวสมาชิก
Paul VI
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 10538
ผู้ติดตาม: 0

Re: ชมรมหมอ VI

โพสต์ที่ 3805

โพสต์

แวะไปอาบน้ำแร่ ที่สวนสาธารณะ รักษะวาริน ระนอง

ตอนแรกร้อนเจี๊ยกเลย ตอนหลังชิน ว่ายไปว่ายมา สบายตัวสุดๆ

ไม่ได้เอารูปมาลง ผมกลัวโดนเซนเซอร์ 555
คุณไม่มีสิทธิ์ดูไฟล์ที่แนบมาในกระทู้
ภาพประจำตัวสมาชิก
Paul VI
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 10538
ผู้ติดตาม: 0

Re: ชมรมหมอ VI

โพสต์ที่ 3806

โพสต์

มีกระทู้ดีๆ ของคุณ โดม เอามาฝากครับ

ปี2554 ผ่านไปคุณได้เรียนรู้อะไรจาก ตลาด"ขุมทรัพย์การเงิน

http://board.thaivi.org/viewtopic.php?f ... 59#p945159
ภาพประจำตัวสมาชิก
Paul VI
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 10538
ผู้ติดตาม: 0

Re: ชมรมหมอ VI

โพสต์ที่ 3807

โพสต์

เอานิทานมาฝากเรื่องนึง อ่านมาจากพันทิพ เปรียบได้ดี อาจไม่เหมือนทั้งหมด แต่แนวคิดพอได้เลยครับ

วอร์เรน บัฟเฟตต์ ตำนานนักลงทุนแนว VI (Value Investment) ระดับโลกเคยเปรียบเทียบสไตล์การลงทุนของตนเองว่าเป็นเหมือนสิงโตที่ซุ่มอยู่ในพงหญ้า (a lion in the tall grass) เพื่อรอตะครุบเหยื่อเมื่อมันเข้ามาใกล้ แต่ผมเองกลับคิดว่าบัฟเฟตต์มีความคล้ายคลึงกับนายพรานในนิทานต่อไปนี้เสียยิ่งกว่า...

--- พราน VI ---

บนภูเขาสูงที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ การหาของป่าหรือล่าสัตว์เป็นเรื่องยากสำหรับนายพรานทั้งหลาย และหนึ่งในนั้นก็คือพรานหนุ่มแววดีผู้มีนามว่า วอร์เรน บัฟเฟตต์

พรานบัฟเฟตต์เรียนรู้ศาสตร์แห่งการล่าสัตว์จากพรานเบนซึ่งเปรียบเสมือนอาจารย์ของเขา อาจารย์บอกบัฟเฟตต์ว่า "เจ้าเห็นพรานไร้ฝีมือพวกนั้นมั๊ย พวกเขาเสียเวลา เสียกระสุน แต่กลับล่าได้เพียงกระต่ายป่าตัวกระจ้อย"

เบนสอนบัฟเฟตต์ว่า กระต่ายตัวเล็กและว่องไว ยิงถูกยาก และต่อให้ยิงได้ พอเอาไปขายในเมืองก็ไม่ค่อยได้ราคา พรานส่วนมากได้เงินมาเล็กๆ น้อยๆ แค่พอซื้อกระสุนล็อตใหม่กับเงินติดตัวอีกหน่อย จากนั้นก็ขึ้นเขามาล่ากระต่ายอีก นายพรานพวกนี้ไม่ยิงกวาง เพราะกวางหายาก ขณะที่กระต่ายมีเยอะกว่ามาก และพวกเขาไม่อดทนพอที่จะรอให้กวางผ่านมา

"เราต้องล่ากวาง" พรานเบนย้ำ "และกวางต้องตัวไม่ใหญ่มาก ไม่เช่นนั้นเจ้าจะต้องใช้กระสุนหลายนัดเพื่อหยุดมัน"

คำสอนนี้บัฟเฟตต์ปฏิบัติตามมาระยะหนึ่ง แต่เมื่อเรียนรู้เพิ่มจากพรานฟิลซึ่งเป็นนายพรานที่มีชื่อเสียง บัฟเฟตต์ก็พบว่าหากเขายอมเสียกระสุนหลายนัดล่ากวางตัวโต เมื่อเอาไปขายจะได้ราคากว่ากวางผอมๆ ตัวเล็กมากมายนัก

"เราพบหนทางรวยแล้ว!" พรานบัฟเฟตต์กล่าวกับตัวเองด้วยความเชื่อมั่น

--- Circle of Competence ---

ครั้งแล้วครั้งเล่าที่พรานต่างๆ เดินผ่านไปพร้อมกับลังบรรจุกระต่ายป่า บัฟเฟตต์ยังคงซุ่มรอให้กวางผ่านมา บางครั้งเขาซุ่มรออยู่ทั้งวันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เขาก็ไม่คิดจะเปลี่ยนไปล่ากระต่ายป่า

วันหนึ่งมีม้าป่าหลุดเข้ามาในบริเวณที่พรานบัฟเฟตต์และเพื่อนซุ่มอยู่ เพื่อนสะกิดเขาบอกว่า "เราล่ากวางยังไม่ได้ ตอนนี้จับม้าป่านี่ไปขายเสียก่อนดีกว่า น่าจะได้เงินดีเหมือนกัน" บัฟเฟตต์ตอบโดยทันที "ไม่มีทาง เราชำนาญแต่การล่าสัตว์ ตอนนี้จะให้โดดออกไปจับม้าป่า เดี๋ยวโดนม้าเตะคางเหลืองไปจะว่าไง" ว่าแล้วพรานบัฟเฟตต์ก็ซุ่มอยู่ในพุ่มไม้เช่นเดิม ขณะที่เพื่อนไม่ฟังเสียวิ่งออกไปพร้อมเชือก กะว่าจะจับม้าไปขาย ทันไดนั้นเขาก็โดนม้าดีดเข้าให้ โครม! แล้วมันก็วิ่งหนีเข้าป่าไปอย่างรวดเร็ว

"บอกแล้วไม่ฟัง" บัฟเฟตต์ส่ายหัวอย่างระอา

--- นายพรานผู้ร่ำรวย ---

พรานบัฟเฟตต์ล่ากวางไปขาย ได้เงินมาก็เอาไว้ใช้สอยเพียงเล็กน้อย ที่เหลือก็เอาไปซื้อกระสุนล็อตใหม่ แล้วก็กลับมาล่ากวางไปขายอีก วนเวียนเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้เขาร่ำรวยขึ้นมาเป็นอย่างมาก ทุกครั้งที่เขาไปซื้อกระสุนในเมือง มิตรสหายที่เจอต่างพร่ำบอกให้เขาซื้อเสื้อใหม่บ้าง รองเท้าใหม่บ้าง นาฬิกาใหม่บ้าง

"มีเงินแล้วแต่งตัวให้มันสมฐานะหน่อย" ใครบางคนพูด แต่บัฟเฟตต์ตอบว่า "ของพวกนั้นมันช่วยให้ผมล่าสัตว์ได้มากขึ้นหรือเปล่าล่ะ เสื้อผ้าและรองเท้าของเดิมก็อุ่นดี นาฬิกาก็ยังเดินตรง ตอนนี้ผมแฮปปี้มากพออยู่แล้ว" ก่อนจะวางกระป๋องเชอร์รี่โค้กของโปรดลงและหยิบวอชิงตันโพสต์ขึ้นมาอ่าน

การใช้ชีวิตของเขาแตกต่างกับพรานคนอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง พรานส่วนมากได้เงินมาเล็กๆ น้อยๆ ก็เอามาซื้อกระสุนส่วนหนึ่ง ที่เหลือก็เอาไปซื้อรองเท้าใหม่ เสื้อคลุมใหม่ หรือไม่ก็เอาไปกินไปเที่ยวจนหมด พวกเขาจึงไม่เคยสร้างเนื้อสร้างตัวได้อย่างแท้จริง

--- วิธีล่าสัตว์ระดับเทพ ---

แม้วิธีล่าสัตว์ในช่วงต้นของพรานบัฟเฟตต์จะเน้นไปที่กวางตัวผอมๆ ตามแบบฉบับของพรานเบนผู้เป็นอาจารย์ ซึ่งสอนให้เขากะประมาณขนาดเขากวางเทียบกับส่วนสูง สัดส่วนระหว่างหัวกับลำตัว ฯลฯ เพราะพรานเบนให้ความสำคัญกับเชิงปริมาณอยู่ค่อนข้างมาก แต่เมื่อชำนาญมากขึ้นบัฟเฟตต์กลับเลือกที่จะให้ความสำคัญกับเชิงคุณภาพมากกว่า ตามแนวทางของพรานฟิล ผู้เป็นเสมือนอาจารย์อีกคนหนึ่งของเขา

เคล็ดลับของพรานบัฟเฟตต์ คือ

1. ล่ากวางเท่านั้น ไม่ล่ากระต่ายป่า
2. กวางต้องตัวโต ขายได้ราคาดี
3. ใช้กระสุนอย่างคุ้มค่า
4. ไม่ซื้อข้าวของไร้สาระ
5. อดทนเฝ้ารออย่างใจเย็น ถ้าไม่มีกวางที่ตรงตามเกณฑ์ก็จะไม่ยิงเด็ดขาด และไม่ทำนอกแผน (เช่น จับม้าป่ามาขาย) เป็นอันขาด

และที่สำคัญ ต้องแยกแยะให้เป็นว่าตัวไหนเป็นกวาง ตัวไหนเป็นกระต่าย ...แล้วเราล่ะ แยกแยะเป็นไหมครับ?

--------------------------------------------------------
http://www.pantip.com/cafe/sinthorn/top ... 06622.html


อ่านแล้วพิจารณาเอาด้วยนะครับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
Paul VI
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 10538
ผู้ติดตาม: 0

Re: ชมรมหมอ VI

โพสต์ที่ 3808

โพสต์

เอาบทความมาฝากครับ

ศึกษาไว้ไม่เสียหลายครับ


อาการป่วยเรื้อรังของยูโรโซน

หนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่คุกคามเศรษฐกิจโลกตลอดทั้งปี 2554 คงหนีไม่พ้นวิกฤติทางการเงินจากประเทศซีกโลกตะวันตก โดยเฉพาะหนี้สาธารณะของประเทศในยูโรโซน ที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ปี 2553 และมีทีท่าว่าจะสร้างปัญหาต่อไปในปีหน้า
ในปี 2554 มีการประชุมสุดยอดผู้นำประเทศสหภาพยุโรป หรืออียูซัมมิต 4 ครั้ง โดยแต่ละครั้งก็มีความพยายามที่จะบรรลุข้อตกลงเพื่อหาทางออกให้กับวิกฤติหนี้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน การประชุมอียูซัมมิตในเดือนมีนาคม ที่ประชุมมีมติให้ขยายศักยภาพการให้ความช่วยเหลือทางการเงินของกองทุนรักษาเสถียรภาพการเงินยุโรป หรือ อีเอฟเอสเอฟ ให้ปล่อยกู้ได้เต็ม 4.4 แสนล้านยูโร จากเดิม 2.5 แสนล้านยูโร ตามมาด้วยการประชุมของรัฐมนตรีคลังยุโรปที่ตกลงกันว่าจะเริ่มใช้กองทุนช่วยเหลือถาวร European Stability Mechanism หรืออีเอสเอ็ม มูลค่า 5 แสนล้านยูโรในปี 2556 อย่างไรก็ดี ที่ประชุมอียูซัมมิตตอนช่วงปลายปีได้ตัดสินใจเลื่อนการใช้กองทุนอีเอสเอ็มให้เร็วขึ้น มาเป็นกลางปี 2555
++ กรีซต่อลมหายใจ รับเงินช่วยเหลือก้อนที่สอง
การประชุมอียูซัมมิตครั้งที่ 2 ในเดือนกรกฎาคม ไฮไลต์อยู่ที่กรีซ ซึ่งถือว่าเป็นประเทศที่จุดชนวนวิกฤติหนี้ยุโรป กรีซเป็นประเทศแรกในยูโรโซนที่ต้องรับเงินช่วยเหลือมูลค่า 1.1 แสนล้านยูโรเมื่อปี 2553 แลกเปลี่ยนกับการลดหนี้ลงให้ได้ตามกำหนด แต่กรีซไม่สามารถลดหนี้ได้ตามเป้าและถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่มีความกระตือรือร้น ทำให้มีความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับการอนุมัติเงินช่วยเหลืองวดสุดท้ายของเงินช่วยเหลือก้อนแรก และอาจจะไม่ได้รับเงินช่วยเหลือก้อนต่อไป ซึ่งจะนำไปสู่การผิดนัดชำระหนี้ของประเทศ
รัฐบาลกรีซนำโดยนายจอร์จ ปาปันเดรอู นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น พยายามผลักดันมาตรการรัดเข็มขัดและลดภาระหนี้สินด้วยการขายสินทรัพย์ของรัฐ เพื่อโน้มน้าวให้ทางสหภาพยุโรป (อียู) ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) อนุมัติเงินช่วยเหลือเพิ่มเติม โดยในเดือนเมษายน นายปาปันเดรอูประกาศมาตรการลดค่าใช้จ่ายมูลค่า 7.8 หมื่นล้านยูโร และตั้งเป้าลดการขาดดุลงบประมาณเหลือ 1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ภายในปี 2558 พร้อมกับวางแผนขายสินทรัพย์ของรัฐเพื่อระดมเงินให้ได้ 5 หมื่นล้านยูโร ตามมาด้วยการลดงบประมาณปี 2554 เพิ่มเติมอีก 6 พันล้านยูโรในเดือนพฤษภาคม
ปัญหาของกรีซซับซ้อนขึ้นเมื่อที่ประชุมรัฐมนตรีคลังยุโรปในเดือนมิถุนายนมีมติชะลอการอนุมัติเงินช่วยเหลือของกรีซออกไปจนกว่ารัฐสภากรีซจะอนุมัติมาตรการรัดเข็มขัดของรัฐบาลท่ามกลางการประท้วงคัดค้านอย่างหนักจากภาคประชาชน และเมื่อรัฐสภากรีซอนุมัติแผนรัดเข็มขัดช่วงปลายเดือนมิถุนายน ที่ประชุมสุดยอดผู้นำยุโรปจึงอนุมัติเงินช่วยเหลือก้อนที่สองมูลค่า 1.09 แสนล้านยูโร ให้กรีซนำไปต่อลมหายใจนำไปใช้จ่ายได้ในช่วงเวลา 3 ปีข้างหน้า ด้วยอัตราดอกเบี้ย 3.5% พร้อมกับมีภาคเอกชนมาช่วยแบ่งเบาภาระด้วยการยอมลดมูลค่าพันธบัตรกรีซลง 21% ตามข้อเสนอของเยอรมนี
การประชุมอียูซัมมิตครั้งที่ 2 ในเดือนกรกฎาคม ไฮไลต์อยู่ที่กรีซ ซึ่งถือว่าเป็นประเทศที่จุดชนวนวิกฤติหนี้ยุโรป การประชุมครั้งที่ 3 ในเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นการประชุมสุดยอดผู้นำครั้งที่ 14 ในรอบ 21 เดือนตั้งแต่เกิดวิกฤติการเงิน ผู้นำอียูตกลงให้เพิ่มขีดความสามารถของอีเอฟเอสเอฟเป็นมูลค่าสูงสุด 1 ล้านล้านยูโร ด้วยการใช้อำนาจต่อรองทางการเงิน นอกจากนี้ยังบีบให้ภาคเอกชนแบกรับความสูญเสียจากพันธบัตรกรีซเพิ่มเป็น 50% ขยายเงินช่วยเหลือกรีซเพิ่มเป็น 1.3 แสนล้านยูโร และบังคับให้ธนาคารพาณิชย์ในยุโรปเพิ่มทุนสำรองเป็น 1.06 แสนล้านยูโร เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับธนาคารจากการผิดนัดชำระหนี้ของประเทศใดประเทศหนึ่ง
++ บอนด์สเปน-อิตาลีอ่วม ผุดแนวคิดยูโรบอนด์
แม้ว่าสถานการณ์ในกรีซจะก้าวพ้นจากความสุ่มเสี่ยงต่อการผิดนัดชำระหนี้มาได้เมื่อมีการอนุมัติเงินช่วยเหลือก้อนใหม่ แต่ความไม่เชื่อมั่นของนักลงทุนที่ไม่ได้ลดน้อยตามลงไปด้วยกลับส่งผลต่อพันธบัตรรัฐบาลของอิตาลีและสเปน ผลตอบแทนและต้นทุนกู้ยืมพันธบัตรของสเปนและอิตาลีพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ จนทำลายสถิติสูงสุดไปหลายครั้ง ทำให้อีซีบีตัดสินใจเข้ามาแทรกแซงตลาดด้วยการซื้อพันธบัตรของทั้งสองประเทศตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคมเพื่อควบคุมต้นทุนกู้ยืม
อย่างไรก็ดี การแทรกแซงตลาดพันธบัตรของสเปนและอิตาลีซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าพันธบัตรของประเทศที่มีปัญหาหนี้สาธารณะอื่นๆ อย่างกรีซ และโปรตุเกส ทำให้อีซีบีจำเป็นต้องใช้เงินเป็นจำนวนมากกว่าหลายเท่าตัว นอกจากนี้ การเข้าแทรกแซงของอีซีบีก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ต้นทุนกู้ยืมของอิตาลีและสเปนลดลงมาอยู่ในระดับที่มีเสถียรภาพเพื่อให้แน่ใจว่าทั้งสองประเทศยังคงมีความสามารถในการชำระหนี้ได้ตามกำหนดด้วย
การถูกโจมตีของพันธบัตรสเปนและอิตาลี รวมถึงปัญหาในการออกพันธบัตรเพื่อกู้เงินจากตลาดของประเทศที่ได้รับเงินช่วยเหลืออย่างกรีซ โปรตุเกส และไอร์แลนด์ ทำให้เกิดแนวคิดหนึ่งซึ่งถูกมองว่าน่าจะเป็นทางออกของวิกฤติหนี้ นั่นคือ "พันธบัตรยูโร" ซึ่งเป็นพันธบัตรที่ออกร่วมกันโดยสมาชิกยูโรโซน 17 ประเทศ และถูกมองว่ามีความมั่นคงสูง การออกพันธบัตรยูโรจะช่วยให้ประเทศที่มีสถานภาพทางการเงินที่อ่อนแอได้รับประโยชน์จากประเทศที่มีระดับความน่าเชื่อถือที่ดี และจะจ่ายดอกเบี้ยสำหรับกู้ยืมต่ำลงกว่ากรณีที่ทำการกู้ยืมด้วยตัวเอง
แต่ในทางกลับกันประเทศที่มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเยอรมนีและฝรั่งเศส ก็คัดค้านแนวคิดดังกล่าว จนนำมาซึ่งข้อเสนอในการประชุมสุดยอดผู้นำยุโรปครั้งสุดท้ายของปี 2554
++ ผู้นำอียูจับมือด้านการคลัง
การประชุมอียูซัมมิตครั้งล่าสุดที่เพิ่งสิ้นสุดลงไปเมื่อต้นเดือนธันวาคม เนื่องจากวิกฤติหนี้เริ่มส่อเค้าลุกลามหนัก และคุกคามประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างสเปนและอิตาลี ทำให้กลุ่มผู้นำยุโรปตัดสินใจว่าจะต้องร่วมมือกันควบคุมวินัยทางการคลังให้เข้มงวดขึ้น จึงได้เสนอแผนจัดทำสนธิสัญญารวมกลุ่มทางเศรษฐกิจและการคลังฉบับใหม่ขึ้นมา โดยหวังว่าเมื่อประเทศยุโรปแสดงความมุ่งมั่นที่จะควบคุมวินัยทางการเงินการคลังแล้ว อีซีบีจะยอมยื่นมือเข้ามาแทรกแซงตลาดพันธบัตรเพื่อควบคุมต้นทุนกู้ยืม
อย่างไรก็ตาม อังกฤษประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนว่าจะไม่เข้าร่วมในสนธิสัญญาฉบับใหม่ จึงเป็นประเด็นที่ต้องจับตามองต่อไปว่าสถานภาพของอังกฤษในอียูจะกระทบกระเทือนหรือไม่ อีกทั้งอีซีบีก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเพิ่มมูลค่าการซื้อพันธบัตรขึ้นจนถึงระดับที่สามารถรักษาต้นทุนการกู้ยืมของสเปนและอิตาลีได้ในระดับที่มีเสถียรภาพ ขณะเดียวกันความมั่นใจของนักลงทุนก็สั่นคลอนเกินกว่าที่ข้อตกลงควบคุมวินัยการคลังของผู้นำอียูและมาตรการต่างๆ ของอีซีบีจะเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา ยิ่งส่งผลให้ต้นทุนพันธบัตรของสเปนและอิตาลีพุ่งสูงขึ้น เป็นความเสี่ยงคุกคามกลุ่มประเทศที่ใช้สกุลเงินยูโรร่วมกันต่อไป
++ ผู้นำประเทศสังเวยวิกฤติ
จากวิกฤติหนี้สาธารณะที่แผ่ขยายออกสู่หลายประเทศในปีนี้ ส่งผลให้มีผู้นำประเทศยุโรปหลายคนต้องก้าวลงจากตำแหน่งหลังจากไม่สามารถแก้ปัญหาของประเทศตัวเองได้ ผู้นำคนแรกในปีนี้ที่ต้องสังเวยตำแหน่งให้กับปัญหาหนี้ก็คือ นายโจเซ่ โซคราเตส นายกรัฐมนตรีโปรตุเกสที่ประกาศลาออกจากตำแหน่งในเดือนมีนาคม หลังฝ่ายค้านไม่รับรองมาตรการลดค่าใช้จ่าย ทำให้โปรตุเกสต้องกลายเป็นประเทศที่ 3 ของยูโรโซนที่ต้องรับเงินจากกองทุนช่วยเหลือ และพรรคของนายโซคราเตสก็พ่ายแพ้การเลือกตั้งแบบหลุดลุ่ย
สเปนเป็นประเทศต่อมาที่จัดการเลือกตั้งขึ้นในปีนี้ นายกรัฐมนตรีโฮเซ่ หลุยส์ โรดริเกซ ซาปาเตโร ประกาศในเดือนกรกฎาคมว่าจะจัดการเลือกตั้งขึ้นเร็วกว่ากำหนดในวันที่ 20 พฤศจิกายน ซึ่งก็เช่นเดียวกับกรณีของโปรตุเกส พรรคสังคมนิยมของนายซาปาเตโรก็พ่ายแพ้ให้กับพรรคของนายกรัฐมนตรีคนใหม่ นายมาริอาโน ราฮอย แบบทิ้งห่าง
กรีซและอิตาลีเป็นอีกสองประเทศที่มีการเปลี่ยนตัวผู้นำ และเกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน นายจอร์จ ปาปันเดรอู นายกรัฐมนตรีกรีซ ประกาศลาออกจากตำแหน่งเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน หลังจากมีเสียงเรียกร้องอย่างหนักจากทั้งภายในและนอกประเทศให้เขาก้าวลงจากตำแหน่ง โดยนายปาปันเดรอูตกลงใจเปิดทางให้มีการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติเข้ามาจัดการกับภาระหนี้สิน ภายใต้การนำของนายลูคัส ปาปาเดมอส อดีตรองประธานอีซีบีที่ก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่
จากนั้นเพียงสัปดาห์เดียว นายซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี นายกรัฐมนตรีอิตาลีก็ประกาศลาออกจากตำแหน่งหลังกุมอำนาจทางการเมืองมา 17 ปี เปิดทางให้นายมาริโอ มอนตี อดีตสมาชิกกรรมาธิการยุโรปเข้ามารับตำแหน่งแทน โดยผลงานแรกของนายมอนตีคือการผ่านมาตรการลดค่าใช้จ่ายมูลค่า 3 หมื่นล้านยูโร เพื่อลดทอนหนี้สินของประเทศที่มีมูลค่าถึง 120% ของขนาดเศรษฐกิจ

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,700 29-31 ธันวาคม พ.ศ. 2554



http://www.thanonline.com/index.php?opt ... Itemid=425
ภาพประจำตัวสมาชิก
Paul VI
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 10538
ผู้ติดตาม: 0

Re: ชมรมหมอ VI

โพสต์ที่ 3809

โพสต์

อีก 2 วันจะสิ้นปีแล้วนะครับ

อย่าลืมทบทวนผลงานปีเก่า ข้อผิดพลาดที่ผ่านมา แล้ววางแผนปรับปรุงสำหรับปีหน้ากันต่อไปนะครับ พี่น้อง

ส่วนตัวผมเองช่วงนี้กำลงทำการบ้านหนักขึ้นอย่างที่เคยเกริ่นไว้ครับ
navapon
Verified User
โพสต์: 760
ผู้ติดตาม: 0

Re: ชมรมหมอ VI

โพสต์ที่ 3810

โพสต์

DR. KOB เขียน:แนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐคอลัมน์ ไขปัญหาเศรษฐกิจกับดร. กอบ

ในช่วงที่ผ่านมา เราคุยกันบ่อยมาก ถึงเรื่องปัญหาในสหภาพยุโรป วันนี้อยากจะพากลับไปที่สหรัฐอเมริกา เพื่อเล่าให้ฟังว่า แนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐในช่วงต่อไปจะเป็นอย่างไร ความเสี่ยงสำคัญคืออะไร

แนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐเป็นอย่างไร

ถ้าเราคอยติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐอย่างใกล้ชิด เราจะพบว่า ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา เศรษฐกิจสหรัฐเริ่มดูดีขึ้น พอจะขยับขับเคลื่อนไปได้ จากเดิมที่เคยสรุปกันไว้ว่า “สหรัฐจะเดินไปข้างหน้าอย่างปวกเปียก ประเภทซึมๆ เซื่องๆ 3 วันดี 4 วันไข้ มีข่าวดีบ้าง ข่าวร้ายบ้าง สลับกันไป” ตอนนี้ ดูเหมือนกับว่าสหรัฐเริ่มจะมีข่าวดีออกมาต่อเนื่องขึ้น จนน่าจับตามอง

ตรงนี้ ตัวเลขที่คนมักจะพูดถึงกันคือ ยอดการขายสินค้าในช่วงวัน Black Friday ซึ่งเป็นวันจับจ่ายซื้อของสำคัญของสหรัฐในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ปีนี้สามารถขยายตัวได้ 6.6% นับว่าสูงที่สุด นับแต่ก่อนเปิดวิกฤต และดีกว่าปีที่แล้วที่ขยายตัวเพียง 0.3% (ซึ่งตัวเลขการใช้จ่ายในส่วนนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการซื้อของทั่วๆไปเท่านั้น แต่รวมไปถึงการซื้อรถยนต์ของผู้บริโภคสหรัฐด้วย) นอกจากนี้ การขายสินค้าออนไลน์ ในช่วง Cyber Monday ก็สามารถขยายตัว 15% รับกับดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐที่ปรับตัวดีขึ้นในเดือนล่าสุด

แม้กระทั่งตัวเลขอัตราว่างงานของสหรัฐก็ปรับตัวลงมาอยู่ที่ 8.6% ต่ำที่สุดในรอบ 2 ปี ลดลงจากที่ 9.0% ในเดือนก่อนหน้า และตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ก็ดูดีขึ้น จากเดิมที่นักวิเคราะห์คาดกันไว้ว่า จะขยายตัวประมาณ 2.3% ตอนนี้ก็ปรับเพิ่มขึ้นมาเป็น 2.9% ซึ่งจะเป็นอัตราที่สูงที่สุดในรอบปี และเป็นการขยายตัวในอัตราที่ดีพอใช้

เรียกได้ว่า ช่วงนี้ คนที่เคยกังวลใจว่า สหรัฐจะเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจถดถอยอีกครั้ง (Double-Dip Recession) ตอนนี้ ก็ได้ปรับเปลี่ยนมุมมองกันไปเรียบร้อย

ล่าสุด ในการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินของสหรัฐเมื่อกลางสัปดาห์ที่แล้ว คณะกรรมการฯ มองว่า เศรษฐกิจสหรัฐนั้นสามารถขยายตัวได้ในระดับ “ปานกลาง” นับเป็นครั้งแรกที่คณะกรรมการเลือกใช้คำนี้ ในช่วงหลายๆ เดือนที่ผ่านมา ทั้งยังมองต่อไปว่า อัตราการเจริญเติบโตของสหรัฐในช่วง 2 ปีข้างหน้าจะปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในระดับ 2.5-3.0% และ 3.0-3.5% ตามลำดับ

กล่าวอีกนัยหนึ่ง ถ้าสหรัฐเป็นคนป่วย ตอนนี้ก็คงเริ่มสร่างจากไข้ แม้ยังอ่อนแออยู่บ้าง มีข่าวดีบ้าง ข่าวร้ายบ้าง แต่โดยรวม “ดูดีขึ้น”

ส่วนความเสี่ยงที่จะมากระทบกับเศรษฐกิจสหรัฐในช่วงต่อไป จะมาจาก 2 เรื่อง

เรื่องแรก –จากภายในประเทศของสหรัฐเอง จากปัญหาด้านการคลัง ที่แรงกระตุ้นจากภาคการคลังจะแผ่วลง เพราะเมื่อปลายปีที่แล้ว รัฐสภาสหรัฐกับประธานาธิบดีโอบามา ได้ร่วมกันออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบที่สอง โดยลดภาษีต่างๆ ลง แต่ตอนนี้ มาตรการภาษีบางตัวที่ได้ออกมา จะหมดอายุลงในช่วงต้นปี 55 ซึ่งจะต้องกลับไปเจรจาอีกที ถ้าเจราจาต่ออายุไม่ได้ ก็จะทำให้ประชาชนมีเงินในกระเป๋าน้อยลง

ที่กังวลใจกันก็เพราะ ปีหน้าเป็นปีของการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งจะทำให้การเจรจาต่อรองเรื่องมาตรการต่างๆ กับรัฐสภายากขึ้นไปอีก การเล่นเกมส์การเมืองคงจะรุนแรงพอควร ซ้ำร้ายรัฐบาลสหรัฐเองยังต้องปรับลดการใช้จ่ายลงบางส่วนเพื่อแลกกับการเพิ่มเพดานหนี้ ตามที่ได้สัญญาไว้อีกด้วย

เรื่องที่สอง –จากปัญหาในยุโรป ถ้ายุโรปแก้ไขปัญหาไม่ได้ ลุกลามขึ้นเป็นวิกฤต ก็อาจจะส่งผลกระทบไปถึงสหรัฐผ่าน (1) ภาคการส่งออกที่จะมีการส่งออกได้น้อยลง และ (2) จากภาคแบงก์ของสหรัฐที่จะชะลอการปล่อยสินเชื่อออกไป ในช่วงที่แบงก์ยุโรปมีปัญหา ซึ่งจะทำ เศรษฐกิจสหรัฐที่เพิ่มสร่างจากไข้ พอแข็งแรงขึ้นมาบ้างเล็กน้อย อาจจะฟุบลงไปได้อีก

ก็กล่าวได้ว่า เรายังไว้วางใจไม่ได้ 100% แต่อย่างน้อย สถานการณ์ขณะนี้ของสหรัฐ ดีกว่าช่วงกลางปีมาก ก็ได้แต่ขอเอาใจช่วยให้สหรัฐฟื้นให้ได้ครับ เพราะถ้าฟื้นได้ก็จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก และจะเป็นหลักให้ทุกคนในช่วงที่วิกฤตยุโรปปะทุขึ้น

ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ประจำวันที่ 21 ธ.ค. 54
คอลัมน์ ไขปัญหาเศรษฐกิจกับดร.กอบ
http://www.kobsak.com/?p=5357
ส่วนตัวผมมองว่า อเมริกาดูดีขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังเสี่ยงกับภาวะหนี้สินที่ท่วมมากมายอยู่ดีครับ ถ้าออกQE3เมื่อไหร่ ค่าเงินUSD dilute และกระทบความเชื่อมั่นของประเทศอื่นๆแน่นอน ยังไงยะยะยาวค่าเงินดอลล่าห์น่าจะอ่อนค่าลงเรื่อยๆ ตรงกันข้ามกับทองคำครับ (ผมก็คุยๆกับคุณโจเรื่องทองคำอยู่ครับพี่หมอมุข แต่เรื่องอเมริกา ความเห็นผมคนเดียวนะครับ)
- จุดแข็งทางธุรกิจที่เลียนแบบได้ยาก มักต้องใช้ระยะเวลายาวนานในการสร้างและเพาะบ่มเสมอ ไม่สามารถเนรมิตได้ด้วยเงิน (สุมาอี้)
- จะเก่ง จะรวยหุ้น ก็ต้องใช้เวลาเพาะบ่มเช่นกัน เป็นวีไอ ต้องมี ศรัทธา ขยัน ประหยัด และ อดทน ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ย่อมไม่ได้มาง่ายๆ