หน้า 2 จากทั้งหมด 2

## ต่อไปนี้ เจนจะคุยแต่เรื่อง Fundamental กับพี่ๆ ##

โพสต์แล้ว: พุธ ก.พ. 23, 2005 10:38 pm
โดย ch_army
56-1 ให้ราบละเอียดดีมากครับ และผมขอแนะนำหนังือ หุ้นห่านทองคำ ด้วยครับ
ลองอ่านดูว่าเค้าเลือกหุ้นยังไง น่าสนใจนะครับ

คุณเจนครับ หุ้นคุณค่าจะเล่นสั้นยาว เนี่ย ผมว่าไม่เกี่ยวกับการเป็น VI ครับ สมมุติว่าคุณเจอหุ้น ที่มีคุณค่าดีแต่ราคาขึ้นเร็ว เราก็ใช้ trading system มาช่วยในการบริหารพอ์ต ซื้อก่อน แล้วไปรับของถูก อีกทีก็ได้ครับ แต่ต้องเลือกลงทุนในสิ่งที่มีคุณค่า มีพื้นฐานรองรับ มีเหตุผล และ มั่นคงพอสมควร
เรื่องระยะเวลาการถือครอง มันพูดยากครับว่ากี่ปี กี่เดือนกี่วันดี
ขอแค่รู้ตัวว่า ลงุทนกับอะไร เพราะอะไร และจะขาย ขายเพราะอะไร ตอบได้ชัดเจนก็โอเคนะครับ

## ต่อไปนี้ เจนจะคุยแต่เรื่อง Fundamental กับพี่ๆ ##

โพสต์แล้ว: พุธ ก.พ. 23, 2005 10:53 pm
โดย harry
จริงๆแล้วแต่บริษัทด้วยนะ ผมอ่านของ PPPC ละเอียดมาก พอ อ่านของ AA อุตสาหกรรมเดียวกับดันเขียนมาหน่อยเดียว
อุตสาหกรรมเดียวกัน แต่ทำธุรกิจไม่เท่ากันรึป่าว

## ต่อไปนี้ เจนจะคุยแต่เรื่อง Fundamental กับพี่ๆ ##

โพสต์แล้ว: พุธ ก.พ. 23, 2005 10:59 pm
โดย house
อันนี้ คงต้องให้ พี่ๆ ที่เคยถือมาตอบละครับ เพราะไม่มีทั้งสองตัว แต่จริงๆผมว่าคล้ายกันมากนะ คือทำเยื่อกระดาษส่งออกทั้งคู่ รู้สึก AA จะเป็นอันดับหนึ่ง PPPC เป็นอันดับ 2 หรือสามนี่แหละ

แต่รายละเอียดภาพรวมอุตสาหกรรมนี่ ของ PPPC บรรยายละเอียดกว่าเยอะครับ ได้ความรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมกระดาษ มาพอสมควรทีเดียว

อ่านเสร็จแล้วเสียดาย PPPC ครับ ไม่น่ารีบออกจากตลาดเลย เป็นบริษัทที่ดีบริษัทหนึ่งทีเดียว

## ต่อไปนี้ เจนจะคุยแต่เรื่อง Fundamental กับพี่ๆ ##

โพสต์แล้ว: พุธ ก.พ. 23, 2005 11:02 pm
โดย harry
ครับ...

ผมยังไม่สนกลุ่มนี้ เลยไม่รู้เหมือนกัน

## ต่อไปนี้ เจนจะคุยแต่เรื่อง Fundamental กับพี่ๆ ##

โพสต์แล้ว: พุธ ก.พ. 23, 2005 11:06 pm
โดย house
จริงๆ ก็ไม่ค่อยสนแหละครับ

ผมใช้เวลาว่างอ่าน 56-1 เป็นงานอดิเรก สุ่มๆเอาก็เลยเจอ แค่นั้นเอง

อีกอย่าง คือ เคยได้ยินพี่ๆ หลายคนบ่นเสียดายหุ้นนี้ ผมก็เลยเกิดอยากจะรู้ว่ามันดียังไง แค่นั้นเอง :mrgreen:

## ต่อไปนี้ เจนจะคุยแต่เรื่อง Fundamental กับพี่ๆ ##

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ก.พ. 24, 2005 10:55 am
โดย sirivajj
ยินดีที่คุณ Jane กลับมาโพสกระทู้และพูดคุยอีกด้วยครับ

แนวทางการมองและวิเคราะห์หุ้นโดยอิงปัจจุยพื้นฐาน หากคุณ Jane
ยังไม่ชินหรือถนัดนัก ก็อดทน อดใจไว้สักนิดนะครับ อีกหน่อยก็คุ้นไปเอง

และสิ่งที่ดีก็คือ จะพบว่า เพื่อนๆ ที่คุยอยู่ด้วยนั้นจริงใจกับทุกคน
เพราะแสดงความเห็น จากข้อมูลหรือหลักฐาน ที่มีที่มา และมักจะมีแหล่งให้อ้างอิงได้

ส่วนเรื่องความรู้ ความสามารถทางเทคนิคที่คุณ Jane มีอยู่นั้น
ก็สามารถนำมาบูรณาการ ประยุกต์ใช้เพิ่มกับความรู้ด้านพื้นฐาน
แล้วนำมาเล่าสู่หรือแลกเปลี่ยนให้เพื่อนๆ ฟังได้ ถ้าคิดว่า มีเหตุผลหรือ
มุมมองที่คิดว่า จะมีประโยชน์ต่อเพื่อนๆ คนอื่น

(ปล. แต่ผมแนะนำว่า อย่านำเสนอในรูปแบบ เพียง ราคาเป้าหมาย อย่างเดียว
เพราะมันไม่ได้บอกอะไร หรือไม่ได้แสดงเหตุผลหรือความคิดอะไร สนับสนุนด้วย)

สุดท้ายอีกครั้ง ยินดีที่มี สุภาพสตรี ชาว TVI เพิ่มอีกคนครับ

:D

## ต่อไปนี้ เจนจะคุยแต่เรื่อง Fundamental กับพี่ๆ ##

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ก.พ. 24, 2005 8:34 pm
โดย zolomon
ความรู้ทุกอย่างมีค่าครับ คุณเจตคงต้องเพิ่มการวิเคราะห์ทางพี้นฐานอีกจะดีมาก
กราฟ นั้นผมเองก็ใช้ว่าเวลาจะซื้อ (ช่วยหาจังหวะซื้อ) แต่เลือกหุ้นจากปัจจัยพี้นฐานครับ

## ต่อไปนี้ เจนจะคุยแต่เรื่อง Fundamental กับพี่ๆ ##

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ก.พ. 24, 2005 9:20 pm
โดย Stock Broker
กระทู้นี้ มีคนให้กำลังใจคุณเจนเพียบเลยแฮะ... เห็นมั้ย TVI น่ะใจดี

## ต่อไปนี้ เจนจะคุยแต่เรื่อง Fundamental กับพี่ๆ ##

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.พ. 25, 2005 8:22 am
โดย Viewtiful Investor
เห็นมั้ย TVI น่ะใจดี
Web นี้ม่ายค่อยมีสาวๆด้วย ไม่ใจดีได้งายยยยยย 8)

## ต่อไปนี้ เจนจะคุยแต่เรื่อง Fundamental กับพี่ๆ ##

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.พ. 25, 2005 9:13 am
โดย tom
ผมว่าความรู้ทุกศาสตร์มีประโยชน์ในการเล่นหุ้น ประเด็นของเว็บนีร้ผมว่าไม่ใช่ห้ามคุยเรื่องกราฟ ห้ามคุยเรื่องเจ้ามือ หรืออะไรนะครับ ข้อสำคัญมันอยู่ที่เป็นการให้ข้อมูล กับความน่าเชื่อถือของข้อมูล หรือ การชักจูงให้เชื่อ ด้วยเหตุผลที่ผู้อ่านพิจารณาได้ด้วยสติปัญญาของตัวเอง ไม่ใช่ เป็นข่าววงในของบริษัท ซึ่งเราก็ไม่รู้ได้ว่าจริงหรือป่าว ดังนั้นกรณีคุณเจน ตามความคิดผมนะครับ คุยเรื่องพื้นฐานมันไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องงบการเงินหรืออะไรหรอกครับ การให้ข้อมูล อย่างเช่นหุ้น ก ตกลงมามากแล้ว กำลังมีสัญญาณกลับตัว หรือข้อมูลทางเทคนิคอื่นๆ ก็ไม่น่าจะเป็นข้อห้ามนะครับ

ความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ

...อย่างผมชอบก็อปปี้ข่าวมาแปะ หลายครั้งก็ก้ำกึ่งว่าเชียร์หรือป่าว แต่ผมถือว่ามันเป็นข่าวที่มีการเผยแพร่ต่อสาธารณะอยู่แล้ว คนอ่านน่าจะพิจารณาได้ ครับ

## ต่อไปนี้ เจนจะคุยแต่เรื่อง Fundamental กับพี่ๆ ##

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.พ. 25, 2005 11:14 pm
โดย janelovehoon
หลังจากอ่าน 56-1 จบ
แล้วสนใจในตัวธุรกิจ

# STEP 2 #
เจนควรทำอะไรคะ

ไปดูงบที่เค้าให้ download เลยดีไหมคะ

## ต่อไปนี้ เจนจะคุยแต่เรื่อง Fundamental กับพี่ๆ ##

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.พ. 25, 2005 11:30 pm
โดย Dech
ใช่ครับ ลุยเลยครับ

อย่าลืม ดูของคู่แข่งด้วยนะครับ

## ต่อไปนี้ เจนจะคุยแต่เรื่อง Fundamental กับพี่ๆ ##

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.พ. 25, 2005 11:41 pm
โดย house
แล้วก็ดูสภาพอุตสาหกรรมประกอบครับ เพื่อเอามายืนยันข้อมูลจาก 56-1 ถ้าของผมก็ไปดูห้าง ดูร้านซักหน่อย หาข้อมูลอื่นๆนะครับ โดยเฉพาะปัจจัยเสี่ยงที่ระบุใน 56-1

## ต่อไปนี้ เจนจะคุยแต่เรื่อง Fundamental กับพี่ๆ ##

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.พ. 25, 2005 11:47 pm
โดย janelovehoon
K. House แล้วถ้าเป็นโรงงานอยู่ไกลๆ
เราควรทำอย่างไรดีคะ หรือว่า ตัดหุ้นนั้นทิ้งไปเลย

K. CopyWriter มีหนังสือดีๆ น่าอ่านเกี่ยวกับงบดุลไหมคะ
แบบว่า ไม่ได้จบบัญชีมา ควรทำอย่างไร

ต้องไปนอนแล้วค่ะ

GNight

:D

## ต่อไปนี้ เจนจะคุยแต่เรื่อง Fundamental กับพี่ๆ ##

โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.พ. 26, 2005 5:14 pm
โดย Dech
ผมมีแต่เล่มเริ่มต้น พื้นฐานสุดๆ ของตลาด เค้าแหละครับ


ชื่อ เทคนิคการวิเคราะห์งบการเงินบริษัทจดทะเบียน ครับ เล่มบางๆ ราคาไม่ถึงร้อย

ส่วนเล่มอื่นๆ มีหลายท่าน เคยแนะนำไว้เยอะเลยครับ

ลองดูกระทู้เก่า ที่ คุณ harry เคยตั้งไว้ก็ได้ครับ ผมจำได้เคร่าๆ ประมาณนี้แหละครับ
ต้องไปรื้อดู

## ต่อไปนี้ เจนจะคุยแต่เรื่อง Fundamental กับพี่ๆ ##

โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.พ. 26, 2005 8:29 pm
โดย house
ถ้าอยากเยี่ยม บริษัท แต่อยู่ไกล วิธีง่ายๆ

ติดต่อพี่แฮรี่ให้ช่วยจัด company visit ครับ :twisted: :twisted:

จริงๆแล้วมีหาข้อมูลวิธีอื่นอีกครับ

อย่างหนึ่งก็คือการตามข่าวแบบที่พวกนักเก็งกำไรทำกันนั่นแหละ แต่เราจะถามว่า ถ้าสถานการณ์นั้นเกิดขึ้นจริง จะเกิดผลกระทบอะไรบ้าง ทั้งในระยะสั้นและยาว

เช่นในกรณีที่มีข่าวว่า บ พลังงานตัวหนึ่งต้องจ่ายภาษี เป็นจำนวนมหาศาลในปีที่ผ่านมา จนทำให้ราคาหุ้นตกไปอย่างมาก

พี่แฮรี่เคยวิเคราะห์ไว้ในเว็ปนี้ครับ ว่าเสมือนการงดจ่ายปันผลเพียง 1 ปีเท่านั้น แต่โดยพื้นฐานแล้ว บ ก็จะยังทำกำไรมหาศาลในปีถัดไป การลดต่ำลงของราคานี้ เกิดจากสาเหตุชั่วคราวที่จะไม่เกิดขึ้นอีก (สรรพากร คงไม่โวยอย่างนี้ทุกปีจริงไหม)

สรุปคนถือถ้าไม่คิดช็อต ก็จงถือต่อไป ถ้าไม่มีก็จงซื้อซะ เพราะพื้นฐานไม่เปลี่ยน

ส่วนที่ผมบอกให้ไปเยี่ยมร้านบ้างเพราะหุ้นที่ผมถือเป็นร้านจริงๆครับ เป็นร้านขายหนังสือ กับร้านขายเครื่องแต่งบ้าน

นานๆที ผมก็ตรวจสอบกิจการ โดยการไปเดิน ร้านของตัวเองบ้าง คุยกับพนักงานบ้าง ก็เป็นวิธีตรวจสอบง่ายๆอีกวิธีหนึ่งครับ

นอกจากนี้สภาพแวดล้อมของอุตสาหกรรม ก็ต้องลองหาครับ อาจทำโดยการวิเคราะห์ SWOT หรือ 5 force

## ต่อไปนี้ เจนจะคุยแต่เรื่อง Fundamental กับพี่ๆ ##

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ ก.พ. 27, 2005 10:34 pm
โดย harry
ถ้าเป็นผม เมื่ออ่าน 56-1 แล้ว

ต้องรู้สึกก่อน ว่าอยากเป็นเจ้าของมั้ย เข้าใจแนวทางการดำเนินธุรกิจดียัง ความเสี่ยงของธุรกิจรับได้มั้ย

ถ้าได้แล้ว

ก็มาดูงบการเงินครับ เอาข้อมูลของลุงครรชิตไปดูเลยครับ ถ้ากำไรติดกัน มากกว่า 5 ปีติด มากกว่า 10 ได้ยิ่งดี ก็ถือว่าเยี่ยมครับ

แต่จะมีกิจการที่กำไรได้ตลอด แต่สะดุดแค่ตอนวิกฤติปี 1997-8 ถ้าเรามองธุรกิจได้เข้าใจ ก็อาจให้อภัยกันภาวะขาดทุนช่วงนั้น