ผมได้ทำสรุปย่อ ๆ ในหัวข้อหลักๆ ไว้คับผม จิง ๆ ผมตั้งใจสรุปให้คุณพ่อ คุณแม่ ว่าผมได้อะไรบ้าง
หลังจากที่ผมพึ่งมาลงทุนได้ 1 ปีกว่า (เริ่มปีก่อน) ซึ่งขาดทุนใช้ได้เลย แต่ผมยังสนใจการลงทุนเหมือนเดิม
ทำให้ผมหาข้อมูลและปรับปรุงการลงทุนมากขึ้น ผมขอนำสรุปของผมมาฝากพี่ ๆ เพื่อน ๆ ที่ไม่ได้ไปนะครับ
ผมรวมหัวข้อจากทุก ๆ ผู้เชี่ยวชาญท่านเข้าด้วยกันเลยครับ
เป็นครั้งแรกที่ผมสรุปแล้ว post ลงที่นี่ด้วยคับ
ขออภัยด้วยถ้าผิดพลาดประการได้ พี่ ๆ ช่วยเสริมผมด้วยนะครับ
Megatrend (มีทั้งส่วนที่เป็น megatrend ของโลกและของไทย)
การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นเป็นได้ทั้งโอกาสสำหรับคนที่พร้อม จะเกิดสินค้า บริการใหม่ๆ มากขึ้น และในขณะเดียวกันจะทำให้สินค้าบางอย่าง หรือบางบริษัทล้มหายไปในพริบตาได้ ซึ่งมีทั้งข้องดีและข้อเสีย (ความเสี่ยง)
1. Business integration - เกิดการรวมกลุ่ม business มากขึ้นเรื่อย ๆ (Merging and Acquisition)
AEC - AEC เป็นการเปลี่ยนแปลงเพียงแค่เริ่มต้น
- การเคลื่อนย้ายบุคลากรอิสระมากขึ้น คนเอเชียแต่ก่อนขายแต่แรงงาน จะเป็นผู้บริหาร มากขึ้น
- ตลาดการเงินจะรวมกันมากขึ้น หุ้นไทยไป trede ต่างประเทศ ตหุ้นต่างประเทศมา trend บ้างเราได้
- มาตรฐานสินค้าต้องปรับให้เหมือนกันไม่ล้ำเหลือมกันต้องมีการปรับภาษีมูลค่าเพิ่มให้ เท่ากัน
- เขตการค้า Asia ก็จะรองรับ เขตการค้าเสรี APEC 2020
2. Flat world
– เกิดจากการเปลี่ยนแปลง technology โดยเฉพาะ IT (mobility) ที่เกิดขึ้นมานานแล้วแต่ก็คงเปลี่ยนแปลงต่อไป
ทำให้เกิด - globalization – ทุกอย่างไปสู้ทุกจุดของโลกได้
- Disruptive innovation – การเปลี่ยนแปลง tech อย่างรวดเร็ว
- การบริการใช้เนื้อที่น้อยลง ไปสู่ e-commerce หมด
- Technology Biotech ด้านเกี่ยวกับชีวิต ความงามจะมามากขึ้น
3. Global paradox
- เกิด East mix West, West mix East - McDonald มาไทย vs สปาไทยไปต่างประเทศ จะเกิดรูปแบบนี้มากขึ้น
- Concept โบราณมากขึ้น – เช่น กาแฟโบราณ อะไรโบราญกลายมาเป็น trend
- เกิด Hotpot Culture – คือการมั่วนั่นเอง – สปาเกตตีตี่ใส่ใบโหรพา, ดนตรีไทยปนฝรั่ง
- Global inclusion - อะไรก็ไม่รู้รวมกัน – เช่น iphone มีทุกอย่างหมด
- Climate change – น้ำท่วม Tsunami โรคระบาดใหม่ๆ – คนอาจตายได้มหาศาลอย่างไม่คาดคิด
- Eco-concerned business มากขึ้น
4. Terrorist
- เกิดการต่อต้านglobalization จากกลุ่มที่ต้องการรักษา localization
- เกิดการต่อต้านอายธรรม
- อาจเกิดสงครามครูเซต เหมือนศตวรรษที่ 11,12,13
เพราะ frustration ของคนมากขึ้น ความไม่พอใจคนมากขึ้น แต่อาวุธ ปรมาณูทำได้และหาได้ง่ายขึ้น เงินหาได้ง่ายขึ้น
- ตอนนี้คนเราได้รับข่าวสารเร็ว และบางครั้งอาจถูกครอบงำ ถูก control โดยข้อมูล หรือคนที่ต้องการควบคุม
5. Third screen Era
- screen ที่ 1 - TV เป็น one-way communication
- screen ที่ 2 - computer เป็น two-way communication
- screen ที่ 3 – mobile device – ไม่อยู่กับที่, สะดวก, Always on !!
* จากงานวิจัยเก็บข้อมูลต่างประเทศพบว่า 81 % ของคนที่ search ที่บ้าน ก็ใช้ mobile ในการ search
6. เกิดดการ shift แรงงานจากการผลิตสู้การบริการมากขึ้น
จากการบริการใช้คน 30% มาเป็น 20%
จากการบริการใช้คน 62% มาเป็นตอนนี้ 70%
เพราะธุรกิจริการบางอย่างใช้ technology ไม่ได้
7.แหล่งพลังงานอาหาร
- แย่งกัน ขาดแคลน มูลค่าจะสูงขึ้น
- ประชากรโลกมากขึ้น แค้จีน + อินเดีย ก็ 37% ของโลก และมีการเติบโตต่อเนื่องมานานแล้ว
- ไทยคิดเป็น 1% ประชากรโลก
-US อาจก่อสงครามเพื่อแย่งชิงเพื่อความอยู่รอดของเค้า อย่างที่กำลังเกิดตอนนี้ที่ช่องแคบฮอมุส (Strait of Hormuz)
8. Waelth เพิ่มขึ้น
คนมีเงินกันมากขึ้น ทุกประเทศ โดยเฉพาะ Asia ทำให้ธุรกิจทางการเงินการลงทุนมีมากขึ้น
9. Asian power
แต่ก่อนนับถือคน US EU ตอนนี้ กลายเป็น Asia ตำแหน่งผู้บริหาร เป็นของชาว Asiaมากขึ้น
10. Demographic Change
คนสู่อายุมีมากขึ้น โยเฉพาะจากยุจ baby boom ในขณะที่อัตราการเกิดน้อยลงมาก การที่แต่ละปีคนอายุเพิ่มขึ้น 1 ปี อัตราเฉลี่ย จะ weight เบี่ยงไปมาก เพราะมีที่ผู้สูงอายุมาก trend นี้ก็มา
11. พฤติกรรคนไปสู่ความสะดวกสบายมากขึ้น
การท่องเที่ยวมากขึ้น การกินอาหารหรือการเนินชีวิตประจำวันไปในทิศทางที่สะดวกขึ้น หุ้นที่เกี่ยวข้องก็ส่งผลดีด้วย บริษัทที่มีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นก็ได้รับผลดี
12. Value investor เยอะ ขึ้น เพราะฉะนั้นการตกของหุ้นอาจไม่ลงไปมากเหมือนเมื่อก่อน อยากซื้อต่ำมาก ๆ เพื่อ margin of safety อาจกลายเป็นไม่ได้หุ้นไปเลย (แต่ก็ไม่แน่ สิ่งไม่คาดคิด เกิดขึ้นได้เสมอ)
จบแล้วคับ
