Re: 10 ล้านบาทแรกในชีวิต (ลอกจาก Post คุณ Skyforever)
โพสต์แล้ว: จันทร์ ม.ค. 10, 2011 10:01 pm
ไม่มีอะไรจะแชร์ครับ เพราะพอร์ตยังไม่ถึงสิบล้าน แต่ขอบคุณมากครับ อ่านแล้วได้กำลังใจมากครับ
เว็บบอร์ดเพื่อการลงทุนแบบเน้นคุณค่า
https://thaiviv3.mdsoft.co.th/./
ได้กำไร3000บาทพอแล้วครับ ขายทั้งหมด เอาเงิน5หมื่นไปไถ่จำนอง เอาโฉนดกลับมา แล้วเอากำไร3000บาทไปซื้อหนังสือทั้งหมด อ่านให้จบเล่มละสามรอบ แล้วค่อยกลับมาใหม่ ไม่มีคำว่าสายเกินไปricky man เขียน:หึหึอย่าว่าสิบล้านเลยครับ ตอนนี้ผมเอาโฉนดที่ดินมาจำนองกับผู้มีพระคุณไว้ห้าหมื่นเพื่อลองเล่นหุ้นดูเริ่มมาเมื่อวันที่17 ธันวา53 จนถึงวันนี้ 10ม.ค54 มีกำไรแล้วสามพันกว่า แต่ผมเล่นหุ้นตัวเล็กตามการวินิจฉัยของผม ผมก็ดูกราฟ ดูข่าว อะไรหลายๆอย่าง แต่ตอนนี้รุสึกเหมือนว่าหุ้นมีคนปั่นเล่นถ้ายังไงลองติดตามพรุ่งนี้ดู แต่ถ้าท่านที่ตั้งกระทู้จะแนะนำอะไรกับผมๆก็ยินรับฟังจากใจจริงเพื่อเป็นวิทยาทานเอาไว้สำหรับมือใหม่อย่างผม ไม่มีใครหรอกที่ไม่อยากรวย ชีวิตที่มีการได้เสียแต่เราถ้าเราไม่เสียเปรียบมากมันก็น่าจะลงทุน
เห็นด้วยอย่างยิ่งครับnaijan เขียน:ได้กำไร3000บาทพอแล้วครับ ขายทั้งหมด เอาเงิน5หมื่นไปไถ่จำนอง เอาโฉนดกลับมา แล้วเอากำไร3000บาทไปซื้อหนังสือทั้งหมด อ่านให้จบเล่มละสามรอบ แล้วค่อยกลับมาใหม่ ไม่มีคำว่าสายเกินไปricky man เขียน:หึหึอย่าว่าสิบล้านเลยครับ ตอนนี้ผมเอาโฉนดที่ดินมาจำนองกับผู้มีพระคุณไว้ห้าหมื่นเพื่อลองเล่นหุ้นดูเริ่มมาเมื่อวันที่17 ธันวา53 จนถึงวันนี้ 10ม.ค54 มีกำไรแล้วสามพันกว่า แต่ผมเล่นหุ้นตัวเล็กตามการวินิจฉัยของผม ผมก็ดูกราฟ ดูข่าว อะไรหลายๆอย่าง แต่ตอนนี้รุสึกเหมือนว่าหุ้นมีคนปั่นเล่นถ้ายังไงลองติดตามพรุ่งนี้ดู แต่ถ้าท่านที่ตั้งกระทู้จะแนะนำอะไรกับผมๆก็ยินรับฟังจากใจจริงเพื่อเป็นวิทยาทานเอาไว้สำหรับมือใหม่อย่างผม ไม่มีใครหรอกที่ไม่อยากรวย ชีวิตที่มีการได้เสียแต่เราถ้าเราไม่เสียเปรียบมากมันก็น่าจะลงทุน
แค่เริ่มต้นก็ผิดแล้ว เชื่อผมเถอะ
+1 ครับ แต่คิดว่าวันนี้ดัชนีเท่านี้(ประมาณ 1014 จุดจากเมื่อไม่กี่วันก่อน ประมาณ1,056 จุด ) ยังลงไม่เยอะ ไม่หนักหนา แต่น่าจะหนักใจสำหรับ คนเล่นตามกราฟแล้วครับ น่าจะเป็นเหตุผลพอ ว่าทำไมถึงแนะนำให้ซื้อหนังสือมาอ่านครับnaijan เขียน:ได้กำไร3000บาทพอแล้วครับ ขายทั้งหมด เอาเงิน5หมื่นไปไถ่จำนอง เอาโฉนดกลับมา แล้วเอากำไร3000บาทไปซื้อหนังสือทั้งหมด อ่านให้จบเล่มละสามรอบ แล้วค่อยกลับมาใหม่ ไม่มีคำว่าสายเกินไปricky man เขียน:หึหึอย่าว่าสิบล้านเลยครับ ตอนนี้ผมเอาโฉนดที่ดินมาจำนองกับผู้มีพระคุณไว้ห้าหมื่นเพื่อลองเล่นหุ้นดูเริ่มมาเมื่อวันที่17 ธันวา53 จนถึงวันนี้ 10ม.ค54 มีกำไรแล้วสามพันกว่า แต่ผมเล่นหุ้นตัวเล็กตามการวินิจฉัยของผม ผมก็ดูกราฟ ดูข่าว อะไรหลายๆอย่าง แต่ตอนนี้รุสึกเหมือนว่าหุ้นมีคนปั่นเล่นถ้ายังไงลองติดตามพรุ่งนี้ดู แต่ถ้าท่านที่ตั้งกระทู้จะแนะนำอะไรกับผมๆก็ยินรับฟังจากใจจริงเพื่อเป็นวิทยาทานเอาไว้สำหรับมือใหม่อย่างผม ไม่มีใครหรอกที่ไม่อยากรวย ชีวิตที่มีการได้เสียแต่เราถ้าเราไม่เสียเปรียบมากมันก็น่าจะลงทุน
แค่เริ่มต้นก็ผิดแล้ว เชื่อผมเถอะ
+1Notelio เขียน:การจะหาเงินล้านหรือสิบล้านแรก มันยากตรงที่เรายังไม่รู้วิธีที่จะหามัน แต่ถ้าเราเจอวิธีแล้วไม่ว่าจะเป็นเงินล้านหรือสิบล้านถัดไป มันจะง่ายขึ้นเสมอครับ ถ้าวิธีที่เราใช้เป็นวิธีที่ถูกต้องผลตอบแทนจะได้มาแบบเป็นธรรมชาติมากๆจนเมื่อถึงจุดหนึ่งที่ทำได้เกินระดับที่คาดหวังไว้ตั้งแต่แรกแล้ว เราจะแทบไม่รู้สึกตื่นเต้นที่ได้มันมาเพิ่มขึ้น หลังจากนั้นเพียงแค่ทำซ้ำตามวิธีการเดิมๆ ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะกลายเป็นเพียงตัวเลขที่เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ตามกฏธรรมชาติ ของผลตอบแทนทบต้นครับ
ถ้าผมโดนเลออฟ ผมก็คงมีความสุขเหมือนกันครับpornchal เขียน:ขอแชร์ แบบกวน ๆ หน่อย จะได้ครบสิบล้านในปีนี้ ถ้าโดน lay off และได้ชดเชยตามกฏหมาย มารวมกับเงินเก็บที่ทำงานมา 22 ปี ที่ลงทุนใน RMF LTF provident fund เงินฝาก จะครบ 10 ล้านพอดีครับ 555
กำไรจากหุ้นมาจี๊ดเดียว เอง มาลุ้น ให้โดน Lay off ก้อจะ Acheive target แล้วเย้ แปลกดีมั้ย กับการ มี 10 ล้านแรกในชีวิต ความสำเร็จอาจจะมาจากความล้มเหลว ก้อได้นะ
จะพยายามคับpicklife เขียน:ฝันเลยครับพี่ พลังของแรงดึงดูดอาจจะช่วยเราได้ครับ^^nut776 เขียน:ไม่กล้าฝันคับ
เห็นหลายคนในtviเริ่มหลักแสน ตอนนี้ร้อยกว่าล้านแล้ว
ผมว่าขึ้นอยู๋กับเวลา และความทุ่มเทครับ^^
ปล.ให้กำลังใจตัวเองผมด้วยครับ555+
ผมมีหมดทั้ง 3 ข้อเลย ขาดข้อ 4...picatos เขียน:ตั้งแต่เด็กผมไม่เคยสนใจเก็บเงินออม ที่บ้านผมไม่มีวัฒนธรรมการออมเงิน... ผมเริ่มต้นลงทุนเพราะผมได้เรียนเศรษฐศาตร์ ได้เรียนวิชาการเงินมา 1 ตัว... และได้ความรู้ว่าพลังแห่งการทบต้นมันทำให้เราสามารถมีเงินใช้ได้โดยไม่ต้องทำงาน... จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้ผมสนใจการลงทุน... อาจกล่าวได้ว่า... ความขี้เกียจ เป็นบ่อเกิดของ ความขยัน
ผมเริ่มต้นจากเงิน 2 หมื่นกว่าบาท เมื่ออายุ 23 ปี จากการขายประกันชีวิตที่แม่ทำเอาไว้ให้สมัยเด็กๆ... ทำงานเป็นพนักงานกินเงินเดือนในธนาคารแห่งหนึ่ง... เก็บเงินลงทุนมาเรื่อยๆ ทุกๆ เดือน มากบ้าง น้อยบ้าง... โดยยึดหลักการลงทุนแบบเน้นคุณค่ามาตลอด... ตั้งเป้าเอาไว้ว่าจะเกษียณอย่างเร็วอายุ 35 ปี อย่างช้าขอ 40 ปี...
ปัจจุบันผ่าน 10 ล้านบาทแรกมาได้แล้ว... เป้าหมายต่างๆ ได้ผ่านมาก่อนที่อายุจะถึง 30 ปี...
ความรู้สึกในการผ่าน 10 ล้านบาทแรกได้... มีความสุขเทียบไม่ได้กับ 1 ล้านบาทแรก... และ ประสบการณ์ 1 ล้านบาทแรก ก็เทียบไม่ได้กับที่ผ่าน 1 แสนบาทแรก
ในขณะที่ 10 ล้านที่ 2 ก็เป็นความสุขที่ร้อนๆ แห้งๆ ประเดี๋ยวประด๋าว... ซึ่งพอที่จะอนุมานสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปได้กับเงินล้านต่อๆ ไปได้...
ในขณะที่... ความทุกข์กลับเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ... ความโลภ ความทะยานอยาก ความหลงตัวเอง กลับกองสุมในใจหนักขึ้นเรื่อยๆ... จนเป็นทุกข์มากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ
จึงย้อนกลับมาเป็นคำถามในชีวิตว่า... เป้าหมายทางด้านตัวเงินเราถึงแล้ว แต่ทำไมชีวิตกลับไม่มีความสุขเหมือนสมัยยังเป็นเด็ก สมัยยังเรียนหนังสือ... เป้าหมาย 10 ล้านบาท ควรแล้วหรือ ที่จะเป็นเป้าหมายหลักของชีวิต?
อย่างไรก็ตาม... ผมขอสรุป สิ่งที่น่าจะเป็น Key Success ที่จะทำเป้าหมายให้บรรลุได้ ดังนี้ครับ
1. ต้องมีหลักการ แนวคิด ที่ถูกต้อง รวมไปถึงศรัทธาที่เราเชื่อมั่นในแนวทางอย่างไม่สั่นคลอน
2. มีความพากเพียร ขยัน ขันแข็ง ที่จะทำงาน ทำการบ้าน ในงานที่ถูกต้อง
3. มีสติ และสมาธิ ตั้งมั่นอยู่ในสิ่งที่เราเพียรกระทำ และมีความพึงพอใจในการกระทำงานนั้นๆ ทั้งนี้พยายาม focus ความสุข ความพึงพอใจระหว่างทำการบ้าน อย่าไป focus ไปที่ความสุขที่จะได้จากผลจากการกระทำ (หุ้นขึ้น) เพราะ ความสุขที่เกิดขึ้นระหว่างการได้ศึกษาเห็นกิจการเจ๋งๆ ความสุขที่ได้จากความรู้ระหว่างศึกษาหุ้น มีค่ามากกว่าความสุขเวลาหุ้นขึ้น และเป็นความสุขที่จีรังมากกว่า
4. คบหากัลยาณมิตร ซึ่งเพื่อนที่ดีจะชักนำกันและกันไปสู่สิ่งดีๆ และจะเป็นกำลังใจให้แก่กันและกันในการทำการบ้าน รวมไปถึงการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข
ถ้าทำ 4 ข้อนี้ได้... เป้าหมายไหนก็ถึงได้ทั้งนั้นครับ... ผมเชื่อ... และทั้ง 4 ข้อนี้ผมเรียงตามลำดับความสำคัญสำหรับตัวผมครับ...
อิอิ จากเซียนท่านหนึ่งที่ไม่ยอมออกมาภายนอก นี่ถ้าไม่ให้สมาชิกloginแล้วอ่าน100หุ้นได้ สงสัยไม่ได้รู็จัก^^Ake VI เขียน:เพิ่งถึง8หลักครั้งแรกเดือนก.ย.ปีที่แล้วครับ เปิดพอร์ทครั้งแรก50,000บาทเมื่อ 7.5 ปีที่แล้ว เป็นมนุษย์เงินเดือนคนนึงที่โชคดีรายได้okหน่อยและไม่มีรายจ่ายมากนัก จึงใส่เงินเพิ่มด้วยส่วนที่เหลือเก็บจากเงินเดือน100%เข้าพอร์ทตลอดมา
ผมโชคดีมากที่ตอนนั้นอยากเล่นหุ้นแล้วเดินไปซื้อหนังสือเล่มแรกที่se-ed ชื่อ "เคล็ดลับเซียนหุ้นพันธุ์แท้" ของท่านอ.นิเวศ(ไม่ใช่ตีแตกอย่างคนอื่น) จริงจริงตอนนั้นผมไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้จักหรอกอ.นิเวศหรือVIอะไรเนี่ย ถ้าชื่อหนังสือไม่มีคำว่า"เซียนหุ้น"ผมก็คงไม่ซื้อ อ่านแล้วมันโดนกับตัวเราเลยจึงยึดแนวทางนี้มาตลอด ถ้าผมซื้อของเซียนหุ้นสายอื่นซึ่งมีมากมายบนแผงก็ไม่รู้จะมาถึงวันนี้ได้หรือไม่
ผมอ่านwebVIตลอด ต้องขอขอบคุณพี่น้องVIทุกท่านที่ช่วยแชร์ความรู้มากมายบนwebนี้ ที่ยังไม่เคยแชร์อะไรเพราะไม่มั่นใจว่าตัวเองมีความรู้พอ ประกอบกับพิมพ์ไทยช้าพิมพ์อังกฤษก็สื่อไม่ได้อย่างใจ แต่ต่อไปนี้คิดว่าจะเริ่มเข้ามาคุยในนี้แล้วครับเพราะรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณเวปนี้ยังไงก็ไม่รู้
สุดท้ายเป้าหมายยังอีกยาวไกลครับ ผลตอบแทนแต่ละปีของผมจริงจริงก็ดีกว่าตลาดไม่ได้มากมายนัก แต่ผมเชื่อว่าฝีมือนั้นเป็นส่วนประกอบส่วนหนึ่ง แต่ความมุ่งมั่น พลังแห่งการออม และการลงทุนให้ถูกแนวทางนั้นสำคัญที่สุดครับ
Anti-Aircraft เขียน:เห็นด้วยกับพี่ตี่อย่างยิ่งครับ ชีวิตคนเราต้องเดินทางตลอดเวลา
เป้าหมาย 10 ล้านบาท ควรแล้วหรือ ที่จะเป็นเป้าหมายหลักของชีวิต
เวลาคุณประสบความสำเร็จ คุณและคนรอบข้างจะชื่นชนชมมันได้นานแค่ไหนครับ
ตอนผมสอบได้ที่ 1 ตอนประถมครั้งแรก พ่อแม่ก็ดีใจใหญ่ ขออะไรก็ได้
พอได้บ่อยเข้าก็ไม่สำคัญอีกต่อไป หลังจากนั้นพอได้ที่ 1 ก็แค่เสมอตัว ถ้าพลาดโดนด่าเละ ผมก็เลยไม่อยากได้ที่ 1 อีกต่อไป
ตอนเรียนจบมหาลัยก็ดีใจ จะได้เลิกเรียนสักที ได้งานดีๆ ชีวิตจะได้มีอิสระเสรี ทำอะไรได้ตามใจ
แล้วก็พบว่าชีวิตมนุษย์เงินเดือนมันติดคุกยิ่งกว่าตอนเรียนอีก ทำดีเสมอตัว ทำไม่ดี หรือทำดีเกินหน้าที่ก็โดนด่า ต้องทำตัวเหมือนหุ่นยนต์ ต้องคิด ต้องพูด ต้องทำ เหมือนคนอื่น ไม่งั้นจะมีปัญหากับที่ทำงาน ผมจึงไม่อยากทำงานในบริษัทดีๆ อีกต่อไป (แต่คนอื่นอาจไม่เป็นแบบผมนะ)
พอมาเล่นหุ้น วิธีการได้ แนวทางถูก ได้กำไรหน่อยก็ดีใจ ตอนได้เงินแสนแรกจากหุ้นดีใจแทบตาย
จากนั้นก็เข้าสเต็ปเดิมๆ ถ้ากำไรดีก็ไม่มีใครว่าอะไร ถ้าขาดทุนมาก็คงโดนทางบ้านยำเละ ผมจึงไม่สนใจว่าจะได้กำไรหรือขาดทุนเท่าไรอีกต่อไป
ผมยังไม่มีเงิน 10 ล้าน ผมรู้ว่าผมหาได้แน่ แต่ไม่สนหรอกว่าจะได้มันมาเมื่อไร ตอนนี้ผมสนใจแต่ว่าโลกการลงทุนทำให้ผมมีเพื่อนร่วมทางดีๆ ที่คอยร่วมแบ่งปันความคิด ชีวิต และกำลังใจ เพื่อนที่ไม่สนใจว่าพอร์ตผมจะมีขนาดเท่าไร มีตำแหน่งอะไร หรือเป็นลูกน้องใคร
เรามีเวลาทั้งชีวิตในการเดินทาง
หากการเดินทางของคุณเปี่ยมไปด้วยความทุกข์ จุดหมายจะมีประโยชน์อะไร
หากการเดินทางของคุณเปี่ยมไปด้วยความสุข แม้ต้องอยู่ตรงข้ามกับโลกทั้งใบ จะต้องไปแคร์อะไร
3ล้านบาทปะครับพี่^^Radio เขียน:ความจริงผมอยู่ในตลาดหุ้นนานพอสมควร แต่ไม่ได้เอาจริงนัก
เมื่อปี 48 มีเพื่อนแนะนำ Web Thai VI ผมก็ลองเข้ามาศึกษา
ดู อ่านหนังสือไป 20-30 เล่ม จากนั้นปี 49 ก็ล้าง Port ลงทุน
ใหม่หมด ได้เงินทุน 1.5 ล้าน ได้ปันผลก็ใส่ลงไป ไม่ใส่เงินทุนใหม่
ไม่เล่นมาร์จิ้น ก่อน Subprime Port โตเป็น 4.5 ล้าน
พอเจอ Subprime Port ลดลงเหลือ 3 บาท รู้สึกท้อถอย
แต่ไม่เป็นไร สู้ใหม่ ตอนนั้นคิดว่าต้องเพิ่มทุนแล้ว ก็ใส่ทุนใหม่
เข้าไปตกปีละ 3-4 แสน (รวมแล้วจนถึงปัจจุบันเงินทุนเริ่มแรก
1.5 ล้าน+เงินทุนใหม่ 1.5 ล้าน= 3ล้าน) แต่ก็ไม่กล้าใช้มาร์จิ้น
ปัจจุบันกำลังไล่ล่า 10 ล้านที่สองอยู่
ขอให้ทุกคนโชคดี
picatos เขียน:ตั้งแต่เด็กผมไม่เคยสนใจเก็บเงินออม ที่บ้านผมไม่มีวัฒนธรรมการออมเงิน... ผมเริ่มต้นลงทุนเพราะผมได้เรียนเศรษฐศาตร์ ได้เรียนวิชาการเงินมา 1 ตัว... และได้ความรู้ว่าพลังแห่งการทบต้นมันทำให้เราสามารถมีเงินใช้ได้โดยไม่ต้องทำงาน... จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้ผมสนใจการลงทุน... อาจกล่าวได้ว่า... ความขี้เกียจ เป็นบ่อเกิดของ ความขยัน
ผมเริ่มต้นจากเงิน 2 หมื่นกว่าบาท เมื่ออายุ 23 ปี จากการขายประกันชีวิตที่แม่ทำเอาไว้ให้สมัยเด็กๆ... ทำงานเป็นพนักงานกินเงินเดือนในธนาคารแห่งหนึ่ง... เก็บเงินลงทุนมาเรื่อยๆ ทุกๆ เดือน มากบ้าง น้อยบ้าง... โดยยึดหลักการลงทุนแบบเน้นคุณค่ามาตลอด... ตั้งเป้าเอาไว้ว่าจะเกษียณอย่างเร็วอายุ 35 ปี อย่างช้าขอ 40 ปี...
ปัจจุบันผ่าน 10 ล้านบาทแรกมาได้แล้ว... เป้าหมายต่างๆ ได้ผ่านมาก่อนที่อายุจะถึง 30 ปี...
ความรู้สึกในการผ่าน 10 ล้านบาทแรกได้... มีความสุขเทียบไม่ได้กับ 1 ล้านบาทแรก... และ ประสบการณ์ 1 ล้านบาทแรก ก็เทียบไม่ได้กับที่ผ่าน 1 แสนบาทแรก
ในขณะที่ 10 ล้านที่ 2 ก็เป็นความสุขที่ร้อนๆ แห้งๆ ประเดี๋ยวประด๋าว... ซึ่งพอที่จะอนุมานสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปได้กับเงินล้านต่อๆ ไปได้...
ในขณะที่... ความทุกข์กลับเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ... ความโลภ ความทะยานอยาก ความหลงตัวเอง กลับกองสุมในใจหนักขึ้นเรื่อยๆ... จนเป็นทุกข์มากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ
จึงย้อนกลับมาเป็นคำถามในชีวิตว่า... เป้าหมายทางด้านตัวเงินเราถึงแล้ว แต่ทำไมชีวิตกลับไม่มีความสุขเหมือนสมัยยังเป็นเด็ก สมัยยังเรียนหนังสือ... เป้าหมาย 10 ล้านบาท ควรแล้วหรือ ที่จะเป็นเป้าหมายหลักของชีวิต?
อย่างไรก็ตาม... ผมขอสรุป สิ่งที่น่าจะเป็น Key Success ที่จะทำเป้าหมายให้บรรลุได้ ดังนี้ครับ
1. ต้องมีหลักการ แนวคิด ที่ถูกต้อง รวมไปถึงศรัทธาที่เราเชื่อมั่นในแนวทางอย่างไม่สั่นคลอน
2. มีความพากเพียร ขยัน ขันแข็ง ที่จะทำงาน ทำการบ้าน ในงานที่ถูกต้อง
3. มีสติ และสมาธิ ตั้งมั่นอยู่ในสิ่งที่เราเพียรกระทำ และมีความพึงพอใจในการกระทำงานนั้นๆ ทั้งนี้พยายาม focus ความสุข ความพึงพอใจระหว่างทำการบ้าน อย่าไป focus ไปที่ความสุขที่จะได้จากผลจากการกระทำ (หุ้นขึ้น) เพราะ ความสุขที่เกิดขึ้นระหว่างการได้ศึกษาเห็นกิจการเจ๋งๆ ความสุขที่ได้จากความรู้ระหว่างศึกษาหุ้น มีค่ามากกว่าความสุขเวลาหุ้นขึ้น และเป็นความสุขที่จีรังมากกว่า
4. คบหากัลยาณมิตร ซึ่งเพื่อนที่ดีจะชักนำกันและกันไปสู่สิ่งดีๆ และจะเป็นกำลังใจให้แก่กันและกันในการทำการบ้าน รวมไปถึงการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข
ถ้าทำ 4 ข้อนี้ได้... เป้าหมายไหนก็ถึงได้ทั้งนั้นครับ... ผมเชื่อ... และทั้ง 4 ข้อนี้ผมเรียงตามลำดับความสำคัญสำหรับตัวผมครับ...