หน้า 2 จากทั้งหมด 3
"บินก่อน ผ่อนทีหลัง"
โพสต์แล้ว: อาทิตย์ พ.ย. 14, 2010 8:08 am
โดย CHOOKY
Nevercry.boy เขียน:เอ ผมเขียนไรซีเรียส เกินไปรึเปล่าไม่รู้
วันเสาร์ก็สบาย ๆ นะครับ
แวะมาทักทายคุณโดมครับ
ไม่ซีเรียส เกินไปหรอกครับ พี่ NB ผมว่าข้อความที่พี่เขียนมีประโยชน์มาก อย่างน้อยก็โดน และผมสามารถแวะเข้ามาอ่านได้เพื่อเตือนสติตัวเอง ขอบคุณ พี่ NB ครับ
"บินก่อน ผ่อนทีหลัง"
โพสต์แล้ว: อาทิตย์ พ.ย. 14, 2010 9:28 am
โดย Todo
Nevercry.boy เขียน:เพราะผู้หลักผู้ใหญ่ที่ผมเคารพนับถือสอนผมไว้ว่า
"วันใดก็ตามที่ชีวิตยืนอยู่บนทางสองแพร่ง และไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าจะเลือกเดินทางซ้ายดีหรือทางขวาดี
ขอจงตัดสินใจเลือกทางเดินที่ลำบากกว่า มีอุปสรรคมากกว่า ทรงเกียรติกว่า และไม่เสียคุณธรรม
แม้ว่าเส้นทางนั้นจะยาวนานกว่า ยากเย็นแสนเข็น ลำบากเจียนตาย
แต่หากผ่านถนนสายนั้นมาได้ เราจะมองกลับไปอย่างภาคภูมิใจ เพราะมันจะไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จ
แต่จะเป็นความสำเร็จที่มั่นคงและยั่งยืนตลอดไป"
NB
ขออนุญาตพี่ NB เอาไปลง FB นะครับ ชอบอ่ะ
"บินก่อน ผ่อนทีหลัง"
โพสต์แล้ว: อาทิตย์ พ.ย. 14, 2010 3:22 pm
โดย princebank
สวัสดีทุกท่านวันอาทิตย์ครับ..
กระทู้นี้ทำให้ผมได้คิดเกี่ยวกับการใช้ชีวิตได้ดีทีเดียวครับ
ขอบคุณจริงๆครับ
"บินก่อน ผ่อนทีหลัง"
โพสต์แล้ว: อาทิตย์ พ.ย. 14, 2010 5:00 pm
โดย pacabee
พ่อผมเป็นข้าราชการตำแหน่งเล็กๆ เริ่มชีวิตจากศูนย์ ตอนนี้เกษียณแล้ว
พ่อมักสอนผมว่า "หาเงินมาได้มากเท่าไหร่ไม่สำึึคัญ สำคัญที่เหลือเท่าไหร่"
ผมขอปรับปรุงมาเป็นแบบของผมคือ "หาเิงินมาได้มากเท่าไหร่ก็อาจสำคัญนะ แต่ที่สำคัญคือส่วนที่เหลือน่ะ จะทำอย่างไรให้งอกเงยได้โดยไม่เบียดเบียนตัวเอง และผู้อื่น"
"บินก่อน ผ่อนทีหลัง"
โพสต์แล้ว: อาทิตย์ พ.ย. 14, 2010 7:06 pm
โดย zesar
ผมขอเลือกแบบ สบายก่อน แล้วสบายตลอดไปละกันครับ :twisted:
"บินก่อน ผ่อนทีหลัง"
โพสต์แล้ว: จันทร์ พ.ย. 15, 2010 8:30 am
โดย htemyz
ขอ share ด้วยละกันครับ
ส่วนตัวคิดว่าเรื่อง "ความสุข"กับ"ความทุกข์" มันเป็นเรื่องที่มาจากสาเหตุเดียวกันครับ คือ ความเปลี่ยนแปลง
ผมคิดอย่างนี้ครับ ทั้งความสุข และ ความทุกข์ เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของ "สภาวะของชีวิต"(ไม่รู้จะใช้คำว่าอะไรดี) ครับ เช่น
ถ้ามีเงิน 200 ล้าน แล้วจู่ๆหายไป 100 ล้าน ก็จะทุกข์ใช่มั้ยครับ แต่ถ้าเรามาจาก 50 ล้าน ก็จะรู้สึกตรงข้ามกัน ทั้งๆที่เป็นเงินเท่าๆกัน ซึ่งมันก็น่าจะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงนี่แหละครับ
วกกลับมาครับ ผมคิดว่าความสุขที่แท้จริงจะต้องไม่อิงกับ สภาวะของสิ่งใดสิ่งหนึ่งครับ
จะต้องเป็นอะไรก็ได้ที่สามารถทำ/ใช้ชีวิตกับมัน ได้เรื่อยๆ โดยที่ยังมีความสุขตลอดครับ ซึ่งอันนี้ส่วนตัวยังหาไม่เจอเหมือนกัน
ส่วนเรื่อง จะลำบากก่อนสบาย หรือ จะสบายก่อนลำบาก ผมว่าผมคล้ายแบบแรกมากกว่านะครับ
ปล. ขอโทษด้วยครับถ้าเขียนแล้วมันงงๆ
"บินก่อน ผ่อนทีหลัง"
โพสต์แล้ว: จันทร์ พ.ย. 15, 2010 4:24 pm
โดย 996gt3
ต้องเข้าใจแล้วรู้จักตัวเองครับ
สมัยที่เงินหาง่ายๆผมก็ซื้อแหลกเหมือนกัน นาฬิกา แล้วไปรถสปอร์ต
กลางคืนไปแจกดื่มโคโยตี้ ซื้อเสื้อผ้าแบรนด์เนม
พอไม่ทำงานประจำก็ลดครับ เลิกแจกดื่ม นาฬิกาเรือนไหนมีกำไรก็ขาย เอาเงินไปลงทุนอย่างอื่น เสื้อผ้าก็ใส่ยี่ห้อะไรก็ได้ เพียงแต่แต่งตัวให้เป็นครับ
มีรถสปอร์ตเนี่ยละครับ เป็นภาระเยอะพอควร แต่ก็โอเคครับ ถือว่าครั้งหนึ่งในชีวิตทีมี Porsche วันไหนขายได้ราคาคงดีใจมากครับ
วิธีการแต่ละคนไม่เหมือนกันครับ ของผมเองมองว่าหาเงินได้ก็ต้องให้รางวัลชีวิตบ้างครับ
"บินก่อน ผ่อนทีหลัง"
โพสต์แล้ว: อังคาร พ.ย. 16, 2010 12:49 am
โดย jackkrit
"บินก่อน ผ่อนทีหลัง"
โพสต์แล้ว: อังคาร พ.ย. 16, 2010 8:40 am
โดย dome@perth
มาต่อครับ..
1.เริ่มต้นให้เร็วที่สุด
พรุ่งนี้ ก็สายเกินไป ไม่ได้หมายความว่าเริ่มซื้อหุ้นนะครับ
ผมหมายถึงเริ่มทำวันนี้พร้อมๆกันทั้ง เก็บเงิน ศึกษาหาความรู้เรื่องหุ้นเรื่องการลงทุน หรือแม้กระทั่ง ซื้อเลยหากเจอของถูกและมั่นใจแล้วจริงๆ
ผมคิดว่าทุกคนที่เข้ามาอ่านในที่นี่แล้ว คงเริ่มต้นแล้วหละ จะไม่ขอเน้น
2.จำนวนเงินที่เติมลงไป
ยิ่งมากยิ่งดี ในตอนแรก พอพอร์ตใหญ่พอ
เงินที่เติมลงไปไม่ค่อยมีผลต่อมูลค่าพอร์ตแล้ว
เมื่อนั้นจะเลิกทำงานหหาเงิน ก็ตัดสินใจง่ายขึ้น
ผมชอบคำว่า"
Balance" ของน้อง yoyo ผมคิดหาตั้งนาน
หากเราสามารถ balance การใช้เงิน ใช้เวลาได้เหมาะสม
กับสถานะของตัวเอง ณ ขณะนั้นๆ
มันจะทำให้เรา Balance ความลำบากความสบาย ได้ยั่งยืนครับ
ผมอยากขยายความข้อนี้มากหน่อย
เพราะ เป็นตัวหนึงที่มีผลมากๆสำหรับคนที่ยังมีขนาดพอร์ตเล็กอยู่
ผมคุยกับเพื่อนสนิทคนหนึง ที่เขาลงทุนมาก่อนผมหลายปี
ขอบอกว่าพอร์ตผมโตเร็งไล่พอร์ตเขาจะทันอยู่แล้ว
เราจึงมองว่า ความสำคัญของการ หมั่นเติมเงินลงไปอย่างสม่ำเสมอ
เพื่อให้พอร์ตมันเติบโต
ผมขอแนะนำให้ balance spending : saving for investing อย่างนี้ครับ
0. 100:0 ผมเริ่มจากศูนย์แล้วกันนะ(ชีวิตจริงผมเริ่มจากติดลบครับ) ขั้นนี้มี 100 ใช้ 100 หามาได้ใช้เดือนชนเดือนคนประเภทนี้ ไม่รู้จักคำว่า"เก็บ" รู้แต่ "เก็บยังไง" มองหาอนาคตทางการเงินไม่เจอ
1. 80:20=ผมเข้าใจว่าทุกคนให้เหตุผลว่า "ยังมีภาระต้องจ่าย" มีความจำเป็นต้องใช้เงิน มีพ่อแม่ต้องเลี้ยงดู
2. 70:30=ขั้นนี้ ภาระน้อยลง ความจำเป็นน้อยตัดออกไปก่อน บุพการียังต้องเลี้ยง
3. 60:40=สะสางภาระออกไป เช่นบัตรเครดิต ค่าผ่อนรถ เหลือไว้เท่าที่จำเป็น เลี้ยงดูพ่อแม่
4. 50:50= ตอนนี้มาครึ่งทางแล้วครับ อดทนหน่อยกับสิ่งที่สะดวกสะบาย ใช้จ่ายกับสิ่งจำเป็นจริงๆ ให้กำลังใจตัวเองเสมอว่า คนอื่นลำบากกว่าเราเยอะแยะ แต่อย่าให้พ่อแม่ลำบากนะครับ
6. 40:60=ตอนนี้ถือว่าเป็นคนเก็บตัวยงแล้ว ถือว่าเอาชนะใจตัวเองได้แล้ว
7. 30:70=ตอนนี้เงินที่เก็บคงจะเป็นกอบเป็นกำ เอาเงินไปปลูกอย่างฉลาด
มีแนวกันไฟกันน้ำท่วมอย่างให้ต้นมันหายอย่างเด็ดขาด
8. 20:80=ทำได้ถึงระดับนี้รวยทุกรายครับ เราจะภูมิใจมาก กับพอร์ตที่มันเติบโต และ เราใช้จ่ายด้วยเงินอย่างมีประสิทธิภาพ
9. 100:0=ทำงานแต่พอใช้ ไม่ต้องลำบากหาเงินเติมอีกต่อไป
เพราะเงินที่เติมลงไปไม่มีผลต่อขนาดพอร์ตแล้ว Financial Freedom อยู่แค่เอื้อม
จะเห็นว่า ข้อ 0 กับข้อ 9 อัตราการ ใช้:เก็บลงทุน เหมือนกัน แต่พูดกันคนละเรื่องครับ
นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะสื่อ
" ลำบากก่อน ผ่อนคลายทีหลัง[/color]"
วันหน้าเดี๋ยวมาต่อข้อ 3. อัตราผลตอบแทนครับ
"บินก่อน ผ่อนทีหลัง"
โพสต์แล้ว: พุธ พ.ย. 17, 2010 5:28 pm
โดย aonanfield
มารอภาคต่อ บทความดีๆ จากพี่โดมครับ
"บินก่อน ผ่อนทีหลัง"
โพสต์แล้ว: พุธ พ.ย. 17, 2010 5:58 pm
โดย yoyo
[quote="dome@perth"]คิดจะเริ่มต้นลงทุน ไม่ว่าจะด้วยเงินมากน้อยเท่าไม่สำคัญ
จะประสบความสำเร็จ ตามเป้าหมายเร็วหรือช้าสำคัญตรงที่
1.เริ่มต้นให้เร็วที่สุด
"บินก่อน ผ่อนทีหลัง"
โพสต์แล้ว: พุธ พ.ย. 17, 2010 7:55 pm
โดย topgun
[quote="yoyo"][quote="dome@perth"]คิดจะเริ่มต้นลงทุน ไม่ว่าจะด้วยเงินมากน้อยเท่าไม่สำคัญ
จะประสบความสำเร็จ ตามเป้าหมายเร็วหรือช้าสำคัญตรงที่
1.เริ่มต้นให้เร็วที่สุด
"บินก่อน ผ่อนทีหลัง"
โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. พ.ย. 18, 2010 12:05 am
โดย dome@perth
yoyo เขียน:[
บางครั้งความลับสุดยอดของฟ้าก็ผ่านตาเราไปได้โดยไม่รู้ตัว
ผมเชื่อว่าเกือบทุกคนเคยเรียนกันมาแล้วทั้งนั้น เพียงแต่อาจจะไม่ได้ให้ความสำคัญกันเท่าไหร่
มันซ่อนอยู่ในสมการง่ายๆ ดอกเบี้ยทบต้นนั้นเอง
เงินสุทธิ = เงินต้น * (1+ผลตอบแทน) ^ ระยะเวลา
ขอบคุณน้องโย อีกครั้งครับ
จากสุตรนี้แหละผมจับมาขยายความ
เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัต
3. อัตราผลตอบแทน
มาต่อข้อนี้กันครับ หลายๆท่านคงได้รับคำแนะนำ ที่มีคุณค่ามากๆ จากน้องโจ ลูกอิสานไปแล้ว แต่ผมขอยกคำแนะของโจ มาอีกครั้งนะ
น้องโจลูกอิสาน เขียน:ทำอย่างไรให้เงินลงทุนได้ผลตอบแทนสูงสุด
ประเด็นนี้เชื่อว่านักลงทุนทุกคนต่างต้องการ และยิ่งหากมีเงินลงทุนไม่มาก การทำผลตอบแทนให้สูงๆยิ่งมีความสำคัญ การมีเงินลงทุนน้อยๆและทำผลตอบแทนในระดับปกติ เช่น 10-15% ต่อปี กว่าที่เงินลงทุนจะเติบโตสมมุติ 1 เท่าตัว อาจใช้เวลา 5-6 ปี ซึ่งอาจจะน่าพอใจหากเปรียบเทียบกับผลตอบแทนกับเงินฝาก แต่อาจจะน้อยไปเมื่อเทียบกับเวลาที่ใช้ในการศึกษาการลงทุน นอกจากนั้นแม้เงินทุนจะเพิ่มขึ้นมาระดับนี้ แต่ด้วยเงินเริ่มต้นที่น้อย กำไรที่ทำได้ก็น้อยไปด้วย และสุดท้ายจะ พาลทำให้นักลงทุนหมดกำลังใจ เพราะดูเหมือนการลงทุนอย่างนี้ทำให้รวยช้า อาจหันเหไปเก็งกำไร หรือไปเสี่ยงโชคกับการธุรกิจอื่นๆ ที่เห็นว่าจะทำให้รวยเร็วกว่า
การเพิ่มเทคนิค กลยุทธ์เพียงเล็กๆน้อยๆ สำหรับพอร์ตการลงทุนเล็กๆ อาจจะเพิ่มผลตอบแทนได้อย่างน่าพอใจ ที่จริงกลยุทธิ์เหล่านี้เพื่อนๆหลายท่านก็ทราบกันดีจากที่โพสต์มา แต่หากนำมาเรียบเรียงรวมกันเป็นหมวดหมู่ จะเป็นประโชน์กับเพื่อนๆได้พิจารณาเป็นทางเลือกใหม่ครับ Very Happy
กลยุทธ์ที่ผมพอจะคิดออก หรือท่านใดจะเสริม มีดังนี้ครับ
1.การทำการบ้าน(หุ้น) ไม่แน่ใจว่าเป็นกลยุทธ์หรือเปล่า แต่ผมเชื่อว่านี่เป็นการแปรเปลี่ยนจุดอ่อนให้เป็นพลัง-เป็นแรงบันดาลใจที่ ชัดเจนที่สุด ยิ่งหากเราพอร์ตเล็กเท่าไหร่ เราก็ควรจะทำการบ้าน ศึกษาหาข้อมูลหุ้นให้มากขึ้นเท่านั้น มีเพียงสิ่งนี้สิ่งเดียวที่เราควบคุมได้โดยตรง ทำให้ทุกเวลา ทุกนาที โดยไม่ขึ้นอยู่กับคนอื่น หากเราไม่มีความรู้ที่จะหาหุ้น ไม่มีความรู้ด้านบัญชี ด้านการเงิน วิธีทีดีที่สุด ก็คือต้องไปเรียน หาหนังสือมาอ่าน หากไม่มีเวลา ไม่ค่อยมีเงิน ผมแนะนำให้ลงเรียนที่ม.รามคำแหง บัญชีเบื้องต้น หรือการวิเคราะห์ทางด้านการเงิน ไม่ต้องเสียเวลาไปเรียน ซื้อหนังสือซื้อชีทมาอ่าน ก็เข้าใจได้ครับ Laughing
2.ไปหาปลาตรงที่มีปลา เนื่องจาก เราตั้งโจทย์ว่าเราต้องการผลตอบแทนสูงๆ ดังนั้นเราก็ต้องหาประเภทของหุ้นที่มีโอกาสให้ผลตอบแทนสูงๆ เสมือนไปหาปลาตรงที่ๆมีปลา ข้อสังเกตุของผมหุ้นที่ให้ผลตอบแทนสูงๆ มักเป็นหุ้นขนาดกลางถึงขนาดเล็ก หุ้นเหล่านี้แม้มีความเสี่ยงทางธุรกิจบ้าง แต่การเพิ่มยอดขายหรือผลกำไรจะทำใด้เร็วกว่าหุ้นมั่นคงขนาดใหญ่มาก ธุรกิจที่มีกำไรเพิ่มขึ้น ราคาหุ้นก็จะเพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน นอกจากนั้นหุ้นเหล่านี้ไม่คอ่ยมีนักวิเคราะห์คอยติดตาม ทำให้โอกาสที่จะเจอหุ้นที่ต่ำกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็นมีสูง
หลักทรัพย์บางประเภทเช่นวอร์แรนต์ที่นักลงทุนมักหลีกเลี่ยงเพราะมีความ เสี่ยงสูง ทั้งที่ในความเป็นจริงวอร์แรนต์เหล่านี้ในอนาคตก็คือหุ้นสามัญนั่นเอง ดังนั้นเราควรใช้บรรทัดฐานในการประเมินมูลค่าวอร์แรนต์ในทำนองเดียวกับที่ เราประเมินมูลค่าหุ้น หากมูลค่าวอร์แรนต์ต่ำกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็น ก็ไม่มีเหตุผลที่เราจะหลีกเลี่ยงการลงทุนในวอร์แรนต์ และที่จริงการลงทุนในวอร์แรนต์โดยปกติจะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าหุ้นสามัญ เพราะคุณสมบัติจากอัตราทวีผลหรือ Gearing นั่นเอง นักลงทุนที่แสวงหากำไรสูงๆ ไม่ควรมองข้ามการลงทุนในวอร์แรนต์ครับ
3. มองหาตัวเร่งเร้า(ที่รุนแรง) หมาย ถึงมองหาปัจจัยที่จะเร่งให้กำไรของกิจการเพิ่มสูงขึ้นมาก ซึ่งจะหมายถึงราคาหุ้นที่เพิ่มสูงขึ้นมากด้วย ตัวเร่งในที่นี้อาจจะเป็นอะไรก็ตาม ที่จะทำให้กำไรของกิจการเพิ่มขึ้นทั้งโดยตัวพื้นฐาน เช่น การขยาย ปรับปรุงกำลังการผลิต การขยายตลาด รวมถึงการเจริญเติบโตปกติของกิจการ การกลับตัวของดีมาน-ซัพพลายของอุตสาหกรรม การซื้อกิจการ การเพิ่มปันผล กำไรพิเศษ นอกจากนั้นยังอาจเป็นตัวเร่งทางปัจจัยจิตวิทยา เช่น การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น หรือผู้บริหาร การแตกหุ้น การแจกวอร์แรนต์
หากเปรียบเทียบการลงทุนในหุ้น 2 ตัว ที่มีปัจจัยทางด้านอื่นๆเหมือนๆกันหรือคุณภาพพอๆกัน หุ้นตัวที่มีตัวเร่ง มีแนวโน้มที่จะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า
ผมจำ 3 ข้อนี้ มาใช้ตลอดระยะเวลาการลงทุนของผม
ผมเชื่อว่า
การรู้มาก ทำให้ผลตอบแทนมาก ไปด้วย
ข้อ 1. ผมตีความหมายเพิ่มเติมว่า [u
]เรามาทีหลัง ต้องขยันกว่า[/u] เจ้าพ่อ เจ้าแม่ตลาด ต้องรู้ให้ทัน ว่าเขาพูดเรื่องอะไรกัน อ่านมากๆเข้าไว้ครับครับ อะไรที่ยังไม่รู้ ลงมือศึกษา อย่าปล่อยเลยตามเลย หรือ ผลัดวัน "เอาไว้ก่อน แล้วค่อยดู"
ข้อ 2. ผมตีความหมายน้องโจว่า "ขยันอย่างฉลาด"
อย่ามัวไปงมโข่ง เพื่อหาพลอยขยันให้ถูกจุด มองให้หลายมุม
อย่างไปหลงรัก หรือ เกียจหุ้นรายตัว เกินไป
อย่าปิดหู ปิดตาตัวเอง โดยมี Bias เป็นกรอบความคิด
ข้อ 3. ข้อนี้ผมคิดว่าประสบการณ์ ที่สั่งสมมา และ วิสัยทรรศน์
จะช่วยให้เรามีตาที่แหลมคมมองเห็นได้ไกลและเร็วกว่า
เจอหุ้นที่ดีมีตัวเร่งต่างๆ ดันราคาขึ้นถึงเป้าหมายเร็วกว่า
มันทำให้ประหยัดต้นทุนด้านเวลา
อย่าลืมสุตร เงินสุทธิ = เงินต้น P x (1+อัตราผลตอบแทน x)^n
n = หน่วยของเวลา ปี ครึ่งปี ไตรมาส เดือน สัปดาห์ หรือแม้กระทั่งวัน
ใช้เวลาน้อยกว่า เงินทุนก็หมุนได้หลายรอบขึ้น
เอาไว้มาต่อนะครับ.........
"บินก่อน ผ่อนทีหลัง"
โพสต์แล้ว: ศุกร์ พ.ย. 19, 2010 1:04 pm
โดย keeti
ผมมองความสุขความทุกข์เป็นเรื่องสัมพัทธ์ (Relative)ครับ ทั้งสุขและทุกข์ จะต้องมีสิ่งที่เอาไว้ใช้เปรียบเทียบกับตัวมันเองอยู่ด้วยเสมอ ตัวมันเองจึงจะยังคงตัวตนอยู่ได้
เพราะฉะนั้นถ้าอยากมีความสุข ต้องทุกข์มาก่อน ถ้าไม่รู้จักความทุกข์มาก่อนก็จะไม่สามารถ "รับรู้" ถึงความสุขได้
เปรียบง่ายๆก็เหมือนกับการที่คนเราเดินได้ เราคงไม่รู้สึกยินดีมีความสุขที่เดินได้ แต่ถ้ามีช่วงหนึ่งของชีวิตที่เราไม่สามารถเดินได้ แล้วเรากลับมาเดินได้ใหม่ เราจะมีความสุขมากที่เราสามารถเดินได้
ความสุขและทุกข์เปรียบเหมือนกับ หยินหยาง ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไปไม่ได้
ผมไม่อยากมีความทุกข์ อยากมีแต่ความสุข และในเมื่อเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกภายนอกได้ ผมจึงต้องพยายามคิดและปฏิบัติให้ตัวเองทุกข์อยู่ตลอดเวลา (เอาแค่พอเป็นพิธี) เพื่อให้สิ่งต่างๆที่จะมากระทบกับตัวเรากลายเป็นสิ่งน่ารื่นรมณ์ได้
"บินก่อน ผ่อนทีหลัง"
โพสต์แล้ว: ศุกร์ พ.ย. 19, 2010 5:33 pm
โดย Nevercry.boy
ฟังอยู่ครับพี่โดม
ว่างมาต่อนะครับ
"บินก่อน ผ่อนทีหลัง"
โพสต์แล้ว: ศุกร์ พ.ย. 19, 2010 10:39 pm
โดย dome@perth
Nevercry.boy เขียน:ฟังอยู่ครับพี่โดม
ว่างมาต่อนะครับ
พรุ่งนี้นะครับ ต้องตื่นเช้าไปส่ง
น้อง Offshore-Engineer ไปอังกฤษ
(จริงๆแล้วอยากไปเจอเพื่อขอปลา ....ฮ่า)
"บินก่อน ผ่อนทีหลัง"
โพสต์แล้ว: เสาร์ พ.ย. 20, 2010 9:02 am
โดย tawa
เงินสุทธิ = เงินต้น * (1+ผลตอบแทน) ^ ระยะเวลา
คิดง่ายๆเข้าอีก อยากได้เงินเพิ่มเป็น100% ก็ใช้สูตร 72 ครับ
"บินก่อน ผ่อนทีหลัง"
โพสต์แล้ว: เสาร์ พ.ย. 20, 2010 9:46 am
โดย dome@perth
4.มีความสูขกับการลงทุน
ผมว่าสำคัญไม่น้อย
ข้อนี้ผมเริ่มให้สำคัญมากขึ้นครับ
หลังจากที่ลงทุนมาระยะหนึงแล้ว
ผมมองย้อนหลังกลับไปว่า
-ผมแบ่งเวลา
-ใส่ใจ
-หรือแม้แต่ใช้เงิน ไปเพื่อความสุข
ชีวิตการทำงานประจำ
และชีวิตประจำวัน กับคนที่เรารัก
รวมทั้ง พ่อแม่ ครอบครัว เพื่อนฝูง มากน้อยเพียงใด
ต้องยอมรับครับ 2 ปีแรกผมมุ่งมั่น
ทุ่มเททั้งเวลา จิตใจ และ เงิน
กับการลงทุนมากเกินไปพอสมควร
เพื่อหวังบรรลุเป้าหมายขนาดของพอร์ต จากการลงทุน
และ เป้าหมายการเกษียรอายุการทำงานประจำ
ผมจึงตั้งกระทู้ขอความรู้ความเห็น
และเพื่อนๆพี่ๆ หลายท่านให้คำแนะนำดีมาก ตามกระทู้
http://www.thaivi.com/webboard/viewtopi ... highlight=
แม้แต่ท่านอาจารย์ของพวกเราก็ให้คำแนะนำครับ
http://www.thaivi.com/webboard/viewtopic.php?t=37021
ขอให้ใช้ชีวิตวันสุดสัปดาห์ อย่างมีความสูขครับ
"บินก่อน ผ่อนทีหลัง"
โพสต์แล้ว: เสาร์ พ.ย. 20, 2010 9:54 am
โดย Nevercry.boy
dome@perth เขียน:4.มีความสูขกับการลงทุน
ผมว่าสำคัญไม่น้อย
ข้อนี้ผมเริ่มให้สำคัญมากขึ้นครับ
หลังจากที่ลงทุนมาระยะหนึงแล้ว
ผมมองย้อนหลังกลับไปว่า
-ผมแบ่งเวลา
-ใส่ใจ
-หรือแม้แต่ใช้เงิน ไปเพื่อความสุข
ชีวิตการทำงานประจำ
และชีวิตประจำวัน กับคนที่เรารัก
รวมทั้ง พ่อแม่ ครอบครัว เพื่อนฝูง มากน้อยเพียงใด
ต้องยอมรับครับ 2 ปีแรกผมมุ่งมั่น
ทุ่มเททั้งเวลา จิตใจ และ เงิน
กับการลงทุนมากเกินไปพอสมควร
เพื่อหวังบรรลุเป้าหมายขนาดของพอร์ต จากการลงทุน
และ เป้าหมายการเกษียรอายุการทำงานประจำ
ผมจึงตั้งกระทู้ขอความรู้ความเห็น
และเพื่อนๆพี่ๆ หลายท่านให้คำแนะนำดีมาก ตามกระทู้
http://www.thaivi.com/webboard/viewtopi ... highlight=
แม้แต่ท่านอาจารย์ของพวกเราก็ให้คำแนะนำครับ
http://www.thaivi.com/webboard/viewtopic.php?t=37021
ขอให้ใช้ชีวิตวันสุดสัปดาห์ อย่างมีความสูขครับ
ตอนนี้ผมกำลังเริ่มต้นปรัชญาบางอย่างกับตัวเองครับคุณโดม
คือ เราลงทุนในหุ้น ลงทุนมาลงทุนไป หุ้นจะลงทุนในตัวเรา
อันนี้ได้รับคำแนะนำมาจากแม่ชีท่านหนึ่งครับ
เรื่อง ดอกไม้กับการจัดแจกัน
แม่ชีท่านนี้อยู่เชียงใหม่ครับบอกได้เลยครับวัดพระธาตุจอมทองครับ
การจัดดอกไม้นั้นมีหลายดอก บางดอกสวย บางดอกไม่สวย ก้านยาวสั้นไม่สม่ำเสมอ บานหุบไม่เท่ากัน
การจัดขึ้นแจกันนั้น บางดอกที่ไม่สวย บางครั้งเราไม่จำเป็นต้องทิ้งมัน
แต่เมื่อเราจัดเข้าพอร์ต เอ๊ย เข้าแจกันของเราแล้ว บางครั้งมันดูดีไม่น้อย
และมันอาจเสริมเข้าส่วนที่ต่าง
หากเราค่อย ๆ จัดเรียง
ดอกไม้ก็จะจัดเราไปพร้อมกัน
"บินก่อน ผ่อนทีหลัง"
โพสต์แล้ว: เสาร์ พ.ย. 20, 2010 10:00 am
โดย dome@perth
Nevercry.boy เขียน:
ตอนนี้ผมกำลังเริ่มต้นปรัชญาบางอย่างกับตัวเองครับคุณโดม
คือ เราลงทุนในหุ้น ลงทุนมาลงทุนไป หุ้นจะลงทุนในตัวเรา
อันนี้ได้รับคำแนะนำมาจากแม่ชีท่านหนึ่งครับ
เรื่อง ดอกไม้กับการจัดแจกัน
แม่ชีท่านนี้อยู่เชียงใหม่ครับบอกได้เลยครับวัดพระธาตุจอมทองครับ
การจัดดอกไม้นั้นมีหลายดอก บางดอกสวย บางดอกไม่สวย ก้านยาวสั้นไม่สม่ำเสมอ บานหุบไม่เท่ากัน
การจัดขึ้นแจกันนั้น บางดอกที่ไม่สวย บางครั้งเราไม่จำเป็นต้องทิ้งมัน
แต่เมื่อเราจัดเข้าพอร์ต เอ๊ย เข้าแจกันของเราแล้ว บางครั้งมันดูดีไม่น้อย
และมันอาจเสริมเข้าส่วนที่ต่าง
หากเราค่อย ๆ จัดเรียง
ดอกไม้ก็จะจัดเราไปพร้อมกัน
ขอบคุณครับ ลึกซึ้งครับ
Re: "ลำบากก่อน ผ่อนคลายที่หลัง" หรือ "บินก่อน ผ่อนทีหลัง"
โพสต์แล้ว: ศุกร์ ม.ค. 21, 2011 12:15 am
โดย dome@perth
ถึงเวลาผ่อนคลายกันหรือยังครับ

Re: "ลำบากก่อน ผ่อนคลายที่หลัง" หรือ "บินก่อน ผ่อนทีหลัง"
โพสต์แล้ว: ศุกร์ ม.ค. 21, 2011 2:32 pm
โดย ซากคน
dome@perth เขียน:ถึงเวลาผ่อนคลายกันหรือยังครับ

ยังไม่ถึงเวลาผ่อนคลายสำหรับผมครับ
แต่ถึงเวลาโด๊ปคงความหนุ่มไว้แล้วครับ :lol:
Re: "ลำบากก่อน ผ่อนคลายที่หลัง" หรือ "บินก่อน ผ่อ
โพสต์แล้ว: ศุกร์ ม.ค. 21, 2011 2:49 pm
โดย madam
ถ้าคิดเสมือนการลงทุนทำธุรกิจ
ธุรกิจของเราโตวันโตขึ้น
มีการบริหารจัีดการอย่างมืออาชีพ
มีจุดแข็งของตนเอง
ควบคุมคุณภาพของสินค้าได้
ควบคุมต้นทุนได้
ผลักภาระให้ผู้บริโภคได้
ในขณะเดียวกัน ราคาหุ้นในตลาดที่มีการเสนอขาย ลดต่ำลงทุกวัน
อาจเนื่องจากภาวะตลาดไม่ดี มีการขึ้นดอกเบี้ย ภัยธรรมชาติ
หรืออะไรต่อมิอะไร ฯลฯ
เราจะขายธุรกิจเราทิ้งเหรอคะ

Re:
โพสต์แล้ว: ศุกร์ ม.ค. 21, 2011 5:35 pm
โดย KimVi
Nevercry.boy เขียน:
"วันใดก็ตามที่ชีวิตยืนอยู่บนทางสองแพร่ง และไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าจะเลือกเดินทางซ้ายดีหรือทางขวาดี
ขอจงตัดสินใจเลือกทางเดินที่ลำบากกว่า มีอุปสรรคมากกว่า ทรงเกียรติกว่า และไม่เสียคุณธรรม
แม้ว่าเส้นทางนั้นจะยาวนานกว่า ยากเย็นแสนเข็น ลำบากเจียนตาย
แต่หากผ่านถนนสายนั้นมาได้ เราจะมองกลับไปอย่างภาคภูมิใจ เพราะมันจะไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จ
แต่จะเป็นความสำเร็จที่มั่นคงและยั่งยืนตลอดไป"
ชอบมากครับ

Re: "ลำบากก่อน ผ่อนคลายที่หลัง" หรือ "บินก่อน ผ่อ
โพสต์แล้ว: จันทร์ ม.ค. 31, 2011 10:47 pm
โดย urgent
เห็นด้วยที่ว่าควรเพิ่มเงินใน port ให้มาก ช่วงแรก ยิ่งถ้าหุ้นตกแบบไม่มีเหตุผล ก็ต้องทะยอยซื้ออย่ากลัว
แต่พอเริ่มมีกำไรเห็นปันผล ก็ควรใช้บ้าง ส่วนตัวเล่นให้แม่ด้วย เวลาปันผลออกเอาไปให้แม่แม่ดีใจมากเลย ให้แม่ไปใช้ตามใจชอบ เพราะแม่จะอยู่ใช้อีกกี่ปีก็ไม่รู้ แล้ว capital gain ก็ไม่เอาออกไป เก็บไว้ซื้อเพิ่มอีก
ส่วนตัวเอง ตอนแรกๆ ปีที่แล้ว (เริ่มเล่นเกือบๆ 2 ปี ) ตอนปันผลออกใช้มันส์มาก ซื้อเสื้อผ้า ซื้อของแจกคนใกล้ตัว ตอนนี้เริ่มเบื่อ ตอนหลังนี่เวลาอยากชอป ก็ไม่ไปเดินซื้อของตามห้างแล้ว แต่มาชอปในตลาดหุ้นนี่แหละ หนุกดีนะ มีของให้เลือกเยอะแยะ แถมได้ปันผลอีก
แต่เป็นผู้หญิงเล่นหุ้นนี่ ก็แอบใช้อารมณ์เยอะเหมือนกัน คือไม่ได้ซื้อเพราะธุรกิจดูดีอย่างเดียว เราต้องชอบด้วย คือมันจะมีความผูกพันน่ะ อยากอ่าน อยากติดตาม ไม่งั้นจะน่าเบื่อมาก ถ้าต้องมานั่งอ่านบทวิเคราะห์ธุรกิจที่เราไม่ได้สนใจ
ปีแรกๆที่เล่น มุ่งมั่นมาก อ่านทั้งวันทั้งคืน นอนคืนละสามชั่วโมงยังมี น้ำหนักลดโดยไม่ต้องไดเอท แต่ตอนนี้พบสัจธรรม ว่าทำอะไรก็ต้องมีความสุขด้วยนะ ไม่งั้นได้เงินมาอาจเป็นมะเร็ง โรคหัวใจ ตายก่อนนะเออ
Re: "ลำบากก่อน ผ่อนคลายที่หลัง" หรือ "บินก่อน ผ่อ
โพสต์แล้ว: อังคาร ก.พ. 01, 2011 9:55 am
โดย teetotal
ระวัง จะ ตาย ก่อน ได้ สบาย
Re: "ลำบากก่อน ผ่อนคลายที่หลัง" หรือ "บินก่อน ผ่อ
โพสต์แล้ว: อังคาร ก.พ. 01, 2011 10:44 am
โดย zephyr
จริงๆกระทู้พี่โดมผมว่าดีมากๆเลยนะครับ ไว้สำหรับเตือนใจใครหลายๆคน
แต่กลับกลายเป็นเรื่องความสุขความทุกข์กันไปซะงั้น
ส่วนตัวเองไม่ได้คิดว่ามีเงินแล้วจะมีความสุขที่สุด แต่คิดว่าทุกข์แน่ๆถ้าไม่มีเงิน
เงินไม่ใช่ทุกคำตอบของชีวิต แต่คงยอมรับกันได้ว่ามันสามารถตอบโจทย์ได้ถึงกว่า 90%ของชีวิตทีเดียว
เอาหล่ะครับ สำหรับกระทู้พี่โดม ผมคิดว่าไม่ได้พูดถึงความสุข แต่พูดถึงความสะดวกสบายต่างหาก
ดังนั้นมันไม่น่าจะเกี่ยวข้องโดยตรงกับสุข หรือ ทุกข์นะครับ
ส่วนเรื่องว่าขอสบายก่อนเพราะไม่รู้จะตายเมื่อไหร่ อันนี้ผมว่าก็แล้วแต่มุมมองคนครับ
Re: "ลำบากก่อน ผ่อนคลายที่หลัง" หรือ "บินก่อน ผ่อ
โพสต์แล้ว: อังคาร ก.พ. 01, 2011 10:56 am
โดย dome@perth
ขอบคุณครับสำหรับทุกๆความเห็น
ได้มุมมองหลายๆมุมดีครับ
ส่วนตัวผมเริ่มผ่อนคลายบ้างแล้วครับ
แต่ยังยึดมั่นในหลักการดำเนินชีวิตแบบวีไอครับ
มีความสุขในการลงทุนครับ
Re: "ลำบากก่อน ผ่อนคลายที่หลัง" หรือ "บินก่อน ผ่อ
โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. เม.ย. 14, 2011 3:54 pm
โดย Dekfaifah
กระทู้นี้ผ่านมากว่า 5 เดือน ไม่รู้ท่านอื่นๆ คิดเห็นยังไง กันบ้าง
ปล. ขอบคุณพี่โดมมากครับ ช่วยจุดไอเดียให้ผมอีกรอบ ขออ่านซ้ำซัก 3 รอบนะครับ
Re: "ลำบากก่อน ผ่อนคลายที่หลัง" หรือ "บินก่อน ผ่อ
โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. เม.ย. 14, 2011 6:33 pm
โดย OutOfMyMind
สำหรับผม
มีแต่ผู้แพ้เท่านั้น ที่เป็นผู้ชนะที่แท้จริง