ดูเหมือน ดร.นิเวศน์จะมอง SE-ED ชนะ ไทยรัฐ
โพสต์แล้ว: อังคาร พ.ย. 14, 2006 10:13 pm
ซีเอ็ดจัดระบบสายส่ง
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 2 พฤศจิกายน 2549 11:08 น.
ซีเอ็ดงัดลูกอ้อนเหล่าสำนักพิมพ์ หวังให้ส่งหนังสือถึงศูนย์กระจายสินค้าของซีเอ็ดบุ๊ค เซ็นเตอร์โดยตรง หลังถูกหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่คว่ำบาตรขอร้องให้เอเย่นต์ทั่วประเทศงดส่งหนังสือพิมพ์และนิตยสารให้ร้านซีเอ็ดในต่างจังหวัดทุกสาขา ล่าสุด 1 พ.ย.นี้ เหตุการณ์ได้ลามเข้าสู่กรุงเทพฯ เผยรายได้หายไปกว่าวันละ 5 แสนบาทหลังถูกกีดกันในการจำหน่ายสินค้าตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค.เป็นต้นมา แต่ยังเชื่อมั่นรายได้รวมยังเป็นไปตามเป้าที่ 3,800 ล้านบาท
วานนี้ (1 พ.ย.) บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) ได้เชิญสำนักพิมพ์ต่างๆกว่า 100 สำนักพิมพ์ เข้าร่วมฟังถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ที่ทางซีเอ็ด ประสบปัญหาในการจัดหาหนังสือพิมพ์และนิตยสารเข้ามาจำหน่ายในร้านไม่ได้
นายทนง โชติสรยุทธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นเริ่มขึ้นจากหลังวันปฏิวัติ คือวันที่ 20 ก.ย. นั้น มีหนังสือพิมพ์หัวใหญ่ฉบับหนึ่งที่ออกหนังสือพิมพ์ช้า ทำให้เอเย่นต์บางรายต้องมีการส่งหนังสือพิมพ์ฉบับอื่นๆออกไปยังร้านหนังสือต่างๆก่อน เพราะไม่มั่นใจว่าหนังสือพิมพ์หัวดังกล่าวจะออกทันหรือไม่ ผลปรากฏว่าในวันนั้นร้านหนังสือซีเอ็ดที่ไม่มีหนังสือพิมพ์หัวดังกล่าวจำหน่ายมีเพียง 9 สาขา จากจำนวน 210 สาขาทั่วประเทศ และนั่นคงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่หัวดังกล่าวเกิดความไม่พอใจ จึงได้มีการขอร้องให้ทางเอเย่นต์ในต่างจังหวัดทั้งหมด หยุดการส่งหนังสือพิมพ์และนิตยสารให้กับร้านซีเอ็ดทุกสาขาในต่างจังหวัด
โดยในวันที่ 26 ก.ย. 2549 บริษัทฯได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการจากทางเอเย่นต์ที่จัดส่งสินค้าว่า หลังจากวันที่ 1 ต.ค.นี้ จะไม่มีหนังสือพิมพ์ชั้นนำจำหน่ายทั่วประเทศ ทำให้ทางบริษัทฯได้มีการประสานงาน ขอเข้าพบผู้บริหารของหนังสือพิมพ์ดังกล่าว เพื่อชี้แจงความขัดแย้งที่เกิดขึ้น แต่ได้รับการปฎิเสธในการขอเข้าพบ
ในเวลาต่อมา ระหว่างวันที่ 13-14 ตุ.ค. ที่ผ่านมา มีกระแสข่าวออกมาว่า หนังสือพิมพ์หัวดังกล่าว ต้องการจัดระเบียบร้านหนังสือที่อยู่ในกลุ่มโมเดิร์นเทรดเพื่อจัดระเบียบให้ง่ายขึ้น โดยได้มีการขอร้องให้เอเย่นต์งดการส่งนิตยสารและหนังสือพิมพ์ให้กับร้านซีเอ็ดทั้งหมดในต่างจังหวัด ซึ่งในขณะนี้กำลังลามเข้าสู่กรุงเทพมหานครแล้ว
นายทนง กล่าวต่อว่า ทางบริษัทฯได้พยายามที่จะประสานงานไปทางเอเย่นต์เช่นเดียวกัน แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ถึงแม้จะมีบางรายที่ยังมีความต้องการที่จะส่งหนังสือพิมพ์และนิตยสารให้กับซีเอ็ด แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะได้รับการขอร้องจากหนังสือพิมพ์หัวใหญ่ดังกล่าวนั้นเอง แต่ทั้งนี้ทางเอเย่นต์เสนอแนวทางแก้ไขให้ด้วยว่า ให้ทางบริษัทฯปรึกษากับทางสำนักพิมพ์โดยตรงว่ามีความประสงค์ที่จะส่งสินค้าให้กับซีเอ็ดหรือไม่ ถ้ามีความต้องการอยู่ ทางเอเย่นต์ก็จะจัดส่งให้ แต่ถ้าไม่สามารถจัดส่งให้ได้จริงๆ ทางสำนักพิมพ์จะต้องเห็นผู้จัดส่งสินค้าให้กับซีเอ็ดโดยตรง
ไม่อยากเชื่อว่า ในสังคมการค้าเสรีแบบนี้ จะมีใครบางคน ที่สามารถกำหนดได้ว่า จะให้เอเย่นต์ทั่วประเทศ ส่งสินค้าให้ใครหรือไม่ให้ใครก็ได้ และสามารถบอกให้ร้านหนังสือจะขายอะไร หรือไม่ให้ขายอะไรก็ได้ ในวันนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้น จะเป็นลบหรือเป็นบวกก็ตาม เพียงแค่สำนักพิมพ์ต่างๆร่วมกันทำให้ส่วนรวมเจริญก้าวหน้า วงการสิ่งพิมพ์ก็จะแข็งแรง ยั่งยืน ต่อไป
ดังนั้นการเชิญให้มารับฟังสถานการณ์ในวันนี้ ก็เพื่อต้องการทราบถึงความต้องการของแต่ละสำนักพิมพ์ในครั้งนี้ว่า มีความประสงค์ที่จะส่งนิตยสารให้กับร้านซีเอ็ดอยู่หรือไม่ ถ้าต้องการก็ให้กรอกแบบสอบถามและส่งมาที่บริษัทฯ ซึ่งคาดว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี
ทางด้านบริษัทฯเองนั้น มีแผนที่จะปรับศูนย์กระจายหนังสือ ซีเอ็ด บุ๊ค เซ็นเตอร์ที่มีอยู่ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการระบบการกระจายสินค้าให้ดีขึ้น โดยทางสำนักพิมพ์ต่างๆเพียงส่งสินค้าตรงมายังศูนย์กระจายหนังสือเท่านั้น และทางศูนย์ จะเป็นผู้ทำการกระจายไปทั่วประเทศเองทั้งหมด ซึ่งช่วงแรกๆของการดำเนินงานอาจเกิดอุปสรรคบ้าง แต่มั่นใจว่าจะดำเนินการได้สมบูรณ์ในระยะเวลาไม่นาน
สำหรับสถานการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นนั้น ส่งผลกระทบให้บริษัทฯขาดรายได้ไปกว่าวันละ 5 แสนบาท ตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค. ที่ผ่านมา ที่เกิดจากการไม่มีการจำหน่ายหนังสือพิมพ์และนิตยสาร แต่ทางบริษัทฯได้ดำเนินการแก้ไขในเบื้องต้นไปแล้ว ด้วยการนำเอาพ๊อกเก็ตบุ๊ก มาวางจำหน่ายแทนที่ ซึ่งนิตยสารที่หายไปจากแผงนั้น ประมาณการณ์ไว้ที่ 600 กว่าหัว ส่วนหนังสือพิมพ์นั้น ยังคงมีสำนักพิมพ์หัวใหญ่ที่ยังคงให้ทางบริษัทฯจำหน่ายให้อยู่ เช่น เครือมติชน เดลินิวส์ คมชัดลึก แต่สำหรับสยามสปอร์ต มีกระแสข่าวออกมาว่าจะเริ่มมีการงดส่งบ้างแล้ว
อย่างไรก็ตามถึงแม้จะเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น ยังเชื่อมั่นว่า บริษัทฯจะยังคงมีรายได้เป็นไปตามเป้าที่วางไว้คือ 3,600-3,800 ล้านบาท
อ่านข่าวข้างบนแล้ว คงได้ข้อมูลชัดเจนขึ้น
เหตุที่หนังสือพิมพ์รายใหญ่สั่งให้งดส่งอะไรก็ได้นั้น น่าจะเป็นเพราะมีกลไกควบคุมเอเย่นต์ได้ครับ เหมือนอย่างที่ตัดกระทู้มาเล่าในหัวข้อก่อนๆ ว่า เอเย่นต์รายใดไม่มีไทยรัฐขายนั้นคงเดือดร้อน ทีนี้เอเย่นต์เป็นตัวเชื่อมระหว่างรวมห่อ และแผงลอย ถ้าควบคุมเอเย่นต์ได้ทั้งประเทศ ก็ควบคุมรวมห่อได้ด้วยเช่นกัน เพราะสามารถสั่งเอเย่นต์ไม่ให้รับสินค้าจากรวมห่อไปขายทั่วประเทศได้
และนี่เอง ที่ทำให้หนังสือพิมพ์ฉบับอื่นต้องส่งตรงให้ร้านซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ (ตามข่าว)โดยไม่ผ่านระบบเอเย่นต์ เพราะระบบพิการไปแล้วสำหรับหนังสือพิมพ์ฉบับอื่น
และนี่เองที่ทำให้คุณสนธิ แห่งผู้จัดการโวยวายออกทาง ASTV ให้บอยคอตหนังสือพิมพ์รายใหญ่นั้น เพราะทำให้หนังสือพิมพ์ผู้จัดการไม่มีขายที่ร้านซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ไปด้วย
ซับซ้อนซ่อนเงื่อนหน่อยนะครับ
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 2 พฤศจิกายน 2549 11:08 น.
ซีเอ็ดงัดลูกอ้อนเหล่าสำนักพิมพ์ หวังให้ส่งหนังสือถึงศูนย์กระจายสินค้าของซีเอ็ดบุ๊ค เซ็นเตอร์โดยตรง หลังถูกหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่คว่ำบาตรขอร้องให้เอเย่นต์ทั่วประเทศงดส่งหนังสือพิมพ์และนิตยสารให้ร้านซีเอ็ดในต่างจังหวัดทุกสาขา ล่าสุด 1 พ.ย.นี้ เหตุการณ์ได้ลามเข้าสู่กรุงเทพฯ เผยรายได้หายไปกว่าวันละ 5 แสนบาทหลังถูกกีดกันในการจำหน่ายสินค้าตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค.เป็นต้นมา แต่ยังเชื่อมั่นรายได้รวมยังเป็นไปตามเป้าที่ 3,800 ล้านบาท
วานนี้ (1 พ.ย.) บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) ได้เชิญสำนักพิมพ์ต่างๆกว่า 100 สำนักพิมพ์ เข้าร่วมฟังถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ที่ทางซีเอ็ด ประสบปัญหาในการจัดหาหนังสือพิมพ์และนิตยสารเข้ามาจำหน่ายในร้านไม่ได้
นายทนง โชติสรยุทธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นเริ่มขึ้นจากหลังวันปฏิวัติ คือวันที่ 20 ก.ย. นั้น มีหนังสือพิมพ์หัวใหญ่ฉบับหนึ่งที่ออกหนังสือพิมพ์ช้า ทำให้เอเย่นต์บางรายต้องมีการส่งหนังสือพิมพ์ฉบับอื่นๆออกไปยังร้านหนังสือต่างๆก่อน เพราะไม่มั่นใจว่าหนังสือพิมพ์หัวดังกล่าวจะออกทันหรือไม่ ผลปรากฏว่าในวันนั้นร้านหนังสือซีเอ็ดที่ไม่มีหนังสือพิมพ์หัวดังกล่าวจำหน่ายมีเพียง 9 สาขา จากจำนวน 210 สาขาทั่วประเทศ และนั่นคงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่หัวดังกล่าวเกิดความไม่พอใจ จึงได้มีการขอร้องให้ทางเอเย่นต์ในต่างจังหวัดทั้งหมด หยุดการส่งหนังสือพิมพ์และนิตยสารให้กับร้านซีเอ็ดทุกสาขาในต่างจังหวัด
โดยในวันที่ 26 ก.ย. 2549 บริษัทฯได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการจากทางเอเย่นต์ที่จัดส่งสินค้าว่า หลังจากวันที่ 1 ต.ค.นี้ จะไม่มีหนังสือพิมพ์ชั้นนำจำหน่ายทั่วประเทศ ทำให้ทางบริษัทฯได้มีการประสานงาน ขอเข้าพบผู้บริหารของหนังสือพิมพ์ดังกล่าว เพื่อชี้แจงความขัดแย้งที่เกิดขึ้น แต่ได้รับการปฎิเสธในการขอเข้าพบ
ในเวลาต่อมา ระหว่างวันที่ 13-14 ตุ.ค. ที่ผ่านมา มีกระแสข่าวออกมาว่า หนังสือพิมพ์หัวดังกล่าว ต้องการจัดระเบียบร้านหนังสือที่อยู่ในกลุ่มโมเดิร์นเทรดเพื่อจัดระเบียบให้ง่ายขึ้น โดยได้มีการขอร้องให้เอเย่นต์งดการส่งนิตยสารและหนังสือพิมพ์ให้กับร้านซีเอ็ดทั้งหมดในต่างจังหวัด ซึ่งในขณะนี้กำลังลามเข้าสู่กรุงเทพมหานครแล้ว
นายทนง กล่าวต่อว่า ทางบริษัทฯได้พยายามที่จะประสานงานไปทางเอเย่นต์เช่นเดียวกัน แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ถึงแม้จะมีบางรายที่ยังมีความต้องการที่จะส่งหนังสือพิมพ์และนิตยสารให้กับซีเอ็ด แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะได้รับการขอร้องจากหนังสือพิมพ์หัวใหญ่ดังกล่าวนั้นเอง แต่ทั้งนี้ทางเอเย่นต์เสนอแนวทางแก้ไขให้ด้วยว่า ให้ทางบริษัทฯปรึกษากับทางสำนักพิมพ์โดยตรงว่ามีความประสงค์ที่จะส่งสินค้าให้กับซีเอ็ดหรือไม่ ถ้ามีความต้องการอยู่ ทางเอเย่นต์ก็จะจัดส่งให้ แต่ถ้าไม่สามารถจัดส่งให้ได้จริงๆ ทางสำนักพิมพ์จะต้องเห็นผู้จัดส่งสินค้าให้กับซีเอ็ดโดยตรง
ไม่อยากเชื่อว่า ในสังคมการค้าเสรีแบบนี้ จะมีใครบางคน ที่สามารถกำหนดได้ว่า จะให้เอเย่นต์ทั่วประเทศ ส่งสินค้าให้ใครหรือไม่ให้ใครก็ได้ และสามารถบอกให้ร้านหนังสือจะขายอะไร หรือไม่ให้ขายอะไรก็ได้ ในวันนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้น จะเป็นลบหรือเป็นบวกก็ตาม เพียงแค่สำนักพิมพ์ต่างๆร่วมกันทำให้ส่วนรวมเจริญก้าวหน้า วงการสิ่งพิมพ์ก็จะแข็งแรง ยั่งยืน ต่อไป
ดังนั้นการเชิญให้มารับฟังสถานการณ์ในวันนี้ ก็เพื่อต้องการทราบถึงความต้องการของแต่ละสำนักพิมพ์ในครั้งนี้ว่า มีความประสงค์ที่จะส่งนิตยสารให้กับร้านซีเอ็ดอยู่หรือไม่ ถ้าต้องการก็ให้กรอกแบบสอบถามและส่งมาที่บริษัทฯ ซึ่งคาดว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี
ทางด้านบริษัทฯเองนั้น มีแผนที่จะปรับศูนย์กระจายหนังสือ ซีเอ็ด บุ๊ค เซ็นเตอร์ที่มีอยู่ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการระบบการกระจายสินค้าให้ดีขึ้น โดยทางสำนักพิมพ์ต่างๆเพียงส่งสินค้าตรงมายังศูนย์กระจายหนังสือเท่านั้น และทางศูนย์ จะเป็นผู้ทำการกระจายไปทั่วประเทศเองทั้งหมด ซึ่งช่วงแรกๆของการดำเนินงานอาจเกิดอุปสรรคบ้าง แต่มั่นใจว่าจะดำเนินการได้สมบูรณ์ในระยะเวลาไม่นาน
สำหรับสถานการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นนั้น ส่งผลกระทบให้บริษัทฯขาดรายได้ไปกว่าวันละ 5 แสนบาท ตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค. ที่ผ่านมา ที่เกิดจากการไม่มีการจำหน่ายหนังสือพิมพ์และนิตยสาร แต่ทางบริษัทฯได้ดำเนินการแก้ไขในเบื้องต้นไปแล้ว ด้วยการนำเอาพ๊อกเก็ตบุ๊ก มาวางจำหน่ายแทนที่ ซึ่งนิตยสารที่หายไปจากแผงนั้น ประมาณการณ์ไว้ที่ 600 กว่าหัว ส่วนหนังสือพิมพ์นั้น ยังคงมีสำนักพิมพ์หัวใหญ่ที่ยังคงให้ทางบริษัทฯจำหน่ายให้อยู่ เช่น เครือมติชน เดลินิวส์ คมชัดลึก แต่สำหรับสยามสปอร์ต มีกระแสข่าวออกมาว่าจะเริ่มมีการงดส่งบ้างแล้ว
อย่างไรก็ตามถึงแม้จะเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น ยังเชื่อมั่นว่า บริษัทฯจะยังคงมีรายได้เป็นไปตามเป้าที่วางไว้คือ 3,600-3,800 ล้านบาท
อ่านข่าวข้างบนแล้ว คงได้ข้อมูลชัดเจนขึ้น
เหตุที่หนังสือพิมพ์รายใหญ่สั่งให้งดส่งอะไรก็ได้นั้น น่าจะเป็นเพราะมีกลไกควบคุมเอเย่นต์ได้ครับ เหมือนอย่างที่ตัดกระทู้มาเล่าในหัวข้อก่อนๆ ว่า เอเย่นต์รายใดไม่มีไทยรัฐขายนั้นคงเดือดร้อน ทีนี้เอเย่นต์เป็นตัวเชื่อมระหว่างรวมห่อ และแผงลอย ถ้าควบคุมเอเย่นต์ได้ทั้งประเทศ ก็ควบคุมรวมห่อได้ด้วยเช่นกัน เพราะสามารถสั่งเอเย่นต์ไม่ให้รับสินค้าจากรวมห่อไปขายทั่วประเทศได้
และนี่เอง ที่ทำให้หนังสือพิมพ์ฉบับอื่นต้องส่งตรงให้ร้านซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ (ตามข่าว)โดยไม่ผ่านระบบเอเย่นต์ เพราะระบบพิการไปแล้วสำหรับหนังสือพิมพ์ฉบับอื่น
และนี่เองที่ทำให้คุณสนธิ แห่งผู้จัดการโวยวายออกทาง ASTV ให้บอยคอตหนังสือพิมพ์รายใหญ่นั้น เพราะทำให้หนังสือพิมพ์ผู้จัดการไม่มีขายที่ร้านซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ไปด้วย
ซับซ้อนซ่อนเงื่อนหน่อยนะครับ