GRAMMY
โพสต์แล้ว: เสาร์ ต.ค. 25, 2003 12:56 am
ผมคิดว่ากรณีของ Grammy เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจมากครับ
ผมชอบ Grammy ในแง่ของการเป็นบริษัทที่มีนวัตกรรมที่สูงมาก มีทรัพย์สินที่ไม่อยู่ในสินทรัพย์ในงบดุลคือลิขสิทธิ์เพลงและความนิยมในตัวศิลปิน ซึ่ง Grammy เองสามารถดึงออกมาใช้ประโยชน์ได้ไปอีกนานในรูปแบบของการทำ album รวมเพลง การทำคลื่นวิทยุที่สามารถนำเพลงเก่าๆ มาเปิดสลับ การ download ringtone หรือการจัดคอนเสริต เป็นต้น รวมทั้งการเป็นค่ายเพลงอันดับหนึ่งของเมืองไทย ซึ่งการทำค่ายเพลงให้อยู่รอดในปัจจุบันถือว่ายากมาก จึงจัดว่าเป็นธุรกิจที่มี barrier to entry สูงมาก
แต่ประเด็นเดียวที่ได้ทำลายมูลค่าของ grammy ในระยะยาวและมูลค่าของบริษัทเพลงทั่วโลกคือการละเมิดลิขสิทธิในรูปแบบต่างๆ ที่ผมคิดว่าคงจะไม่มีวันทำให้หมดไปได้และนับวันจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างแน่นอนตราบใดที่เทคโนโลยีด้าน internet รวมถึงจำนวนผู้เข้าถึง interntet และการ write cd ยังพัฒนาไปเรื่อยๆ อัลบั้มที่ไม่โดนปัญหานี้มากน่าจะเป็นอัลบั้มที่มีเพลงที่ฟังได้ทั้ง album ( ไม่ใช่ห่วยทุกเพลงจนไม่ต้อง repeat เพลงไหนเลยนะครับ ) เช่น อัลบั้มแฟนจ๋า หรืออัลบั้มบางชุดของ แอน ธิติมา หรืออัลบั้มที่ target group ไม่น่าจะเป็นกลุ่มที่ชอบ write cd เช่น เพลงลูกทุ่ง หรือโลโซ หรือ crash แต่ปัจจุบัน album ส่วนใหญ่ของ grammy จะเพราะอยู่ 1-2 เพลง ซึ่งเกิดจากปัญหาตามที่จะได้เล่าต่อไปครับ
ผมคิดว่าสิ่งที่ grammy ต้องทำ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะมาชดเชยรายได้จากธุรกิจเพลงที่ลดลงได้มากน้อยเพียงใด คือการนำ content คือ เพลง ไปใช้ประโยชน์ในการหารายได้รูปแบบอื่นๆ นอกเหนือจากการขาย cd หรือ tape ให้มากที่สุด และสิ่งที่ทำอยู่คือธุรกิจสื่อ คือ วิทยุ และโทรทัศน์ การ download ringtone หรือการจัดเก็บลิขสิทธิ์คาราโอเกะ รวมทั้งการจัดคอนเสิร์ต เพราะผมมองอีกหน่อยเมื่อการละเมิดลิขสิทธิจะเข้าขั้นรุนแรง เพลงจะเป็นแค่วัตถุดิบที่ไม่สามารถขายเป็นรายได้ได้มากนัก แต่จะต้องถูกนำไปแปรรูปเพื่อขายเป็นรายได้ในรูปแบบอื่นๆ ดังนั้นธุรกิจที่จะมีความสำคัญมากๆ สำหรับ grammy ในระยะยาวคือธุรกิจ media โดยมี content เป็นแค่วัตถุดิบ ดังนั้น เราจะเห็นว่าคลื่นวิทยุของ grammy จะไม่เน้นการ promote เพลง แต่จะเน้นการหารายได้มากกว่า ซึ่งเราจะเห็นได้จาก greenwave ที่มี rating สูงสุด จะไม่เน้นเปิดเพลงใหม่ๆ นัก แต่จะเน้นการเปิดเพลงเพราะๆ เพื่อรักษาความนิยม
สำหรับการแตกค่ายเพลงออกไปมากๆ นั้น มีทั้งผลดีและผลเสีย ผลดีนั้นเป็นตามที่ความเห็นข้างบนว่าไว้ ซึ่งเป็นความเห็นที่ดีมาก และคิดว่าคงต้องมีความจำเป็นในการแตกค่ายเพลงจริงๆ แต่ข้อเสียที่ผมมองเห็นก็คือ การแย่ง resource ในองค์กรกัน เช่น นักแต่งเพลง หรือ resource ในการประชาสัมพันธ์ คือ งบประมาณ จึงทำให้บางอัลบั้มไม่ได้รับการโปรโมตเท่าที่ควร ยิ่งปัจจุบันธุรกิจสื่อของ grammy เน้นกำไรไม่เน้นโปรโมทเพลง จึงเป็นการซ้ำเติมปัญหา ศิลปินบางคนที่เคยมีนักแต่งเพลงดีๆ มาแต่งให้หลายเพลงในอัลบั้ม แต่ปัจจุบันอาจจะมีสัก 1-2 เพลงที่ดีจริงๆ ในอัลบั้ม ทำให้ขายไม่ดีไป ยิ่งปัจจุบันการ write cd ระบาด อัลบั้มไหนเพราะ 1-2 เพลงจะเสร็จเลย
ส่วนเรื่องธุรกิจไต้หวัน ผมคงไม่วิจารณ์มากเพราะทุกคนคงมองคล้ายๆ กัน
ธุรกิจหนัง ผมคิดว่า grammy เริ่มมาถูกทางในกรณีของหนังเรื่อง แฟนฉัน เพราะแต่ก่อนหนังของ grammy นั้นจะยึดติดกับผู้กำกับไม่กี่คน และจะเน้นคุณภาพของหนังมากกว่า plot เรื่อง ไม่แน่ใจว่า grammy มีธุรกิจรองคือขายกล่องรึเปล่า ซึ่งยังไงหนังไทยก็มีคุณภาพการกำกับภาพศิลป์ แสงเสียง สู้หนังต่างประเทศไม่ได้อยู่แล้วซึ่ง grammy เองไม่รู้จะเน้นพวกนี้ไปทำไม ยิ่งเน้นต้นทุนยิ่งสูงและยิ่งขาดทุน ผมคิดว่าคนไทยดูหนังไทยนั้นจะเน้นทึ่ plot เรื่องมากกว่า แม้ว่าหนังไทยประเภทหนังตลาดเช่น หนังตลก หรือหนังผี ซึ่งดูจะไม่มีสาระนัก จะมีแนวโน้มทำเงิน แต่ก็ไม่ใช่ว่าหนังที่มีสาระและมี plot เรื่องที่ดีจะไม่ทำเงิน ผมหวังว่า grammy หลังจากที่ ลองผิดลองถูกมานานมาก คงจะพอเห็นแนวทางแล้วว่าการที่จะประสบความสำเร็จในธุรกิจหนัง ควรจะทำอะไร แม้ว่าจะไม่กำไรทุกเรื่อง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะขาดทุนเกือบทุกเรื่องเหมือนที่ผ่านมา อย่างเรื่องคืนไร้เงา ผมไม่ทราบเหมือนกันว่าคิดยังไงตอนที่เลือกเรื่องนี้มาสร้างครับ
หุ้น grammy คงเป็นหุ้นที่ผมชอบมากเหมือนกันครับหากไม่มีเรื่องละเมิดลิขสิทธิ แต่อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าธุรกิจสื่อจะต้องเป็นธุรกิจที่หล่อเลี้ยงชีวิตของ grammy ในอนาคตครับ การแยก gmmm ออกมาผมคิดว่าผู้บริหารน่าจะมีความคิดอะไรบางอย่างครับ แต่ผมคิดว่าส่วนที่ดีของ grammy น่าจะอยู่ใน gmmm มากกว่า แต่ยังไง grammy ก็ยังได้ประโยชน์ส่วนใหญ่จาก gmmm เพราะถือหุ้นอยู่ 80% แต่ก็คงต้องเป็นเรื่องที่ดูต่อไปยาวๆ เหมือนกันครับผมก็ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ผมคิดและเล่ามานั้นถูกรึเปล่า
หากผู้บริหาร grammy มาอ่านกระทู้นี้ซึ่งโอกาสคงมีไม่มากนักสิ่งที่ผมอยากให้ลองศึกษาดูก็คือการซื้อค่ายเพลงเก่าๆ ที่ปิดตัวไปแล้ว เพื่อเป็นการซื้อลิขสิทธิ์เพลงเก่าๆ ที่ยังมีอายุไม่ถึง 20 ปี ที่หลายๆ เพลงมีคุณค่าหรือที่เรียกว่าเพลงร่วมสมัย แล้วนำมาหารายได้โดยวิธีต่างๆ เช่นการให้ศิลปินในค่ายมา cover ใหม่ หรือไม่ต้องร้องใหม่แต่นำมารวม album ก็ได้ จากหนังเรื่องแฟนฉัน ผมคิดว่ามีคนไม่น้อยที่ยังอยากฟังเพลงร่วมสมัยเก่าๆ ไม่น้อยเลยครับ
จริงๆ ผมก็เข้ามาแอบอ่านที่นี่ซักพักแล้วล่ะครับ พออ่านกระทู้นี้แล้วรู้สึกประทับใจในการแสดงความคิดเห็นของเพื่อนๆ แต่ละคนมากครับ เป็นห้องที่น่าอยู่และน่าชื่นชมมากแห่งนึงเลยครับ ถ้าไม่รังเกียจจะขอเข้ามาอ่านบ่อยๆ และแสดงความคิดเห็นบ้างนะครับ
ผมชอบ Grammy ในแง่ของการเป็นบริษัทที่มีนวัตกรรมที่สูงมาก มีทรัพย์สินที่ไม่อยู่ในสินทรัพย์ในงบดุลคือลิขสิทธิ์เพลงและความนิยมในตัวศิลปิน ซึ่ง Grammy เองสามารถดึงออกมาใช้ประโยชน์ได้ไปอีกนานในรูปแบบของการทำ album รวมเพลง การทำคลื่นวิทยุที่สามารถนำเพลงเก่าๆ มาเปิดสลับ การ download ringtone หรือการจัดคอนเสริต เป็นต้น รวมทั้งการเป็นค่ายเพลงอันดับหนึ่งของเมืองไทย ซึ่งการทำค่ายเพลงให้อยู่รอดในปัจจุบันถือว่ายากมาก จึงจัดว่าเป็นธุรกิจที่มี barrier to entry สูงมาก
แต่ประเด็นเดียวที่ได้ทำลายมูลค่าของ grammy ในระยะยาวและมูลค่าของบริษัทเพลงทั่วโลกคือการละเมิดลิขสิทธิในรูปแบบต่างๆ ที่ผมคิดว่าคงจะไม่มีวันทำให้หมดไปได้และนับวันจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างแน่นอนตราบใดที่เทคโนโลยีด้าน internet รวมถึงจำนวนผู้เข้าถึง interntet และการ write cd ยังพัฒนาไปเรื่อยๆ อัลบั้มที่ไม่โดนปัญหานี้มากน่าจะเป็นอัลบั้มที่มีเพลงที่ฟังได้ทั้ง album ( ไม่ใช่ห่วยทุกเพลงจนไม่ต้อง repeat เพลงไหนเลยนะครับ ) เช่น อัลบั้มแฟนจ๋า หรืออัลบั้มบางชุดของ แอน ธิติมา หรืออัลบั้มที่ target group ไม่น่าจะเป็นกลุ่มที่ชอบ write cd เช่น เพลงลูกทุ่ง หรือโลโซ หรือ crash แต่ปัจจุบัน album ส่วนใหญ่ของ grammy จะเพราะอยู่ 1-2 เพลง ซึ่งเกิดจากปัญหาตามที่จะได้เล่าต่อไปครับ
ผมคิดว่าสิ่งที่ grammy ต้องทำ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะมาชดเชยรายได้จากธุรกิจเพลงที่ลดลงได้มากน้อยเพียงใด คือการนำ content คือ เพลง ไปใช้ประโยชน์ในการหารายได้รูปแบบอื่นๆ นอกเหนือจากการขาย cd หรือ tape ให้มากที่สุด และสิ่งที่ทำอยู่คือธุรกิจสื่อ คือ วิทยุ และโทรทัศน์ การ download ringtone หรือการจัดเก็บลิขสิทธิ์คาราโอเกะ รวมทั้งการจัดคอนเสิร์ต เพราะผมมองอีกหน่อยเมื่อการละเมิดลิขสิทธิจะเข้าขั้นรุนแรง เพลงจะเป็นแค่วัตถุดิบที่ไม่สามารถขายเป็นรายได้ได้มากนัก แต่จะต้องถูกนำไปแปรรูปเพื่อขายเป็นรายได้ในรูปแบบอื่นๆ ดังนั้นธุรกิจที่จะมีความสำคัญมากๆ สำหรับ grammy ในระยะยาวคือธุรกิจ media โดยมี content เป็นแค่วัตถุดิบ ดังนั้น เราจะเห็นว่าคลื่นวิทยุของ grammy จะไม่เน้นการ promote เพลง แต่จะเน้นการหารายได้มากกว่า ซึ่งเราจะเห็นได้จาก greenwave ที่มี rating สูงสุด จะไม่เน้นเปิดเพลงใหม่ๆ นัก แต่จะเน้นการเปิดเพลงเพราะๆ เพื่อรักษาความนิยม
สำหรับการแตกค่ายเพลงออกไปมากๆ นั้น มีทั้งผลดีและผลเสีย ผลดีนั้นเป็นตามที่ความเห็นข้างบนว่าไว้ ซึ่งเป็นความเห็นที่ดีมาก และคิดว่าคงต้องมีความจำเป็นในการแตกค่ายเพลงจริงๆ แต่ข้อเสียที่ผมมองเห็นก็คือ การแย่ง resource ในองค์กรกัน เช่น นักแต่งเพลง หรือ resource ในการประชาสัมพันธ์ คือ งบประมาณ จึงทำให้บางอัลบั้มไม่ได้รับการโปรโมตเท่าที่ควร ยิ่งปัจจุบันธุรกิจสื่อของ grammy เน้นกำไรไม่เน้นโปรโมทเพลง จึงเป็นการซ้ำเติมปัญหา ศิลปินบางคนที่เคยมีนักแต่งเพลงดีๆ มาแต่งให้หลายเพลงในอัลบั้ม แต่ปัจจุบันอาจจะมีสัก 1-2 เพลงที่ดีจริงๆ ในอัลบั้ม ทำให้ขายไม่ดีไป ยิ่งปัจจุบันการ write cd ระบาด อัลบั้มไหนเพราะ 1-2 เพลงจะเสร็จเลย
ส่วนเรื่องธุรกิจไต้หวัน ผมคงไม่วิจารณ์มากเพราะทุกคนคงมองคล้ายๆ กัน
ธุรกิจหนัง ผมคิดว่า grammy เริ่มมาถูกทางในกรณีของหนังเรื่อง แฟนฉัน เพราะแต่ก่อนหนังของ grammy นั้นจะยึดติดกับผู้กำกับไม่กี่คน และจะเน้นคุณภาพของหนังมากกว่า plot เรื่อง ไม่แน่ใจว่า grammy มีธุรกิจรองคือขายกล่องรึเปล่า ซึ่งยังไงหนังไทยก็มีคุณภาพการกำกับภาพศิลป์ แสงเสียง สู้หนังต่างประเทศไม่ได้อยู่แล้วซึ่ง grammy เองไม่รู้จะเน้นพวกนี้ไปทำไม ยิ่งเน้นต้นทุนยิ่งสูงและยิ่งขาดทุน ผมคิดว่าคนไทยดูหนังไทยนั้นจะเน้นทึ่ plot เรื่องมากกว่า แม้ว่าหนังไทยประเภทหนังตลาดเช่น หนังตลก หรือหนังผี ซึ่งดูจะไม่มีสาระนัก จะมีแนวโน้มทำเงิน แต่ก็ไม่ใช่ว่าหนังที่มีสาระและมี plot เรื่องที่ดีจะไม่ทำเงิน ผมหวังว่า grammy หลังจากที่ ลองผิดลองถูกมานานมาก คงจะพอเห็นแนวทางแล้วว่าการที่จะประสบความสำเร็จในธุรกิจหนัง ควรจะทำอะไร แม้ว่าจะไม่กำไรทุกเรื่อง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะขาดทุนเกือบทุกเรื่องเหมือนที่ผ่านมา อย่างเรื่องคืนไร้เงา ผมไม่ทราบเหมือนกันว่าคิดยังไงตอนที่เลือกเรื่องนี้มาสร้างครับ
หุ้น grammy คงเป็นหุ้นที่ผมชอบมากเหมือนกันครับหากไม่มีเรื่องละเมิดลิขสิทธิ แต่อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าธุรกิจสื่อจะต้องเป็นธุรกิจที่หล่อเลี้ยงชีวิตของ grammy ในอนาคตครับ การแยก gmmm ออกมาผมคิดว่าผู้บริหารน่าจะมีความคิดอะไรบางอย่างครับ แต่ผมคิดว่าส่วนที่ดีของ grammy น่าจะอยู่ใน gmmm มากกว่า แต่ยังไง grammy ก็ยังได้ประโยชน์ส่วนใหญ่จาก gmmm เพราะถือหุ้นอยู่ 80% แต่ก็คงต้องเป็นเรื่องที่ดูต่อไปยาวๆ เหมือนกันครับผมก็ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ผมคิดและเล่ามานั้นถูกรึเปล่า
หากผู้บริหาร grammy มาอ่านกระทู้นี้ซึ่งโอกาสคงมีไม่มากนักสิ่งที่ผมอยากให้ลองศึกษาดูก็คือการซื้อค่ายเพลงเก่าๆ ที่ปิดตัวไปแล้ว เพื่อเป็นการซื้อลิขสิทธิ์เพลงเก่าๆ ที่ยังมีอายุไม่ถึง 20 ปี ที่หลายๆ เพลงมีคุณค่าหรือที่เรียกว่าเพลงร่วมสมัย แล้วนำมาหารายได้โดยวิธีต่างๆ เช่นการให้ศิลปินในค่ายมา cover ใหม่ หรือไม่ต้องร้องใหม่แต่นำมารวม album ก็ได้ จากหนังเรื่องแฟนฉัน ผมคิดว่ามีคนไม่น้อยที่ยังอยากฟังเพลงร่วมสมัยเก่าๆ ไม่น้อยเลยครับ
จริงๆ ผมก็เข้ามาแอบอ่านที่นี่ซักพักแล้วล่ะครับ พออ่านกระทู้นี้แล้วรู้สึกประทับใจในการแสดงความคิดเห็นของเพื่อนๆ แต่ละคนมากครับ เป็นห้องที่น่าอยู่และน่าชื่นชมมากแห่งนึงเลยครับ ถ้าไม่รังเกียจจะขอเข้ามาอ่านบ่อยๆ และแสดงความคิดเห็นบ้างนะครับ