หน้า 85 จากทั้งหมด 160

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: พุธ ก.พ. 18, 2009 8:47 pm
โดย VIB007
hongvalue เขียน:

ต่อมาพี่วิบูลย์ก็ถามว่า


หุ้นตัวเดียวกัน
ถ้าเรามองเป็น Cyclical มันก็เป็น Cyclical
ถ้าเรามองเป็น Growth มันก็เป็น Growth
ถ้าเรามองเป็น Dividend มันก็เป็น Dividend

hong คิดว่ายังไง??



เรื่องนี้ผมไม่แน่ใจ ผมยกตัวอย่างว่า
สมมุติว่าผมลงทุนหุ้นตัวนึงที่มันแทบไม่มีปันผล แต่กำไรโต
เยอะมาก แบบนี้มันก็เป็น growth stock ครับ
ถ้าผมได้ปันผลซัก 1-2% แต่ราคาหุ้นขึ้นไป 25%
ผมจะมองว่าเป็น dividend ได้อย่างไร

ผมว่าเรื่องนี้อยู่ที่ช่วงเวลาของหุ้น


สรุปว่าหุ้น 1 ตัวเป็นได้หลายอย่าง อยุ่ที่มันอยู่ตรงไหนของวงจรธุรกิจครับ
ผมว่าแล้ว
Add Dividend เข้าไปทำให้ยิ่งงง
เลยผิดประเด็น
เอาใหม่นะ
ตัดปันผลออก

"เราคิดอย่างไร โลกก็เป็นอย่างนั้น"
ดังนั้นหุ้นตัวเดียวกัน
ถ้าเรามองเป็น Cyclical มันก็เป็น Cyclical
ถ้าเรามองเป็น Growth มันก็เป็น Growth


hong คิดว่ายังไง??

ลองตอบดูใหม่นะ

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: พุธ ก.พ. 18, 2009 8:51 pm
โดย hongvalue
VIB007 เขียน: ดังนั้นน้องhongคิดว่าคำพูดที่มีคนบอกมาข้างบนนั้น
เป็น"คว่ามเชื่อ"หรือ"ความจริง"????

ผมดูแล้วบริษัทในไทยโตไม่ได้ทั่วโลกเป็นความจริงครับ

บริษัทที่ออกไปต่างประเทศได้อย่างกระทิงแดงก็ไม่อยู่ในตลาดหุ้น

อย่าง bh อาจจะมีสาขาที่ต่างประเทศหรือรับจ้างบริหารให้คนอื่นบ้าง

แต่ว่าก็ไม่ได้ทั่วโลกเหมือนพวกที่กล่าวมา

หรือ อย่าง ps บอกว่าจะไปทำตลาดบ้านที่ อินเดีย

พูดมาหลายปีก็ยังไม่เห็นเป็นรูปเป็นร่างซักที

คือผมนึกดูแล้วไม่มีบริษัทไหนในตลาดหุ้นไทยเลยที่โตได้ทั่วโลก

คำว่าโตได้ทั่วโลกหมายความว่า เขาเข้าไปเจาะสินค้า และ บริการ

ของเขาตามประเทศต่างๆเยอะมาก จน brand ของเขาติดระดับโลกนะครับ

ผมดูแล้ว บริษัทใน usa มีการบริหารจัดการที่ดีกว่าเรามากๆ

อย่าง walmart ผมเคยอ่านว่า เขาสามารถประยุกต์เทคโนโลยีต่างๆ

เพื่อประหยัดต้นทุนได้เยอะมากๆ ใช้คนคุ้มจนโดยพนักงานต่อต้าน



ไม่รู้ว่าผมตอบพี่ตรงประเด็นไหม  แต่ผมไม่เจอบริษัทไหนใน set โตได้

ทั่วโลกครับ

ผมคิดว่าเป็นเรื่องจริงนะครับ  :lol:

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: พุธ ก.พ. 18, 2009 8:58 pm
โดย hongvalue
VIB007 เขียน: ผมว่าแล้ว
Add Dividend เข้าไปทำให้ยิ่งงง
เลยผิดประเด็น
เอาใหม่นะ
ตัดปันผลออก

"เราคิดอย่างไร โลกก็เป็นอย่างนั้น"
ดังนั้นหุ้นตัวเดียวกัน
ถ้าเรามองเป็น Cyclical มันก็เป็น Cyclical
ถ้าเรามองเป็น Growth มันก็เป็น Growth


hong คิดว่ายังไง??

ลองตอบดูใหม่นะ

ผมคิดว่า หุ้น cyclical มีนิยามดังนี้

คือเป็นหุ้นที่ขึ้นลงตามภาวะเศรษฐกิจ หรือ เรื่อง demand supply เช่น

พวกโรงกลั่น ปิโตร หรือ ยอดขายบ้าน รถยนต์ ก็เป็น economy cyclical

หุ้นพวกนี้ถ้าเศรษฐกิจโลกหดตัวยังไงกำไรกับรายได้ก็ต้องตก

ดูอย่าง top pttar จะเป็น growth ได้อย่างไร ในเมื่อ

ผลิตภัณฑ์ของเขาไม่มี know how อะไรทั้งนั้น อยู่ที่ spread วัตถุดิบ

ฉะนั้นแล้วระยะยาว หุ้นพวกนี้ก็จะทำกำไรได้ใกล้เคียงของเดิม

เมื่อกลับสู่วงจรขาลง


ส่วนหุ้น growth นั้นนิยามของผมก็คือว่า เขาอาจจะได้รับผลกระทบจาก

เศรษฐกิจบ้าง เพียงแต่ว่าเขาจะสามารถควบคุมชะตะชีวิตของตัวเองได้

สูงกว่า ก็คือมี know how มีการจัดการที่ดีกว่า ถึงแม้เศรษฐกิจจะทรงๆ

เขาก็โตได้ เพราะบริหารได้ดีกว่าคู่แข่งครับ


ดังนั้นผมจึงคิดว่า เราไม่ได้มองว่าเป็น growth หรือ cyclical ตามความเขื่อ

แต่เรามีหลักเหตุผลที่เป็นวิชาการมากพอ ที่เป็น บรรทัดฐานว่า

บริษัทนั้นเข้าค่าย หุ้นประเภทไหน

ผมคิดประมาณนี้นะครับ

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: พุธ ก.พ. 18, 2009 10:45 pm
โดย zesar
พี่วิบูลย์ว่าไงครับ ?

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: พุธ ก.พ. 18, 2009 10:51 pm
โดย hongvalue
zesar เขียน:พี่วิบูลย์ว่าไงครับ ?

555 ท่าทางจะตามอ่านอย่างเมามันนะครับ

มารอคอยคำถามคำตอบตลอดเลย

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ก.พ. 19, 2009 12:34 am
โดย zesar
ผมมาแอบอ่านเป็นระยะ ๆ ครับคุณฮง  :lol:

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ก.พ. 19, 2009 7:38 am
โดย VIB007
zesar เขียน:พี่วิบูลย์ว่าไงครับ ?
กว่าน้อง hong จะตอบผมก็หลับฝันดีไปแล้วครับ

เอาเป็นว่าผมจะตอบวันละครั้งแล้วกัน
ถ้าผมตอบแล้วก็คาดได้เลยว่า
ผมจะเข้ามาอีกทีก็วันรุ่งขึ้น
เพราะไม่ได้เข้าเวปตลอด

นี่ไม่ใช่ MSM นะครับ ฮา ฮา

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ก.พ. 19, 2009 7:57 am
โดย VIB007
hong นี่สงสัยใช้สองซีกซ้ายเยอะ
ทุกอย่างเลยเป็นหตุเป็นผลไปหมด
แถมตอบเป็นส่วนๆเลยไม่ได้ลิงค์ที่ผมพยายามทำความเข้าใจก่อนหน้านี้

อาจเป็นเพราะผมยังห่างชั้นกับระดับอาจารย์โสคราติสมาก
เลยทำให้ไม่สามารถลิงค์อุปมาอุปมัยที่คุยกันก่อนหน้านี้
ให้เข้าสู้จุดสรุปได้

เอาละ
ไม่ว่าจะอย่างไร
เราก็เริ่มปุจฉาวิสัชนากันต่อไป

hongvalue เขียน:

ผมดูแล้วบริษัทในไทยโตไม่ได้ทั่วโลกเป็นความจริงครับ

บริษัทที่ออกไปต่างประเทศได้อย่างกระทิงแดงก็ไม่อยู่ในตลาดหุ้น

อย่าง bh อาจจะมีสาขาที่ต่างประเทศหรือรับจ้างบริหารให้คนอื่นบ้าง

แต่ว่าก็ไม่ได้ทั่วโลกเหมือนพวกที่กล่าวมาคือผมนึกดูแล้วไม่มีบริษัทไหนในตลาดหุ้นไทยเลยที่โตได้ทั่วโลก

คำว่าโตได้ทั่วโลกหมายความว่า เขาเข้าไปเจาะสินค้า และ บริการ

ของเขาตามประเทศต่างๆเยอะมาก จน brand ของเขาติดระดับโลกนะครับ

ผมดูแล้ว บริษัทใน usa มีการบริหารจัดการที่ดีกว่าเรามากๆ

อย่าง walmart ผมเคยอ่านว่า เขาสามารถประยุกต์เทคโนโลยีต่างๆ

เพื่อประหยัดต้นทุนได้เยอะมากๆ ใช้คนคุ้มจนโดยพนักงานต่อต้าน



ไม่รู้ว่าผมตอบพี่ตรงประเด็นไหม

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ก.พ. 19, 2009 8:24 am
โดย VIB007
บางคนบอกว่าบริษัทใน usa ส่วนใหญ่

โตได้ทั่วโลก แต่ของไทยมีกี่บริษัทที่โตนอกประเทศได้

อย่างหุ้น wal-mart ,dell ,microsoft , starbuck

อะไรต่างๆไม่ใช่หุ้น cyclical แต่เป็นหุ้น growth
ประเด็นที่สองคือเรื่องการเติบโตไปตลอดชาติ

อย่างที่เราคุยกันมาแล้ว
เรื่อง microsoft "กับ Windows 3.1
ถ้ามัวยังขายแต่ Windows 3.1
บริษัท microsoft คงต้องปิดไปนานแล้ว
แต่ microsoft ยังคงอยู่มาได้จนทุกวันนี้
เพราะเขาเรียกว่ามี นวัตกรรม (Innovation)

นี่คือความสวยงามของระบบทุนนิยม
นวัตกรรมจะช่วยให้มนุษย์มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
พัฒนาคุณถาพชีวิตของมนุษย์
ถ้าบริษัทไหนไม่มีนวัตกรรมก็ต้องล้มหายตายจากไป
เป็นเรื่องธรรมชาติของทุนนิยม
(ยกเว้นแบงค์ในเอมริกาที่รัฐบาลไม่ปล่อยให้ล้มตอนนี้ ฮา)

นวัตกรรมมาจากไหน
นวัตกรรมมาจากการ Research & Development
บริษัทที่มี R&D จะสามารถสร้างสรรค์สิ่งต่างๆขึ้นมาได้เรื่อยๆ
สิ่งนี้ไม่ได้มาฟรีๆ
บางบริษัทลงทุนในงานวิจัยเป็นเงินมหาศาล

ประเทศที่จะมีนวัตกรรมได้ต้องมีกฏหมายลิขสิทธิที่เข้มแข็ง
ไม่มีใครอยากลงทุนวิจัยไปเยอะแยะ
แล้วถูกของก๊อปปี้ขายในราคาถูก
โดยไม่ได้ลงทุนวิจัยสักบาท

ฮงสังเกตุไหมว่า
บริษัทที่เติบโตไปทั่วโลกอย่างยั่งยืนได้
มักอยู่ในประเทศที่มีกฏหมายลิขสิทธิเข้มแข็ง

ถ้า Bill Gate มาเกิดเมืองไทย
บริษัท microsoft คงต้องปิดไปนานแล้วเช่นกัน
เพราะขายของแท้ไม่ได้
ของก๊อปวางขายเต็มไปหมด

สาเหตุหนึ่งที่บริษัทไทยไปตลาดโลกไม่ได้
เพราะไม่มีนวัตกรรม
ที่ไม่มีนวัตกรรมเพราะไม่มีวิจัย
ที่ไม่ลงทุนในวิจัย
เพราะกฏหมายลิขสิทธิไม่เข้มแข็ง

ฮงลองดูซิว่า
มีสาเหตุอะไรอีกที่ทำให้บริษัทไทยไประดับโลกไม่ได้???
แชร์กันหน่อย

(คำถามอื่นๆไม่ต้องห่วง
เดี๋ยวเราจะกลับไปหาคำถามที่ถามมาทีหลัง
เอาทีละประเด็น)

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ก.พ. 19, 2009 8:35 am
โดย VIB007
บางคนบอกว่าบริษัทใน usa ส่วนใหญ่

โตได้ทั่วโลก แต่ของไทยมีกี่บริษัทที่โตนอกประเทศได้

อย่างหุ้น wal-mart ,dell ,microsoft , starbuck

อะไรต่างๆไม่ใช่หุ้น cyclical แต่เป็นหุ้น growth
ทีนี้มาถึงเรื่อง Cyclical
คนอ้างนะอาจจะยังไม่เข้าใจวัฎสงสารเพียงพอ
อย่างที่เราคุยกันนั่นหละ
หุ้นที่กล่าวมานั้นมีวงจรชีวิตของธุรกิจอยู่แล้ว
มันเป็น Cyclical แน่นอน
เพียงแต่บริษัทเหล่านั้นด้วยความสามารถของผู้บริหาร
ทำให้สามารถเติบโตต่อไปได้เรื่อยๆ
ถ้าหยุดนวัตกรรมหรือถึงจุดอิ่มตัวเมื่อไหร่
ก็ถึงเวลาขาลงเช่นเดียวกัน

อย่าง starbuck ตอนนี้ก็เริ่มลดคน ปิดสาขาแล้ว
Dell เริ่มมีปัญหามาหลายปีแล้ว

วันหนึ่งมันก็ต้องถึงจุดอิ่มตัว
เพียงแต่ว่ามาช้าหรือเร็ว

แสดงว่าเราก็ถือ starbuck ไปตลอดชีวิตไม่ได้เช่นกัน

ผมว่าข้ออ้างข้างบนนั้น
เพื่อที่จะเป็นข้อต่างว่า
หุ้นอเมริกาถือตลอดชีวิตได้
แต่หุ้นไทยถือตลอดชีวิตไม่ได้
ก็ไม่ Valid เหมือนกัน

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ก.พ. 19, 2009 8:51 am
โดย VIB007
hongvalue เขียน:
ผมคิดว่า หุ้น cyclical มีนิยามดังนี้

คือเป็นหุ้นที่ขึ้นลงตามภาวะเศรษฐกิจ หรือ เรื่อง demand supply เช่น

พวกโรงกลั่น ปิโตร หรือ ยอดขายบ้าน รถยนต์ ก็เป็น economy cyclical

หุ้นพวกนี้ถ้าเศรษฐกิจโลกหดตัวยังไงกำไรกับรายได้ก็ต้องตก

ดูอย่าง top pttar จะเป็น growth ได้อย่างไร ในเมื่อ

ผลิตภัณฑ์ของเขาไม่มี know how อะไรทั้งนั้น อยู่ที่ spread วัตถุดิบ

ฉะนั้นแล้วระยะยาว หุ้นพวกนี้ก็จะทำกำไรได้ใกล้เคียงของเดิม

เมื่อกลับสู่วงจรขาลง


ส่วนหุ้น growth นั้นนิยามของผมก็คือว่า เขาอาจจะได้รับผลกระทบจาก

เศรษฐกิจบ้าง เพียงแต่ว่าเขาจะสามารถควบคุมชะตะชีวิตของตัวเองได้

สูงกว่า ก็คือมี know how มีการจัดการที่ดีกว่า ถึงแม้เศรษฐกิจจะทรงๆ

เขาก็โตได้ เพราะบริหารได้ดีกว่าคู่แข่งครับ


ดังนั้นผมจึงคิดว่า เราไม่ได้มองว่าเป็น growth หรือ cyclical ตามความเขื่อ

แต่เรามีหลักเหตุผลที่เป็นวิชาการมากพอ ที่เป็น บรรทัดฐานว่า

บริษัทนั้นเข้าค่าย หุ้นประเภทไหน

ผมคิดประมาณนี้นะครับ
มันไม่มีคำตอบอะไรตายตัว
ถูกต้องร้อยเปอร์เซนต์
ผมเชื่อแล้วหละว่า
เราเชื่ออะไร
เราก็ได้ตามนั้นจริงๆ

เพราะความเห็นของฮงนั้น
ไม่เหมือนกับของพี่เลย

พี่มองว่า
หุ้นบริษัทหนึ่งๆเราจะมองเป็น Cyclical ก็ได้
หรือจะมองเป็น Growth ก็ได้

ถ้าเรามองเป็น Cyclical
เราก็จะลงทุนตามรอบของธุรกิจ
ถ้าเรามองเป็น Growth
เราก็จะตัดรอบของธุรกิจออกไปได้เลย

ยกตัวอย่าง PTTEP
ถ้าเรามองว่าหุ้นนี้เป็น Cyclical
เราก็จะต้องมองไปที่ราคาน้ำมัน
จุดต่ำสุดและรอบของน้ำมันกำลังมา
นั่นคือจุดที่เราลงทุน
ถ้ามันหมดรอบวัฏจักรก็ขายออกไป

แต่จะทำอย่างนั้นได้
ก็ต้องอาศัยลูกโลกนอสตราดามุสช่วยด้วย
เพราะโอกาสที่เราจะเข้าเร็วเกินไป
เข้าช้าเกินไป
ออกเร็วเกินไป ออกช้าเกินไป
มีโอกาสเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น

เช่นตอนราคาน้ำมันจาก 30 เหรียญไป 70 เหรียญ
เราก็คิดว่าถึงจุดพีคแล้ว
เราก็ออกจากตลาด
แต่สักพักราคาก็กลับเพิ่มจาก 70 ไป 140 เหรีญญอีกรอบ
คราวนี้เราตกรถ
เราคิดว่าราคาน้ำมันจะไป 200 เรากลับเข้าไปใหม่
ตอนนี้สบายเลยเพราะราคาน้ำมันกลับมาที่เดิมที่ 30 เหรียญ
ขาดทุนสบาย
เพราะมองรอบน้ำมันผิด

ถ้าเรามองหุ้นเป็น Growth
เราก็จะมองว่ากำลังการผลิตของบริษัทเป็นอย่างไร
เติบโตทุกปีไหม
มีโครงการอะไรใหม่ๆใน pipeline บ้าง
แล้วจะเริ่มผลิตเมื่อไหร่
ในอีกสองสามปีข้างหน้าจะเสร็จทันไหม
และอื่นๆอีกมากมาย
ยกเว้นคำถามเดียวคือ
"ราคาน้ำมันจะเป็นเท่าไหร่ในไตรมาศหน้า"
เพราะไม่มีใครตอบได้จริงๆ

ดังนั้นหุ้นตัวเดียวกัน
ถ้าเรามองเป็น Cyclical มันก็เป็น Cyclical
ถ้าเรามองเป็น Growth มันก็เป็น Growth
ฮงว่าเป็น"ความเชื่อ"หรือ"ความจริง"????

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ก.พ. 19, 2009 9:26 am
โดย sai
พี่วิบูลย์ เก่งจริงจริงครับ ว่าจะไม่ชมแล้ว มันอดไม่ได้จริงจริง ความจริงเคยเจอคนที่เก่งมากมากเยอะเหมือนกัน แต่ไม่เคยเจอใครหนักแน่นในวิธีคิดและหลักการเหมือนพี่เลยครับ  :bow:

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ก.พ. 19, 2009 12:30 pm
โดย hongvalue
VIB007 เขียน:
เอาง่ายๆนะ
สมมุติเรามีเงินในบัญชี 100 บาท
ทำให้กลายเป็น 200 บาท
ใช้ความพยายามมากไหม
แต่ถ้าเรามีเงินในบัญชี 1 แสนล้านบาท
ทำให้กลายเป็น 2 แสนล้านบาท
อันไหนยากกว่ากัน

เช่นเดียวกัน
บริษัทในอเมริกามียอดขายเป็นแสนล้าน
ทำให้เติบโตเป็นสองแสนล้าน
มันเหมือนเข็นครกขึ้นภูเขา
แต่บริษัทในเมืองไทยยอดขาย 20 ล้าน
ทำให้เป็น 40 ล้านนั้นไม่ยากเลย
บริษัทเล็กๆหรือตลาดหุ้นเล็กๆ
มีศักยภาพในการเติบโตมากกว่าบริษัทใหญ่ๆแน่นอน
โอกาสในการลงทุนตลาดหุ้นไทยยังมีอีกมาก
ไม่ต้องไปน้อยใจว่าไม่ได้เกิดมาในอเมริกา

เอาแค่เรื่อง Growth ก่อน
ส่วนเรื่องจะ Growth ไปตลอดชีวิตนั่นเป็นอีกประเด็นหนึ่ง

ผมสรุปว่าหุ้น Growth ในเมืองไทยมีแน่
ถ้าเรา"คิด"ว่ามันมี

เข้าใจป่าว????

อ้อ อันนี้เข้าใจแล้วครับ growth มีจริง

และคนละประเด็นกับ growth ตลอดชีวิต

และหุ้น growth เมืองไทยมีแน่ ผมเห็นด้วยล่ะครับ

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ก.พ. 19, 2009 12:37 pm
โดย hongvalue
VIB007 เขียน:

ฮงลองดูซิว่า
มีสาเหตุอะไรอีกที่ทำให้บริษัทไทยไประดับโลกไม่ได้???
แชร์กันหน่อย

ผมว่าเรื่องที่พี่พูดก็ถูกเพราะว่าเพื่อนผมขายของมันก็บอกว่า

คนไทยมันเป็นอะไรก็ไม่รู้ เอะอะ ก็ตัดราคาลูกเดียว

คิดอะไรไม่ได้ก็ตัดราคา ขายของเจอพวกนี้ยากจริงๆ

ไม่ตัดราคาก็เลียนแบบ

ผมว่าคนไทยไม่ค่อยให้ความสำคัญกับ idea นี้ถูกเลยครับ

ผมว่าบริษัทในเมืองไทยส่วนนึงเป็นแบบระบบ

บริหารที่ไม่เป็นสากล ระบบพวกพ้อง ทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม

อย่างธนาคารบางแห่ง หลังจากปรับเปลี่ยนระบบภายใจ ไล่คนที่

เช้าชามเย็นชามออกไป ได้คนน้อยลง แต่คนที่เหลือคุณภาพดีขึ้น

ผลงานเท่าเดิม ก็ลดค่าใช้จ่ายได้

สรุปคือ ผมมองว่าระบบการบริหารส่วนใหญ่ของบริษัทในไทย

เป็นพวกหัวสมัยเก่าด้วย ที่ไม่ค่อยปรับตัวเข้ากับ globalization

สังเกตุว่ากลุ่มทุนเก่าๆหลายกลุ่ม ไม่ค่อยมีการทำอะไรใหม่ๆ ออกมา

10-20 ปีที่แล้วเป็นยังไงวันนี้ก็ยังเป็นยังงั้นอยู่



ไม่รู้ตรงประเด็นป่าวนะครับ  :lol:

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ก.พ. 19, 2009 12:41 pm
โดย hongvalue
VIB007 เขียน:
ทีนี้มาถึงเรื่อง Cyclical
คนอ้างนะอาจจะยังไม่เข้าใจวัฎสงสารเพียงพอ
อย่างที่เราคุยกันนั่นหละ
หุ้นที่กล่าวมานั้นมีวงจรชีวิตของธุรกิจอยู่แล้ว
มันเป็น Cyclical แน่นอน
เพียงแต่บริษัทเหล่านั้นด้วยความสามารถของผู้บริหาร
ทำให้สามารถเติบโตต่อไปได้เรื่อยๆ
ถ้าหยุดนวัตกรรมหรือถึงจุดอิ่มตัวเมื่อไหร่
ก็ถึงเวลาขาลงเช่นเดียวกัน

อย่าง starbuck ตอนนี้ก็เริ่มลดคน ปิดสาขาแล้ว
Dell เริ่มมีปัญหามาหลายปีแล้ว

วันหนึ่งมันก็ต้องถึงจุดอิ่มตัว
เพียงแต่ว่ามาช้าหรือเร็ว

แสดงว่าเราก็ถือ starbuck ไปตลอดชีวิตไม่ได้เช่นกัน

ผมว่าข้ออ้างข้างบนนั้น
เพื่อที่จะเป็นข้อต่างว่า
หุ้นอเมริกาถือตลอดชีวิตได้
แต่หุ้นไทยถือตลอดชีวิตไม่ได้
ก็ไม่ Valid เหมือนกัน

มาคิดๆดูแล้วก็จริง เพราะหุ้น usa ที่ว่าโตทั่วโลกได้

ก็ถือตลอดชีวิตไม่ได้ หุ้นไทยก็ถือตลอดชีวิตไม่ได้เหมือนกัน

ถ้าผมจะสรุปว่า

หุ้น usa มีวงจรชีวิตที่ยาวกว่าหุ้นไทยได้เพราะว่า innovation

ซึ้งก็เพียงแต่ทำได้คือการยึด cyclical ในช่วง growth ให้ยาวนานออกไป

หุ้นไทยก็มี growth แต่เพราะไม่มี innovation จึงทำให้วงจรมักจะสั้นกว่า

คงจะประมาณนี้มั้ง

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ก.พ. 19, 2009 12:55 pm
โดย hongvalue
VIB007 เขียน:
มันไม่มีคำตอบอะไรตายตัว
ถูกต้องร้อยเปอร์เซนต์
ผมเชื่อแล้วหละว่า
เราเชื่ออะไร
เราก็ได้ตามนั้นจริงๆ

เพราะความเห็นของฮงนั้น
ไม่เหมือนกับของพี่เลย

พี่มองว่า
หุ้นบริษัทหนึ่งๆเราจะมองเป็น Cyclical ก็ได้
หรือจะมองเป็น Growth ก็ได้

ถ้าเรามองเป็น Cyclical
เราก็จะลงทุนตามรอบของธุรกิจ
ถ้าเรามองเป็น Growth
เราก็จะตัดรอบของธุรกิจออกไปได้เลย

ยกตัวอย่าง PTTEP
ถ้าเรามองว่าหุ้นนี้เป็น Cyclical
เราก็จะต้องมองไปที่ราคาน้ำมัน
จุดต่ำสุดและรอบของน้ำมันกำลังมา
นั่นคือจุดที่เราลงทุน
ถ้ามันหมดรอบวัฏจักรก็ขายออกไป

แต่จะทำอย่างนั้นได้
ก็ต้องอาศัยลูกโลกนอสตราดามุสช่วยด้วย
เพราะโอกาสที่เราจะเข้าเร็วเกินไป
เข้าช้าเกินไป
ออกเร็วเกินไป ออกช้าเกินไป
มีโอกาสเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น

เช่นตอนราคาน้ำมันจาก 30 เหรียญไป 70 เหรียญ
เราก็คิดว่าถึงจุดพีคแล้ว
เราก็ออกจากตลาด
แต่สักพักราคาก็กลับเพิ่มจาก 70 ไป 140 เหรีญญอีกรอบ
คราวนี้เราตกรถ
เราคิดว่าราคาน้ำมันจะไป 200 เรากลับเข้าไปใหม่
ตอนนี้สบายเลยเพราะราคาน้ำมันกลับมาที่เดิมที่ 30 เหรียญ
ขาดทุนสบาย
เพราะมองรอบน้ำมันผิด

ถ้าเรามองหุ้นเป็น Growth
เราก็จะมองว่ากำลังการผลิตของบริษัทเป็นอย่างไร
เติบโตทุกปีไหม
มีโครงการอะไรใหม่ๆใน pipeline บ้าง
แล้วจะเริ่มผลิตเมื่อไหร่
ในอีกสองสามปีข้างหน้าจะเสร็จทันไหม
และอื่นๆอีกมากมาย
ยกเว้นคำถามเดียวคือ
"ราคาน้ำมันจะเป็นเท่าไหร่ในไตรมาศหน้า"
เพราะไม่มีใครตอบได้จริงๆ

ดังนั้นหุ้นตัวเดียวกัน
ถ้าเรามองเป็น Cyclical มันก็เป็น Cyclical
ถ้าเรามองเป็น Growth มันก็เป็น Growth
ฮงว่าเป็น"ความเชื่อ"หรือ"ความจริง"????

ถ้าพี่ยกตัวอย่างมาได้แบบนี้ ผมก็เขื่อแล้วครับว่าเป็นความจริง

ขอพูดถึงพี่เทพหน่อยนะครับ เพราะเป็นกรณีศึกษาที่ช่วยตอบคำถามนี้ได้

พี่บอกว่าถ้าเรามองที่ราคน้ำมันคือ cyclical แต่ถ้าเรามองที่แผนธุรกิจของบริษัทมันคือ growth ใช่ไหมครับ

ผมขอลองสรุปแล้วพี่ช่วยตรวจให้หน่อยนะครับว่าถูกไหม

ผมลงทุนพี่เทพเพราะว่า พี่มองถึงความสามารถบริหารจัดการ และ

แผนที่ธุรกิจว่าน่าสนใจ ซึ้ง ตอนที่พี่ซื้อหุ้นพี่ประเมินมูลค่าโดย

ดูเฉพาะส่วนที่จับต้องได้  เช่น  พี่ทำ valuation ของหลุมแต่หลุม ออกมาเลย

เป็นต้น  โดยที่พี่ไม่ได้มองเรื่องราคาน้ำมันเลย (พี่ไม่ได้มองพี่เทพเป็น หุ้น

cyclical) แต่ราคาน้ำมันขึ้นมาก็ดีแล้ว จะได้ valuation แพงขึ้น

และเมื่อราคาน้ำมันลงมาที่ระดับ 30 เท่าเดิม

รายได้และกำไรของพี่เทพก็ไม่ได้กลับไปเท่าสมัยก่อนซะหน่อย

ซึ่งไม่ใช่ลักษณะของ cyclical

ไม่รู้ว่าผมสรุปถูกไหม

และผมมีคำถามขอถามพี่เล็กน้อย

1.พี่บอกว่าไม่มีใครรู้ราคาน้ำมันไตรมาสหน้า แล้วทำไมพี่ถึงขาย pttep

ที่ 200 เศษ พี่ไม่คิดว่าน้ำมันจะไป 200 เหรียญจริงๆเหรอครับ

ถ้าไปจริงๆ ราคาที่พี่ขายมันก็ไม่แพงนัก

คือผมคิดว่า

พี่ซื้อขายถูกจังหวะเสียจนผมว่า พี่น่าจะคาดการณ์หรือรู้แนวโน้ม

ราคาน้ำมันระดับนึงแหละ

:lol:   คุยกับพี่แล้วสนุกมากครับ

มาคุยวันละหลายๆรอบก็ได้นะครับ

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ก.พ. 19, 2009 1:39 pm
โดย naris
:bow: คารวะด้วยใจ เยี่ยมยอดจริงๆ

มาขอนั่งเรียนเป็นลูกศิษย์พี่วิบูลย์อีกคนครับ :D

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ก.พ. 19, 2009 11:55 pm
โดย zesar
พี่วิบูลย์ครับ ตื่นมาพรุ่งนี้อย่าลืมมาตอบนะคร้าบบบบบ  :lol:

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.พ. 20, 2009 11:09 am
โดย VIB007
[quote="zesar"]พี่วิบูลย์ครับ ตื่นมาพรุ่งนี้อย่าลืมมาตอบนะคร้าบบบบบ

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.พ. 20, 2009 11:11 am
โดย VIB007
naris เขียน::bow: คารวะด้วยใจ เยี่ยมยอดจริงๆ

มาขอนั่งเรียนเป็นลูกศิษย์พี่วิบูลย์อีกคนครับ :D
ท่านnaris มีความเห็นอะไรช่วยแชร์ด้วยนะครับ
เดี๋ยวผมจะหมดภูมิซะก่อน

ท่านอื่นๆมีอะไรแสดงความคิดเห็นได้ครับ
ขอให้สร้างสรรค์
อย่าแสดงความเห็นแบบเอามันอย่างเดียว
เหมือนพวก SMS ตามรายการข่าว

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.พ. 20, 2009 11:13 am
โดย VIB007
[quote="sai"]พี่วิบูลย์ เก่งจริงจริงครับ ว่าจะไม่ชมแล้ว มันอดไม่ได้จริงจริง ความจริงเคยเจอคนที่เก่งมากมากเยอะเหมือนกัน แต่ไม่เคยเจอใครหนักแน่นในวิธีคิดและหลักการเหมือนพี่เลยครับ

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.พ. 20, 2009 11:15 am
โดย VIB007
hongvalue เขียน:

อ้อ อันนี้เข้าใจแล้วครับ growth มีจริง

และคนละประเด็นกับ growth ตลอดชีวิต

และหุ้น growth เมืองไทยมีแน่ ผมเห็นด้วยล่ะครับ
อันนี้เข้าใจตรงกัน

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.พ. 20, 2009 11:17 am
โดย por_jai
VIB007 เขียน: เหมือนพวก SMS ตามรายการข่าว
...ลำปางหนาวมาก..

มายกตัวอย่างให้ว่า
บางอันก็ฮิตนะครับ
ขอบคุณครับ
ทำให้ตอนนี้ผมต้องเกาะเก้าอี้ไว้กลัวตัวลอย ฮา
ตำแหน่งใหญ่ๆต้องระวังโดนเลื่อยขาเก้าอี้
เพราะฉนั้นซ้อมเกาะเก้าอี้ไว้บ่อยๆ้ ก็ดีคับ

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.พ. 20, 2009 11:40 am
โดย VIB007
hongvalue เขียน:

มาคิดๆดูแล้วก็จริง เพราะหุ้น usa ที่ว่าโตทั่วโลกได้

ก็ถือตลอดชีวิตไม่ได้ หุ้นไทยก็ถือตลอดชีวิตไม่ได้เหมือนกัน

ถ้าผมจะสรุปว่า

หุ้น usa มีวงจรชีวิตที่ยาวกว่าหุ้นไทยได้เพราะว่า innovation

ซึ้งก็เพียงแต่ทำได้คือการยึด cyclical ในช่วง growth ให้ยาวนานออกไป

หุ้นไทยก็มี growth แต่เพราะไม่มี innovation จึงทำให้วงจรมักจะสั้นกว่า

คงจะประมาณนี้มั้ง
กว่าจะทำให้เข้าใจในประเด็นนี้ได้ตรงกัน
ก็เล่นเอาหนื่อยเลย

นี่เป็นความยากของการเรียนแบบ Interactive
พราะผู้เรียนอาจจะสรุปออกมาเป็นคนละเรื่องกับคนสอนก็ได้
หน้าที่ของครูคือการชี้แนะแนวทาง
ให้นักเรียนเข้าใจด้วยตนเอง
ไม่ใช่บอกว่าอะไรถูกอะไรผิด
แล้วท่องจำแบบนกแก้วนกขุนทอง
ตอบคำถามไม่เหมือนคนสอนคือ"สอบตก"
นั่นมันล้าสมัยแล้ว

นี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้บริษัทไทยไประดับโลกไม่ได้
เพราะเรา(หมายถึงระบบการศึกษาของไทย)ไม่ได้เตรียมคนไประดับ Inter
ภาษาอังกฤษเราก็แย่
ความคิดของเราเองก็ไม่มี
ความเห็นแตกต่างถือว่าผิด

จริงๆแล้วการเมืองไม่ได้สร้างพวกเสื้อเหลืองเสือแดงหรอก
การศึกษาของไทยต่างหากที่สร้างกลุ่มต่างๆเหล่านี้ออกมา
เพราะคนไทยมองว่าใครคิดแตกต่างจากตนคือ"ผิด"
ต้อง"สอบตก"
คนไทยเลยรับไม่ได้กับความคิดเห็นที่ต่างกัน
จะสังเกตว่าเวลาประชุมกัน
คนไทยไม่ค่อยอยากขัดแย้งกันในที่ประชุม
เพราะไม่ชอบการเผชิญหน้า
แต่พออกนอกห้องประชุมแล้ว
คราวนี้ด่ากันลับหลังเพียบ

ดังนั้นเราต้องสร้าง Generation ใหม่
ที่มีความสามารถไปทำงานอยู่ที่ไหนก็ได้ในโลกนี้
ภาษาอังกฤษเป็นเลิศ
ความคิดอ่านเป็นเลิศ
ความสามารถในการสื่อสารเป็นเลิศ
เมื่อนั้นบริษัทไทยจะไประดับโลกได้

เมืองไทยคงต้องรออีกสามสิบปี

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.พ. 20, 2009 12:07 pm
โดย ศิษย์เซียน007
คุณหมอเงินยอดเยี่ยมครับ ขอบคุณที่ให้ความรู้ครับ

ผมอาจเข้าใจผิดไปเองก็ได้ครับที่เห็นหุ้นวัฏจักรแตกต่างจากหุ้นโตเร็วอย่างชัดเจน เช่นนำหุ้นพลังงานในบ้านเรา ไปเปรียบเทียบกับโค้กช่วงเติบโตเร็วก่อนกลายเป็นหุ้นแข็งแกร่ง เพราะถ้าผมอยากดื่มน้ำอัดลมตอนเดินเล่นอยู่ร้านแรกมีน้ำดำขายอยู่แต่เป็นยี่ห้อไม่คุ้นเคย ร้านที่มีน้ำดำยี่ห้อคุ้นเคยอยู่ต้องเดินไปอีกหน่อย ผมยินดีเดินไปซื้อครับ แต่ถ้าเป็นการเติมน้ำมันก็ไม่ค่อยได้สนใจว่าจะชื่อว่าอะไรครับ ที่สำคัญผมเห็นอัตราเติบโตของโค้กได้อย่างชัดเจนโดยดูอัตราการบริโภคต่อคนในประเทศที่มีการบริโภคน้อยอยู่เมื่อเทียบกับการบริโภคของคนสหรัฐหรือประเทศที่มีการบริโภคต่อคนเป็นจำนวนมากครับ  :)

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.พ. 20, 2009 12:34 pm
โดย hongvalue
แล้วเรื่องนี้ พี่ตอบว่าไงดีครับ


ผมลองสรุปว่าอย่างนี้ไม่รู้ว่าถูกไหมน่ะครับ

การถือหุ้นตัวเดียวไม่เสี่ยงในความหมายของพี่ก็คือว่า

ระยะยาวแล้วหุ้นทุกตัวจะต้องสัมพันธ์กับกำไรของมัน

ในเมื่อเราซื้อในราคาที่มีส่วนเราแล้ว เราจะกลัวอะไร

ถ้ากำไรโตไปเรื่อยๆ เราก็ถือไป ยกเว้นว่าบริษัทไม่ดีอย่างที่เรา

เราถึงขาย ซึ้งเราก็จะไม่เจ็บหนักอยู่ดีเพราะเราซื้อในราคาที่มี mos สูง


สรุป สิ่งสำคัญที่สุด ของสุดๆ คือ mos ไม่ใช่ซื้อกี่ตัว หรือ cutloss หรือไม่

ผมพูดถูกไหมครับ

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.พ. 20, 2009 12:49 pm
โดย hongvalue
VIB007 เขียน: แล้วท่องจำแบบนกแก้วนกขุนทอง
ตอบคำถามไม่เหมือนคนสอนคือ"สอบตก"
นั่นมันล้าสมัยแล้ว

ผมเห็นด้วยครับว่าคนไทยส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบ

คิดเอง ชอบขอคำตอบกันตรงๆ

อย่างเช่น ถามก็ไม่ถามวิธีคิด

แต่มาถามว่า xxx yyy น่าซื้อไหม

พอติดหุ้นก็โทรไปถามโทรทัศน์

ก็เลยเป็นช่องทางบางคนเอาไว้ปั่นหุ้น

โดยสร้างภาพว่าตัวเองเก่ง ดี ได้กำไรเยอะ

เวลาจะออกของก็ปล่อยให้คนอื่นตามเว็บบอร์ด

พวกนี้ก็มีถมไป

ถ้าคนอ่านคิดว่าตัวเองก็สามารถหาหุ้นเองได้

ไม่ต้องไปยืมจมูกเซียนๆหายใจ

ก็คงจะไม่ติดหุ้นกัน

คนรู้จักผมยังชอบโทรมาบอกเลยครับพี่

เฮ้ย ฮงอ่านบอร์ดยัง xxx เชียร์ตัวนี้แล้วนะ

สำหรับผมแล้วมันไม่เห็นมีค่าอะไรเลย

พวกเราทุกคนมีมือ มีเท้า มีสมอง ทำไมต้องไปซื้อตามคนอื่น

พอซื้อตามแล้วไม่ดีก็ไปว่าเขา

คนโพสก็เลยเกร็งกันหมด

ผมมาคุยกับพี่วิบูลย์ดีกว่า

สบายใจ คุยกันเรื่องแนวคิดอย่างเดียว

ผมเห็นด้วยกับพี่สุมาอี้ ที่บอกว่า

บางคนนั่งตามว่าเซียนซื้อตัวไหน แต่ก็ไม่เห็นมีคนทำแบบนั้นแล้วรวยซักคน

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.พ. 20, 2009 1:00 pm
โดย VIB007
hongvalue เขียน:แล้วเรื่องนี้ พี่ตอบว่าไงดีครับ

สรุป สิ่งสำคัญที่สุด ของสุดๆ คือ mos ไม่ใช่ซื้อกี่ตัว หรือ cutloss หรือไม่

ผมพูดถูกไหมครับ
คำถามเก่ายังค้างอยู่เพียบ
พอดีตอบไม่ทันนะ
ใจเย็นๆจะค่อยๆไปทีละประเด็นนะ
อย่าใจร้อน
ทำอาหารให้อร่อยต้องใจเย็นๆ

วันนี้ประชุมทั้งวัน
ขอเตรียมตัวไปประชุมก่อน
แล้วจะเข้ามาคุยนะ

ฮงพูดมาเรื่อยๆก็ได้
คิดอะไรได้ก็เขียนมา
บางทีอาจไม่ใช่คำถามก็ได้

คิดอะไรเรื่องอะไรมีความเห็นอย่างไร
ในเรื่องอะไรก็ได้
ก็โพสมา
แล้วมา Discuss กัน

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.พ. 20, 2009 1:06 pm
โดย VIB007
por_jai เขียน: ...ลำปางหนาวมาก..

มายกตัวอย่างให้ว่า
บางอันก็ฮิตนะครับ
ตำแหน่งใหญ่ๆต้องระวังโดนเลื่อยขาเก้าอี้
เพราะฉนั้นซ้อมเกาะเก้าอี้ไว้บ่อยๆ้ ก็ดีคับ

มีคนมาแซว
ฮงช่วยจัดการให้หน่อย ฮา

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.พ. 20, 2009 2:31 pm
โดย ปรัชญา
รูปภาพ

กว่าจะมาถึงชุมทางเสือเผ่น  อิอิ