มั่งคั่งด้วยหุ้น ลงทุนอย่างมีคุณค่า
-
- Verified User
- โพสต์: 413
- ผู้ติดตาม: 0
Re: ชมรมหมอ VI
โพสต์ที่ 1861
congrat!! kab หมอแป๊ะ ช่วงนี้พี่ยุ่งๆ มเื่มื่อกี๊เพิ่งเห็นโพสในเฟสบุค เลยแวะมาแสดงความยินดีด้วย
นิวยอร์คก็ งานหนักหน่อยนะ แต่ไม่เกินแป๊ะอยู่แล้ว ระวังพวกคนดำกะอาชญากรรมด้วยนะ
ดีแล้วที่ไม่รอแมทซ์ รุ่นหลังๆพี่เห็นแมทซ์กันยากมาก ได้ก็รีบๆคว้าไว้ก่อน
พี่เป็นพวกรักสบาย กลัวหนาว ติดบ้าน ติดแม่ เลยไม่แม้กระทั้งคิดจะสอบ 555
พี่ป้อมครับ ผมว่าหมอแป๊ะคงไม่่ได้เล่นหนังแนวหมอหรอก ไปNYSE ทั้งที อาจได้เล่น wall street 3 เงินอำมหิต ภาค3 แทนนะ 555
นิวยอร์คก็ งานหนักหน่อยนะ แต่ไม่เกินแป๊ะอยู่แล้ว ระวังพวกคนดำกะอาชญากรรมด้วยนะ
ดีแล้วที่ไม่รอแมทซ์ รุ่นหลังๆพี่เห็นแมทซ์กันยากมาก ได้ก็รีบๆคว้าไว้ก่อน
พี่เป็นพวกรักสบาย กลัวหนาว ติดบ้าน ติดแม่ เลยไม่แม้กระทั้งคิดจะสอบ 555
พี่ป้อมครับ ผมว่าหมอแป๊ะคงไม่่ได้เล่นหนังแนวหมอหรอก ไปNYSE ทั้งที อาจได้เล่น wall street 3 เงินอำมหิต ภาค3 แทนนะ 555
- reiter
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 2308
- ผู้ติดตาม: 0
Re: ชมรมหมอ VI
โพสต์ที่ 1863
อยู่ Upstate ครับ ที่เมือง Cooperstown ไม่ใช่ NYCAuI_a VI เขียน:congrat!! kab หมอแป๊ะ ช่วงนี้พี่ยุ่งๆ มเื่มื่อกี๊เพิ่งเห็นโพสในเฟสบุค เลยแวะมาแสดงความยินดีด้วย
นิวยอร์คก็ งานหนักหน่อยนะ แต่ไม่เกินแป๊ะอยู่แล้ว ระวังพวกคนดำกะอาชญากรรมด้วยนะ
ดีแล้วที่ไม่รอแมทซ์ รุ่นหลังๆพี่เห็นแมทซ์กันยากมาก ได้ก็รีบๆคว้าไว้ก่อน
พี่เป็นพวกรักสบาย กลัวหนาว ติดบ้าน ติดแม่ เลยไม่แม้กระทั้งคิดจะสอบ 555
พี่ป้อมครับ ผมว่าหมอแป๊ะคงไม่่ได้เล่นหนังแนวหมอหรอก ไปNYSE ทั้งที อาจได้เล่น wall street 3 เงินอำมหิต ภาค3 แทนนะ 555


Cooperstown เป็นเมืองเล็กๆ ติดทะเลสาบครับ เป็นเมือง camping หน้า summer เมืองเล็กๆ มีแต่คนขาว สงบ ไม่มีอาชญากรรม
ที่จริงไม่ใช่โปรแกรมใหญ่ๆหรูๆ แบบเมืองใหญ่ๆ แต่ที่นี่เค้า offer prematch มาให้ ผมก็เอาเลย เพราะผมดูแล้ว ผมอยู่ที่นี่แล้วมีความสุขอย่างแน่นอน
- reiter
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 2308
- ผู้ติดตาม: 0
Re: ชมรมหมอ VI
โพสต์ที่ 1865
ตอนแรกผมก็คิดว่าจะรอโปรแกรมใหญ่ๆกว่านี้ดีไหม แต่คิดไปคิดมาจบจากที่นี่สามปีก็เป็น American board เหมือนกัน มาตรฐานเดียวกัน ถ้าเราตั้งใจศึกษาหาความรู้ ตั้งใจทำงานจริงจัง อยู่ที่ไหนเราก็จบออกมาเป็น internist ที่เก่งได้ แล้วผมก็ชอบบรรยากาศการทำงานที่นี่มาก อบอุ่น ทำงานกันแบบพี่ๆน้องๆ ให้เกียรติกัน workload ก็ไม่มาก เมืองก็สงบ อากาศดี ผู้คนเป็นมิตร ไม่มีอาชญากรรม
สุดท้ายเลยเลือกที่นี่คับ

สุดท้ายเลยเลือกที่นี่คับ


- Fon^^
- Verified User
- โพสต์: 604
- ผู้ติดตาม: 0
Re: ชมรมหมอ VI
โพสต์ที่ 1866
ยินดีกับพี่หมอแป๊ะด้วยนะคะ
เก่งสุดยอดมนุษย์อุลตร้าแมนมาก
พี่หมอแป๊ะเรียน Sub - Board อะไรคะ
ถ้าแก่ๆตัวไป ฝนค่อยมาสมัครเป็นคนไข้พี่หมอแป๊ะนะคะ ^^
เก่งสุดยอดมนุษย์อุลตร้าแมนมาก

พี่หมอแป๊ะเรียน Sub - Board อะไรคะ
ถ้าแก่ๆตัวไป ฝนค่อยมาสมัครเป็นคนไข้พี่หมอแป๊ะนะคะ ^^
ผิดหนึ่งพึงจดไว้.....ในสมอง
เร่งระวังผิดสอง.....ภายหน้า
สามผิดเร่งคิดตรอง จงหนัก.....เพื่อนเอย
ถึงสี่อีกทีห้า.....หกซ้ำ อภัยไฉน
เร่งระวังผิดสอง.....ภายหน้า
สามผิดเร่งคิดตรอง จงหนัก.....เพื่อนเอย
ถึงสี่อีกทีห้า.....หกซ้ำ อภัยไฉน
- reiter
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 2308
- ผู้ติดตาม: 0
Re: ชมรมหมอ VI
โพสต์ที่ 1867
เอิ่ม อย่ามาเป็นลูกค้าผมเลย ผมจะเรียน onco :lol: :lol:
- Fon^^
- Verified User
- โพสต์: 604
- ผู้ติดตาม: 0
Re: ชมรมหมอ VI
โพสต์ที่ 1868
reiter เขียน:เอิ่ม อย่ามาเป็นลูกค้าผมเลย ผมจะเรียน onco
จ๊ากกก

sub-board onco น่ากลัวไปนิด ฝนขอไม่เป็นลูกค้าแล้วค่ะ
ขอลอกหุ้นอย่างเดียวพอ ^^
ผิดหนึ่งพึงจดไว้.....ในสมอง
เร่งระวังผิดสอง.....ภายหน้า
สามผิดเร่งคิดตรอง จงหนัก.....เพื่อนเอย
ถึงสี่อีกทีห้า.....หกซ้ำ อภัยไฉน
เร่งระวังผิดสอง.....ภายหน้า
สามผิดเร่งคิดตรอง จงหนัก.....เพื่อนเอย
ถึงสี่อีกทีห้า.....หกซ้ำ อภัยไฉน
- Paul VI
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 10538
- ผู้ติดตาม: 0
Re: ชมรมหมอ VI
โพสต์ที่ 1869
Fon^^ เขียน:reiter เขียน:เอิ่ม อย่ามาเป็นลูกค้าผมเลย ผมจะเรียน onco
จ๊ากกก![]()
sub-board onco น่ากลัวไปนิด ฝนขอไม่เป็นลูกค้าแล้วค่ะ
ขอลอกหุ้นอย่างเดียวพอ ^^
:lovl: :lovl: :lovl:
ดีล่ะ อย่างน้อย ก็มีที่ซุกหัวนอนเวลาไปเที่ยว bag pack ที่ อเมริกา
ว่าแต่หมอแป๊ะ ไม่ง่วงนอนเหรอ เห็น on อยู่ ตอนนี้มัน กี่โมงแล้วที่นั่น น่าะตี 3 หรือ ตี4 เปล่า

- Nuthor
- Verified User
- โพสต์: 200
- ผู้ติดตาม: 0
Re: ชมรมหมอ VI
โพสต์ที่ 1870
+1 ขอเอาไว้เป็นแนวทางนะครับพี่Paul VI เขียน: พี่เองสมัยก่อน ก็เป็นจอมตั้งเป้าหมาย แต่เป้าหมายของพี่มันเหมือนหลักกิโลน่ะ ค่อยๆไป เช่น พี่จะไปเที่ยวหนองคาย พี่ก็จะมีความสุข กับการขับรถไปถึง มวกเหล็ก แล้วแวะทานกาแฟอร่อยๆ เข้าห้องน้ำ
แล้วก็มุ่งหน้าต่อ เป้าต่อไปก็ โคราช ขอนแก่น อุดร แล้วก็ถึงหนองคาย ระหว่างทางก็แวะกินข้าว ซื้อขนม ของฝาก ถ่ายรูป แวะหาเพื่อน อะไรเรื่อยเปื่อย
ระหว่างทางอาจมีทางขรุขระ ทางเบี่ยง ทางชัน ทางโค้ง ให้เป็นอุปสรรคบ้างก็ แก้ปัญหากันไป
พี่กำลังจะสื่อบอกว่า ระหว่างทางที่เดินทางสู่เป้าหมายของความสำเร็จ อาจมีปัญหา มีอุปสรรค เราอาจจะไม่สนุก อาจทุกข์ช่วงนั้นไปบ้าง แต่ก็ให้มัีนผ่านไป และเปิดรับความสุขที่อาจเข้ามาพร้อมปัญหา หรือ มาตามหลังปัญหา เพื่อที่จะมีแรงที่จะมุ่งหน้าสู่เป้าหมายถัดไป
ชีวิตเราก็เป็นเช่นนี้เองครับ
Life is a Journey krab

"If you candream it, you can do it"
- Nuthor
- Verified User
- โพสต์: 200
- ผู้ติดตาม: 0
Re: ชมรมหมอ VI
โพสต์ที่ 1871
จำตอนเป็นนักเรียนแพทย์ได้ครับว่า ตอนไป round case onco มีแต่ความหดหู่ ตั้งแต่reiter เขียน:เอิ่ม อย่ามาเป็นลูกค้าผมเลย ผมจะเรียน onco :lol: :lol:
แจ้งข่าวร้ายคนไข้ คนไข้ที่โดน Rt+Chemo จนถึงคนไข้ end of live case


นับถือน้ำใจคนที่เรียนสาขานี้ครับ คงต้องเป็นคนใจบุญมากๆ ยินดีด้วยนะครับ


"If you candream it, you can do it"
- Nuthor
- Verified User
- โพสต์: 200
- ผู้ติดตาม: 0
Re: ชมรมหมอ VI
โพสต์ที่ 1873
ปีใหม่นี้ผมกลับบ้านที่กาญจนบุรีครับ มีเวลาประมาณ 2 วัน อาจจะพาพ่อแม่ไปอัมพวาPaul VI เขียน: เอ ไม่แน่ใจว่า หมอ nuthor ไปเที่ยวไหน หรือว่า ติดเวร
ส่วนเที่ยวจริงๆ เป็นช่วงหลังปีใหม่ครับ คิดว่าจะไปภูกระดึง

ต้องเที่ยวให้เต็มที่ครับ เพราะว่าปีหน้าต้องกลับไปเป็นนักเรียนแล้ว


"If you candream it, you can do it"
- Nuthor
- Verified User
- โพสต์: 200
- ผู้ติดตาม: 0
Re: ชมรมหมอ VI
โพสต์ที่ 1875
พิมพ์ผิดครับ ตั้งใจจะพิมพ์ว่า endof life care ครับNuthor เขียน:จำตอนเป็นนักเรียนแพทย์ได้ครับว่า ตอนไป round case onco มีแต่ความหดหู่ ตั้งแต่reiter เขียน:เอิ่ม อย่ามาเป็นลูกค้าผมเลย ผมจะเรียน onco :lol: :lol:
แจ้งข่าวร้ายคนไข้ คนไข้ที่โดน Rt+Chemo จนถึงคนไข้ end of live case![]()
![]()
นับถือน้ำใจคนที่เรียนสาขานี้ครับ คงต้องเป็นคนใจบุญมากๆ ยินดีด้วยนะครับ![]()


"If you candream it, you can do it"
-
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 1588
- ผู้ติดตาม: 0
Re: ชมรมหมอ VI
โพสต์ที่ 1876
ward นี่มันทำให้เห็นเกิดแก่เจ็บตายจริงๆ
T.T
เห็นลุงกะคุณป้าดูแลกันจนวาระสุดท้าย T.T
T.T
เห็นลุงกะคุณป้าดูแลกันจนวาระสุดท้าย T.T
คนรู้ไม่พูด คนพูดไม่รู้
- Fon^^
- Verified User
- โพสต์: 604
- ผู้ติดตาม: 0
Re: ชมรมหมอ VI
โพสต์ที่ 1877
เวลาเห็นตายายแก่ๆ คู่กัน โดยเฉพาะเวลาป่วยไข้ จะเห็นภาพนี้ในวอร์ดเป็นภาพที่น่าประทับใจนะneo_potato_Th เขียน:ward นี่มันทำให้เห็นเกิดแก่เจ็บตายจริงๆ
T.T
เห็นลุงกะคุณป้าดูแลกันจนวาระสุดท้าย T.T

เหมือนพี่หมอมุขบอก หลังๆฝนเริ่มเห็นคน เกิด แก่ เจ็บ ตาย จนชิน
ก็เลยมองทุกอย่างเป็น ธรรมดา
พอร์ตจะบวม หรือ พอร์ตจะเหี่ยว ก็ธรรมดา

ผิดหนึ่งพึงจดไว้.....ในสมอง
เร่งระวังผิดสอง.....ภายหน้า
สามผิดเร่งคิดตรอง จงหนัก.....เพื่อนเอย
ถึงสี่อีกทีห้า.....หกซ้ำ อภัยไฉน
เร่งระวังผิดสอง.....ภายหน้า
สามผิดเร่งคิดตรอง จงหนัก.....เพื่อนเอย
ถึงสี่อีกทีห้า.....หกซ้ำ อภัยไฉน
-
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 1588
- ผู้ติดตาม: 0
Re: ชมรมหมอ VI
โพสต์ที่ 1878
จะว่าไปก็น่าอิจฉาเค้าเนอะ มีคนดูแลจนวินาทีสุดท้ายFon^^ เขียน:เวลาเห็นตายายแก่ๆ คู่กัน โดยเฉพาะเวลาป่วยไข้ จะเห็นภาพนี้ในวอร์ดเป็นภาพที่น่าประทับใจนะneo_potato_Th เขียน:ward นี่มันทำให้เห็นเกิดแก่เจ็บตายจริงๆ
T.T
เห็นลุงกะคุณป้าดูแลกันจนวาระสุดท้าย T.T![]()
เหมือนพี่หมอมุขบอก หลังๆฝนเริ่มเห็นคน เกิด แก่ เจ็บ ตาย จนชิน
ก็เลยมองทุกอย่างเป็น ธรรมดา
พอร์ตจะบวม หรือ พอร์ตจะเหี่ยว ก็ธรรมดา
คนรู้ไม่พูด คนพูดไม่รู้
- Nuthor
- Verified User
- โพสต์: 200
- ผู้ติดตาม: 0
Re: ชมรมหมอ VI
โพสต์ที่ 1879
นึกถึงบทความหนึ่งที่รุ่นพี่ของผมท่านหนึ่งโพสไว้ใน facebook ขึ้นมาได้
เป็นบทความเกี่ยวกับความรู้สึกของรุ่นพี่ผม ที่ได้พบกับคนป่วยที่อาการหนัก และ plan จะคุยกับญาติเรื่อง
end of life care (เขียนถูกซะที
)
ผมอ่านแล้วรู้สึกว่าให้ข้อคิดอะไรหลายอย่าง เลยอยากเอามาแบ่งปัน พี่ๆ เพื่อนๆ ในห้องครับ
(ยาวไปสักหน่อยนะครับ แต่ไม่อยากตัดข้อความไหนทิ้งไป)
ช่วยแม่ผมด้วยครับหมอ!
โดย P...n S.....l ณ วันที่ 21 กันยายน 2010 เวลา 17:23 น.
วันจันทร์โดยตามปกติแล้วเป็นวันที่ผมได้ว่างเว้นจากเวรต่างๆถือได้ว่าเป็นวันพักวันหนึ่งในรอบสัปดาห์ แต่วันจันทร์ที่ผ่านมานี้ พี่เชอรี่ได้มาขอแลกเวรด้วยความที่เสาร์อาทิตย์ไม่ได้อยู่เวรได้พักมาเต็มๆประกอบกับวันนั้นว่างพอดียังไม่มีแผนจะทำอะไรก็เลยตกลงแลกเวรไป ทำให้ได้เจอเหตุการณ์หนึ่งซึ่งจะว่าประทับใจหรือไม่ก็คงไม่เชิงแต่มันก็ทำให้นำมาคิดก่อนนอนเกือบนอนไม่หลับไปเหมือนกัน ดีที่ว่าวันนั้นเพลียมากเลยพอหลับได้ เรื่องมันมีอยู่ว่า
คุณป้าคนหนึ่งก็อายุมากพอสมควรแล้วล่ะสัก 70 ได้ หลายเดือนมาแล้วมาเจอผมครั้งแรกด้วยเรื่องกลืนลำบาก หลังจากตรวจเสร็จเรียบร้อยก็สงสัยว่าน่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับหลอดอาหารจากนั้นผมก็ให้นอน รพ.และตรวจพิเศษเพิ่มเติมอีกหลายอย่าง ได้ความว่าแกเป็นมะเร็งหลอดอาหาร ระยะลุกลามเฉพาะที่แล้ว แต่ยังไม่แพร่กระจาย โดยรวมๆแกก็ไม่ได้แข็งแรงมากนัก ก็มีแผนว่าจะส่งไปเพื่อพิจารณาเรื่องการรับเคมีบำบัดหรือฉายแสงที่ รพ.โรงเรียนแพทย์ ก็ได้ผ่าตัดเล็กๆเพื่อใส่สายป้อนอาหารทางลำไส้เล็ก เพราะว่าแกกินไม่ได้ จากนั้นก็กลับบ้านไป แล้วก้ไปติดต่อทาง รพ.ที่จะส่งตัวไป
คุณป้าแกก็เป็นคนน่ารักพอสมควร ช่างพูดคุย เรื่องมากบ้างในบางครั้งระดับยอมรับได้ ญาติพี่น้องคนอื่นไม่เห็นใครมาเยี่ยม แต่ที่มาประจำไม่ได้ขาดเลยก็คือลูกชายแก เป็นชายผมบางวัยค่อนไปทางกลางคนแล้ว ภายนอกฐานะการศึกษาก็ไม่ได้ดูดีมากอะไร แต่ลูกชายคนนี้ก็ดูแลแม่ดีมาก มาเยี่ยมตลอด มีหลายครั้งที่กลับไปแล้วป้าแกมีปัญหา เช่น สายป้อนอาหารหลุด ท้องอืด นัดมาตรวจบ้าง ลูกชายคนนี้ก็จะพาแม่มาตลอด บางครั้งด้วยความเป็นห่วงแม่ก็มีคำถามบางอย่างที่ตอบยากๆบ้าง อธิบายให้เข้าใจได้ยากบ้าง และก็แปลกอีกเหมือนกันที่ทำไมต้องมาเจอผมเกือบทุกครั้ง ไม่รู้ไปสร้างเวรกรรมแต่ปางไหนกันมาหรือเปล่า จึงต้องมาเจอกันตลอดแบบนี้ แต่ก็นั่นแหละทำให้ผมจำแม่และลูกคู่นี้ได้ บางครั้งก็รำคาญ บางครั้งก็เอ็นดู สลับๆกันไป
กินเวลาไปหลายเดือน ป้าแกไม่ได้รับเคมีบำบัด เพราะสภาพร่างกายไม่แข็งแรงพอ ได้แต่การฉายแสงอย่างเดียว แต่ก็ได้ฉายจนครบ แต่ก็ยังกินเองไม่ค่อยได้ ทาง รพ.ที่ส่งไปนั้นก็ไม่ได้นัดต่อเนื่องแล้ว สภาพร่างกายของป้าแกตอนนี้ดูทรุดโทรมลงมาก จากที่เดินได้ก็เดินไม่ได้แล้ว ไม่มีแรงซูบไปเยอะ ตัวเริ่มบวมจากการขาดสารอาหาร แต่ก็ยังพูดคุยรู้เรื่องอยู่ ครั้งล่าสุดที่มานอนตอนนั้นแกอ่อนเพลียมาก ผลเลือดอะไรต่างๆก็ไม่ได้อยู่ในเกณฑ์ที่ดีเลย แผนการรักษาขณะนั้นคือเป็นการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย ซึ่งการดูแลผู้ป่วยแบบนี้จะไม่เน้นไปที่เรื่องของการยืดอายุผู้ป่วยออกไป แต่จะเป็นการทำให้ชีวิตที่เหลืออยู่ของผู้ป่วยนั้นไม่ต้องทนทุกข์ทรมานมากนักไม่ทำอะไรที่ต้องเสี่ยง ต้องเสียเลือดเสียเนื้อโดยไม่มีความจำเป็น จนกว่าผู้ป่วยจะจากเราไป
จากประสบการณ์เป็นแพทย์ประจำบ้านก็ได้เจอลักษณะแบบนี้มาหลายราย จนรู้สึกเป็นเรื่องปกติ ชาชิน พยายามคุยกับญาติคนไข้ให้เข้าใจ หลีกเลี่ยงการทำหัถการรุนแรงต่างๆ เช่น แทงเส้นเลือดใหญ่ การใส่ท่อช่วยหายใจ การปั๊มหัวใจ เพราะจากมุมมองทางการแพทย์แล้ว การทำเช่นนี้ในผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่กำลังจะตายไม่ได้ช่วยอะไรขึ้นมาได้มากเลย อย่างมากก็ยื้อชีวิตไปได้ไม่เกินสัปดาห์ และเสียทรัพยากรไปจำนวนมากแทนที่จะได้ไปใช้กับคนอื่นที่มีหวังมากกว่า
ในรายนี้ก็เหมือนๆกัน ป้าแกกลับไปบ้านแล้ว วันจันทร์ที่ว่าผมโดนแลกเวรมานี้ก็มาเจอแกอีก กะจะขึ้นไปเตรียมเคสที่จะผ่าเฉยๆ กลับไปเจอแกข้างบนตึก เจอไม่เจอสภาพธรรมดา เจอในสภาพหอบแฮ่กๆ ออกซิเจนในเลือดตก ซึมๆ แต่ยังพอพูดคุยรู้เรื่อง ฟังปอดดูเหมือนจะมีอะไรผิดปกติที่ปอดซ้าย พอดีกับที่เอกซ์เรย์ได้ผลกลับมาพอดี ก็ตรงกับที่ตรวจได้คือมีน้ำในเยื่อหุ้มปอดด้านซ้ายมากจนดันหลอดลมไปอีกข้าง ออกซิเจนในเลือเริ่มต่ำลงเรื่อยๆ จนทำให้ผมต้องตัดสินใจทำอย่างใดอย่างหนึ่ง เบื้องต้นกะจะแค่ดูดออกแต่พอจัดท่าต่างๆก็ดูท่าจะไม่ไหว ตำแหน่งไม่ดีพอ แกนั่งไม่ได้นานแน่ ไม่มีเวลาคิดนานจึงได้ใส่ ท่อระบายช่องอกเร่งด่วน ( หัตถการนี้เจ็บมากจริงๆตอนน้นไม่ค่อยอยากทำแต่ต้องทำไปก่อนเดี๋ยวแกตาย ) แล้วให้รีบตามลูกชายแก หลังใส่อาการก็ดีขึ้นมาบ้าง ออกซิเจนในเลือดเริ่มขึ้นแล้ว
แต่อาการแกก็ยังไม่ได้ดีมากมายนักเริ่มเหนื่อยมากขึ้นอีก ติดต่อลูกชายไม่ได้เนื่องจากเค้าไม่มีมือถือ ในใจตอนนั้นคิดว่าอยากจะคุย เนื่องจากคิดว่าสภาพร่างกายป้าไม่น่าจะไหว ที่อยากจะคุยก็เรื่องการใส่ท่อช่วยหายใจ การปั๊มหัวใจ เผื่อไว้ จากนั้นป้าแกเหนื่อยมากขึ้นอีก ท่อระบายทรวงอกก็ไม่ได้ออกเยอะมากไปกว่าที่จะทำให้คนไข้เกิดภาวะบวมขึ้นมาได้เลย ฟังปอดดูอีกครั้งมีแต่เสียงของหลอดลมตีบ ออกซิเจนก็ต่ำลงไปอีก เพื่อช่วยชีวิตคนไข้ไว้ก่อนก็เลยใส่ท่อช่วยหายใจแล้วพ่นยา ปรากฎว่าความดันตกอีกมีภาวะช๊อค ก็ต้องแก้ช๊อคอีก
ในจังหวะที่กำลังช่วยชีวิตนั้นเองลูกชายเค้าเดินเข้ามาพอดี แต่ด้วยท่าทางที่เดินเข้ามามันได้กระตุกความคิดผมนิดนึง จากเดิมจะคุยเรื่องว่าจะปล่อยให้ป้าแกไปอย่างสงบไหม นั่นมันหยุดลงกึ้กนึง ไม่ใช่เพราะอะไรหรอกอาจจะเป็นเรื่องไร้สาระสำหรับบางคน แต่ท่าทางของลูกชายแกที่หอบผ้าห่ม ของใช้ต่างๆของแม่มาหอบใหญ่ หลังจากส่งขึ้นตึกที่ลูกแกหายไปคงไปเตรียมของเหล่านี้อยู่ ท่าทางกระหืดกระหอบ เหงื่อแตกเหมือนจะรีบมาดูแม่ตัวเองว่า เป็นอย่างไรบ้าง มีใครดูแลไหม (ทั้งที่ติดต่อไม่ได้ตอนนั้นไม่มีทางรู้แน่นอนว่าแม่ตัวเองกำลังแย่ ) ท่าทางของลูกชายป้านั้นทำให้ความคิดผมสะดุดไปทีเดียว
หลังจากที่อาการป้าเริ่มคงที่ ความคิดของผมหลังจากสะดุดไปช่วงนึงก็กลับมาปกติตอนนั้นก็มีโอกาสได้เข้าไปคุยกับลูกชาย เรื่องการช่วยเหลือต่อไปหากป้าแกแย่ลง ผมก้ได้อธิบายไปเหมือนกับคนไข้คนอื่นๆ ลูกชายแกนั้นคงอยู่ในระยะที่ยังทำใจไม่ได้ ตาแดงก่ำ ตัวสั่น ซึ่งใครที่เคยคุยบ่อยๆจะรู้ว่าในภาวะนี้ให้เหตุผลต่างๆมากไปก็คงยังคุยไม่รู้เรื่องต้องรอทำใจได้สักพักก่อน ลูกแกร้องไห้พร้อมกับบอกมาว่า "ผมไม่ใช่คนดีอะไร ผมรู้ว่าหมอคงมีเหตุผลแต่ผมอยากให้แม่อยู่กับผมให้นานที่สุด ผมอยากดูแลแม่ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ช่วยแม่ผมด้วยครับหมอ" พร้อมกับไหว้ผม พอดีตอนนั้นคนไข้ที่จะผ่าพร้อมพอดี ประกอบกับอาการป้าแกคงที่มากขึ้น ผมก็เลยเล่าอาการของป้าแกไป แต่ในที่สุดตอนนั้น ก็ยังไม่ได้คุยกันเรื่องการปั๊มหัวใจ หรือการช่วยเหลือชีวิตใดๆเพิ่มเติม แล้วก็ไปผ่าคนไข้คนอื่น
หลังจากผ่าเสร็จก้ได้ไปดูคนไข้อื่นๆที่มาในเวร ส่วนคุณป้าคนนั้น ก็คงที่พอสมควรแม้จะมีช่วงความดันตกๆบ้างแต่ก็ตอบสนองต่อสารน้ำที่ได้รับ มีน้องนักศึกษาแพทย์มาช่วยประเมินจากนั้นก็ไม่ได้รับการรายงานอะไรเพิ่มเติมอีก คงยังไม่มีอะไรรุนแรงในคืนนี้ ผมเองด้วยความเพลีย หลังจากอ่านหนังสือได้นิดหน่อยก็กำลังจะหลับ ตอนจะหลับนี่สิครับ ภาพของป้ากับลูกชายแกในอดีตมันแวบขึ้นมาอีก พาให้คิดไปถึงเรื่องต่างๆนั่นคือ
เพราะการที่เคยดูแลกันมาก่อนทำให้รู้ว่าลูกชายป้าน่ะรักแม่มากๆ เคยมาอ้อนวอนให้ช่วยรักษาแม่หลายครั้ง จะยากลำบากจะดึกจะดื่นยังไงหากแม่อาการไม่ดี ลูกจะพามาหาหมอเองทุกครั้ง ทั้งๆที่ฐานะก็ไม่ได้ดีมากมายอะไร ในส่วนความสัมพันธ์แม่ลูกคู่นี้ในอดีตนั้นผมไม่มีทางรู้ได้เลย รู้แต่ว่าลูกชายรักแม่ของตัวเองมาก ต่างกับคนไข้หลายๆคนที่ลูกชอบพามาฝาก รพ .เลี้ยงในช่วงเทศกาลต่างๆ บางคนพามานอนแล้วก็หายหัว ให้กลับก็ไม่ยอมมารับกลับ ภาพลูกชายแกที่กระหืดกระหอบมาดูแลแม่นี่เองมันทำให้ผมนอนไม่หลับ คิดไปว่าถ้าผมเป็นลูกแกในตอนนั้นผมจะพูดกับหมอว่าอย่างไร ถ้าตัดความรู้ทางการแพทย์ ตัดความชาชินในการดูคนไข้ลักษณะนี้ นึกถึงความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกในอดีต ผมจะตอบหมอว่าอย่างไร ก็พอจะตอบได้เหมือนกันว่าผมก็คงไม่ต่างอะไร ตอนเป็นหมอนี่ผมมีคนไข้หลายคน เห็นความตายเป็นเรื่องธรรมดา แต่ลูกชายแกมีแม่คนเดียว แม่ตายได้ครั้งเดียว
พาลคิดไปว่าแล้วที่ผ่านๆมาเราทำถูกมาตลอดหรือเปล่า หลักการดูแลคนไข้ระยะสุดท้าย เราเข้าใจมันจริงๆหรือเปล่า เราเข้าใจและใส่ใจในคนไข้แต่ละคนจริงๆหรือเปล่า หรือว่าที่ผ่านมาทำเป็นระเบียบปฏิบัติประจำ (รปจ.) แต่เดิมทีผมไม่เคยคิดเป็นหมออยู่แล้วเรื่องแบบนี้ไม่เคยคิดถึงแบบละเอียดๆมาก่อน แต่เหตุการณ์นี้มันทำให้นำมาพิจารณาอย่างละเอียด ที่เราทำอะไรกับคนไข้นี่เพราะเรากลัวถูกฟ้องร้อง อยากช่วยจริงๆ เป็นหน้าที่ หรืออะไรกันแน่ เราเป็นคนกำหนดว่าจะให้คนนั้น คนนี้ตายยังไงตั้งแต่เมื่อไหร่ เราตายด้านกับความตายของคนอื่นตั้งแต่เมื่อไหร่ จิตใจเราห่างออกจากความเป็นมนุษย์ไปหรือยัง ก็อาจจะยังคงต้องค้นหาต่อไป อาชีพนี้มันก็แปลกดีเหมือนกัน พื้นฐานหรือดูภายนอกมันคือการช่วยคน แต่หากไม่ระวังให้ดี อาจทำให้เราไกลห่างจากความเป็นคนออกไปก็ได้
เป็นบทความเกี่ยวกับความรู้สึกของรุ่นพี่ผม ที่ได้พบกับคนป่วยที่อาการหนัก และ plan จะคุยกับญาติเรื่อง
end of life care (เขียนถูกซะที


ผมอ่านแล้วรู้สึกว่าให้ข้อคิดอะไรหลายอย่าง เลยอยากเอามาแบ่งปัน พี่ๆ เพื่อนๆ ในห้องครับ


(ยาวไปสักหน่อยนะครับ แต่ไม่อยากตัดข้อความไหนทิ้งไป)
ช่วยแม่ผมด้วยครับหมอ!
โดย P...n S.....l ณ วันที่ 21 กันยายน 2010 เวลา 17:23 น.
วันจันทร์โดยตามปกติแล้วเป็นวันที่ผมได้ว่างเว้นจากเวรต่างๆถือได้ว่าเป็นวันพักวันหนึ่งในรอบสัปดาห์ แต่วันจันทร์ที่ผ่านมานี้ พี่เชอรี่ได้มาขอแลกเวรด้วยความที่เสาร์อาทิตย์ไม่ได้อยู่เวรได้พักมาเต็มๆประกอบกับวันนั้นว่างพอดียังไม่มีแผนจะทำอะไรก็เลยตกลงแลกเวรไป ทำให้ได้เจอเหตุการณ์หนึ่งซึ่งจะว่าประทับใจหรือไม่ก็คงไม่เชิงแต่มันก็ทำให้นำมาคิดก่อนนอนเกือบนอนไม่หลับไปเหมือนกัน ดีที่ว่าวันนั้นเพลียมากเลยพอหลับได้ เรื่องมันมีอยู่ว่า
คุณป้าคนหนึ่งก็อายุมากพอสมควรแล้วล่ะสัก 70 ได้ หลายเดือนมาแล้วมาเจอผมครั้งแรกด้วยเรื่องกลืนลำบาก หลังจากตรวจเสร็จเรียบร้อยก็สงสัยว่าน่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับหลอดอาหารจากนั้นผมก็ให้นอน รพ.และตรวจพิเศษเพิ่มเติมอีกหลายอย่าง ได้ความว่าแกเป็นมะเร็งหลอดอาหาร ระยะลุกลามเฉพาะที่แล้ว แต่ยังไม่แพร่กระจาย โดยรวมๆแกก็ไม่ได้แข็งแรงมากนัก ก็มีแผนว่าจะส่งไปเพื่อพิจารณาเรื่องการรับเคมีบำบัดหรือฉายแสงที่ รพ.โรงเรียนแพทย์ ก็ได้ผ่าตัดเล็กๆเพื่อใส่สายป้อนอาหารทางลำไส้เล็ก เพราะว่าแกกินไม่ได้ จากนั้นก็กลับบ้านไป แล้วก้ไปติดต่อทาง รพ.ที่จะส่งตัวไป
คุณป้าแกก็เป็นคนน่ารักพอสมควร ช่างพูดคุย เรื่องมากบ้างในบางครั้งระดับยอมรับได้ ญาติพี่น้องคนอื่นไม่เห็นใครมาเยี่ยม แต่ที่มาประจำไม่ได้ขาดเลยก็คือลูกชายแก เป็นชายผมบางวัยค่อนไปทางกลางคนแล้ว ภายนอกฐานะการศึกษาก็ไม่ได้ดูดีมากอะไร แต่ลูกชายคนนี้ก็ดูแลแม่ดีมาก มาเยี่ยมตลอด มีหลายครั้งที่กลับไปแล้วป้าแกมีปัญหา เช่น สายป้อนอาหารหลุด ท้องอืด นัดมาตรวจบ้าง ลูกชายคนนี้ก็จะพาแม่มาตลอด บางครั้งด้วยความเป็นห่วงแม่ก็มีคำถามบางอย่างที่ตอบยากๆบ้าง อธิบายให้เข้าใจได้ยากบ้าง และก็แปลกอีกเหมือนกันที่ทำไมต้องมาเจอผมเกือบทุกครั้ง ไม่รู้ไปสร้างเวรกรรมแต่ปางไหนกันมาหรือเปล่า จึงต้องมาเจอกันตลอดแบบนี้ แต่ก็นั่นแหละทำให้ผมจำแม่และลูกคู่นี้ได้ บางครั้งก็รำคาญ บางครั้งก็เอ็นดู สลับๆกันไป
กินเวลาไปหลายเดือน ป้าแกไม่ได้รับเคมีบำบัด เพราะสภาพร่างกายไม่แข็งแรงพอ ได้แต่การฉายแสงอย่างเดียว แต่ก็ได้ฉายจนครบ แต่ก็ยังกินเองไม่ค่อยได้ ทาง รพ.ที่ส่งไปนั้นก็ไม่ได้นัดต่อเนื่องแล้ว สภาพร่างกายของป้าแกตอนนี้ดูทรุดโทรมลงมาก จากที่เดินได้ก็เดินไม่ได้แล้ว ไม่มีแรงซูบไปเยอะ ตัวเริ่มบวมจากการขาดสารอาหาร แต่ก็ยังพูดคุยรู้เรื่องอยู่ ครั้งล่าสุดที่มานอนตอนนั้นแกอ่อนเพลียมาก ผลเลือดอะไรต่างๆก็ไม่ได้อยู่ในเกณฑ์ที่ดีเลย แผนการรักษาขณะนั้นคือเป็นการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย ซึ่งการดูแลผู้ป่วยแบบนี้จะไม่เน้นไปที่เรื่องของการยืดอายุผู้ป่วยออกไป แต่จะเป็นการทำให้ชีวิตที่เหลืออยู่ของผู้ป่วยนั้นไม่ต้องทนทุกข์ทรมานมากนักไม่ทำอะไรที่ต้องเสี่ยง ต้องเสียเลือดเสียเนื้อโดยไม่มีความจำเป็น จนกว่าผู้ป่วยจะจากเราไป
จากประสบการณ์เป็นแพทย์ประจำบ้านก็ได้เจอลักษณะแบบนี้มาหลายราย จนรู้สึกเป็นเรื่องปกติ ชาชิน พยายามคุยกับญาติคนไข้ให้เข้าใจ หลีกเลี่ยงการทำหัถการรุนแรงต่างๆ เช่น แทงเส้นเลือดใหญ่ การใส่ท่อช่วยหายใจ การปั๊มหัวใจ เพราะจากมุมมองทางการแพทย์แล้ว การทำเช่นนี้ในผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่กำลังจะตายไม่ได้ช่วยอะไรขึ้นมาได้มากเลย อย่างมากก็ยื้อชีวิตไปได้ไม่เกินสัปดาห์ และเสียทรัพยากรไปจำนวนมากแทนที่จะได้ไปใช้กับคนอื่นที่มีหวังมากกว่า
ในรายนี้ก็เหมือนๆกัน ป้าแกกลับไปบ้านแล้ว วันจันทร์ที่ว่าผมโดนแลกเวรมานี้ก็มาเจอแกอีก กะจะขึ้นไปเตรียมเคสที่จะผ่าเฉยๆ กลับไปเจอแกข้างบนตึก เจอไม่เจอสภาพธรรมดา เจอในสภาพหอบแฮ่กๆ ออกซิเจนในเลือดตก ซึมๆ แต่ยังพอพูดคุยรู้เรื่อง ฟังปอดดูเหมือนจะมีอะไรผิดปกติที่ปอดซ้าย พอดีกับที่เอกซ์เรย์ได้ผลกลับมาพอดี ก็ตรงกับที่ตรวจได้คือมีน้ำในเยื่อหุ้มปอดด้านซ้ายมากจนดันหลอดลมไปอีกข้าง ออกซิเจนในเลือเริ่มต่ำลงเรื่อยๆ จนทำให้ผมต้องตัดสินใจทำอย่างใดอย่างหนึ่ง เบื้องต้นกะจะแค่ดูดออกแต่พอจัดท่าต่างๆก็ดูท่าจะไม่ไหว ตำแหน่งไม่ดีพอ แกนั่งไม่ได้นานแน่ ไม่มีเวลาคิดนานจึงได้ใส่ ท่อระบายช่องอกเร่งด่วน ( หัตถการนี้เจ็บมากจริงๆตอนน้นไม่ค่อยอยากทำแต่ต้องทำไปก่อนเดี๋ยวแกตาย ) แล้วให้รีบตามลูกชายแก หลังใส่อาการก็ดีขึ้นมาบ้าง ออกซิเจนในเลือดเริ่มขึ้นแล้ว
แต่อาการแกก็ยังไม่ได้ดีมากมายนักเริ่มเหนื่อยมากขึ้นอีก ติดต่อลูกชายไม่ได้เนื่องจากเค้าไม่มีมือถือ ในใจตอนนั้นคิดว่าอยากจะคุย เนื่องจากคิดว่าสภาพร่างกายป้าไม่น่าจะไหว ที่อยากจะคุยก็เรื่องการใส่ท่อช่วยหายใจ การปั๊มหัวใจ เผื่อไว้ จากนั้นป้าแกเหนื่อยมากขึ้นอีก ท่อระบายทรวงอกก็ไม่ได้ออกเยอะมากไปกว่าที่จะทำให้คนไข้เกิดภาวะบวมขึ้นมาได้เลย ฟังปอดดูอีกครั้งมีแต่เสียงของหลอดลมตีบ ออกซิเจนก็ต่ำลงไปอีก เพื่อช่วยชีวิตคนไข้ไว้ก่อนก็เลยใส่ท่อช่วยหายใจแล้วพ่นยา ปรากฎว่าความดันตกอีกมีภาวะช๊อค ก็ต้องแก้ช๊อคอีก
ในจังหวะที่กำลังช่วยชีวิตนั้นเองลูกชายเค้าเดินเข้ามาพอดี แต่ด้วยท่าทางที่เดินเข้ามามันได้กระตุกความคิดผมนิดนึง จากเดิมจะคุยเรื่องว่าจะปล่อยให้ป้าแกไปอย่างสงบไหม นั่นมันหยุดลงกึ้กนึง ไม่ใช่เพราะอะไรหรอกอาจจะเป็นเรื่องไร้สาระสำหรับบางคน แต่ท่าทางของลูกชายแกที่หอบผ้าห่ม ของใช้ต่างๆของแม่มาหอบใหญ่ หลังจากส่งขึ้นตึกที่ลูกแกหายไปคงไปเตรียมของเหล่านี้อยู่ ท่าทางกระหืดกระหอบ เหงื่อแตกเหมือนจะรีบมาดูแม่ตัวเองว่า เป็นอย่างไรบ้าง มีใครดูแลไหม (ทั้งที่ติดต่อไม่ได้ตอนนั้นไม่มีทางรู้แน่นอนว่าแม่ตัวเองกำลังแย่ ) ท่าทางของลูกชายป้านั้นทำให้ความคิดผมสะดุดไปทีเดียว
หลังจากที่อาการป้าเริ่มคงที่ ความคิดของผมหลังจากสะดุดไปช่วงนึงก็กลับมาปกติตอนนั้นก็มีโอกาสได้เข้าไปคุยกับลูกชาย เรื่องการช่วยเหลือต่อไปหากป้าแกแย่ลง ผมก้ได้อธิบายไปเหมือนกับคนไข้คนอื่นๆ ลูกชายแกนั้นคงอยู่ในระยะที่ยังทำใจไม่ได้ ตาแดงก่ำ ตัวสั่น ซึ่งใครที่เคยคุยบ่อยๆจะรู้ว่าในภาวะนี้ให้เหตุผลต่างๆมากไปก็คงยังคุยไม่รู้เรื่องต้องรอทำใจได้สักพักก่อน ลูกแกร้องไห้พร้อมกับบอกมาว่า "ผมไม่ใช่คนดีอะไร ผมรู้ว่าหมอคงมีเหตุผลแต่ผมอยากให้แม่อยู่กับผมให้นานที่สุด ผมอยากดูแลแม่ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ช่วยแม่ผมด้วยครับหมอ" พร้อมกับไหว้ผม พอดีตอนนั้นคนไข้ที่จะผ่าพร้อมพอดี ประกอบกับอาการป้าแกคงที่มากขึ้น ผมก็เลยเล่าอาการของป้าแกไป แต่ในที่สุดตอนนั้น ก็ยังไม่ได้คุยกันเรื่องการปั๊มหัวใจ หรือการช่วยเหลือชีวิตใดๆเพิ่มเติม แล้วก็ไปผ่าคนไข้คนอื่น
หลังจากผ่าเสร็จก้ได้ไปดูคนไข้อื่นๆที่มาในเวร ส่วนคุณป้าคนนั้น ก็คงที่พอสมควรแม้จะมีช่วงความดันตกๆบ้างแต่ก็ตอบสนองต่อสารน้ำที่ได้รับ มีน้องนักศึกษาแพทย์มาช่วยประเมินจากนั้นก็ไม่ได้รับการรายงานอะไรเพิ่มเติมอีก คงยังไม่มีอะไรรุนแรงในคืนนี้ ผมเองด้วยความเพลีย หลังจากอ่านหนังสือได้นิดหน่อยก็กำลังจะหลับ ตอนจะหลับนี่สิครับ ภาพของป้ากับลูกชายแกในอดีตมันแวบขึ้นมาอีก พาให้คิดไปถึงเรื่องต่างๆนั่นคือ
เพราะการที่เคยดูแลกันมาก่อนทำให้รู้ว่าลูกชายป้าน่ะรักแม่มากๆ เคยมาอ้อนวอนให้ช่วยรักษาแม่หลายครั้ง จะยากลำบากจะดึกจะดื่นยังไงหากแม่อาการไม่ดี ลูกจะพามาหาหมอเองทุกครั้ง ทั้งๆที่ฐานะก็ไม่ได้ดีมากมายอะไร ในส่วนความสัมพันธ์แม่ลูกคู่นี้ในอดีตนั้นผมไม่มีทางรู้ได้เลย รู้แต่ว่าลูกชายรักแม่ของตัวเองมาก ต่างกับคนไข้หลายๆคนที่ลูกชอบพามาฝาก รพ .เลี้ยงในช่วงเทศกาลต่างๆ บางคนพามานอนแล้วก็หายหัว ให้กลับก็ไม่ยอมมารับกลับ ภาพลูกชายแกที่กระหืดกระหอบมาดูแลแม่นี่เองมันทำให้ผมนอนไม่หลับ คิดไปว่าถ้าผมเป็นลูกแกในตอนนั้นผมจะพูดกับหมอว่าอย่างไร ถ้าตัดความรู้ทางการแพทย์ ตัดความชาชินในการดูคนไข้ลักษณะนี้ นึกถึงความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกในอดีต ผมจะตอบหมอว่าอย่างไร ก็พอจะตอบได้เหมือนกันว่าผมก็คงไม่ต่างอะไร ตอนเป็นหมอนี่ผมมีคนไข้หลายคน เห็นความตายเป็นเรื่องธรรมดา แต่ลูกชายแกมีแม่คนเดียว แม่ตายได้ครั้งเดียว
พาลคิดไปว่าแล้วที่ผ่านๆมาเราทำถูกมาตลอดหรือเปล่า หลักการดูแลคนไข้ระยะสุดท้าย เราเข้าใจมันจริงๆหรือเปล่า เราเข้าใจและใส่ใจในคนไข้แต่ละคนจริงๆหรือเปล่า หรือว่าที่ผ่านมาทำเป็นระเบียบปฏิบัติประจำ (รปจ.) แต่เดิมทีผมไม่เคยคิดเป็นหมออยู่แล้วเรื่องแบบนี้ไม่เคยคิดถึงแบบละเอียดๆมาก่อน แต่เหตุการณ์นี้มันทำให้นำมาพิจารณาอย่างละเอียด ที่เราทำอะไรกับคนไข้นี่เพราะเรากลัวถูกฟ้องร้อง อยากช่วยจริงๆ เป็นหน้าที่ หรืออะไรกันแน่ เราเป็นคนกำหนดว่าจะให้คนนั้น คนนี้ตายยังไงตั้งแต่เมื่อไหร่ เราตายด้านกับความตายของคนอื่นตั้งแต่เมื่อไหร่ จิตใจเราห่างออกจากความเป็นมนุษย์ไปหรือยัง ก็อาจจะยังคงต้องค้นหาต่อไป อาชีพนี้มันก็แปลกดีเหมือนกัน พื้นฐานหรือดูภายนอกมันคือการช่วยคน แต่หากไม่ระวังให้ดี อาจทำให้เราไกลห่างจากความเป็นคนออกไปก็ได้
"If you candream it, you can do it"
- Paul VI
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 10538
- ผู้ติดตาม: 0
Re: ชมรมหมอ VI
โพสต์ที่ 1880
ขอบคุณ คุณหมอ Nuthor ที่เอาบทความที่สะท้อนความรู้สึกในใจของหมอเรา
แต่ผมไม่เห็นด้วยนิดนึงที่ว่า เรารู้สึดก้านช้า ต่อความเป็นความตาย
จริงๆ ผมว่า หมอเราเจอเหตุการณ์ทำนองนี้บ่อยครั้งก็ใช่ว่าจะด้านชา แต่คิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาโลกมากกว่าครับ อีกทั้งหน้าที่การงานที่ หน้าที่ที่จะบอกเรื่องความเป็นความตาย ซึงเป็นหน้าที่สำคัญ ต้องเป็นหน้่าที่ของเรา
การบอกข่าวไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ยิ่งถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ ระยะสุดท้ายแล้ว ไม่มากก็น้อยครับ ยังไงก็ต้องรู้สึก
ส่วนเรื่องที่ว่า แล้วถ้าเป็นบุพการีของเราล่ะ ก็แน่นอนล่ะครับ ทุกคนก็มีแค่ 1 หนึ่งเดียวเท่านั้น เกิดเหตุการณ์กับใคร ก็ต้องรู้สึกแน่นอน มากน้อยก็แล้วแต่กรณีไปครับ
ยังไง ชีวิตก็ต้องเดินหน้าต่อไปครับ
สุขสันต์วัน X - Mas ครับ
แต่ผมไม่เห็นด้วยนิดนึงที่ว่า เรารู้สึดก้านช้า ต่อความเป็นความตาย
จริงๆ ผมว่า หมอเราเจอเหตุการณ์ทำนองนี้บ่อยครั้งก็ใช่ว่าจะด้านชา แต่คิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาโลกมากกว่าครับ อีกทั้งหน้าที่การงานที่ หน้าที่ที่จะบอกเรื่องความเป็นความตาย ซึงเป็นหน้าที่สำคัญ ต้องเป็นหน้่าที่ของเรา
การบอกข่าวไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ยิ่งถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ ระยะสุดท้ายแล้ว ไม่มากก็น้อยครับ ยังไงก็ต้องรู้สึก
ส่วนเรื่องที่ว่า แล้วถ้าเป็นบุพการีของเราล่ะ ก็แน่นอนล่ะครับ ทุกคนก็มีแค่ 1 หนึ่งเดียวเท่านั้น เกิดเหตุการณ์กับใคร ก็ต้องรู้สึกแน่นอน มากน้อยก็แล้วแต่กรณีไปครับ
ยังไง ชีวิตก็ต้องเดินหน้าต่อไปครับ
สุขสันต์วัน X - Mas ครับ
- พระพาย
- Verified User
- โพสต์: 73
- ผู้ติดตาม: 0
Re: ชมรมหมอ VI
โพสต์ที่ 1881
เป็นหน้าที่ หรืออะไรกันแน่
เราเป็นคนกำหนดว่าจะให้คนนั้น คนนี้ตายยังไงตั้งแต่เมื่อไหร่
เราตายด้านกับความตายของคนอื่นตั้งแต่เมื่อไหร่
จิตใจเราห่างออกจากความเป็นมนุษย์ไปหรือยัง
คำนี้มัน กินใจจังเลยคับ
^__^
(ขออนุญาติอ่านนะคับ)
เราเป็นคนกำหนดว่าจะให้คนนั้น คนนี้ตายยังไงตั้งแต่เมื่อไหร่
เราตายด้านกับความตายของคนอื่นตั้งแต่เมื่อไหร่
จิตใจเราห่างออกจากความเป็นมนุษย์ไปหรือยัง
คำนี้มัน กินใจจังเลยคับ
^__^
(ขออนุญาติอ่านนะคับ)
นิ่ง.....สยบเคลื่อนไหว
- Paul VI
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 10538
- ผู้ติดตาม: 0
Re: ชมรมหมอ VI
โพสต์ที่ 1882
Jingle bells กันหน่อย
หลายปีก่อนเคยดูหนังเรื่องหนึ่งชอบมากเลย Love Actually
มีเพลงนี้ประกอบ
Christmas Is All Around
http://www.youtube.com/watch?v=g7Q_bq07GVs
Love Actually - All I want for Xmas
http://www.youtube.com/watch?v=XVSmT4nNEkQ&NR=1
ส่วน version Love is all around ของ Wet Wet Wet ครับ
http://www.youtube.com/watch?v=TQQ6SfPZggw





หลายปีก่อนเคยดูหนังเรื่องหนึ่งชอบมากเลย Love Actually
มีเพลงนี้ประกอบ
Christmas Is All Around
http://www.youtube.com/watch?v=g7Q_bq07GVs
Love Actually - All I want for Xmas
http://www.youtube.com/watch?v=XVSmT4nNEkQ&NR=1
ส่วน version Love is all around ของ Wet Wet Wet ครับ
http://www.youtube.com/watch?v=TQQ6SfPZggw




- Nuthor
- Verified User
- โพสต์: 200
- ผู้ติดตาม: 0
Re: ชมรมหมอ VI
โพสต์ที่ 1883
ชอบ Christmas girl มากเลยครับ


Merry Christmas ขอให้พี่ๆเพื่อนๆ ทุกท่านมีความสุขครับ


"If you candream it, you can do it"
- Paul VI
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 10538
- ผู้ติดตาม: 0
Re: ชมรมหมอ VI
โพสต์ที่ 1884
Nuthor เขียน:ชอบ Christmas girl มากเลยครับ![]()
![]()
Merry Christmas ขอให้พี่ๆเพื่อนๆ ทุกท่านมีความสุขครับ![]()
เก็บอาการหน่อยครับ นำ้ลายย้อยเลย

เอารูปฉลอง ที่หาด Bondi Sydney ฉลองแบบอุ่นๆหน่อย
-
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 1588
- ผู้ติดตาม: 0
Re: ชมรมหมอ VI
โพสต์ที่ 1887
"คุณมักจะวัดคนได้ จากขนาดของความฝันของเขา" - Dr. Robert H. Schuller
ขอฝากquoteดีๆไว้
Merry xmas
ขอฝากquoteดีๆไว้
Merry xmas
คนรู้ไม่พูด คนพูดไม่รู้
- Fon^^
- Verified User
- โพสต์: 604
- ผู้ติดตาม: 0
Re: ชมรมหมอ VI
โพสต์ที่ 1888
เฮ้อ...
วันนี้อยู่เวรรพ.เหมือนเช่นเคย
เจอเหตุการณ์ประจำเหมือนเช่นเคย
"ผมไม่ใช่ประชาชนธรรมดานะ ผมต้องการ... หมอต้องทำ..."
"ผมต้องได้ห้องพิเศษเท่านั้น เพราะผมเป็น..."
"กรูเป็นใคร รู้รึเปล่า แล้วชักปืนออกมาก"
ที่แห่งนี้ ผู้ที่ไม่ใช่ประชาชนธรรมดา คือ ผู้มีอาวุธ
โดนเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้ทุกๆวัน
ชีวิตหมอรพ.บ้านนอกชายขอบประเทศมันเป็นแบบนี้จริงๆแฮะ
วันนี้อยู่เวรรพ.เหมือนเช่นเคย
เจอเหตุการณ์ประจำเหมือนเช่นเคย
"ผมไม่ใช่ประชาชนธรรมดานะ ผมต้องการ... หมอต้องทำ..."
"ผมต้องได้ห้องพิเศษเท่านั้น เพราะผมเป็น..."
"กรูเป็นใคร รู้รึเปล่า แล้วชักปืนออกมาก"
ที่แห่งนี้ ผู้ที่ไม่ใช่ประชาชนธรรมดา คือ ผู้มีอาวุธ
โดนเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้ทุกๆวัน
ชีวิตหมอรพ.บ้านนอกชายขอบประเทศมันเป็นแบบนี้จริงๆแฮะ

ผิดหนึ่งพึงจดไว้.....ในสมอง
เร่งระวังผิดสอง.....ภายหน้า
สามผิดเร่งคิดตรอง จงหนัก.....เพื่อนเอย
ถึงสี่อีกทีห้า.....หกซ้ำ อภัยไฉน
เร่งระวังผิดสอง.....ภายหน้า
สามผิดเร่งคิดตรอง จงหนัก.....เพื่อนเอย
ถึงสี่อีกทีห้า.....หกซ้ำ อภัยไฉน
- Fon^^
- Verified User
- โพสต์: 604
- ผู้ติดตาม: 0
Re: ชมรมหมอ VI
โพสต์ที่ 1890
อาวุธที่นี่ หาง่ายกว่าซื้อกางเกงอีกค่ะ ฮาๆๆๆPaul VI เขียน: โอว สุดยอด ขนาดนั้นเลยเหรอ หมอฝน
ถึงกับชักปืน เลยเหรอ
คิดแล้วเศร้า อีกหน่อย จนท. หมดแรงกำลังใจ แล้วใครจะเสียสละ ล่ะทีนี้
เด่วนี้เค้ามีงบประมาณพิเศษเฉพาะ 3 จว. ด้วยนะ
ภาษานักการเมืองเรียกว่า เงินสวัสดิการสำหรับการปฏิบัติงานประจำสำนักงานในเขตพื้นที่พิเศษ
1,000 บาทต่อเดือน ไม่ได้พิมพ์ผิดค่ะ

อ่านข่าวเจอว่า ครม.จะเพิ่มให้ ไม่รู้จะได้เมื่อใหร่ ฮาๆๆๆ
ผิดหนึ่งพึงจดไว้.....ในสมอง
เร่งระวังผิดสอง.....ภายหน้า
สามผิดเร่งคิดตรอง จงหนัก.....เพื่อนเอย
ถึงสี่อีกทีห้า.....หกซ้ำ อภัยไฉน
เร่งระวังผิดสอง.....ภายหน้า
สามผิดเร่งคิดตรอง จงหนัก.....เพื่อนเอย
ถึงสี่อีกทีห้า.....หกซ้ำ อภัยไฉน