VI หาดใหญ่

เชิญมาพักผ่อน คลายร้อนนั่งเล่น คุยกันเย็นๆ พร้อมเรื่องกีฬา สัพเพเหระ ทัศนะนานา ชีวิตชีวา สุขภาพทั่วไป บันเทิงขำขัน รอบเรื่องเมืองไทย ชวนเที่ยวที่ไหน อยากไปก็นัดมา ...โย่วๆ
ภาพประจำตัวสมาชิก
ดำ
Verified User
โพสต์: 4214
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1051

โพสต์

leky เขียน:ยิ่งเรามีลิสต์หุ้นอยู่มาก เราก็จะหาหุ้นดี ๆ ได้อยู่เรื่อย ๆ ครับ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าคิดว่ามันใกล้เวลาที่ตัวเร่งจะเริ่มทำงาน เราก็ต้องมาประเมินกันอีกทีว่า ณ เวลานั้น ราคาหุ้นเหมาะสมที่จะซื้อด้วยหรือไม่ครับ
จุดนี้แหละครับ ที่ผมยังจับทางไม่ค่อยได้

เท่าที่คิดออกตอนนี้คือ คงต้องชั่งน้ำหนักระหว่าง Risk ระยะสั้น กับ Return ระยะยาวล่ะครับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
ดำ
Verified User
โพสต์: 4214
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1052

โพสต์

อ.leky ครับ พูดถึง "ปัจจัยทางจิตวิทยาในการลงทุน" ผมมองว่าเรื่องนี้สัมพันธ์กับ "สภาพคล่องของเม็ดเงินลงทุนในตลาด" ถือเป็นปัจจัยระยะสั้นก็จริง แต่ก็สำคัญไม่น้อยไปกว่าปัจจัยระยะยาวเกี่ยวกับพื้นฐานกิจการ

ส่วนนี้นักลงทุนแนววีไอแบบสุดขั้วอาจไม่เห็นด้วยและไม่สนใจเท่าไหร่ แต่สำหรับผมซึ่งยังใช้คำว่า "เทรดหุ้น" อยู่ คิดว่ามีประโยชน์มาก เพียงแต่ว่ามันก็ "อันตรายมาก" เช่นกันถ้าใช้ผิดทาง

เนื้อหาเรื่องนี้ในหนังสือ ”แก่นการลงทุนแบบเน้นคุณค่า” โดนใจผมมากจนทำให้ต้องอ่านต่อเนื่องจนจบเล่ม เช่น ในส่วนที่อธิบายว่า ความเสี่ยงกับความผันผวนมันต่างกันอย่างไร หรือเรื่อง "ประวัติศาสตร์แบบอื่น" ที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่ไม่ได้เกิดขึ้น ทำให้ผมเกิดมุมมองใหม่ๆ โดยเฉพาะในด้านที่เกี่ยวกับความเสี่ยงอย่างมากครับ
leky
Verified User
โพสต์: 1803
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1053

โพสต์

ดำ เขียน:อ.leky ครับ พูดถึง "ปัจจัยทางจิตวิทยาในการลงทุน" ผมมองว่าเรื่องนี้สัมพันธ์กับ "สภาพคล่องของเม็ดเงินลงทุนในตลาด" ถือเป็นปัจจัยระยะสั้นก็จริง แต่ก็สำคัญไม่น้อยไปกว่าปัจจัยระยะยาวเกี่ยวกับพื้นฐานกิจการ

ส่วนนี้นักลงทุนแนววีไอแบบสุดขั้วอาจไม่เห็นด้วยและไม่สนใจเท่าไหร่ แต่สำหรับผมซึ่งยังใช้คำว่า "เทรดหุ้น" อยู่ คิดว่ามีประโยชน์มาก เพียงแต่ว่ามันก็ "อันตรายมาก" เช่นกันถ้าใช้ผิดทาง

เนื้อหาเรื่องนี้ในหนังสือ ”แก่นการลงทุนแบบเน้นคุณค่า” โดนใจผมมากจนทำให้ต้องอ่านต่อเนื่องจนจบเล่ม เช่น ในส่วนที่อธิบายว่า ความเสี่ยงกับความผันผวนมันต่างกันอย่างไร หรือเรื่อง "ประวัติศาสตร์แบบอื่น" ที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่ไม่ได้เกิดขึ้น ทำให้ผมเกิดมุมมองใหม่ๆ โดยเฉพาะในด้านที่เกี่ยวกับความเสี่ยงอย่างมากครับ
ผมว่าเรื่องจิตวิทยานั้น โดยเนื้อหาของมันกว้างมากนะครับ ส่วนหนึ่งเป็นจิตวิทยาที่เกี่ยวข้องกับนลท.เอง ซึ่งในหนังสือจิตวิทยาการลงทุนมักจะเน้นเรื่องพวกนี้ เช่น ทำไมนลท.ถึงไม่ชอบคัทลอสหุ้น แต่กลับชอบขายหุ้นที่ได้กำไร เพราะการคัทลอสเปรียบเสมือนการทำให้ตัวเองรู้สึกว่า "โดนลงโทษ" หรือการที่นลท.ไม่ชอบคัทลอสเพราะมองผลตอบแทนที่หายไปของหุ้นตัวนั้น แทนที่จะมองผลตอบแทนของหุ้นทั้งพอร์ต ฯลฯ

ส่วนจิตวิทยาตลาด เท่าที่ผมอ่านมา ไม่ค่อยมีคนเขียนที่เป็นเนื้อหาที่เป็นเรื่องเป็นราวมากนัก เพียงแต่จะเป็นลักษณะเหมือนประสบการณ์แฝง มากกว่า ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่า เราต้องอยู่ในตลาดมานานในระดับหนึ่งถึงจะเข้าใจ เช่น ทำไมหุ้นบางตัวประกาศงบออกมาไม่ดีหุ้นกลับขึ้น ฯลฯ

จะว่าไปในหนังสือเค้าบอกว่ายิ่งความเสี่ยงสูง return มันจะยิ่งต่ำนะครับ หมายถึง ถ้าเราไปซื้อหุ้นราคาสูง ความเสี่ยงสูงขึ้น แต่ผลตอบแทนอาจจะน้อยหรือติดลบ

ในความเห็นผมนั้น การประเมินหุ้นผมคิดว่าเราควรเน้นที่ข้อมูลทางด้านปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก ส่วนปัจจัยที่คาดการณ์ไม่ได้ เช่น ทิศทางของตลาด ความรู้สึกว่าเจ้าของจะเล่น เสี่ยจะเข้า วีไอจะรุม บ.จะเล่น money game ปัจจัยพวกนี้เรามีสิทธิ์ที่จะคิดว่ามันจะเกิดก็คงจะได้ แต่ไม่ควรเอามารวมอยู่ใน upside ของหุ้น ถ้าการประเมินพื้นฐาน 1+1 = 2 เราก็ต้องประเมินแบบนี้ แต่ถ้าปัจจัยที่คาดการณ์ไม่ได้มันเกิดทำงานขึ้นมาจริง ๆ ก็ถือว่าเราได้โบนัสไป จาก 1+1 แทนที่จะเท่ากับ 2 ก็กลายเป็น 1+1 = 3

ตรงนี้ถ้าคิดปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้และบอกคาดการณ์ไม่ได้มากจนเกินไปมันจะกลายเป็นกับดัก อันตรายมาก เหมือนแบบที่ผมเคยเป็นกับหุ้นตัวหนึ่ง เพราะมีใจเอนเอียงว่า ผบห.ต้องเล่น money game ก็เลยถือไปเรื่อย ๆ ราคาหุ้นผันผวน สุดท้ายมันก็ไม่เกิด เสียโอกาสที่จะไปลงทุนหุ้นตัวอื่นครับ
"Become a risk taker, not a risk maker"
ภาพประจำตัวสมาชิก
romee
Verified User
โพสต์: 1850
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1054

โพสต์

วันนี้ได้ไปฟัง สัมนาพลังงานทดแทนจากโบรคกิมอวย เอ้ยยยกินเอง เอ้ยยยกิมเอ็ง เอ้ย...ถูกแล้ว!!! :oops:

ในงานเห็นคนในthaivi หลากหลายมากครับ มาเม้ามอย ตามประสาเม่าแบบผมละกัน

เขาบอกว่าตั้งแต่ปีนี้ ภาพรวมของหุ้นกลุ่มพลังงานทดแทนจะยังดูดีอยู่ เพราะจะมีการติดตั้งจริงๆ หลังเดือนเมษายน (คงฝุ่นตลบกันอีกรอบ) ทำให้ทั้งกลุ่มผลิตสินค้า, กลุ่มรับเหมาทำโรงไฟฟ้า, กลุ่มนายทุนทำโรงไฟฟ้า คงมีstoryกันต่อไป

กลุ่มโซลาเซลล์คงไม่ได้ดีมากแล้ว เพราะราคารับซื้อ FIT น้อยลงกว่า adder เพื่อสะท้อนต้นทุนที่ถูกลง และตัดพวกเกร็งลำไย(เก็งกำไร)ออกไป

กลุ่มมาแรงคือชีวมวล และขยะ เพราะราคารับซื้อดูดีมาก และไทยได้เปรียบในเรื่องของวัตถุดิบของชีวมวล และเวลาในการใช้งานของโรงไฟฟ้า
ถ้าเทียบว่าลากสายส่งของการไฟฟ้าเพื่อเข้าไป โรงไฟฟ้าโซลาเซลล์ที่ทำงานได้เฉพาะกลางวัน กับชีวมวลที่ทำงานได้มากกว่านั้น...อย่างหลังน่าจะคุ้มกว่า

ขยะก็ไม่ได้ทำง่ายๆ เพราะทั้งเรื่องของวัตถุดิบที่เหมาะสมมีจำกัด ไอ้ที่มีๆอยู่มันเอามาทำวัตถุดิบเลยไม่ได้
จะดูดีก็คือชีวมวล แต่ก็ต้องดูเรื่องของ ต้นทุนวัตถุดิบด้วย

พลังงานลม ก็ไม่ง่าย ยากพอๆกับขยะ ต้องดูกันต่อไป

สูตรคำนวนราคาหุ้นที่ถูกต้องคือ คิด DCF แต่มันยุ่งยาก....เลยแนะนำสูตรง่ายๆ คือสูตรไวๆควิก -"-

ถ้าโครงการโซลาเซลล์ก็ให้ลองเทียบกับ SPCG เพราะเจ้านั้นขายไฟหมดแล้ว...ให้ลองคำนวนดูว่า mkcap เทียบกับจำนวน Megawattsที่ขายไปนั้น เฉลี่ยแล้วเป็นเท่าไรต่อ1Megawatts (ถ้าเจ้าใหนกำลังจะทำ ก็ต้องมาเทียบกับ adderที่ทางspcgได้ไป, กับFITที่เจ้าใหม่จะทำ)

ถ้าโครงการชีวมวล ก็ลองเทียบกับ TPCH แล้วใช้วิธีเดียวกันกับข้างบน -..-

แนวโน้มหุ้นดี มีสตอรี่ คือ
ต้องมีความรู้, เงินต้องถึง, ผบห.ควรจะได้เจอกับ นักวิเคราะห์ มีหลายเจ้าที่ไม่เคยเจอตัวเลย แต่ชอบไปให้ข่าวกับพวกหนังสือพิมพ์แทน...อันนี้ก็ไม่ไหว, CSRทำความเข้าใจกับชาวบ้านให้ดี ไม่ใช่ทำโรงไฟฟ้าแล้วชาวบ้านรังเกียจ
You only live once, but if you do it right, once is enough.
ภาพประจำตัวสมาชิก
romee
Verified User
โพสต์: 1850
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1055

โพสต์

ช่วงหุ้นแนะนำ คนรอกันอีตรงนี้แหละ
ทางนักวิเคราะห์ให้ 0-3ดาว

กลุ่ม0ดาว คือยังไม่แน่นอนไรเลย
Dคอน, SAมาด, UAซี, TAอี, VPโอ, UAซี, AJดี,

กลุ่ม1ดาว
SPCจี (กลายเป็นหุ้นdefendsiveไปละ)
IEซี (หุ้นหนักไป...ไปรวมพาร์ก่อนมั้ย)
PSTซี ราคามารอแว้ว
กลุ่มน้ำตาล(เคSL, เคTIS, บีRR, เคBS) กลุ่มนี้ตลาดไม่ค่อยเล่น
soล่า (ลุ้นจัดสรร พวกโครงการรัฐ)
SUเปอร์(ราคาแรงเกิ๊น)
GENโค่ (ผบห.ไม่ค่อยอยู่ให้ นวค. เข้าไปพบ)
EPโค่ (เงียบเกิ๊น ทั้งๆที่ผบห.ซื้อหุ้นตัวเองตั้งเยอะ)
ซีhow, BWจี,
CEเอ็น/ UWซี จับมือกันทำชีวมวลมีจีนเป็นพันธมิตร

กลุ่ม2ดาว
TPCเอช ราคามาเร็วเกิ๊น
Eเอ, กันkul ราคารอแล้ว(รอขาย???)
TSอี ต้องลุ้น
C เอส เอส, KIAที (ทั้ง2ตัวนี้ฐานธุรกิจดีมากอยู่แล้ว)

กลุ่ม3ดาว (รออ่านกันใช่ป่ะครับ :oops:)
TพีIพีL (ถ้าไว้ใจคุณประชัยนะฮ่ะ)
ไอFEC (วางเกมส์ดี ลุ้นปรับประมาณการได้อีก)
DEMโก้ (ได้ประโยชน์ทางอ้อม กับอุตสาหกรรมนี้)

ช่วงถามตอบมีคนถามว่า ตัวใหนเด่นสุด ทางโบรคก็เชียร์ เอ้ย แนะนำ 2ตัวสุดท้ายที่ผมเขียนไปละครับ เพราะผบห.เก่ง เงินไม่มีปัญหา เข้ากับชาวบ้านในท้องที่ได้,

ส่วนอีกตัวก็รับก่อสร้างอย่างเดียวช่วงปีนี้ ก็หล่อเลือกได้เลยทีเดียว

(สังเกตุว่าหุ้นที่ทางนักวิเคราะห์พูด เป็นหุ้นที่มีบทวิเคราะห์ของโบรคนี้ทั้งนั้น)

เอามาฝากพี่หมอทุกท่านในห้องนี้ และเพื่อน พ้อง น้อง พี่ ประจำห้องนี้ครับ :) :B
You only live once, but if you do it right, once is enough.
ภาพประจำตัวสมาชิก
Nevercry.boy
Verified User
โพสต์: 4626
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1056

โพสต์

อ่านกูรูทั้งสองท่าน คือ ท่านดำ กับ จารย์หมอเล็ก คุยกันแล้ว

เหมือนอ่านตำรา ดี ๆ สักสิบเล่มเลยครับ เนื้อ ๆ จริง ๆ

ขอบพระคุณอย่างสูงทั้งสองท่านครับ
เด็กผู้ชายไม่ร้องไห้
http://nevercry-boy.blogspot.com/
ภาพประจำตัวสมาชิก
ดำ
Verified User
โพสต์: 4214
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1057

โพสต์

Nevercry.boy เขียน:อ่านกูรูทั้งสองท่าน คือ ท่านดำ กับ จารย์หมอเล็ก คุยกันแล้ว

เหมือนอ่านตำรา ดี ๆ สักสิบเล่มเลยครับ เนื้อ ๆ จริง ๆ

ขอบพระคุณอย่างสูงทั้งสองท่านครับ
โอย... ว่ามาแบบนี้ผมมีแต่ตายกับตายเลยครับ คำว่ากูรูสำหรับผมมันช่างห่างไกลเหลือเกินครับ ยิ่งใช้คำว่ากูรูทั้งสองท่านเหมือนเอาผมไปเปรียบกับอ. แบบนี้ ผมงี้โดนเหยียบจมธรณีเลย :oops:

ขออนุญาตฝากไว้ก่อนนะครับ ผมพัฒนาฝีมือได้ถึงขั้นเมื่อไหร่จะรีบมารับคืนเลยครับ ก็พยายามอยู่ทุกๆ วันนี่แหละครับ

ระหว่างนี้ก็จะพยายามตั้งคำถามให้โดนใจอ. เผื่อว่าอ. จะนึกครึ้มอกครึ้มใจ แสดงกระบวนท่าให้เราๆ ท่านๆ ได้เปิดหูเปิดตากันนะครับ :mrgreen:

ผมเองก็ชอบมุมมองที่ "ไม่ธรรมดา" ของคุณ Nevercry.boy นะครับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
ดำ
Verified User
โพสต์: 4214
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1058

โพสต์

leky เขียน:ในความเห็นผมนั้น การประเมินหุ้นผมคิดว่าเราควรเน้นที่ข้อมูลทางด้านปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก ส่วนปัจจัยที่คาดการณ์ไม่ได้ เช่น ทิศทางของตลาด ความรู้สึกว่าเจ้าของจะเล่น เสี่ยจะเข้า วีไอจะรุม บ.จะเล่น money game ปัจจัยพวกนี้เรามีสิทธิ์ที่จะคิดว่ามันจะเกิดก็คงจะได้ แต่ไม่ควรเอามารวมอยู่ใน upside ของหุ้น ถ้าการประเมินพื้นฐาน 1+1 = 2 เราก็ต้องประเมินแบบนี้ แต่ถ้าปัจจัยที่คาดการณ์ไม่ได้มันเกิดทำงานขึ้นมาจริง ๆ ก็ถือว่าเราได้โบนัสไป จาก 1+1 แทนที่จะเท่ากับ 2 ก็กลายเป็น 1+1 = 3

ตรงนี้ถ้าคิดปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้และบอกคาดการณ์ไม่ได้มากจนเกินไปมันจะกลายเป็นกับดัก อันตรายมาก เหมือนแบบที่ผมเคยเป็นกับหุ้นตัวหนึ่ง เพราะมีใจเอนเอียงว่า ผบห.ต้องเล่น money game ก็เลยถือไปเรื่อย ๆ ราคาหุ้นผันผวน สุดท้ายมันก็ไม่เกิด เสียโอกาสที่จะไปลงทุนหุ้นตัวอื่นครับ
เรื่องปัจจัยทางจิตวิทยานี้ ผมมองเป็น 2 ส่วนครับ อ.

จากในหนังสือทำให้ผมเข้าใจว่า ความผันผวนของราคาหุ้นมันคือความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องหาวิธีจัดการกับมัน

ในความคิดของผม ความผันผวนจากปัจจัยทางจิตวิทยาทำให้ราคาหุ้นในระยะสั้นแตกต่างไปจากพื้นฐานที่ควรจะเป็น จุดที่ผมเลือกนำมาใช้ประโยชน์จริงๆ เพื่อเพิ่มแต้มต่อในการซื้อหุ้นคือ ช่วงเวลาที่ราคาต่ำกว่าที่ควรเนื่องจากปัจจัยทางจิตวิทยา ส่วนการที่ราคาหุ้นจะสูงเกินจริงเนื่องจากปัจจัยทางจิตวิทยานั้น ผมมองเหมือนที่อ. ว่าครับ คือเป็นโบนัส
leky
Verified User
โพสต์: 1803
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1059

โพสต์

Nevercry.boy เขียน:อ่านกูรูทั้งสองท่าน คือ ท่านดำ กับ จารย์หมอเล็ก คุยกันแล้ว

เหมือนอ่านตำรา ดี ๆ สักสิบเล่มเลยครับ เนื้อ ๆ จริง ๆ

ขอบพระคุณอย่างสูงทั้งสองท่านครับ
คุณ NB หายไปนานเลยนะครับ

แต่อย่าเรียกผมว่าเป็นกูรูเลยนะครับ ตราบใดที่ผมยังไม่บรรลุเป้าหมายของผม ผมยังมิกล้ารับคำ ๆ นี้ครับ

ผมกลัวเสียแต่ว่าตัวเองจะเป็นเพียงแค่ "หมูสนามจริงสิงห์สนามซ้อม" น่ะครับ :D หรือไม่ก็ "ม้าเจ๊ก" แห่งสามก๊ก

ขอเวลาให้ผมได้พิสูจน์ตัวเองกับแนวทางของผมก่อนครับ

เพียงแต่สิ่งที่ผมโพสต์ไปมันเป็นสิ่งที่ผมคิดและทำอยู่ มันจะทำได้ไม่ได้คงต้องใช้ระยะเวลาที่นานพอเพื่อที่จะพิสูจน์ครับ ซึ่งโดยส่วนตัว ผมตั้งเป้าไว้ว่าจะขอพิสูจน์ตัวเองโดยขอเวลามากกว่า 15 ปี ถ้าถึงเวลานั้น

บางทีการเขียนเล่าเรื่องให้คนอื่นฟัง มันก็เหมือนเราได้บททวนตัวเองด้วยครับ มิได้มีเจตนาต้องการจะให้ใครคิดว่าเราเก่งหรือว่าอะไร

เรื่องบางเรื่องผมเองยอมรับว่าก็รู้เพียงผิวเผิน แต่ก็เข้าใจตัวเองดีว่า เราอาจจะไม่ถนัดเรื่องนี้มากนัก เช่น การดูงบการเงินแบบละเอียด ก็เลยดูแค่ให้ออกว่าไม่มีอะไรร้ายแรงซ่อนอยู่

เดือนก่อนผมเคยดูรายการทีวี มีคนพูดถึง Tiger Woods ผมเองไม่ใช่คนเล่นกอล์ฟ แต่เรื่องราวที่เค้าเล่านี่น่าสนใจครับ

พิธีกรรายการเล่าว่า ตอนเด็ก Tiger ออกไปตีกอล์ฟกับพ่อ แต่จุดบอดของเค้าคือการตีลูกที่ตกลงไปในหลุมทรายให้ขึ้นมา พ่อของ Tiger จึงสั่งให้ลูกชายฝึกซ้อมการตีลูกขึ้นมาจากหลุมทราย วันละ 3 ชั่วโมง Tiger เชื่อพ่อจึงมาทำการซ้อมทุกวัน มีนักกอล์ฟคนหนึ่งในสนามเห็นเค้าซ้อม วันหนึ่งจึงเรียกให้มาตีกอล์ฟด้วยกัน และในตอนจบ นักกอล์ฟคนนั้นบอกกับ Tiger ว่า จริง ๆ จุดแข็งของ Tiger คือการตีลูกในไม้แรก ซึ่งถ้าเค้าทำตรงนี้ได้ดี ลูกมันจะมีโอกาสที่จะตกลงไปที่หลุมทรายน้อยมาก เค้าจึงแนะนำว่า Tiger ควรจะเอาเวลาที่เสียไปกับการฝึกซ้อมเพื่อแก้ไขจุดอ่อนของตัวเอง ไปฝึกซ้อมในสิ่งที่เป็นจุดแข็งของตัวเองน่าจะดีกว่า ส่วนเรื่องจุดอ่อนนั้น ให้ซ้อมพอประมาณก็พอ

ผมฟังถึงตรงนี้ จึงทำให้เข้าใจขึ้นมาเรื่องหนึ่งที่มันอาจจะเกี่ยวข้องกับการลงทุนก็คือ "ถ้าเราไม่ซื้อราคาที่ผิดไปตั้งแต่แรก ปัญหามันก็จะไม่เกิดขึ้น" และอีกเรื่องหนึ่งก็คือ "จงทำในสิ่งที่เราถนัด"

จะว่าไปหุ้นในตลาดไม่ว่าจะหุ้นดีหรือหุ้นไม่ดี ถ้าเราซื้อแพงมันก็เสียหายได้ทั้งนั้น และเช่นกันไม่ว่าจะหุ้นดีหรือหุ้นไม่ดีถ้าเราซื้อได้ถูกจริง มันก็สามารถทำกำไรให้เราได้เช่นกัน เพียงแต่ความแตกต่างของหุ้นดีและหุ้นไม่ดี ในความเห็นของผมนั้น หุ้นที่ไม่ดี ถ้าเราซื้อแพงแล้วยามมันลงมันมักจะลงหนักกว่าหุ้นดี และลักษณะที่มักจะคล้ายกันในหุ้นที่ไม่ดีก็คือ มักจะมีมือที่มองไม่เห็นเข้ามาเกี่ยวข้อง นอกจากนั้นโดยตัวธุรกิจเองก็อาจจะไม่มีปัญจัยบวกที่จะเป็นตัวเร่งรายได้หรือกำไรได้ ซึ่งบางครั้งถึงแม้จะซื้อได้ที่ราคาที่ต่ำ แต่ก็ต้องอาศัยปัจจัยภายนอกที่เราคาดการณ์ไม่ได้ เช่น สภาวะของตลาด, มือที่มองไม่เห็น ฯลฯ ที่จะทำให้ราคาหุ้นขึ้นไป
"Become a risk taker, not a risk maker"
leky
Verified User
โพสต์: 1803
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1060

โพสต์

romee เขียน:ช่วงหุ้นแนะนำ คนรอกันอีตรงนี้แหละ
ทางนักวิเคราะห์ให้ 0-3ดาว

กลุ่ม0ดาว คือยังไม่แน่นอนไรเลย
Dคอน, SAมาด, UAซี, TAอี, VPโอ, UAซี, AJดี,

กลุ่ม1ดาว
SPCจี (กลายเป็นหุ้นdefendsiveไปละ)
IEซี (หุ้นหนักไป...ไปรวมพาร์ก่อนมั้ย)
PSTซี ราคามารอแว้ว
กลุ่มน้ำตาล(เคSL, เคTIS, บีRR, เคBS) กลุ่มนี้ตลาดไม่ค่อยเล่น
soล่า (ลุ้นจัดสรร พวกโครงการรัฐ)
SUเปอร์(ราคาแรงเกิ๊น)
GENโค่ (ผบห.ไม่ค่อยอยู่ให้ นวค. เข้าไปพบ)
EPโค่ (เงียบเกิ๊น ทั้งๆที่ผบห.ซื้อหุ้นตัวเองตั้งเยอะ)
ซีhow, BWจี,
CEเอ็น/ UWซี จับมือกันทำชีวมวลมีจีนเป็นพันธมิตร

กลุ่ม2ดาว
TPCเอช ราคามาเร็วเกิ๊น
Eเอ, กันkul ราคารอแล้ว(รอขาย???)
TSอี ต้องลุ้น
C เอส เอส, KIAที (ทั้ง2ตัวนี้ฐานธุรกิจดีมากอยู่แล้ว)

กลุ่ม3ดาว (รออ่านกันใช่ป่ะครับ :oops:)
TพีIพีL (ถ้าไว้ใจคุณประชัยนะฮ่ะ)
ไอFEC (วางเกมส์ดี ลุ้นปรับประมาณการได้อีก)
DEMโก้ (ได้ประโยชน์ทางอ้อม กับอุตสาหกรรมนี้)

ช่วงถามตอบมีคนถามว่า ตัวใหนเด่นสุด ทางโบรคก็เชียร์ เอ้ย แนะนำ 2ตัวสุดท้ายที่ผมเขียนไปละครับ เพราะผบห.เก่ง เงินไม่มีปัญหา เข้ากับชาวบ้านในท้องที่ได้,

ส่วนอีกตัวก็รับก่อสร้างอย่างเดียวช่วงปีนี้ ก็หล่อเลือกได้เลยทีเดียว

(สังเกตุว่าหุ้นที่ทางนักวิเคราะห์พูด เป็นหุ้นที่มีบทวิเคราะห์ของโบรคนี้ทั้งนั้น)

เอามาฝากพี่หมอทุกท่านในห้องนี้ และเพื่อน พ้อง น้อง พี่ ประจำห้องนี้ครับ :) :B
มีตัวที่ผมติดตามอยู่ 2 ตัว แต่อยู่ในกลุ่ม 1 ดาว :D

แต่ผมว่ากลุ่ม 3 ดาวนี่ โบรกเค้าแนะนำจากอะไรหรือครับ ไม่แน่ใจว่าจากการประเมินรายได้ หรือจาก story เพราะรู้สึกว่าราคามันขึ้นมามากเหลือเกินครับ
"Become a risk taker, not a risk maker"
ภาพประจำตัวสมาชิก
ดำ
Verified User
โพสต์: 4214
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1061

โพสต์

leky เขียน:"ถ้าเราไม่ซื้อราคาที่ผิดไปตั้งแต่แรก ปัญหามันก็จะไม่เกิดขึ้น" และอีกเรื่องหนึ่งก็คือ "จงทำในสิ่งที่เราถนัด"
อันนี้ตรงกับที่จดเอาไว้ในบันทึกการลงทุนของผมเลยครับ
leky
Verified User
โพสต์: 1803
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1062

โพสต์

leky เขียน:
เพียงแต่สิ่งที่ผมโพสต์ไปมันเป็นสิ่งที่ผมคิดและทำอยู่ มันจะทำได้ไม่ได้คงต้องใช้ระยะเวลาที่นานพอเพื่อที่จะพิสูจน์ครับ ซึ่งโดยส่วนตัว ผมตั้งเป้าไว้ว่าจะขอพิสูจน์ตัวเองโดยขอเวลามากกว่า 15 ปี ถ้าถึงเวลานั้น
ทำไมผมถึงขอใช้เวลาพิสูจน์ตัวเอง 15 ปี ผมเองศึกษาเรื่องหุ้นมานาน แต่มาเริ่มลงทุนเต็มตัวจริง ๆ ก็ราว ๆ 7 ปีก่อน ต้นปีก่อนที่จะมีวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์พอดี พูดง่าย ๆ ว่ามาถึงก็เจอ "รับน้อง" แบบหนัก แบบว่าต้องเริ่มจากติดลบ ปีแรกโดนไปเลย -40%

และก็ยอมรับว่า 2-3 ปีที่ผ่านมา ตัวเองไม่แน่ใจว่า ตลาดหุ้นดีเกินไปหรือเปล่า และสิ่งที่ตามมามันก็ทำให้เกิดความสับสนว่า สิ่งที่เราได้มาเพราะเราทำ "ในแนวทางที่ถูกต้อง" หรือมันเป็นแค่ "การอยู่ถูกที่ถูกเวลา" เท่านั้น ฝีมือหรือโชคกันแน่

ผมเลยตั้งเป้าว่าในอีกราว ๆ 7-8 ปี ข้างหน้า ตลาดน่าจะไม่ดีแบบที่ผ่านมาอีก ถึงตอนนั้น มันคงเป็นช่วงเวลาที่ผมจะได้พิสูจน์ตัวเองอย่างแท้จริงครับ นอกจากนั้นแล้ว ผลตอบแทนที่ผมหวังไว้ ผมเคยคิดไว้ว่าคงต้องใช้เวลาราว ๆ 15 ปี ที่จะไปให้ได้ในจุดนั้น แต่ถ้ามันเร็วกว่านั้นก็ถือว่าเป็นโบนัสไปครับ
"Become a risk taker, not a risk maker"
leky
Verified User
โพสต์: 1803
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1063

โพสต์

วันก่อนไปเดินร้านหนังสือหลังจากไม่ได้เดินเป็นเดือน สิ่งที่เห็นคือหนังสือหุ้นมีเยอะขึ้นอย่างมาก มากจนผมลายตาไปหมดครับ มากแบบที่ผมไม่เคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนและผมก็คิดว่ามันน่าจะมีมากขึ้นอีกครับ
"Become a risk taker, not a risk maker"
ภาพประจำตัวสมาชิก
romee
Verified User
โพสต์: 1850
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1064

โพสต์

แต่ผมว่ากลุ่ม 3 ดาวนี่ โบรกเค้าแนะนำจากอะไรหรือครับ ไม่แน่ใจว่าจากการประเมินรายได้ หรือจาก story เพราะรู้สึกว่าราคามันขึ้นมามากเหลือเกินครับ
จากการได้มีนักวิเคราะห์ได้เข้าไปพูดคุยกับ ผบห. ครับ

แล้วเขาก็บอกว่าบริษัทที่ดีต้องมี มีเงินทุน, มีความรู้ความสามารถจริง, มีเวลาให้นักวิเคราะห์ได้พูดคุยจริงๆ, มีแผนงานเป็นขั้นเป็นตอนจริงๆ

ประมาณนี้ครับ ส่วนราคาที่สูงขึ้นอย่าง ไอเฟ... ผมเห็นบทวิเคราะห์ของกินเอง พูดไว้ตั้งแต่ตอน 6บาทนะคับ
You only live once, but if you do it right, once is enough.
ภาพประจำตัวสมาชิก
ดำ
Verified User
โพสต์: 4214
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1065

โพสต์

leky เขียน:วันก่อนไปเดินร้านหนังสือหลังจากไม่ได้เดินเป็นเดือน สิ่งที่เห็นคือหนังสือหุ้นมีเยอะขึ้นอย่างมาก มากจนผมลายตาไปหมดครับ มากแบบที่ผมไม่เคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนและผมก็คิดว่ามันน่าจะมีมากขึ้นอีกครับ
มันจะยิ่ง surprise อ. มากกว่านี้อีกครับ ถ้าอ.ลองสุ่มหยิบหลายๆ เล่มขึ้นมาพลิกอ่านเนื้อหาในนั้นดู :8)
ภาพประจำตัวสมาชิก
ดำ
Verified User
โพสต์: 4214
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1066

โพสต์

leky เขียน:"จงทำในสิ่งที่เราถนัด"
อยากสารภาพว่า ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีหลายครั้งมากๆ ที่ผมอดคิดไม่ได้ว่าทำไมหุ้นหลายตัวพื้นฐานก็แย่กว่าหุ้นที่เรามี หรือจะดูจากกราฟก็แพงมาก น่าขายมากกว่าน่าซื้อ หุ้นหลายตัวสถานะการเงินเหมือนรอวันจะเจ๊งอยู่แล้วด้วยซ้ำ แต่แค่พอมีข่าวว่าจะมีพันธมิตรสนใจ หรือจะเปิดตัวธุรกิจใหม่แค่นั้น หุ้นก็วิ่งฉิวหลายสิบ % หรือหุ้นบางตัวหนักกว่านั้นอีก ไม่มีข้อมูลอะไรเลย จู่ๆ ก็มีปริมาณซื้อขายมหาศาล ชนิดที่ว่าภายในวันเดียวมากกว่าที่ซื้อขายมาตลอดทั้งปีที่ผ่านมาซะอีก แล้วราคาก็วิ่งขึ้นหลายเท่าตัว ผมก็มัวแต่อึดอัด เทียบเขาเทียบเรา อยู่บ่อยครั้ง

ถึงตอนนี้ ผมเริ่มเข้าใจสัจธรรมแล้วครับว่า เราก็แค่คน 1 คน จะไปรู้มันทุกอย่างในตลาดหุ้น รู้ความเคลื่อนไหวหุ้นทุกตัว มันย่อมเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว แทนที่จะมัวเสียเวลาไปยุ่งกับหุ้นที่ไม่เข้าใจ สู้เอาเวลามาดูแล มาศึกษาหุ้นที่เราเข้าใจและถนัด ถือแล้วสบายใจจะดีกว่าเยอะ

แม้ทุกวันนี้ บางครั้งก็ยังอดเทียบเขาเทียบเราไม่ได้เด็ดขาด แต่ก็สามารถยอมรับความจริงว่าเรารู้แค่เสี้ยวหนึ่งในตลาดหุ้นที่ทำผลตอบแทนที่น่าพอใจเทียบกับความเสี่ยงที่เรายอมรับได้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว
leky
Verified User
โพสต์: 1803
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1067

โพสต์

romee เขียน:
แต่ผมว่ากลุ่ม 3 ดาวนี่ โบรกเค้าแนะนำจากอะไรหรือครับ ไม่แน่ใจว่าจากการประเมินรายได้ หรือจาก story เพราะรู้สึกว่าราคามันขึ้นมามากเหลือเกินครับ
จากการได้มีนักวิเคราะห์ได้เข้าไปพูดคุยกับ ผบห. ครับ

แล้วเขาก็บอกว่าบริษัทที่ดีต้องมี มีเงินทุน, มีความรู้ความสามารถจริง, มีเวลาให้นักวิเคราะห์ได้พูดคุยจริงๆ, มีแผนงานเป็นขั้นเป็นตอนจริงๆ

ประมาณนี้ครับ ส่วนราคาที่สูงขึ้นอย่าง ไอเฟ... ผมเห็นบทวิเคราะห์ของกินเอง พูดไว้ตั้งแต่ตอน 6บาทนะคับ

อึ้ง ตรงที่บอกว่าจะปรับประมาณการอีกนั่นแหละครับ เพราะเหมือนจะไปไกลล่วงหน้าว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจริงมากครับ
"Become a risk taker, not a risk maker"
leky
Verified User
โพสต์: 1803
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1068

โพสต์

ดำ เขียน:
leky เขียน:วันก่อนไปเดินร้านหนังสือหลังจากไม่ได้เดินเป็นเดือน สิ่งที่เห็นคือหนังสือหุ้นมีเยอะขึ้นอย่างมาก มากจนผมลายตาไปหมดครับ มากแบบที่ผมไม่เคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนและผมก็คิดว่ามันน่าจะมีมากขึ้นอีกครับ
มันจะยิ่ง surprise อ. มากกว่านี้อีกครับ ถ้าอ.ลองสุ่มหยิบหลายๆ เล่มขึ้นมาพลิกอ่านเนื้อหาในนั้นดู :8)
อึม แต่บางเล่มเนื้อหาหลวมจริง ๆ ครับ บางเล่มคนเขียนก็ไม่ยอมเปิดเผยตัวตน ไม่ลงประวัติ ที่หนักกว่านั้นคือใช้นามปากกาเสียอีก ซึ่งผมว่าหนังสือแนววิชาการแบบนี้ไม่ควรใช้นามแฝงครับ ผมว่าถ้ามือใหม่เข้าไปดูคงมึนส์น่าดูครับ :D

อีกเรื่องหนึ่งที่เล่นเอาผมตาลายไม่แพ้กันคือ หุ้น IPO ครับ หุ้นใหม่ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมานี่ ผมยอมรับเลยว่าไม่ค่อยรู้จัก จำชื่อย่อไม่ได้ จำว่าเค้าทำอะไรได้ไม่ครบทุกตัว ส่วนหนึ่งเพราะผมตั้งสมมติฐานไว้ว่าหุ้นเหล่านี้ ราคา IPO แพงกว่าพื้นฐาน ฉะนั้นผมจึงยังไม่สนใจในตอนนี้ รอให้ตลาดมันแย่แล้วหุ้นสะท้อนตัวตนออกมาค่อยว่ากัน เท่าที่สังเกตพอผ่านไปสามปีก็มักจะเห็นตัวตนที่แท้จริงครับ
"Become a risk taker, not a risk maker"
leky
Verified User
โพสต์: 1803
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1069

โพสต์

ดำ เขียน:
leky เขียน:"จงทำในสิ่งที่เราถนัด"
อยากสารภาพว่า ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีหลายครั้งมากๆ ที่ผมอดคิดไม่ได้ว่าทำไมหุ้นหลายตัวพื้นฐานก็แย่กว่าหุ้นที่เรามี หรือจะดูจากกราฟก็แพงมาก น่าขายมากกว่าน่าซื้อ หุ้นหลายตัวสถานะการเงินเหมือนรอวันจะเจ๊งอยู่แล้วด้วยซ้ำ แต่แค่พอมีข่าวว่าจะมีพันธมิตรสนใจ หรือจะเปิดตัวธุรกิจใหม่แค่นั้น หุ้นก็วิ่งฉิวหลายสิบ % หรือหุ้นบางตัวหนักกว่านั้นอีก ไม่มีข้อมูลอะไรเลย จู่ๆ ก็มีปริมาณซื้อขายมหาศาล ชนิดที่ว่าภายในวันเดียวมากกว่าที่ซื้อขายมาตลอดทั้งปีที่ผ่านมาซะอีก แล้วราคาก็วิ่งขึ้นหลายเท่าตัว ผมก็มัวแต่อึดอัด เทียบเขาเทียบเรา อยู่บ่อยครั้ง

ถึงตอนนี้ ผมเริ่มเข้าใจสัจธรรมแล้วครับว่า เราก็แค่คน 1 คน จะไปรู้มันทุกอย่างในตลาดหุ้น รู้ความเคลื่อนไหวหุ้นทุกตัว มันย่อมเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว แทนที่จะมัวเสียเวลาไปยุ่งกับหุ้นที่ไม่เข้าใจ สู้เอาเวลามาดูแล มาศึกษาหุ้นที่เราเข้าใจและถนัด ถือแล้วสบายใจจะดีกว่าเยอะ

แม้ทุกวันนี้ บางครั้งก็ยังอดเทียบเขาเทียบเราไม่ได้เด็ดขาด แต่ก็สามารถยอมรับความจริงว่าเรารู้แค่เสี้ยวหนึ่งในตลาดหุ้นที่ทำผลตอบแทนที่น่าพอใจเทียบกับความเสี่ยงที่เรายอมรับได้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว
ในความเห็นผม ผมคิดว่าหุ้นที่คุณดำพูดถึง น่าจะจัดว่าเป็น "ท่ายาก" ในการลงทุนสำหรับผมครับ ประเภทนักกระโดดน้ำ เล่นลังกาหลัง 3 รอบบวกใส่เกลียวอีก 1 รอบ ซึ่งถ้าทำได้ก็ได้โบนัสอื้อ แต่ถ้าพลาดก็โดนหักคะแนนหนักเช่นกันครับ

ยกตัวอย่างเช่น ตอนที่ หุ้นเอ็นผักราคา 3 สต. ใครกล้าซื้อ สุดท้ายมันขึ้นไป 16 สต. ตอนที่เสี่ยช่องสามเข้ามาซื้อหุ้นเพิ่มทุน

ไออีซี้ ราคา 2 สต. ใครกล้าซื้อ

หุ้นแบบนี้บางครั้งใจเราก็อดคิดไม่ได้ว่า "วันหนึ่งมันต้องเล่น" แต่มันจะวันไหนครับ แล้วอะไรมันถึงจะต้องเล่น เราก็ตอบไม่ได้ แต่ก็คิดว่ามันน่าจะเล่น แล้วบางครั้งมันก็เล่นจริง ๆ แต่เรากล้าหรือไม่ :D

ผมเคยเห็นรายชื่อผถห.ใหญ่หลายบ.ที่เป็นบ.เล็ก ๆ หรือหุ้นมีราคาต่ำมาก โดยที่บ.อาจจะมีพื้นฐานไม่ค่อยดีนักในสายตาของผม แต่บางครั้งผมกลับเจอรายชื่อของผถห.ใหญ่บางคนซ้ำ ๆ กันในบ.ลักษณะเหล่านี้ ผมเองก็ไม่ได้รู้จักผถห.เหล่านั้นนะครับ บางคนผมเคยเจอในงานประชุมผถห.แต่เท่าที่ไปยืนฟังเค้าคุยกัน ผมก็คิดว่าเค้าไม่ได้มีวิธีการลงทุนที่ซับซ้อนอะไรมาก แต่ผมเข้าใจว่ามันคงเป็นวิธีการลงทุนของนลท.เหล่านั้น ที่จะซื้อหุ้นที่ราคามันเคลื่อนไหวในระดับต่ำ ๆ แต่ที่ผมสังเกตสุดท้ายบ.เหล่านั้นมันก็ "มา" จริง ๆ และก็ไม่มีเหตุผลของการ "มา" เพียงแต่มันอาจจะต้องอาศัยช่วงที่ตลาดดี ๆ เพียงแต่วิธีการลงทุนในลักษณะแบบนี้ มันดูเหมือนไม่ยาก แต่ถ้าเราคิดจะทำมันต้องมี "หน้าตัก" ที่มากพอ ที่จะซื้อหุ้นหลาย ๆ ตัว และ "รอได้" จนกว่ามันจะวิ่ง แล้วในความเป็นจริง เรามี "หน้าตัก" ขนาดนั้นหรือไม่ เราสามารถ "รอได้" กับสิ่งที่คาดหมายอะไรไม่ได้หรือไม่

"หุ้นท่ายาก" นี้ ผมเองยอมรับว่าผมก็มีเผลอใจเข้าไปเล่นบ้างครับ ยอมรับว่ามันเหมือนเป็นหุ้นที่เราอธิบายอะไรในเชิงเหตุผลไม่ได้จริง ๆ เช่น ถ้าประเมินมูลค่าจะรู้สึกว่าต่อให้มันลงมามากมันก็ยังไม่ใช่หุ้นที่ถูก เพียงแต่ผมอาจจะรู้สึกอ้อม ๆ ว่ามันน่าจะซื้อได้โดยไม่เสี่ยงจนเกินไปนัก เช่นหุ้นลงมามากจนไม่ค่อยมีการซื้อขาย พร้อม ๆ กับผลประกอบการที่ย่ำแย่จนไม่รู้จะแย่ยังไง เพียงแต่การจะเล่นท่ายากนี้ ผมต้องแน่ใจว่า ผมไม่เสี่ยงจนเกินไปนัก เหมือนกับว่าถ้าผมกระโดดน้ำโดยเล่นลังกาหลังสามรอบบวกใส่เกลียวอีกหนึ่งรอบถ้าผมจะพลาด มันก็เป็นแค่รอบคัดเลือกที่คะแนนผมผ่านไปเล่นรอบต่อไปได้แน่นอนแล้ว ไม่ใช่เป็นการเล่นชี้เป็นชี้ตายที่ต้องลุ้นเข้ารอบ และผมจะมีเป้าหรือกรอบเวลาในการรอที่ "ตั้งธง" เอาไว้ในใจแล้ว และต่อให้ผมมั่นใจยังไงผมก็จะซื้อหุ้นในสัดส่วนที่ไม่มากนักไม่เกิน 10% และต้องมั่นใจว่าตัวเลขทางการเงินไม่แย่ถึงขนาดว่าจะต้องเพิ่มทุน ฯลฯ

ตัวอย่างที่ผมเคยเข้าไปเล่นก็คือ หุ้นขายข้าวถุง "คาเซ็ต" ตอนนั้นหลังจากโดนนโยบายจำนำข้าว หุ้นตัวนี้ก็โดนผลกระทบอย่างรุนแรง ขาดทุนติดต่อกันถึง 2 ปีแบบหนัก ๆ ราคาหุ้นจากแถว ๆ 4 บาทลงมาต่ำกว่า 2 บาท ตอนที่ลงมาขนาดนั้น ผมสังเกตว่าหุ้นไม่ค่อยมีการซื้อขาย แม้แต่วันที่ตลาดแย่ ๆ ซึ่งเข้าลักษณะ stress test ของผม ตอนที่ผมเริ่มสนใจหุ้นน่าจะอยู่แถว 1.7-1.8 บาท แต่วันดีคืนดีมันก็ขยับขึ้นไป ตอนนั้นที่ผมตัดสินใจกระโดดขึ้นรถไปด้วย เนื่องเพราะรัฐบาลโดนทำรัฐประหาร ซึ่งแน่นอน ในความรู้สึกของผมโครงการจำนำข้าวคงต้องถูกยกเลิกไปแน่นอน ซึ่งน่าจะเป็นผลดีต่อบ.แน่ แต่บ.จะได้อานิสงค์เมื่อไหร่ผมเองก็ตอบไม่ได้ แต่อย่างน้อยเรื่องนี้ก็เป็น story ที่ดีของ "คาเซ็ต" ตอนผมกระโดดขึ้นรถคันนี้ ราคาหุ้นอยู่แถว ๆ 2.xx จริง ๆ ผมตั้งธงว่าจะถือซักราว ๆ อย่างน้อยก็ 6 เดือนให้บ.ได้ประโยชน์จากการเลิกโครงการจำนำข้าว แต่อย่างที่บอกไป หุ้นพวกนี้มันมักจะ "ไปหรือมา" แบบไม่มีเหตุผล หลังจากผมถือหุ้นตัวนี้ได้ประมาณเดือนครึ่ง มันก็ "มาโดยไม่รู้สาเหตุ" ตอนนั้นในใจผมก็ไม่ต้องการจะรู้สาเหตุด้วยเหมือนกัน พอหุ้นมันขึ้นมา 3.xx ตอนนั้นผลตอบแทนกว่า 60% ที่ได้มาเร็วกว่าที่คิด ผมมองเห็นแต่เพียง ชายผ้าเหลืองที่กระซิบบอกผมว่า "โกยเถอะโยม" :D หลังจากลงจากรถคันนี้ ราคาหุ้นก็ยืนได้ไม่นานก่อนที่จะไหลลงไป หลังจากนั้นบ.ก็ประกาศเพิ่มทุน

หุ้นแบบนี้ผมเองถึงจะเข้าไปลิ้มลองบ้าง แต่ก็พยายามเลือกให้ตัวเองไม่เสี่ยงจนเกินไปนัก จะว่าไปผมว่ามันอาจจะไม่เหมาะกับนลท.มือใหม่หรือคนที่หัดเรียนรู้ครับ ผมเล่าให้ฟังสนุก ๆ แต่ต้องเข้าใจว่ามันคือหุ้นท่ายาก ท่ายากที่มักจะหาเหตุผลอะไรมาอธิบายไม่ได้ และถ้าพลาดเราอาจจะเจ็บหนักกระโดดลงมาหัวฟาดแพลทฟอร์มได้ครับ :D
"Become a risk taker, not a risk maker"
ภาพประจำตัวสมาชิก
ดำ
Verified User
โพสต์: 4214
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1070

โพสต์

โห... ไม่เสียแรงที่ผมสารภาพบาป เลยได้เปิดหูเปิดตา "กระบวนท่ายาก" ของ อ. ขอบคุณมากครับ
leky
Verified User
โพสต์: 1803
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1071

โพสต์

ดำ เขียน:โห... ไม่เสียแรงที่ผมสารภาพบาป เลยได้เปิดหูเปิดตา "กระบวนท่ายาก" ของ อ. ขอบคุณมากครับ
"หุ้นท่ายาก" พวกนี้จริง ๆ ไม่ค่อยอยากเล่ามากครับ เพราะมันเหมือน "วิชามาร"

1) ใช้ความรู้สึกมากกว่าเหตุผล
2) การขึ้นลงของราคาหุ้น มักจะอยู่เหนือเหตุผลของเรื่องปัจจัยทางพื้นฐาน
3) คนที่เข้าไปซื้อขายหุ้นเหล่านี้มักติดใจ bias ว่าตัวเองสามารถคาดการณ์เรื่องเหล่านี้ได้ ยิ่งเข้าไปซื้อขายบ่อยเข้า ก็ยิ่งเสี่ยงต่อความผิดพลาด เหมือนฝึกวิชาแล้วธาตุไฟเข้าแทรก

ที่ไม่ค่อยอยากเล่ามากเพราะเกรงว่าจะมีคนนำไปใช้แล้วเกิดความเสียหายครับ
"Become a risk taker, not a risk maker"
ภาพประจำตัวสมาชิก
ดำ
Verified User
โพสต์: 4214
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1072

โพสต์

งั้นเล่าพวก "ท่าพื้นฐาน" "วิชาเทพ" มั่งก็ได้ครับ อ. ผมรับหมดครับ :mrgreen:
leky
Verified User
โพสต์: 1803
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1073

โพสต์

ดำ เขียน:งั้นเล่าพวก "ท่าพื้นฐาน" "วิชาเทพ" มั่งก็ได้ครับ อ. ผมรับหมดครับ :mrgreen:
เรื่อง "เล่นท่าเล่นทาง" นี่ ผมไม่ค่อยถนัดครับ คงต้องให้อ.หนึ่งมาช่วยตอบแล้ว อ.น่าจะมีประสบการณ์มากกว่าผมครับ :mrgreen:
"Become a risk taker, not a risk maker"
ภาพประจำตัวสมาชิก
romee
Verified User
โพสต์: 1850
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1074

โพสต์

พี่หมอ lekyครับ

1.ระหว่างหาหุ้นที่งบแย่ชั่วคราว กับหาหุ้นที่น่าจะโตในอนาคต ส่วนตัวพี่หมอใช้วิธีใหนมากกว่ากัน
แล้วผลตอบแทนที่ผ่านมา ส่วนใหญ่แบบใหนดีกว่ากันอ่ะครับ

2.หุ้นที่งบแย่ชั่วคราว ที่พี่หมอหา หาผ่านงบการเงิน หรือหาผ่านข่าวเศรษฐกิจ เช่นปัญหาสินค้าเกษตร, ปัญหาของตลาดรถยนต์ซบเซา เหรอครับ

ขอบคุณล่วงหน้าครับ :B
You only live once, but if you do it right, once is enough.
leky
Verified User
โพสต์: 1803
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1075

โพสต์

romee เขียน:พี่หมอ lekyครับ

1.ระหว่างหาหุ้นที่งบแย่ชั่วคราว กับหาหุ้นที่น่าจะโตในอนาคต ส่วนตัวพี่หมอใช้วิธีใหนมากกว่ากัน
แล้วผลตอบแทนที่ผ่านมา ส่วนใหญ่แบบใหนดีกว่ากันอ่ะครับ

2.หุ้นที่งบแย่ชั่วคราว ที่พี่หมอหา หาผ่านงบการเงิน หรือหาผ่านข่าวเศรษฐกิจ เช่นปัญหาสินค้าเกษตร, ปัญหาของตลาดรถยนต์ซบเซา เหรอครับ

ขอบคุณล่วงหน้าครับ :B
ตอบข้อ 1

จริง ๆ ผมมีวิธีเลือกหุ้นหลายวิธีครับ แต่ละวิธีก็ถนัดมากน้อยแตกต่างกันออกไป แต่จากคำถามข้อ 1 ถ้าให้ตอบระหว่างสองวิธี ยอมรับว่าถนัดวิธีแรกมากกว่าครับ แต่ไม่ได้แปลว่าวิธีนี้ดีกว่าวิธีที่สองนะครับ เพราะแต่ละคนความถนัดไม่เหมือนกัน ถ้าเราถนัดวิธีไหน แน่นอนครับวิธีนั้นย่อมให้ผลตอบแทนมากกว่าอีกวิธีหนึ่งอยู่แล้ว

เพราะอะไรถึงเป็นวิธีแรก เพราะตัวเองมีความเชื่อส่วนตัวว่า หุ้นที่โดนข่าวร้าย ราคาไหลลงมา ยิ่งลงมาแรงเท่าไหร่ "downside" มันจะถูก "จำกัด" มากขึ้นครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราต้องเข้าใจก่อนว่า "ข่าวร้าย" ที่ว่านั้น มันคืออะไร แก้ไขได้หรือไม่ กินเวลานานแค่ไหน ถึงขนาดที่หุ้นตัวนั้นจะมีพื้นฐานเปลี่ยนไปหรือไม่ และสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ "แล้วอะไรที่จะทำให้มันกลับขึ้นไปได้" ซึ่งถ้าไม่มีข้อสุดท้าย ต่อให้มันลงมาผมก็อาจจะไม่สนใจ "ยกเว้น" ว่ามัน เป็นราคาที่ "โคตร sale" แบบชนิดที่เรียกว่าซื้อเก็บไว้ก็ไม่เสียหาย ถึงไม่มีตัวเร่งที่จะเร่งราคากลับขึ้นไป ราคาหุ้นที่ต่ำมากก็อาจจะโดนสภาพตลาด ฯลฯ ดึงกลับขึ้นไปได้บ้าง แบบนี้ก็ยังน่าสนใจ

เพราะอะไรถึงไม่ชอบวิธีที่สอง เช่นกัน เพราะตัวเองมีความเชื่อส่วนตัวว่า หุ้นในลักษณะแบบนั้นมักจะเทรดที่ราคาที่ไม่ค่อยถูกนัก มักจะมีค่าพรีเมี่ยมเสมอ นั่นแปลว่าถ้าเราจะซื้อหุ้นได้อาจจะต้องอาศัยช่วงที่ตลาดไม่ดีแล้วดึงให้หุ้นตกลงมาจนราคาอยู่ในระดับที่น่าสนใจ นอกจากนั้นหุ้นแบบนี้ถ้าผมจะสนใจจริง ๆ ผมคงต้องรู้สึกว่าหุ้นตัวนั้นมีรายได้หรือกำไรก้าวกระโดดอย่างมาก มากพอที่ upside จะทดแทน downside ที่สูงขึ้นได้ อีกมุมหนึ่งที่ผมมีความเชื่อส่วนตัวก็คือ เนื่องจากมันเทรดกันที่ราคาที่มีค่าพรีเมี่ยม หมายถึงมีความคาดหวังในการเติบโต ถ้าเมื่อไหร่รายได้หรือกำไร "สะดุด" ต่อให้เป็นหุ้นเติบโตก็สร้างความหายนะได้เช่นกัน

ตัวอย่างสด ๆ ร้อน ๆ ของหุ้นในแบบแรก

1) หุ้นถังแก๊ส โดนพิษของออร์เดอร์ของลูกค้ารายใหญ่ที่หายไป หุ้นร่วงจาก 30 กว่าบาท ลงไปต่ำกว่า 20 บาท ก่อนที่ออร์เดอร์จะกลับมาพร้อมกับกำลังผลิตและประสิทธิภาพของโรงงานที่ดีขึ้น ปัจจุบันหุ้นอยู่ที่ 75 บาท

2) หุ้นแม่สี โดนพิษของราคาสังกะสีตกต่ำบวกกับการตั้งค่าขาดทุนจากบ.ย่อยหลายร้อยล้านบาท หุ้นโดนน๊อค ราคาร่วงจาก 15 บาท ลงมาแถว 9 บาท ก่อนที่ราคาสังกะสีจะกลับตัวพร้อมกับโบนัสเรื่องธุรกิจสีเขียว ปัจจุบันหุ้นอยู่ที่ 18 บาท

3) หุ้นสิ่งพิมพ์ โดนพิษของบ.ย่อยที่ขายของ IT ที่มีกำไรตกต่ำ หุ้นมีอาการเมาหมัด ร่วงจาก 8 บาท เหลือ 5 บาทกว่า ก่อนจะได้อานิสงค์จากแสตมป์ร้านสะดวกซื้อ ปัจจุบันหุ้นอยู่ที่เกือบ 10 บาท

ตอบข้อ 2

หาทุกช่องทางที่ตัวเองพอจะมีปัญญาหาได้ครับ :D ข่าวผลประกอบการ พวกที่กำไรลดลงมากกว่า 20% นี่ ชอบเลยครับ ข่าวทั่ว ๆ ไป จะว่าไปผมว่าในปัจจุบันมันมีหุ้นอยู่หลายกลุ่มครับ ที่เราน่าจะรู้สึกว่ามันไม่น่าจะแพง เพียงแต่ มันจะกลับมาได้เมื่อไหร่เท่านั้น หุ้นบางกลุ่ม sentiment ต่ออุตสาหกรรมเสียไป กว่าจะกลับมาก็ค่อนข้างยาก ถึงแม้ว่าสภาวะตลาดโดยทั่วไปจะดีก็ตาม

หุ้นแบบนี้คนที่รอก็จะมีสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือ จะรอให้ราคาลงมาสุด ๆ ทั้ง ๆ ที่บางครั้งราคาหุ้นมันก็ต่ำอยู่แล้ว กับอีกกลุ่มหนึ่งคือพวกที่รอให้หุ้นเหล่านั้นมีปัจจัยบวกที่จะฟื้นกลับมา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราต้องเข้าใจปัญหาของหุ้นหรืออุตสาหกรรมนั้น ๆ และเข้าใจว่ามันจะแก้ไขได้อย่างไร ไม่เช่นนั้น ถึงแม้เราจะได้ของที่ราคาไม่แพง มันก็อาจจะอยู่ที่ตรงนั้นไปเรื่อย ๆ ถ้าตลาดดีก็อาจจะขึ้นตามไปกับตลาดด้วยหรือถ้าโชคร้ายมันก็อาจจะมีราคาที่ต่ำลงไปได้อีก เราซื้อหุ้นตัวหนึ่งคงคาดหวังกับกำไรของการซื้อหุ้นตัวนั้น คงไม่ใช่หวังเรื่องความภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าของหุ้นตัวนั้น โดยที่มันไม่ได้ทำกำไรให้เราเลย หุ้นเหล่านี้ที่ผมพอจะนึกออกก็เช่น หุ้นยาง หุ้นรถยนต์ หุ้นสินค้า IT หุ้นถ่านหิน
"Become a risk taker, not a risk maker"
leky
Verified User
โพสต์: 1803
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1076

โพสต์

leky เขียน: หุ้นแบบนี้คนที่รอก็จะมีสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือ จะรอให้ราคาลงมาสุด ๆ ทั้ง ๆ ที่บางครั้งราคาหุ้นมันก็ต่ำอยู่แล้ว กับอีกกลุ่มหนึ่งคือพวกที่รอให้หุ้นเหล่านั้นมีปัจจัยบวกที่จะฟื้นกลับมา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราต้องเข้าใจปัญหาของหุ้นหรืออุตสาหกรรมนั้น ๆ และเข้าใจว่ามันจะแก้ไขได้อย่างไร ไม่เช่นนั้น ถึงแม้เราจะได้ของที่ราคาไม่แพง มันก็อาจจะอยู่ที่ตรงนั้นไปเรื่อย ๆ ถ้าตลาดดีก็อาจจะขึ้นตามไปกับตลาดด้วยหรือถ้าโชคร้ายมันก็อาจจะมีราคาที่ต่ำลงไปได้อีก เราซื้อหุ้นตัวหนึ่งคงคาดหวังกับกำไรของการซื้อหุ้นตัวนั้น คงไม่ใช่หวังเรื่องความภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าของหุ้นตัวนั้น โดยที่มันไม่ได้ทำกำไรให้เราเลย หุ้นเหล่านี้ที่ผมพอจะนึกออกก็เช่น หุ้นยาง หุ้นรถยนต์ หุ้นสินค้า IT หุ้นถ่านหิน
หุ้นยาง -----> รอออร์เดอร์จากจีนเพิ่ม ??? เกษตรกรทนไม่ไหว พร้อมใจกันโค่นยางทิ้ง ???

หุ้นรถยนต์ -----> ขายในประเทศไม่ได้ก็ส่งออกให้มากขึ้น ??? รอรถในโครงการรถคันแรกเก่าและมีการเปลี่ยนรถใหม่ ??? บ.ผลิตชิ้นส่วนต่างคนต่างแย่งลูกค้ารายใหญ่มาเป็นของตัวเอง ???

หุ้นสินค้า IT -----> หันมาเล่นสินค้ากลุ่ม smart phone เพิ่มขึ้น ??? ไปตลาดต่างประเทศพวกพม่า เขมร ???

หุ้นถ่านหิน -----> รอการบริโภคถ่านหินจากจีน อินเดีย ???

อันนี้ผมคิดเล่น ๆ นะครับ ถ้าใครพอนึกออกว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่จะทำให้หุ้นกลุ่มเหล่านี้กลับมาได้ก็ลองมาช่วยกันนึกดูครับ
"Become a risk taker, not a risk maker"
ภาพประจำตัวสมาชิก
romee
Verified User
โพสต์: 1850
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1077

โพสต์

ตอบข้อ 2

หาทุกช่องทางที่ตัวเองพอจะมีปัญญาหาได้ครับ :D ข่าวผลประกอบการ พวกที่กำไรลดลงมากกว่า 20% นี่ ชอบเลยครับ
เอ่อพี่หมอครับ ถ้าใช้วิธีนี้กับงบปี57 ผมว่าเกินครึ่งตลาดนะฮ่ะ ที่กำไรลดลงกว่า20%
แล้วมันลดเพราะยอดขายด้วยนะครับ :la:

ขอบคุณกับคำชี้แนะครับ :mrgreen:
You only live once, but if you do it right, once is enough.
ภาพประจำตัวสมาชิก
ดำ
Verified User
โพสต์: 4214
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1078

โพสต์

leky เขียน:อันนี้ผมคิดเล่น ๆ นะครับ ถ้าใครพอนึกออกว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่จะทำให้หุ้นกลุ่มเหล่านี้กลับมาได้ก็ลองมาช่วยกันนึกดูครับ
ถ้าตามสมัยนิยมก็เปลี่ยนไปทำพลังงานทดแทนครับ :8)
leky
Verified User
โพสต์: 1803
ผู้ติดตาม: 0

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1079

โพสต์

romee เขียน:
ตอบข้อ 2

หาทุกช่องทางที่ตัวเองพอจะมีปัญญาหาได้ครับ :D ข่าวผลประกอบการ พวกที่กำไรลดลงมากกว่า 20% นี่ ชอบเลยครับ
เอ่อพี่หมอครับ ถ้าใช้วิธีนี้กับงบปี57 ผมว่าเกินครึ่งตลาดนะฮ่ะ ที่กำไรลดลงกว่า20%
แล้วมันลดเพราะยอดขายด้วยนะครับ :la:

ขอบคุณกับคำชี้แนะครับ :mrgreen:
มันต้องดู ๆ เอาครับ ดูบ่อย ๆ มันจะทำให้พอทราบว่า อันไหนที่น่าเข้าไปดูต่อ บางทีมันก็มี "หลุด" ครับ ประเภทลดแบบหลอก ๆ พวกนั้นน่ะครับ
"Become a risk taker, not a risk maker"
jverakul
Verified User
โพสต์: 1959
ผู้ติดตาม: 1

Re: VI หาดใหญ่

โพสต์ที่ 1080

โพสต์

โค้ด: เลือกทั้งหมด



ดีเดย์ประกาศเกณฑ์ตลาดแรกมีนาคมนี้ ก.ล.ต.-ตลท.เดินหน้าจูงบริษัทต่างชาติจดทะเบียน

ก.ล.ต.ดีเดย์ประกาศให้บริษัทต่างชาติจดทะเบียนตลาดหุ้นไทยเป็นตลาดแรก ภายในปลาย ก.พ.-ต้น มี.ค.นี้ เดินหน้าประสาน ก.ล.ต.จีนลงนามเอ็มโอยูกำกับ รับ-ส่งข้อมูลระหว่างกัน ฟาก ตลท.รับลูกเดินหน้าประชาสัมพันธ์ จูงใจบริษัทในประเทศเพื่อนบ้าน

นายประกิด บุณยัษฐิติ ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า สำหรับหลักเกณฑ์ต่างประเทศเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยเป็นตลาดแรก (Primary Listing) คาดว่าจะสามารถประกาศอย่างเป็นทางการได้ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ หรือช่วงต้นเดือนมีนาคมนี้ ซึ่งจะทำให้บริษัทต่างประเทศที่ยังไม่เคยเข้าจดทะเบียนในตลาดใดมาก่อน เข้ามาระดมทุนในตลาดหุ้นไทยเป็นตลาดแรกได้

นอกจากนี้ ภายใต้หลักเกณฑ์ Primary Listing ก.ล.ต.ยังได้ประสานความร่วมมือกับคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของจีน (China Securities Regulatory Commission : CSRC) เพื่อให้ส่งมอบข้อมูลบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ระหว่างกัน และในอนาคตจะมีการลงนามความร่วมมือต่าง ๆ เช่น การกำกับผู้สอบบัญชี รวมถึง ก.ล.ต.ไทยจะเดินทางไปโรดโชว์ให้ข้อมูลกับผู้ประกอบการในประเทศจีนด้วย

ส่วนเกณฑ์การรับบริษัทที่มีการจัดโครงสร้างในรูปของการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) เข้ามาจดทะเบียนนั้น แม้จะเป็นช่องทางหนึ่งที่จะเปิดโอกาสให้บริษัทต่างประเทศเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยได้ แต่สำหรับบริษัทจากจีนที่จะเข้ามาด้วยเกณฑ์โฮลดิ้งจะมีปัญหา

ที่หลายบริษัทเข้าไปตั้งธุรกิจในเกาะปลอดภาษีเช่นเคย์แมนบริติชเวอร์จิ้นซึ่ง ก.ล.ต.จีนไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบหรือส่งข้อมูลของบริษัทเหล่านั้นให้ ก.ล.ต.ไทยได้ ดังนั้นหากบริษัทเหล่านั้นสนใจเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยด้วยเกณฑ์โฮลดิ้งจึงไม่สามารถทำได้

"ที่ผ่านมาก.ล.ต.จีนไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบบริษัทจีนที่ไปจดทะเบียนในหมู่เกาะปลอดภาษีได้ขณะที่เกณฑ์โฮลดิ้งของไทยก็กำหนดว่าหากบริษัทต่างชาติจะเข้ามาจดทะเบียนด้วยเกณฑ์นี้หน่วยงานกำกับประเทศต้นทางจะต้องให้ความร่วมมือส่งข้อมูลให้ ก.ล.ต.ไทย ซึ่งประเด็นนี้ จึงทำให้บริษัทจีนที่จดทะเบียนในหมู่เกาะปลอดภาษี ไม่สามารถเข้าเกณฑ์โฮลดิ้งได้" นางสาวปวีณา ศรีโพธิ์ทอง ผู้ช่วยผู้จัดการหัวหน้ากลุ่มงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า หาก ก.ล.ต.ประกาศหลักเกณฑ์ Primary Listing แล้ว คาดว่าภายในเดือนมีนาคม ตลท.น่าจะเริ่มทำการตลาด ประชาสัมพันธ์ข้อมูล และแจ้งวิธีการเข้าจดทะเบียนให้แก่บริษัทต่างประเทศได้รับทราบ

ทั้งนี้ เชื่อว่าผู้ประกอบการต่างชาติจะให้ความสนใจเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย เนื่องจากที่ผ่านมา 2-3 ปี ตลาดหุ้นไทยมีสภาพคล่องการซื้อขายที่สูงกว่าตลาดหุ้นชั้นนำอย่างสิงคโปร์มาโดยตลอด อีกทั้งในแง่ของราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (P/E) ของตลาดหุ้นไทยก็อยู่ในระดับค่อนข้างสูง จึงส่งผลให้บริษัทต่าง ๆ สามารถกำหนดราคาหุ้นได้ในระดับที่น่าพึงพอใจ และหากหลักเกณฑ์ Primary Listing ชัดเจนแล้ว ก็น่าจะทำให้บริษัทในประเทศเพื่อนบ้านอาจมีความสนใจเข้ามาจดทะเบียนซื้อขายในประเทศไทยมากขึ้น 
http://www.prachachat.net/news_detail.p ... 1424665849

เพื่อเป็นข้อมูลครับ :D

ทำให้ผมรู้ว่ายังมีโอกาสซื้อหุ้นต่างประเทศเหมือนท่านอื่นบ้าง 555
" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "