|0 คอมเมนต์
winnermax เขียน:[ขอบคุณครับ
ในงบการเงิน เราจะสามารถพอบอกได้ไหมครับ ว่า อนุพันธ์ที่บริษัทฯ ใช้ไปนั้น ถูกใช้ไปในทางป้องกันความเสี่ยง หรือ
ใช้ในแง่เก็งกำไร
หรือถามใหม่คือว่า จะมีวิธีบอกได้ไหมครบ ว่าบริษัทฯ ไม่ได้ใช้ อนุพันธ์ในแง่เก็งกำไรมากเกินไปครับ
ให้ดูที่หมายเหตุประกอบงบการเงิน บริษัทให้รายละเอียดระหว่างอนุพันธ์เพื่อค้ากับอนุพันธ์เพื่อป้องกันความเสี่ยง และในหมายเหตุที่เกี่ยวข้องกับ นโยบายบริหารความเสี่ยง ของกิจการ อย่างไรก็ตามในงบการเงิน หากมีรายการกำไรหรือขาดทุนจากอนุพันธ์ ตัวเลขก็จะเป็นที่สะดุดตา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากกิจการนั้นไม่ควรมีรายได้หลักจากการค้าอนุพันธ์ครับ
เพิ่มเติมนิดหนึ่ง
การประเมินความเสี่ยงของอนุพันธ์จะดูยากหน่อย แต่พอบอกได้ว่ามีตัวแสดงอะไรบ้างที่เกี่ยวข้อง
1. อนุพันธ์ที่บริษัทซื้อหรือขายอาจจัดประเภทเป็นการป้องกันความเสี่ยงทางบัญชีหรือเป็น trading securities ถ้าถือเป็นการป้องกันความเสี่ยง บริษัทจะต้องระบุลงไปอย่างชัดเจนว่ารายการที่ป้องกันความเสี่ยงไว้คืออะไร และการป้องกันความเสี่ยงเข้าข่ายเป็นการป้องกันความเสี่ยงชนิดใด (การป้องกันความเสี่ยงมูลค่ายุติธรรม การป้องกันความเสี่ยงกระแสเงินสด การป้องกันความเสี่ยงเงินลงทุนสุทธิในต่างประเทศ) ถ้าเราอ่านหมายเหตุประกอบงบการเงินแล้วพบว่า อนุพันธ์ที่บริษัทมีอยู่ถือเป็นรายการที่ใช้ป้องกันความเสี่ยง เราอาจสบายใจได้ระดับหนึ่ง (ถ้าไม่มีอะไรตุกติก) เพราะกฎบัญชีค่อนข้างเข้มกับการจัดประเภทอนุพันธ์ให้เป็นการป้องกันความเสี่ยง
2. ถ้าอนุพันธ์ที่บริษัทมีอยู่ ไม่เข้าข่ายเป็นการป้องกันความเสี่ยงในทางบัญชี สิ่งที่เราต้องคำนึงถึงมี 2 ประเด็น
2.1 อนุพันธ์นั้นก็ยังอาจมีไว้เพื่อป้องกันความเสี่ยง เพียงแต่ไม่สามารถจัดประเภทเป็นการป้องกันความเสี่ยงทางบัญชี เพราะไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด เราควรจะอาจหมายเหตุเพื่อหาเหตุผลว่าบริษัทมีอนุพันธ์ไว้เพื่ออะไร หากบริษัทบอกว่ามีไว้เพื่อการป้องกันความเสี่ยง ให้ดูต่อไปว่ารายการที่ป้องกันความเสี่ยงไว้คืออะไร จากนั้น เราต้องพยายามหาว่า กำไรขาดทุนที่เกิดจากอนุพันธ์ (แสดงอยู่ในงบกำไรขาดทุน) เป็นจำนวนที่พอเหมาะกับกำไรขาดทุนที่เกิดจากรายการที่ป้องกันความเสี่ยงไว้หรือไม่ การดูกำไรขาดทุนจากรายการที่ป้องกันความเสี่ยงไว้อาจดูยาก ถ้าบริษัทไม่เปิดเผยข้อมูลไว้ แต่บางครั้งเราจะพบว่า บริษัททำการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนหรือสินค้าคงเหลือ เราจะพบว่ากำไรขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนของรายการที่ป้องกันความเสี่ยงไว้จะเกิดขึ้นในทิศทางตรงข้ามกับกำไรขาดทุนที่เกิดจากอนุพันธ์ ถ้านำกำไรขาดทุนจาก 2 รายการนั้น(อนุพันธ์กับรายการที่ป้องกันความเสี่ยงไว้) มาหักลบกันแล้วมีจำนวนสุทธิที่ได้ไม่สูงมาก เราก็สบายใจได้ระดับหนึ่ง
บางครั้ง บริษัทมีอนุพันธ์ไว้เพื่อป้องกันความเสี่ยงราคาสินค้าคงเหลือ แต่อนุพันธ์นี้ไม่เข้าข่ายเป็นการป้องกันความเสี่ยงทางบัญชี ถ้าราคาสินค้าคงเหลือลดลง บริษัทจะบันทึกกำไีรจากอนุพันธ์ และบันทึกขาดทุนจากสินค้าคงเหลือ กรณีนี้เราสามารถนำกำไรขาดทุนของทั้ง 2 รายการมาหักลบกันเพื่อดูว่าการป้องกันความเสี่ยงนั้นมีจำนวนที่เรารับได้เพียงไร
แต่ถ้่าสินค้าคงเหลือมีราคาสูงขึ้น กรณีนี้เราต้องทำการบ้านเพิ่ม เพราะบริษัทจะบันทึกขาดทุนจากอนุพันธ์ แต่จะไม่บันทึกกำไรจากสินค้าคงเหลือ เราต้องทำการคาดเดาว่าขาดทุนที่เกิดจากอนุพันธ์มีจำนวนพอเหมาะกับราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นหรือไม่ (อาจเทียบเป็น%) บางครั้งบริษัทอาจเปิดเผยตัวเลขให้เราทราบ ทำให้ไม่ต้องเดา
บางครั้ง บริษัทมีอนุพันธ์ไว้เพื่อป้องกันความเสึ่ยงรายการที่ยังไม่เกิดขึ้น กรณีนี้ดูได้ยากมาก ต้องสังเกตจากกำไรขาดทุนจากอนุพันธ์ว่ามีจำนวนมากขนาดไหน (เหมือนที่อาจารย์วิเชษฐ์ winnermax บอกว่า กำไรขาดทุนนี้ถ้ามีจำนวนมากก็จะเด่นออกมา) ถ้ามากและบริษัมไม่เปิดเผยข้อมูลไว้อย่างเพียงพอ รีบสอบถามไปทางบริษัททันทีเพื่อหาคำอธิบาย
2.2 บริษัทไม่ได้ซื้อขายอนุพันธ์เพื่อป้องกันความเสี่ยง แต่ซื้อขายในลักษณะ trading เช่น ธนาคาร กรณีนี้ บริษัทมักมีการปิด position ของตัวเองสม่ำเสมอ ทำให้เกิดความเสี่ยงในระดับที่รับได้อยู่แล้ว กรณีนี้ให้สังเกตจากการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่ายุติธรรมของอนุพันธ์ทั้งหมดทุกรายการ ถ้านำมูลค่ายุติธรรมมาหักลบกันแล้ว จำนวนสุทธิเข้าใกล้ 0 ไม่ว่าจะเป็นบวกหรือลบ แสดงว่าความเสี่ยงจากอนุพันธ์เข้าใกล้ 0 อยู่แล้ว( ทั้งนี้เราอาจต้องนำกำไรขาดทุนจากรายการที่เกี่ยวข้องกับอนุพันธ์มาดูประกอบด้วย เช่น กำไรขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ถ้าการซื้อขายอนุพันธ์นั้นมี position เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยน (กลับไปเรื่องที่ว่าอนุพันธ์นั้นมีไว้ป้องกันความเสี่ยงข้างต้น))
คร่าวๆ แค่นี้ก่อนนะคะ เรื่องเกี่ยวกับอนุพันธ์นั้น ยาวค่ะ