|0 คอมเมนต์
ความหมายคือผู้บริหารธนาคารพาณิชย์เหล่านั้นจำเป็นอาจต้องจำกัดตัวเองในการขยายสินเชื่อ ปัญหาในวงกว้างคือ ความเชื่อมั่นในการให้สินเชื่อระหว่างธนาคารจะถูกกระทบไปด้วย หมายถึงสภาพคล่องในตลาดการเงินระหว่างประเทศ ทั้งสองเรื่องส่งผลกระทบผ่านมายังประเทศไทยไม่มากก็น้อย ทั้งภาพรวมเศรษฐกิจใหญ่ของโลก 2-3 ช่องทาง รวมถึงการส่งออกไม่มากก็น้อย
"ตลาดการเงิน ความจริงสภาพคล่องในตลาดยูโรไม่กระทบมาก แต่การที่ธนาคารพาณิชย์ไม่เชื่อในเครดิตซึ่งกันและกันได้ส่งผลให้สภาพคล่องทางการเงินลดลง และกระทบต่อตลาดเครดิตระหว่างประเทศได้
"ส่วนปัญหาของสหรัฐอเมริกาเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ซึ่งไม่สามารถแก้ไขได้ในเวลาสั้น เช่น ปัญหาเรื่องสินเชื่อบ้าน ตลาดแรงงาน มีการว่างงานค่อนข้างสูงเกิน 9% และแก้ไขได้ยาก ต้องใช้ระยะเวลา นอกจากนี้ ความพยายามที่จะลดการขาดดุลการคลัง ไม่สามารถผลักดันข้อเสนอให้ผ่านความเห็นชอบในรัฐสภาได้ น่าจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจของสหรัฐ และตลาดการเงิน.....
"มีคนถามผมว่า ปัญหาน้ำท่วมกับปัญหาเศรษฐกิจในยุโรป และสหรัฐอะไรหนักกว่ากัน? ในเบื้องต้นผมคิดว่าเรื่องน้ำท่วมเป็นเรื่องใกล้ตัวและแรง แต่เป็นเพียงระยะสั้น น้ำท่วมน่าจะแรงในไตรมาส 4 แต่อีก 4-5 เดือนจากนี้ไปประมาณไตรมาส 2 ของปี 2555 ช่วงนั้นเวลานั้นเราอาจไม่มีผลกระทบในเรื่องน้ำท่วม
"แต่เวลานั้นเมฆหมอกจากต่างประเทศ ซึ่งเวลานี้สีเทาๆ มันมีโอกาสที่จะเป็นสีดำได้ เพราะฉะนั้นด้านหนึ่งต้องระวังปัญหาภายในประเทศ อีกด้านหนึ่งต้องระวังความเสี่ยงจากต่างประเทศ เหตุการณ์ในต่างประเทศทำให้หลายคนในระยะหลังจึงมีการฝากความหวังไว้กับเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียในการที่จะประคองเศรษฐกิจโลก ขณะนี้โดยรวมค่อนข้างจะดีกว่ายุโรปและอเมริกา แต่เศรษฐกิจในทุกภูมิภาคของโลกมีการเชื่อมโยงกันมาก หากว่าเศรษฐกิจยุโรปและอเมริกามีการชะลอลงมาก จะกระทบต่อเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียด้วย.....
"แต่ถึงแม้จะได้พูดเรื่องนี้ไว้ แต่ผมยังอยากพูดเพิ่มเติมว่า ยังมีความจำเป็นต้องเก็บกระสุนไว้บ้าง เพราะการใช้จ่ายเรื่องการลงทุนทรัพยากรน้ำ คิดว่าต้องใช้เงินจำนวนมาก แต่ขณะเดียวกันเพื่อความรอบคอบจำเป็นต้องเผื่อกระสุนไว้บ้าง เพราะอีกด้านหนึ่งเมฆหมอกต่างๆ จากต่างประเทศอาจจะหนักขึ้นมาจากเศรษฐกิจโลก และส่งผลมากระทบต่อประเทศไทย ยังมีเค้าลางความเป็นไปได้ค่อนข้างสูง และหากว่าเป็นอย่างนั้น ก็มีความจำเป็นต้องอาศัยมาตรการของภาครัฐ เข้าประคองสถานการณ์ จึงเป็นความท้าทาย เพิ่มเติมเข้าไปอีกในการบริหารจัดการด้านการคลังของประเทศ....."
ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล
ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
ปาฐกถา "ทิศทางเศรษฐกิจไทย"
23 พ.ย.2554
หน้า 6,มติชนรายวัน ฉบับวันศุกร์ที่ 2 ธันวาคม 2554