
อาจเป็นเพราะ ปาล์ม ปลูกได้ แค่ บางส่วนของโลก
และถั่วเหลือง ให้ น้ำมัน น้อย เกิน ไป (อาจผิดต้องrecheckดู)
จะเห็น ได้ ว่า ทาง WEST เขา ไม่มีความได้เปรียบ ด้านนี้ เลย
เรียนความเห็นต่างมุม นั้น เป็นเรื่ิองดี..It offers a fresh look at how key global trends might develop over the next 15 years to influence world events. Our report is not meant to be an exercise in prediction or crystal ball-gazing. Mindful that there are many possible "futures," we offer a range of possibilities and potential discontinuities, as a way of opening our minds to developments we might otherwise miss.
http://www.bangkokpost.com/business/eco ... ts-by-2022Germany to close nuclear power plants by 2022
ขอปรบมือ ให้ ชาวเยอรมัน ที่มี ผู้นำที่มีวิศัยทัศน์...BERLIN: Germany on Monday became the first major industrialised power to agree an end to nuclear power in the wake of the disaster in Japan, with a phase-out due to be completed by 2022.
Environment Minister Norbert Roettgen announced the decision early Monday by the centre-right coalition, which was prompted by the crisis at Japan's Fukushima plant, calling it "irreversible".
"After long consultations, there is now an agreement by the coalition to end nuclear energy," he told reporters after seven hours of negotiations into the small hours at Chancellor Angela Merkel's offices.
"This decision is consistent, decisive and clear."
Germany has 17 nuclear reactors on its soil, eight of which are currently off the electricity grid.
Seven of those offline are the country's oldest nuclear reactors, which the federal government shut down for three months pending a safety probe after the emergency at Fukushima that began in March.
The eighth is the Kruemmel plant, in northern Germany, which has been mothballed for years due to repeated technical problems.
Monday's decision made Germany the first major industrial power to announce plans to give up atomic energy entirely.
พูดถึงเรื่องนี้ ทำให้ผมนึกถึงบริษัทที่ผลิตแว่นตา คนใช้คอมมากขึ้น สายตาเสียมากขึ้น ฟังเพลงมากขึ้น ปัญหาหูก็เริ่มตามมา ถึงแม้เทรนด์ดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกายมีมาก แต่คนเฒ่าคนแก่ก็ดูแลสุขภาพกันมากขึ้นโดยการแสวงหาอาหารเสริมกันมากขึ้น ใครทำนวัตกรรมเกี่ยวกับสุขภาพก็น่าจะไปได้ ผมมองอะไรกว้างๆแค่นี้แหละ ยอมรับว่าความรู้ตามคนรุ่นใหม่ไม่ได้เลยmultipleceilings เขียน:แปลกแหะ ไม่ได้พูดถึงเรื่อง looks and appearance เลยหรอครับ. cosmetic/plastic surgery แล้วก็ surgery อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับความสวยงามดูดี
เด็กเกิดมาใหม่สมัยนี้มีแต่อยากเป็นนายแบบ นางแบบ ดารา นักร้อง มากมาย ประเภทที่จะใช้สมองน้อยลงเรื่อยๆ
วงการนี้จะมีการพัฒนาไปจนถึงขั้นเดินเข้าไปเลือกซื้อหน้าตา หุ่น ได้ตาม shelf 7-11 (แบบนี้ต้องซื้อ cpall ดิ อิอิ)
cost of obtaining หรือ ราคาจะถูกลง. affordable by most ... ผู้หญิงทุกคนจะหน้าเหมือนอั้ม << ประเด็นนี้สำคัญมาก
.................
สัดส่วนของมนุษย์พันธุ์ที่ใช้สมองจะลดลงเรื่อยๆเมื่อเทียบกับส่วนที่เหลือ
อืมมม !
ASTV
วิจัยพบ "สาหร่าย" ซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่าต้นไม้ 8 เท่า "โรงไฟฟ้าราชบุรี" เตรียมพื้นที่นำร่อง 6.2 ไร่ ผันก๊าซจากปล่องควันลงน้ำ ให้ CO2 เลี้ยงสาหร่ายผลิตพลังงาน อีก 3 ปีพร้อมขยายเชิงพาณิชย์ ทางด้าน “บางจาก” จะผลิตไบโอดีเซลจากสาหร่าย 30,000 ลิตรต่อวัน
นายนพพล มิลินทางกูร กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เปิด เผยว่า ทางบริษัทได้ศึกษาวิจัยเพาะเลี้ยงสาหร่าย โดยร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญ จาก ม.เกษตรศาสตร์ ม.เชียงใหม่ และ ม.แม่โจ้ ซึ่งจากผลการวิจัยนั้น เห็นว่าสาหร่ายมีความสามารถดูดซับก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เพื่อการเจริญเติบโตได้จริง โดยสาหร่าย 1 ไร่ สามารถรับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 8 เท่าของปริมาณที่ต้นไม้ 1 ไร่ดูดซับไว้ได้ นับว่าเป็นปริมาณที่สูงกว่ามาก
ทั้งนี้ นายนพพลกล่าวว่า ได้เตรียมพื้นที่บริเวณใกล้โรงไฟฟ้า ประมาณ 6.2 ไร่ เพื่อเตรียมความพร้อม เพื่อนำก๊าซปล่อยทิ้ง ที่มีคาร์บอนไดออกไซด์ จากปล่องของโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการเจริญเติบโตของสาหร่าย เพื่อจัดนำร่องให้กับโครงการความร่วมมือพัฒนาอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพจาก สาหร่าย โดยจะขยายไปสู่เชิงพาณิชย์ในอีก 3 ปี ข้างหน้าต่อไป
ทางด้าน ดร.อนุสรณ์ แสงนิ่มนวล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) กล่าว ว่า การผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงจากสาหร่าย เป็นนวัตกรรมพลังงานทดแทนที่มีศักยภาพ สูงมาก เนื่องจากใช้เวลาในการเพาะเลี้ยงเพียง 2 สัปดาห์ สามารถนำมาผลิตเป็นน้ำมันไบโอดีเซล หรือน้ำมันเครื่องบินได้ จากการที่สาหร่ายเป็นพืชที่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้ได้ผลผลิตน้ำมันต่อพื้นที่การเพาะเลี้ยงสูงถึง 30 เท่า เมื่อเทียบกับน้ำมันปาล์ม
อีกทั้งตามข้อมูลที่ ดร.อนุสรณ์ได้จากจากมหาวิทยาลัยเจมส์คุก ประเทศออสเตรเลีย ยังระบุว่า น้ำมันสาหร่ายราคาอยู่ที่ประมาณ 120 เหรียญต่อบาร์เรล ซึ่งถูกกว่าน้ำมันดีเซล ที่ราคาประมาณ 130 เหรียญต่อบาร์เรล และหากเทียบกับนำมันไบโอดีเซลที่ผลิตจากน้ำมันปาล์มราคาจะอยู่ที่ 160-170 เหรียญต่อบาร์เรล
"ถ้ามองในจุดนี้จะเห็นว่าน้ำมันจากสาหร่ายมีศักยภาพ ราคาถูกกว่าน้ำมันปาล์ม นอกจากทำน้ำมันได้แล้ว ในส่วนของกากสาหร่ายยังนำไปผลิตเป็นส่วนผสมของอาหารสัตว์ได้อีกด้วย" ดร.อนุสรณ์กล่าว
ทั้งนี้ เป็นการเปิดเผยระหว่างการลงนามบันทึกความร่วมมือ “การพัฒนาอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพจากสาหร่าย” โรงแรมโซฟิเทล เซ็นทารา แกรนด์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 54 ที่ผ่านมา โดยมีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานกระทรวงพลังงาน ร่วม บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) บริษัท ล็อกซเลย์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนาม
อีกทั้ง จากบันทึกความร่วมมือนี้ มีเป้าหมายในการพัฒนาโครงการให้เป็นระดับเชิงพาณิชย์ ภายใน 3 ปี โดยจะสร้างโรงงานผลิตน้ำมันไบโอดีเซลจากสาหร่ายให้ได้ 30,000 ลิตรต่อวัน ขนาดพื้นที่ประมาณ 500 ไร่ ใช้เงินลงทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท
เขียนโดย webmaster เมื่อ 6 เมษายน, 2011 - 05:31.
* วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี
บริษัทผลิตอากาศยานฝรั่งเศสเพิ่มการลงทุนในไทย
ข่าวต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ -- อังคารที่ 21 มิถุนายน 2554 13:32:13 น.
กรุงเทพ--21 มิ.ย.--กระทรวงการต่างประเทศ
เมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๔ นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้พบหารือกับนายปีแอร์ จาเฟรอะ (Pierre Jaffre) รองประธานอาวุโสประจำภูมิภาคเอเชียของบริษัท EADS Thailand (ผู้ผลิตอากาศยานประเภทต่างๆ รวมถึงเครื่องบินแอร์บัส) การพบหารือครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากการเยือนฝรั่งเศสของรัฐมนตรีว่าการฯ เมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๕๓ ซึ่งล่าสุด บริษัท EADS ตกลงขยายโครงการลงทุนในประเทศไทย โดยให้ประเทศไทยเป็นศูนย์ภูมิภาคในการผลิตชิ้นส่วนและอะไหล่ของเครื่องบิน แอร์บัส ตามที่รัฐมนตรีว่าการฯ ได้เสนอให้พิจารณาในการเยือนข้างต้น บริษัท EADS ยังสร้างโรงงานผลิตขนาดใหญ่ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดระยอง ซึ่งจะมีการว่าจ้างงานเพิ่มขึ้น ๔๐๐ คน ภายในปี ๒๕๕๗ ด้วย
นอกจากนี้ บริษัท EADS แสดงความสนใจที่เข้ามาลงทุน พร้อมขยายลู่ทางความร่วมมือกับประเทศไทยในเรื่องการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ สำหรับอุตสาหกรรมการบิน โดยประสงค์ให้ประเทศไทยเป็นหุ้นส่วนการพัฒนาเทคโนโลยีสีเขียว และเป็นผู้ผลิต (supplier) เชื้อเพลิงสาหร่าย (algae fuel) ให้บริษัทฯ โดยที่การลงทุนดังกล่าวจะนำมาซึ่งการสร้างงานเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรของไทย รวมทั้งการถ่ายทอดและพัฒนาองค์ความรู้ด้านวิจัยและเทคโนโลยีให้แก่หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องของไทยในระยะยาว
กองการสื่อมวลชน กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ โทร. 643-5170 โทรสาร. 643-5169 E-mail : [email protected]--จบ--
ตอบตามความคิดเห็นของผมนะซากทัพ เขียน:ทำไมเราไม่
-ควบคุมจำนวนประชากร ไม่ให้เพิ่มขึ้น
-การกินอาหารแค่อิ่มกับพอเพียงจำเป็นกับร่างกายเท่านั้น
-ลดขนาดของมนุษย์ลง ปัจจุบันใช้เครื่องจักรทุ่นแรง
-ลดการใช้หรือแสวงหาของที่ไม่จำเป็นลง
-ลดการเดินทางที่ไม่จำเป็นลง เพราะมีระบบสื่อสารกว่าสมัยก่อนเยอะ
-งดการผลิตยานยนต์หรือเครื่องจักรที่กินเชื้อเพลิง
The green economy enables society to generate more each year while preserving or enhancing natural capital. To help creating a green economy by means of electrifying the existing urban public transportation system in a sustainable way, BYD can provide a GREEN CITY SOLUTION.
ฺํBYD..Dream technology for energy storage?
The Department of Energy has announced a $43 million loan guarantee for an advanced energy storage system that works like a dream — if the dreamer is Leonardo DiCaprio’s character, Cobb, from the movie Inception. The system approximates (as best it can in the phenomenological world) the forever-spinning top that was Cobb’s test to tell if he were dreaming or awake.
Inside Beacon Power's 'SuperFly'
The advanced energy storage system in this case is a flywheel, which converts electrical energy into kinetic (spinning) energy, which it then releases, converted back to electricity, as needed. A 20 MW collection of super-efficient flywheels made by the Massachusetts-based Beacon Power Company, will absorb power when there’s excess production on the grid and release it when demand rises again.
The project is under construction in Stephentown, New York, and will provide approximately 10 percent of that state’s regulation capacity, by reducing the need to increase production at existing power plants when demand spikes — without releasing additional CO2 or soot.
Unlike the top in Inception, the Smart Energy 25 flywheel system, would eventually stop spinning without periodic, if small, jolts of electricity. In the physical world, there’s no such thing as a free energy lunch.
But Beacon’s flywheels come tantalizingly close.
The heart of the system is a lightweight rotating rim made from a carbon-fiber composite. The “top” is levitated on magnetic ball bearings in a vacuum, so that friction is nearly eliminated (it’s that qualifier, “nearly,” that separates the flywheel from Cobb’s totem top). Spinning at a rate of 16,000 rpm, the flywheel can supply peak electrical capacity back to the grid nearly instantaneously — with a ramp-up time measured in nanoseconds, unlike traditional power sources.
Early simple flywheel
In addition to smoothing out the larger power grid and increasing usable energy, Beacon’s flywheels could be a boon for renewable energy sources such as wind and solar. Wind-produced energy is at a maximum at night, solar, during the day. The flywheels could efficiently store this intermittent energy and release it when the wind dies down or, in the case of solar, at night, or when clouds lower electrical production.
Engineers at Beacon continue to look for new ways to lower friction and increase efficiency. Someday, they may reduce drag to zero and produce electricity forever without needing anything more than the initial spin that sets the wheel in motion.
In your dreams.
http://www.beaconpower.com/company/201104-gallery.aspFirst 20 MW Plant - Construction
The world's first grid-scale, flywheel-based energy storage plant is being built in Stephentown, New York. When completed, the 20 MW plant will operate continuously, storing and returning energy to the grid to provide approximately 10% of New York's overall frequency regulation needs. More information on the frequency regulation service and how Beacon Power flywheels provide it can be found