กรณี TTA น่าติดตามนะครับ
- วัวแดง
- Verified User
- โพสต์: 1429
- ผู้ติดตาม: 0
กรณี TTA น่าติดตามนะครับ
โพสต์ที่ 61
ยกมืออีกคนครับ(ตามๆกันไป) :lol:
รอคำอธิบายอยู่ครับ
รอคำอธิบายอยู่ครับ
ถ้าผมคิดเหมือนคนทั่วๆไป ผลตอบแทนผมก็เหมือนคนทั่วๆไป
ใจผมคงละลาย ถ้าผมคิดตามคนอื่น
ผู้ชนะไม่แน่ว่าจะต้องเป็นคนที่วิ่งเร็วที่สุด...แต่เป็นผู้ที่อดทนที่สุดต่างหาก
ใจผมคงละลาย ถ้าผมคิดตามคนอื่น
ผู้ชนะไม่แน่ว่าจะต้องเป็นคนที่วิ่งเร็วที่สุด...แต่เป็นผู้ที่อดทนที่สุดต่างหาก
-
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 9795
- ผู้ติดตาม: 0
กรณี TTA น่าติดตามนะครับ
โพสต์ที่ 62
ผมคิดว่าประเด็นของ PSL ไม่ใช่การซื้อหุ้นคืนธรรมดาครับ ต้องดูที่เจตนาเป็นสำคัญ
ส่วนตัวผมคิดคล้ายๆ คุณ roger that
กรณีของ PSL สิ่งที่เกิดขึ้นไปปีที่ผ่านมา
1. บริษัทกู้เงินจาก KTB เพื่อใช้ในการ "ซื้อเรือใหม่"
2. เมื่อได้เงิน บริษัทก็ประกาศซือหุ้นคืนทันที
3. บริษัทประกาศว่า จะมีการขายหุ้นออกมา (ทำกำไรส่วนต่าง) ในสองสามปีให้หลัง
4. ในขณะที่บริษัทซื้อหุ้นคืน ผู้บริหารก็ซื้อเองแทรกด้วย
ประเด็นที่ผมคิดว่า PSL ไม่น่าไว้วางใจในด้านนี้คือ
1. priority อันดับแรกของผู้บริหารควรจะเป็นการคืนเงินกู้ก่อน ไม่ใช่ซื้อคืน
2. ผู้บริหารที่ดี ไม่ควรชี้นำว่า ราคาหุ้น "ถูกไป" หรือ "แพงไป"
3. ถ้าผู้บริหารคิดว่าราคานี้ถูกไปแล้วเข้าไปไล่ซื้อ เมื่อราคาเริ่ม "แพงไป"
ผู้บริหารจะเริ่มขายออกมาหรือไม่
4. การซื้อหุ้นคืนเพื่อขายกินส่วนต่าง ไม่ควรทำในบริษัทที่เป็น real sector
เพราะผมคิดว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่ผู้บริหารชำนาญที่สุด
อันนี้มุมมองส่วนตัวของผมครับ
ส่วนตัวผมคิดคล้ายๆ คุณ roger that
กรณีของ PSL สิ่งที่เกิดขึ้นไปปีที่ผ่านมา
1. บริษัทกู้เงินจาก KTB เพื่อใช้ในการ "ซื้อเรือใหม่"
2. เมื่อได้เงิน บริษัทก็ประกาศซือหุ้นคืนทันที
3. บริษัทประกาศว่า จะมีการขายหุ้นออกมา (ทำกำไรส่วนต่าง) ในสองสามปีให้หลัง
4. ในขณะที่บริษัทซื้อหุ้นคืน ผู้บริหารก็ซื้อเองแทรกด้วย
ประเด็นที่ผมคิดว่า PSL ไม่น่าไว้วางใจในด้านนี้คือ
1. priority อันดับแรกของผู้บริหารควรจะเป็นการคืนเงินกู้ก่อน ไม่ใช่ซื้อคืน
2. ผู้บริหารที่ดี ไม่ควรชี้นำว่า ราคาหุ้น "ถูกไป" หรือ "แพงไป"
3. ถ้าผู้บริหารคิดว่าราคานี้ถูกไปแล้วเข้าไปไล่ซื้อ เมื่อราคาเริ่ม "แพงไป"
ผู้บริหารจะเริ่มขายออกมาหรือไม่
4. การซื้อหุ้นคืนเพื่อขายกินส่วนต่าง ไม่ควรทำในบริษัทที่เป็น real sector
เพราะผมคิดว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่ผู้บริหารชำนาญที่สุด
อันนี้มุมมองส่วนตัวของผมครับ
-
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 3645
- ผู้ติดตาม: 0
กรณี TTA น่าติดตามนะครับ
โพสต์ที่ 63
การซื้อหุ้นคืนของ psl จากข้อมูลตอนนี้มีโอกาสเป็นแค่การเก็งกำไรราคาหุ้นของบริษัทสูงมากครับ อาจจะไม่ได้ตั้งใจลดจำนวนหุ้นลงไป เพียงแต่บริหารเงินสดที่มีเหลือมากมายในบริษัทเท่านั้นเองครับ แนวทางการบริหารเงินของ psl ตามที่ได้ฟังมามีดังนี้ครับ
1. ซื้อเรือเพิ่ม
2. ใช้หนี้
3. ซื้อหุ้นคืน
4. ปันผล
เท่าที่พอนึกได้มีประมาณนี้นะครับ(ผู้บริหารเคยบอกมาแล้วเดี๋ยวผมไปค้นดูอีกที)
แล้วลองมองดูว่ามีอันไหนมีประโยชน์กับผู้ถือหุ้นมากที่สุดครับ
ข้อแรก ซื้อเรือเพิ่มนั้น ณ ปัจจุบันราคาเรือมือสองคงไม่ถูกอีกต่อไปแล้วและจำนวนเรือกับยอดหนี้ของ psl คงไม่เอื้อให้ขยายกองเรือไปมากกกว่านี้
ข้อสอง ใช้หนี้คืนประโยชน์ที่จะได้คือลดภาระดอกเบี้ยจ่ายแต่เสียค่าปรับ
ข้อสาม ซื้อหุ้นคืนไม่ว่าจะเก็งกำไร หรือ ลดจำนวนหุ้น เนื่องจากมองว่าราคาหุ้นบริษัทตําไป(มีบริษัทไหนที่ผู้บริหารไม่เคยส่งสัญญาณว่าหุ้นบริษัทสูงหรือตําไปไหมครับ อันนี้ผมไม่แน่ใจ)
ข้อสี่ ปันผล บริษัทได้ลดนโยบายปันผลลงมาจากไม่น้อยกว่า 60% เป็นไม่น้อยกว่า 25% สอดคล้องกับแผนการใช้หนี้ก่อนกำหนด ซึ่งถ้าปันผลออกมามากๆ จะทำให้กิจการอาจมีปัญหายาม cycle ขาลง
ลองชั่งนําหนักดูทั้งสี่ข้อผมก็เห็นด้วยที่ข้อสามจะดีที่สุดสำหรับผู้ถือหุ้นนี่ครับ
ป.ล. อย่างที่เคยบอกครับผมไม่ได้คิดว่า psl มีธรรมาภิบาลดีเยี่ยมอะไรมากมาย เพียงแต่มองว่าดีกว่าหลายๆบริษัทในตลาดและผ่านมาตรฐานของผมเองเท่านั้นครับ
1. ซื้อเรือเพิ่ม
2. ใช้หนี้
3. ซื้อหุ้นคืน
4. ปันผล
เท่าที่พอนึกได้มีประมาณนี้นะครับ(ผู้บริหารเคยบอกมาแล้วเดี๋ยวผมไปค้นดูอีกที)
แล้วลองมองดูว่ามีอันไหนมีประโยชน์กับผู้ถือหุ้นมากที่สุดครับ
ข้อแรก ซื้อเรือเพิ่มนั้น ณ ปัจจุบันราคาเรือมือสองคงไม่ถูกอีกต่อไปแล้วและจำนวนเรือกับยอดหนี้ของ psl คงไม่เอื้อให้ขยายกองเรือไปมากกกว่านี้
ข้อสอง ใช้หนี้คืนประโยชน์ที่จะได้คือลดภาระดอกเบี้ยจ่ายแต่เสียค่าปรับ
ข้อสาม ซื้อหุ้นคืนไม่ว่าจะเก็งกำไร หรือ ลดจำนวนหุ้น เนื่องจากมองว่าราคาหุ้นบริษัทตําไป(มีบริษัทไหนที่ผู้บริหารไม่เคยส่งสัญญาณว่าหุ้นบริษัทสูงหรือตําไปไหมครับ อันนี้ผมไม่แน่ใจ)
ข้อสี่ ปันผล บริษัทได้ลดนโยบายปันผลลงมาจากไม่น้อยกว่า 60% เป็นไม่น้อยกว่า 25% สอดคล้องกับแผนการใช้หนี้ก่อนกำหนด ซึ่งถ้าปันผลออกมามากๆ จะทำให้กิจการอาจมีปัญหายาม cycle ขาลง
ลองชั่งนําหนักดูทั้งสี่ข้อผมก็เห็นด้วยที่ข้อสามจะดีที่สุดสำหรับผู้ถือหุ้นนี่ครับ

ป.ล. อย่างที่เคยบอกครับผมไม่ได้คิดว่า psl มีธรรมาภิบาลดีเยี่ยมอะไรมากมาย เพียงแต่มองว่าดีกว่าหลายๆบริษัทในตลาดและผ่านมาตรฐานของผมเองเท่านั้นครับ

It's earnings that count
- ROGER
- Verified User
- โพสต์: 605
- ผู้ติดตาม: 0
กรณี TTA น่าติดตามนะครับ
โพสต์ที่ 64
หลักธรรมาภิบาล ไม่ได้เน้นเฉพาะผู้ถือหุ้นนะครับ แต่ต้องเป็นธรรมต่อทุกองค์ประกอบของบริษัท เช่น เจ้าหนี้ ลูกหนี้ คู่ค้า พนักงาน และสังคม
การที่บริษัทกู้เงินมาซื้อเรือ เป็นเงินจำนวนมาก เมื่อบริษัท ได้รับกระแสเงินสดเข้ามาสิ่งที่ควรทำก่อนคือ ชำระหนี้ ไม่ใช่นำไปซื้อหุ้นคืน เพื่อพยุงราคา หรือซื้อหุ้นคืนเพราะ กรรมการบางคนดันไปซื้อหุ้น PSL ที่ 40 บาท แล้วราคาตกรูด เลยรีบออกนโยบายมาเพื่อซื้อหุ้นคืน เมื่อบริษัทมีเงินสดเข้ามามาก ไม่อยากชำระหนี้ เพราะไม่อยากจ่ายเบี้ยปรับนั้น บริษัทก็มีวิธีการบริหารเงินได้ง่ายๆๆ เช่น ลงทุนในตั๋วเงินระยะสั้น 3- 6 เดือนเพื่อรับดอกเบี้ย และสำรอง การจ่ายหนี้ไปในตัว อีกอย่างบริษัท ดันไปแก้นโยบานปันผล โดยลดปันผล แต่กลับไปซื้อหุ้นคืน ซึ่งประโยชน์ที่ได้กลับตกไปอยู่ในมือของ INSIDER ประโยชน์ไม่ได้ตกไปยังผู้ถือหุ้นทุกคน
หากเกิดเหตุการณ์อย่าง 9-11 แล้วเศรษฐกิจตกต่ำอย่างรุนแรง จน PSL ไม่มีเงินชำระเจ้าหนี้ได้ คุณคิดว่ามันเป็นธรรมต่อเจ้าหนี้หรือ ในแง่เจ้าหนี้ ก็เป็นบทเรียนอีกอย่างที่จะไปกำหนดไว้ในสัญญาการกู้ว่าห้ามซื้อหุ้นคืน เพราะทางเจ้าหนี้ไม่ได้คาดคิดแน่ว่าบริษัทจะมีนโยบาย แบบนี้
การที่บริษัทกู้เงินมาซื้อเรือ เป็นเงินจำนวนมาก เมื่อบริษัท ได้รับกระแสเงินสดเข้ามาสิ่งที่ควรทำก่อนคือ ชำระหนี้ ไม่ใช่นำไปซื้อหุ้นคืน เพื่อพยุงราคา หรือซื้อหุ้นคืนเพราะ กรรมการบางคนดันไปซื้อหุ้น PSL ที่ 40 บาท แล้วราคาตกรูด เลยรีบออกนโยบายมาเพื่อซื้อหุ้นคืน เมื่อบริษัทมีเงินสดเข้ามามาก ไม่อยากชำระหนี้ เพราะไม่อยากจ่ายเบี้ยปรับนั้น บริษัทก็มีวิธีการบริหารเงินได้ง่ายๆๆ เช่น ลงทุนในตั๋วเงินระยะสั้น 3- 6 เดือนเพื่อรับดอกเบี้ย และสำรอง การจ่ายหนี้ไปในตัว อีกอย่างบริษัท ดันไปแก้นโยบานปันผล โดยลดปันผล แต่กลับไปซื้อหุ้นคืน ซึ่งประโยชน์ที่ได้กลับตกไปอยู่ในมือของ INSIDER ประโยชน์ไม่ได้ตกไปยังผู้ถือหุ้นทุกคน
หากเกิดเหตุการณ์อย่าง 9-11 แล้วเศรษฐกิจตกต่ำอย่างรุนแรง จน PSL ไม่มีเงินชำระเจ้าหนี้ได้ คุณคิดว่ามันเป็นธรรมต่อเจ้าหนี้หรือ ในแง่เจ้าหนี้ ก็เป็นบทเรียนอีกอย่างที่จะไปกำหนดไว้ในสัญญาการกู้ว่าห้ามซื้อหุ้นคืน เพราะทางเจ้าหนี้ไม่ได้คาดคิดแน่ว่าบริษัทจะมีนโยบาย แบบนี้
- ROGER
- Verified User
- โพสต์: 605
- ผู้ติดตาม: 0
กรณี TTA น่าติดตามนะครับ
โพสต์ที่ 65
อีกอย่าง ผมเข้าใจว่า PSL ไปกู้ fixed loan ระยะเวลา 7 ปี จาก KTB แต่ กรรมการผู้จัดการ ให้สัมภาษณ์ว่า จะจ่ายหนี้คืนให้หมดใน 2 ปี ซึ่งก็เป็นการจ่ายก่อนกำหนด และก็จะโดนเบี้ยปรับเช่นกัน ดังนั้นเหตุผลกลัวถูกปรับจึงเป็นเหตุผลที่ใช้ไม่ได้ และดูคร่าวๆๆจากกระแสเงินสด หากจ่ายหมดใน 2 ปี จริง ผู้ถือหุ้นไม่น่าจะได้รับเงินปันผล เลยทั้ง 2 ปี
ในแง่ TTA ผมชื่นชมที่ผู้บริหาร แม้จะขายหุ้นออกไปจำนวนมาก ก็ยังยอมที่จะจ่ายปันผลสูงๆๆให้แก่ผู้ถือหุ้นคนอื่น ทั้งๆๆที่จ่ายทั้งปี แค่ 3 บาท ผู้ถือหุ้นก็ยิ้มแล้ว แต่กลายเป็นว่าปีนี้รับ 4.50 บาท น่าอิจฉาจริงๆๆๆ
ในแง่ TTA ผมชื่นชมที่ผู้บริหาร แม้จะขายหุ้นออกไปจำนวนมาก ก็ยังยอมที่จะจ่ายปันผลสูงๆๆให้แก่ผู้ถือหุ้นคนอื่น ทั้งๆๆที่จ่ายทั้งปี แค่ 3 บาท ผู้ถือหุ้นก็ยิ้มแล้ว แต่กลายเป็นว่าปีนี้รับ 4.50 บาท น่าอิจฉาจริงๆๆๆ
-
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 3645
- ผู้ติดตาม: 0
กรณี TTA น่าติดตามนะครับ
โพสต์ที่ 66
แล้ว psl เค้าไปเอาเปรียบใครตรงไหนหรือครับ ผมยังงงๆประเด็นอยู่ ? ทุกคนเค้าน่าจะ happy กันหมดนะครับROGER เขียน:หลักธรรมาภิบาล ไม่ได้เน้นเฉพาะผู้ถือหุ้นนะครับ แต่ต้องเป็นธรรมต่อทุกองค์ประกอบของบริษัท เช่น เจ้าหนี้ ลูกหนี้ คู่ค้า พนักงาน และสังคม
ที่ผมเข้าใจคือเค้าก็ใช้หนี้คืนปกตินะครับ แถมก่อนกำหนดด้วย เพียงแต่ตอนที่ซื้อหุ้นคืนเค้าเปรียบเทียบผลตอบแทนกันแล้วซื้อหุ้นคืนน่าจะดีกว่าคือหนี้ก่อนกำหนดในช่วงเวลานั้นเท่านั้นเองครับ
ไม่เหมือน tta ที่มีหนี้ตั้งหลายพันล้านเหมือนกันแถมเรื่องเรือที่ซื้อเพิ่มอีกหลายลำที่ใหม่ๆไม่ทราบว่ามีการจ่ายเงินครบจำนวนหรือยัง แต่จ่ายปันผลจำนวนมากทั้งที่ธุรกิจอยู่ในช่วงขาขึ้นแบบนี้ อย่างนี้คุณ roger ไม่ห่วงเจ้าหนี้ของ tta บ้างหรือครับว่าจะไม่ได้เงินคืนในอนาคต ...
ส่วนประเด็นที่ว่าการซื้อหุ้นคืนเป็นการพยุงหุ้นให้ผู้บริหารหรืออะไรทำนองนั้น ถ้าเป็นผมทำไมเค้าไม่ลากหุ้นขึ้นไปเลยล่ะครับ นี่ซื้อยังไม่ทันครบจำนวนเลยก็หยุดแล้ว แถมจะซื้อก็ต่อเมื่อหุ้นตกและราคาตําๆเท่านั้นหุ้นขึ้นมาสูงๆก็ไม่ได้ซื้อ แถมราคาเฉลี่ยที่ซื้อแค่ประมาณ 32 บาท แต่ผู้บริหารที่ซื้อบ่อยๆคือคุณอำนาจ ซึ่งเป็นประธานนั้นส่วนใหญ่จะราคาประมาณใกล้ๆ 40 บาท หรือผู้บริหารคนอื่นส่วนใหญ่นับเฉพาะปี 47 ก็ซื้อกัน 40 กว่าบาททั้งนั้น ผมยังไม่เห็นว่าจะเอื้อประโยชน์กันยังไงเลยครับ
เรื่องปันผลนั้น psl ถึงแม้จะมีแผนจ่ายหนี้คืนก่อนกำหนดแต่ก็สามารถปันผลได้ตามนโยบายแน่นอนครับ คอยดูกันต่อไป ถ้า psl ไม่ปันผลคุณมาขึ้นกระทู้...ผมได้เลยตามสบาย
แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรที่จะพิสูจน์ธรรมาภิบาลของบริษัทได้ดีไปกว่าคอยดูเองให้เห็นกับตาครับ ผมมั่นใจ psl เพราะตั้งแต่ผมตามมาก็ไม่มีอะไรที่ผมรับไม่ได้ อันที่จริงผม happy กับนโยบายต่างๆของเค้าด้วยซําครับ ทุกอย่างที่เค้าพูดเค้าทำได้ตามที่พูดและค่อนข้างใส่ใจกับการให้ข้อมูลกับผู้ถือหุ้นรายย่อยครับจะสังเกตุได้ว่าแผนก IR ของ psl นั้น MD เค้าลงมาดูแลเองเลยไม่เชื่อคุณมีคำถามสงสัยอะไรลองส่งเมล์ไปถามดูครับ จะได้คำตอบภายในวันเดียวกันหรือแทบจะทันทีถ้าส่งในเวลาทำงาน นอกจากนี้ psl ยังพยายามเข้าร่วมงาน set opportunity day ทุกครั้ง ... คุณลองเปรียบเทียบดูเองละกันนะครับ มีกี่บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ของเราที่ทำได้ถึงขั้นนี้
ป.ล. ยินดีที่ได้แลกเปลี่ยนโต้แย้งกันครับ บางทีธรรมาภิบาลก็เป็นเรื่องความเชื่อเหมือนกันซึ่งถ้าพูดกันแบบนามธรรมคงไม่มีใครถูกใครผิด แต่บางเรื่องสามารถหาหลักฐานมายืนยันการกระทำของผู้บริหารได้เหมือนกันครับ
It's earnings that count
-
- Verified User
- โพสต์: 2509
- ผู้ติดตาม: 0
กรณี TTA น่าติดตามนะครับ
โพสต์ที่ 67
อืมมม... มีอย่างงี้ด้วยเหรอครับROGER เขียน:การที่บริษัทกู้เงินมาซื้อเรือ เป็นเงินจำนวนมาก เมื่อบริษัท ได้รับกระแสเงินสดเข้ามาสิ่งที่ควรทำก่อนคือ ชำระหนี้ ไม่ใช่นำไปซื้อหุ้นคืน
ผมนึกว่าตอนทำสัญญากู้เงินนี่ เจ้าหนี้จะต้องพิจารณา business plan ของลูกหนี้ก่อนว่าสามารถสร้างกระแสเงินสดเพียงพอสำหรับชำระดอกเบี้ยและคืนเงินต้นได้หรือไม่ เมื่อเทียบกับเงื่อนไขในการขอกู้เงิน ซึ่งหากลูกหนี้ทำได้ตามข้อตกลงก็เป็นที่พอใจของเจ้าหนี้ หากลูกหนี้เริ่มผิดชำระ ทางหนึ่งเจ้าหนี้ก็ต้องติดตามเร่งรัดกับลูกหนี้ อีกทางหนึ่งก็ต้องตั้งสำรองหนี้สูญไว้เผื่อ
ส่วนลูกหนี้ที่ดีก็มีหน้าที่จ่ายดอกเบี้ย (หรือรวมทั้งเงินต้นบางส่วน) คืนเจ้าหนี้ตามเงื่อนไข
มีอย่างงี้ด้วยเหรอครับ ว่าถ้าลูกหนี้เกิดมีกระแสเงินสดมากๆ สิ่งที่ควรทำคือเอาไปชำระหนี้คืนมากกว่าเงื่อนไขที่ตกลงในสัญญา
ถ้ามันเป็นสิ่งที่ควร และเกิดประโยชน์ต่อเจ้าหนี้จริง ในสัญญาจะระบุให้มีการคิดค่าปรับกับลูกหนี้กรณีชำระหนี้ก่อนกำหนดสัญญาทำไมกันครับ
-
- Verified User
- โพสต์: 2509
- ผู้ติดตาม: 0
กรณี TTA น่าติดตามนะครับ
โพสต์ที่ 68
ตอนแรกผู้ถือหุ้นใหญ่ก็ขายหุ้นทิ้งเมื่อกลางปี เมื่อโดนสอบถามก็ให้ข้อมูลว่าเป็นการปรับพอร์ตการลงทุนส่วนตัว แล้วบอกว่าจะไม่มีการลดสัดส่วนการถือหุ้นลงอีกROGER เขียน:ในแง่ TTA ผมชื่นชมที่ผู้บริหาร แม้จะขายหุ้นออกไปจำนวนมาก ก็ยังยอมที่จะจ่ายปันผลสูงๆๆให้แก่ผู้ถือหุ้นคนอื่น ทั้งๆๆที่จ่ายทั้งปี แค่ 3 บาท ผู้ถือหุ้นก็ยิ้มแล้ว แต่กลายเป็นว่าปีนี้รับ 4.50 บาท น่าอิจฉาจริงๆๆๆ
หลังจากนั้นก็มีข่าวลือเรื่องปันผลงวดปี พร้อมๆ กับการขายหุ้นทิ้งอีกล็อตเบ้อเร่อ และจ่ายปันผลงวดที่ 2 น้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ (ปล่อยให้ตลาดงงอยู่พักนึง ค่อยมาแก้ข่าวว่าเป็นแค่ระหว่างกาล เดี๋ยวอาจมีแจกเพิ่มอีก)
ล่าสุด มาถึงข่าวปันผลงวดที่ 3 ในรอบปี (ห่างจากงวดที่ 2 แค่เดือนเศษ)
บริษัทที่น่าชื่นชมเป็นเช่นนี้เองหรือครับ
** บอกไว้ก่อนนะครับ อีกไม่นานอย่างงนะครับ ถ้าเจอข่าวผู้ถือหุ้นใหญ่กลุ่มนี้รับแจ้งตลาดว่ารับโอนหุ้นคืนจาก "ใครไม่ทราบ" กลับมาเข้าพอร์ตใหม่ นอกจากนั้นอาจมีการโอนเงินปันผลก้อนใหญ่ที่ได้รับการชื่นชมว่า "แม้จะขายหุ้นออกไปจำนวนมาก ก็ยังยอมที่จะจ่ายปันผลสูงๆๆให้แก่ผู้ถือหุ้นคนอื่น" จาก "ใครไม่ทราบ" เช่นกันกลับเข้าบัญชีใหม่ (อันหลังนี้คงไม่มีใบเสร็จหรอกครับ) **
-
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 9795
- ผู้ติดตาม: 0
กรณี TTA น่าติดตามนะครับ
โพสต์ที่ 69
เงินสดที่ได้เข้ามามากๆ ยังไงเสียก็ต้องนำไปชำระหนี้ครับ
การเอาเงินสดไปชำระหนี้ทันที เป็นทางเลือกที่แย่ที่สุด เพราะจะทำให้เสียเครดิต
คราวหน้าอาจจะกู้ไม่ได้อีก
การเลือกเอาเงินไปซื้อหุ้นคืน และคายออกมาตอนหุ้นราคาวิ่งขึ้นไปสูงๆ เป็นทางเลือก
ที่แย่รองลงมาในความคิดผม เพราะ ทำให้ราคาแกว่งตัว และผู้บริหารเองจะรู้ได้ไงว่า
เมื่อถึงกำหนดชำระเงินกู้ ราคาหุ้นจะวิ่งไปสูงกว่าราคาซื้อ
และสำหรับผู้ซื้อหุ้นในช่วงบริษัทขายออกมา จะหวังกำไรจากอะไรครับ
ผมชอบบริษัทที่ซื้อหุ้นคืน แต่ควรจะคืนแล้วคืนเลย ไม่มีการขายออกมาอีก
ถ้าบริษัทซื้อหุ้นคืนเพื่อขาย มันก็เหมือนกับการเก็งกำไรหุ้นตัวเองครับ
ผมไม่ชอบบริษัทที่ชอบส่งสัญญาณว่าหุ้นตัวเองราคาถูก เพราะราคานายตลาด
เป็นคนกำหนด ไม่ใช่ผู้บริหารครับ
แต่ก็เหมือนคุณ bb พูดครับ เรื่องนี้ต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์
จริงๆ แล้ว ตอนผมถือหุ้น PSL ผมก็รู้สึกว่าสิ่งที่ผู้บริหารทำเป็นเรื่องถูก
แต่พอราคาตกลงมามากๆ ตัดใจขายทิ้งเพื่อรอซื้อคืน รอๆ ไปชักรู้สึกว่า
ผู้บริหารส่งสัญญาณแรงขนาดนี้แล้วหุ้นไม่ไป มันมีความเสี่ยงแฝงเร้น
อะไรที่ผมไม่เห็นหรือเปล่า
สุดท้ายเลยไปหาหุ้นที่เร้าใจน้อยกว่า แต่ผมมั่นใจผู้บริหารมากกว่า
อย่าว่ากันนะครับ ผมความรู้น้อย ต้องรู้จักควบคุมความโลภให้สมกับความรู้
ไม่งั้นอาจจะหมดตัวได้
การเอาเงินสดไปชำระหนี้ทันที เป็นทางเลือกที่แย่ที่สุด เพราะจะทำให้เสียเครดิต
คราวหน้าอาจจะกู้ไม่ได้อีก
การเลือกเอาเงินไปซื้อหุ้นคืน และคายออกมาตอนหุ้นราคาวิ่งขึ้นไปสูงๆ เป็นทางเลือก
ที่แย่รองลงมาในความคิดผม เพราะ ทำให้ราคาแกว่งตัว และผู้บริหารเองจะรู้ได้ไงว่า
เมื่อถึงกำหนดชำระเงินกู้ ราคาหุ้นจะวิ่งไปสูงกว่าราคาซื้อ
และสำหรับผู้ซื้อหุ้นในช่วงบริษัทขายออกมา จะหวังกำไรจากอะไรครับ
ผมชอบบริษัทที่ซื้อหุ้นคืน แต่ควรจะคืนแล้วคืนเลย ไม่มีการขายออกมาอีก
ถ้าบริษัทซื้อหุ้นคืนเพื่อขาย มันก็เหมือนกับการเก็งกำไรหุ้นตัวเองครับ
ผมไม่ชอบบริษัทที่ชอบส่งสัญญาณว่าหุ้นตัวเองราคาถูก เพราะราคานายตลาด
เป็นคนกำหนด ไม่ใช่ผู้บริหารครับ
แต่ก็เหมือนคุณ bb พูดครับ เรื่องนี้ต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์
จริงๆ แล้ว ตอนผมถือหุ้น PSL ผมก็รู้สึกว่าสิ่งที่ผู้บริหารทำเป็นเรื่องถูก
แต่พอราคาตกลงมามากๆ ตัดใจขายทิ้งเพื่อรอซื้อคืน รอๆ ไปชักรู้สึกว่า
ผู้บริหารส่งสัญญาณแรงขนาดนี้แล้วหุ้นไม่ไป มันมีความเสี่ยงแฝงเร้น
อะไรที่ผมไม่เห็นหรือเปล่า
สุดท้ายเลยไปหาหุ้นที่เร้าใจน้อยกว่า แต่ผมมั่นใจผู้บริหารมากกว่า

อย่าว่ากันนะครับ ผมความรู้น้อย ต้องรู้จักควบคุมความโลภให้สมกับความรู้
ไม่งั้นอาจจะหมดตัวได้
-
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 11443
- ผู้ติดตาม: 0
กรณี TTA น่าติดตามนะครับ
โพสต์ที่ 71
โดยทั่วไปแล้ว เบี้ยปรับในการชำระหนี้ก่อนกำหนด ( Penalty Fee ) มีขึ้นเพื่อกันไม่ให้ลูกหนี้ทำการ Refinance นะครับ ซึ่งจะมีการยกเว้นค่าเบี้ยปรับถ้าพิสูจน์ได้ว่าเงินที่นำมาชำระหนี้เป็นเงินสดที่ได้จากการดำเนินงานครับ
ดังนั้นผมเข้าใจว่าถ้า PSL จะชำระหนี้เงินกู้ก่อนกำหนดก็ไม่น่าจะเสียค่าปรับนะครับ ถ้าให้แน่ใจคงต้องดูที่สัญญาเงินกู้ครับ
ส่วนเรื่องการชำระหนี้คืน ผมยืนยันว่าไม่เป็นการเสียเครดิตสำหรับลูกหนี้แน่นอนครับ แต่เป็นการเพิ่มเครดิตเสียด้วยซ้ำ
แต่การที่นำเงินไปใช้ผิดประเภท หรือยื่นข้อมูลในการประกอบสินเชื่อไม่ต้องข้อเท็จจริง ผมว่าเป็นการดิสเครดิตครับ
การคืนหนี้เงินกู้ช้าๆ เจ้าหน้าที่สินเชื่อและธนาคารย่อมพอใจมากๆครับ ตราบใดที่ลูกหนี้ยังสามารถชำระดอกเบี้ยและเงินต้นได้ตามปรกติ เพราะทำให้เป้าสินเชื่อยังคงดูดี ยอดสินเชื่อก็ดูเติบโต
ถ้าลูกหนี้คืนเงินกู้ พนักงานสินเชื่อก็ต้องไปเร่งปล่อยสินเชื่อรายใหม่เพื่อรักษายอดเงินสินเชื่ออีกครับ
แต่จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมหรือไม่
จุดที่สำคัญคือ ตอนพิจารณาสินเชื่อ ข้อมูลในการวิเคราะห์เป็นอย่างไร ทำไมถึงได้มีระยะเวลาในการผ่อนชำระนานถึง 7 ปี ทั้งๆที่บริษัทก็มีเงินสดมากมายในระยะเวลาเพียงไม่นาน เบิกเงินกู้ได้ไม่ถึงปี ก็มีเงินสดเหลือซื้อหุ้นคืนได้
ดังนั้นผมเข้าใจว่าถ้า PSL จะชำระหนี้เงินกู้ก่อนกำหนดก็ไม่น่าจะเสียค่าปรับนะครับ ถ้าให้แน่ใจคงต้องดูที่สัญญาเงินกู้ครับ
ส่วนเรื่องการชำระหนี้คืน ผมยืนยันว่าไม่เป็นการเสียเครดิตสำหรับลูกหนี้แน่นอนครับ แต่เป็นการเพิ่มเครดิตเสียด้วยซ้ำ
แต่การที่นำเงินไปใช้ผิดประเภท หรือยื่นข้อมูลในการประกอบสินเชื่อไม่ต้องข้อเท็จจริง ผมว่าเป็นการดิสเครดิตครับ
การคืนหนี้เงินกู้ช้าๆ เจ้าหน้าที่สินเชื่อและธนาคารย่อมพอใจมากๆครับ ตราบใดที่ลูกหนี้ยังสามารถชำระดอกเบี้ยและเงินต้นได้ตามปรกติ เพราะทำให้เป้าสินเชื่อยังคงดูดี ยอดสินเชื่อก็ดูเติบโต
ถ้าลูกหนี้คืนเงินกู้ พนักงานสินเชื่อก็ต้องไปเร่งปล่อยสินเชื่อรายใหม่เพื่อรักษายอดเงินสินเชื่ออีกครับ
แต่จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมหรือไม่
จุดที่สำคัญคือ ตอนพิจารณาสินเชื่อ ข้อมูลในการวิเคราะห์เป็นอย่างไร ทำไมถึงได้มีระยะเวลาในการผ่อนชำระนานถึง 7 ปี ทั้งๆที่บริษัทก็มีเงินสดมากมายในระยะเวลาเพียงไม่นาน เบิกเงินกู้ได้ไม่ถึงปี ก็มีเงินสดเหลือซื้อหุ้นคืนได้
จงอยู่เหนือความดี อย่าหลงความดี
-
- Verified User
- โพสต์: 674
- ผู้ติดตาม: 0
กรณี TTA น่าติดตามนะครับ
โพสต์ที่ 72
คืนเงินกู้ก่อนกำหนดโดยทั่วไปไม่เสียค่าปรับนะครับ
ถ้าไม่เป็นการ refinance โยกหนี้ไป bank อื่น
หรือพวกสัญญาเงินกู้ที่ดอกเบี้ยช่วงแรกต่ำ ๆ
ความน่าเชื่อถือของผู้บริหารทั้งสองบริษัทผมว่าสอบตกทั้งคู่ครับ
แต่ถ้าเป็นแนวทางการบริหารกิจการผมชอบ TTA มากกว่าเยอะครับ
กำไรเพิ่ม หนี้สินเพิ่ม สินทรัพย์เพิ่ม ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่ม
(ปันผล 4.5 บาทนี่ผมว่ามากไปนิดนะ)
ส่วน PSL กำไรเพิ่ม หนี้สินเพิ่ม ทรัพย์สินเพิ่มน้อย ส่วนของผู้ถือหุ้น
เพิ่มน้อย (เพราะซื้อหุ้นคืน)
กรณีซื้อหุ้นคืน ทั้ง ๆ ที่มีหนี้สินอยู่มาก ราคาหุ้นสูงกว่า BV มาก ๆ นี่
ผมถือว่าเป็นแนวทางการบริหารที่เสี่ยงเกินไปครับ เกินกว่าจะรับได้
(ไม่ได้บอกว่าไม่ดีนะครับ แต่ผมรับไม่ได้กับการบริหารเงินแบบนี้
ถ้าบริษัทซื้อหุ้นคืนแค่ 20% ของทุนจดทะเบียนนี่ก็แทบจะทำให้
ล้มละลายได้เลย เพราะ P/BV สูงมาก)
ก่อนหน้า ที่ US air จะเข้าแผนฟื้นฟู ก็ซื้อหุ้นคืนไปตั้งเยอะ ทั้ง ๆ ที่หนี้สิน
ต่อทุนสูงมาก
ถ้าไม่เป็นการ refinance โยกหนี้ไป bank อื่น
หรือพวกสัญญาเงินกู้ที่ดอกเบี้ยช่วงแรกต่ำ ๆ
ความน่าเชื่อถือของผู้บริหารทั้งสองบริษัทผมว่าสอบตกทั้งคู่ครับ
แต่ถ้าเป็นแนวทางการบริหารกิจการผมชอบ TTA มากกว่าเยอะครับ
กำไรเพิ่ม หนี้สินเพิ่ม สินทรัพย์เพิ่ม ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่ม
(ปันผล 4.5 บาทนี่ผมว่ามากไปนิดนะ)
ส่วน PSL กำไรเพิ่ม หนี้สินเพิ่ม ทรัพย์สินเพิ่มน้อย ส่วนของผู้ถือหุ้น
เพิ่มน้อย (เพราะซื้อหุ้นคืน)
กรณีซื้อหุ้นคืน ทั้ง ๆ ที่มีหนี้สินอยู่มาก ราคาหุ้นสูงกว่า BV มาก ๆ นี่
ผมถือว่าเป็นแนวทางการบริหารที่เสี่ยงเกินไปครับ เกินกว่าจะรับได้
(ไม่ได้บอกว่าไม่ดีนะครับ แต่ผมรับไม่ได้กับการบริหารเงินแบบนี้
ถ้าบริษัทซื้อหุ้นคืนแค่ 20% ของทุนจดทะเบียนนี่ก็แทบจะทำให้
ล้มละลายได้เลย เพราะ P/BV สูงมาก)
ก่อนหน้า ที่ US air จะเข้าแผนฟื้นฟู ก็ซื้อหุ้นคืนไปตั้งเยอะ ทั้ง ๆ ที่หนี้สิน
ต่อทุนสูงมาก
-
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 9795
- ผู้ติดตาม: 0
กรณี TTA น่าติดตามนะครับ
โพสต์ที่ 73
อือ เพิ่งจะรู้ครับว่าในไทยไม่เสียเครดิต ถ้าคืนเร็วกว่ากำหนดส่วนเรื่องการชำระหนี้คืน ผมยืนยันว่าไม่เป็นการเสียเครดิตสำหรับลูกหนี้แน่นอนครับ แต่เป็นการเพิ่มเครดิตเสียด้วยซ้ำ
การคืนหนี้เงินกู้ช้าๆ เจ้าหน้าที่สินเชื่อและธนาคารย่อมพอใจมากๆครับ ตราบใดที่ลูกหนี้ยังสามารถชำระดอกเบี้ยและเงินต้นได้ตามปรกติ เพราะทำให้เป้าสินเชื่อยังคงดูดี ยอดสินเชื่อก็ดูเติบโต
ที่อเมริกา การคืนเงินต้นเร็ว ทำให้ธนาคารมองว่าไม่ใช่ลูกค้าชั้นดีครับ
เพราะสร้างรายได้ให้น้อย
ยิ่งวงเงินสูงๆ จะทำให้ธนาคารต้องลำบากหาทางจัดการต้นทุนทันที (ก็เงินล่ะครับ)
การกู้เงินวงเงินมากๆ ธนาคารเองจะต้องไปหาแหล่งเงินทุน ซึ่งแน่นอนต้องมี
ค่าใช้จ่ายเป็นดอกเบี้ย
เลยทำให้ธนาคารไม่ค่อยอยากปล่อยกู้วงเงินสูงให้กับบ.ที่มีประวัติคืนเงินเร็วครับ
- champ
- Verified User
- โพสต์: 1280
- ผู้ติดตาม: 0
กรณี TTA น่าติดตามนะครับ
โพสต์ที่ 74
[/quote]
อือ เพิ่งจะรู้ครับว่าในไทยไม่เสียเครดิต ถ้าคืนเร็วกว่ากำหนด
ที่อเมริกา การคืนเงินต้นเร็ว ทำให้ธนาคารมองว่าไม่ใช่ลูกค้าชั้นดีครับ
เพราะสร้างรายได้ให้น้อย[/quote]
ที่นี่ประเทศไทยครับ ไม่เหมือนที่อื่นหรอกครับ พี่ CK
ดูพวกใหญ่ๆโตๆสิครับประวัติการเงินเยี่ยมเลย
แต่เป็นที่นับหน้าถือตาในสังคมทั้งนั้น
บางคนหนีคดีไปเมืองนอกกลับมายังดังเลยครับ
แถมมีคนนับถืออีกครับ แปลกดีครับ
อือ เพิ่งจะรู้ครับว่าในไทยไม่เสียเครดิต ถ้าคืนเร็วกว่ากำหนด
ที่อเมริกา การคืนเงินต้นเร็ว ทำให้ธนาคารมองว่าไม่ใช่ลูกค้าชั้นดีครับ
เพราะสร้างรายได้ให้น้อย[/quote]
ที่นี่ประเทศไทยครับ ไม่เหมือนที่อื่นหรอกครับ พี่ CK
ดูพวกใหญ่ๆโตๆสิครับประวัติการเงินเยี่ยมเลย
แต่เป็นที่นับหน้าถือตาในสังคมทั้งนั้น
บางคนหนีคดีไปเมืองนอกกลับมายังดังเลยครับ
แถมมีคนนับถืออีกครับ แปลกดีครับ
-
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 11443
- ผู้ติดตาม: 0
กรณี TTA น่าติดตามนะครับ
โพสต์ที่ 75
ปรกติถ้าการทำประมาณการไม่ผิดพลาด บริษัทก็ไม่น่าที่จะมีเงินสดไปคืนเร็วกว่ากำหนดมากนักหรอกครับ
แต่กรณีนี้ อนุมัติสัญญา 7 ปี หลังจากเบิกเงินกู้ไปก็มีเงินสดเหลือใช้ไปซื้อหุ้นคืน หลังจากนั้นอีกปีกว่าๆก็คืนเงินกู้หมด แปลกไหมละครับ
แต่กรณีนี้ อนุมัติสัญญา 7 ปี หลังจากเบิกเงินกู้ไปก็มีเงินสดเหลือใช้ไปซื้อหุ้นคืน หลังจากนั้นอีกปีกว่าๆก็คืนเงินกู้หมด แปลกไหมละครับ
จงอยู่เหนือความดี อย่าหลงความดี
- ROGER
- Verified User
- โพสต์: 605
- ผู้ติดตาม: 0
กรณี TTA น่าติดตามนะครับ
โพสต์ที่ 76
กรณีนี้ประมาณการผิดครับ
ในการกู้เงินครั้งนี้เข้าใจว่าใช้รายรับอิงกับอัตราค่าระวางเรือเฉลี่ยประมาณ 7000-7500 ดอลลาร์ต่อวัน เป็นระยะเวลา 7 ปี แต่ในใจของ MD นั้น เขาคาดไว้ที่ 11000-12000 up ตลอดระยะ 3 ปี และอีก 4 ปีที่เหลือก็อาจจะต่ำลงหน่อย ซึ่งเขาก็คาดการณ์ได้ใกล้เคียง สมกับเป็นนักธุรกิจเจ้าของเรือ จึงทำให้กระแสเงินสดมีมากจนสามารถชำระหนี้ได้ภายใน 2ปี ดังนั้นเงินเหลือจึงเป็นสิ่งที่เขาคาดไว้แล้ว
อย่างที่คุณchatchai ได้บอกเรื่องการชำระหนี้คืน ผมยืนยันว่าไม่เป็นการเสียเครดิตสำหรับลูกหนี้แน่นอนครับ แต่เป็นการเพิ่มเครดิตเสียด้วยซ้ำ อันนี้เห็นด้วยครับ เพราะว่าบริษัท ผม แทบไม่มีหนี้เลย แถมพอมีหนี้เราก็รีบชำระ จนธนาคารต่อว่าบ่อยๆๆ แต่ปรากฎว่า ธนาคารเดินหน้ามาเรียกให้กู้ แทบทุกเดือน ในขณะที่บริษัท ที่หนี้เยอะ ต้องการเงินหมุน ธนาคารแทบไม่ปล่อยให้เลย
ธนาคารได้แต่ต่อว่า แต่ไม่กล้าปรับ เพราะกลัวเสียลูกค้าครับ
หวังว่า PSL ปีนี้จะปันผลไม่ต่ำกว่า 4.50 บาทนะครับ เพราะ กำไรมากกว่า TTA จ่ายปันผลน้อยกว่าก็จะกระไรอยู่
ในการกู้เงินครั้งนี้เข้าใจว่าใช้รายรับอิงกับอัตราค่าระวางเรือเฉลี่ยประมาณ 7000-7500 ดอลลาร์ต่อวัน เป็นระยะเวลา 7 ปี แต่ในใจของ MD นั้น เขาคาดไว้ที่ 11000-12000 up ตลอดระยะ 3 ปี และอีก 4 ปีที่เหลือก็อาจจะต่ำลงหน่อย ซึ่งเขาก็คาดการณ์ได้ใกล้เคียง สมกับเป็นนักธุรกิจเจ้าของเรือ จึงทำให้กระแสเงินสดมีมากจนสามารถชำระหนี้ได้ภายใน 2ปี ดังนั้นเงินเหลือจึงเป็นสิ่งที่เขาคาดไว้แล้ว
อย่างที่คุณchatchai ได้บอกเรื่องการชำระหนี้คืน ผมยืนยันว่าไม่เป็นการเสียเครดิตสำหรับลูกหนี้แน่นอนครับ แต่เป็นการเพิ่มเครดิตเสียด้วยซ้ำ อันนี้เห็นด้วยครับ เพราะว่าบริษัท ผม แทบไม่มีหนี้เลย แถมพอมีหนี้เราก็รีบชำระ จนธนาคารต่อว่าบ่อยๆๆ แต่ปรากฎว่า ธนาคารเดินหน้ามาเรียกให้กู้ แทบทุกเดือน ในขณะที่บริษัท ที่หนี้เยอะ ต้องการเงินหมุน ธนาคารแทบไม่ปล่อยให้เลย
ธนาคารได้แต่ต่อว่า แต่ไม่กล้าปรับ เพราะกลัวเสียลูกค้าครับ
หวังว่า PSL ปีนี้จะปันผลไม่ต่ำกว่า 4.50 บาทนะครับ เพราะ กำไรมากกว่า TTA จ่ายปันผลน้อยกว่าก็จะกระไรอยู่
-
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 3645
- ผู้ติดตาม: 0
กรณี TTA น่าติดตามนะครับ
โพสต์ที่ 77
PSL ปันผลน้อยกว่า TTA ค่อนข้างแน่ครับ ไม่อยากให้คาดหวังกันมาก PSLปันผลครึ่งแรกไป 1 บาท ครึ่งหลังนี้ผมคาดว่าอีก 1.5-2.0 บาทต่อหุ้นเท่านั้นเองครับ เนื่องจากกลยุทธ์ต่างกัน PSL ตั้งใจเคลียร์หนี้ให้หมดภายในสิ้นปีหน้าแต่ TTA คงไม่รีบขนาดนั้นเลยมีเงินสดเหลือปันผลได้มากมายครับ ต้องคอยดูต่อไปครับ ...ว่าระยะยาวแล้วใครจะคิดถูกROGER เขียน:
หวังว่า PSL ปีนี้จะปันผลไม่ต่ำกว่า 4.50 บาทนะครับ เพราะ กำไรมากกว่า TTA จ่ายปันผลน้อยกว่าก็จะกระไรอยู่
ป.ล. ผมตามตัวนี้มาจนแต่ละไตรมาสแทบไม่ต้องลุ้นเลยว่ากำไรจะแค่ไหนเพราะประมาณการกันได้เองอยู่แล้ว คิดดูครับว่าผู้บริหารให้ข้อมูลรายย่อยอย่างพวกเรามากขนาดไหน ดังนั้นผมค่อนข้างมั่นใจว่าผู้บริหารชุดนี้จะไม่ทำอะไรนอกเหนือจากนโยบายที่วางไว้ครับ ...
It's earnings that count
-
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 3645
- ผู้ติดตาม: 0
กรณี TTA น่าติดตามนะครับ
โพสต์ที่ 78
fantasia เขียน:
ความน่าเชื่อถือของผู้บริหารทั้งสองบริษัทผมว่าสอบตกทั้งคู่ครับ
แต่ถ้าเป็นแนวทางการบริหารกิจการผมชอบ TTA มากกว่าเยอะครับ
กำไรเพิ่ม หนี้สินเพิ่ม สินทรัพย์เพิ่ม ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่ม
(ปันผล 4.5 บาทนี่ผมว่ามากไปนิดนะ)
ส่วน PSL กำไรเพิ่ม หนี้สินเพิ่ม ทรัพย์สินเพิ่มน้อย ส่วนของผู้ถือหุ้น
เพิ่มน้อย (เพราะซื้อหุ้นคืน)
กรณีซื้อหุ้นคืน ทั้ง ๆ ที่มีหนี้สินอยู่มาก ราคาหุ้นสูงกว่า BV มาก ๆ นี่
ผมถือว่าเป็นแนวทางการบริหารที่เสี่ยงเกินไปครับ เกินกว่าจะรับได้
(ไม่ได้บอกว่าไม่ดีนะครับ แต่ผมรับไม่ได้กับการบริหารเงินแบบนี้
ถ้าบริษัทซื้อหุ้นคืนแค่ 20% ของทุนจดทะเบียนนี่ก็แทบจะทำให้
ล้มละลายได้เลย เพราะ P/BV สูงมาก)
ก่อนหน้า ที่ US air จะเข้าแผนฟื้นฟู ก็ซื้อหุ้นคืนไปตั้งเยอะ ทั้ง ๆ ที่หนี้สิน
ต่อทุนสูงมาก
http://www.preciousshipping.com/NewsLet ... Report.PDF
เรื่อง BV ของ PSL และ TTA นั้นน่าจะต้องดูงบดอลลาร์เป็นหลักครับ เนื่องจากทรัพย์สินนั้นส่วนใหญ่ที่ซื้อบันทึกที่ 25 บาทต่อดอลลาร์และรายรับรายจ่ายแทบทั้งหมดเป็นดอลลาร์ครับ แล้วจะเห็นว่าจริงๆแล้ว D/E ไม่ได้อยู่ในขั้นน่ากังวลเลยครับ ของ PSL นั้น ณ สิ้นไตรมาสสาม D/E อยู่ประมาณ 1.9และประมาณสิ้นปีหน้าที่ 0.2 - 0.3 เท่า เท่านั้นเอง และ P/BV นั้น ณ สิ้นไตรมาสสามอยู่ที่ 4 เท่าและสิ้นปีหน้าจะอยู่ที่ประมาณ 2 เท่า ค่อนข้างแน่(เทียบราคาปัจจุบัน) เนื่องจากรายได้แทบทั้งหมดได้ทำสัญญาระยะยาวไว้เกือบหมดแล้ว ซึ่งจบไตรมาสหนึ่งปีหน้าคงจะทำสัญญาแต่ละลำมากกว่า 1 ปีครบหมดทุกลำตามนโยบายครับ ซึ่งเทียบกับบริษัทอื่นในธุรกิจเดียวกันผมว่าโอเคนะครับ ...
ผมก็ค่อนข้างเป็นห่วงเรื่อง cycle เหมือนกันครับ เพียงแต่ผมคิดว่าตลาดกังวลมากเกินไปจนทำให้ราคาหุ้นตํากว่าที่ควรจะเป็นในความคิดผม คิดดูง่ายๆครับ สิ้นปีหน้า psl จะเป็นบริษัทที่ปลอดหนี้หรืออย่างน้อยหนี้ระยะยาวก็คงไม่มีแล้วในขณะที่ bv จะขยับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 22.5 บาทต่อหุ้น(ที่เงินบาท 39) และเรือที่เหลือจะมีอายุเฉลี่ยเพียง 17-18 ปี สามารถใช้งานได้อีกอย่างน้อย 10 ปี และในอดีตถึงแม้จะเป็นช่วงที่แย่ที่สุด PSL ก็ไม่เคยมีกระแสเงินสดเป็นลบครับ(คาดการณ์ตามที่ผู้บริหารคาดไว้คือถ้าค่าระวางลดลงครึ่งนึงจาก spot rate ในปัจจุบัน PSL ก็ยังสามารถทำกำไรได้ถึง 3-4 บาทต่อหุ้นต่อปีอยู่ดี ซึ่งแน่นอนกระแสเงินสดรับจะมากกว่านี้อีกครับ) ... แถมเมื่อถึงช่วงวัฏจักรขาขึ้นอีกครั้ง psl จะสามารถกู้เงินเพื่อขยายกองเรือหรือทดแทนเรือเก่าบางลำได้อีกมากเลยครับ ...

It's earnings that count
-
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 3645
- ผู้ติดตาม: 0
กรณี TTA น่าติดตามนะครับ
โพสต์ที่ 79
คงเป็นจังหวะที่ตลาดดีพอดีด้วยนะครับ เรือส่วนใหญ่ที่ซื้อมาช่วงหลังมีระยะเวลาคืนทุนเพียง 2-3 ปีเท่านั้น เนื่องจากค่าระวางทรงตัวในระดับสูง ซึ่งตอนที่ทำสัญญาเงินกู้สมมติฐานค่าระวางคงจะคิดในกรณีที่แย่ๆไว้ก่อนเหมือนที่คนชอบกังวลกันว่าค่าระวางจะลดลงอย่างรุนแรงครับchatchai เขียน: จุดที่สำคัญคือ ตอนพิจารณาสินเชื่อ ข้อมูลในการวิเคราะห์เป็นอย่างไร ทำไมถึงได้มีระยะเวลาในการผ่อนชำระนานถึง 7 ปี ทั้งๆที่บริษัทก็มีเงินสดมากมายในระยะเวลาเพียงไม่นาน เบิกเงินกู้ได้ไม่ถึงปี ก็มีเงินสดเหลือซื้อหุ้นคืนได้
อันนี้ต้องถือว่าผู้บริหารคาดการณ์ได้ถูกต้องระดับนึง และดำเนินกลยุทธ์ที่เน้นปลอดภัยไว้ก่อน ยกตัวอย่างเรือลำนึงที่ psl ซื้อมาค่อนข้างใหม่ปล่อยเช่าที่ระยะเวลาประมาณ 3 ปี และรับค่าเช่าที่ตํากว่า spot rate อย่างมากเนื่องจากผู้บริหารมองว่าเค้ามีความเสี่ยงเรื่องเงินกู้ที่ใช้ซื้อเรือลำนี้อยู่จึงต้องการประกันกระแสเงินสดเอาไว้ในระยะยาว ซึ่งหลังจากหมดอายุเช่า 3 ปีนี้ PSL ก็จะใช้หนี้เรือลำนี้หมดและเหมือนได้มาฟรีๆแล้วทั้งๆที่เรือลำนี้จะมีอายุใช้งานเหลืออีก 15 ปีเป็นอย่างน้อย หลังจากหมดสัญญาเช่านี้
Ship No.32, Fonthida Naree, 28,400 dwt Built 1995, purchase price USD 12.5 million joins PSLs fleet on 05-03-2004
We are please to report that the Fonthida Naree has not only joined our fleet on the 5th of March 2004 but has been successfully fixed out for a 36 month charter at a rate that would generate USD 16.3 million in gross revenue and an EBITDA of USD 12.75 million, i.e. more net cash flow from operations than what we have paid for purchasing this ship!! Please remember that at the end of 3 years this ship would only be 12 years old and would still have a minimum 15 years of useful life left!!
As you all are aware, we have been mainly spot market players, but that has changed since the last quarter of 2003. In this rapidly enfolding freight bull market, with a view to steady our revenues, we have been keeping a look out for good clients who were more interested in a little longer term business. This has resulted in quite a few of our ships getting fixed for 'period' business as compared to the past trend of keeping all our ships on the spot market. Currently we have just about 50% of our annual capacity fixed on these type of 'period' business of minimum one year or longer at an average rate exceeding USD 13,000 per day per ship.
Should you have any queries and or clarifications, please do not hesitate to contact the undersigned.
Regards,
Khalid Hashim
ข้อมูลอ้างอิงจาก
http://www.preciousshipping.com/articles.asp
แก้ไขล่าสุดโดย Blueblood เมื่อ พุธ ธ.ค. 29, 2004 1:53 am, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.
It's earnings that count
-
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 3645
- ผู้ติดตาม: 0
กรณี TTA น่าติดตามนะครับ
โพสต์ที่ 80
ถ้าลองติดตามดูจะเห็นว่าธุรกิจนี้ง่ายมากเลยครับ รายจ่ายค่อนข้างคงที่อยู่แล้ว ที่ต้องคอยตามก็คือค่าระวางกับราคานํามัน ซึ่งถ้าเป็นการเช่าแบบเหมาลำเป็นระยะเวลาลูกค้าจะเป็นฝ่ายรับผิดชอบ ยิ่งง่ายสำหรับเราในการประมาณกำไรเข้าไปใหญ่ ที่ต้องคิดเพิ่มหลักๆก็มีแค่ ค่าเสื่อม ดอกเบี้ยจ่าย ค่าใช้จ่ายในการบริหาร(เท่าที่ลองประมาณดูก็ไม่ได้ขึ้นลงหวือหวานะครับ ค่อนข้างมี pattern ของมันเหมือนกัน) ภาษีก็ไม่ต้องเสียเนื่องจากธุรกิจนี้ได้รับการยกเว้น แถมข้อมูลจะเอาอะไรผู้บริหารก็มีให้แทบจะทุกอย่าง ... จะมีบริษัทไหนตามง่ายเท่านี้อีกสำหรับผมตอนนี้ยังหาไม่เจอครับ โดยเฉพาะบริษัทที่มีข้อมูลครบถ้วนถึงขั้นรายย่อยประมาณกำไรแต่ละงวดได้และผู้บริหารมาอัพเดทให้ฟังในงาน set opportunity day ทุกไตรมาสและตั้งใจว่าจะเข้าร่วมทุกครั้งต่อไปเรื่อยๆแบบนี้ ผมว่ามีไม่ถึง 10 บริษัทในตลาดที่เข้าเงื่อนไขพวกนี้
รอบหน้าถ้าวัฏจักรขาลงแล้วผมยังรอดอยู่ ก็หวังว่า PSLจะทำให้ผมกำไรเป็นสิบเท่าอีกครั้ง ... (ชีวิตนึงเล่นหุ้นตัวนี้แค่สองรอบพอ
)
รอบหน้าถ้าวัฏจักรขาลงแล้วผมยังรอดอยู่ ก็หวังว่า PSLจะทำให้ผมกำไรเป็นสิบเท่าอีกครั้ง ... (ชีวิตนึงเล่นหุ้นตัวนี้แค่สองรอบพอ

It's earnings that count
-
- Verified User
- โพสต์: 1477
- ผู้ติดตาม: 0
กรณี TTA น่าติดตามนะครับ
โพสต์ที่ 82
เพลงดาบสุดยอดกันทั้งสองฝ่ายครับ
ผมก็ถือ PSL เหมือนกัน แต่ไม่เคยมองลึกขนาดนี้เลย
ยังไงซะผมก็มองว่า PSL เป็นบริษัทที่ดีในแง่การเปิดเผยข้อมูล ผมชอบที่ผู้บริหารส่งการวิเคราะห์สถานะการณ์มาให้ดูทุกๆ Q ด้วยครับ
ผมก็ถือ PSL เหมือนกัน แต่ไม่เคยมองลึกขนาดนี้เลย

ยังไงซะผมก็มองว่า PSL เป็นบริษัทที่ดีในแง่การเปิดเผยข้อมูล ผมชอบที่ผู้บริหารส่งการวิเคราะห์สถานะการณ์มาให้ดูทุกๆ Q ด้วยครับ
I do not sleep. I dream.
-
- Verified User
- โพสต์: 2509
- ผู้ติดตาม: 0
กรณี TTA น่าติดตามนะครับ
โพสต์ที่ 83
ยืนยันครับ ท่าน BB ประมาณการแม่นยังกับจับวางมาอย่างน้อยก็ 2 งวดแล้วครับBlueblood เขียน:จะมีบริษัทไหนตามง่ายเท่านี้อีกสำหรับผมตอนนี้ยังหาไม่เจอครับ โดยเฉพาะบริษัทที่มีข้อมูลครบถ้วนถึงขั้นรายย่อยประมาณกำไรแต่ละงวดได้และผู้บริหารมาอัพเดทให้ฟังในงาน set opportunity day ทุกไตรมาสและตั้งใจว่าจะเข้าร่วมทุกครั้งต่อไปเรื่อยๆแบบนี้ ผมว่ามีไม่ถึง 10 บริษัทในตลาดที่เข้าเงื่อนไขพวกนี้
ใครไม่เชื่อลองดูงวดใหญ่ปลายปีนี้นะครับ อาจมีทำนายทั้ง "กำไร" และ "ปันผล"