รายได้ กับผลกำไรจากผลประกอบแบ สำหรับ VI มีความคิดเห็นอย่างไร
- sutee_p
- Verified User
- โพสต์: 325
- ผู้ติดตาม: 0
รายได้ กับผลกำไรจากผลประกอบแบ สำหรับ VI มีความคิดเห็นอย่างไร
โพสต์ที่ 1
อยากทราบว่า VI หลายๆท่านมีความคิดอย่างไร? มีผลดีหรือไม่ได้อย่างไร อย่างมีนัยสำคัญ กับผลประกอบการของบริษัทที่ประกาศออกมาว่า
1. " ปีนี้/ไตรมาศนี้ รายได้ลดลง 20% เมื่อเทียบกำไตรมาศก่อนๆเนื่องจาก ....
แต่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 2-5% เมื่อเทียบกับไตรมาศก่อนเนื่องจาก.... "
2. " ปีนี้/ไตรมาศนี้ รายได้เิพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกำไตรมาศก่อนๆเนื่องจาก ....
แต่กำไรสุทธิลดลง 2-5% เมื่อเทียบกับไตรมาศก่อนเนื่องจาก.... "
1. " ปีนี้/ไตรมาศนี้ รายได้ลดลง 20% เมื่อเทียบกำไตรมาศก่อนๆเนื่องจาก ....
แต่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 2-5% เมื่อเทียบกับไตรมาศก่อนเนื่องจาก.... "
2. " ปีนี้/ไตรมาศนี้ รายได้เิพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกำไตรมาศก่อนๆเนื่องจาก ....
แต่กำไรสุทธิลดลง 2-5% เมื่อเทียบกับไตรมาศก่อนเนื่องจาก.... "
-
- Verified User
- โพสต์: 1980
- ผู้ติดตาม: 0
รายได้ กับผลกำไรจากผลประกอบแบ สำหรับ VI มีความคิดเห็นอย่างไร
โพสต์ที่ 2
เน้นกำไรสุทธิที่เป็นเงินสด
The mother of all evils is speculation, leverage debt. Bottom line, is borrowing to the hilt. And I hate to tell you this, but it's a bankrupt business model. It won't work. It's systemic, malignant, and it's global, like cancer.
-
- Verified User
- โพสต์: 1601
- ผู้ติดตาม: 0
Re: รายได้ กับผลกำไรจากผลประกอบแบ สำหรับ VI มีความคิดเห็นอย่
โพสต์ที่ 3
[quote="sutee_p"]อยากทราบว่า VI หลายๆท่านมีความคิดอย่างไร? มีผลดีหรือไม่ได้อย่างไร อย่างมีนัยสำคัญ กับผลประกอบการของบริษัทที่ประกาศออกมาว่า
1.
1.
-
- Verified User
- โพสต์: 6427
- ผู้ติดตาม: 0
รายได้ กับผลกำไรจากผลประกอบแบ สำหรับ VI มีความคิดเห็นอย่างไร
โพสต์ที่ 4
ข้อหนึ่ง รายได้ลดลง เป็นแนวโน้มที่ไม่ดีครับ แสดงถึงว่าอาจจะขายได้น้อย (ราคาเดิม) เพราะมีคู่แข่งใหม่หรือสินค้าทดแทนเข้ามาแย่งตลาด
หรืออาจจะว่าขายได้ในราคาที่ถูกลง (ปริมาณเท่าเดิม) เพราะต้องแข่งขันด้วยการตัดราคา
ส่วนการที่กำไรเพิ่มขึ้นนั้น คงจะมาจากหลายเหตุผลที่ไม่สามารถรักษาให้เหมือนเดิมได้ในปีต่อๆไป เช่น กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน การขายทรัพย์สิน การลดค่าใช้จ่าย ฯลฯ
ส่วนข้อสองนั้น ไม่น่าเป็นห่วงเท่าไหร่ครับ แสดงว่าขายของได้เงินมากขึ้น อาจจะปริมาณขายเท่าเดิม แต่ขึ้นราคาได้ หรือปริมาณเพิ่มขึ้นในราคาเดิม
ซึ่งทั้งสองอย่างนี้เข้าเกณฑ์ของการเป็นผู้นำตลาด ส่วนกำไรที่ลดลงนั้น ก็คงเป็นเพราะค่าใช้จ่ายในการแย่งชิงตลาดที่มากขึ้น ลงทุนเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับยอดขายที่เพิ่ม ฯลฯ
ซึ่งต่อไปคงลดลงได้
หรืออาจจะว่าขายได้ในราคาที่ถูกลง (ปริมาณเท่าเดิม) เพราะต้องแข่งขันด้วยการตัดราคา
ส่วนการที่กำไรเพิ่มขึ้นนั้น คงจะมาจากหลายเหตุผลที่ไม่สามารถรักษาให้เหมือนเดิมได้ในปีต่อๆไป เช่น กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน การขายทรัพย์สิน การลดค่าใช้จ่าย ฯลฯ
ส่วนข้อสองนั้น ไม่น่าเป็นห่วงเท่าไหร่ครับ แสดงว่าขายของได้เงินมากขึ้น อาจจะปริมาณขายเท่าเดิม แต่ขึ้นราคาได้ หรือปริมาณเพิ่มขึ้นในราคาเดิม
ซึ่งทั้งสองอย่างนี้เข้าเกณฑ์ของการเป็นผู้นำตลาด ส่วนกำไรที่ลดลงนั้น ก็คงเป็นเพราะค่าใช้จ่ายในการแย่งชิงตลาดที่มากขึ้น ลงทุนเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับยอดขายที่เพิ่ม ฯลฯ
ซึ่งต่อไปคงลดลงได้
คนที่รู้ว่าตัวเองยังไม่รู้ ย่อมมีโอกาสเรียนรู้
- sutee_p
- Verified User
- โพสต์: 325
- ผู้ติดตาม: 0
รายได้ กับผลกำไรจากผลประกอบแบ สำหรับ VI มีความคิดเห็นอย่างไร
โพสต์ที่ 5
ขอบคุณทุกท่านมากครับ
ตามความเห็นของคุณ yy นั้นให้ข้อ 2 มีแนวโน้มที่ดีกว่าข้อ 1 ใช่ไหมครับ
ซึ่งแสดงว่า บริษัทที่มีกำไรออกมาดีกว่าไตรมาศก่อน แต่ว่ารายได้ทั้งหมดลดลง นั้นมีแนวโน้มไม่ค่อยดี
และบริษัทที่มีรายได้รวมทั้งหมดมากกว่าไตรมาศก่อน แต่กำไรน้อยกว่านั้นไม่ค่อยน่าเป็นห่วงเท่าไหร่
แต่ว่าเวลาเราจะดูว่าบริษัทนั้นๆ จะเติบโตได้มากต้องดูที่ ผลกำไรสุทธิ ซึ่งเราจะนำมาใช้หา EPS และข้อ 1 น่าจะดูดีกว่าข้อ 2 หรือป่าวครับ? งั้นเราก็ดู EPS อย่างเดียวไม่ได้
แล้วเราจะให้น้ำหนักกับตรงไหนมากกว่ากันละครับ

ตามความเห็นของคุณ yy นั้นให้ข้อ 2 มีแนวโน้มที่ดีกว่าข้อ 1 ใช่ไหมครับ
ซึ่งแสดงว่า บริษัทที่มีกำไรออกมาดีกว่าไตรมาศก่อน แต่ว่ารายได้ทั้งหมดลดลง นั้นมีแนวโน้มไม่ค่อยดี
และบริษัทที่มีรายได้รวมทั้งหมดมากกว่าไตรมาศก่อน แต่กำไรน้อยกว่านั้นไม่ค่อยน่าเป็นห่วงเท่าไหร่
แต่ว่าเวลาเราจะดูว่าบริษัทนั้นๆ จะเติบโตได้มากต้องดูที่ ผลกำไรสุทธิ ซึ่งเราจะนำมาใช้หา EPS และข้อ 1 น่าจะดูดีกว่าข้อ 2 หรือป่าวครับ? งั้นเราก็ดู EPS อย่างเดียวไม่ได้
แล้วเราจะให้น้ำหนักกับตรงไหนมากกว่ากันละครับ

- KGYF
- Verified User
- โพสต์: 399
- ผู้ติดตาม: 0
รายได้ กับผลกำไรจากผลประกอบแบ สำหรับ VI มีความคิดเห็นอย่างไร
โพสต์ที่ 6
ต้องเลือก ข้อ หนึ่ง ซิครับ เพราะ ถ้ารายได้ลดลง แต่กำไรเพิ่ม แสดงว่า สินค้าที่ขายไป อาจจะเพิ่มราคา ทำให้ยอดขายลดลง แต่ได้กำไรมาก ซึ่งมาจากการที่ขึ้นราคาสินค้าsutee_p เขียน:ขอบคุณทุกท่านมากครับ
ตามความเห็นของคุณ yy นั้นให้ข้อ 2 มีแนวโน้มที่ดีกว่าข้อ 1 ใช่ไหมครับ
ซึ่งแสดงว่า บริษัทที่มีกำไรออกมาดีกว่าไตรมาศก่อน แต่ว่ารายได้ทั้งหมดลดลง นั้นมีแนวโน้มไม่ค่อยดี
และบริษัทที่มีรายได้รวมทั้งหมดมากกว่าไตรมาศก่อน แต่กำไรน้อยกว่านั้นไม่ค่อยน่าเป็นห่วงเท่าไหร่
แต่ว่าเวลาเราจะดูว่าบริษัทนั้นๆ จะเติบโตได้มากต้องดูที่ ผลกำไรสุทธิ ซึ่งเราจะนำมาใช้หา EPS และข้อ 1 น่าจะดูดีกว่าข้อ 2 หรือป่าวครับ? งั้นเราก็ดู EPS อย่างเดียวไม่ได้
แล้วเราจะให้น้ำหนักกับตรงไหนมากกว่ากันละครับ
ข้อสอง รายได้เพิ่ม แต่กำไรลด แสดงว่า สินค้าที่ขายอาจจะมีคู่แข่งเพิ่มขึ้น ทำให้ต้องลดราคาสินค้า เพื่อสู้กับคู่แข่ง ถึงแม้ยอดขายจะเพิ่มขึ้น แต่กำไร ดันลดลงเป็นสัญญาณ ไม่ดีครับ
" สัพพะทานัง ธัมมะทานัง ชินาติ = การให้ธรรมะเป็นทาน ย่อมชนะการให้ทั้งปวง "
" ทุกข์มี เพราะยึด ทุกข์ยืด เพราะอยาก ทุกข์มาก เพราะพลอย ทุกข์น้อย เพราะหยุด ทุกข์หลุด เพราะปล่อย"
" ทุกข์มี เพราะยึด ทุกข์ยืด เพราะอยาก ทุกข์มาก เพราะพลอย ทุกข์น้อย เพราะหยุด ทุกข์หลุด เพราะปล่อย"
- murder_doll
- Verified User
- โพสต์: 1608
- ผู้ติดตาม: 0
รายได้ กับผลกำไรจากผลประกอบแบ สำหรับ VI มีความคิดเห็นอย่างไร
โพสต์ที่ 7
:lol: สงสัยทางที่ดี ทางรายได้ กับกำไร ต้องไปในทาง +++
น่าจะดีสุดนะครับ (ขำขำ)
น่าจะดีสุดนะครับ (ขำขำ)
เงินทองเป็นของมายา
ข้าวปลาคือของจริง
ข้าวปลาคือของจริง