รุ้งกินน้ำ
-
- Verified User
- โพสต์: 3348
- ผู้ติดตาม: 0
รุ้งกินน้ำ
โพสต์ที่ 2191
ช้างงัดกันครับ ทั้งพี่เทพ พี่ปอ
ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลก มันก็เป็นเช่นนั้นแล
- กล้วยไม้ขาว
- Verified User
- โพสต์: 1074
- ผู้ติดตาม: 0
รุ้งกินน้ำ
โพสต์ที่ 2192
ยังไงตัวหลักในพอร์ทผม จะขึ้นตอนที่ตัวอื่นตกน่ะครับpor_jai เขียน:
แถมข่าวสำคัญที่จะเรียกนักเก็งกำไรยังไม่ยอมออกตามสำนักข่าวซะที มีแต่แจ้งตลาดลักทรัพย์
ผมก็กะจะรอดูเค้าทำกันไปก่อน ยังไม่ถึงเวลาตัดสินใจครับ
- กล้วยไม้ขาว
- Verified User
- โพสต์: 1074
- ผู้ติดตาม: 0
รุ้งกินน้ำ
โพสต์ที่ 2195
เป็นภาษาจีนหรือว่าชื่อใครเหรอครับพี่ :?:CK เขียน:กล้วยไม้ขาว = แป๊ะลั้ง
- กล้วยไม้ขาว
- Verified User
- โพสต์: 1074
- ผู้ติดตาม: 0
รุ้งกินน้ำ
โพสต์ที่ 2198
เป็นภาษาจีนหรือว่าชื่อใครเหรอครับพี่por_jai เขียน:
- ก้อนหิน
- Verified User
- โพสต์: 2344
- ผู้ติดตาม: 0
รุ้งกินน้ำ
โพสต์ที่ 2199
ชอบบทความนี้ของพี่ สุมาอี้ มากเลยเอามาฝากครับ แหะแหะ
Tuesday, 9 March 2010
0135: Dickson G. Watts
« 0134: Anchoring | Main
ผมได้อ่านหนังสือโบราณเล่มหนึ่ง ซึ่งเขียนโดย Dickson G.Watts นักเก็งกำไรในตลาด New York Cotton Exchange เมื่อ 85 ปีที่แล้ว ท่านผู้นี้ร่ำรวยขึ้นมาจากมือเปล่าด้วยการเป็นนักเก็งกำไรราคาฝ้าย และในวัยสูงอายุได้ดำรงตำแหน่งเป็นประธานของ NYCE ในระหว่างปี 1878 - 1880 อีกด้วย
หนังสือเล่มนี้หายสาบสูญไปนาน แต่มันกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้งเมื่อ Edwin Lefevre ผู้เขียนหนังสือชื่อ Reminiscences of a Stock Operator ซึ่งเป็นชีวประวัติของ Jesse Livermore นักเก็งกำไรผู้โด่งดังในช่วงปี 1900-1930 กล่าวถึงกฏของ Watts ไว้ในหนังสือ
หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่มีขนาดเล็กมาก มันมีกฏทองของการเก็งกำไรเพียงไม่กี่ข้อ ซึ่งเป็นการสรุปจากประสบการณ์การเก็งกำไรทั้งชีวิตของผู้เขียน ผมเห็นว่ามันมีประสบการณ์ที่ทรงคุณค่า ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดเวลาในการเรียนรู้เกี่ยวกับตลาดหุ้นของเราได้ โดยที่ไม่ต้องจ่ายค่าเทอมเองด้วย อย่างไรก็ตาม มันเป็นหลักสำหรับการเก็งกำไรเป็นหลัก ต้องระวังเวลานำไปใช้กับการลงทุน เพราะแม้ว่าจะใช้ได้บ้างในบางส่วน แต่ไม่ว่าทั้งหมด
กฏของ Watts มีทั้งหมด 10 ข้อ 4 ข้อแรก เป็นกฏที่เป็นจริงเสมอ (Laws Absolute)
อีก 6 ข้อหลังเป็นกฏที่โดยปกติให้ยึดถือเอาไว้ แต่ในบางสถานการณ์ก็สามารถยืดหยุ่นได้ (Rules Conditional) ผมขออนุญาตเริ่มจาก Rule Conditional ทั้ง 6 ข้อก่อน
Rule Conditional #1 : การซื้อเฉลี่ย "ขาขึ้น" ดีกว่าการซื้อเฉลี่ย "ขาลง"
ธรรมเนียมทั่วไปนิยมเชื่อว่าการเฉลี่ยขาลงดีกว่าเพราะทำให้ต้นทุนเฉลี่ยลดลงเรื่อยๆ แม้ว่าสี่ในห้าครั้งที่เฉลี่ยขาลง ราคาหุ้นจะพลิกกลับขึ้นมา ทำให้มีกำไรได้ แต่จะมีอีกหนึ่งในห้าครั้งที่ ราคาหุ้นลงแบบถาวรไม่กลับขึ้นมาอีกเลยตลอดไป ซึ่งจะนำไปสู่การขาดทุนมหาศาลได้
Rule Conditional #2 ตลาดโวลุ่มหาย แนวต้านไม่แข็งแรง คือตลาดที่ควรจะขาย
เพราะตลาดเช่นนี้มักจะพัฒนาไปสู่ตลาดขาลง แต่เมื่อไรก็ตามที่ตลาดเช่นนี้ได้ผ่านไปสู่ภาวะที่มีโวลุ่มหนาแน่นและเป็นขาลงแล้วต่อด้วยแรงขายแบบตื่นตระหนกเรียบร้อยแล้วก็ถึงเวลาที่ควรจะซื้อมากๆ
ในทางตรงกันข้ามตลาดที่โวลุ่มหายแต่แนวต้านมั่นคงมักจะพัฒนาไปสู่ตลาดที่มีโวลุ่มหนาแน่นและมีฐานที่แข็งแรง หลังจากนั้นถ้าตลาดกลายเป็นตลาดที่เต็มไปด้วยอารมณ์ตื่นเต้น ก็ควรจะขายออกมาอย่างมั่นใจ
Rule Conditional #3
ในการสร้างมุมมองเกี่ยวกับตลาด ปัจจัยด้านความน่าจะเป็นจะละเลยไม่ได้ จงคิดถึงความน่าจะเป็นเสมอ นโปเลียนวางแผนการรบจะเผื่อกรณีสุดวิสัยเอาไว้เสมอ อุบัติเหตุอาจเกิดขึ้นมาทำลายหรือหักล้างการคิดคำนวณที่ดีที่สุดได้ การคิดคำนวณจึงต้องรวมสิ่งที่คาดไม่ได้เอาไว้เสมอ คนที่คิดคำนวณความน่าจะเป็นไว้ด้วยคือยอดคน
จงสร้างมุมมองจากข้อมูลต่างๆ เช่น สภาวะของประเทศ ผลผลิตทางการเกษตร ตัวเลขการผลิต ฯลฯ สถิติเก่าๆ นั้นเป็นสิ่งที่มีค่า แต่จะต้องไม่มีอิทธิพลเหนือข้อมูลในการสร้างมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์ข้างหน้า คนที่ยึดติดกับสถิติเก่าๆ มากเกินไปจะหลงทาง เคนนิ่งกล่าวว่า "there is nothing so fallacious as facts, except figures."
ดังนั้น จึงควรเริ่มซื้อแต่น้อย เมื่อราคาหุ้นไต่ระดับขึ้นก็ค่อยๆ ซื้อเพิ่มอย่างเฝ้าระวัง เมื่อไรที่ราคาหุ้นปรับฐานลงจนชนต้นทุนเฉลี่ยเมื่อไรก็ควรขายหนีทันที เพื่อหลีกเลี่ยงการขาดทุน ถ้าทำเช่นนี้ตลอด จะมีบางครั้งที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นไปอย่างมากทำให้ได้กำไรมหาศาลในครั้งนั้น กลยุทธ์นี้มีความเสี่ยงต่ำ และเมื่อใดก็ตามที่สำเร็จจะได้กำไรสูง ควรใช้กลยุทธ์ซื้อเฉลี่ยขาขึ้นเมื่อคาดว่าตลาดกำลังมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญและในจังหวะที่คุณมีเงินทุนพอเพียงที่จะทำเช่นนั้น
Rule Conditional #4
ในสถานการณ์ทั่วไป คำแนะนำของเราคือการซื้อในครั้งเดียวให้ได้จำนวนที่เหมาะสมกับทุนที่มีอยู่ไปเลย การ Cut loss หรือการ Take Profit ก็ให้ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณ หลักก็คือ Stop lossess and let profits run. ถ้าหากกำไรขนาดเล็กเรา Take ได้ ขาดทุนขนาดเล็ก เราก็ต้องกล้า Take ด้วย การขาดความกล้าที่จะขาดทุนขนาดเล็กและการรีบร้อนเกินไปที่จะ Take Profit คือหายนะ มันทำให้เสียงานมามากแล้ว
Rule Conditional #5
การซื้อขาลงต้องอาศัยกระเป๋าเงินที่ลึกและจิตใจที่มั่นคง บ่อยครั้งที่ความหายนะมาเยือนผู้ที่มีทั้งสองสิ่ง ยิ่งจิตใจมั่นคง โอกาสที่จะถือหุ้นไว้นานเกินไปยิ่งมาก อย่างไรก็ดี มีคนจำพวกหนึ่ง ที่ประสบความสำเร็จในการซื้อขาลงแล้วถือไว้เฉยๆ พวกนี้ซื้อทีละน้อย เข้าอย่างรอบคอบ และถือเอาไว้นานๆ พวกเขาเป็นคนที่ไม่รู้สึกถูกรบกวนใจเพราะความผันผวนของราคา พวกเขาเป็นนักตัดสินใจซึ่งซื้อในยามที่ตลาดแย่มากๆ แล้วถือไว้จนธุรกิจพลิกฟื้นตัวได้ แบบนี้เป็นการลงทุนไม่ใช่การเก็งกำไร
Rule Conditional #6
ความเห็นของตลาดนั้นจะละเลยไปเลยไม่ได้ เมื่อเกิดกระแสการเก็งกำไร เราควรเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด หลักก็คือ ตัดสินใจอย่างรอบคอบตลาดกระแสตลาด ถ้าจะสวนตลาดก็ให้ทำอย่างกล้าหาญ การแห่ตามตลาดแม้ว่าทุกอย่างจะดูดีนั้นเป็นเรื่องที่อันตราย เมื่อทิศทางพลิกกลับเราจะลำบาก นักเก็งกำไรตระหนักดีถึงอันตรายของ "การมีเพื่อนมากเกินไป" ในขณะเดียวกันก็ต้องรอบคอบอย่างยิ่งในการสวนตลาด ตลาดมีชีพจรที่นักเก็งกำไรควรวางมือของตนไว้บนข้อมือของตลาดแบบเดียวกับแพทย์ ชีพจรนี้คือสิ่งที่จะบ่งบอกเราว่าควรทำเช่นไรและเมื่อใด
คราวนี้ ขอกล่าวถึง Law Absolute ที่เหลืออีก 4 ข้อ ของ Dicksons G.Watts บ้าง
Law Absolute 1: Never Overtrade
การเปิดสถานะโดยมิประเมินทุนที่มีอยู่นำมาซึ่งหายนะ ความผันผวนที่รุนแรงจะปั่นหัวของนักลงทุนทำให้การตัดสินใจผิดพลาดไปหมด
Law Absolute #2 : Never "Double Up"
ห้ามกลับสถานะทีเดียวทั้งหมดในทันที ตัวอย่างเช่น กำลัง long อยู่ ห้ามขายทิ้งหมดแล้วเปลี่ยนมา short ทันทีในปริมาณที่เท่ากัน ในบางครั้งการทำเช่นนี้อาจประสบความสำเร็จแต่นับว่าอันตราย หากตลาดพลิกกลับมาขึ้นต่อ ใจกลับไปเก็งทิศทางเดิม นักเก็งกำไรจะทิ้ง short แล้วหันมา long ใหม่อีกครั้ง ถ้าหากว่าหนนี้ผิดพลาด ความปั่นป่วนในใจจะเกิดขึ้น
ดังนั้นเมื่อต้องการกลับทิศทางควรทำทีละน้อยอย่างระมัดระวัง ทั้งหมดก็เพื่อรักษาความสามารถในการตัดสินใจของเราให้ปลอดโปร่งอยู่เสมอ สร้างสมดุลของจิตใจ
Law Absolute #3 : Run Quickly or Not at All
ลงมือจัดการทันทีที่เห็นอันตรายเริ่มเคลือบคลานเข้ามาเป็นครั้งแรก แต่หากพลาดที่จะลงมือแต่เนิ่นๆ จนกระทั้งคนอื่นในตลาดเห็นอันตรายนั้นกันหมดแล้วก็จงอยู่เฉยๆ เหมือนเดิม หรือมิฉะนั้นก็ปิดสถานะเพียงแค่บางส่วน
Law Absolute #4: เมื่อลังเล ลดสถานะ
หากรู้สึกใจคอไม่ดีกับสถานะที่เปิดอยู่ หรือสถานะใหญ่เกินกว่าที่จะรู้สึกปลอดภัย ชายคนหนึ่งบอกชายอีกคนหนึ่งว่าเขานอนไม่หลับเลยเพราะสถานะของเขา ชายอีกคนตอบง่ายๆ ว่า "Sell down to a sleeping point."
ผมเห็นว่า กฏของ Watts นั้นมีอะไรที่ลึกซึ้งซ่อนอยู่ระหว่างบรรทัดเยอะ หลายอย่างเกิดจากประสบการณ์ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก ทำให้มือใหม่อาจยังเข้าใจไม่ได้ในทันที ลองค่อยๆ อ่านทำความเข้าใจไปเรื่อยๆ จะได้หลักการอะไรดีๆ หลายอย่างมาปรับใช้ให้เราอยู่ในตลาดได้อย่างคนฉลาดมากขึ้นครับ
http://portal.settrade.com/blog/1001ii/2010/03/09/806
Tuesday, 9 March 2010
0135: Dickson G. Watts
« 0134: Anchoring | Main
ผมได้อ่านหนังสือโบราณเล่มหนึ่ง ซึ่งเขียนโดย Dickson G.Watts นักเก็งกำไรในตลาด New York Cotton Exchange เมื่อ 85 ปีที่แล้ว ท่านผู้นี้ร่ำรวยขึ้นมาจากมือเปล่าด้วยการเป็นนักเก็งกำไรราคาฝ้าย และในวัยสูงอายุได้ดำรงตำแหน่งเป็นประธานของ NYCE ในระหว่างปี 1878 - 1880 อีกด้วย
หนังสือเล่มนี้หายสาบสูญไปนาน แต่มันกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้งเมื่อ Edwin Lefevre ผู้เขียนหนังสือชื่อ Reminiscences of a Stock Operator ซึ่งเป็นชีวประวัติของ Jesse Livermore นักเก็งกำไรผู้โด่งดังในช่วงปี 1900-1930 กล่าวถึงกฏของ Watts ไว้ในหนังสือ
หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่มีขนาดเล็กมาก มันมีกฏทองของการเก็งกำไรเพียงไม่กี่ข้อ ซึ่งเป็นการสรุปจากประสบการณ์การเก็งกำไรทั้งชีวิตของผู้เขียน ผมเห็นว่ามันมีประสบการณ์ที่ทรงคุณค่า ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดเวลาในการเรียนรู้เกี่ยวกับตลาดหุ้นของเราได้ โดยที่ไม่ต้องจ่ายค่าเทอมเองด้วย อย่างไรก็ตาม มันเป็นหลักสำหรับการเก็งกำไรเป็นหลัก ต้องระวังเวลานำไปใช้กับการลงทุน เพราะแม้ว่าจะใช้ได้บ้างในบางส่วน แต่ไม่ว่าทั้งหมด
กฏของ Watts มีทั้งหมด 10 ข้อ 4 ข้อแรก เป็นกฏที่เป็นจริงเสมอ (Laws Absolute)
อีก 6 ข้อหลังเป็นกฏที่โดยปกติให้ยึดถือเอาไว้ แต่ในบางสถานการณ์ก็สามารถยืดหยุ่นได้ (Rules Conditional) ผมขออนุญาตเริ่มจาก Rule Conditional ทั้ง 6 ข้อก่อน
Rule Conditional #1 : การซื้อเฉลี่ย "ขาขึ้น" ดีกว่าการซื้อเฉลี่ย "ขาลง"
ธรรมเนียมทั่วไปนิยมเชื่อว่าการเฉลี่ยขาลงดีกว่าเพราะทำให้ต้นทุนเฉลี่ยลดลงเรื่อยๆ แม้ว่าสี่ในห้าครั้งที่เฉลี่ยขาลง ราคาหุ้นจะพลิกกลับขึ้นมา ทำให้มีกำไรได้ แต่จะมีอีกหนึ่งในห้าครั้งที่ ราคาหุ้นลงแบบถาวรไม่กลับขึ้นมาอีกเลยตลอดไป ซึ่งจะนำไปสู่การขาดทุนมหาศาลได้
Rule Conditional #2 ตลาดโวลุ่มหาย แนวต้านไม่แข็งแรง คือตลาดที่ควรจะขาย
เพราะตลาดเช่นนี้มักจะพัฒนาไปสู่ตลาดขาลง แต่เมื่อไรก็ตามที่ตลาดเช่นนี้ได้ผ่านไปสู่ภาวะที่มีโวลุ่มหนาแน่นและเป็นขาลงแล้วต่อด้วยแรงขายแบบตื่นตระหนกเรียบร้อยแล้วก็ถึงเวลาที่ควรจะซื้อมากๆ
ในทางตรงกันข้ามตลาดที่โวลุ่มหายแต่แนวต้านมั่นคงมักจะพัฒนาไปสู่ตลาดที่มีโวลุ่มหนาแน่นและมีฐานที่แข็งแรง หลังจากนั้นถ้าตลาดกลายเป็นตลาดที่เต็มไปด้วยอารมณ์ตื่นเต้น ก็ควรจะขายออกมาอย่างมั่นใจ
Rule Conditional #3
ในการสร้างมุมมองเกี่ยวกับตลาด ปัจจัยด้านความน่าจะเป็นจะละเลยไม่ได้ จงคิดถึงความน่าจะเป็นเสมอ นโปเลียนวางแผนการรบจะเผื่อกรณีสุดวิสัยเอาไว้เสมอ อุบัติเหตุอาจเกิดขึ้นมาทำลายหรือหักล้างการคิดคำนวณที่ดีที่สุดได้ การคิดคำนวณจึงต้องรวมสิ่งที่คาดไม่ได้เอาไว้เสมอ คนที่คิดคำนวณความน่าจะเป็นไว้ด้วยคือยอดคน
จงสร้างมุมมองจากข้อมูลต่างๆ เช่น สภาวะของประเทศ ผลผลิตทางการเกษตร ตัวเลขการผลิต ฯลฯ สถิติเก่าๆ นั้นเป็นสิ่งที่มีค่า แต่จะต้องไม่มีอิทธิพลเหนือข้อมูลในการสร้างมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์ข้างหน้า คนที่ยึดติดกับสถิติเก่าๆ มากเกินไปจะหลงทาง เคนนิ่งกล่าวว่า "there is nothing so fallacious as facts, except figures."
ดังนั้น จึงควรเริ่มซื้อแต่น้อย เมื่อราคาหุ้นไต่ระดับขึ้นก็ค่อยๆ ซื้อเพิ่มอย่างเฝ้าระวัง เมื่อไรที่ราคาหุ้นปรับฐานลงจนชนต้นทุนเฉลี่ยเมื่อไรก็ควรขายหนีทันที เพื่อหลีกเลี่ยงการขาดทุน ถ้าทำเช่นนี้ตลอด จะมีบางครั้งที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นไปอย่างมากทำให้ได้กำไรมหาศาลในครั้งนั้น กลยุทธ์นี้มีความเสี่ยงต่ำ และเมื่อใดก็ตามที่สำเร็จจะได้กำไรสูง ควรใช้กลยุทธ์ซื้อเฉลี่ยขาขึ้นเมื่อคาดว่าตลาดกำลังมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญและในจังหวะที่คุณมีเงินทุนพอเพียงที่จะทำเช่นนั้น
Rule Conditional #4
ในสถานการณ์ทั่วไป คำแนะนำของเราคือการซื้อในครั้งเดียวให้ได้จำนวนที่เหมาะสมกับทุนที่มีอยู่ไปเลย การ Cut loss หรือการ Take Profit ก็ให้ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณ หลักก็คือ Stop lossess and let profits run. ถ้าหากกำไรขนาดเล็กเรา Take ได้ ขาดทุนขนาดเล็ก เราก็ต้องกล้า Take ด้วย การขาดความกล้าที่จะขาดทุนขนาดเล็กและการรีบร้อนเกินไปที่จะ Take Profit คือหายนะ มันทำให้เสียงานมามากแล้ว
Rule Conditional #5
การซื้อขาลงต้องอาศัยกระเป๋าเงินที่ลึกและจิตใจที่มั่นคง บ่อยครั้งที่ความหายนะมาเยือนผู้ที่มีทั้งสองสิ่ง ยิ่งจิตใจมั่นคง โอกาสที่จะถือหุ้นไว้นานเกินไปยิ่งมาก อย่างไรก็ดี มีคนจำพวกหนึ่ง ที่ประสบความสำเร็จในการซื้อขาลงแล้วถือไว้เฉยๆ พวกนี้ซื้อทีละน้อย เข้าอย่างรอบคอบ และถือเอาไว้นานๆ พวกเขาเป็นคนที่ไม่รู้สึกถูกรบกวนใจเพราะความผันผวนของราคา พวกเขาเป็นนักตัดสินใจซึ่งซื้อในยามที่ตลาดแย่มากๆ แล้วถือไว้จนธุรกิจพลิกฟื้นตัวได้ แบบนี้เป็นการลงทุนไม่ใช่การเก็งกำไร
Rule Conditional #6
ความเห็นของตลาดนั้นจะละเลยไปเลยไม่ได้ เมื่อเกิดกระแสการเก็งกำไร เราควรเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด หลักก็คือ ตัดสินใจอย่างรอบคอบตลาดกระแสตลาด ถ้าจะสวนตลาดก็ให้ทำอย่างกล้าหาญ การแห่ตามตลาดแม้ว่าทุกอย่างจะดูดีนั้นเป็นเรื่องที่อันตราย เมื่อทิศทางพลิกกลับเราจะลำบาก นักเก็งกำไรตระหนักดีถึงอันตรายของ "การมีเพื่อนมากเกินไป" ในขณะเดียวกันก็ต้องรอบคอบอย่างยิ่งในการสวนตลาด ตลาดมีชีพจรที่นักเก็งกำไรควรวางมือของตนไว้บนข้อมือของตลาดแบบเดียวกับแพทย์ ชีพจรนี้คือสิ่งที่จะบ่งบอกเราว่าควรทำเช่นไรและเมื่อใด
คราวนี้ ขอกล่าวถึง Law Absolute ที่เหลืออีก 4 ข้อ ของ Dicksons G.Watts บ้าง
Law Absolute 1: Never Overtrade
การเปิดสถานะโดยมิประเมินทุนที่มีอยู่นำมาซึ่งหายนะ ความผันผวนที่รุนแรงจะปั่นหัวของนักลงทุนทำให้การตัดสินใจผิดพลาดไปหมด
Law Absolute #2 : Never "Double Up"
ห้ามกลับสถานะทีเดียวทั้งหมดในทันที ตัวอย่างเช่น กำลัง long อยู่ ห้ามขายทิ้งหมดแล้วเปลี่ยนมา short ทันทีในปริมาณที่เท่ากัน ในบางครั้งการทำเช่นนี้อาจประสบความสำเร็จแต่นับว่าอันตราย หากตลาดพลิกกลับมาขึ้นต่อ ใจกลับไปเก็งทิศทางเดิม นักเก็งกำไรจะทิ้ง short แล้วหันมา long ใหม่อีกครั้ง ถ้าหากว่าหนนี้ผิดพลาด ความปั่นป่วนในใจจะเกิดขึ้น
ดังนั้นเมื่อต้องการกลับทิศทางควรทำทีละน้อยอย่างระมัดระวัง ทั้งหมดก็เพื่อรักษาความสามารถในการตัดสินใจของเราให้ปลอดโปร่งอยู่เสมอ สร้างสมดุลของจิตใจ
Law Absolute #3 : Run Quickly or Not at All
ลงมือจัดการทันทีที่เห็นอันตรายเริ่มเคลือบคลานเข้ามาเป็นครั้งแรก แต่หากพลาดที่จะลงมือแต่เนิ่นๆ จนกระทั้งคนอื่นในตลาดเห็นอันตรายนั้นกันหมดแล้วก็จงอยู่เฉยๆ เหมือนเดิม หรือมิฉะนั้นก็ปิดสถานะเพียงแค่บางส่วน
Law Absolute #4: เมื่อลังเล ลดสถานะ
หากรู้สึกใจคอไม่ดีกับสถานะที่เปิดอยู่ หรือสถานะใหญ่เกินกว่าที่จะรู้สึกปลอดภัย ชายคนหนึ่งบอกชายอีกคนหนึ่งว่าเขานอนไม่หลับเลยเพราะสถานะของเขา ชายอีกคนตอบง่ายๆ ว่า "Sell down to a sleeping point."
ผมเห็นว่า กฏของ Watts นั้นมีอะไรที่ลึกซึ้งซ่อนอยู่ระหว่างบรรทัดเยอะ หลายอย่างเกิดจากประสบการณ์ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก ทำให้มือใหม่อาจยังเข้าใจไม่ได้ในทันที ลองค่อยๆ อ่านทำความเข้าใจไปเรื่อยๆ จะได้หลักการอะไรดีๆ หลายอย่างมาปรับใช้ให้เราอยู่ในตลาดได้อย่างคนฉลาดมากขึ้นครับ
http://portal.settrade.com/blog/1001ii/2010/03/09/806
-
- Verified User
- โพสต์: 3348
- ผู้ติดตาม: 0
รุ้งกินน้ำ
โพสต์ที่ 2200
ขอบคุณครับ
ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลก มันก็เป็นเช่นนั้นแล
-
- Verified User
- โพสต์: 3348
- ผู้ติดตาม: 0
รุ้งกินน้ำ
โพสต์ที่ 2201
ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลก มันก็เป็นเช่นนั้นแล
- por_jai
- Verified User
- โพสต์: 14338
- ผู้ติดตาม: 0
รุ้งกินน้ำ
โพสต์ที่ 2202
smith_sanguan เขียน:พี่ป้อม รวม โรงแรม pool villa ครับ
http://topicstock.pantip.com/blueplanet ... 55233.html

กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า
-
- Verified User
- โพสต์: 2938
- ผู้ติดตาม: 0
รุ้งกินน้ำ
โพสต์ที่ 2203
เคยไปpool villaมาหลายที่
ถ้าจะไปจริง ต้องดูpoolให้ดีๆ บางทีแค่มี แถมแพง
ถ้าจะมีทั้งที ต้องใหญ่พอประมาณ ว่ายไปมาได้นิดหน่อย ไม่ใช่แค่กระโดด ไปกระโดดมา
สระต้องดูสะอาด สีพื้นสว่าง อย่างของX2 พื้นสีเข้ม ดูไม่น่าเล่น
ถ้าเป็นโรงแรมเชน อย่างเมอริเดียน ผมว่าลงมาสระใหญ่มันกว่าเยอะ
แต่ถ้าชอบแก้ผ้าเล่นน้ำ ก็คงต้องpoolส่วนตัวหละ อิอิ
สำหรับคนไม่คิดแก้ผ้าเล่นน้ำ ผมว่าเล่นสระรวมก็โอ เพราะโดยส่วนมาก โรงแรมทั่วไปคนก็เล่นกันไปไม่เยอะ
ที่ไปมาแล้วเคยชอบก็เอวาซอน หัวหิน pool villa ติดทะเล
โดยทั่วไป ถ้าคิดว่าแค่ว่าจะเอาบรรยากาศ ผมว่าไม่คุ้มราคา
ถ้าชอบสระใหญ่ มีสไลด์เดอร์ มีโดดหน้าผา ลองไปดูเซ็นทาราพัทยาครับ
สระน้ำเกลือ มีสระเงียบด้วย ให้พูดคุยกัน เหมาะสำหรับพี่พอใจไปเฝ้าดูตัวเอง หุหุ
ถ้าจะไปจริง ต้องดูpoolให้ดีๆ บางทีแค่มี แถมแพง
ถ้าจะมีทั้งที ต้องใหญ่พอประมาณ ว่ายไปมาได้นิดหน่อย ไม่ใช่แค่กระโดด ไปกระโดดมา
สระต้องดูสะอาด สีพื้นสว่าง อย่างของX2 พื้นสีเข้ม ดูไม่น่าเล่น
ถ้าเป็นโรงแรมเชน อย่างเมอริเดียน ผมว่าลงมาสระใหญ่มันกว่าเยอะ
แต่ถ้าชอบแก้ผ้าเล่นน้ำ ก็คงต้องpoolส่วนตัวหละ อิอิ
สำหรับคนไม่คิดแก้ผ้าเล่นน้ำ ผมว่าเล่นสระรวมก็โอ เพราะโดยส่วนมาก โรงแรมทั่วไปคนก็เล่นกันไปไม่เยอะ
ที่ไปมาแล้วเคยชอบก็เอวาซอน หัวหิน pool villa ติดทะเล
โดยทั่วไป ถ้าคิดว่าแค่ว่าจะเอาบรรยากาศ ผมว่าไม่คุ้มราคา
ถ้าชอบสระใหญ่ มีสไลด์เดอร์ มีโดดหน้าผา ลองไปดูเซ็นทาราพัทยาครับ
สระน้ำเกลือ มีสระเงียบด้วย ให้พูดคุยกัน เหมาะสำหรับพี่พอใจไปเฝ้าดูตัวเอง หุหุ
เฝ้าดูไป โดยใจที่เป็นกลาง
-
- Verified User
- โพสต์: 3348
- ผู้ติดตาม: 0
รุ้งกินน้ำ
โพสต์ที่ 2204
โอ๋ สระน้ำเกลือ ของแปลก สำหรับผม เดี๋ยวเอา เกลือไปใส่ใน สระส่วนตัวดีกว่าnanchan เขียน:เคยไปpool villaมาหลายที่
ถ้าจะไปจริง ต้องดูpoolให้ดีๆ บางทีแค่มี แถมแพง
ถ้าจะมีทั้งที ต้องใหญ่พอประมาณ ว่ายไปมาได้นิดหน่อย ไม่ใช่แค่กระโดด ไปกระโดดมา
สระต้องดูสะอาด สีพื้นสว่าง อย่างของX2 พื้นสีเข้ม ดูไม่น่าเล่น
ถ้าเป็นโรงแรมเชน อย่างเมอริเดียน ผมว่าลงมาสระใหญ่มันกว่าเยอะ
แต่ถ้าชอบแก้ผ้าเล่นน้ำ ก็คงต้องpoolส่วนตัวหละ อิอิ
สำหรับคนไม่คิดแก้ผ้าเล่นน้ำ ผมว่าเล่นสระรวมก็โอ เพราะโดยส่วนมาก โรงแรมทั่วไปคนก็เล่นกันไปไม่เยอะ
ที่ไปมาแล้วเคยชอบก็เอวาซอน หัวหิน pool villa ติดทะเล
โดยทั่วไป ถ้าคิดว่าแค่ว่าจะเอาบรรยากาศ ผมว่าไม่คุ้มราคา
ถ้าชอบสระใหญ่ มีสไลด์เดอร์ มีโดดหน้าผา ลองไปดูเซ็นทาราพัทยาครับ
สระน้ำเกลือ มีสระเงียบด้วย ให้พูดคุยกัน เหมาะสำหรับพี่พอใจไปเฝ้าดูตัวเอง หุหุ
ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลก มันก็เป็นเช่นนั้นแล
-
- Verified User
- โพสต์: 3348
- ผู้ติดตาม: 0
รุ้งกินน้ำ
โพสต์ที่ 2205
วันนี้จะได้หวดแล้ว เย้ นิ้วล็อก กึกๆๆ 

ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลก มันก็เป็นเช่นนั้นแล
-
- Verified User
- โพสต์: 2938
- ผู้ติดตาม: 0
รุ้งกินน้ำ
โพสต์ที่ 2206
ก้อนหิน เขียน:
Rule Conditional #1 : การซื้อเฉลี่ย "ขาขึ้น" ดีกว่าการซื้อเฉลี่ย "ขาลง"
ธรรมเนียมทั่วไปนิยมเชื่อว่าการเฉลี่ยขาลงดีกว่าเพราะทำให้ต้นทุนเฉลี่ยลดลงเรื่อยๆ แม้ว่าสี่ในห้าครั้งที่เฉลี่ยขาลง ราคาหุ้นจะพลิกกลับขึ้นมา ทำให้มีกำไรได้ แต่จะมีอีกหนึ่งในห้าครั้งที่ ราคาหุ้นลงแบบถาวรไม่กลับขึ้นมาอีกเลยตลอดไป ซึ่งจะนำไปสู่การขาดทุนมหาศาลได้
จะรู้ได้ไงว่าเป็นขาขึ้น
Rule Conditional #2 ตลาดโวลุ่มหาย แนวต้านไม่แข็งแรง คือตลาดที่ควรจะขาย
เพราะตลาดเช่นนี้มักจะพัฒนาไปสู่ตลาดขาลง แต่เมื่อไรก็ตามที่ตลาดเช่นนี้ได้ผ่านไปสู่ภาวะที่มีโวลุ่มหนาแน่นและเป็นขาลงแล้วต่อด้วยแรงขายแบบตื่นตระหนกเรียบร้อยแล้วก็ถึงเวลาที่ควรจะซื้อมากๆ
ในทางตรงกันข้ามตลาดที่โวลุ่มหายแต่แนวต้านมั่นคงมักจะพัฒนาไปสู่ตลาดที่มีโวลุ่มหนาแน่นและมีฐานที่แข็งแรง หลังจากนั้นถ้าตลาดกลายเป็นตลาดที่เต็มไปด้วยอารมณ์ตื่นเต้น ก็ควรจะขายออกมาอย่างมั่นใจ
ปีที่ผ่านมาเจอตลาดวอลุ่มหดหลายครั้ง และวอลุ่มหุ้นรายตัวหดด้วยก็บ่อย
แต่ก็เห็นวิ่งมาได้อีกไกล
Rule Conditional #3
ในการสร้างมุมมองเกี่ยวกับตลาด ปัจจัยด้านความน่าจะเป็นจะละเลยไม่ได้ จงคิดถึงความน่าจะเป็นเสมอ นโปเลียนวางแผนการรบจะเผื่อกรณีสุดวิสัยเอาไว้เสมอ อุบัติเหตุอาจเกิดขึ้นมาทำลายหรือหักล้างการคิดคำนวณที่ดีที่สุดได้ การคิดคำนวณจึงต้องรวมสิ่งที่คาดไม่ได้เอาไว้เสมอ คนที่คิดคำนวณความน่าจะเป็นไว้ด้วยคือยอดคน
จงสร้างมุมมองจากข้อมูลต่างๆ เช่น สภาวะของประเทศ ผลผลิตทางการเกษตร ตัวเลขการผลิต ฯลฯ สถิติเก่าๆ นั้นเป็นสิ่งที่มีค่า แต่จะต้องไม่มีอิทธิพลเหนือข้อมูลในการสร้างมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์ข้างหน้า คนที่ยึดติดกับสถิติเก่าๆ มากเกินไปจะหลงทาง เคนนิ่งกล่าวว่า "there is nothing so fallacious as facts, except figures."
ดังนั้น จึงควรเริ่มซื้อแต่น้อย เมื่อราคาหุ้นไต่ระดับขึ้นก็ค่อยๆ ซื้อเพิ่มอย่างเฝ้าระวัง เมื่อไรที่ราคาหุ้นปรับฐานลงจนชนต้นทุนเฉลี่ยเมื่อไรก็ควรขายหนีทันที เพื่อหลีกเลี่ยงการขาดทุน ถ้าทำเช่นนี้ตลอด จะมีบางครั้งที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นไปอย่างมากทำให้ได้กำไรมหาศาลในครั้งนั้น กลยุทธ์นี้มีความเสี่ยงต่ำ และเมื่อใดก็ตามที่สำเร็จจะได้กำไรสูง ควรใช้กลยุทธ์ซื้อเฉลี่ยขาขึ้นเมื่อคาดว่าตลาดกำลังมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญและในจังหวะที่คุณมีเงินทุนพอเพียงที่จะทำเช่นนั้น
จริงเรื่องความน่าจะเป็นมันน่าจะยากเอาการเลยนะ เพราะถ้ารู้งี้ ก็ดี
แต่ผมว่าการเริ่มซื้อแต่น้อยก่อนก็ดี แต่ไม่ใช่ซื้อน้อยแล้วก็ยังกลัวอีก ถ้างั้นก็เลิกเล่นดีกว่า หลังจากซื้อน้อยไปแล้ว ควรจะศึกษาให้มากขึ้น เพื่อจะซื้อมาก
Rule Conditional #4
ในสถานการณ์ทั่วไป คำแนะนำของเราคือการซื้อในครั้งเดียวให้ได้จำนวนที่เหมาะสมกับทุนที่มีอยู่ไปเลย การ Cut loss หรือการ Take Profit ก็ให้ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณ หลักก็คือ Stop lossess and let profits run. ถ้าหากกำไรขนาดเล็กเรา Take ได้ ขาดทุนขนาดเล็ก เราก็ต้องกล้า Take ด้วย การขาดความกล้าที่จะขาดทุนขนาดเล็กและการรีบร้อนเกินไปที่จะ Take Profit คือหายนะ มันทำให้เสียงานมามากแล้ว
รู้สึกจะขัดกะRule3 ระหว่างการซื้อในครั้งเดียวให้ได้จำนวน กะซื้อน้อยก่อน
ถ้าคิดว่าประสบการณ์ถึงระดับนึงแล้ว ผมว่าซื้อไปเลย ซัก50%ขึ้นน่าจะเหมาะ ผมส่วนมากจะซื้อครั้งแรกอย่างต่ำ30-50%
Rule Conditional #5
การซื้อขาลงต้องอาศัยกระเป๋าเงินที่ลึกและจิตใจที่มั่นคง บ่อยครั้งที่ความหายนะมาเยือนผู้ที่มีทั้งสองสิ่ง ยิ่งจิตใจมั่นคง โอกาสที่จะถือหุ้นไว้นานเกินไปยิ่งมาก อย่างไรก็ดี มีคนจำพวกหนึ่ง ที่ประสบความสำเร็จในการซื้อขาลงแล้วถือไว้เฉยๆ พวกนี้ซื้อทีละน้อย เข้าอย่างรอบคอบ และถือเอาไว้นานๆ พวกเขาเป็นคนที่ไม่รู้สึกถูกรบกวนใจเพราะความผันผวนของราคา พวกเขาเป็นนักตัดสินใจซึ่งซื้อในยามที่ตลาดแย่มากๆ แล้วถือไว้จนธุรกิจพลิกฟื้นตัวได้ แบบนี้เป็นการลงทุนไม่ใช่การเก็งกำไร
ถ้าเข้าใจว่าเป็นธุรกิจขาลงแล้ว ก็ไม่ต้องไปมองเลย ผมชอบรอฟื้นตัว
แต่ก็ไม่แน่ ซักวันเงินทุนเยอะมากๆกลยุทธอาจจะเปลี่ยนเล็กน้อยเป็น
มองตอนใกล้จบขาลง
สำหรับเงินทุนไม่เยอะ ผมว่าก็มองมันขาขึ้นอย่างเดียวก็พอ
Rule Conditional #6
ความเห็นของตลาดนั้นจะละเลยไปเลยไม่ได้ เมื่อเกิดกระแสการเก็งกำไร เราควรเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด หลักก็คือ ตัดสินใจอย่างรอบคอบตลาดกระแสตลาด ถ้าจะสวนตลาดก็ให้ทำอย่างกล้าหาญ การแห่ตามตลาดแม้ว่าทุกอย่างจะดูดีนั้นเป็นเรื่องที่อันตราย เมื่อทิศทางพลิกกลับเราจะลำบาก นักเก็งกำไรตระหนักดีถึงอันตรายของ "การมีเพื่อนมากเกินไป" ในขณะเดียวกันก็ต้องรอบคอบอย่างยิ่งในการสวนตลาด ตลาดมีชีพจรที่นักเก็งกำไรควรวางมือของตนไว้บนข้อมือของตลาดแบบเดียวกับแพทย์ ชีพจรนี้คือสิ่งที่จะบ่งบอกเราว่าควรทำเช่นไรและเมื่อใด
อ่านแล้วไม่เข้าใจ
http://portal.settrade.com/blog/1001ii/2010/03/09/806
เฝ้าดูไป โดยใจที่เป็นกลาง
-
- Verified User
- โพสต์: 2938
- ผู้ติดตาม: 0
รุ้งกินน้ำ
โพสต์ที่ 2208
จริงๆ สระน้ำเกลือนะหรือน้ำทะเล ไม่ใช่ของแปลกอะไรเลยตอนนี้
แถวบ้านผม สระว่ายน้ำในร่ม เป็นสระน้ำเกลือ ตั้งหลายสระ
ข้อดี คือ ไม่เหม็นกลิ่นคลอรีน สำหรับคนแพ้คลอรีนเล่นได้
แน่นอนสำหรับคนชอบรสเค็ม เวลาเผลอกินไปอึกสองอึก ก็จะอร่อยกว่า
เวลาว่ายน้ำจะรู้สึกเบากว่า นุ่มกว่า เหมือนขับรถเบ๊น กะรถกระบะ 555
แถวบ้านผม สระว่ายน้ำในร่ม เป็นสระน้ำเกลือ ตั้งหลายสระ
ข้อดี คือ ไม่เหม็นกลิ่นคลอรีน สำหรับคนแพ้คลอรีนเล่นได้
แน่นอนสำหรับคนชอบรสเค็ม เวลาเผลอกินไปอึกสองอึก ก็จะอร่อยกว่า
เวลาว่ายน้ำจะรู้สึกเบากว่า นุ่มกว่า เหมือนขับรถเบ๊น กะรถกระบะ 555
เฝ้าดูไป โดยใจที่เป็นกลาง
-
- Verified User
- โพสต์: 3348
- ผู้ติดตาม: 0
รุ้งกินน้ำ
โพสต์ที่ 2209
วันนี้ต้องอันนี้ให้พี่ป้อมครับ


ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลก มันก็เป็นเช่นนั้นแล
-
- Verified User
- โพสต์: 3348
- ผู้ติดตาม: 0
รุ้งกินน้ำ
โพสต์ที่ 2210
สงสัย ท่านใดในกิมเอ็ง อัดสะ กางเกงใน พอร์ตมาร์จิ้น ซื้อไม่ได้ โนรูมเลย
ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลก มันก็เป็นเช่นนั้นแล
- por_jai
- Verified User
- โพสต์: 14338
- ผู้ติดตาม: 0
รุ้งกินน้ำ
โพสต์ที่ 2211
ดูรูปที่สมิทธมาโพสแล้วต้องไปปลงอสุภซะหน่อย...ฮ่า...
เรื่องpool villaนี่เพิ่งมีมาได้ไม่นานนะ
ผมเองก็เพิ่งเห็นจากรีวิวที่ห้องblueplanetที่พันทิพ
การตลาดสมัยนี้หลายๆที่ก็พยายามsegmentตัวเอง
มาจ้ับniche marketกัน
ตัวเองจะได้มีจุดยืนในท้องตลาดที่ชัดเจนหน่อย
ผมว่ามีตังก็พักกันไปเถิดครับ
อะไรๆในเมืองไทย
โดยเฉลี่ยแล้วยังไม่แพงเท่าไหร่หรอกครับ
ป๋านันนี่ก็ชอบไปดูคลื่นบ่อยเหมือนกันนะ
รู้ัึจักที่เที่ยวหลายแห่งเลย
ที่แนะนำมา ผมบ่เคยมีโอกาสได้ไปเลยครับ...ฮ่า...
ส่วนเรื่องดูตัวเองนั้น
ยังทั้งโลภทั้งหลงอยู่ทั้งวันเลย
กิเลสที่หุ้มจิตทั้งหนาทั้งหนัก
มันใช้ผมทำงานทั้งวัน ให้ค่าตอบแทนมานิดเดียว
เผลอ หลง เป็นโดนตลอดเลย...แฮ่..แย่เลยครับ
เสียท่ามันอยู่ตลอดเลย
ทุกวันนี้เลยไม่่ค่อยกล้าเล่นหุ้นเรือ เพราะเหตุนี้แหละครับ
เรื่องpool villaนี่เพิ่งมีมาได้ไม่นานนะ
ผมเองก็เพิ่งเห็นจากรีวิวที่ห้องblueplanetที่พันทิพ
การตลาดสมัยนี้หลายๆที่ก็พยายามsegmentตัวเอง
มาจ้ับniche marketกัน
ตัวเองจะได้มีจุดยืนในท้องตลาดที่ชัดเจนหน่อย
ผมว่ามีตังก็พักกันไปเถิดครับ
อะไรๆในเมืองไทย
โดยเฉลี่ยแล้วยังไม่แพงเท่าไหร่หรอกครับ
ป๋านันนี่ก็ชอบไปดูคลื่นบ่อยเหมือนกันนะ
รู้ัึจักที่เที่ยวหลายแห่งเลย
ที่แนะนำมา ผมบ่เคยมีโอกาสได้ไปเลยครับ...ฮ่า...
ส่วนเรื่องดูตัวเองนั้น
ยังทั้งโลภทั้งหลงอยู่ทั้งวันเลย
กิเลสที่หุ้มจิตทั้งหนาทั้งหนัก
มันใช้ผมทำงานทั้งวัน ให้ค่าตอบแทนมานิดเดียว
เผลอ หลง เป็นโดนตลอดเลย...แฮ่..แย่เลยครับ
เสียท่ามันอยู่ตลอดเลย
ทุกวันนี้เลยไม่่ค่อยกล้าเล่นหุ้นเรือ เพราะเหตุนี้แหละครับ
กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า
-
- Verified User
- โพสต์: 2938
- ผู้ติดตาม: 0
รุ้งกินน้ำ
โพสต์ที่ 2212
ผมว่าpool villa มีมานานพอควรแล้วหละครับpor_jai เขียน:
เรื่องpool villaนี่เพิ่งมีมาได้ไม่นานนะ
ผมเองก็เพิ่งเห็นจากรีวิวที่ห้องblueplanetที่พันทิพ
การตลาดสมัยนี้หลายๆที่ก็พยายามsegmentตัวเอง
มาจ้ับniche marketกัน
ตัวเองจะได้มีจุดยืนในท้องตลาดที่ชัดเจนหน่อย
ผมว่ามีตังก็พักกันไปเถิดครับ
อะไรๆในเมืองไทย
โดยเฉลี่ยแล้วยังไม่แพงเท่าไหร่หรอกครับ
มีจนเกลื่อนแล้วมากกว่า ผมว่า
ผมว่ามีตังก็พักกันไปเถิดครับ
ตรงนี้ ผมว่าก็แล้วแต่คนคิดหละครับ
ผมถ้าได้เที่ยวแล้วหละก็ ถ้าคิดว่าไม่คุ้ม ราคาไม่เหมาะสมจริงๆ ก็ไม่เอาหละครับ เสียอารมณ์
พวกนี้จะพยายามสร้างจุดขายโดยการมีpoolในตัว แต่การออกแบบห้อง ตกแต่งแล้ว ไม่ได้เหมาะเลย เช่นเป็นpoolส่วนตัว แต่เปิดอ้าซ่า คนข้างนอกมองเห็นหมด เล็กเกิน ราคาpool villaมี ++
จะว่าไปก็แล้วแต่นะครับ แค่ความคิดเห็นส่วนตัว
ผมไปเอวาซอนเกาะสมุย นอนคืนละหลายหมื่น ไม่เสียดายครับ
ถ้าให้ไปเที่ยวpool villaห่วยๆ นอนคืนละหมื่นต้นๆ เสียดายครับ
ผมนี่นิสัยเสียอย่างนะ อะไรไม่ตรงความคิด พอได้พูดจะพูดไม่หยุดนะ
อย่าถือสาเลย คนมันชอบเถียง
เฝ้าดูไป โดยใจที่เป็นกลาง
- por_jai
- Verified User
- โพสต์: 14338
- ผู้ติดตาม: 0
รุ้งกินน้ำ
โพสต์ที่ 2214

ไปเที่่ยวนั่นเที่ยวนี่มา เล่าสู่กันฟังบ้าง
ผมจะได้ฟังเปิดหูเปิดตามั่ง
วันๆอยู่บ้านไม่ค่อยไ้ด้ไปไหน
อย่างป๋านันไปพักเอวาซอนคืนนึง
สงสัยผมไปนอนรีสอร์ทที่ระยองได้เืดือนนึง...ฮ่า...
ที่คุยๆกันเรื่องพูลวิลล่าอะไรเนี่ย
เกิดมายังไม่เคยได้ไปพักอะไรกับเค้าเลย
ได้แต่ดูในรูป
เรื่องนี้ถือเป็นผู้ไม่รู้อย่างแท้จริง
ส่วนเรื่องชอบเถียงนี่
มองในแง่งามก็เจริญปัญญา ดีครับ
กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า
-
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 1139
- ผู้ติดตาม: 0
รุ้งกินน้ำ
โพสต์ที่ 2215
แวะมาทักทายพี่ป้อมหน่อย
เห็นคุณนันพูดถึงพลูวิลลา
มีที่ไหนสวยๆดีๆและไม่แพงบ้างครับ
อยากไปบ้าง ผมว่ายน้ำไม่แข็งแรง
สระเล็กๆนี่ดีสำหรับผมมากเลย
ว่ายจากหัวถึงท้ายสระก็หมดแรงพอดี
ผมเห็นเอวาซอน สมุยสวยมาก
แต่เงินไม่ค่อยมีนี่สิครับที่เป็นปัญหา
เห็นคุณนันพูดถึงพลูวิลลา
มีที่ไหนสวยๆดีๆและไม่แพงบ้างครับ
อยากไปบ้าง ผมว่ายน้ำไม่แข็งแรง
สระเล็กๆนี่ดีสำหรับผมมากเลย
ว่ายจากหัวถึงท้ายสระก็หมดแรงพอดี
ผมเห็นเอวาซอน สมุยสวยมาก
แต่เงินไม่ค่อยมีนี่สิครับที่เป็นปัญหา
- poppo
- Verified User
- โพสต์: 1356
- ผู้ติดตาม: 0
รุ้งกินน้ำ
โพสต์ที่ 2216
ถ้าพี่เวบ เรียกเงินไม่มีWEB เขียน:แวะมาทักทายพี่ป้อมหน่อย
เห็นคุณนันพูดถึงพลูวิลลา
มีที่ไหนสวยๆดีๆและไม่แพงบ้างครับ
อยากไปบ้าง ผมว่ายน้ำไม่แข็งแรง
สระเล็กๆนี่ดีสำหรับผมมากเลย
ว่ายจากหัวถึงท้ายสระก็หมดแรงพอดี
ผมเห็นเอวาซอน สมุยสวยมาก
แต่เงินไม่ค่อยมีนี่สิครับที่เป็นปัญหา
อย่างผมคงเป็นขอทาน :lol: :lol: :lol: :lol: :lol:
จงทนอด และอดทน
-
- Verified User
- โพสต์: 2938
- ผู้ติดตาม: 0
รุ้งกินน้ำ
โพสต์ที่ 2217
ผมดูในรูปของพันทิพ บางแห่งจะเรียกว่าpool villaได้รึเปล่าไม่รู้นะครับ
http://topicstock.pantip.com/blueplanet ... 55233.html
อย่างวิรันดา,let see หรืออีกหลายที่ ที่เอามาให้ดู ลักษณะของpoolจะเป็นแบบใช้รวม แค่ว่าสดวกในแง่เปิดประตูห้องด้านหลังออกมาก็กระโดดลงน้ำเล่นได้เลย แต่ไม่เป็นส่วนตัวนะครับ เป็นส่วนสดวก ไม่ต้องเดินไปไกล
อย่างนี้และกันผมแบ่งเป็น2แบบ
1. แบบสดวกพูล คือพูลที่มาอยู่ติดกับห้องพัก สามารถกระโดดลงจากหลังห้องได้เลย แต่ห้ามแก้ผ้านะครับ เพราะอาจมีแมวมองไปเป็นนายแบบ
2. แบบส่วนตัวพูล คือพูลที่อยู่ในห้องเป็นส่วนตัว มีกำแพงหรือประตูปิดมิดชิด
แก้ผ้าว่ายน้ำ โดดน้ำเล่นได้ ถ้าแมวมองจะดู ก็คงต้องลำบากปีนกำแพง หรือแงะร่องฝาไม้แอบดู
3. แบบส่วนตัวพูล แต่ดันออกแบบไม่ส่วนตัวเท่าไหร่ คือไม่มีอะไรปกปิดพูล ห้องข้างๆมองเห็น ส่วนมากจะพูลเล็กๆ
คราวนี้ก็ลองศึกษาความต้องการใช้ก่อนนะครับ
ข้อคิดเล็กน้อยก่อนเที่ยวพูลวิลล่า
1.คือแพงกว่าไม่มีพูล ถ้าไปแล้วไม่ได้ใช้พูลก็เท่ากับว่าไม่มีประโยชน์ส่วนที่จ่ายเพิ่มนะครับ
2.พูลส่วนตัวบางที่ จะมีพื้นสระเป็นสีทึม ดำ มืด ผมว่า พูลพวกนี้ผมไม่ชอบครับ เพราะปกติน้ำเก่าๆจะมีคราบ ถ้าใช้สีพวกนี้แล้ว ผมคงไม่รู้ว่าสระสะอาดแค่ไหน และบางทีอาจมีสัตประหลาดในสระอีก น่ากลัวครับ
3.ถ้าชอบความเป็นส่วนตัว ก็เช็คดีๆว่าพูลเป็นแบบส่วนตัวจริง แบบที่2
4.พูลเล็ก เหมาะสำหรับเด็ก แต่ถ้าผู้ใหญ่ชอบก็ไม่เป็นไรครับ
แต่ไงผมว่าให้มีระยะว่ายน้ำได้เล็กน้อย ก็อาจจะเลือกแบบพูลทรงยาว
http://topicstock.pantip.com/blueplanet ... 55233.html
อย่างวิรันดา,let see หรืออีกหลายที่ ที่เอามาให้ดู ลักษณะของpoolจะเป็นแบบใช้รวม แค่ว่าสดวกในแง่เปิดประตูห้องด้านหลังออกมาก็กระโดดลงน้ำเล่นได้เลย แต่ไม่เป็นส่วนตัวนะครับ เป็นส่วนสดวก ไม่ต้องเดินไปไกล
อย่างนี้และกันผมแบ่งเป็น2แบบ
1. แบบสดวกพูล คือพูลที่มาอยู่ติดกับห้องพัก สามารถกระโดดลงจากหลังห้องได้เลย แต่ห้ามแก้ผ้านะครับ เพราะอาจมีแมวมองไปเป็นนายแบบ
2. แบบส่วนตัวพูล คือพูลที่อยู่ในห้องเป็นส่วนตัว มีกำแพงหรือประตูปิดมิดชิด
แก้ผ้าว่ายน้ำ โดดน้ำเล่นได้ ถ้าแมวมองจะดู ก็คงต้องลำบากปีนกำแพง หรือแงะร่องฝาไม้แอบดู
3. แบบส่วนตัวพูล แต่ดันออกแบบไม่ส่วนตัวเท่าไหร่ คือไม่มีอะไรปกปิดพูล ห้องข้างๆมองเห็น ส่วนมากจะพูลเล็กๆ
คราวนี้ก็ลองศึกษาความต้องการใช้ก่อนนะครับ
ข้อคิดเล็กน้อยก่อนเที่ยวพูลวิลล่า
1.คือแพงกว่าไม่มีพูล ถ้าไปแล้วไม่ได้ใช้พูลก็เท่ากับว่าไม่มีประโยชน์ส่วนที่จ่ายเพิ่มนะครับ
2.พูลส่วนตัวบางที่ จะมีพื้นสระเป็นสีทึม ดำ มืด ผมว่า พูลพวกนี้ผมไม่ชอบครับ เพราะปกติน้ำเก่าๆจะมีคราบ ถ้าใช้สีพวกนี้แล้ว ผมคงไม่รู้ว่าสระสะอาดแค่ไหน และบางทีอาจมีสัตประหลาดในสระอีก น่ากลัวครับ
3.ถ้าชอบความเป็นส่วนตัว ก็เช็คดีๆว่าพูลเป็นแบบส่วนตัวจริง แบบที่2
4.พูลเล็ก เหมาะสำหรับเด็ก แต่ถ้าผู้ใหญ่ชอบก็ไม่เป็นไรครับ
แต่ไงผมว่าให้มีระยะว่ายน้ำได้เล็กน้อย ก็อาจจะเลือกแบบพูลทรงยาว
เฝ้าดูไป โดยใจที่เป็นกลาง
-
- Verified User
- โพสต์: 2938
- ผู้ติดตาม: 0
รุ้งกินน้ำ
โพสต์ที่ 2218
ที่ดูในเวป เห็นมีของเอวาซอน หัวหินนะครับ โดยปกติรร.เชน5ดาว เรียกว่าได้มาตรฐานเกือบทุกด้าน ถ้าไม่อยากเจอปัญหาด้านบริการ ผมว่าเชนเวิร์คสุด
รร.ใหม่ ไม่อยากแนะนำให้ไป ถ้าไม่มีชื่อเสียงจริงๆ ส่วนมากพวกนี้จะออกแบบห้องไม่เหมาะสมกับการใช้ และบริการ ก็ไม่ดีเท่าไหร่
ถ้าไม่สนบริการก็โอเค แต่ที่กลัวคือปัญหาทางเทคนิค พวกแอร์เสีย ท่อน้ำรั่ว ประมาณนี้
แบบไม่เชน ผมเคยไปศาลาภูเก็ต poolดี บรรยากาศดี โดยรวมดี ฟิตเนสดี บริการดี ช่วงนั้นที่ไปราคาไม่แพงเท่าไหร่ ช่วงปลายโลซีซั่น
ตกคืนประมาณ5พัน โปรนอน1แถม1
จังหวะดีๆรอช่วงโปรจะถูกลงไปเยอะ จองทางเวปก็โอเคครับ
ถ้าจะไปพัทยา แนะนำให้ไปลองเซ็นทารา ไม่ใช่pool villa แต่ไปใช้พูลรวม
คุ้มสุดคุ้ม มีทั้งสระเล็กสระใหญ่ ฟิตเนตดีมาก
ผมจะชอบที่มีฟิตเนสดีด้วยครับ เพราะจะใช้บริการส่วนนี้ด้วย
ถ้าหัวหิน ผมก็คงชอบเอวาซอน รูปในเวปพันทิป สระจะเล็ก
แต่ที่ผมไปอยู่ติดชายหาด สระใหญ่ขึ้นหน่อย แถมมีบ่อจากู้ซี้แบบไม่แรงอีกบ่อ
บรรยากาศโดยรวมโอเค แต่รร.ไม่ติดชายหาดนะครับ มีถนนกั้น
ที่X2เคยไปไม่ค่อยประทับใจ
ยังไงลองศึกษาดูนะครับ ดูความต้องการก่อนค่อยดูงบก็ได้มั้ง ประมาณคุณWeb
รร.ใหม่ ไม่อยากแนะนำให้ไป ถ้าไม่มีชื่อเสียงจริงๆ ส่วนมากพวกนี้จะออกแบบห้องไม่เหมาะสมกับการใช้ และบริการ ก็ไม่ดีเท่าไหร่
ถ้าไม่สนบริการก็โอเค แต่ที่กลัวคือปัญหาทางเทคนิค พวกแอร์เสีย ท่อน้ำรั่ว ประมาณนี้
แบบไม่เชน ผมเคยไปศาลาภูเก็ต poolดี บรรยากาศดี โดยรวมดี ฟิตเนสดี บริการดี ช่วงนั้นที่ไปราคาไม่แพงเท่าไหร่ ช่วงปลายโลซีซั่น
ตกคืนประมาณ5พัน โปรนอน1แถม1
จังหวะดีๆรอช่วงโปรจะถูกลงไปเยอะ จองทางเวปก็โอเคครับ
ถ้าจะไปพัทยา แนะนำให้ไปลองเซ็นทารา ไม่ใช่pool villa แต่ไปใช้พูลรวม
คุ้มสุดคุ้ม มีทั้งสระเล็กสระใหญ่ ฟิตเนตดีมาก
ผมจะชอบที่มีฟิตเนสดีด้วยครับ เพราะจะใช้บริการส่วนนี้ด้วย
ถ้าหัวหิน ผมก็คงชอบเอวาซอน รูปในเวปพันทิป สระจะเล็ก
แต่ที่ผมไปอยู่ติดชายหาด สระใหญ่ขึ้นหน่อย แถมมีบ่อจากู้ซี้แบบไม่แรงอีกบ่อ
บรรยากาศโดยรวมโอเค แต่รร.ไม่ติดชายหาดนะครับ มีถนนกั้น
ที่X2เคยไปไม่ค่อยประทับใจ
ยังไงลองศึกษาดูนะครับ ดูความต้องการก่อนค่อยดูงบก็ได้มั้ง ประมาณคุณWeb
เฝ้าดูไป โดยใจที่เป็นกลาง
-
- Verified User
- โพสต์: 2938
- ผู้ติดตาม: 0
รุ้งกินน้ำ
โพสต์ที่ 2220
แฟนบอกจองทางเวป latestays.com ดีสุด เพราะสามารถเช็คได้เลยว่ามีห้องเปล่า ไม่ต้องจ่ายเต็มจำนวน แค่มัดจำ
อีกเวปคือsawasdee
ราคาพูลวิลล่าเอวาซอนหัวหินประมาณ7พัน - หมื่นต้นๆ
ผมว่าถ้าที่อื่นแพงกว่านี้ ก็เลือกเชนที่มาตรฐานก่อนดีกว่าจะได้มีความประทับก่อน
อีกเวปคือsawasdee
ราคาพูลวิลล่าเอวาซอนหัวหินประมาณ7พัน - หมื่นต้นๆ
ผมว่าถ้าที่อื่นแพงกว่านี้ ก็เลือกเชนที่มาตรฐานก่อนดีกว่าจะได้มีความประทับก่อน
เฝ้าดูไป โดยใจที่เป็นกลาง