สงสัยความรู้สึกของ VI กับการกำจัดความโลภ
- PrasertsakK
- Verified User
- โพสต์: 286
- ผู้ติดตาม: 0
สงสัยความรู้สึกของ VI กับการกำจัดความโลภ
โพสต์ที่ 1
ผมว่าทุกคนที่เข้ามาลงทุนหุ้นก็ต้องการที่จะรวยกันทุกคน ผมเป็นคนหนึ่งที่อยากรวย แต่ผมตัดสินใจลงทุนแบบ VI เพราะว่าเห็นว่าเป็นการลงทุนที่สมเหตุสมผลกว่าวิธีการอย่างอื่นมากกว่า แต่หลายครั้งผมก็อดสงสัยไม่ได้ว่า พี่ ๆ ที่ลงทุนแบบ VI ในช่วง 10 ปี แรกนี้ต้องทำใจอย่างไรครับ เพราะว่า การที่เรามีเงินเริ่มต้นน้อยในช่วงแรกของการลงทุนมันน่าเบื่อเหลือเกิน เช่น ผมเริ่มลงทุนประมาณ 2-3 แสนบาท ตั้งเป้าไว้ประมาณ 10-15 % แต่พอมานั่งคำนวน ได้ต่อปีอย่างมากแค่เพียง 45000 บาท ถ้าเทียบกับการลงทุนอื่น ๆ แล้ว เช่น TFEX หรือ Gold future แล้ว ควรตื่นเต้นมันคงละเรื่องเลย
พี่ ๆ จัดการความรู้สึกอย่างนี้ได้อย่างไรครับ
พี่ ๆ จัดการความรู้สึกอย่างนี้ได้อย่างไรครับ
- kornjackrit
- Verified User
- โพสต์: 1524
- ผู้ติดตาม: 0
สงสัยความรู้สึกของ VI กับการกำจัดความโลภ
โพสต์ที่ 3
ผมจัดการกับมันด้วยการบอกกับตัวเองว่าPrasertsakK เขียน:ถ้าเทียบกับการลงทุนอื่น ๆ แล้ว เช่น TFEX หรือ Gold future แล้ว ควรตื่นเต้นมันคงละเรื่องเลย
พี่ ๆ จัดการความรู้สึกอย่างนี้ได้อย่างไรครับ
" การมีอิสรภาพทางการเงินที่ยั่งยืนไม่มีทางลัด "
เราต้องขยันหาเงิน(อย่างสุจริต) + เก็บออม + รู้จักวางแผนทางการเงิน
+ ลงทุนด้วยเหตุและผลและความเข้าใจ
คำว่า " ลงทุนด้วยเหตุและผลและความเข้าใจ " อาจจะหมายถึงการลงทุนใน TFEX หรือ Gold future ก็ได้ครับ ถ้าเรามีความรู้และความเข้าใจเป็นอย่างดี
แต่สำหรับผม ผมคิดว่าผมไม่เข้าใจและไม่สามารถประเมินได้ว่าราคาทองพรุ่งนี้จะขึ้นจะลงกี่บาท
หรือ SET50 พรุ่งนี้จะขึ้นจะลงเท่าไหร่ ผมเลยเลือกที่จะลงทุนในหุ้นแบบเน้นคุณค่า
มากกว่า ลงทุนใน TFEX หรือ Gold futureครับ ( ยกเว้นกรณีที่มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยง )
และไม่เคยคิดจะเก็งกำไรใน TFEX หรือ Gold future เพราะรู้ว่าถ้าผมไปเก็งกำไร
ผมคงจะต้องเจ๊งสถานเดียว และเงินที่ผมเก็บออมไว้ก็คงจะหมดไป ผมเลยไม่มีอารมณ์ตื่นเต้นกับมันแม้แต่น้ิอยครับ
การเติบโต 10 -15 % ต่อปีเป็นเป้าหมายในการลงทุนของผม
และผมก็คิดว่าเป็นเป้าหมายที่สมเหตุสมผลมากที่สุด
เพราะเป็นการคาดหวังบทพื้นฐานของความเป็นไปได้ระยะยาว
การเติบโตปีละ 100 % ในปีแรกๆ เราอาจจะสามารถทำได้
ถ้าเราหาหุ้นที่ยังไม่มีใครรู้จัก และมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี
( พี่ๆ VI หลายคนก็ทำได้ แต่ผมคิดว่าการจะทำเช่นนั้นได้
ต้องอาศัยความรู้และประสบการณ์มากๆ และถ้าผิดพลาด
ก็อาจจะหมายถึงการขาดทุนมหาศาล ซึ่งผมคิดว่าผมยังไม่มีความรู้
และประสบการณ์ถึงขั้นนั้น ) อย่างไรก็ตามการเติบโตเยอะๆเช่นนี้
คงจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ต่อเนื่องยาวนาน สุดท้ายโดยเฉลี่ย
พอร์ตจะมีีการเติบโต 10 -15 % ครับ
When you become famous, the first thing you should have to remember is not your success story but those who help you along the way.
- PrasertsakK
- Verified User
- โพสต์: 286
- ผู้ติดตาม: 0
สงสัยความรู้สึกของ VI กับการกำจัดความโลภ
โพสต์ที่ 5
ผมเห็นด้วยอย่างมากกับคุณ Kornjackrit ครับ แต่ปัญหาก็คือ อารมณ์กับเหตุผลมันมักจะขัดแย้งกันเสมอ แม้ว่าเราจะรู้ว่าเราไม่มีความรู้ แต่เรามักเข้าข้างตัวเองว่าเราอาจจะเป็นผู้ชนะได้ครับkornjackrit เขียน:
การเติบโต 10 -15 % ต่อปีเป็นเป้าหมายในการลงทุนของผม
และผมก็คิดว่าเป็นเป้าหมายที่สมเหตุสมผลมากที่สุด
เพราะเป็นการคาดหวังบทพื้นฐานของความเป็นไปได้ระยะยาว
นอกจากทำใจแล้ว คุณ Kornjackrit ทำอย่างไรถ้ามีความรู้สึกโลภครับ
ตอนนี้ผมทำได้เพียงไม่เข้าไปศึกษามากนัก เพราะการที่เราไม่รู้มากแล้วทำให้เราไม่มีเหตุผลที่จะลงทุนกับสิ่งที่เราไม่รู้ ประมาณว่าสามารถเอาเหตุผลเหนืออารมณ์ได้ (ผมว่ามันเป็นวิธีการนี้มันไม่ดีเท่าไร เพราะว่าเป็นการปิดตัวเองในการพัฒนาความคิดใหม่ ๆ ของตัวเอง แต่ผมทำอย่างนี้เพราะว่าผมเข้าใจตัวเองดีว่าผมคงจะต้องทำอะไรที่เสี่ยง ๆ แน่นอนถ้ามีความรู้มากกว่านี้)

- kornjackrit
- Verified User
- โพสต์: 1524
- ผู้ติดตาม: 0
สงสัยความรู้สึกของ VI กับการกำจัดความโลภ
โพสต์ที่ 6
ผมคิดว่าความรู้สึกกลัวจะช่วยกำจัดความรู้สึกโลภได้ครับPrasertsakK เขียน:นอกจากทำใจแล้ว คุณ Kornjackrit ทำอย่างไรถ้ามีความรู้สึกโลภครับ![]()
ถ้าสมมุติว่าเราลองนึกดู หรือ จินตนาการเอาว่าการที่เราโลภ
จะมีค่าเท่ากับการที่เราขาดทุน ( ความคิดเห็นประมาณนี้
คุณ beammy ได้เคยกล่าวไว้เหมือนกันครับ และผมก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง
ขออนุญาติที่อ้างอิงนะครับ :oops: )
" โลภ = ขาดทุน "
" โลภ = ขาดทุน "
" โลภ = ขาดทุน "
" โลภ = ขาดทุน "
" โลภ = ขาดทุน "
" โลภ = ขาดทุน "
ถ้าเราท่องไว้แบบนนี้บ่อยๆ
ผมคิดว่าเราจะโลภน้อยลงครับ

When you become famous, the first thing you should have to remember is not your success story but those who help you along the way.
-
- Verified User
- โพสต์: 191
- ผู้ติดตาม: 0
สงสัยความรู้สึกของ VI กับการกำจัดความโลภ
โพสต์ที่ 7
แนะนำอีกวิธีนึงครับ ผมว่าวิธีนี้น่าจะได้ผลนะครับ ถ้าเราตั้งผลตอบแทนที่ 10 - 15 % ซึ่งสมเหตุสมผลมาก ถ้าอย่างนั้นเวลาที่เราคิดว่าผลตอบแทนที่ได้มันน้อยนิดเหลือเกิน เราก็เอา
1.15 ยกกำลัง 20 *200 k = 3.27 m
1.15 ยกกำลัง 30 *200 k = 13.24 m
1.15 ยกกำลัง 40 * 200 k = 53.57 m
ผมมักคิดอย่างนี้ตลอดเลยครับ ยังไงเมื่อเวลาผ่านไป เราก็จะมีฐานะที่มั่นคงขึ้นตามสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น :D
:D
1.15 ยกกำลัง 20 *200 k = 3.27 m
1.15 ยกกำลัง 30 *200 k = 13.24 m
1.15 ยกกำลัง 40 * 200 k = 53.57 m
ผมมักคิดอย่างนี้ตลอดเลยครับ ยังไงเมื่อเวลาผ่านไป เราก็จะมีฐานะที่มั่นคงขึ้นตามสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น :D

-
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 6447
- ผู้ติดตาม: 0
สงสัยความรู้สึกของ VI กับการกำจัดความโลภ
โพสต์ที่ 8
เป็นธรรมชาติของการลงทุนแนวนี้ครับ
ปีต้นๆของการทบต้นจะยังไม่แสดงผลชัดเจน พอนานๆไปมหัศจรรย์การทบต้นจะเกิด กราฟจากไต่ช้าๆจะไต่แบบกระโดด โตระเบิด ในปีหลังๆ ลองพลอตกราฟ Berkshire ของบัฟเฟตน์ดูครับ
ถ้าเราโลภในสิ่งที่เราเข้าใจโอกาสได้ก็สูง
ถ้าเราโลภในสิ่งที่ไม่เข้าใจเหมือนในมือถือระเบิดแต่ไม่รู้ว่าเป็นระเบิด :lol:
อยากให้พอร์ตโตเร็วทำได้ไม่ยาก
-หาเงินเพิ่มพอร์ต
-ทำผลตอบแทนพอร์ตให้สูงขึ้น
ปีต้นๆของการทบต้นจะยังไม่แสดงผลชัดเจน พอนานๆไปมหัศจรรย์การทบต้นจะเกิด กราฟจากไต่ช้าๆจะไต่แบบกระโดด โตระเบิด ในปีหลังๆ ลองพลอตกราฟ Berkshire ของบัฟเฟตน์ดูครับ
ถ้าเราโลภในสิ่งที่เราเข้าใจโอกาสได้ก็สูง
ถ้าเราโลภในสิ่งที่ไม่เข้าใจเหมือนในมือถือระเบิดแต่ไม่รู้ว่าเป็นระเบิด :lol:
อยากให้พอร์ตโตเร็วทำได้ไม่ยาก
-หาเงินเพิ่มพอร์ต
-ทำผลตอบแทนพอร์ตให้สูงขึ้น
การลงทุนคืออาหารอร่อยที่สุดเมื่อเย็นดีแล้ว
- por_jai
- Verified User
- โพสต์: 14338
- ผู้ติดตาม: 0
สงสัยความรู้สึกของ VI กับการกำจัดความโลภ
โพสต์ที่ 9

สำหรับผมเอง
โลภ ก็ให้รู้ว่ากำลัง โลภ อยู่
ห้ามมันบ่ได้ดอก ครับ
ถ้าจะทำอะไรไป ก็เพราะความโลภ นะ
แล้วคอยดูสรุปผลที่ตามมา
ว่าได้หรือโดน
ค่อยมาสรุปกันอีกที
ส่วนมากเท่าที่จำได้ 10ครั้งมักโดนเสีย8...ฮ่า...
กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า
-
- Verified User
- โพสต์: 361
- ผู้ติดตาม: 0
สงสัยความรู้สึกของ VI กับการกำจัดความโลภ
โพสต์ที่ 10
ครับ อย่างที่พี่พอใจว่าไว้ครับ
เจริญสติ ตามรู้ทุกอย่างว่าจิตคิดอะไร โลภก็ให้รู้ว่าโลภครับ ถ้าตัดสินใจบนพื้นฐานความคิดนั้น ถ้าผิดพลาดไปก็จงเรียนรู้ครับ
เจริญสติ ตามรู้ทุกอย่างว่าจิตคิดอะไร โลภก็ให้รู้ว่าโลภครับ ถ้าตัดสินใจบนพื้นฐานความคิดนั้น ถ้าผิดพลาดไปก็จงเรียนรู้ครับ
- PrasertsakK
- Verified User
- โพสต์: 286
- ผู้ติดตาม: 0
สงสัยความรู้สึกของ VI กับการกำจัดความโลภ
โพสต์ที่ 11
ขอบคุณสำหรับทุกความคิดเห็นครับ
ขอถามเพิ่มเติมอีกหน่อยนะครับ
เมื่อเราตั้งเป้าให้ผลตอบแทนประมาณ 10% แต่เมื่อเงินต้นเราน้อย ทำให้ผลตอบแทนต่อปีน้อย ทำให้บางครั้งทำให้เราไม่มีกำลังใจในการศีกษา หาความรู้ในเรื่องการลงทุนมากนัก ประมาณว่าเอาเวลาไปทุมเทให้กับงานอื่น ๆ ดูเหมือนจะได้ผลตอบแทนที่มากกว่าครับ
แล้วจะทำอย่างไง ให้มีพลังในการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมดีครับ
ขอถามเพิ่มเติมอีกหน่อยนะครับ
เมื่อเราตั้งเป้าให้ผลตอบแทนประมาณ 10% แต่เมื่อเงินต้นเราน้อย ทำให้ผลตอบแทนต่อปีน้อย ทำให้บางครั้งทำให้เราไม่มีกำลังใจในการศีกษา หาความรู้ในเรื่องการลงทุนมากนัก ประมาณว่าเอาเวลาไปทุมเทให้กับงานอื่น ๆ ดูเหมือนจะได้ผลตอบแทนที่มากกว่าครับ
แล้วจะทำอย่างไง ให้มีพลังในการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมดีครับ
- por_jai
- Verified User
- โพสต์: 14338
- ผู้ติดตาม: 0
สงสัยความรู้สึกของ VI กับการกำจัดความโลภ
โพสต์ที่ 12
ปรมาจารย์เทมเปิลบ๊อกซิ่ง ตั้วเฮียคลายเครียดPrasertsakK เขียน:ขอบคุณสำหรับทุกความคิดเห็นครับ
ขอถามเพิ่มเติมอีกหน่อยนะครับ
เมื่อเราตั้งเป้าให้ผลตอบแทนประมาณ 10% แต่เมื่อเงินต้นเราน้อย ทำให้ผลตอบแทนต่อปีน้อย ทำให้บางครั้งทำให้เราไม่มีกำลังใจในการศีกษา หาความรู้ในเรื่องการลงทุนมากนัก ประมาณว่าเอาเวลาไปทุมเทให้กับงานอื่น ๆ ดูเหมือนจะได้ผลตอบแทนที่มากกว่าครับ
แล้วจะทำอย่างไง ให้มีพลังในการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมดีครับ
สอนท่าไม้ตายไว้ว่า
อย่าโลภเกินความรู้
ท่าไม้ตายล่าสุดสอนไว้ว่า
กรูก็ไม่รู้เหมือนกัน
ถ้ากรูรู้กรูรวยไปนานแล้ว...ฮ่า..
ปีละ10%นี่ประมาณว่า บลูโอเชียน
เราไปเที่ยวชายทะเล พักรีสอร์ท ไปดำน้ำเล่น
อาจมีความเสี่ยงบ้างเรื่อง
ขับรถขับรา(จะไปขับมันทำไมหนอเจ้าราเนี่ย)เดินทางมีหลับใน หรือยางแตก
ถ้าอยากได้มากกว่านี้อาจต้องไปว่ายในดงฉลาม น้ำแดงเดือด
ถ้าว่ายทัน จ้วงแทงเร็ว ก็มีสิทธิได้กินหูฉลามเหมือนกัน
กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า