รุ้งกินน้ำ

เชิญมาพักผ่อน คลายร้อนนั่งเล่น คุยกันเย็นๆ พร้อมเรื่องกีฬา สัพเพเหระ ทัศนะนานา ชีวิตชีวา สุขภาพทั่วไป บันเทิงขำขัน รอบเรื่องเมืองไทย ชวนเที่ยวที่ไหน อยากไปก็นัดมา ...โย่วๆ
ภาพประจำตัวสมาชิก
por_jai
Verified User
โพสต์: 14338
ผู้ติดตาม: 0

รุ้งกินน้ำ

โพสต์ที่ 391

โพสต์

:8) ความแม่นของจอมยุทธมีดบินกับจอมยุทธkitty
     ผมจะคอยตามมาupdateเรื่อยๆ
     กระทู้นี้เขียนเมื่อวันที่18ตค08ที่ผ่านมา
     เห็นผลชัึดเจนวันที่28-29ตค08
   
http://www.pantip.com/cafe/sinthorn/top ... 13884.html
กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า
ภาพประจำตัวสมาชิก
por_jai
Verified User
โพสต์: 14338
ผู้ติดตาม: 0

รุ้งกินน้ำ

โพสต์ที่ 392

โพสต์

:8) Technical Checklist
     ผมได้จากพี่kitty63ห้องสินธร
     พี่kitty63ได้จากลุงโฉลกอีกทอดนึง

Technical Checklist
•What is the direction of the overall market?
•What is the direction of various market sectors?
•What are the Weekly and Monthly charts showing?
•Are the major, intermediate, and minor trends up, down, or
sideway?
•What are the important support and resistance levels?
•What are the important trendlines or channels?
•Are volume and open interest confirming the price action?
•Where are the Fibonacci retracements?
•Are there any price gaps and what price are they?
•Are there any major reversal patterns visible?
•Are there any continuation pattern visible?
•What are the price objectives from those patterns?
. Which way are the moving average pointing?
. Are the Oscillators overbought or oversold?
. Are any divergences apparent on the oscillators?
. Are contrary opinion numbers showing any extreme?
. What is the Elliot wave pattern showing?
. Are there any obvious 3 or 5 wave pattern?
. What about Fibonacci retracements or projections?
. Are there any cycle tops or bottoms due?
. Is the market showing right or left translation?
. Which way is the computer trend moving: up, down, or sideway?
. What are the point and figure chart showing?
. What are the candlestick patterns showing?
       
After the conclusion: bullish, bearish, or sideway
. Which way will the market trend over the next several months?
. Am I going to buy or sell this market?
. How many units will I trade?
. How much am I prepared to risk if I’m wrong?
. What is my profit objective?
. Where will I enter the market?
. What type of order will I use?
. Where will I place my protective stop?
กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า
ภาพประจำตัวสมาชิก
krisy
Verified User
โพสต์: 736
ผู้ติดตาม: 0

รุ้งกินน้ำ

โพสต์ที่ 393

โพสต์

ขอบคุณพี่พอใจมากที่กรุณาคัดสรรมาฝากค่ะ
.....Give Everything but not Give Up.....
ภาพประจำตัวสมาชิก
por_jai
Verified User
โพสต์: 14338
ผู้ติดตาม: 0

รุ้งกินน้ำ

โพสต์ที่ 394

โพสต์

krisy เขียน:ขอบคุณพี่พอใจมากที่กรุณาคัดสรรมาฝากค่ะ
ตกลงได้งานทำสมใจนึกบางลำภูหรือยังครับ
กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า
ภาพประจำตัวสมาชิก
krisy
Verified User
โพสต์: 736
ผู้ติดตาม: 0

รุ้งกินน้ำ

โพสต์ที่ 395

โพสต์

por_jai เขียน: ตกลงได้งานทำสมใจนึกบางลำภูหรือยังครับ
ปลื้มจังพี่พอใจจำได้ว่าเราหางานอยู่ krisy ได้งานแล้วค่ะ เรียกว่าเป็นงานที่สมใจมาก แม้จะยังไม่ถึงอย่างที่นึก แค่พ่อแม่ยินดีที่เราได้งานนี้ krisy ก็ว่าคุ้มค่าที่หาได้แล้วค่ะ กำลังใจเพียบแบบนี้ สู้ตายค่ะ
.....Give Everything but not Give Up.....
ภาพประจำตัวสมาชิก
por_jai
Verified User
โพสต์: 14338
ผู้ติดตาม: 0

รุ้งกินน้ำ

โพสต์ที่ 396

โพสต์

krisy เขียน:
krisy ได้งานแล้วค่ะ เรียกว่าเป็นงานที่สมใจมาก แม้จะยังไม่ถึงอย่างที่นึก แค่พ่อแม่ยินดีที่เราได้งานนี้ krisy ก็ว่าคุ้มค่าที่หาได้แล้วค่ะ กำลังใจเพียบแบบนี้ สู้ตายค่ะ
งานต้องหาที่ชอบและถนัดเป็นเรื่องแรกครับ
เป็นอะไรที่ต้องรอการเติบโตเป็นขั้นเป็นตอน
อาศัยทั้งฝีมือและดวงดาว

ส่วนผมคนไม่มีงานทำ
ตลาดหุ้นก็ผันผวนขนาดนี้
ปกติตอนเช้าจะเ้ดินออกไปซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้ง
ตอนนี้ก็เลยต้องซื้อมันต้มกินไปพลางๆ่ก่อน
เพราะกินแล้วก็อิ่มเท่ากัน
เห็นที่ร้านขายมันต้มมีแห้วขายด้วย
อยากกินก็อยากแต่ก็ไม่กล้าซื้อ
ชื่อมันไม่ค่อยเป็นมงคล...
กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า
ภาพประจำตัวสมาชิก
dino
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 1281
ผู้ติดตาม: 0

รุ้งกินน้ำ

โพสต์ที่ 397

โพสต์

krisy เขียน:
ปกติตอนเช้าจะเ้ดินออกไปซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้ง
ตอนนี้ก็เลยต้องซื้อมันต้มกินไปพลางๆ่ก่อน
เพราะกินแล้วก็อิ่มเท่ากัน
เห็นที่ร้านขายมันต้มมีแห้วขายด้วย
อยากกินก็อยากแต่ก็ไม่กล้าซื้อ
ชื่อมันไม่ค่อยเป็นมงคล...
:8) แหะ แหะ แห้วไม่ค่อยจะมงคล แล้วผลไม้เมืองน้าว หนาวทั้งหลายหละครับ
ทั้ง ท้อ พับ ฯลฯ ล้วนแล้วแต่ อร้อย อร่อยทั้งนั้น อยากมั้ยครับพี่ :wink:
ภาพประจำตัวสมาชิก
oatty
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 2444
ผู้ติดตาม: 0

รุ้งกินน้ำ

โพสต์ที่ 398

โพสต์

por_jai เขียน:

เห็นที่ร้านขายมันต้มมีแห้วขายด้วย
อยากกินก็อยากแต่ก็ไม่กล้าซื้อ
ชื่อมันไม่ค่อยเป็นมงคล...
เวลาจะกินก็ถามว่า มีสมหวังขายมั้ยคร๊าบ...
:)
"ผู้ทรงธรรมนั่นแหละคือผู้ทรงเกียรติ ผู้มีความดีนั่นแหละคือผู้มีทรัพย์ ผู้รู้จักพอนั่นแหละคือมหาเศรษฐี" ว.วชิรเมธี
ภาพประจำตัวสมาชิก
por_jai
Verified User
โพสต์: 14338
ผู้ติดตาม: 0

รุ้งกินน้ำ

โพสต์ที่ 399

โพสต์

dino เขียน: :8) แหะ แหะ แห้วไม่ค่อยจะมงคล แล้วผลไม้เมืองน้าว หนาวทั้งหลายหละครับ
ทั้ง ท้อ พับ ฯลฯ ล้วนแล้วแต่ อร้อย อร่อยทั้งนั้น อยากมั้ยครับพี่ :wink:
:8) ท้อนี่กลัวท้อที่มาจากจีน
      เห็นคนขายบอก"ท้อแท้ๆ"
      ส่วนพลับนี่ชอบ
      ถ้าพับเพียบก็ยังพอไหว
      แต่ถ้าพับเฉยๆนี่คงต้องขอผ่านครับ
      กัวเหมือนกัน
oatty เขียน:เวลาจะกินก็ถามว่า มีสมหวังขายมั้ยคร๊าบ...
:8) ไม่อยากเลียนแบบจักรพันธ์ อาบครบุรีครับ
กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า
ภาพประจำตัวสมาชิก
Ryuga
Verified User
โพสต์: 1771
ผู้ติดตาม: 0

รุ้งกินน้ำ

โพสต์ที่ 400

โพสต์

ไปจ่ายตลาดมา ผมอยากกินแกงเผ็ดปลากะพงหมี่หยก ลืมซื้อปลาทูนึ่งอีกแล้ว  :'O
ที่จริงฮาโลวีนก็น่าจะทำสังขยาฟักทองกินด้วย แต่ไม่ได้ทำ  :wink:
เมนูโปรดของพี่กูรูฯ เป็นอะไรเหรอครับ ของผมนี่เป็นผัดกะเพรากับผัดซีอิ๊ว ตอนเด็กกินบ่อย  :8)  (เมนูชาวบ้านๆ)
ถ้าอยากกินตอนนี้ต้องทำเอง จะสะใจมาก ชอบใส่ซีอิ๊วจนดำปี๋  :ep:
บ้านท่านแม่ผมมีต้นชมพู่ หน้าฝนชมพู่จะออกดอกมากมาย อยากกินยำเกสรชมพู่มากเลยครับ แต่ไม่เคยทำ  :wink:
พี่กูรูฯ เอาดอกอะไรมาทำกับข้าวแล้วบ้างครับ ถ้าโพสรูปไว้เดี๋ยวผมจะสูดกลิ่มผ่านเน็ต  (อืม อร่อยแน่เลย  :8) )
พี่พอใจชอบเมนูอะไรเหรอครับ  :D
(มันต้ม แห้วต้ม ของโปรดผมเลยนะครับ  :lol: )

ถามพี่กูรูฯ กับพี่พอใจสองคนเดี๋ยวพี่ๆ คนอื่นไม่ตอบ ถามพี่คนอื่นๆ ด้วยนะครับ  :o
พี่คริสตี้ชุง ใช่ทำบัญชีรึเปล่าครับ  :D  อาจารย์บัญชีผมเล่าว่า สมัยก่อนนั่งทำบัญชีทั้งวัน ชีวิตอับเฉามาก
หน้างบทีไร หัวฟูทุกที
รู้สึกเซ็งอย่างแรงก็เลยลาออก มาสอนหนังสือเด็กๆ แทน  :lol:
(มาทำกระทู้พี่พอใจให้จับฉ่าย  :oops: )
ภาพประจำตัวสมาชิก
Ryuga
Verified User
โพสต์: 1771
ผู้ติดตาม: 0

รุ้งกินน้ำ

โพสต์ที่ 401

โพสต์

เมื่อก่อนไทยรัฐผมไม่ค่อยอ่านคอลัมน์คุณลุงซูมเลย เพราะผมรู้สึกเหมือนกับว่าแกเขียนไร้สาระยังไงไม่รู้ ไปๆ มาๆ ก็ เอ๊ะ อย่างที่เขาว่า การเขียนสไตล์นี้เป็นเรื่องยากจริงๆ คนอื่น เขียนเรื่องดีๆ อ่านแล้วรู้สึกดี เขียนเรื่องแย่ๆ อ่านแล้วรู้สึกแย่ ก็ถือเป็นปกติ แต่คุณลุงซูม จะเรื่องดีเรื่องไม่ดีก็กลายเป็นเรื่องสบายๆ ดูดีไปได้อย่างน่าประหลาด

เลยพลอยเห็นพ้องต้องกันกับพี่พอใจไปด้วยว่าแง่งามการมองโลกของคุณลุงซูมนี่ เป็นของอัศจรรย์อย่างหนึ่งที่น่าทึ่งเหลือหลายในยุคที่ใครๆ ก็เครียด  :8)

ผมชอบอ่านข่าวเก่าๆ เอาข่าวเก่าๆ สมัยน้ำมันบ้าเลือดมาดูเป็นประวัติศาสตร์หน่อยครับ ไม่ใช่คอลัมน์ลุงซูมแต่ก็ประมาณว่า พี่เทพ 220 เฮียปอ 440 ก็ยังถูก
ไทยรัฐ วันจันทร์ที่ 30 มิถุนายน 2551 เขียน:วัน ตกนรกทั้งเป็น!

ขณะผมปั่นต้นฉบับเมื่อ 28 มิ.ย.ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกทำสถิติใหม่ทะลุ 143 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลแล้ว และมีท่าทีจะพุ่งขึ้นอีก

หลังจาก ผบ. กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติ ของอิหร่าน ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับ 4 ของโลกขู่ว่าจะยึดเส้นทางขนส่งน้ำมันในอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นช่องทางลำเลียงน้ำมันออกจากอ่าวเปอร์เซียถึง 90% หรือราว 40% ของน้ำมันที่ซื้อขายกันทั้งโลก ถ้าอิสราเอลและพันธมิตรโจมตีอิหร่าน

เมื่อ 6 มิ.ย. ราคาน้ำมันก็เคยพุ่งทำลายสถิติถึง 140 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรก หลังนายชาอูล โมฟาซ รองนายกฯ อิสราเอลขู่จะโจมตีอิหร่านเพื่อยับยั้งการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

อิสราเอลเป็นชาติเดียวในตะวันออกกลางที่มีอาวุธนิวเคลียร์ (ราว 80-300 ลูก) ส่วนผู้นำอิหร่านเคยขู่จะลบอิสราเอลออกจากแผนที่โลก อิสราเอลจึงยอมให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ไม่ได้เด็ดขาด

ดังนั้น การโจมตีอิหร่านจึงมีความเป็นไปได้ อยู่ทุกเมื่อ แม้สหรัฐอเมริกา ลูกพี่ ของอิสราเอลไม่เห็นด้วย เพราะกำลังแบกศึกอิรักและอัฟกานิสถานจนหลังแอ่น เศรษฐกิจตัวเองก็ย่ำแย่ รัฐบาลจอร์จ ดับเบิลยู.บุช อยู่ในสภาพ เป็ดง่อย ใกล้หมดอำนาจ ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีใหม่ปลายปีนี้

จอห์น โบลตัน อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำยูเอ็นทำนายว่าอิสราเอลจะถล่มอิหร่านระหว่างวันเลือกตั้ง 4 พ.ย.ปีนี้และวันรับตำแหน่งประธา-นาธิบดีสหรัฐฯ ใน 20 ม.ค.ปีหน้า เพื่อ มัดมือชก บีบให้รัฐบาลใหม่ของสหรัฐฯ เข้าร่วมศึกด้วย....นั่น เป็นความคิดเห็นส่วนตัว!

แต่ถ้าศึกอิหร่านปะทุขึ้นจริง ภูมิภาคตะวัน ออกกลางจะลุกเป็นไฟ เพราะอิหร่านอาจตอบโต้ด้วยการโจมตีชาติเพื่อนบ้านอื่นๆ ที่เป็นพันธมิตรของอิสราเอลและสหรัฐฯ ขณะที่พันธมิตรของอิหร่านเช่นกลุ่มฮามาสในปาเลสไตน์ หรือกลุ่มฮิสโบลเลาะห์ในเลบานอน ก็อาจกระโจนเข้าร่วมศึกด้วย

ส่วนราคาน้ำมันดิบอาจพุ่งพรวดกว่า 2 เท่าจนทะลุ 300 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากทั่วโลกยังพึ่งพาน้ำมันจากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียเป็นหลัก ยักษ์ใหญ่เอเชีย ทั้งญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย จีน ต้องใช้น้ำมันดิบที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซถึง 75%, 70%, 65% และ 34% ตามลำดับ

ถ้ามีวันนั้น...ชาวโลกก็เตรียมตัว ตกนรกทั้งเป็น ได้เลยครับ!!!

บวร โทศรีแก้ว
ตอนเกิดเหตุการณ์ขึ้น มันก็ไม่มีใครรู้จริงๆ ว่าจุดสูงสุดต่ำสุดมันอยู่ตรงไหน จนกระทั่งมันกลายเป็นอดีตแล้วก็ปรากฏว่าเราก็หลวมตัวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์กับเขาด้วย  :roll:
ภาพประจำตัวสมาชิก
Ryuga
Verified User
โพสต์: 1771
ผู้ติดตาม: 0

รุ้งกินน้ำ

โพสต์ที่ 402

โพสต์

อาจารย์นิเวศน์ 40 vs 51 เขียน:ดังนั้น  เขาขายทุกราคาโดยไม่สนใจพื้นฐานของกิจการหรือภาวการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศไทย   ข้อสรุปของผมก็คือ  ดัชนีหุ้นที่ลดลงขณะนี้   อาจจะไม่ได้เป็นดัชนีชี้นำที่แม่นยำว่าเศรษฐกิจของเมืองไทยในปีหน้าจะแย่มากเหมือนกับปี 2541 ที่เป็นปี  เผาจริงอย่างที่กลัวกัน
ฟังอาจารย์นิเวศน์ว่า ผมก็เห็นด้วยนะครับ แต่เพราะอาจารย์ต้องเขียนให้มันลงคอลัมน์ได้พอดี ฉะนั้นผมก็ขอขยับขยายให้ชัดขึ้นนิดนึง

ปีหน้าเศรษฐกิจไทยไม่ได้แย่มากนั้นเห็นด้วยครับ แต่ต้องเข้าใจว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจนั้นคิดจากปริมาณผลผลิตขั้นสุดท้ายทั้งสินค้าและบริการ นั่นคือถ้าจำนวนผลผลิตเพิ่มขึ้นแต่ราคาตลาดลดลง อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอาจจะเป็นบวก แต่มูลค่าผลผลิตตามราคาตลาดอาจจะติดลบก็ได้

พอโภคภัณฑ์แตก สินค้าเกษตรบ้านเราก็ชัดเจนเหลือเกิน ทั้งชาวนาข้าว ชาวสวนยาง ชาวไร่มัน ฯลฯ พาเหรดกันครวญครางสยดสยองอย่างยิ่ง ยังไม่ได้ดูตัวเลขชัดเจน ผมคิดว่าผลผลิตเพิ่มแน่ แต่มูลค่าตามราคาตลาดเดี๋ยวค่อยรอดู

เศรษฐกิจยังโตหมายความว่ายอดผลิตยังโตนะครับ ไม่ได้หมายความว่ากำไรสุทธิจะต้องโตตามไปด้วย

โดยเฉพาะกำไรสุทธิ ช่องว่างใหญ่หลวงที่ผมคิดว่าอาจารย์นิเวศน์ยังไม่ได้อธิบายในบทความที่พึ่งได้อ่านกันนี้ก็คือ ตลาดหุ้นบ้านเราก่อนปี 40 หุ้นถ่วงน้ำหนักมากสุดคือสถาบันการเงิน แต่ปัจจุบัน ณ ปี 51 หุ้นถ่วงน้ำหนักมากสุดคือโภคภัณฑ์

เศรษฐกิจแตกปี 40 เป็นยังไง.....  มันก็เป็นอย่างที่เราทราบ แต่โภคภัณฑ์นั้นหวือหวาสุดๆ หลังจากน้ำมันเคยสร้างดอยเมื่อ 28 ปีก่อน ตอนนี้เราก็ได้ดอยมาอีกลูกแล้ว ลองเอา PTT และครอบครัว + ปูนใหญ่ + ปิโตร, พลังงานอื่น + เหล็กต่างๆ + เรือต่างๆ ฯลฯ  อย่างอสังหาฯ ก็เกาะเทรนด์กับเขาด้วย หรือบรรจุภัณฑ์หลายเจ้าก็เป็นปลายน้ำของปิโตรฯ รวมกันดูก็จะเห็นว่ากลุ่มนี้มันมหึมากับตลาดเราเพียงใด

อย่างที่อาจารย์เคยเล่าเรื่อง โหรตลท. ตั้งแต่เดือนเมษา ผมคิดว่าการลงครั้งนี้เป็นการลงตามพื้นฐานนะครับ และผมเชื่อด้วยว่า โหรตลท. เป็นฝ่ายถูก
ภาพประจำตัวสมาชิก
Ryuga
Verified User
โพสต์: 1771
ผู้ติดตาม: 0

รุ้งกินน้ำ

โพสต์ที่ 403

โพสต์

อันนี้เก่าหน่อยครับ ข้อมูลตามราคาปิดวันศุกร์ 31 ตุลาคม

อันดับ     หุ้น           กำไร(ล้านบาท)           ถ่วงน้ำหนักตลาด(%)
1 . PTT __________ 104,976 __________ 13.54%
2 . PTTEP __________ 42,366 __________ 8.58%
3 . SCC __________ 26,025 __________ 3.69%
4 . PTTCH __________ 24,273 __________ 1.56%
5 . SCB __________ 21,455 __________ 5.48%
6 . TOP __________ 21,033 __________ 1.27%
7 . ADVANC __________ 20,100 __________ 6.52%
8 . BBL __________ 19,065 __________ 4.00%
9 . KBANK __________ 16,172 __________ 3.61%
10 . PTTAR __________ 14,555 __________ 0.89%

11 . IRPC __________ 12,025 __________ 1.34%
12 . KTB __________ 10,153 __________ 1.32%
13 . ESSO __________ 10,074 __________ 0.50%
14 . DTAC __________ 9,673 __________ 1.75%
15 . BANPU __________ 8,075 __________ 1.32%
16 . TTA __________ 7,878 __________ 0.23%
17 . EGCO __________ 7,649 __________ 0.94%
18 . AOT __________ 6,551 __________ 0.81%
19 . RATCH __________ 6,125 __________ 1.36%
20 . SHIN __________ 5,971 __________ 1.33%

21 . BAY __________ 5,005 __________ 1.85%
22 . SCIB __________ 4,853 __________ 0.43%
23 . TSTH __________ 4,418 __________ 0.17%
24 . GLOW __________ 4,348 __________ 0.88%
25 . PSL __________ 4,342 __________ 0.24%
26 . RCL __________ 3,759 __________ 0.10%
27 . LH __________ 3,721 __________ 1.11%
28 . BCP __________ 3,624 __________ 0.19%
29 . TPC __________ 3,469 __________ 0.27%
30 . DELTA __________ 3,165 __________ 0.39%

รวม 30 บริษัทที่กำไรสูงสุดบ้านเรา ถ่วงน้ำหนักตลาดประมาณ 2 ใน 3 ของตลาดทุนรวม
ภาพประจำตัวสมาชิก
Ryuga
Verified User
โพสต์: 1771
ผู้ติดตาม: 0

รุ้งกินน้ำ

โพสต์ที่ 404

โพสต์

หุ้นโภคภัณฑ์ถ่วงน้ำหนักบ้านเรารุนแรงมาก และราคาน้ำมัน มากกว่า 140 ก็ไหลลงมา 60 เป็นการป่าวประกาศอย่างชัดเจนว่าโภคภัณฑ์(รอบนี้) แตกไปเรียบร้อยแล้วตัวเลข การหดตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และยุโรปหลายประเทศที่จะออกมาในอนาคตจะตอกย้ำให้เรื่องนี้หนักแน่นขึ้นไปอีก

และนี่ก็เป็นต้นตอข้อมูลให้นักวิเคราะห์มาพูดอีกแล้วว่า หุ้นบ้านเราถูกเหลือเกิน ถูกจริงๆ P/E ต่ำมาก ปันผลดีเลิศประเสริฐศรี ราคาน้ำมันร่วงแรงขนาดนี้ก็รอดูก็แล้วกันว่าปีหน้า กำไรพวกนี้จะเหลือเท่าไหร่ ปันผลเหลืออยู่เท่าไหร่ พวกโรงกลั่นนี้ตัวดี ขาขึ้นกำไรสต๊อคน้ำมันไปตั้งเท่าไหร่ ขอดูขาลงหน่อยเถอะว่าจะสะใจพระเดชพระคุณขนาดไหน

โหรตลท. คงรู้ว่ากำไรมันพีกไปหมดแล้ว ไปดูกราฟผาแดง ผมชอบผาแดงมากทีเดียว นับจากกำไรพีกมากกว่า 1,765 ล้าน ผ่านไปปีครึ่งกำไรเหลือแค่ 467 ล้าน นักลงทุนที่เข้าไปรับผาแดงจากดอย ใช้เวลาซึมซับข้อมูล 2 ปี ทีเดียว กว่าความจริงอันปวดร้าวจะซึมซาบไปได้หมด(รึยังก็ไม่รู้) ราคาก็ไหลจาก 40 กว่าบาท เหลือ 8 บาท

ดัชนีตลาดก็คือดัชนีตลาด SET จึงคล้ายดัชนีโภคภัณฑ์กลายๆ และเพราะถ่วงมูลค่าตลาดมากจึงมีนักลงทุนไปเจ๊าะแจ๊ะด้วยเป็นจำนวนมาก VI ถือเป็นส่วนน้อยของสังคมแต่ VI จำนวนมากก็สนโภคภัณฑ์เหมือนกัน พอมันวายก็เลยเกิดเหตุการณ์ขึ้นอย่างที่เป็นนั่นคือ การกระหน่ำขายอย่างหนักเพราะนักลงทุนส่วนมากเกี่ยวดองกับโภคภัณฑ์

การวายครั้งนี้ผมไม่คิดว่าดัชนีจะไต่กลับที่เก่าได้ง่ายๆ กว่าหุ้นนำตลาดอันเป็นโภคภัณฑ์จะกลับมางอกงามได้ก็ต้องใช้เวลานานพอสมควร ตามบทความอาจารย์นิเวศน์ผมอยากให้มองถึงหุ้นดีอื่นๆ ที่ไม่ได้เสียหายกับราคาโภคภัณฑ์ ตรงกันข้ามเขาอาจจะมีต้นทุนดำเนินงานลดลงมาก พวกนี้กลับตกกระไดพลอยโจนกับภาวะตื่นกลัวเกินปกติไปกับเขาด้วย เมื่อฝุ่นควันจางพวกนี้จะรีเทิร์นไปสร้างอัตราผลตอบแทนดีเลิศได้อย่างง่ายดาย มันอาจเกิดตั้งแต่ปีหน้าด้วยซ้ำ ไม่ต้องรอถึงปี 53 แต่ต้องถือว่ามันเป็นส่วนน้อยในส่วนใหญ่ การดีดการเด้งสั้นๆ ของพวกโภคภัณฑ์นั้นย่อมมีแต่ไม่ยั่งยืน SET ที่เก่าคือตัวเลขในอดีต หุ้นส่วนน้อยในตลาดเหล่านี้จะไม่มีแรงพอในการกระชาก SET ให้กลับมารุ่งเรืองได้

ผมอ่านบทความอาจารย์นิเวศน์แล้ว เห็นด้วยบ้างไม่เห็นด้วยบ้าง รู้สึกกำกวมบ้าง เซ็งๆ ก็มีบ้าง ก็เลยขอบ่นบ้าตามประสากับเจ้าพ่อนั่งเล่นซะหน่อย  :8)
ภาพประจำตัวสมาชิก
Ryuga
Verified User
โพสต์: 1771
ผู้ติดตาม: 0

รุ้งกินน้ำ

โพสต์ที่ 405

โพสต์

เกี่ยวกับเรื่อง โหรตลท. และคุณสมบัติการเป็นดัชนีโภคภัณฑ์ ขอย้อนหลังไปเมื่อกลางปี 49 ด้วยเวลาเพียงเดือนนิดๆ เท่านั้น ดัชนี SET ร่วงจาก 780 ไป 640 วูบไปกว่า 140 จุด นักลงทุนสะท้านซ่านเสียวกันถ้วนหน้า ตอนนั้นผมยังไม่ได้ดูเว็บ tvi เลย แต่เห็นกระทู้เก่าๆ ที่ขุดกันขึ้นมาก็รู้สึกว่ามันก็เสียวดีนะ  :lol:

ผมว่าน่าสนใจนะครับ เพราะการร่วงมันเกิดตอนพฤษภา-มิถุนา และการร่วงครั้งนี้ทำนายถึงการร่วงลงของราคาน้ำมันจากปลายปี 49 ถึงต้นปี 50 ได้อย่างน่าประทับใจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปวูบจากมากกว่า 6% เหลือ 1% กว่าๆ เท่านั้น มาปลายปีเกิดอุ๋ยเอฟเฟกต์จากมาตรการ 30% คนก็ครหานินทาขนานใหญ่ว่าบ้องไม่ลึก ทำไมไม่ลดดอกเบี้ย พอเข้าปี 50 ธปท. เลยหั่นดอกเบี้ยซะ 7 เดือนติดต่อกัน อันนี้เคยว่าไปบ้างแล้ว

ราคาน้ำมันร่วงครั้งนั้น เป็นผลให้กำไรพี่เทพ+เฮียปอ ฟุบไปถึง 5 ไตรมาสติดๆ กัน คือ Q3/49-Q3/50 โดย PTTEP กำไรทรุด 4 ทรง 1 ในขณะที่ PTT ทรุด 3 ทรง 2 SET บูมมาพร้อมกับขาขึ้นพลังงาน และผมก็รู้สึกว่า 5-6 ไตรมาส ย้อนหลังนี้มันดูเป็นหัวและไหล่ยังไงไม่รู้

พีก 920 เมื่อปลายตุลาปีก่อน ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของ SET รอบนี้ ถือเป็นหัว มีไหล่ 2 ที่ คือ กรกฎาปีก่อน กับพฤษภาปีนี้ซึ่งไปตามพีกน้ำมันครั้งสุดท้ายก่อนตลาดวาย
มีร่องนม 2 จุด คือซับไพร์ม 1 สิงหาปีก่อน กับซับไพร์ม 2 มกราปีนี้
พอซับไพร์มได้ไตรภาคก็เกิดจบเห่ พีกน้ำมันครั้งสุดท้ายดัน SET ไม่ถึงจุดสูงสุดใหม่
ภาพประจำตัวสมาชิก
Ryuga
Verified User
โพสต์: 1771
ผู้ติดตาม: 0

รุ้งกินน้ำ

โพสต์ที่ 406

โพสต์

Ryuga เขียน:พี่คริสตี้ชุง ใช่ทำบัญชีรึเปล่าครับ  :D  อาจารย์บัญชีผมเล่าว่า สมัยก่อนนั่งทำบัญชีทั้งวัน ชีวิตอับเฉามาก
หน้างบทีไร หัวฟูทุกที
รู้สึกเซ็งอย่างแรงก็เลยลาออก มาสอนหนังสือเด็กๆ แทน  :lol:
แซวเล่นนิดหน่อยนะครับ  :oops:  เอาใจช่วยครับ  :cheers:  :cheers:  :cheers:

เดี๋ยวจะชวนพี่พอใจกินกะหล่ำ เผื่อจะชีช้ำกะหล่ำปลี  :8)
กูรูขอบสนาม
Verified User
โพสต์: 987
ผู้ติดตาม: 0

รุ้งกินน้ำ

โพสต์ที่ 407

โพสต์

น้องริว ไปจ่ายตลาดมาเจอ ผักแพงสุดๆเลยหรือเปล่า
ประเภทต้นหอมเหี่ยวๆลีบๆต้นล่ะบาท
ถามแม่ค้า ก็บอกว่าฝนตก น้ำท่วม
ถ้าไปซื้อหน้าร้อนก็บอกว่า แล้งน้ำ
ถ้าไปซื้อหน้าหนาวก็บอกว่า ผักหนาว ไม่ออกใบ
วุ้ย...ตกลงผักแพงทั้งปีด้วยเหตุผลสารพัด
ยังไม่มีเหตุผลเฉพาะการณ์เช่น น้ำมันแพง อีกต่างหาก  :roll:

แต่นี่แหละคือภาวะเศรษฐกิจรากหญ้าที่เราสังเกตง่ายๆ
ใครว่าน้ำมันถูก ของจะถูกลง
คิดเสียใหม่ :wink:
เศรษฐกิจแตกปี 40 เป็นยังไง.....  มันก็เป็นอย่างที่เราทราบ แต่โภคภัณฑ์นั้นหวือหวาสุดๆ หลังจากน้ำมันเคยสร้างดอยเมื่อ 28 ปีก่อน ตอนนี้เราก็ได้ดอยมาอีกลูกแล้ว ลองเอา PTT และครอบครัว + ปูนใหญ่ + ปิโตร, พลังงานอื่น + เหล็กต่างๆ + เรือต่างๆ ฯลฯ  อย่างอสังหาฯ ก็เกาะเทรนด์กับเขาด้วย หรือบรรจุภัณฑ์หลายเจ้าก็เป็นปลายน้ำของปิโตรฯ รวมกันดูก็จะเห็นว่ากลุ่มนี้มันมหึมากับตลาดเราเพียงใด
พี่กูรูว่า เพราะก่อนช่วง 40
เราไม่ค่อยมีหุ้นพลังงานหรือปิโตรเครมีที่ใหญ่ๆกุมชะตาตลาด
ตอนนั้นก็มีประปรายไม่ยิ่งใหญ่
ที่พอจำได้ก็มี TPC Pttep ATC TOC NPC `Bangchak Susco
อ้อแล้วก็มีเจ้า Egcom
เอ้า ลืมน้องอาหารทะเล บ้านปู ไปได้อย่างไร
เออ..ความจริงก็เยอะ แต่ Activate อยู่ไม่กี่ตัว
ส่วนปูนใหญ่ ก็ปู้น ปูนจริงๆ
ส่วนของปิโตรเคมียังเตาะแตะอยู่เลย
ช่วงนั้นปูนมีสินค้ากระจัดกระจายเยอะมาก
ทั้งคอมพิวเตอร์ ทั้งยางรถยนต์  ทั้งกระจก  ทั้งเหล็ก สารพัด
พี่ป้อมคงอธิบายได้ดีกว่า

หลังวิกฤต เศรษฐกิจฟื้น
หุ้นพลังงานและปิโตรเคมีหลายตัวเข้าตลาด ผนึกตัวใหม่
ที่ฮือฮาทำประชาพิจารณ์(เมื่อไหร่ก็ไม่รู้)ก็ ปตท. นี่แหละ
แล้วก็เกิด Ratch / Top

ส่วนหุ้นการเงินถูกตัดตอนไปหมด
ตั้งแต่ปิดไฟแนนซ์มหากาฬไปช่วงนั้นแล้ว
รอดมาก็เพียง คิงคอง และ ปากกาบิค
ซึ่งตอนหลัง เอไอจีเข้าไปเทค :wink:
ภาพประจำตัวสมาชิก
krisy
Verified User
โพสต์: 736
ผู้ติดตาม: 0

รุ้งกินน้ำ

โพสต์ที่ 408

โพสต์

[quote="Ryuga"][quote="Ryuga"]พี่คริสตี้ชุง ใช่ทำบัญชีรึเปล่าครับ
.....Give Everything but not Give Up.....
ภาพประจำตัวสมาชิก
por_jai
Verified User
โพสต์: 14338
ผู้ติดตาม: 0

รุ้งกินน้ำ

โพสต์ที่ 409

โพสต์

:8) คมคายมากครับ พี่แท๊กซี่นิรนามว่าไว้เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาเอง


คนที่อยู่ในที่ๆไม่ใช่ที่แห่งตน มีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ

คนโกหกคนอื่น นั่นก็แค่น่ารังเกียจ

แต่คนที่โกหกได้แม้กระทั่งตนเอง ...นั่นน่าสมเพชครับ


จากคุณ : แท็กซี่นิรนาม
กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า
ภาพประจำตัวสมาชิก
por_jai
Verified User
โพสต์: 14338
ผู้ติดตาม: 0

รุ้งกินน้ำ

โพสต์ที่ 410

โพสต์

:8) แถมส่งท้ายกระทู้ของพี่แท๊กซี่เขา

สุดท้ายนี้อยากฝากเพื่อนๆว่า ...เล่นหุ้นก็อย่าไปเครียดกับมันมาก

เล่นตามระบบของเรา อย่าหวั่นไหวเกินไปนัก ถ้าทำตามระบบแล้วยังไม่ work ค่อยมาพิจารณาปรับเปลี่ยนแก้ไขจุดอ่อนของระบบเราอีกที

การ จะทำอะไรมันต้องเชื่อในสิ่งที่เราทำในระดับนึง ผมเห็นคนเล่นหุ้นบางคน technical ก็ไม่เชื่อ fundamental ก็ไม่เชื่อ หอกหักตะวักตะบวยไรก้ไม่เชื่อทั้งนั้น (ดีนะ...ที่มาร์ก็ไม่เชื่อด้วย)

ก็ไม่รู้ว่างั้นจะมาเล่นหุ้นไปหาโมกศักดิ์ทำไร สงสัยจะเชื่อในกำไรอย่างเดียว

...กำไรมันเป็นเพียงแค่ผลครับ ผลมันจะเกิดโดยไม่มีเหตุนั้น ...เป็นไปไม่ได้ครับ


... เล่นตามระบบ ถ้าระบบง่ายก็เล่นให้ง่ายเข้าไว้ ถ้าระบบซับซ้อน ก็อาจจะเล่นซับซ้อนได้ อย่าไปใช้อารมณ์ให้มากนัก มันจะเครียด ถ้าเราเล่นแบบง่ายๆ หุ้นตกเราก็ไม่เล่น ไปเที่ยวให้สบายใจดีกว่า เล่นหุ้นเสียตังค์แล้วยังเจือกเป็นทุกข์ ...โง่สองต่อนะนั่น

เราเป็น รายย่อยที่เขาเรียกว่าแมงเม่า ไม่ใช่พญาอินทรี เครื่องมือเครื่องไม้เราน้อย เราจึงได้แต่อาศัยความคล่องตัวแบบเจียมตัว ส่วนใหญ่เราไม่ได้เล่นกันถึงระดับเปิด tfex เพื่อ hedging ด้วย การ leverage อะไรของเราก็มีไม่มาก ไม่เหมือนพวกรายใหญ่ที่เขาทำได้สารพัด เขา spread ได้เป็นสิบๆวิธี ถึงขนาดว่าไม่ว่าหุ้นขึ้นหุ้นลงเขาได้ตังค์เรียบ

เขา เล่น spread มันข้าม commodities ทั้ง stock, futures, options, forex กินมันทุกกระบวนท่า เราพลาดนิดเดียว โดนเขาทิ่ม arbritage ทีถึงกระเจิง เขาเล่นได้แม้กระทั่งแทง volatility อย่างเดียวเหมือนไฮโล ไม่ว่าหุ้นจะขึ้นจะลง ถ้าเข้า trend เขา long volatile ถ้า sideway เขา short volatile (อย่างช่วงนี้) แดรกเราเรียบแบบนิ่มๆชนิดเราไม่รู้ตัว

เพราะ ฉะนั้นเราอยู่ในโลกที่เรารู้อะไรน้อยมาก ...อย่าผยอง ...เลี่ยงการเก็งกำไรซี้ซั้วโดยไม่จำเป็น ...เล่นเกมส์ที่ไม่ใช่ zero-sum games เช่นเล่นแบบลงทุนที่ทุกๆคนจะเจริญเติบโตไปด้วยกัน เป็น win-win games ...เท่านี้ ชีวิตการลงทุนเราก็จะมีความสุขขึ้นเยอะแล้วครับ

ขอให้เฮงๆ และสำคัญที่สุด ...มีความสุขครับ


ฟิ้วววววววววววววววววววววววววว
กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า
noooon010
Verified User
โพสต์: 2712
ผู้ติดตาม: 0

รุ้งกินน้ำ

โพสต์ที่ 411

โพสต์

เห็นด้วยครับพี่ครับ

ถ้าเราไม่มีระบบ บางทีเราจะรวนได้นะครับ

ที่ temple ผมลองตั้งกระทู้ขึ้นมาเหมือนกันครับ
เกี่ยวกับ systemic trading ครับ

เผื่อมีใครอยากแจมครับ

http://www.templeboxing.com/index.php?topic=1454.0

มีความสุขในการลงทุนหุ้นคุณค่าครับผม  :D
อย่าลืมให้เวลากับครอบครัว และสังคมรอบๆข้างของคุณนะครับ

มีสติ และมีความสุขกับการลงทุนนะครับผม


นักลงทุนที่เก่งที่สุดมิใช่คนที่ซื้อขายไวที่สุด
แต่คือคนที่นำสติกลับมาได้เร็วที่สุด
หลายครั้งส่งคำสั่งซื้อทางไปรษณีย์ได้ผลตอบแทนมากกว่าซื้อผ่านnetหากเราขาดสติ
ภาพประจำตัวสมาชิก
Ryuga
Verified User
โพสต์: 1771
ผู้ติดตาม: 0

รุ้งกินน้ำ

โพสต์ที่ 412

โพสต์

ท่านซุนหวู่กล่าวว่า
ท่านปรมาจารย์ซุนหวู่ เขียน:เราสามารถล่วงรู้ชัยชนะได้ห้าทาง

ผู้รู้ว่าควรรบหรือไม่ควรรบจักชนะ
ผู้เข้าใจการรบในภาวะกำลังมากหรือกำลังน้อยจักชนะ
ฝ่ายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันทั้งชั้นบนและชั้นล่างจักชนะ
ฝ่ายพร้อมรบบุกฝ่ายไม่พร้อมรบจักชนะ
ฝ่ายแม่ทัพมีปัญญา ประมุขไม่ยุ่งเกี่ยวจักชนะ

ห้าทางนี้ คือวิถีแห่งการล่วงรู้ชัยชนะ
ฉะนั้นจึงกล่าวว่า รู้เขารู้เรา ร้อยรบมิพ่าย ไม่รู้เขาแต่รู้เรา ชนะหนึ่งแพ้หนึ่ง ไม่รู้เขาไม่รู้เรา ทุกรบจักพ่าย
ประมาณนั้นเลยครับพี่กูรูฯ อย่างกะหล่ำดอกเหี่ยวๆ หัวเดียว 30 บาท  :twisted:
น้ำมันถูกลงแล้วของก็ไม่ถูกลง อัตราเงินเฟ้อในอดีตก็ชี้แบบนี้นะครับ ตอนน้ำมันขึ้นเงินเฟ้อบวกแรง แต่ตอนน้ำมันลงเงินเฟ้อยากมากที่จะติดลบ เพราะราคาสินค้ามันขึ้นแล้วไม่ลงไปต่ำกว่าเดิมนั่นเอง  :roll:

เมื่อก่อนหุ้นแบงก์ครองตลาด
แต่พอ ปตท. เข้ามา กลายเป็นว่าบริษัทเดียวถ่วงน้ำหนักตลาดตั้ง 1 ใน 7 หนำซ้ำครอบครัวก็ยกโขยงเข้ามาด้วย
โครงสร้างดัชนีจึงเปลี่ยนไป กลุ่มแบงก์ถูกเบียดลงไปเป็นเบอร์ 2 พลังงานเป็นเบอร์ 1
ดัชนีอาจจะไม่ซ้ำรอย 41-42 เป๊ะก็ได้นะครับ เพราะโภคภัณฑ์มันผันผวนแบบเดาทางกันยาก
ภาพประจำตัวสมาชิก
Ryuga
Verified User
โพสต์: 1771
ผู้ติดตาม: 0

รุ้งกินน้ำ

โพสต์ที่ 413

โพสต์

ไม่ใช่อย่างงั้นอย่างงี้หรอกนะครับ  :oops:  แต่ขอพูดถึงซักนิดนึงเรื่องเกี่ยวกับน้ำมัน เพราะแต่ไหนแต่ไรมาผมเฉยๆ กับ WG มาตลอด  รากฐานของสารเคมีต่างๆ ส่วนใหญ่มาจากปิโตรเคมีซึ่งหลีกหนีความผูกพันกับน้ำมันไม่พ้น

กำไร WG เพิ่มในทิศทางเดียวกับราคาน้ำมัน ที่ผมสนใจคือ ตลอด 4 ไตรมาส Q3/49-Q2/50 นั้น เมื่อ PTT ประกาศผลกำไรลดลงติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 3 และ PTTEP ประกาศผลกำไรลดลงติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 4 ปรากฏว่าช่วงเดียวกัน WG มีกำไรผันผวน ขึ้น 2 ครั้ง ลง 2 หน เบ็ดเสร็จ กำไร 4 ไตรมาสสิ้นสุด Q2/50 อยู่ที่ 100.348 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากกำไร 4 ไตรมาสสิ้นสุด Q2/49 ที่ 99.630 ล้านบาท เพียง 0.72% เท่านั้น

และเมื่อน้ำมันเดินหน้าไปสร้างจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์ครั้งใหม่อย่างบ้าเลือด และกำไร PTT, PTTEP ก็เดินหน้าไปสูงสุดใหม่นั้น กำไร 4 ไตรมาสสิ้นสุด Q2/51 ของ WG หุ่งไปถึง 155.575 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.04% จากกำไร 4 ไตรมาสสิ้นสุด Q2/50

คืออย่างไรก็ตาม แม้ว่าพี่ฉัตรฯ และพี่ๆ อีกหลายท่านถือ WG อยู่ แต่ผมคิดว่ามูลค่าก็คือมูลค่า มันไม่ใช่ความยึดติด ความเปลี่ยนแปลงย่อมเป็นนิรันดร์และผมก็ไม่คิดว่าพี่ฉัตรฯ จะถือ WG ไปตราบเท่ากาลปวสาน ในยามนี้ ถ้าอีก 4-5 ไตรมาสข้างหน้า กำไร WG เกิดทรุดสัก 30-40% มาเหลือแถว 100 ล้านหรือต่ำกว่า ผมจะไม่แปลกใจอะไรเพราะถือว่าอยู่ในสมมติฐาน ในขณะที่ผมเองก็ไม่เคยคลางแคลงใจในฐานะการเป็นหุ้นถูกเรื้อรังของ WG

เรื่องที่ผมสงสัยมานานก็คือ ผู้บริหาร WG มีส่วนในการเอาภาวะที่ดีขึ้นของตลาดมาพูดให้เป็นความเก่งกาจของบริษัทรึไม่ ของมาร์จิ้นสูงของเขาจะสูงสวนทางราคาน้ำมันได้รึเปล่า ในเมื่อ 1 ปีที่ผ่านมาสูงไปได้ตั้ง 55% จะจบเห่กันง่ายๆ ไหม

ก็ว่าไปตามประสาคนไม่รู้เรื่อง WG นะครับ  :oops:  กลัวโดนหมัดขวาทะลวงตับ หมัดซ้ายทะลวงไส้ของพี่ฉัตรชัยเล่าซือ พี่พอใจช่วยด้วยนะครับ  :|  :|
ภาพประจำตัวสมาชิก
Ryuga
Verified User
โพสต์: 1771
ผู้ติดตาม: 0

รุ้งกินน้ำ

โพสต์ที่ 414

โพสต์

ขอดีใจกับคุณ Obama ด้วยครับ  :D  ฟังสุนทรพจน์ไปก็แอบๆ น้ำตาซึมไปกับเขาด้วย  :cry:  ว่าแต่เมือง โอบามะ นี่ มันอยู่ตรงไหนของญี่ปุ่นเหรอครับ ยังไม่ได้ไปค้นคว้า เอามาคุยกับผู้รู้ก่อนดีกว่า  :oops:

เลือกตั้งครั้งนี้ก็ landslide จริงๆ อย่างที่นักวิเคราะห์ว่ากัน ไม่พลิกโผให้หน้าแตกอย่างที่เคยเป็นเหมือนครั้งก่อนๆ พอรู้ว่า Obama ขึ้นแท่นเป็นประธานาธิบดีคนที่ 44 หุ้นก็ขึ้นรับข่าว ดูเหมือนตลาดต้องใช้เวลาสักพักถึงจะรับรู้ว่า Obama มีแนวโน้มที่จะเพิ่มระดับการกีดกันทางการค้า ซึ่งนั่นจะเป็นผลดีในระยะยาวแต่แย่ในระยะสั้น ราคาหุ้นของประเทศผู้เกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ อาจจะขึ้นเร็วไปหน่อย

นั่นไม่ใช่เหตุผลที่ผมเปลี่ยนมาเชียร์ McCain นะครับ จริงๆ ต้องถือว่าเป็นการเชียร์ที่เลวร้ายเพราะถือเอาตามอำเภอใจมากกว่าประโยชน์เพราะผมคิดว่า McCain จะมีส่วนหนุนเนื่องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงในระบบการเงินของโลกได้รวดเร็วกว่า Obama

ท่านซุนหวู่กล่าวว่า

"การบัญชาทัพชั้นเอกคือ ชนะด้วยอุบาย
รองมาคือชนะด้วยการทูต
รองมาคือชนะด้วยการรบ
เลวที่สุดคือการเข้าตีเมือง"

ขอย้อนอดีตสักนิดไปสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เพราะการเข้าสู่สงครามทำให้สหรัฐฯ เพิ่มการใช้จ่ายงบมากเป็นพิเศษ อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจจึงสูงมาก คือ
ในปี 1941-1943 อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ เท่ากับ 17.1%, 18.5% และ 16.4% ตามลำดับ

อุปสงค์ในการใช้จ่ายเพื่อก่อสงครามนั้น ถือเป็นอุปสงค์ส่วนเกิน มันไม่มีความยั่งยืนอะไรนัก พอสงครามเลิก เศรษฐกิจเลยพลิกกลับมาหดตัวดังนี้ คือ
ในปี 1945-1947 อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ติดลบเท่ากับ -1.1%, -11.0% และ -0.9% ตามลำดับ

โลกยุคใหม่ของเราน่าทึ่งขึ้นเรื่อยๆ จากความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คนยุคใหม่เราการศึกษาสูงขึ้น ปั่นหัวให้บ้าคลั่งได้ยากขึ้น (อาจยกเว้นประเทศสารขัณฑ์  :twisted: ) การก่อสงครามมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ โดยปกติการก่อสงครามสมัยก่อนมักเป็นไปเพื่อตอบสนองตัณหาของผู้นำประเทศ แต่สมัยใหม่เรานี้ อำนาจทางเศรษฐกิจไม่ได้อยู่ในกำมือของรัฐเพียงผู้เดียวอีกต่อไป หากแต่ได้กระจายเข้าสู่เอกชนสูงขึ้นเรื่อยๆ และโดยปกติแล้วเอกชนเกือบทั้งหมดไม่ปรารถนาสงคราม

รัฐบาลประชาธิปไตยจะฟังเสียงประชาชน ถ้าประชาชนใฝ่สันติ มุ่งทำมาหากินเป็นหลัก สงครามจะไม่เกิดขึ้นอีก

ความน่าสนใจของประเด็นคือ ปรากฏการณ์ dot com แตก ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ใน Q3/2000 ติดลบไป -0.5%
Q4 เด้งมาได้หน่อย แต่ Q1/2001 ต่อมาก็ติดลบอีก -0.5% (สังเกตนะครับว่าติดลบเยอะกว่า Q3/2008)
ความวัวไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรกเมื่อเกิดเหตุ 9/11 เศรษฐกิจสหรัฐฯ Q3/2001 ติดลบไปถึง -1.4% กำไร Berkshire ร่วง 76% (โดนเคลมประกัน) ซึ่งยังดีกว่าประกันอีกหลายๆ เจ้าเพราะบางที่ถึงกับขาดทุน การถดถอยเหล่านี้ไม่ได้เกิดติดกัน 2Q และผลรวมทั้งปีก็ยังเป็นบวก แต่ยังไงตลาดทุนก็วุ่นวายหนักหน่วง

เรื่องราวเหล่านี้เป็นเหตุให้บุช งัดเอานโยบายไดโนเสาร์หน้าด้านมาใช้ การประกาศสงครามกับผู้ก่อการร้ายซึ่งประกอบด้วยผีจากไหนบ้างก็ไม่รู้ ประสบความสำเร็จอย่างใหญ่หลวงในการเรียกคะแนนนิยมเข้าตัวเอง ผลที่ตามมาคือการใช้จ่ายงบทางทหารจำนวนมหาศาล ซึ่งผมมองว่าเป็นหนึ่งในความพยายามของบุชที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยอุปสงค์เทียมจากการก่อสงคราม

การใช้จ่ายอย่างหนักหน่วงทั้งในอัฟกานิสถาน อิรัก อะไรต่างๆ นั้น มีส่วนดันให้เศรษฐกิจ Q3/2003 โตถึง 7.5% เป็นอัตราการเติบโตรายไตรมาสที่สูงที่สุดในรอบ 19 ปี ไม่ต้องสงสัยว่าระหว่างนั้นคะแนนนิยมของบุชถึงดีเด่นอยู่ได้ทั้งๆ ที่ชาวโลกเขารุมด่ากันปาวๆ

การใช้จ่ายเกินตัวของสหรัฐฯ ในท้ายที่สุดก็กลายมาเป็นปัญหา อย่างที่ว่านะครับ อุปสงค์จากสงครามนั้นเป็นอุปสงค์ที่ไม่ยั่งยืนอะไรเลย พอ Obama ขึ้นแท่นเป็นประธานาธิบดีต่อ การตัดงบครั้งใหญ่จะเกิดขึ้น ผมมีความเชื่อมั่นว่าภายใต้การบริหารของ Obama ในระยะสั้นๆ นี้ ตัวเลขการหดตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ จะสูงกว่า McCain แน่นอน  :8)
ภาพประจำตัวสมาชิก
por_jai
Verified User
โพสต์: 14338
ผู้ติดตาม: 0

รุ้งกินน้ำ

โพสต์ที่ 415

โพสต์

[quote="Ryuga"]
ก็ว่าไปตามประสาคนไม่รู้เรื่อง WG นะครับ
กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า
ภาพประจำตัวสมาชิก
por_jai
Verified User
โพสต์: 14338
ผู้ติดตาม: 0

รุ้งกินน้ำ

โพสต์ที่ 416

โพสต์

:8) พระเจ้าอยากอ่านนิยายไ่ม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้

รูปภาพ
กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า
chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 11443
ผู้ติดตาม: 0

รุ้งกินน้ำ

โพสต์ที่ 417

โพสต์

Ryuga เขียน:กำไร WG เพิ่มในทิศทางเดียวกับราคาน้ำมัน ที่ผมสนใจคือ ตลอด 4 ไตรมาส Q3/49-Q2/50 นั้น เมื่อ PTT ประกาศผลกำไรลดลงติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 3 และ PTTEP ประกาศผลกำไรลดลงติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 4 ปรากฏว่าช่วงเดียวกัน WG มีกำไรผันผวน ขึ้น 2 ครั้ง ลง 2 หน เบ็ดเสร็จ กำไร 4 ไตรมาสสิ้นสุด Q2/50 อยู่ที่ 100.348 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากกำไร 4 ไตรมาสสิ้นสุด Q2/49 ที่ 99.630 ล้านบาท เพียง 0.72% เท่านั้น

และเมื่อน้ำมันเดินหน้าไปสร้างจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์ครั้งใหม่อย่างบ้าเลือด และกำไร PTT, PTTEP ก็เดินหน้าไปสูงสุดใหม่นั้น กำไร 4 ไตรมาสสิ้นสุด Q2/51 ของ WG หุ่งไปถึง 155.575 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.04% จากกำไร 4 ไตรมาสสิ้นสุด Q2/50
คงต้องบอกคุณ Ryuga หน่อยนะครับว่า  ผลการดำเนินงานย้อนหลัง 4 ไตรมาสสิ้นสุด Q2/50 นั้น  ตัวเลขที่  100.348 ล้านบาท  คงไม่ได้สะท้อนผลการดำเนินงานที่แท้จริงของบริษัท  

เนื่องจากในไตรมาสที่ 4 ของปี 2549  บริษัทมีการตั้งสำรอง  ประมาณการหนี้สินผลประโยชน์เงินบำเหน็จพนักงานสูงกว่าปรกติ

ดังนั้น  ถ้าจะเทียบผลการดำเนินงาน 4 ไตรมาสย้อนหลัง สิ้นสุด Q2/50 กับ Q2/49  คงมากกว่า 0.72%

รวมทั้งผลเปรียบเทียบระหว่าง Q2/51 กับ Q2/50 ก็คงไม่มากถึง 55.04%
Ryuga เขียน:ถ้าอีก 4-5 ไตรมาสข้างหน้า กำไร WG เกิดทรุดสัก 30-40% มาเหลือแถว 100 ล้านหรือต่ำกว่า ผมจะไม่แปลกใจอะไรเพราะถือว่าอยู่ในสมมติฐาน
ถ้าอีก 4-5 ไตรมาสข้างหน้า  กำไรจะลดลงหรือไม่  ผมก็คงไม่สามารถบอกได้  แต่ถ้าเป็นไตรมาส 3 ปี 51  บริษัทยืนยันว่ายังไม่ได้รับผลกระทบครับ  รวมทั้งผลการดำเนินงานในปี 51 คงเติบโตจากปี 50 พอสมควร  นั้นหมายถึงว่า  เราคงพอจะคาดหวังเงินปันผลได้ว่าน่าจะมากกว่า 3.65 บาท   :)
จงอยู่เหนือความดี อย่าหลงความดี
chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 11443
ผู้ติดตาม: 0

รุ้งกินน้ำ

โพสต์ที่ 418

โพสต์

Ryuga เขียน:ในขณะที่ผมเองก็ไม่เคยคลางแคลงใจในฐานะการเป็นหุ้นถูกเรื้อรังของ WG
ซื้อหุ้นถูกเรื้อรัง
จงอยู่เหนือความดี อย่าหลงความดี
ภาพประจำตัวสมาชิก
Ryuga
Verified User
โพสต์: 1771
ผู้ติดตาม: 0

รุ้งกินน้ำ

โพสต์ที่ 419

โพสต์

โอ๊ย...  ผมจุกไปหมดแล้ว  พี่ฉัตรฯ ไม่เบามือเลยครับ  :oops:

ที่ผมยกตัวอย่างแค่ WG เพราะเห็นว่าเป็นตัวอย่างที่ดีเนื่องจากบริษัทขายของมาร์จิ้นสูงตั้งแต่แรกอยู่แล้ว บริษัทไม่สามารถขยับขยายอะไรได้อีกมากนัก ต่างจากพวกขายของมาร์จิ้นต่ำติดดินอย่าง GC หรือ UKEM

เพราะอย่างนั้นก็เลยสันนิษฐานว่ากำไรของบริษัทจะไหวเห็นได้ชัดเจนกับราคาน้ำมันมากกว่าอีก 2 เจ้านั้น ทั้ง GC, UKEM ขยับมาร์จิ้นจาก 1 กว่า ไป 3% กำไรก็พุ่งปรี๊ดแล้ว เป็นตัวอย่างที่อ้างอิงได้ยาก

ในช่วงเดียวกันที่ราคาน้ำมันตกต่ำ GC ก็ขายของมาร์จิ้นดีขึ้น ขณะที่ยอดขายรวมตก กำไรก็วิ่งไปมากกว่า 60% ส่วน UKEM หากไม่นับค่าใช้จ่ายที่เข้าตลาดกำไรก็เพิ่มไปกว่า 50% ในขณะที่ WG ซึ่งมาร์จิ้นสูงแต่แรกกำไรฟุบตามราคาน้ำมัน แม้ว่าจะรวมการตั้งสำรองใน Q4 อย่างที่พี่ฉัตรว่าแล้ว กำไรมันก็สูงกว่ากำไรรวมประมาณ 10-12 ล้านเท่านั้น

หากนับจากกำไรฐาน 110 ล้าน ไป 155 ล้าน การโต 40% ก็ถือว่าสูงเป็นประวัติการของบริษัทหากไม่นับรวมการเติบโตสูงผิดปกติภายหลังวิกฤตเศรษฐกิจ 40 กำไรของ WG ที่วิ่งตามราคาน้ำมันชัดเจน น้ำมันขึ้นก็ขึ้นตาม น้ำมันขึ้นรุนแรงก็ขึ้นรุนแรงตาม พอราคาน้ำมันฟุบก็แสดงการฟุบตาม ผมจึงไม่สรุปอะไรอย่างอื่นว่าราคาน้ำลงมันก็น่าจะลงตาม
เพียงแต่ผมไม่คิดว่ามันเป็นเพราะภาวะอุตสาหกรรมทั้งหมดจึงใช้คำว่า ผู้บริหารมีส่วนในการเอาภาวะที่ดีขึ้นของตลาดมาพูดให้เป็นความเก่งกาจของบริษัท

เทียบกันตอนนี้ GC กำไรวิ่งไป 62.8% UKEM เว่อกว่า ไปถึง 174.3% ผมไม่คิดว่าบริษัทเหล่านี้จะสร้าง ROE สูงๆ ไปได้ตลอดกาล ผมเห็นว่าภาวะอุตสาหกรรมดันกำไรทั้งกลุ่มขึ้นได้หมด อดสงสัยเล็กน้อยไม่ได้ว่า ภาวะอุตสาหกรรมที่ดีขึ้นดันมาร์จิ้นของสินค้าเดิมๆ ให้ขึ้นได้ด้วยรึเปล่า

กำไรร่วง 30-40% นั่นผมมองในแง่ลบสุดภายใน 4-5 ไตรมาส คือไม่เหลือที่ให้ความเก่งกับผู้บริหาร ส่วนที่พี่ฉัตรฯ ว่า Q3/51 ไม่กระทบนั้น ผมคิดแบบนั้นตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เพราะราคาน้ำมันกระฉูดพิเศษใน Q2 เริ่มร่วงใน Q3 ราคาเฉลี่ยทั้ง 2Q ไม่ต่างกันเท่าไหร่ แต่มาล่มเอาจริงๆ ใน Q4 ผลจริงจึงควรเริ่มออกใน Q4/51 ตัวเลข Q3/51 ไม่กระทบผมไม่แปลกใจหรอก จากกำไรพี่เทพ Q3 ก็ยังไม่กระทบ ถึงได้บอกว่า 4-5 ไตรมาส เพราะผมไม่ได้หวังว่ากำไร Q3 ปีนี้จะลด

ตามการมองโลกในแง่ร้ายสุดๆ ถ้าโภคภัณฑ์ผันผวน กำไรบริษัทอาจจะผันผวนตามบ้างขึ้นๆ ลงๆ ผลรวมเกิดไม่มีการเติบโตไป 4 -5 ปี อัตราการเติบโตของกระแสเงินสดอิสระอาจจะเป็นศูนย์หรือติดลบหน่อยๆ ไป 4-5 ปี ก็อาจเป็นได้ มูลค่ากิจการที่คำนวณได้ก็อาจเปลี่ยนแปลงตาม
ภาพประจำตัวสมาชิก
Ryuga
Verified User
โพสต์: 1771
ผู้ติดตาม: 0

รุ้งกินน้ำ

โพสต์ที่ 420

โพสต์

พี่ฉัตรชัยเล่าซือ เขียน:ซื้อหุ้นถูกเรื้อรัง  แล้วผมนอนหลับครับ

แต่ถ้าซื้อหุ้นแพงเรื้อรัง  นอนไม่ค่อยหลับ  กลัวว่านายตลาดเปลี่ยนใจ  
เห็นด้วยครับ  :lol:  ผมก็นอนไม่หลับเหมือนกัน เพราะปกติผมเป็นคนงกแล้วก็อุจจาระกลัวอีกต่างหาก แม้จะชอบหุ้นเติบโตขนาดไหน แต่ถ้าหาที่ราคาถูกอย่างที่ต้องการไม่ได้ ผมก็มาลงเอยกับหุ้นถูกเรื้อรังเหมือนกัน  :lol:
พี่ฉัตรชัยเล่าซือ เขียน:ผมคุยกับผู้บริหารของบริษัท  ทางบริษัทบอกว่าถ้าราคาน้ำมันแพง  แน่นอนว่าจะกระทบต่อราคาสินค้าของบริษัทที่จะแพงขึ้น  ในทางตรงข้ามถ้าราคาน้ำมันถูกลง  ก็จะส่งผลให้ราคาสินค้าของบริษัทถูกลงด้วยเช่นกัน  
แล้วต้นทุนละครับ  :roll:  เปลี่ยนแปลงในอัตราส่วนมากน้อยกว่ากันยังไง  คุ้นๆ เหมือนเคยเห็นพี่ฉัตรฯ บ่นเรื่องผู้บริหารค่าตัวแพง  ไม่ใช่ว่าขอคิดค่าแรงทบต้นอีก ต้นทุนค่าแรงเพิ่มตลอด  :lol:
พี่ฉัตรชัยเล่าซือ เขียน:ส่วนปัจจัยผลกระทบที่สำคัญต่อบริษัท  เป็นอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจมากกว่าครับ  เพราะลูกค้าของบริษัทนั้นกระจายเกี่ยวข้องแทบจะทุกอุตสาหกรรม
สำหรับโภคภัณฑ์ การเติบโตทางเศรษฐกิจในส่วนของเขายอดรายรับอาจจะไม่เพิ่มตามก็ได้นะครับ อย่างประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน สมมติว่าขายน้ำมัน 1 บาร์เรล ราคา 130 เหรียญ ปีหน้าขายน้ำมัน 1.05 บาร์เรล ราคา 60 เหรียญ อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจคือ 5% แต่ยอดรายรับลดมากกว่าครึ่ง สินค้าเกษตรบ้านเราก็จะเจอภาวะแบบนี้ครับคือมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเพราะผลผลิตเพิ่ม แต่เกษตรกรจะตายอย่างเขียดเพราะราคาตลาดสินค้าบางอย่างอาจลดลงไปมากกว่าต้นทุนการผลิต