คิดว่า ถึงเวลาเก็บค่าน้ำกับเกษตรกรหรือยัง
- ครรชิต ไพศาล
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 4623
- ผู้ติดตาม: 1
คิดว่า ถึงเวลาเก็บค่าน้ำกับเกษตรกรหรือยัง
โพสต์ที่ 2
ชลประทานของรัฐ คงเก็บเงินอยาก คงถูกต่อต้านจากชาวนาแน่ๆ
เอกชน ทดลองเริ่มก่อน เหมือนบริษัทน้ำประปา
เอกชน ที่มีที่เยอะๆ นอกเขตชลประทานของรัฐ ทำอ่างเก็บน้ำของตัวเอง
แล้วเดินท่อขายน้ำให้เกษรตกรที่อยู่โดยรอบ ซึ่งนอกเขตชลประทานของรัฐ
เพื่อเพิ่มผลผลิตของชาติ
เกษรตกรในเขตนั้นๆ ต้องใช้ระบบน้ำหยด ใช้น้ำอย่างมีคุณค่ามากขึ้น
ไม่ใช้ทิ้งใช้ขว้างให้ระเหยไปในอากาศเสียหมด เหมือนชลประทานชนิดเปิดของรัฐ
ต้องเป็นเกษรตกรที่มีระบบทันสมัย ระบบไฮโดรโฟนิค
ต้องศึกษา ระบบน้ำเกษรตในทะเลทรายของอิสราเอล นำมาใช้
ที่ดินทุ่งแล้ง ที่ถูกทิ้งร้างว่างเปล่า
เพราะอยู่นอกเขตชลประทานของรัฐ จะได้มีผลผลิต
เอกชน ทดลองเริ่มก่อน เหมือนบริษัทน้ำประปา
เอกชน ที่มีที่เยอะๆ นอกเขตชลประทานของรัฐ ทำอ่างเก็บน้ำของตัวเอง
แล้วเดินท่อขายน้ำให้เกษรตกรที่อยู่โดยรอบ ซึ่งนอกเขตชลประทานของรัฐ
เพื่อเพิ่มผลผลิตของชาติ
เกษรตกรในเขตนั้นๆ ต้องใช้ระบบน้ำหยด ใช้น้ำอย่างมีคุณค่ามากขึ้น
ไม่ใช้ทิ้งใช้ขว้างให้ระเหยไปในอากาศเสียหมด เหมือนชลประทานชนิดเปิดของรัฐ
ต้องเป็นเกษรตกรที่มีระบบทันสมัย ระบบไฮโดรโฟนิค
ต้องศึกษา ระบบน้ำเกษรตในทะเลทรายของอิสราเอล นำมาใช้
ที่ดินทุ่งแล้ง ที่ถูกทิ้งร้างว่างเปล่า
เพราะอยู่นอกเขตชลประทานของรัฐ จะได้มีผลผลิต
แก้ไขล่าสุดโดย ครรชิต ไพศาล เมื่อ จันทร์ เม.ย. 28, 2008 12:40 pm, แก้ไขไปแล้ว 5 ครั้ง.
ความสุขอื่น ยิ่งกว่าความสงบใจไม่มี นตฺถิ สนฺติ ปรํ สุขํ
หัดเล่น Facebook กะเขาบ้างแล้วนะครับ ใช้ชื่อ Kanchit Paisan ครับ
Facebook เพจ Eps16year Settrade Set ตลาดหลักทรัพย์ งบดุล ปันผล อัตราส่วนการเงิน กราฟ
Google เพจ kanchitpaisan
Google+ KANCHIT PAISAN
หัดเล่น Facebook กะเขาบ้างแล้วนะครับ ใช้ชื่อ Kanchit Paisan ครับ
Facebook เพจ Eps16year Settrade Set ตลาดหลักทรัพย์ งบดุล ปันผล อัตราส่วนการเงิน กราฟ
Google เพจ kanchitpaisan
Google+ KANCHIT PAISAN
- ปรัชญา
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 18252
- ผู้ติดตาม: 0
Re: คิดว่า ถึงเวลาเก็บค่าน้ำกับเกษตรกรหรือยัง
โพสต์ที่ 3
ชาวไร่ชาวนาก็ยังจนเหมือนเดิม121 เขียน:เมื่อหลายปีก่อนระดับโลกเสนอให้เราเก็บภาษีน้ำได้แล้ว
แต่วัฒนธรรมของเราไม่เคยมีมาก่อน
ตอนนี้ราคาพืชผลอย่างที่รู้ๆกัน
ชาวไร่ชาวนาคงอาจจะยอม....หรือไม่ครับ
เพราะขายข้าวขายพืชหมด ก่อนที่ราคาจะขึ้น
พอถึงหน้าทำนาทำไร่ ก็ไปเซ็นต์ปุ๋ยยาฆ่าแมลง
ความฝันของนักวิชาการ ที่จะเก็บค่าน้ำ ลืมไปได้เลยอีกหลายปี เหอๆ
ชลประทาน คลองส่งน้ำผ่านหมู่บ้านไหน ให้มีปัญญาไปเก็บก่อนเถอะ
ประเทศไทย ความจริงกับความฝันมันเดินทางสวนทางกันบ่อยๆ
คนโพส์ตก็อยู่กันแต่ในเมือง
เคยคิดจะเดินออกจากห้องแอร์ ไปแวะคุยกับชาวนาบ้างไหมคระับ
- newbie_12
- Verified User
- โพสต์: 2904
- ผู้ติดตาม: 0
คิดว่า ถึงเวลาเก็บค่าน้ำกับเกษตรกรหรือยัง
โพสต์ที่ 4
ตรงใจครับคนโพส์ตก็อยู่กันแต่ในเมือง
เคยคิดจะเดินออกจากห้องแอร์ ไปแวะคุยกับชาวนาบ้างไหมคระับ
เกษตรกรชาวไร่ชาวนา ยังจนกรอบอยู่เหมือนเดิม ระบบชลประทาน ควรทำให้เค้าอยู่แล้ว อย่าไปเก็บอะไรอีกเลยครับ
-
- Verified User
- โพสต์: 1667
- ผู้ติดตาม: 0
คิดว่า ถึงเวลาเก็บค่าน้ำกับเกษตรกรหรือยัง
โพสต์ที่ 8
ทำไร่นาสวนผสม ข้างๆ นาด้วยนะครับ
คุณ 121
จุลินทรีย์ ทำปุ๋ยหมัก รับได้ที่ กรมพัฒนาที่ดิน แถวเกษตร บางเขน
บอกยามว่า จะเข้าไปรับ สาร พ.ด.1 เพื่อทำปุ๋ย
คุณ 121
จุลินทรีย์ ทำปุ๋ยหมัก รับได้ที่ กรมพัฒนาที่ดิน แถวเกษตร บางเขน
บอกยามว่า จะเข้าไปรับ สาร พ.ด.1 เพื่อทำปุ๋ย
คงไม่มีใคร หาเงินมากมาย ไว้ยัดใส่โลงศพตัวเอง
.........
เชิญรับแจก เมล็ดพันธุ์พืชนานาชนิดได้ที่
http://www.kasetporpeang.com/forums/ind ... board=22.0
เชิญฟังธรรมฟรี ที่ http://www.fungdham.com
.........
เชิญรับแจก เมล็ดพันธุ์พืชนานาชนิดได้ที่
http://www.kasetporpeang.com/forums/ind ... board=22.0
เชิญฟังธรรมฟรี ที่ http://www.fungdham.com
-
- Verified User
- โพสต์: 1667
- ผู้ติดตาม: 0
คิดว่า ถึงเวลาเก็บค่าน้ำกับเกษตรกรหรือยัง
โพสต์ที่ 10
คงไม่มีใคร หาเงินมากมาย ไว้ยัดใส่โลงศพตัวเอง
.........
เชิญรับแจก เมล็ดพันธุ์พืชนานาชนิดได้ที่
http://www.kasetporpeang.com/forums/ind ... board=22.0
เชิญฟังธรรมฟรี ที่ http://www.fungdham.com
.........
เชิญรับแจก เมล็ดพันธุ์พืชนานาชนิดได้ที่
http://www.kasetporpeang.com/forums/ind ... board=22.0
เชิญฟังธรรมฟรี ที่ http://www.fungdham.com
-
- Verified User
- โพสต์: 1667
- ผู้ติดตาม: 0
คิดว่า ถึงเวลาเก็บค่าน้ำกับเกษตรกรหรือยัง
โพสต์ที่ 11
ติดต่อ กรมพัฒนาที่ดิน ที่บางเขน
เพื่อขอ จุลินทรีย์หมักปุ๋ย (พ.ด.1) เพื่อจะนำไปหมักปุ๋ยหมักจากผักตบใช้
ในช่วงหยุดยาว
เจ้าหน้าที่บริการดีมากเลยครับ
http://www.phtnet.org/news/view-news.asp?nID=584
เลยรู้ว่า นอกจาก พ.ด.1 แล้ว ยังมีจุลินทรีย์ช่วยย่อยสลายอีก หลายตัว
ตัวที่น่าสนใจคือ พ.ด.6 ครับ เป็นตัวที่ช่วยย่อยขยะในครัวเรือน
เพื่อทำน้ำชีวภาพ
น้ำชีวภาพ อาไปราดส้วม เทใสท่อใส่คลอง เพื่อลดกลิ่นได้
http://www.ldd.go.th/Newsindex/PD6/smell/page.html
เพื่อขอ จุลินทรีย์หมักปุ๋ย (พ.ด.1) เพื่อจะนำไปหมักปุ๋ยหมักจากผักตบใช้
ในช่วงหยุดยาว
เจ้าหน้าที่บริการดีมากเลยครับ
http://www.phtnet.org/news/view-news.asp?nID=584
เลยรู้ว่า นอกจาก พ.ด.1 แล้ว ยังมีจุลินทรีย์ช่วยย่อยสลายอีก หลายตัว
ตัวที่น่าสนใจคือ พ.ด.6 ครับ เป็นตัวที่ช่วยย่อยขยะในครัวเรือน
เพื่อทำน้ำชีวภาพ
น้ำชีวภาพ อาไปราดส้วม เทใสท่อใส่คลอง เพื่อลดกลิ่นได้
http://www.ldd.go.th/Newsindex/PD6/smell/page.html
คงไม่มีใคร หาเงินมากมาย ไว้ยัดใส่โลงศพตัวเอง
.........
เชิญรับแจก เมล็ดพันธุ์พืชนานาชนิดได้ที่
http://www.kasetporpeang.com/forums/ind ... board=22.0
เชิญฟังธรรมฟรี ที่ http://www.fungdham.com
.........
เชิญรับแจก เมล็ดพันธุ์พืชนานาชนิดได้ที่
http://www.kasetporpeang.com/forums/ind ... board=22.0
เชิญฟังธรรมฟรี ที่ http://www.fungdham.com
- naris
- Verified User
- โพสต์: 6726
- ผู้ติดตาม: 0
คิดว่า ถึงเวลาเก็บค่าน้ำกับเกษตรกรหรือยัง
โพสต์ที่ 12
ทำเกษตร ถ้าคิดจะมีความสุขกับการได้ทำอาหารเลี้ยงคน น่าทำเกษตรกรมากๆครับ แต่ถ้าหวังว่าจะทำแล้วรวยหล่ะก็ ผมว่าคงยาก การทำเกษตรก็เหมือนวัฏจักรของการทำธุรกิจ แต่cropของพืชมันสั้นและอำนาจการต่อรองมันน้อยเกินไป ทำให้โอกาสรวยยากแต่จนง่ายกว่าครับ
ราคาระยะสั้นตามข่าว--ราคาระยะยาวตามผลกำไร
- path2544
- Verified User
- โพสต์: 543
- ผู้ติดตาม: 0
จริงๆ ทำเกษตรกรรมก็รวยได้
โพสต์ที่ 13
จริงๆ ทำเกษตรกรรมก็รวยได้ มีหลายตัวอย่างให้เห็น เช่น ฟาร์มโชคชัย,สวนส้มธนาธร และอื่นๆ
แต่ ชาวนาบ้านเราทำไมไม่รวย ????
เพราะมันเป็นไปตามกฎ การลงทุนไงครับ
ชาวนาบ้านเราทำเกษตรเชิงเดี่ยว คือ ทำอย่างเดี่ยว ลงทุน ลงแรง ลงสมองน้อย
ความเสี่ยงจึงสูง
แต่เพราะพระปรีชาสามารถของในหลวงทรงแนะให้ทำเกษตรผสมผสาน
ซึ่งต้องลงแรงมากกว่า ลงสมองมากกว่า และอาจลงทุนมากกว่าเล็กน้อย
ความเสี่ยงจึงน้อยกว่า เพราะไม่ได้พึ่งพาพืชชนิดเดียว ทำให้พออยู่พอกิน
แต่ถ้าจะให้รวยขึ้น ก็ต้องสะสมทุน และลงทุน ลงสมองมากขึ้น แต่ลงแรงให้น้อยลง โดยนำเทคโนโลยีมาใช้มากขึ้น มีการรวมกลุ่มการค้ามากขึ้น เช่นเดียวกับบริษัทต่างๆ
ก็จะส่งผลให้ผลผลิตต่อไร่มีมากขึ้น ผลตอบแทนก็จะสูงขึ้น
ต่อมาก็อาศัยกลไกของตลาดทุน และใช้ Tfex ให้เกิดประโยชน์มากขึ้น
สุดท้ายเกษตรกรก็จะรวยขึ้นแบบเดี่ยวกับในต่างประเทศ
แต่ ชาวนาบ้านเราทำไมไม่รวย ????
เพราะมันเป็นไปตามกฎ การลงทุนไงครับ
ชาวนาบ้านเราทำเกษตรเชิงเดี่ยว คือ ทำอย่างเดี่ยว ลงทุน ลงแรง ลงสมองน้อย
ความเสี่ยงจึงสูง
แต่เพราะพระปรีชาสามารถของในหลวงทรงแนะให้ทำเกษตรผสมผสาน
ซึ่งต้องลงแรงมากกว่า ลงสมองมากกว่า และอาจลงทุนมากกว่าเล็กน้อย
ความเสี่ยงจึงน้อยกว่า เพราะไม่ได้พึ่งพาพืชชนิดเดียว ทำให้พออยู่พอกิน
แต่ถ้าจะให้รวยขึ้น ก็ต้องสะสมทุน และลงทุน ลงสมองมากขึ้น แต่ลงแรงให้น้อยลง โดยนำเทคโนโลยีมาใช้มากขึ้น มีการรวมกลุ่มการค้ามากขึ้น เช่นเดียวกับบริษัทต่างๆ
ก็จะส่งผลให้ผลผลิตต่อไร่มีมากขึ้น ผลตอบแทนก็จะสูงขึ้น
ต่อมาก็อาศัยกลไกของตลาดทุน และใช้ Tfex ให้เกิดประโยชน์มากขึ้น
สุดท้ายเกษตรกรก็จะรวยขึ้นแบบเดี่ยวกับในต่างประเทศ
ไม่เก่งทั้งวิเคราะห์เทคนิค ปัจจัยพื้นฐาน แต่เราก็ยังรั้นที่จะรวยเพราะหุ้น
- ปรัชญา
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 18252
- ผู้ติดตาม: 0
คิดว่า ถึงเวลาเก็บค่าน้ำกับเกษตรกรหรือยัง
โพสต์ที่ 14
ทำการเกษตร
เวลาฝนฟ้าไม่ดี ราคาพืชผลก็จะ แพง
แต่มีปริมาณผลผลิตน้อยที่เก็บขายได้เงิน
เวลาฝนฟ้าดี ราคาพืชผลก็ตกต่ำ ราคาถูก มีปริมาณมาก แต่ได้เงินน้อย
เป็นแบบนี้มานาน
เรื่องความรวยไม่ต้องไปคิดถึง เอาแค่ตัวรอด
ไม่มีหนี้สิน พอกินพอใช้ก็น่าจะดีพอ
_____________________________________
แต่ถ้ามีเงินลงทุนแบบฟาร์มโชคชัย ที่ได้สัมผัส
สามารถดัดแปลง ปลูกหญ้า เลี้ยงวัว
ขายน้ำนม(ตั้งโีรงงานพลาสเจอร์ำไร้ท์)
นำน้ำนม มาทำไอศครีม ร้านขายอาหาร ขายของที่ระลึก
นำเนื้อวัวมาทำสเต็กและส่งออก
ผมมองเป็นคนกลุ่มมีทุน เป็นรายใหญ่
_____________________________________
แต่มุมมองอีกมุมหนึ่ง ผมเรียกรายขนาดกลางถึงรายย่อย
เกษตกร ที่มีวัวเลี้ยงไม่ถึง10ตัว มีที่ดินไม่ถึง20ไร่
ทำไปเถอะ ยิ่งประหยัดก็ยิ่งจน
มีลูกมีหลานก็พยายามส่งให้เล่าเรียนหนังสือ
เพื่อมุ่งไปสู่อาชีพใหม่ทั้งนั้นล่ะส่วนใหญ่
เวลาฝนฟ้าไม่ดี ราคาพืชผลก็จะ แพง
แต่มีปริมาณผลผลิตน้อยที่เก็บขายได้เงิน
เวลาฝนฟ้าดี ราคาพืชผลก็ตกต่ำ ราคาถูก มีปริมาณมาก แต่ได้เงินน้อย
เป็นแบบนี้มานาน
เรื่องความรวยไม่ต้องไปคิดถึง เอาแค่ตัวรอด
ไม่มีหนี้สิน พอกินพอใช้ก็น่าจะดีพอ
_____________________________________
แต่ถ้ามีเงินลงทุนแบบฟาร์มโชคชัย ที่ได้สัมผัส
สามารถดัดแปลง ปลูกหญ้า เลี้ยงวัว
ขายน้ำนม(ตั้งโีรงงานพลาสเจอร์ำไร้ท์)
นำน้ำนม มาทำไอศครีม ร้านขายอาหาร ขายของที่ระลึก
นำเนื้อวัวมาทำสเต็กและส่งออก
ผมมองเป็นคนกลุ่มมีทุน เป็นรายใหญ่
_____________________________________
แต่มุมมองอีกมุมหนึ่ง ผมเรียกรายขนาดกลางถึงรายย่อย
เกษตกร ที่มีวัวเลี้ยงไม่ถึง10ตัว มีที่ดินไม่ถึง20ไร่
ทำไปเถอะ ยิ่งประหยัดก็ยิ่งจน
มีลูกมีหลานก็พยายามส่งให้เล่าเรียนหนังสือ
เพื่อมุ่งไปสู่อาชีพใหม่ทั้งนั้นล่ะส่วนใหญ่
- mineknight
- Verified User
- โพสต์: 43
- ผู้ติดตาม: 0
คิดว่า ถึงเวลาเก็บค่าน้ำกับเกษตรกรหรือยัง
โพสต์ที่ 15
เท่าที่ได้เคยคุยกับเพื่อนที่ทางบ้านทำนาครับ
ตอนแรก(ตอนเริ่มคุย) เขาบอกว่าการทำนาให้รายได้ที่เป็นกอบเป็นกำแก่เกษตรกร บางที่นา ให้รายได้ถึง 1-2 แสน เพื่อนผมก็เลยเสริมว่า ต่อปีใช่ป่ะ เขาบอกว่าใช่ (พอมาหารๆ ต่อเดือนก็ประมาณ 1หมื่นกว่าๆ)
ก็เลยถามต่อถึงเรื่องปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ซึ่งเขาก็บอกว่าต้องใช้ ไม่ใช้ไม่ได้ ผลผลิตมันจะไม่ดี เลยถามต่อว่าแล้วปุ๋ยชีวะอะไรล่ะ ทำไมไม่ใช้ เขาก็ถามว่ามันใช้ได้ผลหรือถ้านำไปใช้จริงๆ (อ้าว ตรูก็ไม่รู้)
สุดท้ายแล้วถามเขาว่าได้ทำบัญชีหรือไม่ เขาก็บอกว่าทางการสนับสนุนอยู่(พอดีเพื่อนผม จบบัญชีก็เลยช่วยทางบ้านทำบัญชี) ซึ่งก็เลยไม่ทราบว่าส่วนมากแล้วทำบัญชีหรือไม่ แต่ถ้าคาดๆ เดาๆ แล้วคิดว่าคงไม่
เพราะเนื่องจากเมื่อผ่านหน้าเก็บเกี่ยว แล้วมีเงินสดอยู่ในมือมาก(รายได้ทั้งปีเลยนะ) เขาก็มักจะเอาไปใช้ในสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น รถยนต์ มอเตอร์ไซ หรือซื้อของที่ไม่ค่อยมีประโยชน์ต่อการทำนา(อืมๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรนะ) และอีกส่วนก็นำไปจ่ายหนี้ที่กู้มาเมื่อก่อนเริ่มปลูกนา
อ้าว....เลยได้ข้อสรุปว่า การทำนา เหมือนเป็นวัฏจักร คือทำไปเลยๆ ไม่รวยขึ้นเท่า แต่ ถ้ามีปัญหา(เช่นพายุเข้า ข้าวล้ม) อาจเป็นหนี้เยอะมาก บางคนทำนาเสร็จเก็บข้าวส่วนหนึ่งไว้กิน ส่วนหนึ่งขายใช้หนี้ และก็เป็นหนี้ใหม่ เมื่อถึงหน้าทำนา
ซึ่งอาชีพทำนา เป็นอาชีพที่รับความเสี่ยงไว้มาก และมีหลายๆ ความเสี่ยงไม่สามารถควบคุมได้ เช่น ฤดูกาล ราคาในอนาคต โรค สัตว์ต่างๆ รวมถึงการโจรกรรมผลผลิต ซึ่งถ้าในหนึ่งปี เจอกับเหตุการณ์ใด เหตุการณ์หนึ่ง อาจล้มละลายได้ จริงๆแล้ว เกษตรกรในมุมมองผมคิดว่า ต้องเป็นอาชีพที่นอกจากมีความชำนาญแล้ว ต้องมีความรู้ค่อนข้างมากเลยทีเดียว
ในความฝันผม อยากให้ลูกหลานของพวกเขา(ที่อุตสาหะส่งไปร่ำเรียน กลับมาช่วยเหลือในส่วนนี้ ซึ่งก็คือที่เขาหวัง) ซึ่งผมเคยไปดูงานมา มีลุงคนหนึ่งทำฟาร์มวัว แกมีรายดีมาก เลยมีคนถามว่าทำอย่างไร สิ่งที่แกบอกคือ แกศึกษาครับ จากหนังสือต่างๆ เยอะมาก การบอกว่าแกยกระดับ รางให้อาหารวัว(หญ้า) ให้อยู่ระดับ ~50 cm (เดาๆตัวเลขนะครับ) ตามจากที่ฟาร์มใน USA ทดลองอยู่ เพราะอะไรจำไม่ได้ครับ เห็นว่าประมาณว่าวัวจะกินง่ายและอะไรอีกอย่างจำไม่ได้ ผมว่าแกเป็นตัวอย่างที่ดีเลยทีเดียว
แต่โลกความจริงต่างจากนั้นมาก ลูกหลานมักไปทำงานหลังจากจบ ไม่ค่อยกลับมาบ้านเท่าไร มีน้อยที่จบปริญญากลับบ้านมาทำนา และชาวนามักไม่ค่อยรู้หนังสือ ไม่ค่อยศึกษาเพิ่มเติมอะไร
ซึ่งผมสรุปว่า การศึกษา(ที่ไม่โรงเรียนนะครับ) เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ชาวนาลดความเสี่ยงที่อาจจะเจอและยังสามารถเพิ่มผลผลิตให้ได้มากขึ้น(เพราะผลผลิตจากนาข้าวเรา ต่ำกว่าผลผลิตจากนาในต่างประเทศ ถ้าเทียบไร่ต่อไร่ แล้วน้อยกว่า) รวมทั้งการทำบัญชี ที่ทราบว่ารายรับ รายจ่ายเท่าไร และ การรวมกลุ่มเพื่อตัดพ่อค้าคนกลางออกจากระบบ
ตอนแรก(ตอนเริ่มคุย) เขาบอกว่าการทำนาให้รายได้ที่เป็นกอบเป็นกำแก่เกษตรกร บางที่นา ให้รายได้ถึง 1-2 แสน เพื่อนผมก็เลยเสริมว่า ต่อปีใช่ป่ะ เขาบอกว่าใช่ (พอมาหารๆ ต่อเดือนก็ประมาณ 1หมื่นกว่าๆ)
ก็เลยถามต่อถึงเรื่องปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ซึ่งเขาก็บอกว่าต้องใช้ ไม่ใช้ไม่ได้ ผลผลิตมันจะไม่ดี เลยถามต่อว่าแล้วปุ๋ยชีวะอะไรล่ะ ทำไมไม่ใช้ เขาก็ถามว่ามันใช้ได้ผลหรือถ้านำไปใช้จริงๆ (อ้าว ตรูก็ไม่รู้)
สุดท้ายแล้วถามเขาว่าได้ทำบัญชีหรือไม่ เขาก็บอกว่าทางการสนับสนุนอยู่(พอดีเพื่อนผม จบบัญชีก็เลยช่วยทางบ้านทำบัญชี) ซึ่งก็เลยไม่ทราบว่าส่วนมากแล้วทำบัญชีหรือไม่ แต่ถ้าคาดๆ เดาๆ แล้วคิดว่าคงไม่
เพราะเนื่องจากเมื่อผ่านหน้าเก็บเกี่ยว แล้วมีเงินสดอยู่ในมือมาก(รายได้ทั้งปีเลยนะ) เขาก็มักจะเอาไปใช้ในสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น รถยนต์ มอเตอร์ไซ หรือซื้อของที่ไม่ค่อยมีประโยชน์ต่อการทำนา(อืมๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรนะ) และอีกส่วนก็นำไปจ่ายหนี้ที่กู้มาเมื่อก่อนเริ่มปลูกนา
อ้าว....เลยได้ข้อสรุปว่า การทำนา เหมือนเป็นวัฏจักร คือทำไปเลยๆ ไม่รวยขึ้นเท่า แต่ ถ้ามีปัญหา(เช่นพายุเข้า ข้าวล้ม) อาจเป็นหนี้เยอะมาก บางคนทำนาเสร็จเก็บข้าวส่วนหนึ่งไว้กิน ส่วนหนึ่งขายใช้หนี้ และก็เป็นหนี้ใหม่ เมื่อถึงหน้าทำนา
ซึ่งอาชีพทำนา เป็นอาชีพที่รับความเสี่ยงไว้มาก และมีหลายๆ ความเสี่ยงไม่สามารถควบคุมได้ เช่น ฤดูกาล ราคาในอนาคต โรค สัตว์ต่างๆ รวมถึงการโจรกรรมผลผลิต ซึ่งถ้าในหนึ่งปี เจอกับเหตุการณ์ใด เหตุการณ์หนึ่ง อาจล้มละลายได้ จริงๆแล้ว เกษตรกรในมุมมองผมคิดว่า ต้องเป็นอาชีพที่นอกจากมีความชำนาญแล้ว ต้องมีความรู้ค่อนข้างมากเลยทีเดียว
ในความฝันผม อยากให้ลูกหลานของพวกเขา(ที่อุตสาหะส่งไปร่ำเรียน กลับมาช่วยเหลือในส่วนนี้ ซึ่งก็คือที่เขาหวัง) ซึ่งผมเคยไปดูงานมา มีลุงคนหนึ่งทำฟาร์มวัว แกมีรายดีมาก เลยมีคนถามว่าทำอย่างไร สิ่งที่แกบอกคือ แกศึกษาครับ จากหนังสือต่างๆ เยอะมาก การบอกว่าแกยกระดับ รางให้อาหารวัว(หญ้า) ให้อยู่ระดับ ~50 cm (เดาๆตัวเลขนะครับ) ตามจากที่ฟาร์มใน USA ทดลองอยู่ เพราะอะไรจำไม่ได้ครับ เห็นว่าประมาณว่าวัวจะกินง่ายและอะไรอีกอย่างจำไม่ได้ ผมว่าแกเป็นตัวอย่างที่ดีเลยทีเดียว
แต่โลกความจริงต่างจากนั้นมาก ลูกหลานมักไปทำงานหลังจากจบ ไม่ค่อยกลับมาบ้านเท่าไร มีน้อยที่จบปริญญากลับบ้านมาทำนา และชาวนามักไม่ค่อยรู้หนังสือ ไม่ค่อยศึกษาเพิ่มเติมอะไร
ซึ่งผมสรุปว่า การศึกษา(ที่ไม่โรงเรียนนะครับ) เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ชาวนาลดความเสี่ยงที่อาจจะเจอและยังสามารถเพิ่มผลผลิตให้ได้มากขึ้น(เพราะผลผลิตจากนาข้าวเรา ต่ำกว่าผลผลิตจากนาในต่างประเทศ ถ้าเทียบไร่ต่อไร่ แล้วน้อยกว่า) รวมทั้งการทำบัญชี ที่ทราบว่ารายรับ รายจ่ายเท่าไร และ การรวมกลุ่มเพื่อตัดพ่อค้าคนกลางออกจากระบบ
-
- Verified User
- โพสต์: 6853
- ผู้ติดตาม: 0
คิดว่า ถึงเวลาเก็บค่าน้ำกับเกษตรกรหรือยัง
โพสต์ที่ 16
คนกลุ่มเกษตรกรเป็นคนกลุ่มใหญ่ที่สุดในสมัยก่อน
แต่ปัจจุบันคนงานในรูปอุตสาหกรรมกลับเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุด อันนี้น่าเป็นห่วงทำให้เห็นเราไม่สามารถยืนด้วย
ขาตนเอง2 ขาได้ ยังคงต้องใช้ไม้พยุงตัวกันอยู่
แต่ไม้ที่พยุงเป็นวัสดุที่เสื่อมได้ ขา2ข้างเราจะมีแรง
พอที่พยุงหรือเปล่าคับ
แต่ปัจจุบันคนงานในรูปอุตสาหกรรมกลับเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุด อันนี้น่าเป็นห่วงทำให้เห็นเราไม่สามารถยืนด้วย
ขาตนเอง2 ขาได้ ยังคงต้องใช้ไม้พยุงตัวกันอยู่
แต่ไม้ที่พยุงเป็นวัสดุที่เสื่อมได้ ขา2ข้างเราจะมีแรง
พอที่พยุงหรือเปล่าคับ
- Ryuga
- Verified User
- โพสต์: 1771
- ผู้ติดตาม: 0
คิดว่า ถึงเวลาเก็บค่าน้ำกับเกษตรกรหรือยัง
โพสต์ที่ 18
ปัจจุบันใช้ปุ๋ยเคมีเป็นปกติเกือบทุกที่อยู่แล้ว ปุ๋ยชีวะนี่เรื่องจริงครับ เพราะเห็นชาวนาพูดเองกับปากว่าถ้าใช้แล้วผลผลิตจะลดลงทันที แม้ในระยะยาวมันจะ rebound ขึ้นมาก็ตามแต่ใครจะทนไหว
เนื่องจากเราผลิตปุ๋ยได้ไม่พอใช้ ปีที่แล้วทั้งประเทศเรานำเข้าปุ๋ยและยาฆ่าแมลงรวมกันมากกว่า 60,000 ล้านบาท พืชไร่พืชสวนอะไรก็ใช้ทั้งนั้นแหละ ทำสวนยางก็ต้องใส่ สวนผลไม้ก็ต้องใส่ ถ้าไม่ใส่ผลไม้ก็จะเหมือนสมัยก่อนๆ
ปี 2538 เป็นปีแรกที่แรงงานภาคอุตสาหกรรมและบริการสูงกว่าแรงงานภาคเกษตร และเป็นแบบนี้ต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน เห็นเขาว่าชาวนายุคนี้จะเป็นยุคสุดท้ายแล้ว เพราะรุ่นลูกรุ่นหลานจะไม่มีใครมาทำต่อ (ถ้าราคาข้าวไม่ขึ้น) :8)
เนื่องจากเราผลิตปุ๋ยได้ไม่พอใช้ ปีที่แล้วทั้งประเทศเรานำเข้าปุ๋ยและยาฆ่าแมลงรวมกันมากกว่า 60,000 ล้านบาท พืชไร่พืชสวนอะไรก็ใช้ทั้งนั้นแหละ ทำสวนยางก็ต้องใส่ สวนผลไม้ก็ต้องใส่ ถ้าไม่ใส่ผลไม้ก็จะเหมือนสมัยก่อนๆ
ปี 2538 เป็นปีแรกที่แรงงานภาคอุตสาหกรรมและบริการสูงกว่าแรงงานภาคเกษตร และเป็นแบบนี้ต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน เห็นเขาว่าชาวนายุคนี้จะเป็นยุคสุดท้ายแล้ว เพราะรุ่นลูกรุ่นหลานจะไม่มีใครมาทำต่อ (ถ้าราคาข้าวไม่ขึ้น) :8)
Low Profile High Profit
หมากล้อมเย้ยยุทธจักร
หมากล้อมเย้ยยุทธจักร
-
- Verified User
- โพสต์: 843
- ผู้ติดตาม: 0
คิดว่า ถึงเวลาเก็บค่าน้ำกับเกษตรกรหรือยัง
โพสต์ที่ 19
ถ้าเราพอจะรู้ว่าอีกสิบกว่าปีข้างหน้าหุ้นที่เราทนขาดทุนอยู่นี่จะทำกำไรให้มหาศาล เราจะกล้าถือกันหรือเปล่าครับ
มาชาโนบุ โฟกูโอกะ ผู้ปฏิบัติโดย
ไม่ใช้สารเคมี
ไม่ไถพรวนดิน
ปรากฎว่าต้องให้เวลาธรรมชาติฟื้นตัวเองเกือบ 20 ปี
หลังจากนั้นผลผลิตนาข้าวธรรมชาติของเขา
ให้ผลผลิตเท่านาที่ใช้สารเคมีอย่างเต็มที่
แน่นอนที่เกษตรธรรมชาติใช้พลังงานinput
น้อยกว่า out put มากนัก
ขณะที่การปฏิวัติเขียวตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง
ผมเดินทางอยู่จึงไม่มีตัวเลขนี้
ถ้าได้ตัวเลขจะมายืนยันอีกครั้ง
ขอบคุณครับ
มาชาโนบุ โฟกูโอกะ ผู้ปฏิบัติโดย
ไม่ใช้สารเคมี
ไม่ไถพรวนดิน
ปรากฎว่าต้องให้เวลาธรรมชาติฟื้นตัวเองเกือบ 20 ปี
หลังจากนั้นผลผลิตนาข้าวธรรมชาติของเขา
ให้ผลผลิตเท่านาที่ใช้สารเคมีอย่างเต็มที่
แน่นอนที่เกษตรธรรมชาติใช้พลังงานinput
น้อยกว่า out put มากนัก
ขณะที่การปฏิวัติเขียวตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง
ผมเดินทางอยู่จึงไม่มีตัวเลขนี้
ถ้าได้ตัวเลขจะมายืนยันอีกครั้ง
ขอบคุณครับ
-
- Verified User
- โพสต์: 1667
- ผู้ติดตาม: 0
คิดว่า ถึงเวลาเก็บค่าน้ำกับเกษตรกรหรือยัง
โพสต์ที่ 20
น่าจะส่งเสริมการทำปุ๋ยจากผักตบชวา
รู้ว่า โปรแตสเซี่ยม สูงมาก
โปรแตสเซี่ยม
ดีต่อ ใบ หัว ราก ซะด้วย
ที่ผมลองหมัก เน่ายุ่ยเละดีมากเลยครับ
รู้ว่า โปรแตสเซี่ยม สูงมาก
โปรแตสเซี่ยม
ดีต่อ ใบ หัว ราก ซะด้วย
ที่ผมลองหมัก เน่ายุ่ยเละดีมากเลยครับ
คงไม่มีใคร หาเงินมากมาย ไว้ยัดใส่โลงศพตัวเอง
.........
เชิญรับแจก เมล็ดพันธุ์พืชนานาชนิดได้ที่
http://www.kasetporpeang.com/forums/ind ... board=22.0
เชิญฟังธรรมฟรี ที่ http://www.fungdham.com
.........
เชิญรับแจก เมล็ดพันธุ์พืชนานาชนิดได้ที่
http://www.kasetporpeang.com/forums/ind ... board=22.0
เชิญฟังธรรมฟรี ที่ http://www.fungdham.com
- ปรัชญา
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 18252
- ผู้ติดตาม: 0
คิดว่า ถึงเวลาเก็บค่าน้ำกับเกษตรกรหรือยัง
โพสต์ที่ 21
คงจะมีแต่ในพ็อตเก็ตบุ๊คกับในตำราน่ะครับที่ไม่ต้องใช้สารเคมี121 เขียน:ถ้าเราพอจะรู้ว่าอีกสิบกว่าปีข้างหน้าหุ้นที่เราทนขาดทุนอยู่นี่จะทำกำไรให้มหาศาล เราจะกล้าถือกันหรือเปล่าครับ
มาชาโนบุ โฟกูโอกะ ผู้ปฏิบัติโดย
ไม่ใช้สารเคมี
ไม่ไถพรวนดิน
ปรากฎว่าต้องให้เวลาธรรมชาติฟื้นตัวเองเกือบ 20 ปี
หลังจากนั้นผลผลิตนาข้าวธรรมชาติของเขา
ให้ผลผลิตเท่านาที่ใช้สารเคมีอย่างเต็มที่
แน่นอนที่เกษตรธรรมชาติใช้พลังงานinput
น้อยกว่า out put มากนัก
ขณะที่การปฏิวัติเขียวตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง
ผมเดินทางอยู่จึงไม่มีตัวเลขนี้
ถ้าได้ตัวเลขจะมายืนยันอีกครั้ง
ขอบคุณครับ
เทศกาล ตั๊กแตนบุก เพลี้ยงจักจั่น หนอนเจาะสมอฝ้าย
จากจุดเดียว กระจายรุกรามมากมาย
มีปัจจัยเชิงซ้อนอีกมากมายให้คิดครับ
เริ่มต้นจากปลูก ก็มีหนอน มีเพลี้ย ใบสีส้ม
มีหนูมากัดกินต้นถึงรวงข้าว นก
พายุ ฝน ลมแรงข้าวล้ม รวงข้าวจมดินเก็บเกี่ยวได้ไม่เต็มที่
จนถึงโรงสีโกงน้ำหนัก มาเจอเทคนิคเอาเปรียบ หักค่าความชื้น
เอาคนเขียนมาทำนาดูน่าจะดี
พอเก็บเกี่ยวได้ ยังมีพ่อค้าคนกลาง
ค่าสารเคมีที่ไปเซ็นต์เจ็กในตลาดมา
ยังมีดอกเบี้ยต้องจ่าย
ยังต้องแบ่งข้าวให้เจ้าของนา 3/2
การเอารัดเอาเปรียบกับกระดูกสันหลังของชาติ
(ความหมายน่าจะบอกแล้วว่าเหลือแต่กระดูก)
ถ้าอยู่ใน กทม.นั่งแท็กซี่แล้วลองถามดูว่าเป็นคนทำนามาก่อน
อาจได้ทราบอะไรดีดี ทำนาอย่างเดียวไม่พอกินหรอก
หมดหน้านาก็ต้องเข้าเมือง ขายแรงงาน
ตั้งแต่ก่อสร้าง รับจ้างทั่วไป ถึงขับแท็กซี่
-
- Verified User
- โพสต์: 6853
- ผู้ติดตาม: 0
คิดว่า ถึงเวลาเก็บค่าน้ำกับเกษตรกรหรือยัง
โพสต์ที่ 22
เห็นต่างชาติคิดมาทำเกษตรในเมืองไทย
ดูเหมือนเขาพิสมัยการทำนาของคนไทยเรามาก
และสนใจเพราะการทำนาแบบไทยเดิม
ทำให้ประหยัดพลังงาน ใช้เครื่องจักรน้อย
แต่ในแง่การผลิตจำนวนมากมาก คงต้องใช้เครื่องจักร
อย่างช่วยไม่ได้
ดูเหมือนเขาพิสมัยการทำนาของคนไทยเรามาก
และสนใจเพราะการทำนาแบบไทยเดิม
ทำให้ประหยัดพลังงาน ใช้เครื่องจักรน้อย
แต่ในแง่การผลิตจำนวนมากมาก คงต้องใช้เครื่องจักร
อย่างช่วยไม่ได้