ถ้าผมเป็นผ้ถือห้น PSL

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก

ล็อคหัวข้อ
chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 11443
ผู้ติดตาม: 0

ถ้าผมเป็นผ้ถือห้น PSL

โพสต์ที่ 1

โพสต์

ในที่ประชมผ้ถือห้นครั้งหน้า ผมคงต้องสอบถามผ้บริหารว่าท่านมีเหตผลอะไรถึงไม่นำเงินบริษัทไปซื้อห้นคืนในตลาดเพิ่ม ทั้งๆที่ราคาก็ลดลงมามากแล้วเมื่อเทียบกับราคาที่ตั้งใจจะซื้อที่ประมาณ 37 บาท

ถ้าหลังจากนี้ ตลาด Rebound ราคา PSL กลับพ่งขึ้น บริษัทเข้าไปซื้อไม่ทัน พลาดโอกาสซื้อในราคาที่ถก

ผ้บริหารใช้หลักอะไรในการพิจารณาว่าจะซื้อที่ราคาไหน เมื่อไรครับ หลักปัจจัยพื้นฐาน หรือว่าหลักการเก็งกำไร
Jeng
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 14783
ผู้ติดตาม: 0

ถ้าผมเป็นผ้ถือห้น PSL

โพสต์ที่ 2

โพสต์

คุณฉัตรชัย ตกข่าว หลังจากการซื้อ 4 ครั้งแล้วหยุดซื้อไป พอ XD วันที่ 11

วันที่ 12 ก็ซื้อครั้งที่ 5 วันที่ 13 ก็ซื้อครั้งที่ 6 เมื่อวานนี้ 17 ซื้อครั้งที่ 7 ครับ
chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 11443
ผู้ติดตาม: 0

ถ้าผมเป็นผ้ถือห้น PSL

โพสต์ที่ 3

โพสต์

ผมเพียงแต่มีความร้สึกว่าบริษัทซื้อน้อยไปครับ เมื่อพิจารณาถึงราคา อนาคตที่ยังสดใสตามนักวิเคราะห์วิเคราะห์ไว้ และงบประมาณที่เตรียมไว้ซื้อนะครับ
CK
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 9795
ผู้ติดตาม: 0

ถ้าผมเป็นผ้ถือห้น PSL

โพสต์ที่ 4

โพสต์

ผมก็แปลกใจครับ แต่คิดว่าเนื่องจากผู้บริหาร PSL ไม่เคยซื้อหุ้นคืน
ก็เลยไม่รู้เทคนิคการซื้อแบบถัวเฉลี่ย

อาจจะตั้งวงเงินว่าซื้อทุกๆ XX เปอร์เซ็นต์ ใน 1 เดือน พอคนเทขาย
มามากๆ จนเต็มวงเงินในเดือนแรก ก็เลยหยุดซื้อไปดื้อๆ พอครบเดือน
ก็กลับมาซื้อใหม่

การซื้อหุ้นปริมาณมากๆ ต้องอาศัยความชำนาญอย่างสูงครับ เพราะ
การซื้อขายของตัวเองอาจจะ move ตลาดได้ ทำให้ไม่ได้ในราคาที่
ต้องการ หรือได้ในราคาที่สูงกว่าที่ตลาดยอมจ่าย (พูดง่ายๆ ซื้อแพง)
Jeng
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 14783
ผู้ติดตาม: 0

ถ้าผมเป็นผ้ถือห้น PSL

โพสต์ที่ 5

โพสต์

อืม ผมว่า ดัชนี JEHSI มันวิ่งลง ทำให้ผู้บริหารที่รู้ข้อมูลก่อนใคร กลับลำ เปลี่ยนใจ เป็นซื้อมากๆ เป็นค่อยๆทยอยซื้อ เมื่อราคาลงมากๆ หลังจากที่ผู้บริหารหยุดซื้อ ราคาก็ลดลงไปมาก

ก่อนหน้านี้เด้งขึ้นมาเพราะ XD สุดท้ายก็ลงไปอีก

และข่าวร้ายท่วมตลาดขนาดนี้ โดยเฉพาะค่าน้ำมันที่สูงถึง 41 USD น่าจะทำให้ความร้อนแรงต่างๆลดลง ในระดับหนึ่ง ผลคือ เรือก็น่าจะกระทบ ทั้งๆที่ค่าน้ำมันไม่เกี่ยวกับ PSL TTA แต่ต้นทุนของเจ้าของกิจการก็ต้องสูงขึ้นโดยรวม ทำให้ยอดขายน่าจะลดลง ผลคือการนำเข้าส่งออกลดลง ถ้าน้ำมันยังคงแพงอยู่อย่างนี้

ณ.วันนี้ ราคา psl ก็ถูกกว่า วันที่เขาหยุดซื้อไปมากเลย

ถ้ามองว่าเขาต้องซื้อให้ได้ราคาถูก เพราะต้องซื้อไว้ขาย ผลคือ การที่เขารู้ข้อมูลก่อนใครแล้วหยุดซื้อไปพักหนึ่ง อาจจะเป็นเรื่องที่ถูกต้องก็ได้ครับ

นี่ถ้า ลงไปอยู่แถวๆ 20 บาท ก็น่าจะซื้อมากๆอย่างที่คุณฉัตรชัยว่าไว้ กำไร PSL ประมาณ 6 - 8 บาท แต่อนาคต ทำนายยากมากกว่าจะเป็นอย่างไร
hot
Verified User
โพสต์: 6853
ผู้ติดตาม: 0

x

โพสต์ที่ 6

โพสต์

อย่าลืมซิคับว่าเงินที่ซื้อหุ้นคืน มาจากรายได้เรือ เป็นส่วนใหญ่
ในขณะเดียวกันก็ต้องเผื่อสำหรับจ่ายปันผล จ่ายเงินกู้คืน ด้วย
รายได้ที่เข้ามา เป็นของเรือ31 ลำ ถึง38 ลำ ในช่วงแรก
ยังไม่มากพอจะสร้างกระแสเงินสดในระยะเวลาอันสั้น

คงต้องดูการซื้อคืนในเดือนหน้าจะเป็นอย่างไรนะผมว่า
ผู้ถือหุ้น
ผู้ติดตาม: 0

ถ้าผมเป็นผ้ถือห้น PSL

โพสต์ที่ 7

โพสต์

ไม่สร้างสรรค์เลย หุ้นมันลงยังหาข้อเสียเพื่อทำให้หุ้นลงอีก
stockms
Verified User
โพสต์: 920
ผู้ติดตาม: 0

ถ้าผมเป็นผ้ถือห้น PSL

โพสต์ที่ 8

โพสต์

อ้าว....คุยกันอยู่ดีๆ....ไหงเป็นงั้นไปซะได้
hot
Verified User
โพสต์: 6853
ผู้ติดตาม: 0

เอามาต่อกันคับวันหลังจะได้อ่านง่ายง่ายหน่อยคับ

โพสต์ที่ 9

โพสต์

จำนวนเรือในไตรมาสสองนี้เฉลี่ย 44.51 ลำนะครับ(ผมประมาณไว้ 41 เลยต้องปรับขึ้นอีกเยอะเลย )
- operating cost per ship per day ไตรมาสต่อๆไปจะตํากว่า 2700$ (ผู้บริหารบอกว่าทั้งปีจะเฉลี่ยประมาณไม่เกิน 2700 ดังนั้นจากที่ไตรมาสแรก 2800 กว่าๆ ไตรมาสต่อไปควรจะน้อยกว่า 2700)เพราะไตรมาสนี้จะรวมค่าใช้จ่ายเรื่องอะไหล่และวัสดุต่างๆของทั้งปีไว้ด้วย
- operating cash flow ปีนี้ประมาณ 150 ล้านดอลลาร์ ครับ !!!! หรือ 12 บาทต่อหุ้นก่อนซื้อหุ้นคืน
- ค่าระวางเฉลี่ยไตรมาสสองจะอยู่ที่ประมาณ ใกล้ๆ 13000$ และมากกว่า Q1 แน่นอน
- จีนจะกลับมาเริ่มนำเข้า raw material อีกครั้งหลังจากหยุดเคลียร์ท่าเรือไป อย่างช้าคือสิ้นไตรมาสสองปีนี้
- ผู้บริหารมั่นใจว่าค่าระวางจะปรับตัวขึ้นอีกครั้งในไตรมาสสามและสี่ เพราะจีนดังที่เขียนไว้ข้างต้น
- จำนวนเรือที่อายุมากกว่า 27 ปี 24.8% ของเรือทั้งหมดในโลก และมีจำนวนเรือสร้างใหม่ในปีนี้เพียง 1.7% ซึ่งทำให้ potential net reduction in supply ในปี 2004 จะเท่ากับ 23.1% (ขอยําว่าจำนวนสูงสุดที่เป็นไปได้นะครับ เพราะเจ้าของเรืออาจ delay การปลดไปก่อนเนื่องจากตลาดยังดีอยู่ แต่สุดท้ายเรือที่หมดสภาพก็ไม่อาจฝืนได้ ต้องปลดอยุดี)
- วิธีประมาณ demand ที่เพิ่มขึ้นของ shipping business ก็คิดจาก GDP ที่เพิ่มขึ้นของโลก คูณ 3 ครับ
- JEHSI ไม่ได้บอกอะไรที่ใกล้เคียงกับ PSL เลย เพราะที่ลงมารอบนี้ถูกถ่วงโดยเรือขนาดใหญ่กว่าเป็นส่วนใหญ่
- spot rate ของ psl ตอนนี้ ลดลงจากตอนพีคแค่ 10 %
- บริษัทมีแผนที่จะ lock ค่าระวางไว้ในระยะยาวอีกครั้งเมื่อตลาดกลับมาดีในปีนี้ ทำให้รายได้จะยังคงสูงไปถึงสิ้นปี 2005 เป็นอย่างน้อย
- บริษัทกำลังคิดเรื่องดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มปรับขึ้น ซึ่งบริษัทมีแผนใช้หนี้คืนก่อนกำหนดอยู่แล้ว ประมาณปี 48 หรือต้นปี 49 ทำให้ ไม่มีความจำเป็นต้องหาเงินกู้ใหม่โดย fixed อัตราดอกเบี้ยเอาไว้ เนื่องจากถ้า fixed ก็ต้องจ่ายเพิ่มอีกตอนนี้ประมาณ 2% ซึ่งบริษัทคงไม่มีความจำเป็นต้องทำอย่างนั้น และกระแสเงินสดของบริษัทก็มหาศาลอยู่แล้วทำให้ไม่มีปัญหาในการชำระคืนดอกเบี้ยในปีสองปีนี้ ถึงแม้ดอกเบี้ยจะขึ้นไปอีกมากก็ตาม
- เรื่อง debt/equity ratio นั้นไม่ต้องห่วงถึงบริษัทจะซื้อเรือเพิ่มอีก(ซึ่งอย่างมากอีก 2 ลำ สำหรับเรือเก่า หรือ ลำเดียวถ้าเป็นเรือใหม่) ก็ไม่ทำให้ อัตราส่วนนี้มากกว่า 2 ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ทำไว้กับแบงค์แน่นอน
- เรื่องความแตกต่างของงบบาทกับดอลลาร์นั้น เกิดจากที่รู้ๆกันอยู่แล้วว่า asset บริษัทบันทึกที่ 25 แต่ หนี้สินบันทึกที่ 40 ทำให้เกิดความแตกต่างพอสมควร แต่ปัจจุบัน BV ของ psl อยู่ที่ 7-8 บาท (และจะเพิ่มเป็นสิบกว่าบาทภายในสิ้นปีนี้ อันนี้ผมเติมเองครับ: P )ถ้าปรับ asset เป็น rate ปัจจุบัน
Jeng
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 14783
ผู้ติดตาม: 0

ถ้าผมเป็นผ้ถือห้น PSL

โพสต์ที่ 10

โพสต์

ขอบคุณท่าน hot มากครับ แสดงว่าวันนี้ไปเจอคุณ Ma ที่ตลาดหลักทรัพย์ใช่หรือไม่ครับ
hot
Verified User
โพสต์: 6853
ผู้ติดตาม: 0

คัดมาจากคุณเลือดน้ำเงินคับ

โพสต์ที่ 11

โพสต์

เพิ่มเติมครับ

- รายได้ที่จะทำให้ break even(คิดรวมค่าใช้จ่ายต่างๆทางบัญชีด้วยทั้งหมด) คือประมาณ 5200 $ ถ้าตํากว่านี้จะขาดทุน
- ผู้บริหารมั่นใจว่าจะไม่มีการแย่งลูกค้ากันระหว่างเรือแต่ละขนาดเพราะตลาดแบ่งกันชัดเจนอยู่แล้ว จุดเด่นของเรือ small handy คือ โหลดเต็มลำได้เร็ว และเข้าท่าที่เล็กๆได้ ซึ่งปัจจุบันกระแส just in time กำลังฮิตจึงทำให้การขนส่งที่รวดเร็วและคล่องตัวมีความต้องการสูง
- คุณ khalid บอกว่าปัจจุบันไม่ค่อยมีลูกค้าที่เค้าอยากทำสัญญาระยะยาวด้วย เพราะคุณสมบัติไม่ผ่าน ลูกค้าดีๆส่วนใหญ่ก็จะ wait and see ในอนาคตถ้าการคาดการณ์ถูกต้องในช่วงครึ่งหลังถึงสิ้นปีตลาดจะกลับมาบูมอีกครั้ง ถึงตอนนั้นเค้าจะ lock ค่าระวางยาวอีกครั้ง และมีโอกาสที่จะได้ลูกค้าที่มีคุณภาพที่มั่นใจได้ว่าไม่เบี้ยว
- Psl ไม่ขึ้นกับสินค้าตัวใดตัวหนึ่ง แต่จะปรับเปลี่ยนได้ตลอด
ทำให้ไม่มีความเสี่ยงจากการที่สินค้าตัวไหนขาดแคลนและไม่มีการขนส่งหรือมีน้อย
- Insured Value ของ Psl ที่ประเมินโดยบริษัทประกันมีมูลค่า USD 492.20 Million (ประเมิน ณ เดือนพฤศจิกายน 2003 แต่คาดการณ์รวมเรือ 15 ลำ จาก MISC แล้ว) คิดเป็ฯมูลค่า 37.8 บาทต่อหุ้น ที่จำนวนหุ้น 520 ล้านหุ้น(ก่อนซื้อคืน)
- อายุของกองเรือ psl คิดจาก 50 ลำ
average age(simple average) 17.72 years
average age(weighted average) 14.99 years
- การบริโภค steel ของจีนในปัจจุบันยังเติบโตในอัตราเร่งเดียวกับตอน 1999-2003 ซึ่งปัจจุบันไม่ได้ลดลงจากมาตรการชะลอความร้อนแรงของจีน(นี่เป็น fact ที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้)
- ที่ใช้ตัวเลข อายุเรือมากกว่า 27 ปีจะปลดระวาง เนื่องจากประสบการณ์ของผู้บริหารและในอดีตมีข้อมูลว่าเรือเกิน 27 ปี จะหมดสภาพและไม่คุ้มที่จะดำเนินการต่อ
- เรือที่คาดว่าจะปลดระวางในปีนี้ คาดไว้ที่ประมาณ 3.2% คิดจาก Q1 ปีนี้ที่มีการปลดไปแล้ว 0.8%(แต่อย่าลืมว่า Q1 ตลาดกำลังบูมมาก ดังนั้นประมาณการนี้น่าจะ conservative แล้ว)
ล็อคหัวข้อ