หุ้นร้อนๆ.....ผู้บริหาร 'ดอด' ปล่อยของ

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก

ล็อคหัวข้อ
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mon money
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 3134
ผู้ติดตาม: 0

หุ้นร้อนๆ.....ผู้บริหาร 'ดอด' ปล่อยของ

โพสต์ที่ 1

โพสต์

เอามาจาก BIZ&Money วันจันทร์นี้เองครับ เห็นว่าน่าสนใจครับ จริงๆแล้วหากเป็นบริษัทที่ดี ตนเองบริหารเองก็ไม่น่าขายถ้าไม่จำเป็น เพื่อนๆว่าจริงไหมครับ ผมว่ามันน่าจะมีกลิ่นตุๆอยู่บ้าง ใครมีหุ้นเหล่านี้อยู่ก็ตรวจสอบหน่อยนะครับ

เมื่อนักลงทุนฟันกำไรจากตลาดหุ้นไปแล้วเกือบ 40%

ผู้บริหารของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ก็อยู่ในสภาวะไม่ต่างกันนัก

ต่างเลือก "ระบายหุ้น" ออกจากพอร์ต เพื่อเก็บเกี่ยวกำไรเข้ากระเป๋าตัวเองไปเรียบร้อยแล้วเช่นกัน

เมื่อเห็นว่า ราคาหุ้นของตัวเองเพิ่มขึ้นมามากในช่วงที่ผ่านมา

การ "ปล่อยของ" หรือเอาหุ้นที่ถืออยู่ในมือออกมาขายของเหล่าผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนเหล่านี้ มี "นัยสำคัญ" ต่อการพิจารณาลงทุนของนักลงทุนในตลาดไม่น้อย

รักจะลงทุนยุคตลาดกระทิงเปลี่ยวเช่นนี้ จำเป็นต้องคอยติดตามข้อมูลจากรายงาน 59-2 ของเวบไซต์ของ ก.ล.ต.อย่างใกล้ชิด

ความร่ำรวยจาก "มูลค่าหุ้น" จะเกิดขึ้นจริง ก็ต่อเมื่อผู้ลงทุนได้แปลงมูลค่าหุ้นให้กลายเป็น "เม็ดเงิน เข้ากระเป๋าตัวเอง ดังนั้นในภาวะที่ตลาดหุ้นยัง "ร้อนระอุ" เช่นนี้ จึงพลอยเป็น "จังหวะ" ที่จะขายหุ้นออกมาของผู้ถือหุ้นรายใหญ่และผู้บริหารของบริษัทจดทะเบียน

หากย้อนกลับไปดูข้อมูลรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ของผู้บริหาร (รายงาน 59-2 ) และรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ของกิจการ (รายงาน 246-2) ระหว่าง 1 มิ.ย.-8 ก.ค.2546 จะพบว่า ผู้บริหารที่ขายหุ้นออกมากว่า 1 ล้านบาทขึ้นไป ได้กระจายไปยังหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะในหุ้นที่มีราคาเพิ่มขึ้นสูงๆ

ที่เห็นเด่นชัดที่สุดได้แก่ หุ้นกลุ่มสื่อสาร พลังงาน อสังหาริมทรัพย์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ไฟแนนซ์ สินค้าบริโภคและอุปโภค หรือแม้แต่หุ้นบันเทิงน้องใหม่ที่เพิ่งเข้าซื้อขายในตลาดบางแห่ง เป็นต้น

หุ้นกลุ่มสื่อสารและพลังงาน ได้ชื่อว่าเป็นหุ้นที่นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนมากสุดในช่วงแรกๆ และกลายเป็นกลุ่มหุ้นนำตลาด จึงทำให้ราคาของหุ้นกลุ่มสื่อสารปรับตัวขึ้นมากสุด นับจากต้นปีถึง 10 ก.ค. ดัชนีของหุ้นกลุ่มนี้ได้ทะยานขึ้นไปแล้วมากสุดถึง 70.43%

ผู้บริหารหุ้นกลุ่มนี้จึงทยอยขายหุ้นสร้างกำไรกันเป็นกอบเป็นกำ

ในช่วงเดือนเศษๆ หุ้นกลุ่มสื่อสารที่ถูกผู้บริหารขายของมากสุดได้แก่หุ้น "จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล" หรือ "JASMIN" โดย "สมบุญ พัชรโสภาคย์" ขายหุ้นจำนวน 3,888,967 หุ้น ที่ราคา 2.58 บาท รวมมูลค่าเงินที่ได้รับ 10.03 ล้านบาท

และหากย้อนกลับไปดูราคาหุ้นตัวนี้ จะพบว่า กราฟราคาหุ้นได้ปรับตัวขึ้นจากราคา 3.18 บาทเมื่อเดือนก.พ.ที่ผ่านมา เพิ่มเป็น 7.80 บาทเมื่อ 10 ก.ค.2546 เพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 145%

"หุ้นยูไนเต็ด คอมมูนิเกชั่น อินดัสตรี" หรือ "หุ้นยูคอม" เป็นหุ้นสื่อสารอีกตัวหนึ่งที่ผู้บริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทขายออกระหว่างราคา 12.30-16.88 บาท มูลค่ารวมทั้งสิ้น 4.72 ล้านบาท โดยราคาหุ้นตัวนี้ปิดที่ 20.50 บาท (10 ก.ค.) จากราคา 11.90 บาท เมื่อ 3 เม.ย. เพิ่มขึ้น 72%

ขณะที่ "หุ้นแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส" หรือ "ADVANC" เป็นหุ้นที่มีราคาปรับตัวขึ้นมากเช่นกัน คิดเป็น 58.27% จากราคาเมื่อต้นปี (3 ก.พ.)ที่ 34.75 บาท เพิ่มเป็น 55 บาทเมื่อ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา

ผู้บริหารที่ทำรายการขายมากสุดได้แก่ "วิกรม ศรีประทักษ์" ซึ่งขายหุ้นระหว่างวันที่ 13-26 มิ.ย.ที่ราคาเฉลี่ย 56.85 บาท คิดเป็นเงินที่ได้รับ 5.685 ล้านบาท และล่าสุดก็ขายออกอีก 5 หมื่นหุ้น ที่ราคา 59 บาท คิดเป็นเงิน 2.95 ล้านบาท

กลุ่มพลังงาน ถือเป็นหุ้นยอดนิยมของการเข้ามาลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ ดัชนีหุ้นกลุ่มนี้ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากต้นปีที่อยู่ในระดับ 3,636.07 จุด เพิ่มเป็น 5,124.42 จุด หรือเพิ่มขึ้น 40.93%

หุ้นที่ผู้บริหารขายออกมากสุดในกลุ่มได้แก่ "หุ้นบ้านปู" คิดเป็นมูลค่ารวม 14.83 ล้านบาท ที่ระดับราคาระหว่าง 43.05-44.83 บาท โดยผู้บริหารที่ขายออกก็อย่างเช่น "ระวิ คอศิริ" ขายออกตั้งแต่ 10 มิ.ย.-2 ก.ค.2546 จำนวน 110,000 หุ้น ราคาเฉลี่ย 44.45 บาท คิดเป็นเงินที่ได้รับ 4.890 ล้านบาท

รองลงมาได้แก่ "องอาจ เอื้ออภิญญากุล" โดยขายตั้งแต่ 25 มิ.ย.-2 ก.ค.ที่ราคาเฉลี่ย 43.05 บาท จำนวน 55,000 หุ้น รวมเป็นเงิน 2.3675 ล้านบาท

การเคลื่อนไหวของหุ้นตัวนี้ ได้ปรับเพิ่มขึ้นมาตลอดนับตั้งแต่ 3 ก.พ.ที่ราคา 34.25 บาท และเมื่อ 10 ก.ค. ปิดที่ 46 บาท เพิ่มขึ้นถึง 34.30%

กลุ่มพลังงาน หุ้นอีกตัวหนึ่งที่มีการขายออกเช่นกันได้แก่ "หุ้นผลิตไฟฟ้า" มีรายการขายโดย "ศิวะนันท์ ณ นคร" เมื่อ 11 มิ.ย.จำนวน 1 แสนหุ้น ที่ระดับราคา 50.50 บาท รวมมูลค่า 5.05 ล้านบาท ซึ่งเป็นการขายหลังจากที่ราคาหุ้นได้ปรับตัวขึ้นมากและต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา

หากใครซื้อหุ้นตัวนี้ตั้งแต่ราคา 37.25 บาท เมื่อ 3 ก.พ.และขึ้นไปปิดที่ 56.50 จะได้กำไรแล้วถึง 52% ทีเดียว

นอกเหนือจากหุ้นสองกลุ่มดังกล่าวแล้ว ราคาหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ได้ปรับตัวขึ้นมาแล้ว 24.53% โดยตั้งแต่ช่วงต้น ดัชนีกลุ่มอยู่ที่ 85.80 มาปิดที่ 106.85 จุดเมื่อ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา จึงทำให้ผู้บริหารขายหุ้นออกหลายตัวในช่วงเดือนที่ผ่านมา

ที่เด่นๆ เห็นจะได้แก่ หุ้นซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง หุ้นมั่นคงเคหะการ หุ้นไรมอนแลนด์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ อมตะ คอร์ปอเรชัน อิตาเลียนไทย แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ เป็นต้น

แต่หุ้นที่มีการขายออกจากมือผู้บริหารมากสุดเห็นจะได้แก่ หุ้นซิโน-ไทย หรือ "STECON" โดย "อนุทิน ชาญวีรกุล" ขายออกที่ราคาเฉลี่ย 5.93 บาท จำนวน 46,640,000 หุ้น คิดเป็นเงิน 276.512 ล้านบาท ทำรายการระหว่างวันที่ 4-27 มิ.ย.2546

ด้านราคาหุ้นตัวนี้ได้เมื่อ 3 ก.พ.อยู่ที่ 4.30 บาท มาปิดที่ 7.20 บาท เพิ่มขึ้นมากถึง 67% เพียงช่วงระยะเวลา 5 เดือน

นอกจากนั้น "หุ้นแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์" ผู้บริหารได้ขายหุ้นออกเช่นกัน ที่ระดับราคาตั้งแต่ 6.68-9.25 บาท โดยผู้ที่ระบายของออกมากได้แก่ "เฉลิม เกียรติธนะบำรุง" ขายตั้งแต่ 16-18 มิ.ย.ที่ราคาเฉลี่ย 6.68 บาท จำนวน 1.4 ล้านหุ้น รวมเงินที่ได้รับ 9.352 ล้านบาท

ขณะที่ "วิทย์ ตันติวรวงศ์" ขายหุ้นสามัญออกระหว่าง 17-19 มิ.ย. จำนวน 3 แสนหุ้น ราคาเฉลี่ย 5.88 บาท รวมเงิน 1.7625 ล้านบาท รวมถึงยังขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ 2 (LH-W2) ระหว่างวันที่ 3 มี.ค.-20 ก.ค. 2546 จำนวน 2,488,600 หุ้น รวมเงิน 13.295 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 5.34 บาท อีกด้วย

ราคาหุ้นแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ได้ปรับตัวขึ้นไปสูงสุดที่ระดับ 9.25 บาท และปิดที่ 8.60 บาทเมื่อ 10 ก.ค. แต่ก่อนหน้าเมื่อ 3 ก.พ.ราคาหุ้นอยู่ที่ 8.65 บาท ลดลง 0.57%

หุ้นอิตาเลียนไทย ก็มีการขายออกอย่างต่อเนื่องหลังจากที่ราคาหุ้นได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาสูงสุดที่ราคา 38 บาท จากก่อนหน้าที่มีราคาอยู่ที่ 22.20 บาทเมื่อ 3 ก.พ.

เรียกว่ามีราคาเพิ่มขึ้นถึง 63% ทีเดียว

การระบายหุ้นออกของผู้บริหารอิตาเลียนไทยนั้น ได้ขายหุ้นตั้งแต่ราคา 31.25-33.99 บาท รวมมูลค่า 41,485,750 บาท โดยผู้ที่ทำรายการขายมากสุดได้แก่ "นิจพร จรณะจิตต์" ทำรายการระหว่าง 20-30 มิ.ย.ถึง 2 ก.ค.จำนวน 6 แสนหุ้น ราคาเฉลี่ย 33.99 บาท คิดเป็นเงินรวม 20.397 ล้านบาท

กลุ่มไฟแนนซ์ แม้ว่าจะเป็นหุ้นกลุ่มที่มีนักลงทุนเข้ามาจุดพลุช่วงหลังๆ นี้ แต่ราคาหุ้นกลุ่มนี้ก็ปรับตัวขึ้นตามปริมาณการซื้อขายของตลาดหุ้นไทย จนถึงขณะนี้ราคาหุ้นกลุ่มนี้ได้ปรับตัวขึ้นแล้ว 16.87% แต่หุ้นกลุ่มไฟแนนซ์ที่มีการขายออกที่เห็นชัดๆ ก็อย่างเช่น หุ้นเกียรตินาคิน, ซิกโก้, ทิสโก้, บัตรกรุงไทย เป็นต้น

"หุ้นซิกโก้" ดูจะเป็นหุ้นที่ผู้บริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่ระบายของออกมากสุด พบว่า มูลค่าเงินที่เข้ากระเป๋าผู้บริหารรวมทั้งสิ้น 7.301 ล้านบาท ระดับราคาขายระหว่าง 30.18-34.88 บาท โดย "เชาว์ รัญวัฒน์" ได้ขายหุ้นออกมากสุดจำนวน 1.6 แสนหุ้น ที่ราคาเฉลี่ย 30.18 บาท รวมเงินที่ได้ 1.815 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 13-17 มิ.ย.ที่ผ่านมา

ด้านราคาหุ้นตัวนี้ปัจจุบันอยู่ที่ 8.05 บาท จากก่อนหน้าราคาหุ้นเคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 6-7 บาท

"หุ้นเกียรตินาคิน" หรือ "KK" เป็นหุ้นที่ผู้บริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่ได้ขายเพื่อทำกำไรมากเช่นกันในช่วงเดือนมิ.ย.คิดเป็นมูลค่ารวม 4.780 ล้านบาท ตั้งแต่ราคา 30-34.50 บาท

ผู้ที่ขายออกมากสุดในช่วงเดือนที่ผ่านมาได้แก่ "วิเชียร เจียกเจิม" จำนวน 8 หมื่นหุ้น ราคาเฉลี่ย 32.94 บาท คิดเป็นมูลค่า 2.635 ล้านบาท ทำรายการขายระหว่าง 12-27 มิ.ย.ที่ผ่านมา

ขณะที่ "หุ้นบัตรกรุงไทย" หุ้นน้องใหม่เพิ่งเข้าตลาดได้มีผู้บริหารทั้งซื้อ และขายหุ้นออกจำนวนไม่น้อยเช่นกัน โดย "ธวัชชัย ธิติศักดิ์สกุล" ได้ทำรายการขายระหว่าง 3-24 มิ.ย. คิดเป็นจำนวน 81,400 หุ้น ราคาเฉลี่ย 27.36 บาท รวมเป็นเงิน 2.228 ล้านบาท

แต่ก่อนหน้านั้น ก็ได้มีการซื้อหุ้นที่ระดับราคาตั้งแต่ 18-23.50 บาท

กลุ่มหุ้นอิเล็กทรอนิกส์หลายตัว ผู้บริหารขายทำกำไรจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะ "หุ้นเดลต้า อิเลคโทรนิคส์" "กั๊ว เริ่น จือ" ได้ขายหุ้นออกมากสุดระหว่างวันที่ 10 มิ.ย.-3 ก.ค.จำนวน 4,090,840 หุ้น ราคาเฉลี่ย 11.90 บาท รวมเป็นเงิน 49.05 ล้านบาท

นอกจากนั้น ยังมี "หุ้นเซมิคอนดัคเตอร์ เวนเจอร์" หรือ "เอสวีไอ" ผู้บริหารก็ได้ขายหุ้นออกจำนวน 322,900 หุ้น ราคาเฉลี่ย 12.71 บาท รวมมูลค่า 4.105 ล้านบาท ขณะที่ราคาหุ้นตัวนี้ปัจจุบันอยู่ที่ 12.10 บาท

ส่วนหุ้นกลุ่มอื่นๆ ที่มีการขายออกทำกำไรและน่าจับตามอง ได้แก่ หุ้นกลุ่มบันเทิง ซึ่งพบว่า ราคาหุ้นกลุ่มบันเทิงได้ปรับขึ้นมาประมาณ 24% นับแต่ต้นปี โดยเฉพาะ "หุ้นอาร์เอส โปรโมชั่น" น้องใหม่กลุ่มบันเทิงเพิ่งเข้าจดทะเบียนเมื่อเร็วๆ นี้ แต่ในช่วงเดือนมิ.ย. ผู้บริหารบริษัทและผู้ถือหุ้นใหญ่ได้ขายออกมาเพื่อทำกำไรกันบ้างแล้ว

ผู้บริหารและผู้ถือหุ้นของ "อาร์เอส โปรโมชั่น" ที่ขายออกมากสุดในเดือนนี้ก็คือ "นภาพร ตรีพยัคฆ์" ทำรายการระหว่าง 3-10 มิ.ย. จำนวน 3.5 หมื่นหุ้น ราคาเฉลี่ย 37.21 บาท คิดเป็นเงิน 1.3025 ล้านบาท

รองลงมา "ชัยรัตน์ ลิขิตเจริญพงษ์" โดยขายหุ้นออกมาจำนวน 2.5 หมื่นหุ้น ราคาเฉลี่ย 37 บาท คิดเป็นเงิน 9.25 แสนล้านบาท และ "ปัทมา โฆสิตังกูร" ขายหุ้นออกเมื่อ 2 ก.ค.จำนวน 5 พันหุ้น ราคาเฉลี่ย 37.5 บาท คิดเป็นเงิน 1.875 ล้านบาท

การเคลื่อนไหวของราคาหุ้นอาร์เอส ที่ผ่านมา จากราคาหุ้นเมื่อ 22 พ.ค.อยู่ที่ 34.25 บาท ได้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 35.25 บาท หรือเพิ่มขึ้นราวๆ 3%

แม้ว่าการปล่อยหุ้นออกจากมือผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนเหล่านี้ จะเป็นการขายเพื่อทำกำไรเสียเป็นส่วนใหญ่ เป็นการสร้าง Wealth ให้กับตัวเอง

แต่ในอีกด้านหนึ่ง การเป็น "คนใน" ก็ทำให้ต้องจับตามองว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดจากการเปลี่ยนแปลงปัจจัยพื้นฐานของบริษัทด้วยหรือไม่

นักลงทุนจึงจำเป็นต้องคอยตรวจสอบรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือครองหุ้นทั้งด้านซื้อและขายของผู้บริหาร หรือผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท เพื่อจะได้รู้ว่า การซื้อหรือขายหุ้นของพวกเขา มีอะไรเคลือบแฝงหรือไม่ เพราะสิ่งเหล่านี้มีนัยสำคัญต่อการลงทุนของเรา

"นักลงทุนต้องดูด้วยว่า เจ้าของหุ้นหรือผู้ถือหุ้นใหญ่ เขาดูแลหุ้นแบบไหน การเข้าซื้อหรือขายหุ้นออกจากมือ เมื่อประกอบกับความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น มันเป็นตัวชี้ได้ว่า เขากำลังทำอะไรกับหุ้นของเขา" นักวิเคราะห์รายหนึ่งให้ความเห็น

อย่างไรก็ตาม สำหรับความเปลี่ยนแปลงของพอร์ตผู้บริหารในขณะนี้ นักวิเคราะห์บางรายเห็นว่า เป็นเพียงการทำกำไรจากราคาหุ้นที่เกินมูลค่ามากกว่า ซึ่งนักลงทุนก็สามารถนำมาประกอบแนวทางการลงทุนของตัวเอง

"จังหวะที่หุ้นขึ้น ก็ให้ดูข้อมูลการซื้อขายหุ้นประกอบกราฟราคาหุ้นไปด้วย จะช่วยให้นักลงทุนลดความเสี่ยงได้ส่วนหนึ่ง เช่น ถ้าแนวโน้มของหุ้นกำลังอยู่ในขาขึ้น ถ้าเจ้าของหุ้นซื้อหุ้นตัวเองเก็บ เราก็อาจจะซื้อด้วย

แต่ถ้าเขาขายออก แสดงว่าเขาเห็นว่ามูลค่าหุ้นสูงเกินไปแล้ว เราก็อาจจะขายออกด้วย หรือหากต้นทุนหุ้นแพงไปแล้ว เราก็สามารถตัดสินใจคัตลอตออกได้ง่ายกว่าการไม่ได้ดูข้อมูลการขายหุ้นของเจ้าของ

แต่ทั้งนี้ต้องดูพื้นฐานหุ้นประกอบด้วย"
นักดูดาว
Verified User
โพสต์: 2513
ผู้ติดตาม: 0

หุ้นร้อนๆ.....ผู้บริหาร 'ดอด' ปล่อยของ

โพสต์ที่ 2

โพสต์

ทำไมผู้บริหาร "ขายหมู" เยอะจังเลยครับ? อยู่วงในน่าจะพอรู้ว่าหุ้นจะขึ้นไปได้ขนาดไหน
เสรีภาพก็เหมือนอากาศที่เราไม่อาจมองเห็นด้วยตา แต่จะรู้สึกได้ในทันทีหากมีมันอยู่เบาบางหรือขาดหายไป

-จีรนุช เปรมชัยพร
ภาพประจำตัวสมาชิก
ปรัชญา1
Verified User
โพสต์: 1092
ผู้ติดตาม: 0

หุ้นร้อนๆ.....ผู้บริหาร 'ดอด' ปล่อยของ

โพสต์ที่ 3

โพสต์

นักดูดาว เขียน:ทำไมผู้บริหาร "ขายหมู" เยอะจังเลยครับ? อยู่วงในน่าจะพอรู้ว่าหุ้นจะขึ้นไปได้ขนาดไหน

สงสัยเปิดเทอม หาเงินส่งให้ลูกเรียน อิอิ
นักดูดาว
Verified User
โพสต์: 2513
ผู้ติดตาม: 0

หุ้นร้อนๆ.....ผู้บริหาร 'ดอด' ปล่อยของ

โพสต์ที่ 4

โพสต์

ผมว่า คนที่ท่านๆ ส่งเงินเรียนจะไม่ใช่ลูกอะครับพี่ปรัชญา ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ
เสรีภาพก็เหมือนอากาศที่เราไม่อาจมองเห็นด้วยตา แต่จะรู้สึกได้ในทันทีหากมีมันอยู่เบาบางหรือขาดหายไป

-จีรนุช เปรมชัยพร
ล็อคหัวข้อ