นี่คือ สาเหตุที่ คดีข่มขืน ไม่หมดไปเสียที
-
- Verified User
- โพสต์: 1667
- ผู้ติดตาม: 0
นี่คือ สาเหตุที่ คดีข่มขืน ไม่หมดไปเสียที
โพสต์ที่ 1
สื่อกระตุ้นความคิด มันเข้าถึงง่ายเกินไป
อาทิตย์ที่แล้ว ไปยืนดูนิตยสารพระเครื่อง หลังจากดู นิตยสาร ดัชนีพระเครื่อง ตรวจสอบราคาเช่าหา หลวงพ่อโต กรุวัดบางกระทิงจบ ก็วางไว้ที่เดิม
กรรมบันดาลเมื่อพบว่า ตรงติดๆ กับตำแหน่งวางหนังสือพระก็มีหนังสือภาพนางแบบในชุดว่ายน้ำ + ภาพหลุดๆ ดารา วางอยู่หลายเล่ม
เมื่อเห็น มือก็ไวกว่า ความคิด หยิบมาดูหน้าปก
กรรมเก่าส่งเสริม ให้มีคนแกะ พลาสติกเอาไว้แล้ว
เหมือนหนึ่งว่า กำลงัรอให้ผมมาหยิบอ่าน
เมื่อวาน หลังจาก ดู ปังคุงกะเจมส์ จบ
ก็เปิด TV ทิ้งไว้ มีรายการ ดาวกระจาย
ในรายการ มีเนื้อหาว่า มีดาราสวยๆ หลายคน ไปถ่ายแบบแฟชั่น 2 pieces
แต่ละนาง นี่ สวยๆ กันทั้งนั้น ทำเอาผมเสียเวลาดูไปจนถึงบทสัมภาษณ์ว่า แต่ละคน ชอบ two pieces สีอะไร ขาว หรือ ชมพู
เมื่อเช้า ทำงานต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับ one piece flow หรือ การผลิตแบบทีละชิ้นเพื่อเอามาประกอบการทำงาน ผมเข้าไปที www.google.com
เผื่อโชคดี จะได้ power point file ที่เขาทำไว้เป็นภาษาไทย
หาโดยใช้ search word หลายคำ จนไปใช้คำว่า "ทีละชิ้น"
มันก็ link ผมไปหา web ที่มีการโชว์ ภาพนิ่งของ นางแบบถอดเสื้อผ้าทีละชิ้น
สารภาพ ว่า เข้าไปดูครับ เพราะ พ่ายแพ้ต่อกิเลสในใจ
เมื่อเที่ยงฝนตก ไปกินข้าวตอนบ่ายโมงนิดๆ
เจอของจริงเลยครับ
สาว office สวยมาก รูปร่างดี ผิวขาวจั๊วะเลย
หน้าตาเลยค่าความสวยเฉลี่ยประมาณมากกว่า 1 sd (สวยกว่าใครในกลุ่ม)
เสื้อที่เธอใส่ เป็นแขนสั้นสีอ่อน เนื้อผ้าบางในระดับนึงเลยครับ
ขนาดมองผ่านๆ ยังเห็นเลยว่า เธอใส่เสื้อชั้นในสีอะไร
คาดว่า ตอนนั่งทำงานในห้องแอร์ คงจะมีเสื้อคลุม
แต่ดันไม่ใส่ ออกนอก office ซะนี่
พยายามจะไม่มองครับ เลยรีบๆ เดินไปเสียให้พ้นๆ
กลัวถูกด่า ว่า ไอ้โรคจิต
มีแต่เรื่องแบบนี้ เรื่องข่มขืน ก็เลยไม่หมดไปเสียที
น่าสงสารเหยื่อบางราย ที่อาจจะไม่เคยไปมีส่วนร่วมในการถ่ายแบบ หรือ แต่งตัวล่อแหลมเลยด้วยซ้ำ
แต่ กรรมเก่า ดันส่งไปให้อยู่ในที่เปลี่ยว และ เจอผู้ชายที่ขาดสติและไร้ศีลธรรมได้รับการอบรมมาไม่ดี ซึ่งไปรับสื่อกระตุ้นความคิดในทางต่ำเช่นนี้มาเยอะๆ
ถ้าห้ามสื่อไม่ได้ ห้ามการแต่งตัวไม่ได้
คงต้องใช้มาตรา 17 จัดการพวกข่มขืนให้เด็ดขาด
จับได้ให้ ฆ่าทิ้ง ดูสิว่า มันจะลดลงไหม
อาทิตย์ที่แล้ว ไปยืนดูนิตยสารพระเครื่อง หลังจากดู นิตยสาร ดัชนีพระเครื่อง ตรวจสอบราคาเช่าหา หลวงพ่อโต กรุวัดบางกระทิงจบ ก็วางไว้ที่เดิม
กรรมบันดาลเมื่อพบว่า ตรงติดๆ กับตำแหน่งวางหนังสือพระก็มีหนังสือภาพนางแบบในชุดว่ายน้ำ + ภาพหลุดๆ ดารา วางอยู่หลายเล่ม
เมื่อเห็น มือก็ไวกว่า ความคิด หยิบมาดูหน้าปก
กรรมเก่าส่งเสริม ให้มีคนแกะ พลาสติกเอาไว้แล้ว
เหมือนหนึ่งว่า กำลงัรอให้ผมมาหยิบอ่าน
เมื่อวาน หลังจาก ดู ปังคุงกะเจมส์ จบ
ก็เปิด TV ทิ้งไว้ มีรายการ ดาวกระจาย
ในรายการ มีเนื้อหาว่า มีดาราสวยๆ หลายคน ไปถ่ายแบบแฟชั่น 2 pieces
แต่ละนาง นี่ สวยๆ กันทั้งนั้น ทำเอาผมเสียเวลาดูไปจนถึงบทสัมภาษณ์ว่า แต่ละคน ชอบ two pieces สีอะไร ขาว หรือ ชมพู
เมื่อเช้า ทำงานต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับ one piece flow หรือ การผลิตแบบทีละชิ้นเพื่อเอามาประกอบการทำงาน ผมเข้าไปที www.google.com
เผื่อโชคดี จะได้ power point file ที่เขาทำไว้เป็นภาษาไทย
หาโดยใช้ search word หลายคำ จนไปใช้คำว่า "ทีละชิ้น"
มันก็ link ผมไปหา web ที่มีการโชว์ ภาพนิ่งของ นางแบบถอดเสื้อผ้าทีละชิ้น
สารภาพ ว่า เข้าไปดูครับ เพราะ พ่ายแพ้ต่อกิเลสในใจ
เมื่อเที่ยงฝนตก ไปกินข้าวตอนบ่ายโมงนิดๆ
เจอของจริงเลยครับ
สาว office สวยมาก รูปร่างดี ผิวขาวจั๊วะเลย
หน้าตาเลยค่าความสวยเฉลี่ยประมาณมากกว่า 1 sd (สวยกว่าใครในกลุ่ม)
เสื้อที่เธอใส่ เป็นแขนสั้นสีอ่อน เนื้อผ้าบางในระดับนึงเลยครับ
ขนาดมองผ่านๆ ยังเห็นเลยว่า เธอใส่เสื้อชั้นในสีอะไร
คาดว่า ตอนนั่งทำงานในห้องแอร์ คงจะมีเสื้อคลุม
แต่ดันไม่ใส่ ออกนอก office ซะนี่
พยายามจะไม่มองครับ เลยรีบๆ เดินไปเสียให้พ้นๆ
กลัวถูกด่า ว่า ไอ้โรคจิต
มีแต่เรื่องแบบนี้ เรื่องข่มขืน ก็เลยไม่หมดไปเสียที
น่าสงสารเหยื่อบางราย ที่อาจจะไม่เคยไปมีส่วนร่วมในการถ่ายแบบ หรือ แต่งตัวล่อแหลมเลยด้วยซ้ำ
แต่ กรรมเก่า ดันส่งไปให้อยู่ในที่เปลี่ยว และ เจอผู้ชายที่ขาดสติและไร้ศีลธรรมได้รับการอบรมมาไม่ดี ซึ่งไปรับสื่อกระตุ้นความคิดในทางต่ำเช่นนี้มาเยอะๆ
ถ้าห้ามสื่อไม่ได้ ห้ามการแต่งตัวไม่ได้
คงต้องใช้มาตรา 17 จัดการพวกข่มขืนให้เด็ดขาด
จับได้ให้ ฆ่าทิ้ง ดูสิว่า มันจะลดลงไหม
คงไม่มีใคร หาเงินมากมาย ไว้ยัดใส่โลงศพตัวเอง
.........
เชิญรับแจก เมล็ดพันธุ์พืชนานาชนิดได้ที่
http://www.kasetporpeang.com/forums/ind ... board=22.0
เชิญฟังธรรมฟรี ที่ http://www.fungdham.com
.........
เชิญรับแจก เมล็ดพันธุ์พืชนานาชนิดได้ที่
http://www.kasetporpeang.com/forums/ind ... board=22.0
เชิญฟังธรรมฟรี ที่ http://www.fungdham.com
-
- Verified User
- โพสต์: 442
- ผู้ติดตาม: 0
Re: นี่คือ สาเหตุที่ คดีข่มขืน ไม่หมดไปเสียที
โพสต์ที่ 2
ก้ออาจทำให้เกิดปัญหาอื่นๆตามมาอีกได้ เช่น จับแพะ, หญิงสมยอม, etc.teetotal เขียน: ถ้าห้ามสื่อไม่ได้ ห้ามการแต่งตัวไม่ได้
คงต้องใช้มาตรา 17 จัดการพวกข่มขืนให้เด็ดขาด
จับได้ให้ ฆ่าทิ้ง ดูสิว่า มันจะลดลงไหม
ว่าแต่คุณ teetotal บรรยายได้เห็นภาพมั่กๆครับ :oops: :oops: :oops:
- โอ@
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 4244
- ผู้ติดตาม: 0
นี่คือ สาเหตุที่ คดีข่มขืน ไม่หมดไปเสียที
โพสต์ที่ 3
มีคนเคยบอกนะครับว่า พวกแต่ง xx เนี่ยไม่ค่อยโดนเอง
เพราะพวกเนี่ยรู้ตัวว่าแต่งยั่วแล้ว ต้องระวังตัว
แต่คนที่แต่งแบบมิดชิดหน่อยเนี่ยดิ ไม่ค่อยระวังตัว เลยรับแทนไป
น่าสงสารจริงๆ
เพราะพวกเนี่ยรู้ตัวว่าแต่งยั่วแล้ว ต้องระวังตัว
แต่คนที่แต่งแบบมิดชิดหน่อยเนี่ยดิ ไม่ค่อยระวังตัว เลยรับแทนไป
น่าสงสารจริงๆ
_________
-
- Verified User
- โพสต์: 5786
- ผู้ติดตาม: 0
นี่คือ สาเหตุที่ คดีข่มขืน ไม่หมดไปเสียที
โพสต์ที่ 5
แฮ่ ... ทำไมของผมมีทั้งแอบถ่ายนักเรียนญี่ปุ่นเพื่อน เขียน:ไอ้คำว่า "ทีละชิ้น" นี่ Google ไม่รับแล้วนะครับ เตือนกลับมาว่า มีลักษณะเหมือนไวรัส อัตโนมัติ
สงสัยมีคนพยายามหาความรู้เพิ่มเติมแบบเดียวกันหลายคน (รวมทั้งผม...คิ คิ)
.... 8)
นอกจากนี้ก็มี "ทีละชิ้น ๆๆ อะจึ๋ย" ด้วยอ่ะครับ ... :lol:
อย่าลองเชียวนา ... ผมล้อเล่น ... 8)
"Winners never quit, and quitters never win."
-
- Verified User
- โพสต์: 5786
- ผู้ติดตาม: 0
Re: นี่คือ สาเหตุที่ คดีข่มขืน ไม่หมดไปเสียที
โพสต์ที่ 6
[quote="teetotal"]
เมื่อเที่ยงฝนตก ไปกินข้าวตอนบ่ายโมงนิดๆ
เจอของจริงเลยครับ
สาว office สวยมาก รูปร่างดี ผิวขาวจั๊วะเลย
เมื่อเที่ยงฝนตก ไปกินข้าวตอนบ่ายโมงนิดๆ
เจอของจริงเลยครับ
สาว office สวยมาก รูปร่างดี ผิวขาวจั๊วะเลย
"Winners never quit, and quitters never win."
-
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 1841
- ผู้ติดตาม: 0
นี่คือ สาเหตุที่ คดีข่มขืน ไม่หมดไปเสียที
โพสต์ที่ 9
>>>>>เราทำงานอยู่ที่ออฟฟิศแห่งหนึ่งแถวถนนพระรามสาม
>>>>>แล้วก็ขับรถผ่านหน้าโครงการ X หรือที่ตอนนี้เปลี่ยนชื่อเป็น
>>>>>Y มาหลายปีแล้ว ในใจก็ยังแอบคิดว่าใครจะอยากมาล่ะเนี่ย
>>>>>ก็ขนาดทางเข้ายังดูโทรมๆน่ากลัวๆเลย เคยมีครั้งนึง
>>>>>ไปงานวันเกิดเพื่อนที่ร้านอาหารริมน้ำในโครงการนี้
>>>>>ตัวร้านก็น่านั่งอยู่หรอกนะ แต่พอเดินออกมาจากร้านเนี่ยอ่ะดิ ขนลุกเลย
>>>>>เปลี่ยว มืด น่ากลัวสุดๆ ดีนะที่วันนั้นมีเพื่อนเดินไปส่งที่รถ
>>>>>ไม่งั้นคงได้นอนที่ร้านนั้นเลยแน่ๆ
>>>>>แล้วความรู้สึกไม่ถูกชะตากับไอ้โครงการนี้ก็เป็นจริงขึ้นมา
>>>>>เมื่อเราไปเจอแม่บ้านที่ออฟฟิศของเรานั่งร้องไห้อยู่หน้าห้องน้ำ
>>>>>คุณป้าคนนี้เป็นคนดีมาก ทุกคนที่นี่รักแกทุกคน พอพวกเราเห็นแกนั่งร้องไห้
>>>>>ก็เลยไปสอบถามกันใหญ่ เลยได้ความว่า ป้าแกมีลูกสาวอยู่ 1 คน อายุ 18 ปี
>>>>>เพิ่งเข้ามหาลัยปีนี้ ขอใช้นามสมมุติว่าน้องฝ้ายแล้วกัน
>>>>>เท่าที่เราจำได้ตอนที่น้องเค้ามาช่วยป้าทำงาน น้องฝ้ายคนนี้หน้าตาน่ารัก
>>>>>กิริยามารยาทเรียบร้อย ดูเป็นเด็กขยันทีเดียว แล้ว
>>>>>เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
>>>>>น้องเค้าขออนุญาตป้าไปทานวันเกิดเพื่อนที่ร้านพวกหมูย่างเกาหลีในโครงการแห่งนี้
>>>>>บอกว่าจะกลับบ้านตอนสามทุ่ม แต่จนแล้วจนรอดน้องคนนี้ก็ยังไม่ถึงบ้าน
>>>>>พอตีสองก็มีโทรศัพท์มาบอกป้าให้ไปที่โครงการด่วน เมื่อป้าไปถึง
>>>>>ป้าก็เจอกับชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งและเพื่อนๆของน้องฝ้าย (หญิง 2 กระเทย 1 )
>>>>>พวกชายฉกรรจ์พวกนั้นก็บังคับให้ป้ากับเพื่อนๆของฝ้ายเข้าไปในห้องเล็กๆมืดๆท ี่อยู่ในโครงการ
>>>>>แล้วก็ปิดประตูแล้วบอกให้รอ เดี๋ยวจะมีคนมาคุยด้วย เพื่อนๆของฝ้ายเล่าว่า
>>>>>ฝ้ายขอตัวกลับตั้งแต่ตอนสามทุ่ม แล้วพวกเค้าก็นั่งกินกันต่อ
>>>>>จนห้าทุ่มก็เดินออกจากร้านกำลังจะไปขึ้นรถที่ถนนหน้าโครงการ
>>>>>แล้วก็เห็นกระเป๋าสะพายของฝ้ายตกอยู่ตรงตรอกทางเข้าร้านค้าในโครงการ
>>>>>ข้างๆเป็นผู้ชายท่าทางน่ากลัวนั่งสูบบุหรี่กันอยู่สามคน
>>>>>เพื่อนๆของฝ้ายเห็นท่าไม่ดีจึงยืนสังเกตการณ์อยู่
>>>>>ซักพักก็มีผู้ชายเดินออกมาจากตรอกอีกสองคน
>>>>>แล้วสองคนที่นั่งสูบบุหรี่ก็เดินเข้าไปในตรอก
>>>>>เพื่อนๆของฝ้ายมั่นใจว่าต้องมีอะไรไม่ดีเกิดขึ้นกับฝ้ายแน่ๆ
>>>>>ก็เลยเดินเข้าไป เพื่อที่จะเข้าไปดูในตรอกว่าเกิดอะไรขึ้น
>>>>>ผู้ชายกลุ่มนั้นเห็นพวกๆน้องเดินเข้ามาก็ตกใจ ถามว่า "พวกมงจะไปไหน"
>>>>>แล้วน้องกะเทยก็ตะโกนออกมาว่า "กูจะไปหาเพื่อน" เท่านั้นแหล่ะ
>>>>>พวกมันก็เรียกพรรคพวกที่เหลืออยู่ในตรอกออกมาช่วยกันจับตัวพวกน้องเค้าไว้แล้วพาเข้าไปในตรอกร้านค้านั้น
>>>>>แล้วพวกน้องเค้าก็เห็นร่างของน้องฝ้ายเปลือยเปล่า มีรอยฟกช้ำตามตัว
>>>>>พวกมันซ้อมแล้วก็เรียงคิวกันข่มขืนน้องฝ้าย
>>>>>แล้วพวกมันก็บังคับให้พวกน้องเค้าโทรเรียกผู้ปกครองของน้องฝ้ายออกมาเจอเพื่อประนีประนอมกัน
>>>>>ด้วยความกลัว พวกน้องเค้าก็เลยโทรตามป้าออกมา
>>>>>หลังจากที่ป้ากับเพื่อนน้องฝ้ายถูกขังอยู่ประมาณสามสิบห้านาที
>>>>>ก็มีผู้หญิงคนนึงเข้ามาคุยด้วย ป้าบอกว่าผู้หญิงคนนี้หน้าตาดี แต่งตัวดู
>>>>>ดูเป็นผู้ดีมีสกุล ตัดผมซอยสั้น แต่ผมขาวทั้งหัวเลย
>>>>>เธอเดินเข้ามาถามป้าว่า "จะเอาเท่าไหร่ จะได้จบๆกันไปซะที
>>>>>คนอื่นจะได้กลับไปหลับไปนอน ชั้นเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว" เท่านั้นแหล่ะ
>>>>>ป้าก็ร้องโฮเลย ตะโกนกลับไปว่า "มาทำลูกชั้นทำไม"
>>>>>ยายหัวขาวคนนั้นก็ไม่ฟังอะไร หยิบแบงค์พันมาห้าใบ
>>>>>แล้วก็โยนลงที่พื้นตรงหน้าป้า แล้วก็เดินออกไป
>>>>>ซักพักพวกผู้ชายชั่วพวกนั้นก็เข้ามาแล้วขู่ว่า "เล่นกับใครไม่เล่น
>>>>>ถ้ามงไม่ยอมจบ พวกกูก็ไม่ยอมจบเหมือนกัน" แล้วมันก็เดินออกไปกันหมด
>>>>>พอป้ากับเพื่อนๆน้องฝ้ายตั้งสติได้ก็ช่วยกันไปพยุงร่างน้องฝ้าย
>>>>>ใส่เสื้อผ้ากลับคืนให้แล้วช่วยกันพาไปเรียกรถแท็กซี่เพื่อจะไปโรงพยาบาลและแจ้งความ
>>>>>แค่ปรากฏว่าถูกพวกมันขับรถตามตลอดทาง ก็เลยไม่มีใครกล้าทำอะไร
>>>>>ได้แต่พาไปหาหมอที่คลินิกแล้วกลับมาที่บ้านป้ากัน
>>>>>ซึ่งพวกมันก็ยังขับรถตามมาจอดรอที่หน้าบ้านอีก วันรุ่งขึ้น
>>>>>เพื่อนของฝ้ายคนที่เป็นกะเทย (คาดว่าคงกล้าที่สุดในกลุ่ม)
>>>>>ก็กลับไปที่จตุจักรพระรามสามอีกครั้ง
>>>>>เพื่อจะไปคุยกับยามว่าเห็นเหตุการณ์หรือจำอะไรได้บ้าง
>>>>>ตอนแรกยามที่นั่นก็ไม่กล้าอะไร บอกไม่รู้ไม่เ ห็นอะไรทั้งนั้น
>>>>>แต่พอน้องกะเทยปล่อยโฮให้เห็นเท่านั้นแหล่ะ
>>>>>พวกพี่ยามก็ใจอ่อนเล่าให้ฟังว่า เรื่องแบบนี้เกิดที่นี่มาหลายครั้งแล้ว
>>>>>ทุกครั้งก็จบไปแบบไม่มีใครเอาความ เพราะกลัวถูกขู่ฆ่ากันหมด
>>>>>ส่วนยายหัวขาวคนนั้น ก็คือเจ้าของของโครงการจตุจักรพระรามสามที่นี่
>>>>>ส่วนพวกผู้ชายอุบาทว์พวกนั้นเป็นพวกลิ่วล้อของลูกผู้ดีมีกะตังค์ที่มากินมาเที่ยวที่ร้านอาหารริมน้ำในโครงการนี้
>>>>>พอเหล้าเข้าปาก เห็นผู้หญิงเดินคนเดียว
>>>>>ไอ้พวกลูกน้องพวกนี้ก็จะโทรเรียกนายมันออกมา แล้วก็....นะ ไม่อยากพูดเลย
>>>>>เอาเป็นว่าพอนายมันกลับเข้าไป ก็ถึงคิวพวกลูกน้องพวกนี้ต่อ
>>>>>แล้วอียายหัวขาวนั่นก็จะต้องคอยมาเคลียร์
>>>>>มาเอาเงินฟาดหัวทุกครั้งที่มีเรื่องเกิดขึ้น เล่าไปป้าก็ร้องไห้ไป
>>>>>บอกว่าตอนนี้น้องฝ้ายกลัวมาก ไม่กล้าออกไปไหนจากห้องเลย
>>>>>ป้าก็ไม่รู้ว่าจะทำยังงัย จะกลัวตายดี หรือว่าจะเรียกร้องความยุติธรรมดี
>>>>>หรือว่าจะให้เรื่องมันเงียบๆไปแล้วพาน้องฝ้ายหนีไปอยู่ต่างจังหวัด
>>>>>เราก็ไม่รู้จะช่วยป้ากับน้องฝ้ายยังงัยดี
>>>>>แต่ก็อยากเตือนทุกคนว่าให้ระวังตัวให้ดี ถ้าจะไปไอ้โครงการชั่วๆนี่
>>>>>เราเป็นคนนึงแหล่ะที่จะไม่กลับไปเหยียบที่นี่อีกเด็ดขาด
>>>>>แล้วก็ขับรถผ่านหน้าโครงการ X หรือที่ตอนนี้เปลี่ยนชื่อเป็น
>>>>>Y มาหลายปีแล้ว ในใจก็ยังแอบคิดว่าใครจะอยากมาล่ะเนี่ย
>>>>>ก็ขนาดทางเข้ายังดูโทรมๆน่ากลัวๆเลย เคยมีครั้งนึง
>>>>>ไปงานวันเกิดเพื่อนที่ร้านอาหารริมน้ำในโครงการนี้
>>>>>ตัวร้านก็น่านั่งอยู่หรอกนะ แต่พอเดินออกมาจากร้านเนี่ยอ่ะดิ ขนลุกเลย
>>>>>เปลี่ยว มืด น่ากลัวสุดๆ ดีนะที่วันนั้นมีเพื่อนเดินไปส่งที่รถ
>>>>>ไม่งั้นคงได้นอนที่ร้านนั้นเลยแน่ๆ
>>>>>แล้วความรู้สึกไม่ถูกชะตากับไอ้โครงการนี้ก็เป็นจริงขึ้นมา
>>>>>เมื่อเราไปเจอแม่บ้านที่ออฟฟิศของเรานั่งร้องไห้อยู่หน้าห้องน้ำ
>>>>>คุณป้าคนนี้เป็นคนดีมาก ทุกคนที่นี่รักแกทุกคน พอพวกเราเห็นแกนั่งร้องไห้
>>>>>ก็เลยไปสอบถามกันใหญ่ เลยได้ความว่า ป้าแกมีลูกสาวอยู่ 1 คน อายุ 18 ปี
>>>>>เพิ่งเข้ามหาลัยปีนี้ ขอใช้นามสมมุติว่าน้องฝ้ายแล้วกัน
>>>>>เท่าที่เราจำได้ตอนที่น้องเค้ามาช่วยป้าทำงาน น้องฝ้ายคนนี้หน้าตาน่ารัก
>>>>>กิริยามารยาทเรียบร้อย ดูเป็นเด็กขยันทีเดียว แล้ว
>>>>>เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
>>>>>น้องเค้าขออนุญาตป้าไปทานวันเกิดเพื่อนที่ร้านพวกหมูย่างเกาหลีในโครงการแห่งนี้
>>>>>บอกว่าจะกลับบ้านตอนสามทุ่ม แต่จนแล้วจนรอดน้องคนนี้ก็ยังไม่ถึงบ้าน
>>>>>พอตีสองก็มีโทรศัพท์มาบอกป้าให้ไปที่โครงการด่วน เมื่อป้าไปถึง
>>>>>ป้าก็เจอกับชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งและเพื่อนๆของน้องฝ้าย (หญิง 2 กระเทย 1 )
>>>>>พวกชายฉกรรจ์พวกนั้นก็บังคับให้ป้ากับเพื่อนๆของฝ้ายเข้าไปในห้องเล็กๆมืดๆท ี่อยู่ในโครงการ
>>>>>แล้วก็ปิดประตูแล้วบอกให้รอ เดี๋ยวจะมีคนมาคุยด้วย เพื่อนๆของฝ้ายเล่าว่า
>>>>>ฝ้ายขอตัวกลับตั้งแต่ตอนสามทุ่ม แล้วพวกเค้าก็นั่งกินกันต่อ
>>>>>จนห้าทุ่มก็เดินออกจากร้านกำลังจะไปขึ้นรถที่ถนนหน้าโครงการ
>>>>>แล้วก็เห็นกระเป๋าสะพายของฝ้ายตกอยู่ตรงตรอกทางเข้าร้านค้าในโครงการ
>>>>>ข้างๆเป็นผู้ชายท่าทางน่ากลัวนั่งสูบบุหรี่กันอยู่สามคน
>>>>>เพื่อนๆของฝ้ายเห็นท่าไม่ดีจึงยืนสังเกตการณ์อยู่
>>>>>ซักพักก็มีผู้ชายเดินออกมาจากตรอกอีกสองคน
>>>>>แล้วสองคนที่นั่งสูบบุหรี่ก็เดินเข้าไปในตรอก
>>>>>เพื่อนๆของฝ้ายมั่นใจว่าต้องมีอะไรไม่ดีเกิดขึ้นกับฝ้ายแน่ๆ
>>>>>ก็เลยเดินเข้าไป เพื่อที่จะเข้าไปดูในตรอกว่าเกิดอะไรขึ้น
>>>>>ผู้ชายกลุ่มนั้นเห็นพวกๆน้องเดินเข้ามาก็ตกใจ ถามว่า "พวกมงจะไปไหน"
>>>>>แล้วน้องกะเทยก็ตะโกนออกมาว่า "กูจะไปหาเพื่อน" เท่านั้นแหล่ะ
>>>>>พวกมันก็เรียกพรรคพวกที่เหลืออยู่ในตรอกออกมาช่วยกันจับตัวพวกน้องเค้าไว้แล้วพาเข้าไปในตรอกร้านค้านั้น
>>>>>แล้วพวกน้องเค้าก็เห็นร่างของน้องฝ้ายเปลือยเปล่า มีรอยฟกช้ำตามตัว
>>>>>พวกมันซ้อมแล้วก็เรียงคิวกันข่มขืนน้องฝ้าย
>>>>>แล้วพวกมันก็บังคับให้พวกน้องเค้าโทรเรียกผู้ปกครองของน้องฝ้ายออกมาเจอเพื่อประนีประนอมกัน
>>>>>ด้วยความกลัว พวกน้องเค้าก็เลยโทรตามป้าออกมา
>>>>>หลังจากที่ป้ากับเพื่อนน้องฝ้ายถูกขังอยู่ประมาณสามสิบห้านาที
>>>>>ก็มีผู้หญิงคนนึงเข้ามาคุยด้วย ป้าบอกว่าผู้หญิงคนนี้หน้าตาดี แต่งตัวดู
>>>>>ดูเป็นผู้ดีมีสกุล ตัดผมซอยสั้น แต่ผมขาวทั้งหัวเลย
>>>>>เธอเดินเข้ามาถามป้าว่า "จะเอาเท่าไหร่ จะได้จบๆกันไปซะที
>>>>>คนอื่นจะได้กลับไปหลับไปนอน ชั้นเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว" เท่านั้นแหล่ะ
>>>>>ป้าก็ร้องโฮเลย ตะโกนกลับไปว่า "มาทำลูกชั้นทำไม"
>>>>>ยายหัวขาวคนนั้นก็ไม่ฟังอะไร หยิบแบงค์พันมาห้าใบ
>>>>>แล้วก็โยนลงที่พื้นตรงหน้าป้า แล้วก็เดินออกไป
>>>>>ซักพักพวกผู้ชายชั่วพวกนั้นก็เข้ามาแล้วขู่ว่า "เล่นกับใครไม่เล่น
>>>>>ถ้ามงไม่ยอมจบ พวกกูก็ไม่ยอมจบเหมือนกัน" แล้วมันก็เดินออกไปกันหมด
>>>>>พอป้ากับเพื่อนๆน้องฝ้ายตั้งสติได้ก็ช่วยกันไปพยุงร่างน้องฝ้าย
>>>>>ใส่เสื้อผ้ากลับคืนให้แล้วช่วยกันพาไปเรียกรถแท็กซี่เพื่อจะไปโรงพยาบาลและแจ้งความ
>>>>>แค่ปรากฏว่าถูกพวกมันขับรถตามตลอดทาง ก็เลยไม่มีใครกล้าทำอะไร
>>>>>ได้แต่พาไปหาหมอที่คลินิกแล้วกลับมาที่บ้านป้ากัน
>>>>>ซึ่งพวกมันก็ยังขับรถตามมาจอดรอที่หน้าบ้านอีก วันรุ่งขึ้น
>>>>>เพื่อนของฝ้ายคนที่เป็นกะเทย (คาดว่าคงกล้าที่สุดในกลุ่ม)
>>>>>ก็กลับไปที่จตุจักรพระรามสามอีกครั้ง
>>>>>เพื่อจะไปคุยกับยามว่าเห็นเหตุการณ์หรือจำอะไรได้บ้าง
>>>>>ตอนแรกยามที่นั่นก็ไม่กล้าอะไร บอกไม่รู้ไม่เ ห็นอะไรทั้งนั้น
>>>>>แต่พอน้องกะเทยปล่อยโฮให้เห็นเท่านั้นแหล่ะ
>>>>>พวกพี่ยามก็ใจอ่อนเล่าให้ฟังว่า เรื่องแบบนี้เกิดที่นี่มาหลายครั้งแล้ว
>>>>>ทุกครั้งก็จบไปแบบไม่มีใครเอาความ เพราะกลัวถูกขู่ฆ่ากันหมด
>>>>>ส่วนยายหัวขาวคนนั้น ก็คือเจ้าของของโครงการจตุจักรพระรามสามที่นี่
>>>>>ส่วนพวกผู้ชายอุบาทว์พวกนั้นเป็นพวกลิ่วล้อของลูกผู้ดีมีกะตังค์ที่มากินมาเที่ยวที่ร้านอาหารริมน้ำในโครงการนี้
>>>>>พอเหล้าเข้าปาก เห็นผู้หญิงเดินคนเดียว
>>>>>ไอ้พวกลูกน้องพวกนี้ก็จะโทรเรียกนายมันออกมา แล้วก็....นะ ไม่อยากพูดเลย
>>>>>เอาเป็นว่าพอนายมันกลับเข้าไป ก็ถึงคิวพวกลูกน้องพวกนี้ต่อ
>>>>>แล้วอียายหัวขาวนั่นก็จะต้องคอยมาเคลียร์
>>>>>มาเอาเงินฟาดหัวทุกครั้งที่มีเรื่องเกิดขึ้น เล่าไปป้าก็ร้องไห้ไป
>>>>>บอกว่าตอนนี้น้องฝ้ายกลัวมาก ไม่กล้าออกไปไหนจากห้องเลย
>>>>>ป้าก็ไม่รู้ว่าจะทำยังงัย จะกลัวตายดี หรือว่าจะเรียกร้องความยุติธรรมดี
>>>>>หรือว่าจะให้เรื่องมันเงียบๆไปแล้วพาน้องฝ้ายหนีไปอยู่ต่างจังหวัด
>>>>>เราก็ไม่รู้จะช่วยป้ากับน้องฝ้ายยังงัยดี
>>>>>แต่ก็อยากเตือนทุกคนว่าให้ระวังตัวให้ดี ถ้าจะไปไอ้โครงการชั่วๆนี่
>>>>>เราเป็นคนนึงแหล่ะที่จะไม่กลับไปเหยียบที่นี่อีกเด็ดขาด
Rabbit VS. Turtle
-
- Verified User
- โพสต์: 2712
- ผู้ติดตาม: 0
นี่คือ สาเหตุที่ คดีข่มขืน ไม่หมดไปเสียที
โพสต์ที่ 12
มีข้อคิดเห็นที่ได้จากการไปประเทศญี่ปุ่นนะครับ
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ค่อนข้างจะ ไม่ค่อยปิดบังเรื่องนี้มากนัก
ไป 7 - 11 ยังพบหนังสือโป๊ให้อ่านเลยครับ
ร้านขาย DVD ก็เกลื่อน sex shop ก็มี
แต่ว่า
คดีข่มขืนของเขาแทบไม่มี (แต่ฆ่าตัวตายมาก เพราะเครียด?)
มันเพราะอะไรเอ่ย
.... น่าคิดนะครับ
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ค่อนข้างจะ ไม่ค่อยปิดบังเรื่องนี้มากนัก
ไป 7 - 11 ยังพบหนังสือโป๊ให้อ่านเลยครับ
ร้านขาย DVD ก็เกลื่อน sex shop ก็มี
แต่ว่า
คดีข่มขืนของเขาแทบไม่มี (แต่ฆ่าตัวตายมาก เพราะเครียด?)
มันเพราะอะไรเอ่ย
.... น่าคิดนะครับ
อย่าลืมให้เวลากับครอบครัว และสังคมรอบๆข้างของคุณนะครับ
มีสติ และมีความสุขกับการลงทุนนะครับผม
นักลงทุนที่เก่งที่สุดมิใช่คนที่ซื้อขายไวที่สุด
แต่คือคนที่นำสติกลับมาได้เร็วที่สุด
หลายครั้งส่งคำสั่งซื้อทางไปรษณีย์ได้ผลตอบแทนมากกว่าซื้อผ่านnetหากเราขาดสติ
มีสติ และมีความสุขกับการลงทุนนะครับผม
นักลงทุนที่เก่งที่สุดมิใช่คนที่ซื้อขายไวที่สุด
แต่คือคนที่นำสติกลับมาได้เร็วที่สุด
หลายครั้งส่งคำสั่งซื้อทางไปรษณีย์ได้ผลตอบแทนมากกว่าซื้อผ่านnetหากเราขาดสติ
-
- Verified User
- โพสต์: 4596
- ผู้ติดตาม: 0
นี่คือ สาเหตุที่ คดีข่มขืน ไม่หมดไปเสียที
โพสต์ที่ 13
[quote="noooon010"]มีข้อคิดเห็นที่ได้จากการไปประเทศญี่ปุ่นนะครับ
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ค่อนข้างจะ ไม่ค่อยปิดบังเรื่องนี้มากนัก
ไป 7 - 11 ยังพบหนังสือโป๊ให้อ่านเลยครับ
ร้านขาย DVD ก็เกลื่อน sex shop ก็มี
แต่ว่า
คดีข่มขืนของเขาแทบไม่มี (แต่ฆ่าตัวตายมาก เพราะเครียด?)
มันเพราะอะไรเอ่ย
....
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ค่อนข้างจะ ไม่ค่อยปิดบังเรื่องนี้มากนัก
ไป 7 - 11 ยังพบหนังสือโป๊ให้อ่านเลยครับ
ร้านขาย DVD ก็เกลื่อน sex shop ก็มี
แต่ว่า
คดีข่มขืนของเขาแทบไม่มี (แต่ฆ่าตัวตายมาก เพราะเครียด?)
มันเพราะอะไรเอ่ย
....
สีลํ พลํ อปฺปฏิมํ สีลํ อาวุธมุตฺตมํ
สีลํ อาภรณํ เสฏฺฐํ สีลํ กวจมพฺภุตํ
ศีลเป็นกำลังไม่มีที่เปรียบ ศีลเป็นอาวุธสูงสุด
ศีลเป็นเครื่องประดับอย่างประเสริฐสุด ศีลเป็นเกราะอย่างอัศจรรย์
สีลํ อาภรณํ เสฏฺฐํ สีลํ กวจมพฺภุตํ
ศีลเป็นกำลังไม่มีที่เปรียบ ศีลเป็นอาวุธสูงสุด
ศีลเป็นเครื่องประดับอย่างประเสริฐสุด ศีลเป็นเกราะอย่างอัศจรรย์
-
- Verified User
- โพสต์: 2712
- ผู้ติดตาม: 0
นี่คือ สาเหตุที่ คดีข่มขืน ไม่หมดไปเสียที
โพสต์ที่ 14
คือผมไม่ได้บอกว่าให้เปิดเสรีทางเพศ แบบ sex shop นะครับ
แต่อยากจะให้ "คิด" ว่าทำไมบ้านเขา มันเกิดเหตุข่มขืนน้อยกว่าหลายๆประเทศมากๆ (แทบจะน้อยที่สุดในโลกนะครับ)
ถ้าใครมี idea ดีๆ ผู้เกี่ยวข้องไปพัฒนาต่อก็ดีนะครับ
นอกจากเรื่องข่มขืน จริงๆ ถ้ามีทางออกสำหรับการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ด้วยก็จะดีนะครับ
(ที่ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่นก็ทำเรื่อง OSCC มาหลายปี ได้ผลดีน่าพอใจมากครับ)
(เรื่องพวกนี้เป็นเรื่อง sensitive ต้องค่อยๆพูดกันครับ)
แต่อยากจะให้ "คิด" ว่าทำไมบ้านเขา มันเกิดเหตุข่มขืนน้อยกว่าหลายๆประเทศมากๆ (แทบจะน้อยที่สุดในโลกนะครับ)
ถ้าใครมี idea ดีๆ ผู้เกี่ยวข้องไปพัฒนาต่อก็ดีนะครับ
นอกจากเรื่องข่มขืน จริงๆ ถ้ามีทางออกสำหรับการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ด้วยก็จะดีนะครับ
(ที่ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่นก็ทำเรื่อง OSCC มาหลายปี ได้ผลดีน่าพอใจมากครับ)
(เรื่องพวกนี้เป็นเรื่อง sensitive ต้องค่อยๆพูดกันครับ)
อย่าลืมให้เวลากับครอบครัว และสังคมรอบๆข้างของคุณนะครับ
มีสติ และมีความสุขกับการลงทุนนะครับผม
นักลงทุนที่เก่งที่สุดมิใช่คนที่ซื้อขายไวที่สุด
แต่คือคนที่นำสติกลับมาได้เร็วที่สุด
หลายครั้งส่งคำสั่งซื้อทางไปรษณีย์ได้ผลตอบแทนมากกว่าซื้อผ่านnetหากเราขาดสติ
มีสติ และมีความสุขกับการลงทุนนะครับผม
นักลงทุนที่เก่งที่สุดมิใช่คนที่ซื้อขายไวที่สุด
แต่คือคนที่นำสติกลับมาได้เร็วที่สุด
หลายครั้งส่งคำสั่งซื้อทางไปรษณีย์ได้ผลตอบแทนมากกว่าซื้อผ่านnetหากเราขาดสติ
-
- Verified User
- โพสต์: 4596
- ผู้ติดตาม: 0
นี่คือ สาเหตุที่ คดีข่มขืน ไม่หมดไปเสียที
โพสต์ที่ 16
เครียดแล้วทำมันต้อง คิดฆ่าตัวตายครับ
มันบาปมากๆนะครับ
มันบาปมากๆนะครับ
สีลํ พลํ อปฺปฏิมํ สีลํ อาวุธมุตฺตมํ
สีลํ อาภรณํ เสฏฺฐํ สีลํ กวจมพฺภุตํ
ศีลเป็นกำลังไม่มีที่เปรียบ ศีลเป็นอาวุธสูงสุด
ศีลเป็นเครื่องประดับอย่างประเสริฐสุด ศีลเป็นเกราะอย่างอัศจรรย์
สีลํ อาภรณํ เสฏฺฐํ สีลํ กวจมพฺภุตํ
ศีลเป็นกำลังไม่มีที่เปรียบ ศีลเป็นอาวุธสูงสุด
ศีลเป็นเครื่องประดับอย่างประเสริฐสุด ศีลเป็นเกราะอย่างอัศจรรย์