ผมจะอุ้มคุณทุกเช้าจนกว่าเราจะแก่
-
- Verified User
- โพสต์: 1961
- ผู้ติดตาม: 0
ผมจะอุ้มคุณทุกเช้าจนกว่าเราจะแก่
โพสต์ที่ 1
ในวันแต่งงานของผม
ผมจูงมือภรรยาของผมในอ้อมแขน รถแต่งงานจอดหน้าที่พักของเรา เพื่อนเจ้าบ่าวบอกผมว่า...ผมควรจะอุ้มเธอเข้าไปในบ้าน ดังนั้นผมจึงทำตาม เธอเขินอายในอ้อมแขนผม
ผมช่างเป็นเจ้าบ่าวที่มีความสุขที่สุดในโลก...นี่เป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้วสิบปี ในวันถัดๆ มาทุกอย่างก็เหมือนเดิม เรามีลูกด้วยกัน...ผมทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะหาเงินมาจุนเจือครอบครัว...
เมื่อเราเริ่มมีฐานะที่ดีขึ้น... ความห่างของเราก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน...
ทุก ๆเช้าเราออกจากบ้านไปด้วยกันแล้วก็ถึงบ้านเวลาเดียวกัน ลูกเราเรียนที่โรงเรียนใกล้บ้าน
ดูเหมือนความรักของเราช่างน่าอิจฉายิ่งนัก... แต่แล้ว ความสงบสุขก็เริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างมิได้คาดหมาย
เจนเข้ามาในชีวิตของผม... ผมยืนอยู่ที่ระเบียงบ้าน...เจนเข้ามาสวมกอดผมจากด้านหลัง.. หัวใจผมเต้นแรงด้วยความรัก ที่นี่...เป็นอพาร์เมนท์ที่ผมซื้อให้เธอ...
เธอบอกว่า คุณเป็นผู้ชายที่ผู้หญิงทุกคนถวิลหา...คำพูดของเธอทำให้ผมนึกถึงภรรยาผม...
ตอนที่เราแต่งงานกันใหม่ ๆ เธอบอกว่า วันที่คุณประสบความสำเร็จ
ผู้ชายอย่างคุณจะมีแต่ผู้หญิงวิ่งเข้ามาหา... ผมเริ่มรู้สึกลังเล... ผมรู้ว่าผมกำลังทรยศภรรยาผมแต่ผมก็ได้ทำลงไปแล้ว ผมปลีกตัวออกจากเจน
วันนี้คุณไปเลือกเฟอร์นิเจอร์เองแล้วกันน๊ะ ผมต้องเข้าออฟฟิศ แน่นอน...เธอไม่ค่อยพอใจนักเพราะผมสัญญากับเธอว่าเราจะ
ไปด้วยกัน...ในตอนนั้น...
ความรู้สึกถึงการหย่าร้างเริ่มวิ่งเข้ามาในความคิดผม...ทั้งที่จริงๆ แล้ว
ผมไม่เคยมีความคิดนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว
แต่ผมก็พบว่าเป็นเรื่องยากที่จะบอกกับภรรยาของผมไม่ว่าผมจะพูดกับเธอดีสักเพียงใด เธอจะต้องเจ็บปวดใจอย่างแน่นอน จริง ๆ แล้วเธอเป็นภรรยาที่ดีมาก ทุก ๆ เย็นเธอจะวุ่นวายกับการทำอาหาร ในขณะที่ผมนั่งอยู่หน้าทีวี ทานอาหารเสร็จเราก็นั่งดูทีวีด้วยกัน... หรือ...ถ้าผมจะเลือกเป็น...นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์...มองเรือนร่างอันงดงามของเจน...
ช่างเป็นอะไรที่หน้าฝันถึงเสียจริง
วันนึงผมพูดทีเล่นทีจริงกับภรรยาของผมว่าจะเธอจะทำยังงัย
ถ้าเราหย่ากัน? เธอจ้องมองผมอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน...และเธอก็ไม่ได้ตอบว่าอะไร..เธอมั่นใจว่าการหย่าเป็นเรื่องที่ไกลตัวเธอมาก
ผมนึกภาพไม่ออกเลยว่าหากเธอรู้ว่าเรื่องที่ผมกำลังพูดอยู่นั้นเป็นเรื่องจริง
เธอจะเป็นอย่างไร
วันนึงภรรยาผมมาที่ออฟฟิศสวนทางกับเจนที่เพิ่งจะออกไปพอดี...
พนักงานทุกคนทำหน้าตาเลิ่กลั้ก...
เหมือนกำลังพยายามซ่อนอะไรบางอย่างจากเธอ เธอเหมือนจะรับรู้มันได้... แต่เธอก็ยิ้มน้อย ๆ กับพนักงานทุกคน แต่ผมก็สังเกตุเห็นแววตาที่เจ็บปวดของเธอภายใต้รอยยิ้มนั้น
ในที่สุด...เจนก็บอกกบผมว่า...หย่ากับเธอน๊ะ..แล้วเราอยู่ด้วยกัน
ผมพยักหน้า.... ผมจะลังเลอีกต่อไปไม่ได้อีกแล้ว... ผมตัดสินใจบอกภรรยาผมในอาหารค่ำ..ผมมีอะไรจะบอกคุณ...
เธอนั่งทานอาหารอย่างเงียบ ๆ...ผมสังเกตุเห็นแววตาอันเจ็บปวดของเธอ
มันทำให้ผมพูดในสิ่งที่ผมต้องการพูดไม่ออก...แต่ท้ายที่สุดผมก็พูดออกไป
ผมต้องการหย่า...เธอดูไม่ตกใจกับสิ่งที่ผมเพิ่งจะพูดออกไปเลย...
ผมย้ำกับเธออีกครั้ง...เธอเขวี้ยงตะเกียบในมือทิ้ง...แล้วตะโกนใส่หน้าผมว่า
คุณมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย...เราไม่ได้คุยกันอีกเลยคืนนั้น...
เธอร้องไห้อย่างหนัก...ผมรู้ว่าเธออยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตแต่งงาน
ของเรา...แต่ผมเองไม่สามารถหาคำตอบให้กับตัวเองได้
เป็นเพราะใจผมได้ให้เจนไปหมดแล้วงั้นเหรอ ผมคงไม่สามารถบอกเธออย่างนั้นได้ มันจะทำให้ผมรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก
ผมร่างสัญญาการหย่าร้างขึ้น...ระบุว่า..เธอเป็นเจ้าของบ้าน...
ทุก ๆ อย่างในบ้าน ทั้งรถ... หุ้นบริษัท 30% ผมยกให้เธอหมด...
เธอเหลือบมองกระดาษที่ผมร่างขึ้นแล้วฉีกมันทิ้ง มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น ผู้หญิงที่ผมอยู่ด้วยมาเป็นระยะเวลาสิบปีกลายเป็นคนแปลกหน้ากันภายในหนึ่งวัน ผมไม่สามารถคืนคำที่ผมพูดไปได้...
เธอร้องไห้ด้วยความเสียใจอย่างที่สุด
สำหรับผมแล้ว...การร้องไห้ของเธอเหมือนเป็นการปลดปล่อยความสับสนของตัวผมเอง หลังจากที่ผมกลุ้มใจกับการตัดสินใจครั้งนี้ของผม
ในที่สุดมันก็เป็นรูปธรรมขึ้นมาจริง ๆ เสียทีคืนนั้น...
ผมกลับถึงบ้านค่อนข้างดึก...เห็นเธอเขียนอะไรบางอย่างบนโต๊ะ
ผมหลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความเพลีย...ผมตื่นขึ้นมาอีกทีแล้วพบว่า
เธอเขียนเงื่อนไขการหย่าร้างว่าเธอไม่ต้องการสิ่งใดจากผม
แต่เธอต้องการให้ผมให้เวลาเธอหนึ่งเดือนเพื่อตั้งตัวสำหรับการหย่า
และในช่วงระยะเวลาหนึ่งเดือนนั้นทุกอย่างต้องดำเนินไปตามปกติ
ด้วยเหตุผลที่ว่าเธอต้องการให้ลูกจบการศึกษาซึ่งกำลังจะมาถึงเสียก่อน
เธอไม่อยากให้ลูกต้องเห็นความล้มเหลวในการแต่งงานของพ่อแม่
ก่อนเวลานั้นจะมาถึง
รัชต์ คุณจำได้มั๊ย...วันที่เราแต่งงานกัน คุณประคองชั้นไว้ในอ้อมกอดในวันที่เราเข้าเรือนหอ...ผมพยักหน้า...นั่นเป็นความทรงจำที่ดีที่สุดของชั้น...ชั้นมีเรื่องขอร้อง...ชั้นอยากให้คุณประคองชั้นไว้ในอ้อมกอดจากห้องนอนไปถึงด้านล่างทุกวันนับจากวันนี้ ไปจนถึงวันที่เราต้องแยกจากกัน
ผมยอมรับด้วยความเต็มใจ...ผมรู้ดีว่าเธอคิดถึงวันดีๆ เหล่านั้น...
และเธอต้องการให้ชีวิตการแต่งงานเธอจบลงด้วยความทรงจำที่ดี
ผมบอกเจนถึงเงื่อนไขที่ภรรยาผมตั้งขึ้นในการหย่าร้าง...เธอหัวเราะถึงความไร้สาระของเงื่อนไข...ภรรยาผมบอกกับผมว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม เธอจะต้องยอมรับผลของการหย่าร้างให้ได้...คำพูดของเธอทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างยิ่ง....
เราไม่ได้ถูกต้องตัวกันเลยนับแต่วันที่ผมขอเธอหย่า...ความจริงเหมือนจะเป็นคนแปลกหน้าต่อกันด้วยซ้ำไป...พอถึงวันที่ผมประคองเธอลงจากห้องวันแรก...มันจึงทำให้ผมทำตัวไม่ถูก...ลูกชายเราตบมือ แล้วพูดด้วยความดีใจว่า ว้าว... วันนี้พ่ออุ้มแม่ลงจากห้องด้วย...
มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น...
เธอบอกว่าอย่าบอกลูกเราถึงเรื่องของเรา ผมพยักหน้า...ด้วยความรู้สึกผิดอย่างเต็มเปี่ยม...ผมขับรถไปส่งเธอที่ป้ายรถเมล์ แล้วเลยไปออฟฟิศ
วันถัดมา...ความรู้สึกขัดเขินเริ่มน้อยลงไป...เธอซบบนอกผม เราใกล้ชิดกันมากจนผมได้กลิ่นน้ำหอมของเธอ...ผมถึงได้ตระหนักว่า...เธอไม่ใช่เด็กสาวอีกต่อไปแล้ว...เธอเริ่มมีริ้วรอยบนใบหน้ามากขึ้น
ในวันที่สาม...เธอกระซิบบอกผมว่าสวนกำลังรื้ออยู่ให้เดินระวังด้วย
ในวันที่สี่...มันช่างเหมือนกับว่าเราเป็นคู่รักที่หวานชื่นมาก
ภาพของเจนเริ่มเลือนลางไป.วันที่ห้าและหก...เธอคอยเตือนผมในเรื่อง
เล็กๆน้อยๆ เช่นเธอวางเตารีดไว้ที่ไหน ผมควรจะระวังอะไรบ้างตอนทำอาหารและอื่นๆ อีกมากมาย...ความสนิทสนมของเราเพิ่มมากขึ้นทุกที
ผมไม่ได้บอกเจนถึงเรื่องนี้เลย
ผมรู้สึกว่าผมอุ้มเธอง่ายขึ้นทุกวันโดยไม่ได้สังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงในตัวเธอเลย หรือบางทีคงเป็นเพราะผมแข็งแรงขึ้น...แต่แล้วผมก็พบว่ามันไม่ใช่อย่างที่ผมคิด...เป็นเพราะว่าเธอผอมลงจนไม่สามารถใส่เสื้อผ้าเดิมได้นั่นต่างหากที่ทำให้ผมอุ้มเธอได้ง่ายขึ้น ผมรู้ดีว่าเธอพยายามซ่อนความขมขื่นเอาไว้ ลูกของเราร้องขึ้นว่าพ่อได้เวลาอุ้มแม่แล้วน๊ะ..สำหรับลูกแล้ว...
การได้เห็นพ่ออุ้มแม่เป็น ภาพที่เขามีความสุขที่สุด...
เธอเอื้อมมือไปกอดลูกไว้แน่น...
ผมทนมองภาพนั้นไม่ได้จริงๆ ผมกลัวว่าผมจะเปลี่ยนใจในวินาทีสุดท้าย
และแล้ววันสุดท้ายก็มาถึง....ผมอุ้มเธอไว้ในอ้อมกอด...เท้าผมแทบจะก้าวไม่ออก...เธอบอกกับผมว่า...ความจริงแล้ว... ชั้นอยากให้คุณอุ้มชั้นไปจนเราแก่เถ้า...ผมกอดเธอแน่น...และผมก็ตระหนักว่า...
ชีวิตคู่ของเราขาดการดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน ผมขึ้นรถทันทีเพื่อจะไปยังจุดหมายใหม่...ผมลังเลเล็กน้อย...แต่ในที่สุดแล้ว ผมก็มาพบเจนจนได้...เธอเปิดประตูออก...ผมบอกเธอว่า เจนผมขอโทษ...ผมจะไม่หย่า...เธอมองหน้าผม แตะหน้าผากผม คุณสบายดีหรือเปล่า
เจน...ผมขอโทษ...ผมขอโทษจริง ๆ... ผมจะไม่หย่ากับภรรยาผม...
ชีวิตการแต่งงานของเราน่าเบื่อมันเป็นเพราะผมไม่ได้ให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กน้อย...ผมขาดการเอาใจใส่ในตัวเธอ....มันไม่ได้หมายความว่าเราไม่ได้รักกัน...ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่าตั้งแต่วันที่ผมอุ้มเธอเข้าบ้าน...
เธอมีลูกให้ผม..ผมควรจะประคองเธอไปจนแก่...
เจนตบหน้าผมอย่างแรงและกระแทกประตูใส่ผม....ระหว่างทาง
กลับบ้านผมแวะร้านดอกไม้...พนักงานขายดอกไม้ถามว่าจะเขียนว่าอะไร...
ผมให้เธอเขียนว่า...
"ผมจะอุ้มคุณทุกเช้าจนกว่าเราจะแก่"
credit
ประมุขขวัญ @ pantip.com
ผมจูงมือภรรยาของผมในอ้อมแขน รถแต่งงานจอดหน้าที่พักของเรา เพื่อนเจ้าบ่าวบอกผมว่า...ผมควรจะอุ้มเธอเข้าไปในบ้าน ดังนั้นผมจึงทำตาม เธอเขินอายในอ้อมแขนผม
ผมช่างเป็นเจ้าบ่าวที่มีความสุขที่สุดในโลก...นี่เป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้วสิบปี ในวันถัดๆ มาทุกอย่างก็เหมือนเดิม เรามีลูกด้วยกัน...ผมทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะหาเงินมาจุนเจือครอบครัว...
เมื่อเราเริ่มมีฐานะที่ดีขึ้น... ความห่างของเราก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน...
ทุก ๆเช้าเราออกจากบ้านไปด้วยกันแล้วก็ถึงบ้านเวลาเดียวกัน ลูกเราเรียนที่โรงเรียนใกล้บ้าน
ดูเหมือนความรักของเราช่างน่าอิจฉายิ่งนัก... แต่แล้ว ความสงบสุขก็เริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างมิได้คาดหมาย
เจนเข้ามาในชีวิตของผม... ผมยืนอยู่ที่ระเบียงบ้าน...เจนเข้ามาสวมกอดผมจากด้านหลัง.. หัวใจผมเต้นแรงด้วยความรัก ที่นี่...เป็นอพาร์เมนท์ที่ผมซื้อให้เธอ...
เธอบอกว่า คุณเป็นผู้ชายที่ผู้หญิงทุกคนถวิลหา...คำพูดของเธอทำให้ผมนึกถึงภรรยาผม...
ตอนที่เราแต่งงานกันใหม่ ๆ เธอบอกว่า วันที่คุณประสบความสำเร็จ
ผู้ชายอย่างคุณจะมีแต่ผู้หญิงวิ่งเข้ามาหา... ผมเริ่มรู้สึกลังเล... ผมรู้ว่าผมกำลังทรยศภรรยาผมแต่ผมก็ได้ทำลงไปแล้ว ผมปลีกตัวออกจากเจน
วันนี้คุณไปเลือกเฟอร์นิเจอร์เองแล้วกันน๊ะ ผมต้องเข้าออฟฟิศ แน่นอน...เธอไม่ค่อยพอใจนักเพราะผมสัญญากับเธอว่าเราจะ
ไปด้วยกัน...ในตอนนั้น...
ความรู้สึกถึงการหย่าร้างเริ่มวิ่งเข้ามาในความคิดผม...ทั้งที่จริงๆ แล้ว
ผมไม่เคยมีความคิดนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว
แต่ผมก็พบว่าเป็นเรื่องยากที่จะบอกกับภรรยาของผมไม่ว่าผมจะพูดกับเธอดีสักเพียงใด เธอจะต้องเจ็บปวดใจอย่างแน่นอน จริง ๆ แล้วเธอเป็นภรรยาที่ดีมาก ทุก ๆ เย็นเธอจะวุ่นวายกับการทำอาหาร ในขณะที่ผมนั่งอยู่หน้าทีวี ทานอาหารเสร็จเราก็นั่งดูทีวีด้วยกัน... หรือ...ถ้าผมจะเลือกเป็น...นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์...มองเรือนร่างอันงดงามของเจน...
ช่างเป็นอะไรที่หน้าฝันถึงเสียจริง
วันนึงผมพูดทีเล่นทีจริงกับภรรยาของผมว่าจะเธอจะทำยังงัย
ถ้าเราหย่ากัน? เธอจ้องมองผมอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน...และเธอก็ไม่ได้ตอบว่าอะไร..เธอมั่นใจว่าการหย่าเป็นเรื่องที่ไกลตัวเธอมาก
ผมนึกภาพไม่ออกเลยว่าหากเธอรู้ว่าเรื่องที่ผมกำลังพูดอยู่นั้นเป็นเรื่องจริง
เธอจะเป็นอย่างไร
วันนึงภรรยาผมมาที่ออฟฟิศสวนทางกับเจนที่เพิ่งจะออกไปพอดี...
พนักงานทุกคนทำหน้าตาเลิ่กลั้ก...
เหมือนกำลังพยายามซ่อนอะไรบางอย่างจากเธอ เธอเหมือนจะรับรู้มันได้... แต่เธอก็ยิ้มน้อย ๆ กับพนักงานทุกคน แต่ผมก็สังเกตุเห็นแววตาที่เจ็บปวดของเธอภายใต้รอยยิ้มนั้น
ในที่สุด...เจนก็บอกกบผมว่า...หย่ากับเธอน๊ะ..แล้วเราอยู่ด้วยกัน
ผมพยักหน้า.... ผมจะลังเลอีกต่อไปไม่ได้อีกแล้ว... ผมตัดสินใจบอกภรรยาผมในอาหารค่ำ..ผมมีอะไรจะบอกคุณ...
เธอนั่งทานอาหารอย่างเงียบ ๆ...ผมสังเกตุเห็นแววตาอันเจ็บปวดของเธอ
มันทำให้ผมพูดในสิ่งที่ผมต้องการพูดไม่ออก...แต่ท้ายที่สุดผมก็พูดออกไป
ผมต้องการหย่า...เธอดูไม่ตกใจกับสิ่งที่ผมเพิ่งจะพูดออกไปเลย...
ผมย้ำกับเธออีกครั้ง...เธอเขวี้ยงตะเกียบในมือทิ้ง...แล้วตะโกนใส่หน้าผมว่า
คุณมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย...เราไม่ได้คุยกันอีกเลยคืนนั้น...
เธอร้องไห้อย่างหนัก...ผมรู้ว่าเธออยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตแต่งงาน
ของเรา...แต่ผมเองไม่สามารถหาคำตอบให้กับตัวเองได้
เป็นเพราะใจผมได้ให้เจนไปหมดแล้วงั้นเหรอ ผมคงไม่สามารถบอกเธออย่างนั้นได้ มันจะทำให้ผมรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก
ผมร่างสัญญาการหย่าร้างขึ้น...ระบุว่า..เธอเป็นเจ้าของบ้าน...
ทุก ๆ อย่างในบ้าน ทั้งรถ... หุ้นบริษัท 30% ผมยกให้เธอหมด...
เธอเหลือบมองกระดาษที่ผมร่างขึ้นแล้วฉีกมันทิ้ง มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น ผู้หญิงที่ผมอยู่ด้วยมาเป็นระยะเวลาสิบปีกลายเป็นคนแปลกหน้ากันภายในหนึ่งวัน ผมไม่สามารถคืนคำที่ผมพูดไปได้...
เธอร้องไห้ด้วยความเสียใจอย่างที่สุด
สำหรับผมแล้ว...การร้องไห้ของเธอเหมือนเป็นการปลดปล่อยความสับสนของตัวผมเอง หลังจากที่ผมกลุ้มใจกับการตัดสินใจครั้งนี้ของผม
ในที่สุดมันก็เป็นรูปธรรมขึ้นมาจริง ๆ เสียทีคืนนั้น...
ผมกลับถึงบ้านค่อนข้างดึก...เห็นเธอเขียนอะไรบางอย่างบนโต๊ะ
ผมหลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความเพลีย...ผมตื่นขึ้นมาอีกทีแล้วพบว่า
เธอเขียนเงื่อนไขการหย่าร้างว่าเธอไม่ต้องการสิ่งใดจากผม
แต่เธอต้องการให้ผมให้เวลาเธอหนึ่งเดือนเพื่อตั้งตัวสำหรับการหย่า
และในช่วงระยะเวลาหนึ่งเดือนนั้นทุกอย่างต้องดำเนินไปตามปกติ
ด้วยเหตุผลที่ว่าเธอต้องการให้ลูกจบการศึกษาซึ่งกำลังจะมาถึงเสียก่อน
เธอไม่อยากให้ลูกต้องเห็นความล้มเหลวในการแต่งงานของพ่อแม่
ก่อนเวลานั้นจะมาถึง
รัชต์ คุณจำได้มั๊ย...วันที่เราแต่งงานกัน คุณประคองชั้นไว้ในอ้อมกอดในวันที่เราเข้าเรือนหอ...ผมพยักหน้า...นั่นเป็นความทรงจำที่ดีที่สุดของชั้น...ชั้นมีเรื่องขอร้อง...ชั้นอยากให้คุณประคองชั้นไว้ในอ้อมกอดจากห้องนอนไปถึงด้านล่างทุกวันนับจากวันนี้ ไปจนถึงวันที่เราต้องแยกจากกัน
ผมยอมรับด้วยความเต็มใจ...ผมรู้ดีว่าเธอคิดถึงวันดีๆ เหล่านั้น...
และเธอต้องการให้ชีวิตการแต่งงานเธอจบลงด้วยความทรงจำที่ดี
ผมบอกเจนถึงเงื่อนไขที่ภรรยาผมตั้งขึ้นในการหย่าร้าง...เธอหัวเราะถึงความไร้สาระของเงื่อนไข...ภรรยาผมบอกกับผมว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม เธอจะต้องยอมรับผลของการหย่าร้างให้ได้...คำพูดของเธอทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างยิ่ง....
เราไม่ได้ถูกต้องตัวกันเลยนับแต่วันที่ผมขอเธอหย่า...ความจริงเหมือนจะเป็นคนแปลกหน้าต่อกันด้วยซ้ำไป...พอถึงวันที่ผมประคองเธอลงจากห้องวันแรก...มันจึงทำให้ผมทำตัวไม่ถูก...ลูกชายเราตบมือ แล้วพูดด้วยความดีใจว่า ว้าว... วันนี้พ่ออุ้มแม่ลงจากห้องด้วย...
มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น...
เธอบอกว่าอย่าบอกลูกเราถึงเรื่องของเรา ผมพยักหน้า...ด้วยความรู้สึกผิดอย่างเต็มเปี่ยม...ผมขับรถไปส่งเธอที่ป้ายรถเมล์ แล้วเลยไปออฟฟิศ
วันถัดมา...ความรู้สึกขัดเขินเริ่มน้อยลงไป...เธอซบบนอกผม เราใกล้ชิดกันมากจนผมได้กลิ่นน้ำหอมของเธอ...ผมถึงได้ตระหนักว่า...เธอไม่ใช่เด็กสาวอีกต่อไปแล้ว...เธอเริ่มมีริ้วรอยบนใบหน้ามากขึ้น
ในวันที่สาม...เธอกระซิบบอกผมว่าสวนกำลังรื้ออยู่ให้เดินระวังด้วย
ในวันที่สี่...มันช่างเหมือนกับว่าเราเป็นคู่รักที่หวานชื่นมาก
ภาพของเจนเริ่มเลือนลางไป.วันที่ห้าและหก...เธอคอยเตือนผมในเรื่อง
เล็กๆน้อยๆ เช่นเธอวางเตารีดไว้ที่ไหน ผมควรจะระวังอะไรบ้างตอนทำอาหารและอื่นๆ อีกมากมาย...ความสนิทสนมของเราเพิ่มมากขึ้นทุกที
ผมไม่ได้บอกเจนถึงเรื่องนี้เลย
ผมรู้สึกว่าผมอุ้มเธอง่ายขึ้นทุกวันโดยไม่ได้สังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงในตัวเธอเลย หรือบางทีคงเป็นเพราะผมแข็งแรงขึ้น...แต่แล้วผมก็พบว่ามันไม่ใช่อย่างที่ผมคิด...เป็นเพราะว่าเธอผอมลงจนไม่สามารถใส่เสื้อผ้าเดิมได้นั่นต่างหากที่ทำให้ผมอุ้มเธอได้ง่ายขึ้น ผมรู้ดีว่าเธอพยายามซ่อนความขมขื่นเอาไว้ ลูกของเราร้องขึ้นว่าพ่อได้เวลาอุ้มแม่แล้วน๊ะ..สำหรับลูกแล้ว...
การได้เห็นพ่ออุ้มแม่เป็น ภาพที่เขามีความสุขที่สุด...
เธอเอื้อมมือไปกอดลูกไว้แน่น...
ผมทนมองภาพนั้นไม่ได้จริงๆ ผมกลัวว่าผมจะเปลี่ยนใจในวินาทีสุดท้าย
และแล้ววันสุดท้ายก็มาถึง....ผมอุ้มเธอไว้ในอ้อมกอด...เท้าผมแทบจะก้าวไม่ออก...เธอบอกกับผมว่า...ความจริงแล้ว... ชั้นอยากให้คุณอุ้มชั้นไปจนเราแก่เถ้า...ผมกอดเธอแน่น...และผมก็ตระหนักว่า...
ชีวิตคู่ของเราขาดการดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน ผมขึ้นรถทันทีเพื่อจะไปยังจุดหมายใหม่...ผมลังเลเล็กน้อย...แต่ในที่สุดแล้ว ผมก็มาพบเจนจนได้...เธอเปิดประตูออก...ผมบอกเธอว่า เจนผมขอโทษ...ผมจะไม่หย่า...เธอมองหน้าผม แตะหน้าผากผม คุณสบายดีหรือเปล่า
เจน...ผมขอโทษ...ผมขอโทษจริง ๆ... ผมจะไม่หย่ากับภรรยาผม...
ชีวิตการแต่งงานของเราน่าเบื่อมันเป็นเพราะผมไม่ได้ให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กน้อย...ผมขาดการเอาใจใส่ในตัวเธอ....มันไม่ได้หมายความว่าเราไม่ได้รักกัน...ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่าตั้งแต่วันที่ผมอุ้มเธอเข้าบ้าน...
เธอมีลูกให้ผม..ผมควรจะประคองเธอไปจนแก่...
เจนตบหน้าผมอย่างแรงและกระแทกประตูใส่ผม....ระหว่างทาง
กลับบ้านผมแวะร้านดอกไม้...พนักงานขายดอกไม้ถามว่าจะเขียนว่าอะไร...
ผมให้เธอเขียนว่า...
"ผมจะอุ้มคุณทุกเช้าจนกว่าเราจะแก่"
credit
ประมุขขวัญ @ pantip.com
- Ryuga
- Verified User
- โพสต์: 1771
- ผู้ติดตาม: 0
-
- Verified User
- โพสต์: 5786
- ผู้ติดตาม: 0
ผมจะอุ้มคุณทุกเช้าจนกว่าเราจะแก่
โพสต์ที่ 4
คุ้นๆว่าเคยอ่านที่ไหนน๊า...
น่าจะเป็นกระทู้ "พี่ san มีกิ๊ก" ...อิอิ
Post โดยพี่ Red Bull
อ่านแล้วชอบครับ
น่าจะเป็นกระทู้ "พี่ san มีกิ๊ก" ...อิอิ
Post โดยพี่ Red Bull
อ่านแล้วชอบครับ
"Winners never quit, and quitters never win."
- por_jai
- Verified User
- โพสต์: 14338
- ผู้ติดตาม: 0
ผมจะอุ้มคุณทุกเช้าจนกว่าเราจะแก่
โพสต์ที่ 6
8) น้องกล้วย พี่พอใจสังเกตุเองนะ ไม่รู้จริงหรือเปล่า
น้องกล้วย มักเข้ามาโพสกระทู้ที่ชื่อมันจะคลาสสิคหน่อยๆ
เกือบทุกกระทู้เลย
แสดงว่าน้องกล้วยต้องออกแนวคลาสสิคไม่มากก็น้อย...
พี่ว่าคนแบบนี้ โมแรนติคดีนะ
ใครได้ไปเป็นแฟน น่าอิจฉาตายเลย...........
น้องกล้วย มักเข้ามาโพสกระทู้ที่ชื่อมันจะคลาสสิคหน่อยๆ
เกือบทุกกระทู้เลย
แสดงว่าน้องกล้วยต้องออกแนวคลาสสิคไม่มากก็น้อย...
พี่ว่าคนแบบนี้ โมแรนติคดีนะ
ใครได้ไปเป็นแฟน น่าอิจฉาตายเลย...........
กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า