พระจตุคามรามเทพ จ.นครศรีธรรมราช

เชิญมาพักผ่อน คลายร้อนนั่งเล่น คุยกันเย็นๆ พร้อมเรื่องกีฬา สัพเพเหระ ทัศนะนานา ชีวิตชีวา สุขภาพทั่วไป บันเทิงขำขัน รอบเรื่องเมืองไทย ชวนเที่ยวที่ไหน อยากไปก็นัดมา ...โย่วๆ

ล็อคหัวข้อ
ภาพประจำตัวสมาชิก
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 18252
ผู้ติดตาม: 0

พระจตุคามรามเทพ จ.นครศรีธรรมราช

โพสต์ที่ 1

โพสต์

:P พระเทวราชโพธิสัตว์ แห่งอาณาจักรทะเลใต้



http://www.thai.net/citypillar/
ภาพประจำตัวสมาชิก
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 18252
ผู้ติดตาม: 0

พระจตุคามรามเทพ จ.นครศรีธรรมราช

โพสต์ที่ 2

โพสต์

http://www.taradpra.com/prd/default.asp?....


คำนำ

ก่อนอื่นผมต้องขอออกตัวก่อนว่า...ปัจจุบันผู้คนและท่านผู้อ่ าน
จะเข้าโรงหนัง และห้างสรรพสินค้ามากกว่าจะเข้าวัดทำบุญทำทาน
ผมเลยขึ้นกระทู้เป็นการเชิญชวนไปกันไปเข้าวัดทำบุญทำกุศล

แต่เนื่องด้วย ผมมีความรู้ในวงจำกัด มีอีกหลายวัดและหลายที่ที่ยังมิได้ไป
กระทู้นี้คงไม่สมบูรณ์ ถ้าหากไม่มีเพื่อน,พี่,ท่านผู้อ่านมาร่วมกันเล่า ขอเชิญชวนเลยครับ ช่วยเล่าและแนะนำถึงสถานที่ต่างๆ เพื่อเป็นการชี้ชวนแนะนำ
ให้ผู้อ่านที่เข้ามาทีหลังจะได้รู้ หรือรวยหุ้นจะได้ไปทำบุญกันบ้าง

ขอเชิญทุกท่านร่วมแสดงความคิดเห็นครับ


สุภาษิต



คนจะงาม งามน้ำใจ ใช่ใบหน้า

คนจะสวย สวยจรรยา ใช่ตาหวาน

คนจะแก่ แก่ความรู้ ใช่อยู่นาน

คนจะรวย รวยบุญทาน ใช่บ้านโตฯ




ทุกสรรพสิ่งไม่เที่ยง ในโลกนี้ไม่เที่ยง

คุณงามความดีในโลกนี้ไม่ขาย อยากได้ต้องสร้างเอง
แก้ไขล่าสุดโดย ปรัชญา เมื่อ พุธ มี.ค. 10, 2004 9:51 pm, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.
ภาพประจำตัวสมาชิก
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 18252
ผู้ติดตาม: 0

พระจตุคามรามเทพ จ.นครศรีธรรมราช

โพสต์ที่ 3

โพสต์

:arrow: วัดป่าหลักร้อย อำเภอโนนไทย จังวหวัดนครราชสีมา

เริ่มต้นจากตัวจังหวัดนครราชสีมา

มุ่งหน้ามาอำเภอจอหอแล้วแยกไป

อำเภอโนนไทยอีก18กิโลเมตร

ณ.ที่วัดแห่งนี้ เป็นวัดซึ่งมีรูปปั้นมากมาย ที่บอกเล่าเรื่องราวการทำความดี

ทำความชั่วเมื่อตายไปแล้ว จะตกนรกหรือขึ้นสวรรค์

มีรูปปั้นบอกเล่าเรื่องราว ว่าทำดีแล้วจะได้รับผลบุญเป็นเช่นไร

และทำความชั่วแล้วจะตกนรกขุมไหน ทรมานอย่างไร

เหมาะพาลูกพาหลานไปดู จะได้เกรงกลัวบาป และ ประพฤตแต่คุณงามความดี

ไหว้พระถวายสังฆทานจะได้ตัดเวรตัดกรรม พบแต่ความโชคดีมีชัย

---------------------------------------------------------------------------------

เมื่อทำบุญเสร็จ ก็เลยไปเที่ยวปราสาทหินพิมายได้ต่อ หลังจากชมปราสาทหินพิมาย ก็น่าจะไปแวะชมไทรงาม ซึ่งเป็นต้นไทรต้นเดียวที่แผ่กิ่งก้านสาขาออกครอบคลุมถึง10กว่าไร่

--------------------------------------------------------------------------------------
ภาพประจำตัวสมาชิก
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 18252
ผู้ติดตาม: 0

พระจตุคามรามเทพ จ.นครศรีธรรมราช

โพสต์ที่ 4

โพสต์

:arrow: ศาลาเซียน

:arrow: วัดญาณสังวรณ์วรวิหาร


ศาลาเซียน อยู่บนถนนสุขุมวิท เลยพัทยาไป มีป้ายบอกแล้วเลี้ยวซ้าย

เป็น แบบวิหารเซียน ด้านหน้าจะมีแปดเซียน และ

ด้านในศาลาจะมีเซียนของทางจีน มีรูปปั้นที่ขุดพบที่สุสานของเมืองจีน

มาตั้งโชว์ให้ได้ศึกษา และของแปลกๆมากมาย

ให้ได้ดูถึงความเจริญรุ่งเรืองของ.....หลายๆราชวงศ์

มีเจ้าแม่กวนอิม เจ้าพ่อกวนอู โจโฉ เล่าปี่

และอื่นๆ ว่างๆลองแวะไปเที่ยวกันนะครับ


-------------------------------------------------------------------------------------

:arrow: วัดญาณ หรือวัดเขาชีจันทร์

เป็นวัดที่มีหน้าผา สลักรูปพระนั่ง ด้วยการใช้เลเซอร์วาดติดกับผนังหน้าผา

อยู่ใกล้กับ ศาลาเซียน หลังจากนมัสการแล้ว

ท่านอาจจะไปเที่ยวต่อรีสอทร์สวนนงนุช

ปราสาทสัจจะธรรม(ค่าเข้าชมแพงมาก)

และเที่ยวเล่นน้ำทะเลได้ตามแต่สะดวก ขากลับอาจแวะนมัสการ เจ้าแม่เขาสามมุข และอาหารทะเลสดๆและอร่อยด้วยครับ วัดหยุดลองพิจารณาโปรแกรมนี้ก็ดีครับกำลังจะถึงหน้าร้อนแล้ว
ภาพประจำตัวสมาชิก
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 18252
ผู้ติดตาม: 0

พระจตุคามรามเทพ จ.นครศรีธรรมราช

โพสต์ที่ 5

โพสต์

:arrow: วังพญานาคา บ้านคำชโนด

สถานที่ อยู่ที่บ้านดุง จังหวัดอุดรธานี

บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านภาคอีสานที่นับถือ

ยังคงมีน้ำไหลออกมาเหมือนเดิมที่ผ่านเข้าไปเยี่ยมเยือน

บรรยากาศสงบเงียบเหมือนการซ่อนตัวอยู่กลางทะเลสาป

เหมือนเกาะลอยน้ำซึ่งไม่ยอมจมทั้งที่น้ำไหลเอ่อล้นตลอดเวลา

มานาน แสนนาน หลายชั่วอายุคน

มีต้นคำชโนด(ต้นไม้โบราณ)ที่มีขึ้นอยู่ที่เดียวในประเทศไทยหรือในโลกนี้






ตำนานนิทานปรัมปราของ.....ชาวอีสานบอกว่า......บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้

เป็นทางเชื่อมต่อระหว่างวังพญานาคากับเมืองมนุษย์






ตามนิทานพื้นบ้านเรื่อง ผาแดงนางไอ่คำ

ได้ท้าวความถึง....

พญาขอมครองเมืองเอกธีตานคร มีบุตรสาวสวยชื่อ...นางไอ่คำ

พญาขอมมีน้องและหลานให้ไปครองเมืองเซยงเทียน เมืองศรีแก้ว เมืองเพ็ง เมืองทอง เมืองฟ้าแดดสูงยาง(กาฬสินธุ์)

พอนางไอ่เจริญวัยขึ้นเป็นหญิงงามที่ทุกหัวเมืองกล่าวขานกันต่อๆมา

ความทราบถึงท้าวผาแดงแห่งเมืองผาโพงต้องการนางไอ่เป็นมเหสี จึงแต่งเครื่องราชบรรณาการและของฝาก เดินทางไปเมืองเอกธตานคร มีทหารคนสนิทไปด้วยหนึ่งคนชื่อบักสาม

ท้าวผาแดงและบักสามเดินทางรอนแรมไปจนถึงเมืองเอกธีตานคร ได้เข้าไปยังหอเยี่ยมของเมือง นางค่อมเป็นผู้รับแขกเมืองได้ไต่ถามทุกข์สุขและจุดประสงค์ที่มาของพญาผาแดง เมื่อทราบว่าจะมาเยี่ยมนางไอ่ และมีของฝากมาด้วย นางค่อมจึงนำไปถวายนางไอ่คำ นางไอ่ดีใจชอบใจเชิญผาแดงเข้าไปพบ โดยมอบเสื้อผ้าให้ผาแดงผลัดเปลี่ยนด้วย พอท้าวผาแดงไปถึงหอ นางก็ให้การต้อนรับเป็นอย่างดีทั้งสองพูดคุยรักใคร่ชอบพอกัน และในคืนนั้นท้าวผาแดงก็ได้นางไอ่คำเป็น.....

จากนั้นพอใกล้สว่าง ท้าวผาแดงก็ลานางไอ่คำกลับเมืองด้วยความอาลัยอาวรณ์ของทั้งสองฝ่าย

กล่าวถึงเมืองหนองกะแส เป็นมหานทีใหญ่มาก มีพญานาคปกครองชื่อ สุวรรณนาคและสุทโธนาค โดยได้แบ่งกันฝ่ายละครึ่ง ต่อมาได้เกิดทะเลาะกันเกิดศึกรบพุ่งชิงเมือง ร้อนถึงพระอินทร์ต้องให้เทวบุตรลงมาห้ามทัพ

เทวบุตรได้ให้ทั้งสองออกจากหนองกระแส ไปสร้างเมือง
อยู่ใหม่ขุดคลองน้ำลงสู่ทะเล เนื่องจากศรีสุทโธนาคขุดถึงก่อนปลาบึกจึงขึ้นมาได้และอุดมไปด้วยสัตว์น้ำต่างๆ(แม่น้ำโขง) แม่น้ำของสุทโธนาคมีบุตรชื่อท้าวภังคำ อายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับท้าวผาแดง

กาลต่อมา

พญาขอนทำบุญบั้งไฟแสน ได้บอกบุญไปยังหัวเมืองต่างๆมากมาย ยกเว้นเมืองผาโพงของท้าวผาแดง ท้าวผาแดงรู้ข่าวบุญบั้งไฟแสน จึงประชุมเสนาอำมาตย์จัดสร้างบั้งไฟไปหลอนพญาขอม พอถึงเดือน6 ซึ่งเป็นวันงานทุกหัวเมืองดต่างก็มาร่วมมีการแห่บั้งไฟกันสนุกสนาน

ท้าวผาแดงแห่บั้งไฟมาหลอน พญาขอมดีใจมากและเห็นท้าวผาแดงรูปร่างสง่างามใคร่อยากได้เป็นลูกเขยจึงให้ไปพักที่ผาม(ปะรำพิธี)ของนางไอ่คำ ผาแดงจึงมีโอกาสใกล้ชิดพูดคุยกับนางไอ่คำอีกครั้ง นางไอ่ได้ต้อนรับผาแดงและปรนนิบัติท้าวผาแดงอย่างดียิ่งในงานบุญครั้งนี้

ท้าวภังคี(พญานาคราช)ได้พาพลพรรคแปลงร่างมาร่วมงานด้วย แต่เห็นผาแดงอยู่กับนางไอ่คำจึงไม่เข้าไปพูดคุยด้วยด่อนเวลาจะจุดบั้งไฟ พญาขอม
ได้ประชุมพญาเมืองต่างๆ ที่นำบั้งไฟมาร่วมงาน โดยบอกว่าถ้าบั้งไฟใครขึ้นสูงจะมีรางวัลให้อย่างงาม

สำหรับกับท้าวผาแดงนั้นได้พนันเอาเมืองกันคือ(เอาบ้านเมืองเป็นเดิมพัน)
แต่พอจุดบั้งไฟพร้อมกัน ผลปรากฏว่าบั้งไฟของพญาขอมและของท้าวผาแดงไม่ขึ้นทั้งสองบั้ง

ผาแดงลานางไอ่คำกลับบ้านด้วยความเศร้าหมอง



(คนภาคกลางมาเล่านิทานอีสานคือบ่อน๊อ มีต่ออีกเด้อ อย่าลืมติดตามภาคต่อไป ม่วนซี่น โฮแซว)


เฮ็ด จั๋งได๋ดีหล่าหมู่เฮา ในเมื่อคนอิสานบ่ได้สืบสานเรื่องราวอันน่าภาคภูมิใจของหมู่เฮา รอข้าเจ้าจากภาคอื่นมาเก็บสอยร้อยเรื่องก็ทนอ่านทนเว้าทนเบิ่งต่อไปซิหล้า หรือจะมีผูฮู้ผู้เห็นความสำคัญมาเล่าประติดประต่อ ดังท่าน ดร.ปรีชา พิณทอง ที่อยูจังหวัดอุบลราชธานีคอยเก็บเอา ผญา และวัฒนธรรมประเพณีไว้มากมาย
แก้ไขล่าสุดโดย ปรัชญา เมื่อ อาทิตย์ ก.พ. 29, 2004 10:29 pm, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.
ภาพประจำตัวสมาชิก
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 18252
ผู้ติดตาม: 0

พระจตุคามรามเทพ จ.นครศรีธรรมราช

โพสต์ที่ 6

โพสต์

:arrow: บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ วังพญานาคา เมื่อก่อนก็คงจะไม่มีคนรู้จัก

หากไม่มีเรื่องลงหนังสือพิมพ์ ผีจ้างหนังมาฉาย

และอื้อฉาวที่สุดก็....เปรตกู้ และ พระบิณฑบาตรต้นไม้ที่ITVจับเท็จ



ต่อจากตอนเดิม..........................ผาแดงนางไอ่คำ [/colo

หลังจากงานบุญบั้งไฟพญาขอมได้ไม่นาน

ท้าวพังคีคิดถึงนางไอ่คำ(ด้วยเวรกรรมแต่อดีตชาติมาทวงถาม)

จึงได้ลาพ่อแม่เดินทางไปเมืองเอกธีตานคร

ท้าวภังคีแปลงกายร่างเป็นกระรอกเผือกสวยและน่ารักมีขอห้อยคอไปด้วย

ครั้นนางไอ่คำเห็น จึงเกิดความหลงและอยากได้ไว้เชยชม

จึงสั่งพราน ให้จับกระรอกเผือกตัวนั้น

นายพรานผู้แม่นธนู จึงวางแผนยิงธนุให้เข้าไปที่ขอห้อยคอเพื่อการจับ

กระรอกเผือกจะได้ง่าย เพราะกระรอกเผือกเกาะยืนอยู่บนคาคบไม้

แต่ด้วยเวรกรรมแต่ชาติปางก่อน และต้องมาชดใช้กรรมในชาตินี้

นายพรานจึงยิงกระรอกเผือกตายพลาดจากห่วงที่คอ

ไปโดนลำตัวกระรอกเผือก เพราะเวรกรรมตามมาทันในชาตินี้


(ชาติก่อนท้าวภัคคีเป็นสามีของนายไอ่คำ และเคยพานางไอ่คำแต่ชาติก่อน

เคยหลอกไปทิ้งไว้ในป่าจนถึงแก่ความตาย ก่อนตายนางไอ่คำ

ก็ได้อธิษฐานว่า...เกิดชาติหน้าต่อๆไปข้อให้ท้าวภังคีตายบนกิ่งไม้)




พอมาชาตินี้ ผัวมาเกิดเป็นภังคี และเม่ยมาเกิดเป็นนางไอ่คำ

ก่อนที่ภังคีจะตายเพราะทนพิษธนูไม่ไหว

ก็ขอสาปแช่งให้ชาวเมืองชอบกินเนื้อกระรอก

จึงอธิษฐานก่อนสิ้นใจตายว่า.....





เมื่อตัวตายแล้วขอให้เนื้อกระรอกตัวเดียว

หั่นเป็นชิ้นๆได้หลายเล่มเกวียนและมีรสชาตอร่อยที่สุดด้วย

ชาวเมืองจึงได้นำเอาเนื้อกระรอกไปทำเป็นอาหาร ทั่งปิ้งย่าง แกง และอื่นๆ

แจกจ่ายเนื้อกระรอกให้ชาวเมืองกินกันทั่วหน้า

ยกเว้นพวกแม่หม้ายเพราะถูกสังคมรังเกียจไม่ให้เนื้อกระรอกกินด้วย



พรรคพวกของท้าวภังคีได้ข่าวการตายของภังคี

จึงได้ไปกราบทูลบอกท้าวศรีสุทโธนาคราช

กองทัพนาคจึงยกมาประชิดเมืองพญาขอม

ท้าวผาแดงทราบเรื่องจึงมาหานางไอ่คำ

และได้ทราบว่าชาวเมืองกินเนื้อกระรอกเผือกซึ่งเป็นเนื้อพญานาค

คือร่างของท้าวภังคี บ้านเมืองต้องล่มจมเพราะกองทัพนาคถล่มเป็นแน่

จึงพานางไอ่คำขึ้นม้าหนี.................................แต่ไม่ทันการ

เมืองขอมถล่มล่มจมลงในดินกลายเป็นหนองหาน


(ปัจจุบันคืออำเภอหนองหานตั้งอยู่ห่างจากอุดรธานี40กว่ากิโลเมตร)




ท้าวผาแดงหนีไปได้ผู้เดียว แต่ก็ตรอมใจตายในที่สุด


. นิทานพื้นบ้านปรัมปราของผาแดงนางอ่คำ และทางขึ้นมาของพญานาคทางบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งบ้านคำชะโนดไว้เพียงแค่นี้ หากใครมีรายละเอียดก็มาช่วยต่อเติมด้วย เพราะผู้เล่าก็เก็บมาจาก ชาวบ้านที่อำเภอหนองหานเล่าให้ฟังเลยนำมาถ่ายทอดเพื่อสืบสานไว้ตลอดไป
จบ..
แก้ไขล่าสุดโดย ปรัชญา เมื่อ พุธ มี.ค. 03, 2004 9:00 am, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.
ภาพประจำตัวสมาชิก
ayethebing
Verified User
โพสต์: 2125
ผู้ติดตาม: 0

พระจตุคามรามเทพ จ.นครศรีธรรมราช

โพสต์ที่ 7

โพสต์

ตำนานหนุกดีครับ พี่ปรัชญา

ตอนก่อนปีใหม่ที่ผ่านมาผมเคยไปหลายๆวัดทางภาคอีสาน แต่ด้วยความเขลาเบาปัญญาของผมก็เลยทำให้จำชื่อวัดไม่ได้เลยซักกะวัดเดียว

จำได้ว่าไปวัดที่มีรูปปั้นทำด้วยปูนซีเมนต์ เป็นรูปพระออกแนวทางพราห์มหน่อยๆ วัดที่ติดริมน้ำโขง มีรูปปั้นขี้ผึ้งของพระชื่อดัง (จำไม่ได้อีกว่าท่านชื่ออะไร) แต่ท่านเสียไปแล้ว เป็นวัดที่ร่มรื่นและสงบมากๆ ไปอีกหลายวัดเลยครับ แต่ไม่ได้จำชื่อเลยสักวัด รู้แต่รู้สึกสบายใจ แจ่มใสมากๆ เลยครับ

รอฟังตำนานตอนต่อไปครับ
ขอนไม้อันนิ่งสงบ
ภาพประจำตัวสมาชิก
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 18252
ผู้ติดตาม: 0

พระจตุคามรามเทพ จ.นครศรีธรรมราช

โพสต์ที่ 8

โพสต์

ayethebing เขียน:ตำนานหนุกดีครับ พี่ปรัชญา

ตอนก่อนปีใหม่ที่ผ่านมาผมเคยไปหลายๆวัดทางภาคอีสาน แต่ด้วยความเขลาเบาปัญญาของผมก็เลยทำให้จำชื่อวัดไม่ได้เลยซักกะวัดเดียว

จำได้ว่าไปวัดที่มีรูปปั้นทำด้วยปูนซีเมนต์ เป็นรูปพระออกแนวทางพราห์มหน่อยๆ วัดที่ติดริมน้ำโขง มีรูปปั้นขี้ผึ้งของพระชื่อดัง (จำไม่ได้อีกว่าท่านชื่ออะไร) แต่ท่านเสียไปแล้ว เป็นวัดที่ร่มรื่นและสงบมากๆ ไปอีกหลายวัดเลยครับ แต่ไม่ได้จำชื่อเลยสักวัด รู้แต่รู้สึกสบายใจ แจ่มใสมากๆ เลยครับ

รอฟังตำนานตอนต่อไปครับ

ตรงที่ว่า....นั้นชื่อ...กู่แก้ว

ซึ่งมีรูปปั้นพร้อมคำสอนตั้งแต่เกิดแก่เจ็บตาย

เป็นเงินของท้าว...อยู่ลาวมาสร้างที่ไทยครับ เป็นศิลปไทยผสมอินเดีย

หนองคายเป็นจังหวัดและตำนานมากมาย ตั้งแต่การลอยอังคาร

ก็จะไปที่วัดหายโศก เขาชอบชื่อวัดครับหายโศก

เดินช๊อปปิ่งที่ ท่าเสด็จ พร้อมชมวิวสะพานและแม่น้ำโขง

ทำบุญก็หลวงพ่อพระใส ที่เที่ยวก็มีหาด และ

เลยไปทางโซ่พิสัยก็คือสถานกู่แก้ว

มีบั้งไฟพญานาค คนอีสานบร่ำโบณเขามีความเชื่อ

มีตำนานอยู่แต่ผมข้อมูลมีไม่ครบไม่กล้าเล่าครับ ใครรู้กรุณามาเล่าต่อด้วยครับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 18252
ผู้ติดตาม: 0

พระจตุคามรามเทพ จ.นครศรีธรรมราช

โพสต์ที่ 9

โพสต์

:arrow: หากเวลาเกิดอุบัติเหตุต่างๆ อาทิเช่นรถชน ไฟไหม้ และอื่นๆ

เราจะได้เห็นผู้บำเพ็ญตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม เข้าช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์

อยู่เสมอๆ และที่จะกล่าวถึงคือ.....


ปอเต็กตึ้ง



หมายเหตุกำเนิดของมูลนิธิฮั่วเคี้ยวป่อเต็กเซี่ยงตึ้ง ที่เล่ากล่าวขานกันต่อๆมา

ชื่อนายเบ๊ยุ่น ได้อัญเชิญรูปจำลองของ........

พระภิกขุไต้ฮงโจวซือ

จากตำบลฮั่วเพ็ง อำเภอเตี้ยเอี๊ย ประเทศจีน เข้ามาประเทศไทศไทย

เพื่อสักการะบูชา โดยได้นำไปประดิษฐานไว้ที่ร้านกระจก --ยุ่นซุ่นเซียง--

ใกล้วัดราชบูรณะวรวิหาร(วัดเลียบ)กรุงเทพฯ

ต่อมาเมื่อประชาชนในยุคนั้นเลื่อมใสทราบข่าวก็พากันไปขออนุญาตเจ้าของร้านเพื่อเข้าไปสักการะบูชา จากน้อยเพิ่มเป็นมากขึ้นทุกวันจนสถานที่ไม่พอต่อการรองรับ นายเบ๊ยุ่นจึงได้ร่วมกับทางผู้มีจิตรศรัทราอีกหลายท่าน จัดหาสถานที่แห่งใหม่ แล้วอัญเชิญรูปจำลองของพระคุณท่านไปประดิษฐานไว้ที่บ้านซึ่งอยู่หลังโรงภาพยนต์พัฒนาการ ถนนเจริญกรุง ในขณะนั้น

ต่อมาในกรุงเทพฯ ได้เกิดกาฬโรคระบาด ผู้คนต่าง
พากันไปนมัสการพระภิกขุไต้ฮงโจวซือเพื่อขอบารมีคุ้มครองป้องภัยและช่วยกันบริจาคทุนทรัพย์ เสื้อผ้า หีบศพ เงินทอง เพื่อช่วยเหลือผู้ขาดแคลนเคราะห์ร้าย

จากนั้นอีก3ปีต่อมา จึงได้อัญเชิญรูปจำลองของพระคุณท่านไปประดิษฐานไว้ที่ตรอกวัดดอน ทางเข้าสุสานแต้จิ๋ว เพื่อความสะดวกในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา การสักการะบูชา ครั้น ปี พ.ศ.2445 พ่อค้าคหบดีจีน 12 ท่าน โดยมีพระอนุวัฒน์ราชนิยม(จีนฮง นายกากรหรือ นางฮง เตชะวณิช) เป็นหัวหน้า ได้ตกลงที่จะจัดซื้อที่ดินสร้างเป็นศาลาป่อเต็กตึ๊งให้เป็นการถาวรสืบไปเพื่อดำเนินงานสาธารณกุศล ตามรอยทางของพระภิกชุไต้ฮงโจซือ และเป็นที่ประดิษฐานรูปจำลองของพระภิกขุไต้ฮงโจวซือ เพื่อเป็นที่สักการะบูชา

จวบจนเมื่อวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2452 การซื้อที่ดินเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวจึงสำเร็จ โดยการซื้อจากอำแดงเล็กเป็นเงิน 11,200 บาท ในการซื้อขายที่ดินแปลงดังกล่าว พระอนุวัตน์ราชนิยมได้ไปให้ถ้อยคำแก่เจ้าพนักงาน ณ ที่ว่าการอำเภอสามเพ็ง(ป้อมปราบ) ว่าจะซื้อที่ดินรายนี้ไว้เพื่อเก็บศพไม่มีญาติ ที่ดินแปลบงนี้มีเนื้อที่ 3งาน 66 ตารางวา ในระวาง 1 ต.1 อ. 5-9 เลขที่ดิน96 โฉนดที่ดิน 374 ตำบลป้อมปราบฯอำเภอป้อมปราบ(สามเพ็ง) จังหวัดพระนคร(กรุงเทพมหานคร)

ปี 2453 การสร้างศาลาป่อเต็กตึ๊งได้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีเหนือทางเข้าตัวตึกด้านหน้าได้สลักอักษรจีนว่า---ป่อเต็กตึ๊ง---บนแผ่นศิลาขนาดใหญ่ ส่วนด้านหลังแผ่นศิลานี้ได้สลักเป็นอักษรจีนว่า---ฮุกกวงโพ่วเจี่ย--- มีความหมายว่า---แสงธรรมส่องทั่วหล้า---ภายในตึกได้ประดิ(ษฐานรูปจำลองพระภิกขุไต้ฮงโจวซือ ไว้สัการะบูชา และใช้สถานที่แห่งนี้เป็นสำนักงานดำเนินการด้านสาธารณกุศลเช่น เก็บศพไม่มีญาติ แจกยารักษาโรค ช่วยเหลือผู้ประสพภัยเป็นต้น ทั้งนี้โดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา และวรรณะ

ต่อมาเมื่อวันที่15มีนาคม พ.ศ.2463 ได้มีประกาศกฏเสนาบดีว่าด้วยที่กุศลสถาน ชนิดศาลเจ้าซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกฏหมายลักษณะปกครองท้องที่พระพุทธศักราช 2457 โดยผลของกฏหมายฉบับนี้ พระอนุวัตน์ราชนิยม จึงได้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินที่สร้างศาลาป่อเต็กตึ๊งนี้ให้กับกรมพระนครบาลเมื่อวันที่15ธันวา2465 แต่การดำเนินกิจการสาธารณกุศลที่ศาลาป่อเต็กตึ๊งก็ยังเป็นไปตามปกติตลอดมา

ล่วงมาจนถึงเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2479
เนื่องจากพ่อค้าคหบดีที่เป็นกรรมการในการดำเนินงานกุศลได้ถึงแก่กรรมไปหลายท่าน กรรมการที่เหลืออยู่พร้อมด้วยบุตรหลานของกรรมการเก่าที่ล่วงลับไปแล้ว ได้ประชุมปรึกษาหารือกันเพื่อก่อตั้งเป็นรูปมูลนิธิขึ้น ในการนี้ได้ประกาศทางหนังสือพิมพ์จีนเชิญชวนนายกสมาคมจีนต่างๆเข้าร่วมพิจารณาคัดเลือตัวบุคคลผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อรับผิดชอบบริหารงานสาธารณกุศลในรูปของมูลนิธิสืบไป

เมื่อ20มกราคม 2480 ได้จดทะเบียนก่อตั้งเป็นมูลนิธิชื่อว่า---มูลนิธิฮั่วเคี้ยวป่อเต็กตึ๊ง-- หมายเลขทะเบียนที่ 11 มีเงินทุน2,000บาทและกรรมการ 15 ท่าน สำนักงานตั้งที่ศาลาป่อเต็กตึ๊งเช่นเดิมพร้อมกับดำเนินงานสืบมาอย่งแข็งขันต่อเนือ่งต่อประโยชน์ส่วนรวม

ถึงแม้ว่าตัวมูลนิธิจะเริ่มก่อตั้งเป็นรูปร่างเมื่อปี 2480 แต่ทว่างานด้านสงเคราะห์ศพไม่มีญาตินั้นได้มีการทำมาก่อนแล้วแต่ปี 2449 นับว่าเนินนานอย่างยิ่งเลยทีเดียว

คนจีนในสมัยก่อนที่เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในประเทศไทย จะต้องมีความหวังอยู่อย่างหนึ่ง เรียกว่า---ซาซัว--- มีความหมายว่า3อย่าง

อย่างที่ 1 คือ--จ่อซัว--แปลว่า......เศรษฐี

อย่างที่ 2 คือ--ตึ่วซัว--แปลว่า......เมืองจีน

อย่างที่ 3 คือ--หงี่ซัว--แปลว่า......ป่าช้า


คำพูดดังกล่าวหมายความว่าหากจะอยู่ในเมืองไทยก็ต้องตั้งความหวังไว้อย่างน้อยสักอย่างหนึ่ง คือถ้าไม่ได้เป็น--จ่อซัว--ก็ขอให้ได้กลับ-- ตึ่งซัว --
เมื่อหมดหวังไม่ไกลับตึ่งซัว บั้นปลายชีวิตก็เห็นจะต้องไป--หงี่ซัว--

ความหวังที่จะไปหงี่ซัวนันไม่น่าจะห่วงหรือวิตกกังวล คิดปลอบใจหรือภูมิใจได้เลยว่าเมื่อตนตายแล้วยังมี หน่อจื้อซั้งเหลา เจ็กไจ้เจ็กเอ๋า ซึ่งมีความหมายว่า มีบุตรสองคนคอยส่งศพ คนหนึ่งอยู่หน้า อีกคนอยู่หลัง หรือมีบุตรบริวารคอยส่งศพทั้งหน้าทั้งหลัง

ทั้งนี้หมายถึงผู้ที่ไร้ญาติ ไม่มีบุตรหลาน เมื่อตายเเล้วก็ยังมีผู้เก็บศพไว้ที่รถลาก แล้วคนเก็บศพก็จะลากรถเพื่อนำศพไปฝังยังป่าช้า หากรถหนักลากคนเดียวไม่ไหวก็ยังมีคนอยู่ข้างหลังคอยผลักรถให้อีกแรงหนึ่ง ลักษณะการดังกล่าวนี้คือการเก็บศพของป่อเต็กตึ๊งสมัยก่อนนั่นเองครับ

ปัจจุบันการเก็บศพของมูลนิธิฮั่วเคี้ยวป่อเต็กตึ๊งได้ขยายขอบเขตงานออกไปอย่างกว้างขวางรวดเร็วทันสมัย ออกบริการ24ชั่วโมง

นอกจากนี้ยังได้ดำเนินการตามวัตถุประสงค์สำคัญอีกหลายประการเช่น

1.ช่วยเหลือผู้ประสพอัคคีภัย อุทกภัย วาตภัย และภัยอื่นๆโดยทั้วไป

2.จัดตั้งโรงพยาบาลใช้ชื่อว่า--มูลนิธิฮั่วเคี้ยวป่อเต็กตึ๊ง ฝ่ายโรงพยาบาลคุณานุสรณ์ รักษาพยาบาลผู้เข็บป่วยทุกสาขาโรค

3.จัดตั้งโรงเรียนสถานที่ศึกษา

4.ช่วยเหลือจัดการศพทั่วไปและจัดตั้งสุสานเพื่อการนี้ด้วย

5.ส่งเสริมและบำรุงกิจการด้านศาสนา วรรณกรรม ศิลปะ และวิทยาศาสตร์

6.บำเพ็ญทานการกุศลโดยทั่วไปตามมติคณะรรมการ

ขอย้อนกลับมาสู่ ------------ศาลไต้ฮงกง------------
อีกครั้งสำหรับท่านที่สนใจเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทางจีน

ศาลไต้ฮงกง


ตั้งอยู่ข้างวัดคณิกาผล ใกล้กับห้าแยกพลับพลาไชย แต่ละวันนับลแต่เช้าถึงเย็นจะมีประชาชนที่ศรัทธา ไปสักการะบูชาขอบารมีคุ้มครองขอพรให้เกิดโชคลาภและสิริมงคล

การสักการะบูชา--ไต้ฮงกงโจวซือ----

นั้นใช้ ดอกไม้ ธูปเทียน กระดาษเงินกระดาษทอง ผลไม้ต่างๆ วิธีไหว้เริ่มแรกจุดธูป5ดอก ไหว้ฟ้า-ดิน เจ้าที่เจ้าทางก่อนจากนั้นจึงจุดธูปอีก17ดอก ไหว้องค์จำลองไต้ฮงกง แล้วจึงเอาธูปนั้นปักที่กระถางซึ่งมีอยู่5ใบ ปักธูปกระถางละ3ดอกจจนครบ เหลือเศษ2ดอก ให้นำไปปักที่กระถางตรงข้างประตูทางเข้าสู่ตัวศาลข้างละ1ดอก ต่อจากนั้นจึงกระทำสิ่งที่ต้องการ อธิษฐานขอพร เสี่ยงเซียมซี ขอความคุ้มครอง แต่ไม่ควรลืมที่จะบริจาคโลงศพซึ่งจะทำบุญเป็นเงินมากน้อยเท่าไหร่ก็ได้

การบริจาคโลงศพถือเป็นการสะเดาะเคราะห์อย่างหนึ่งตามคติจีน




จึงขอเชิญทุกท่านไปสัการะบูชาและขอบารมี--ไต้ฮงกงโจวสซือ--โดยทั่วกัน

รวมทั้งสร้างบุญกุศลด้วยการบริจาคโลงศพและสมทบทุนมูลนิธิฮั่วเคี้ยวป่อเต็กตึ๊งด้วยเพื่อสาธารณะประโยชน์
แก้ไขล่าสุดโดย ปรัชญา เมื่อ พุธ มี.ค. 10, 2004 11:02 pm, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.
ภาพประจำตัวสมาชิก
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 18252
ผู้ติดตาม: 0

พระจตุคามรามเทพ จ.นครศรีธรรมราช

โพสต์ที่ 10

โพสต์

:arrow: สัจธรรมแห่งตน (เก็บมาจากหนังสือพระครับ)


1) ศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดของชีวิต คือ ตัวเราเอง

2) ความล้มเหลวที่ยิ่งใหญ่ของชีวิต คือ ความอวดดี

3) ความโง่เขลาที่ยิ่งใหญ่ของชีวิต คือ เชื่อคนง่าย

4) ความโศกเศร้าที่ยิ่งใหญ่ของชีวิต คือ ความอิจฉาริษยา

5) ความผิดที่ยิ่งใหญ่ของชิวิต คือ การทอดทิ้งตัวเอง

6) บาปที่ยิ่งใหญ่ของชีวิต คือ การหลอกตัวเอง

7) อารมณ์ที่น่าสงสารที่สุด คือ การทำตนให้ตกต่ำลง

8) ชีวิตที่น่าสรรเสริญที่สุด คือ การเลือกหนทางสู่ความเจริญ

9) การล้มละลายที่ยิ่งใหญ่ของชีวิต คือ ความหมดหวัง-ท้อแท้ใจ

10) สมบัติที่ยิ่งใหญ่ของชีวิต คือ การมีสุขภาพแข็งแรง

11) หนี้ของการดำเนินชีวิต คือ การเห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์

12) การให้ที่ยิ่งใหญ่ของชีวิต คือ การให้อภัย

13) ความไม่สมบูรณ์ของชีวิต คือ การที่ไม่รู้จริง

14) ความสุขที่ยิ่งใหญ่ของชีวิต คือ การบริจาคให้ทาน



:mrgreen:
คเณพร
ผู้ติดตาม: 0

พระจตุคามรามเทพ จ.นครศรีธรรมราช

โพสต์ที่ 11

โพสต์

:arrow: ปูชา จะ ปูชะนียานัง เอตัมมังคะละมุตตะมัง



แปลว่า......



:arrow: บูชาสิ่งที่ควรบูชาเป็นมงคลอันสูงสุด




:idea: คเณพร
WKE_D
ผู้ติดตาม: 0

พระจตุคามรามเทพ จ.นครศรีธรรมราช

โพสต์ที่ 12

โพสต์

วัดสังฆทาน ต.บางไผ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี



มูลนิธิแนบมหานีรานนท์ เลขที่ 54/1 หมู่ 2 ถนนพุทธมณฑลสาย 5 ตำบลบางระทึก อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม 73210 โทร 420 8024

หากท่านที่ต้องการเข้าปฏิบัติธรรม ต้องศึกษาเรื่อง รูปนาม ให้เข้าใจก่อน โดยขอรับหนังสือคู่มือการปฏิบัติได้ที่ มูลนิธิ และ เข้าเรียนอภิธรรมที่วัดบวรนิเวศ มีสอนวันเสาร์ 8.30 12.00 โดย ท่านอาจารย์ วรรณสิทธิ ไวทยะเสวี และ อาจารย์ นิยม ฤทธิ์เสือ
ปรัชญา(ไม่ได้ล็อกอิน)
ผู้ติดตาม: 0

พระจตุคามรามเทพ จ.นครศรีธรรมราช

โพสต์ที่ 13

โพสต์

WKE_D เขียน: วัดสังฆทาน ต.บางไผ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี



มูลนิธิแนบมหานีรานนท์ เลขที่ 54/1 หมู่ 2 ถนนพุทธมณฑลสาย 5 ตำบลบางระทึก อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม 73210 โทร 420 8024

หากท่านที่ต้องการเข้าปฏิบัติธรรม ต้องศึกษาเรื่อง รูปนาม ให้เข้าใจก่อน โดยขอรับหนังสือคู่มือการปฏิบัติได้ที่ มูลนิธิ และ เข้าเรียนอภิธรรมที่วัดบวรนิเวศ มีสอนวันเสาร์ 8.30 12.00 โดย ท่านอาจารย์ วรรณสิทธิ ไวทยะเสวี และ อาจารย์ นิยม ฤทธิ์เสือ
ขอบคุณที่แนะนำครับ

วันนี้เป็นวันวิสาข

ใครไปทำบุญแห่ผ้าทิพ ที่วัดมหาธาตุ จ.นครศรีธรรมราชบ้างครับอยากไปมาหลายปีแต่ยังไม่มีโอกาสเลย เฮ้อ
wke_d
ผู้ติดตาม: 0

พระจตุคามรามเทพ จ.นครศรีธรรมราช

โพสต์ที่ 14

โพสต์

ปรัชญา(ไม่ได้ล็อกอิน) เขียน: ขอบคุณที่แนะนำครับ

วันนี้เป็นวันวิสาข

ใครไปทำบุญแห่ผ้าทิพ ที่วัดมหาธาตุ จ.นครศรีธรรมราชบ้างครับอยากไปมาหลายปีแต่ยังไม่มีโอกาสเลย เฮ้อ
วันวิสา ไม่ได้ไปไหนเลยค่ะ ตื่นสาย ( ประจำ )
ห่างวัดมานานมาก ไม่ได้ไปขัดเกลาจิตใจนานแล้ว

ตอนนี้จิตใจเศร้าหมอง และเกิดการปรุงแต่งตลอดเวลา
แต่ก็คงผ่านไปได้เองค่ะ บ่นเฉย ๆ

ถ้ามีโอกาส จะไปวัดที่คุณแนะนำมาค่ะ
แผนที่ชีวิต
ผู้ติดตาม: 0

พระจตุคามรามเทพ จ.นครศรีธรรมราช

โพสต์ที่ 15

โพสต์

แผนที่ชีวิตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว


1. ขอบคุณข้าวทุกเม็ด น้ำทุกหยด อาหารทุกจานอย่างจริงใจ
2. อย่าสวดมนต์เพื่อขอสิ่งใด นอกจาก ปัญญา และ ความกล้าหาญ
3. เพื่อนใหม่ คือของขวัญที่ให้กับตัวเอง ส่วน เพื่อนเก่า/ มิตร คืออัญมณีที่ นับวันจะเพิ่มคุณค่า
4. อ่านหนังสือ ธรรมะ ปีละเล่ม
5. ปฏิบัติต่อคนอื่นเช่นเดียวกับที่ต้องการให้ผู้อื่นปฏิบัติต่อเรา
6. พูดคำว่า ขอบคุณ ให้มากๆ
7. รักษา ความลับ ให้เป็น
8. ประเมินคุณค่าของการให้ อภัย ให้สูง
9. ฟังให้มากแล้วจะได้คู่สนทนาที่ดี
10. ยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง หากมีใครตำหนิ และรู้แก่ใจว่าเป็นจริง
11. หากล้มลง จงอย่ากลัวกับการลุกขึ้นใหม่
12. เมื่อเผชิญหน้ากับงานหนักคิดเสมอว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะล้มเหลว
13. อย่าถกเถียงธุรกิจภายในลิฟต์
14. ใช้บัตรเครดิตเพื่อความสะดวก อย่าใช้เพื่อก่อหนี้สิน
15. อย่าหยิ่งหากจะกล่าวว่า ขอโทษ
16. อย่าอายหากจะบอกใครว่าไม่รู้
17. ระยะทางนับพันกิโลเมตรแน่นอนมันไม่ราบรื่นตลอดทาง
18. เมื่อไม่มีใครเกิดมาแล้ววิ่งได้ จึงควรทำสิ่งต่างๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป
19. การประหยัดเป็นบ่อเกิดแห่งความร่ำรวย เป็นต้นทางแห่งความไม่ประมาท
20. คนไม่รักเงิน คือ คนไม่รักชีวิต ไม่รักอนาคต
21. ยามทะเลาะกัน ผู้ที่เงียบก่อน คือ ผู้ที่มีการอบรมสั่งสอนที่ดี
22. ชีวิตนี้ฉันไม่เคยได้ทำงานเลยสักวัน ทุกวันเป็นวันสนุกหมด
23. จงใช้จุดแข็ง อย่าเอาชนะจุดอ่อน
24. เป็นหน้าที่ของเราที่จะพูดให้คนอื่นเข้าใจ ไม่ใช่หน้าที่ของคนอื่นที่จะทำความเข้าใจใน สิ่งที่เราพูด
25. เหรียญเดียวมี 2 หน้า ความสำเร็จ กับ ล้มเหลว
26. อย่าตามใจตัวเอง เรื่องยุ่งๆ เกิดขึ้นล้วนตามใจตัวเองทั้งสิ้น
27. ฟันร่วงเพราะมันแข็ง ส่วนลิ้นยังอยู่เพราะมันอ่อน
28. อย่าดึงต้นกล้าให้โตไวๆ (อย่าใจร้อน)
29. ระลึกถึงความตายวันละ 3 ครั้ง ชีวิตจะ มีสุข มีอภัย มีใช้อยู่
30. ถ้าติดกระดุมเม็ดแรกผิด กระดุมเม็ดต่อ ๆ ไปก็ผิดหมด
31. ทุกชิ้นงานจะต้องกำหนดวันเวลาแล้วเสร็จ
32. จงเป็นน้ำครึ่งแก้วตลอดชีวิต เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมได้ตลอด
33. ดาวและเดือนที่อยู่สูงอยากได้ต้องปีน บันไดสูง
34. มนุษย์ทุกคนมีชิ้นงานมากมายในชีวิตจงทำชิ้นงานที่สำคัญที่สุดก่อนเสมอ
35. หนังสือเป็นศูนย์รวมปัญญาของโลก จงอ่านหนังสือเดือนละเล่ม
36. ระเบียบวินัย คือ คุณสมบัติที่สำคัญในการดำเนินชีวิต
ภาพประจำตัวสมาชิก
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 18252
ผู้ติดตาม: 0

พระจตุคามรามเทพ จ.นครศรีธรรมราช

โพสต์ที่ 16

โพสต์

สุดยอดแห่งแก่นความจริงเลยครับ

ขอแสดงความชื่นชมด้วยปัญญาแห่งปัญญา
สงสัยเหมือนกัน
ผู้ติดตาม: 0

พระจตุคามรามเทพ จ.นครศรีธรรมราช

โพสต์ที่ 17

โพสต์

เกี่ยวกับหลักการของผู้นำที่ดี เขาบอกว่าต้องมีหลักดังนี้
1. mountain
2. cloud
3. tree
4. water
รบกวนท่านผู้ทราบช่วยอธิบายความหมายให้ด้วยครับ

http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/ ... 98510.html
แครอท....ไข่..กาแฟ
ผู้ติดตาม: 0

พระจตุคามรามเทพ จ.นครศรีธรรมราช

โพสต์ที่ 18

โพสต์

> >>> เรื่อง: แครอท....ไข่..กาแฟ
> >>> ที่มา: ไม่ระบุ
> >>>
> >>> วันหนึ่งลูกสาวพร่ำบ่นถึงชีวิตอันแสนลำเค็ญให้พ่อฟังว่า
> >>> เธอกำลังรู้สึกอับจนปัญญาที่จะจัดการกับชีวิตและปรารถนาที่จะยอมแพ้พ่าย
> >>> ด้วยรู้สึกเหน็ดเหนื่อยจากการต่อสู้และการแข่งขัน
> >>> ประหนึ่งว่าเมื่อสางปัญหาหนึ่งเสร็จสิ้น
> >>> อีกปัญหาหนึ่งก็ก้าวเข้ามาโดยไม่ได้รับเชิญ
> >>> ผู้เป็นพ่อซึ่งเป็นพ่อครัวจึงเดินนำเธอเข้าไปในครัว
> >>> จัดแจงต้มน้ำในหม้อ 3 ใบด้วยไฟแรงจนน้ำเดือด
> >>> เขาใส่แครอทในหม้อใบแรก
> >>> วางไข่ลงในหม้อใบที่สอง
> >>> และตักกาแฟลงไปในหม้อใบสุดท้าย
> >>> แล้วปล่อยให้มันต้มไปเรื่อยๆ โดยไม่มีคำอธิบายเลย
> >>>
> >>> ฝ่ายลูกสาวเริ่มรู้สึกหงุดหงิดและหมดความอดทน
> >>> ทั้งยังสงสัยว่าพ่อกำลังทำอะไร
> >>> 20 นาทีผ่านไป เขาก็ปิดเตาแก๊ส
> >>>
> >>> ตักแครอทขึ้นมาวางไว้ในชาม นำไข่วางไว้ในชามอีกใบหนึ่ง
> >>> และตักกาแฟไว้ในชามสุดท้าย แล้วหันไปถามลูกว่า
> >>>
> >>>
> >>> ลูกเห็นอะไรบ้าง
> >>>
> >>> แครอท ไข่ กาแฟ เธอตอบ
> >>>
> >>>
> >>> เขาจึงขอร้องให้เธอสัมผัสแครอท เธอจึงรู้ว่ามันนิ่ม
> >>> แล้วเขาก็ให้ลูกสาวตอกไข่
> >>> เมื่อเธอแกะเปลือกไข่ออก
> >>> ก็พบว่าไข่นั้นได้ต้มจนสุกแล้ว
> >>> ท้ายที่สุดเธอให้ลูกสาวลองจิบกาแฟดู
> >>> เธอยิ้มและลิ้มรสอันหอมกรุ่นนั้น
> >>> แล้วค่อยๆ ถามว่า
> >>>
> >>> นี่หมายความว่าอย่างไรเหรอคะคุณพ่อ
> >>>
> >>> พ่ออธิบายว่า เราได้กระทำต่อ 3 สิ่งนี้ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน นั่นคือ
> >>> น้ำเดือด
> >>> แต่ผลลัพธ์มันกลับแตกต่างกัน
> >>>
> >>> จากเดิมแครอทดูแข็งๆ และไม่โอนอ่อนผ่อนตาม
> >>> พอผ่านการต้มมันกลับนิ่มและดูอ่อนปวกเปียก
> >>>
> >>> ไข่ซึ่งดูบอบบาง มีเพียงเปลือกบางๆ คอยห่อหุ้มของเหลวภายใน
> >>> แต่น้ำเดือดทำให้ของเหลวนั้นกลับแข็งขึ้น
> >>>
> >>> ขณะที่กาแฟกลับมีลักษณะเฉพาะตัวตลอดกาล เมื่อมาเจอน้ำเดือด
> >>> น้ำต่างหากที่แปรเปลี่ยนไป
> >>>
> >>> แล้วลูกล่ะเป็นอะไร พ่อถามลูกสาว เมื่อความทุกข์มาเยือน
> >>> ลูกจะเตรียมรับมืออย่างไรลูกเป็นแครอท ไข่ หรือ กาแฟ
> >>>
> >>> แล้วคุณล่ะ????
> >>>
> >>> แครอทนั้นดูแข็งโป๊กแต่เมื่อต้องเผชิญกับความทุกข์ยากนานาก็จะเฉา อ่อนแอ
> >>> และสูญเสียเรี่ยวแรงกำลังไป
> >>>
>>> หรือจะเป็นไข่ซึ่งดูสามารถปรับสภาพได้ในตอนแรกจิตใจอันอ่อนไหวของคุณจะเป็นอย่างไรหลังจากที่
ต้องเผชิญกับความเป็นความตาย
> >>> การแตกแยก การหย่าร้าง หรือการเลย์ออฟ หัวใจของคุณหยาบกร้าน
> >>> และแข็งกระด้างขึ้นหรือเปล่า
> >>>
> >>> แม้เปลือกภายนอกของคุณยังคงเดิม หากหัวใจและจิตวิญญาณของคุณเล่า
> >>> มันปวดร้าวและได้แปรเปลี่ยนเป็นแข็งแกร่ง
> >>>
> >>> หรือคุณเหมือนเมล็ดกาแฟ เมื่อเจอน้ำเดือดอันนำมาซึ่งความเจ็บปวด
> >>> แต่ณ.อุณหภูมิสูงสุด 100 องศาเซลเซียส กาแฟกลับมีรสชาติดีขึ้นยามนั้น
> >>> หากคุณเป็นดั่งกาแฟ เมื่อถึงภาวะที่เลวร้ายที่สุด
> >>> นอกจากคุณจะสามารถจัดการชีวิตตนเองได้แล้ว
> >>> คุณยังสามารถทำสิ่งรอบข้างให้ดีขึ้นได้ด้วย
ถั่วในมือลิง
ผู้ติดตาม: 0

พระจตุคามรามเทพ จ.นครศรีธรรมราช

โพสต์ที่ 19

โพสต์

พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า..

จิตของคนเรานั้น เหมือนกับลิง

เราจึงเรียนรู้เรื่องของจิตใจของเราได้มากมายจากพฤติกรรมของลิง

ลิงนั้นเกลียดกะปิ ถ้ากะปิถูกมือมันเมื่อใด

มันจะถูนิ้วกับพื้นจนเลือดไหลเต็มมือจนกว่ากลิ่นกะปิจะหายในที่สุด

จนกลายเป็นว่า กะปิ ถึงจะร้าย ก็ไม่ร้ายเท่า ความเกลียดกะปิ

ที่มือลิงเป็นแผลเหวอะหวะ ไม่ใช่เพราะกะปิ

หากเป็นเพราะความจงเกลียดจงชังกะปิต่างหาก

สิ่งที่เราเกลียดนั้น

บ่อยครั้งไม่น่ากลัวเท่ากับความเกลียดชังในจิตใจเรา

ความเกลียดชัง หรือพูดให้ถูกก็คือความรู้สึกอยากผลักไส

ซึ่งรวมทั้งความโกรธและความกลัว

แต่นั่นเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของความจริงเท่านั้น

นอกจากความอยากผลักไสแล้ว

ความยึดติดเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เราต้องระวังไม่แพ้กัน

กลับมาที่ลิงจอมซนอีกที

ในอินเดีย ลิงเป็นไม้เบื่อไม้เมากับชาวบ้าน

เพราะชอบขโมยผลไม้ในสวน ชาวบ้านจึงคิดวิธีจับลิง

โดยใช้กล่องไม้ซึ่งมีฝาด้านหนึ่งเจาะรูเล็กๆ พอให้ลิงสอดมือเข้าไปได้

ในกล่องมีถั่วซึ่งเป็นของโปรดของลิงวางไว้เป็นเหยื่อล่อ

วันดีคืนดี ลิงมาที่สวน

เห็นถั่วอยู่ในกล่อง ก็เอามือล้วงเข้าไปหยิบถั่ว

แต่พอถอนมือออกมาก็ติดฝากล่อง

เพราะกำมือของลิงนั้นใหญ่กว่าฝากล่องที่เจาะไว้

ลิงพยายามดึงมือเท่าไรก็ไม่ออก

พอชาวบ้านมาจับ ก็ปีนหนีขึ้นต้นไม้ไม่ได้

เพราะมีมือเปล่าอยู่ข้างเดียว

สุดท้ายก็ถูกคนจับได้

ลิงหาได้เฉลียวใจไม่ว่า เพียงแค่มันคลายมือออกเท่านั้น

มันก็เอาตัวรอดได้

แต่เพราะยึดถั่วไว้แน่น ไม่ยอมปล่อย จึงต้องเอาชีวิตเข้าแลก

มีหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตที่เราใฝ่ฝันอยากได้

จนถึงกับยึดไว้อย่างเหนียวแน่น

เวลาประสบปัญหา

เพียงแค่คลายสิ่งที่ติดยึดนั้นเสียบ้าง ปัญหาก็คลี่คลาย

แต่เป็นเพราะเราไม่ยอมปล่อย

จึงเกิดผลเสียตามมาอย่างมากมาย..ไม่คุ้มกับสิ่งที่ติดยึด

ปัญหาทั้งหลายในชีวิตนั้น

ถ้าเรารู้จักปล่อยวางเสียบ้าง

มันก็จะบรรเทาไปได้เยอะ

บ่อยครั้งการปล่อยวางไม่เพียงแต่เป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหาเท่านั้น

หากแต่เป็นทางออกจากปัญหาเลยทีเดียว

ความจริงการอยากผลักไสอะไรสักอย่าง ก็เป็นการติดยึดอีกแบบหนึ่ง

ทั้งๆ ที่ลิงพยายามถูกำจัดกลิ่นกะปิไปจากมือ

ก็อดไม่ได้ที่จะดึงมือมาดมหากลิ่นกะปิซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ในหลายๆกรณี ความทุกข์ไม่ได้มาจากไหน

หากมาจากการยึดติดไม่ยอมปล่อย

ดั่งเจ้าลิงหวงถั่ว.
ล็อคหัวข้อ