บริษัทแรกหรือเปล่า ที่แตกพาร์จาก1บาท เป็น50สตางค์
- ปรัชญา
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 18252
- ผู้ติดตาม: 0
บริษัทแรกหรือเปล่า ที่แตกพาร์จาก1บาท เป็น50สตางค์
โพสต์ที่ 1
หลักทรัพย์ UMS
หัวข้อข่าว ประชุมผู้ถือหุ้น,จ่ายปันผล,Right warrant และ เปลี่ยนพาร์
วันที่/เวลา 19 ก.พ. 2550 09:25:22
ที่ UMS./EXS./003-50
16 กุมภาพันธ์ 2550
เรื่อง แจ้งมติคณะกรรมการบริษัท
เรียน กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ด้วยคณะกรรมการ บริษัท ยูนิค ไมนิ่ง เซอร์วิสเซส จำกัด (มหาชน) (บริษัท) ประชุม
เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2550 ได้มีมติที่สำคัญสรุปได้ดังนี้
1. ที่ประชุมเห็นชอบในงบดุล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 และงบกำไรขาดทุน สำหรับปี
2549 ซึ่งผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแล้วพร้อมรายงานของผู้สอบบัญชี และจะนำ
เสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติต่อไป
2. ประธานแถลงให้ที่ประชุมทราบว่า กรรมการที่ออกตามวาระในปีนี้ได้แก่ นายชัยวัฒน์
เครือชะเอม และ นายณัฐพล ลีลาวัฒนานันท์ และกรรมการทั้ง 2 ท่าน มีสิทธิที่จะได้รับเลือก
กลับเข้ามาดำรงตำแหน่งกรรมการได้ ซึ่งจะได้นำเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจาณาและอนุมัติต่อไป
อนึ่ง ประธานได้เสนอให้พิจารณา เรื่อง กำหนดค่าตอบแทนกรรมการ โดยเสนอค่าตอบแทน
คณะกรรมการปีละไม่เกิน 2,496,000 บาท (สองล้านสี่แสนเก้าหมื่นหกพันบาทถ้วน) โดยจัดสรรค่า
ตอบแทนสำหรับกรรมการตรวจสอบจำนวน 3 ท่าน เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้นปีละไม่เกิน 900,000 บาท
(เก้าแสนบาทถ้วน) ค่าตอบแทนกรรมการบริษัทจำนวน 3 ท่านที่มาจากคณะผู้บริหาร เป็นจำนวน
เงินทั้งสิ้นปีละไม่เกิน 756,000 บาท (เจ็ดแสนห้าหมื่นหกพันบาทถ้วน) และค่าเบี้ยประชุม
840,000 บาท (แปดแสนสี่หมื่นบาทถ้วน) ที่ประชุมได้พิจารณาแล้วเห็นชอบตามที่เสนอและจะนำ
เสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติต่อไป
3.ที่ประชุมมีมติเห็นชอบการเสนอแต่งตั้ง นายพิชัย ดัชณาภิรมย์ ผู้สอบบัญชีอนุญาตเลขที่ 2421
หรือ นางสาว จันทรา ว่องศรีอุดมพร ผู้สอบบัญชีอนุญาตเลขที่ 4996 หรือ นายพจน์ อัศวสันติชัย
ผู้สอบบัญชีอนุญาตเลขที่ 4891 แห่งบริษัท สอบบัญชีธรรมนิติ จำกัด ซึ่งผ่านการพิจารณาของ
กรรมการตรวจสอบแล้ว เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ ประจำปี 2550 โดยกำหนดค่าตรวจสอบบัญชี
ประจำปีเป็นเงิน 490,000 บาท และจะนำเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติต่อไป
4.ที่ประชุมมีมติเห็นชอบการจัดสรรเงินกำไรสุทธิ ประจำปี 2550 สำหรับผลการดำเนินงาน
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2549 ถึง วันที่ 31 ธันวาคม 2549 ดังนี้
(1) บริษัทฯ ได้สำรองเงินตามกฎหมายครบจำนวนแล้ว
(2) เงินปันผลจ่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นซึ่งปรากฏรายชื่อในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น ณ วันปิดสมุดทะเบียนในวัน
ศุกร์ที่ 9 มีนาคม 2550 ณ เวลา 12.00 น. เพื่อสิทธิในการเข้าร่วมประชุมสามัญผู้ถือหุ้น
ประจำปี 2550 และสิทธิรับเงินปันผลสำหรับหุ้นสามัญจำนวน 70,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ
1 บาท ในอัตราหุ้นละ 0.50 บาท (ห้าสิบสตางค์) รวมเป็นเงินปันผลจ่ายทั้งสิ้น 35,000,000
บาท โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลภายในวันพฤหัสบดีที่ 27 เมษายน 2550 ซึ่งจะนำเสนอที่ประชุม
ผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาและอนุมัติต่อไป
ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลประกอบการระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2549 ถึง
30 กันยายน 2549 ไปแล้วในอัตราหุ้นละ 1 บาท รวมเป็นเงิน 70,000,000 บาท รวมเป็นเงิน
ปันผลที่บริษัทจ่ายสำหรับผลประกอบการตลอดปี 2549 เป็นอัตราหุ้นละ 1.50 บาท รวมเป็นเงิน
105,000,000 บาท
5.ที่ประชุมเห็นชอบให้แปลงมูลค่าที่ตราไว้จากหุ้นละ 1.00 บาท (หนึ่งบาท) เป็นมูลค่าหุ้นละ
0.50 บาท (ห้าสิบสตางค์) คณะกรรมการบริษัทมีมติให้เสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาแปลงมูลค่า
ที่ตราไว้จากหุ้นละ 1.00 บาท (หนึ่งบาท) แบ่งเป็นหุ้นจำนวน 70,000,000 หุ้น (เจ็ดสิบล้านหุ้น)
เป็นมูลค่าหุ้นละ 0.50 บาท (ห้าสิบสตางค์) แบ่งเป็นหุ้นจำนวน 140,000,000 หุ้น (ร้อยสี่สิบล้านหุ้น)
ซึ่งจะนำเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาและอนุมัติต่อไป
6.ที่ประชุมเห็นชอบให้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทเพื่อเสนอขายให้แก่
ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทตามสัดส่วนการถือหุ้น (ใบสำคัญแสดงสิทธิครั้งที่ 1) ตามสัดส่วนการถือหุ้นโดยไม่คิด
มูลค่าจำนวน 70,000,000 หน่วย โดยมีการจัดสรรให้ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทในอัตราส่วน 2 หุ้นเดิมต่อ
1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิราคาการใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิเท่ากับ 8.50 บาท/หุ้น (มูลค่าที่ตรา
ไว้เท่ากับ 0.50 บาท) รายละเอียดเบื้องต้นของใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะเสนอขายดังกล่าวตาม แบบ
รายงานการเพิ่มทุน (F53-4) ที่ประชุมมอบหมายให้คณะกรรมการหรือบุคคลที่คณะกรรมการมอบหมาย
เป็นผู้กำหนดวันเวลาและเงื่อนไขอื่นที่จะเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิหุ้นเพิ่มทุนต่อไป
7.ที่ประชุมเห็นชอบให้เพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทอีก 35,000,000 บาท (สามสิบห้าล้านบาท)
ซึ่งประกอบด้วยหุ้นสามัญจำนวน 70,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท จากเดิมที่บริษัทฯ
มีทุนจดทะเบียน 70,000,000 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญจำนวน 140,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้
0.50 บาทซึ่งจะนำเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาและอนุมัติต่อไป
8. ที่ประชุมเห็นชอบการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 70,000,000 หุ้น (เจ็ดสิบล้านหุ้น)
มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท เพื่อรองรับการใช้สิทธิแปลงสภาพตามใบสำคัญแสดงสิทธิครั้งที่ 1
ที่จะเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทตามสัดส่วนการถือหุ้น ทั้งนี้ บริษัทจะจัดสรรใบสำคัญแสดง
สิทธิครั้งที่ 1 ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทที่มีรายชื่อปรากฏในวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้น โดย
คณะกรรมการบริษัทจะเป็นผู้กำหนดวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นเพื่อรับสิทธิในการจองซื้อใบ
สำคัญแสดงสิทธิครั้งที่ 1 ภายหลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
ได้อนุญาตให้บริษัทเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิครั้งที่ 1 ต่อผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัท ซึ่งจะนำเสนอที่
ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาและอนุมัติต่อไป
9. ที่ประชุมเห็นชอบให้แก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิของบริษัท ข้อ 4 เพื่อให้สอดคล้อง
กับการเพิ่มทุนจดทะเบียนและการเปลี่ยนมูลค่าที่ตราไว้ ดังนี้ ข้อ 4 ทุนจดทะเบียน 105,000,000
บาท (หนึ่งร้อยห้าล้านบาท) แบ่งออกเป็น 210,000,000 หุ้น (สองร้อยสิบล้านหุ้น) มูลค่าหุ้นละ
0.50 บาท (ห้าสิบสตางค์) โดยแยกออกเป็นหุ้นสามัญ 210,000,000 หุ้น (สองร้อยสิบล้านหุ้น)
หุ้นบุริมสิทธิ - หุ้น (-) ซึ่งจะนำเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาและอนุมัติต่อไป
10. ที่ประชุมมีมติให้แก้ไขข้อบังคับบริษัทย่อยทั้ง 3 บริษัท เรื่องการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน
รายการเกี่ยวกับการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ของบริษัทหรือบริษัทย่อยตามประกาศตลาดหลัก
ทรัพย์แห่งประเทศไทย
11.ที่ประชุมมีมติกำหนดวันประชุมและวาระการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1 ประจำปี 2550
ในวันศุกร์ที่ 30 มีนาคม 2550 เวลา 10.00 น. ที่โรงแรม จัสมิน เอ็กเซ็คคิวทีฟ สวีท ชั้น แอล
ห้องซากูระ เลขที่ 2 ซอยสุขุมวิท 23 (ประสานมิตร) แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา
กรุงเทพมหานคร 10110 และกำหนดวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้น ตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม
2550 ณ เวลา 12.00 น. เป็นต้นไปจนกว่าการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นจะแล้วเสร็จเพื่อสิทธิใน
การเข้าร่วมประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2550 และสิทธิรับเงินปันผล โดยมีวาระการประชุม ดังนี้
วาระที่ 1 พิจารณารับรองรายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2549 เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2549
วาระที่ 2 พิจารณารับรองผลการดำเนินงานของบริษัท และรายงานประจำปี 2549
วาระที่ 3 พิจารณาอนุมัติงบดุล งบกำไรขาดทุน และงบกระแสเงินสด ของบริษัทประจำปี 2549
สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549
วาระที่ 4 พิจารณาการจัดสรรกำไรสุทธิจากผลการดำเนินงานปี 2549 เป็นเงินปันผล
วาระที่ 5 พิจารณาเลือกตั้งกรรมการแทนกรรมการที่ต้องออกตามวาระ และกำหนดค่าตอบแทนกรรมการ
วาระที่ 6 พิจารณาแต่งตั้งผู้สอบบัญชี และกำหนดค่าตอบแทน
วาระที่ 7 พิจารณาอนุมัติการเปลี่ยนมูลค่าที่ตราไว้จากหุ้นละ 1.00 บาท เป็นหุ้นละ 0.50 บาท
วาระที่ 8 พิจารณาอนุมัติการออกใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทเพื่อเสนอขายให้แก่
ผู้ถือหุ้นสามัญของบริษัทตามสัดส่วนการถือหุ้น
วาระที่ 9 พิจารณาและอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัท
วาระที่ 10 พิจารณาการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน
วาระที่ 11 พิจารณาและอนุมัติแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิของบริษัทให้สอดคล้องกับการเพิ่มทุน
ทะเบียนและการเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้
วาระที่ 12 พิจารณาแก้ไขข้อบังคับบริษัทย่อยทั้ง 3 บริษัท
วาระที่ 13 พิจารณาเรื่องอื่นๆ (ถ้ามี)
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
ขอแสดงความนับถือ
(นายชัยวัฒน์ เครือชะเอม)
กรรมการผู้จัดการ
หัวข้อข่าว ประชุมผู้ถือหุ้น,จ่ายปันผล,Right warrant และ เปลี่ยนพาร์
วันที่/เวลา 19 ก.พ. 2550 09:25:22
ที่ UMS./EXS./003-50
16 กุมภาพันธ์ 2550
เรื่อง แจ้งมติคณะกรรมการบริษัท
เรียน กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ด้วยคณะกรรมการ บริษัท ยูนิค ไมนิ่ง เซอร์วิสเซส จำกัด (มหาชน) (บริษัท) ประชุม
เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2550 ได้มีมติที่สำคัญสรุปได้ดังนี้
1. ที่ประชุมเห็นชอบในงบดุล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 และงบกำไรขาดทุน สำหรับปี
2549 ซึ่งผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแล้วพร้อมรายงานของผู้สอบบัญชี และจะนำ
เสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติต่อไป
2. ประธานแถลงให้ที่ประชุมทราบว่า กรรมการที่ออกตามวาระในปีนี้ได้แก่ นายชัยวัฒน์
เครือชะเอม และ นายณัฐพล ลีลาวัฒนานันท์ และกรรมการทั้ง 2 ท่าน มีสิทธิที่จะได้รับเลือก
กลับเข้ามาดำรงตำแหน่งกรรมการได้ ซึ่งจะได้นำเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจาณาและอนุมัติต่อไป
อนึ่ง ประธานได้เสนอให้พิจารณา เรื่อง กำหนดค่าตอบแทนกรรมการ โดยเสนอค่าตอบแทน
คณะกรรมการปีละไม่เกิน 2,496,000 บาท (สองล้านสี่แสนเก้าหมื่นหกพันบาทถ้วน) โดยจัดสรรค่า
ตอบแทนสำหรับกรรมการตรวจสอบจำนวน 3 ท่าน เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้นปีละไม่เกิน 900,000 บาท
(เก้าแสนบาทถ้วน) ค่าตอบแทนกรรมการบริษัทจำนวน 3 ท่านที่มาจากคณะผู้บริหาร เป็นจำนวน
เงินทั้งสิ้นปีละไม่เกิน 756,000 บาท (เจ็ดแสนห้าหมื่นหกพันบาทถ้วน) และค่าเบี้ยประชุม
840,000 บาท (แปดแสนสี่หมื่นบาทถ้วน) ที่ประชุมได้พิจารณาแล้วเห็นชอบตามที่เสนอและจะนำ
เสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติต่อไป
3.ที่ประชุมมีมติเห็นชอบการเสนอแต่งตั้ง นายพิชัย ดัชณาภิรมย์ ผู้สอบบัญชีอนุญาตเลขที่ 2421
หรือ นางสาว จันทรา ว่องศรีอุดมพร ผู้สอบบัญชีอนุญาตเลขที่ 4996 หรือ นายพจน์ อัศวสันติชัย
ผู้สอบบัญชีอนุญาตเลขที่ 4891 แห่งบริษัท สอบบัญชีธรรมนิติ จำกัด ซึ่งผ่านการพิจารณาของ
กรรมการตรวจสอบแล้ว เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ ประจำปี 2550 โดยกำหนดค่าตรวจสอบบัญชี
ประจำปีเป็นเงิน 490,000 บาท และจะนำเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติต่อไป
4.ที่ประชุมมีมติเห็นชอบการจัดสรรเงินกำไรสุทธิ ประจำปี 2550 สำหรับผลการดำเนินงาน
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2549 ถึง วันที่ 31 ธันวาคม 2549 ดังนี้
(1) บริษัทฯ ได้สำรองเงินตามกฎหมายครบจำนวนแล้ว
(2) เงินปันผลจ่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นซึ่งปรากฏรายชื่อในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น ณ วันปิดสมุดทะเบียนในวัน
ศุกร์ที่ 9 มีนาคม 2550 ณ เวลา 12.00 น. เพื่อสิทธิในการเข้าร่วมประชุมสามัญผู้ถือหุ้น
ประจำปี 2550 และสิทธิรับเงินปันผลสำหรับหุ้นสามัญจำนวน 70,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ
1 บาท ในอัตราหุ้นละ 0.50 บาท (ห้าสิบสตางค์) รวมเป็นเงินปันผลจ่ายทั้งสิ้น 35,000,000
บาท โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลภายในวันพฤหัสบดีที่ 27 เมษายน 2550 ซึ่งจะนำเสนอที่ประชุม
ผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาและอนุมัติต่อไป
ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลประกอบการระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2549 ถึง
30 กันยายน 2549 ไปแล้วในอัตราหุ้นละ 1 บาท รวมเป็นเงิน 70,000,000 บาท รวมเป็นเงิน
ปันผลที่บริษัทจ่ายสำหรับผลประกอบการตลอดปี 2549 เป็นอัตราหุ้นละ 1.50 บาท รวมเป็นเงิน
105,000,000 บาท
5.ที่ประชุมเห็นชอบให้แปลงมูลค่าที่ตราไว้จากหุ้นละ 1.00 บาท (หนึ่งบาท) เป็นมูลค่าหุ้นละ
0.50 บาท (ห้าสิบสตางค์) คณะกรรมการบริษัทมีมติให้เสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาแปลงมูลค่า
ที่ตราไว้จากหุ้นละ 1.00 บาท (หนึ่งบาท) แบ่งเป็นหุ้นจำนวน 70,000,000 หุ้น (เจ็ดสิบล้านหุ้น)
เป็นมูลค่าหุ้นละ 0.50 บาท (ห้าสิบสตางค์) แบ่งเป็นหุ้นจำนวน 140,000,000 หุ้น (ร้อยสี่สิบล้านหุ้น)
ซึ่งจะนำเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาและอนุมัติต่อไป
6.ที่ประชุมเห็นชอบให้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทเพื่อเสนอขายให้แก่
ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทตามสัดส่วนการถือหุ้น (ใบสำคัญแสดงสิทธิครั้งที่ 1) ตามสัดส่วนการถือหุ้นโดยไม่คิด
มูลค่าจำนวน 70,000,000 หน่วย โดยมีการจัดสรรให้ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทในอัตราส่วน 2 หุ้นเดิมต่อ
1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิราคาการใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิเท่ากับ 8.50 บาท/หุ้น (มูลค่าที่ตรา
ไว้เท่ากับ 0.50 บาท) รายละเอียดเบื้องต้นของใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะเสนอขายดังกล่าวตาม แบบ
รายงานการเพิ่มทุน (F53-4) ที่ประชุมมอบหมายให้คณะกรรมการหรือบุคคลที่คณะกรรมการมอบหมาย
เป็นผู้กำหนดวันเวลาและเงื่อนไขอื่นที่จะเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิหุ้นเพิ่มทุนต่อไป
7.ที่ประชุมเห็นชอบให้เพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทอีก 35,000,000 บาท (สามสิบห้าล้านบาท)
ซึ่งประกอบด้วยหุ้นสามัญจำนวน 70,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท จากเดิมที่บริษัทฯ
มีทุนจดทะเบียน 70,000,000 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญจำนวน 140,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้
0.50 บาทซึ่งจะนำเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาและอนุมัติต่อไป
8. ที่ประชุมเห็นชอบการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 70,000,000 หุ้น (เจ็ดสิบล้านหุ้น)
มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท เพื่อรองรับการใช้สิทธิแปลงสภาพตามใบสำคัญแสดงสิทธิครั้งที่ 1
ที่จะเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทตามสัดส่วนการถือหุ้น ทั้งนี้ บริษัทจะจัดสรรใบสำคัญแสดง
สิทธิครั้งที่ 1 ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทที่มีรายชื่อปรากฏในวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้น โดย
คณะกรรมการบริษัทจะเป็นผู้กำหนดวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นเพื่อรับสิทธิในการจองซื้อใบ
สำคัญแสดงสิทธิครั้งที่ 1 ภายหลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
ได้อนุญาตให้บริษัทเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิครั้งที่ 1 ต่อผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัท ซึ่งจะนำเสนอที่
ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาและอนุมัติต่อไป
9. ที่ประชุมเห็นชอบให้แก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิของบริษัท ข้อ 4 เพื่อให้สอดคล้อง
กับการเพิ่มทุนจดทะเบียนและการเปลี่ยนมูลค่าที่ตราไว้ ดังนี้ ข้อ 4 ทุนจดทะเบียน 105,000,000
บาท (หนึ่งร้อยห้าล้านบาท) แบ่งออกเป็น 210,000,000 หุ้น (สองร้อยสิบล้านหุ้น) มูลค่าหุ้นละ
0.50 บาท (ห้าสิบสตางค์) โดยแยกออกเป็นหุ้นสามัญ 210,000,000 หุ้น (สองร้อยสิบล้านหุ้น)
หุ้นบุริมสิทธิ - หุ้น (-) ซึ่งจะนำเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาและอนุมัติต่อไป
10. ที่ประชุมมีมติให้แก้ไขข้อบังคับบริษัทย่อยทั้ง 3 บริษัท เรื่องการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน
รายการเกี่ยวกับการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ของบริษัทหรือบริษัทย่อยตามประกาศตลาดหลัก
ทรัพย์แห่งประเทศไทย
11.ที่ประชุมมีมติกำหนดวันประชุมและวาระการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1 ประจำปี 2550
ในวันศุกร์ที่ 30 มีนาคม 2550 เวลา 10.00 น. ที่โรงแรม จัสมิน เอ็กเซ็คคิวทีฟ สวีท ชั้น แอล
ห้องซากูระ เลขที่ 2 ซอยสุขุมวิท 23 (ประสานมิตร) แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา
กรุงเทพมหานคร 10110 และกำหนดวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้น ตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม
2550 ณ เวลา 12.00 น. เป็นต้นไปจนกว่าการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นจะแล้วเสร็จเพื่อสิทธิใน
การเข้าร่วมประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2550 และสิทธิรับเงินปันผล โดยมีวาระการประชุม ดังนี้
วาระที่ 1 พิจารณารับรองรายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2549 เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2549
วาระที่ 2 พิจารณารับรองผลการดำเนินงานของบริษัท และรายงานประจำปี 2549
วาระที่ 3 พิจารณาอนุมัติงบดุล งบกำไรขาดทุน และงบกระแสเงินสด ของบริษัทประจำปี 2549
สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549
วาระที่ 4 พิจารณาการจัดสรรกำไรสุทธิจากผลการดำเนินงานปี 2549 เป็นเงินปันผล
วาระที่ 5 พิจารณาเลือกตั้งกรรมการแทนกรรมการที่ต้องออกตามวาระ และกำหนดค่าตอบแทนกรรมการ
วาระที่ 6 พิจารณาแต่งตั้งผู้สอบบัญชี และกำหนดค่าตอบแทน
วาระที่ 7 พิจารณาอนุมัติการเปลี่ยนมูลค่าที่ตราไว้จากหุ้นละ 1.00 บาท เป็นหุ้นละ 0.50 บาท
วาระที่ 8 พิจารณาอนุมัติการออกใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทเพื่อเสนอขายให้แก่
ผู้ถือหุ้นสามัญของบริษัทตามสัดส่วนการถือหุ้น
วาระที่ 9 พิจารณาและอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัท
วาระที่ 10 พิจารณาการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน
วาระที่ 11 พิจารณาและอนุมัติแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิของบริษัทให้สอดคล้องกับการเพิ่มทุน
ทะเบียนและการเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้
วาระที่ 12 พิจารณาแก้ไขข้อบังคับบริษัทย่อยทั้ง 3 บริษัท
วาระที่ 13 พิจารณาเรื่องอื่นๆ (ถ้ามี)
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
ขอแสดงความนับถือ
(นายชัยวัฒน์ เครือชะเอม)
กรรมการผู้จัดการ
- สุมาอี้
- Verified User
- โพสต์: 4576
- ผู้ติดตาม: 0
บริษัทแรกหรือเปล่า ที่แตกพาร์จาก1บาท เป็น50สตางค์
โพสต์ที่ 3
ตอนแรกเห็น SCC พาร์ 1 บาทแล้ว ราคาตั้งหลายร้อย นึกว่าเป็นตัวแรกที่พาร์ต่ำกว่า 1 บาทเสียอีก โดน UMS ตัดหน้าไปก่อน
http://dekisugi.net
ไม่ค่อยได้เช็ค PM เลยครับ ต้องการติดต่อผม อีเมลไปที่ [email protected] จะชัวร์กว่าครับ
ไม่ค่อยได้เช็ค PM เลยครับ ต้องการติดต่อผม อีเมลไปที่ [email protected] จะชัวร์กว่าครับ
- ปรัชญา
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 18252
- ผู้ติดตาม: 0
บริษัทแรกหรือเปล่า ที่แตกพาร์จาก1บาท เป็น50สตางค์
โพสต์ที่ 4
ต้องมาค้าขายให้กำไรเพิ่มขึ้นอีก1เท่ากับแตกพาร์ จาก1เป็น2
และต้องทำกำไรเพิ่มขึ้นอีกเพื่อให้มีกำไรคงเดิม กับการแปลงสิทธิ์
กว่าจะเข้าที่เข้าทางคงต้องใช้เวลา2-3ปี
ความคิดสร้างสรร เสียดายมีน้อยไปหน่อย
ท่านแม่ทัพสุมาอี้ คิดอย่างไรกับการเพิ่มจำนวนหุ้นเป็น2เท่าและ3เท่าครับ
และต้องทำกำไรเพิ่มขึ้นอีกเพื่อให้มีกำไรคงเดิม กับการแปลงสิทธิ์
กว่าจะเข้าที่เข้าทางคงต้องใช้เวลา2-3ปี
ความคิดสร้างสรร เสียดายมีน้อยไปหน่อย
ท่านแม่ทัพสุมาอี้ คิดอย่างไรกับการเพิ่มจำนวนหุ้นเป็น2เท่าและ3เท่าครับ
- โอ@
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 4244
- ผู้ติดตาม: 0
บริษัทแรกหรือเปล่า ที่แตกพาร์จาก1บาท เป็น50สตางค์
โพสต์ที่ 6
เรื่องแจก warrant ผมพอโอเคนะครับ เพราะว่าถ้าบริษัทอยากได้เงิน แต่ว่าก็กลัวว่าเงินนั้นผู้ืถือหุ้นบางคนอาจจะไม่มีchatchai เขียน:ทำไมต้องแจก Warrant![]()
ทำไมต้องแตกพาร์
เพิ่มทุนเลยมันก็ไม่ดีหนิครับแจกวอร์ก็ดูเป็นทางที่ดี ใครมีเงินก็เอามา ใครไม่มีก็เก็บ warrant ไว้
แต่แตกพาร์เป็น 50 สตางค์บริษัทแรกของไทยในตลาดเนี่ยซิ ราคาหุ้นก็แค่ 18 เอง จะเอาอะไรมากเนี่ย -_-'
_________
- สุมาอี้
- Verified User
- โพสต์: 4576
- ผู้ติดตาม: 0
บริษัทแรกหรือเปล่า ที่แตกพาร์จาก1บาท เป็น50สตางค์
โพสต์ที่ 8
1.ถ้าบริษัทเป็นกล่องพลาสติกใส (ผู้ถือหุ้นกับ insider รู้เท่ากัน)
- การแตกพาร์เพิ่มจำนวนหุ้นต้องไม่มีผลอะไรกับ Mkt Cap ของบริษัท :ราคาหุ้นจะเท่าเดิม
2.ถ้าบริษัทเป็นกล่องดำ
2.1 ถ้า insider มีความน่าเชื่อถือสูงว่าทำงานเพื่อผู้ถือหุ้นเป็นหลัก
- การแตกพาร์คือ signal ว่ามูลค่าของบริษัทกำลังจะสูงขึ้น : ราคาหุ้นจะปรับตัวขึ้น
2.2 ถ้า insider มีความน่าเชื่อถือต่ำ
- การแตกพาร์คือ signal ว่าบริษัทกำลังจะมี hidden agenda อะไรให้ผู้ถือหุ้นร้อนๆ หนาวๆ กันอีกแล้ว : ราคาหุ้นจะต่ำลง
- การแตกพาร์เพิ่มจำนวนหุ้นต้องไม่มีผลอะไรกับ Mkt Cap ของบริษัท :ราคาหุ้นจะเท่าเดิม
2.ถ้าบริษัทเป็นกล่องดำ
2.1 ถ้า insider มีความน่าเชื่อถือสูงว่าทำงานเพื่อผู้ถือหุ้นเป็นหลัก
- การแตกพาร์คือ signal ว่ามูลค่าของบริษัทกำลังจะสูงขึ้น : ราคาหุ้นจะปรับตัวขึ้น
2.2 ถ้า insider มีความน่าเชื่อถือต่ำ
- การแตกพาร์คือ signal ว่าบริษัทกำลังจะมี hidden agenda อะไรให้ผู้ถือหุ้นร้อนๆ หนาวๆ กันอีกแล้ว : ราคาหุ้นจะต่ำลง
http://dekisugi.net
ไม่ค่อยได้เช็ค PM เลยครับ ต้องการติดต่อผม อีเมลไปที่ [email protected] จะชัวร์กว่าครับ
ไม่ค่อยได้เช็ค PM เลยครับ ต้องการติดต่อผม อีเมลไปที่ [email protected] จะชัวร์กว่าครับ
- สุมาอี้
- Verified User
- โพสต์: 4576
- ผู้ติดตาม: 0
บริษัทแรกหรือเปล่า ที่แตกพาร์จาก1บาท เป็น50สตางค์
โพสต์ที่ 9
เรื่องเงินปันผลถ้าบริษัทยังมีโอกาสเติบโตสูงๆ อยู่บริษัทไม่ควรจ่ายเงินปันผลออกมาเลย
แต่บ้านเรา ความน่าเชื่อถือของบจ.ยังต่ำอยู่ ขืนไม่จ่ายปันผลออกมา โดนจัดเข้าบัญชีดำแน่ บริษัทที่เติบโตสูงทั้งหลายก็เลยต้องจำใจจ่ายปันผลออกมาให้สรรพากรชักภาษีไปฟรีๆ
แต่บ้านเรา ความน่าเชื่อถือของบจ.ยังต่ำอยู่ ขืนไม่จ่ายปันผลออกมา โดนจัดเข้าบัญชีดำแน่ บริษัทที่เติบโตสูงทั้งหลายก็เลยต้องจำใจจ่ายปันผลออกมาให้สรรพากรชักภาษีไปฟรีๆ
http://dekisugi.net
ไม่ค่อยได้เช็ค PM เลยครับ ต้องการติดต่อผม อีเมลไปที่ [email protected] จะชัวร์กว่าครับ
ไม่ค่อยได้เช็ค PM เลยครับ ต้องการติดต่อผม อีเมลไปที่ [email protected] จะชัวร์กว่าครับ
-
- Verified User
- โพสต์: 674
- ผู้ติดตาม: 0
บริษัทแรกหรือเปล่า ที่แตกพาร์จาก1บาท เป็น50สตางค์
โพสต์ที่ 11
แตกพาร์ ก็ยังดีกว่า จ่ายหุ้นปันผล
เพิ่มทุนโดยการออกวอร์ ก็ยังดีกว่าเพิ่มทุนแบบ right offering
ตราบเท่าที่คนเล่นหุ้นส่วนหนึ่ง ยังตั้งกฎกันเองว่า free warrant เป็นข่าวดี
เราก็ยังคงจะได้เห็นการแจก free warrant กันอยู่เรื่อย ๆ แหละครับ
เพิ่มทุนโดยการออกวอร์ ก็ยังดีกว่าเพิ่มทุนแบบ right offering
ตราบเท่าที่คนเล่นหุ้นส่วนหนึ่ง ยังตั้งกฎกันเองว่า free warrant เป็นข่าวดี
เราก็ยังคงจะได้เห็นการแจก free warrant กันอยู่เรื่อย ๆ แหละครับ
- สุมาอี้
- Verified User
- โพสต์: 4576
- ผู้ติดตาม: 0
บริษัทแรกหรือเปล่า ที่แตกพาร์จาก1บาท เป็น50สตางค์
โพสต์ที่ 12
[quote="fantasia"]ตราบเท่าที่คนเล่นหุ้นส่วนหนึ่ง ยังตั้งกฎกันเองว่า free warrant
http://dekisugi.net
ไม่ค่อยได้เช็ค PM เลยครับ ต้องการติดต่อผม อีเมลไปที่ [email protected] จะชัวร์กว่าครับ
ไม่ค่อยได้เช็ค PM เลยครับ ต้องการติดต่อผม อีเมลไปที่ [email protected] จะชัวร์กว่าครับ
-
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 11443
- ผู้ติดตาม: 0
บริษัทแรกหรือเปล่า ที่แตกพาร์จาก1บาท เป็น50สตางค์
โพสต์ที่ 13
เชื่อกันไหม ยุคหนึ่งสมัยหนึ่ง ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแห่งนี้
ข่าวการประกาศเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม เป็นข่าวดีสุดๆ ประกาศเมื่อไร ราคาหุ้นจะวิ่งชน Ceiling ที่ 10% จนทำให้เกิดข่าวลือว่าบริษัทนั้นบริษัทนี้จะเพิ่มทุน
กว่าจะเป็นข่าวร้ายก็ต้องรอให้ FIN1 ประกาศเพิ่มทุน แล้วราคาหุ้นก็ร่วง พร้อมกับคำใหม่สำหรับนักลงทุนสมัยนั้นคือ Dilution Effect ซึ่งก็หาน้อยคนที่จะเข้าใจ
ข่าวการประกาศเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม เป็นข่าวดีสุดๆ ประกาศเมื่อไร ราคาหุ้นจะวิ่งชน Ceiling ที่ 10% จนทำให้เกิดข่าวลือว่าบริษัทนั้นบริษัทนี้จะเพิ่มทุน
กว่าจะเป็นข่าวร้ายก็ต้องรอให้ FIN1 ประกาศเพิ่มทุน แล้วราคาหุ้นก็ร่วง พร้อมกับคำใหม่สำหรับนักลงทุนสมัยนั้นคือ Dilution Effect ซึ่งก็หาน้อยคนที่จะเข้าใจ
จงอยู่เหนือความดี อย่าหลงความดี
-
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 14783
- ผู้ติดตาม: 0
บริษัทแรกหรือเปล่า ที่แตกพาร์จาก1บาท เป็น50สตางค์
โพสต์ที่ 15
โค้ด: เลือกทั้งหมด
ถ้าคิด fully diluted ตอนนี้ p/e 10.8 ครับ
-
- Verified User
- โพสต์: 920
- ผู้ติดตาม: 0
บริษัทแรกหรือเปล่า ที่แตกพาร์จาก1บาท เป็น50สตางค์
โพสต์ที่ 16
แพงหรือเปล่าไม่แน่ใจครับ แต่ไม่ใช่ราคาที่ถูกอีกต่อไปแล้วครับสำหรับหุ้นถ่านหินตัวนี้....กลยุทธการแตกพาร์ จ่ายปันผล แจกวอร์ คล้ายพัฒน์กล เมื่อสองปีที่แล้ว....ไม่รู้จะลงเอยเหมือนกันหรือเปล่าครับที่ราคายังไม่ขยับไปเกินราคาใช้สิทธิ์เลย...ผมยังนึกไม่ออกว่าที่ราคาปัจจุบันกับ dilution ที่จะเกิดขึ้นหุ้นตัวนี้ยังมีอะไรเลือที่เหนือกว่า BANPU ครับ
-
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 3645
- ผู้ติดตาม: 0
บริษัทแรกหรือเปล่า ที่แตกพาร์จาก1บาท เป็น50สตางค์
โพสต์ที่ 18
สำหรับผม ผมว่ายังไม่แพงครับ แต่ตอนนี้ประเด็นเรื่องความสามารถในการบริหารเงินของผู้บริหารทำให้ผมคิดหนักJeng เขียน:แล้วท่านเลือดสีน้ำเงิน ว่าแพงหรือเปล่าโค้ด: เลือกทั้งหมด
ถ้าคิด fully diluted ตอนนี้ p/e 10.8 ครับ
It's earnings that count