
ทีม "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล มาถึงจุดตัดที่สำคัญในหน้าประวัติศาสตร์อีกครั้ง เมื่อเตรียมต้อนรับกลุ่มทุนใหม่จากดูไบ ที่จะเข้ามาเทคโอเวอร์สโมสร โดยขณะนี้การเจรจาผ่านขั้นแรกไปเรียบร้อยแล้ว
ก่อนหน้านี้ ลิเวอร์พูล มีความพยายามที่จะหาเงินทุนใหม่เข้ามาเพื่อช่วยฐานะการเงินของอดีตทีมเจ้าเกาะอังกฤษ ที่มีปัญหาทั้งในเรื่องของหนี้สินกว่า 80 ล้านปอนด์ และเงินที่จะสร้างสนามใหม่อีกกว่า 200 ล้านปอนด์ แต่ไม่ประสบความสำเร็จเลยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
แต่ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เริ่มมีข่าวว่าทางด้านบอร์ดบริหารแห่งแอนฟิลด์ นำโดยเดวิด มัวร์ส ประธานสโมสร และริค แพร์รี่ ประธานบริหาร ได้ตอบรับขั้นต้นจากกลุ่มทุนในดูไบ ที่ยื่นข้อเสนอขอเทคโอเวอร์เข้ามาอย่างเป็นทางการแล้ว
โดยขณะนี้ทางกลุ่มทุนจากดูไบ ในนาม "ดูไบ อินเตอร์เนชั่นแนล แคปิตัล" (DIC) กำลังทำการตรวจสอบบัญชีตามขั้นตอนอยู่ ซึ่งหากไม่มีปัญหาก็จะทำการเจรจาในขั้นต่อไปได้
ล่าสุดทางด้านซาเมียร์ อัล-อันซารี่ ประธานบริหารของ DIC ได้ออกมายืนยันว่ากำลังทำการเจรจาเรื่องการเทคโอเวอร์อยู่จริง และคาดหวังที่จะบรรลุการเจรจาในเร็วๆนี้
"เราหวังว่าเราจะสามารถบรรลุข้อตกลงที่จะทำให้เราได้มีโอกาสได้ลงทุนทั้งในและนอกสนาม"
อย่างไรก็ดี คาดว่าการเจรจาครั้งนี้จะใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง และจะไม่เสร็จสิ้นจนกว่าจะถึงปีหน้าแน่นอน แต่คาดว่าไม่น่าจะมีปัญหาเหมือนที่ผ่านมาแต่อย่างใด
สำหรับ DIC ก่อนหน้านี้เคยซื้อกิจการของพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซ่ต์ และ "ลอนดอนอาย" ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของกรุงลอนดอน และยังมีส่วนเชื่อมโยงกับตระกูลมัคตูม ซึ่งเป็นหนึ่งในตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกอีกด้วย
โดยผู้นำของตระกูลมัคตูม ก็คือชีค โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัล-มัคตูม ดำรงค์ตำแหน่งเป็นรองประธานธิบดีสหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์ และเป็นนายกรัฐมนตรีอีกด้วย
ด้านลิเวอร์พูล เคยพยายามทำการเจรจากับนายทุนหลายกลุ่ม อาทิ สตีฟ มอร์แกน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับ 3 ของสโมสรในขณะนี้ ,โรเบิร์ต คราฟท์ เจ้าของทีมอเมริกันฟุตบอลนิวอิงแลนด์ เพเทรียตส์ ,ไมค์ เจฟฟรีย์ จากกลุ่ม L4 รวมถึงพ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย
ขณะเดียวกันข่าวการเตรียมโดนเทคโอเวอร์นี้ ทำให้ลิเอร์พูล จะเป็นทีมระดับพรีเมียร์ชิพทีมล่าสุดที่โดนนายทุนจากต่างชาติเข้ามายึดกิจการ ต่อจากเชลซี ,แมนฯ ยูไนเต็ด ,ปอร์ทสมัธ ,แอสตัน วิลล่า และเวสต์แฮม
[ Credit ] : http://www.soccersuck.com/soccer/viewtopic.php?t=28146