|0 คอมเมนต์
"พันศักดิ์" ทวงบุญคุณ "เจิมศักดิ์" วิ่งเข้าบ้านพิษฯ ได้งานทีวี-วิทยุ
ข่าวจาก นสพ. กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 3 พ.ค. 2545
"พันศักดิ์"ออกโรงยันรัฐบาล ไม่ได้เอื้อประโยชน์"เอ็มกรุ๊ป"รายเดียว แฉกลับ"เจิมศักดิ์"เคยมีผลประโยชน์ร่วม"สนธิ ลิ้มทองกุล" แถมวิ่งเข้าบ้านพิษณุโลก รับงานทีวี-วิทยุ อัดยับเป็นเหมือนนักเล่นละคร แนะควรเอาดีร้อง"โอเปร่า"มากกว่า เตือนสื่อมวลชนไทยต้องไม่ทำตัวเผด็จการ
นายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ ประธานที่ปรึกษานโยบายนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงกรณีที่นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง วุฒิสมาชิกกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้อภิปรายพาดพึงว่ามีคนในรัฐบาล 4 คน ที่มีความสัมพันธ์กับสิ่งพิมพ์รายใหญ่แห่งหนึ่ง ซึ่งมีหนี้สินถึง 2 หมื่นล้านบาท และต่อมาได้รับการลดหนี้ถึง 70% โดยหนึ่งใน 4 คนที่นายเจิมศักดิ์พูดถึง มีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และชอบผูกหูกระต่าย
ทวงบุญคุณดัน"เจิมศักดิ์"ออกรายวิทยุ
นายพันศักดิ์ ซึ่งเป็นอดีตบรรณาธิการ นิตยสารเอเชียไทม์ นิตยสารในเครือของ นสพ.ผู้จัดการ กล่าวว่า กรณีของตนกับนายสนธิ ลิ้มทองกุล เจ้าของหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ และเครือเอ็มกรุ๊ป ไม่ได้คุยกันมาเป็นปีแล้ว ตนเคยทำงานให้นายสนธิในฐานะที่ปรึกษา นายเจิมศักดิ์ ก็ไปมาหาสู่กัน เข้าใจว่านายสนธิ ได้กรุณาให้ความช่วยเหลือนายเจิมศักดิ์ และบริษัทของนายเจิมศักดิ์ พอประมาณเมื่อ 5-6 ปีก่อน ตนเห็นนายเจิมศักดิ์แอบๆ เดินขึ้นไปก็แปลกใจว่า ทำไมนายเจิมศักดิ์ ไปถึงสำนักพิมพ์ผู้จัดการ ซึ่งตนไม่ทราบว่าช่วยเหลืออะไรกันหรือไม่อย่างไรแล้วตอนหลังทำไมโกรธกับคุณสนธิ
ผมคิดว่าคุณเจิมศักดิ์เป็นเพื่อนผมถ้าจำไม่ผิด เมื่อ 15 ปีก่อนโดยคุณเจิมศักดิ์มาเทียวไล้เทียวขื่อ ที่บ้านพิษณุโลก และเข้าใจว่า อาจารย์ไกรศักดิ์ ชุณหวัณ และผมเป็นคนช่วยให้คุณเจิมศักดิ์ได้ออกรายการวิทยุ และทำรายการอะไรบางอย่าง ซึ่งต่อมาเห็นคุณเจิมศักดิ์ก็รุ่งเรืองดีนายพันศักดิ์กล่าว
ถ้าเป็นตนเมื่อมีปัญหาอะไร ก็จะโทรหาคุณสนธิทันที แต่ข่าวที่ออกมากลับมีแต่นายเจิมศักดิ์พูดว่าอย่างนั้น อย่างนี้ ไม่มีใครไปถามนายสนธิเลย ว่าที่นายเจิมศักดิ์พูดอย่างนี้ นายสนธิว่าอย่างไร และตนคิดว่า ถ้าถามนายสนธิว่า นายพันศักดิ์ ช่วยให้นายสนธิได้โฆษณาจริงหรือไม่เขาคงหัวเราะก๊าก
เหน็บ"เจิมศักดิ์"พวกนักการละครควรร้องโอเปร่า
ส่วนที่นายเจิมศักดิ์ พูดถึงคนที่ผูกหูกระต่ายและพูดไทยคำอังกฤษคำนั้น นายพันศักดิ์ กล่าวว่า บังเอิญตนพูดเจ๊กไม่เป็น ถ้าพูดได้ก็จะพูด เข้าใจว่านายเจิมศักดิ์คงไม่ได้พูดถึงตน เพราะคนใส่หูกระต่ายมีหลายคน อาทิ นายนิตย์ พิบูลสงคราม อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) และ นายวิชัย พันธุ์โภคา อดีตผู้จัดการธนาคารเดรสเนอร์แบงก์ และที่บอกว่าเป็นที่ปรึกษานายกฯ ที่ปรึกษานายกฯก็มีหลายคน ตนไม่ถือว่าเป็นสาระ
ผมไม่ยักรู้ว่าคุณเจิมศักดิ์เป็นพวกดรามาติ้ส หรือนักการละคร ไม่ทราบมาก่อน คนประเภทนี้ชอบทำซุ่มเสียง น่าจะไปร้องโอเปร่ามากกว่า เพราะปอดใหญ่ แต่ความจริงตัวแกขาวเกินไปไม่เช่นนั้นจะให้เล่นเป็นแขกดำ หรือแขกแม้วนายพันศักดิ์กล่าว
นายพันศักดิ์กล่าวต่อว่า นายเจิมศักดิ์เป็นวุฒิสมาชิก รับเงินของแผ่นดิน ซึ่งต่างจากตนที่ไม่มีรายได้จากการเป็นนักการเมือง หรือข้าราชการ จะเดินไปยืนแลกเช็คหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ก็ไม่เสียหายอะไรเพราะตนเป็นคนที่คิดช่วยบ้านเมือง แต่นายเจิมศักดิ์ ชอบพูดเรื่อยเปื่อยอายุก็มากแล้ว
เมื่อถามว่ามองนายเจิมศักดิ์ เป็นพวกพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ นายพันศักดิ์ กล่าวว่าตนไม่ได้มองว่าเขาเป็นพวกประชาธิปัตย์ แต่มองว่าเป็นนักการเมือง เป็นวุฒิสมาชิกซึ่งไม่ได้แปลว่าไม่ดี ไม่เช่นนั้นจะเขียนในรัฐธรรมนูญให้มีนักการเมืองทำไม
ยันลดเอ็นพีแอลไม่ใช่"สนธิ"คนเดียว
ถามต่อว่ากรณีนายเจิมศักดิ์ระบุว่ามีหนังสือพิมพ์ใหญ่ฉบับหนึ่งได้รับการยกหนี้กว่า 70% เรื่องนี้ตนไม่ทราบ แต่การลดหนี้หรือแฮร์คัท มีอยู่เต็มประเทศ รัฐบาลที่แล้วก็เคยเอื้ออาทร ระบบธนาคารพาณิชย์ไทย โดยเริ่มจากนายธารินทร์ นิมมานเหมินท์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมาก่อน ซึ่งนายธารินทร์อ้างว่าเป็นเรื่องของระบบ แต่ระบบของคนจนและชาวนา ที่รัฐบาลพักหนี้ให้ 3 ปี กลายเป็นระบบที่ต่ำต้อย
ถึงนายสนธิจะได้ลดเอ็นพีแอล แต่ไม่ใช่นายสนธิคนเดียว ต้องไปลิสต์ดูรายชื่อทั้งประเทศ จะพบว่ามีทั้งคนที่เกลียด และชอบรัฐบาล ซึ่งมีการลดเอ็นพีแอลกันแหลกลาน หากมีการลดหนี้ให้คุณสนธิคนเดียวก็จะเป็นเรื่อง ไม่ใช่เฉพาะกับรัฐบาลชุดนี้ คุณสนธิก็สนิทกับกับนายธารินทร์ ถึงขั้นเรียกชื่อเล่นกันได้ สนิทกันขนาดนั้น รวมทั้งคุณสนธิ ก็สนิทกับนายเอกมล คีรีวัฒน์ ที่ขณะนี้อยู่พรรคประชาธิปัตย์ แล้วจะว่าอย่างไรนายพันศักดิ์ ระบุ
นายพันศักดิ์กล่าว และที่ผ่านมาแม้หนังสือพิมพ์ผู้จัดการจะมีการตีนายธารินทร์ แต่ก็ไม่ถือว่าเป็นการเกลียดกันส่วนตัว เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น แม้ตอนที่นายธารินทร์ไม่ได้เป็นรัฐบาลแล้วก็คงจะต้องตีต่อไป แต่ขณะนี้จะเห็นว่าผู้จัดการไม่ได้เขียนโจมตีนายธารินทร์แล้ว ส่วนกรณีนายวิโรจน์ นวลแข ผู้จัดการธนาคารกรุงไทย ช่วยลดหนี้ให้หนังสือพิมพ์ผู้จัดการนั้นเรื่องนี้ตนไม่ทราบ ถ้าทำง่ายๆ อย่างนั้น นายวิโรจน์ ก็เสร็จจะมีปัญหาชีวิตเหมือนนายศิรินทร์ นิมมานเหมินท์ น้องชายนายธารินทร์ มันเป็นเรื่องที่"โง่"มาก และพิกล พูดง่ายเกินไป นายสนธิ กำลังถูกจับตามองอยู่ ลามอ้างรมต.ในรัฐบาลหาสปอนเซอร์ช่วยเนชั่น
นายพันศักดิ์ กล่าวว่าในกรณีของบริษัทในเครือเนชั่นเองก็มีความสัมพันธ์กับรัฐบาลนี้ เพราะมีรัฐมนตรีบางคนก็ช่วยหาสปอนเซอร์โฆษณาให้ ถือเป็นเรื่องปกติในธุรกิจ ถามว่า เนชั่นเป็นบริษัท ที่กระจายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์หรือเปล่า ถ้าอย่างนี้ถือเป็นธุรกิจ หรือหนังสือพิมพ์
ประธานที่ปรึกษานโยบายนายกรัฐมนตรีกล่าว ที่ถูกกล่าวหาว่ารัฐบาลเป็นผู้สั่งให้รัฐวิสาหกิจให้สปอนเซอร์กับบางรายการเป็นกรณีพิเศษนั้น เช่นกรณีของบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน)นั้น นายพันศักดิ์กล่าวว่าจริงๆแล้วการบินไทยก็ให้การสนับสนุนทุกแห่งรัฐวิสาหกิจมีสิทธิตัดสินใจกันเอง จะถูกหรือผิดก็ว่ากันไปตนไม่เคยเข้าไปเกี่ยวข้องอย่างเช่นหนังสือพิมพ์ไทยรัฐในหนึ่งสัปดาห์ก็จะต้องเขียนว่ารัฐบาล2 ครั้ง แต่ทำไมไทยรัฐจึงมีโฆษณาล้นเลย
เมื่อถามว่าตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 39 ที่ระบุว่า การให้เงินหรือทรัพย์สินอย่างอื่นอุดหนุนหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นของเอกชน รัฐจะกระทำมิได้ นายพันศักดิ์กล่าวว่า การกล่าวหาหากต้องการค้าความก็ว่ากันไปตามกฎหมายเรื่องการค้าความนี้มีเครื่องมือเยอะรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นรัฐธรรมนูญที่เปิดโอกาสให้มีการค้าความกันมากที่สุด
ชี้เสรีภาพสื่อต้องสมดุล 3 ฝ่าย
อย่างไรก็ตาม การโต้เถียงของสื่อมวลชนกับรัฐบาลมีมานานตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ แต่สิ่งที่รัฐบาลควรประกันคือเสรีภาพของสื่อมวลชนแต่ต้องมีความสมดุล 3 ฝ่ายคือรัฐบาล สื่อมวลชนและประชาชนอิสรภาพของสื่อต้องมีหลักการที่รักษาไว้ระหว่าง 3 ฝ่ายนี้ และเช่นเดียวกันที่สื่อจะต้องไม่ใช่เผด็จการ การรักษาความสมดุลของทั้ง 3 ฝ่ายจะทำให้รัฐบาลเป็นเผด็จการได้ยาก ถ้าสื่อมวลชนไทยเป็นเผด็จการ ประชาชนจะมีปัญหาทันที
ทั้งนี้การโต้เถียงกันระหว่างสื่อกับรัฐบาล เป็นสิ่งที่ดีและมีความจำเป็นมาก รัฐบาลจะเชื่อมั่นมากไม่ตอบโต้ ไม่ให้ข้อมูลกับสื่อ ทำอย่างนั้นไม่ได้ ต้องมีการตอบโต้กัน ประชาชนจะได้ประโยชน์
ที่มา :
http://www.bangkokbiznews.com/2002/05/0 ... =pag5.html
Link ที่เกี่ยวข้อง
http://www.bangkokbiznews.com/2002/05/0 ... =pag5.html
วัน / เวลา 3 พ.ค. 2002
ผู้โพสต์ Editor
[/code]