อายเค้าไหมลูก

เชิญมาพักผ่อน คลายร้อนนั่งเล่น คุยกันเย็นๆ พร้อมเรื่องกีฬา สัพเพเหระ ทัศนะนานา ชีวิตชีวา สุขภาพทั่วไป บันเทิงขำขัน รอบเรื่องเมืองไทย ชวนเที่ยวที่ไหน อยากไปก็นัดมา ...โย่วๆ

โพสต์ โพสต์
chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 11443
ผู้ติดตาม: 0

อายเค้าไหมลูก

โพสต์ที่ 1

โพสต์

เมื่อวานพาลูกไปเรียนว่ายน้ำ

ที่สระน้ำมีครอบครัวหนึ่ง  ประกอบด้วยพ่อแม่และลูกอีก 2 คน  อายุประมาณ 5 ขวบคนหนึ่ง  และ 3 ขวบคนหนึ่ง

แม่กำลังเปลี่ยนชุดว่ายน้ำให้ลูกทั้งสองคนเพื่อเรียนว่ายน้ำ

ลูกชายคนเล็กเปลี่ยนเสื้อผ้าไปก็ร้องไห้ไป  แกไม่อยากเรียนว่ายน้ำครับ

คนพ่อก็นั่งเฉยๆ  ไม่สนใจอะไร  

คนแม่เปลี่ยนชุดไปก็ดุด่าและบังคับลูกไป  และพูดว่าร้องไห้ทำไม  อายคนอื่นเค้าไหม

ผมนั่งอยู่ข้างๆดูลูกเรียนว่ายน้ำอยู่  รู้สึกว่าคนที่ควรอายนะเป็นแม่มากกว่าลูกนะ

อยากให้ลูกว่ายน้ำ  ทำไมไม่ทำให้ลูกมีความรู้สึกสนุกสนานที่จะเรียน  ทำไมไม่ถามลูกว่าทำไมถึงไม่อยากเรียนว่ายน้ำ  ได้แต่ใช้อำนาจบังคับลูกทำในสิ่งที่ตัวเองอยากให้ทำ  โดยไม่สนใจความคิดของเด็กเลย
121
Verified User
โพสต์: 843
ผู้ติดตาม: 0

อายเค้าไหมลูก

โพสต์ที่ 2

โพสต์

:x  :lol:  :D
pairojtw
Verified User
โพสต์: 75
ผู้ติดตาม: 0

อายเค้าไหมลูก

โพสต์ที่ 3

โพสต์

แม่คงได้รับการปฏิบัติเช่นนี้จากยายเมื่อวัยเด็ก และไม่มีโอกาสหรือไม่ใส่ใจที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับจิตวิทยาของการเลี้ยงลูก ผลจึงเป็นอย่างที่ท่านเห็น เรื่องนี้แก้ไม่ง่าย เพราะต้องเปลี่ยนมุมมองของแม่และพ่อเสียก่อน ซึ่งต้องอาศัยบุคคลที่เขาเคารพนับถือ-เชื่อถืออย่างจริงใจเป็นผู้ให้คำแนะนำ
CK
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 9795
ผู้ติดตาม: 0

อายเค้าไหมลูก

โพสต์ที่ 4

โพสต์

แม่คงได้รับการปฏิบัติเช่นนี้จากยายเมื่อวัยเด็ก และไม่มีโอกาสหรือไม่ใส่ใจที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับจิตวิทยาของการเลี้ยงลูก ผลจึงเป็นอย่างที่ท่านเห็น เรื่องนี้แก้ไม่ง่าย เพราะต้องเปลี่ยนมุมมองของแม่และพ่อเสียก่อน ซึ่งต้องอาศัยบุคคลที่เขาเคารพนับถือ-เชื่อถืออย่างจริงใจเป็นผู้ให้คำแนะนำ
ดร.โหน่ง
Verified User
โพสต์: 877
ผู้ติดตาม: 0

อายเค้าไหมลูก

โพสต์ที่ 5

โพสต์

พี่ฉัตรถ้าเป็นสังคมเมืองนอกเมืองนา
จะไม่ค่อยเห็นกริยาผู้ใหญ่เยี่ยงนี้
เค้าสอนกันด้วยเหตุผลจริง ไปนั่งฟังฝรั่งหัวงอกขาวโผนสักเจ็ดสิบคุยกับเด็ก 9 ขวบ ใน church เค้าคุยกันยังกะเพื่อนแนะ เราได้ยินตอนแรกแปลกใจมาก อยู่ไปๆมันก็ซึม ก็เอามาใช้กับลูกพูดทุกอย่างเหมือนเค้าเป็นผู้ใหญ่เลย ทุกวันนี้พูดจาคำศัพท์เกินวัย ไปโรงเรียนครูดันไม่ชอบอีก หาว่าแก่แดด ...เฮ้อ...นี่ถ้าไม่สวยนะ ...
เออ...แล้วก็ไม่รู้ทำไมต้องแก่แดดนะ...ไม่แก่ลม แก่ไฟมั่ง
       อ้าว...เมียเดินผ่านพอดี นั่นขึ้นไปแล้ว
....แก่จังตัวเอง อ้าว....ดูชราภาพและก็ขี้เหร่มากเลย...ไม่รู้เรื่องหรอก เราแอบเอานินทา.. :lol:

     ราตรีสวัสดิ์ครับทุกท่าน
ปุย
Verified User
โพสต์: 2032
ผู้ติดตาม: 0

อายเค้าไหมลูก

โพสต์ที่ 6

โพสต์

ผมว่ามันก็ต้องมีบ้างนา... ที่เคี่ยวเข็ญลูก ก็เพราะอยากให้ ลูกได้ออกกำลังกาย ดีกว่าปล่อยตามใจให้นั่งเล่นเกม หรือดูทีวี อยู่กับบ้าน

ที่คุณแม่ทำไป ก็เพราะรัก อุตส่าห์พาลูกมาสระว่ายน้ำ พ่อ-แม่มีเวลาให้ลูก
ไม่เห็นน่าอาย

ผมว่าถ้าจะตำหนิ ไปตำหนิ พวกพ่อ-แม่ที่ไม่ดูดำดูดีลูก จะดีกว่า มีมากมาย สังคมสมัยนี้

แต่ถ้าจะให้ดีกว่านั้น คุณแม่ควรอธิบายให้ลูกเห็นถึงประโยชน์ของการว่ายน้ำ เกลี้ยกล่อม ให้รางวัลบ้าง

ถ้าใช้ไม้อ่อนไม่ได้ผล มันก็ต้องมีไม้แข็งบ้าง การเปรียบเทียบเด็กกับเด็กอื่น อย่างที่ว่า "อายคนอื่นเค้าไหม"

ผมว่า เราหนีไม่พ้น เพราะอยู่ในโลกของการแข่งขัน การเปรียบเทียบ เด็กก็จำเป็นต้องเรียนรู้ ต้องปรับตัว

สรุปว่า ผมเข้าข้างแม่เด็กนะ

แต่ถ้าให้เทียบกับลูกผม 3 ขวบเหมือนกัน เห็นสระน้ำ แล้วกระโดดใส่เลยครับ
เคยหัวจมน้ำบ้าง โผล่ขึ้นมาได้ ก็เล่นต่อ จะร้องไห้ก็ตอนไม่ยอมขึ้นจากสระครับ
ด๊กดิงด่าง
Verified User
โพสต์: 312
ผู้ติดตาม: 0

อายเค้าไหมลูก

โพสต์ที่ 7

โพสต์

เคยดูหนังช่องเจ็ดเรื่องหนึ่งเมื่อหลายปีก่อนชื่อเรื่อง รักก็บ้าไม่รักก็บ้า เข้าใจคนทั่วๆไปมากขึ้นเลยครับ
การทำอะไรแบบเดิมๆเป็นเวลานานๆทำให้ชีวิตเสียหาย
ภาพประจำตัวสมาชิก
MO101
Verified User
โพสต์: 3226
ผู้ติดตาม: 0

อายเค้าไหมลูก

โพสต์ที่ 8

โพสต์

เท่าที่อ่าน คนพี่ 5 ขวบไม่ร้องงอแง แสดงว่าวิธีนี้ได้ผลครับ
แม้ว่าจะแตกต่างจากวิธีที่คนส่วนใหญ่ในห้องนี้เลือกใช้ก็ตาม
แบบนี้เรียกว่าวิธีเลี้ยงลูกแบบส่วนกระแสไหมครับ

ผมขอตั้งชื่อวิธีเลี้ยงลูกแบบนี้ว่า Contra
ภาพประจำตัวสมาชิก
por_jai
Verified User
โพสต์: 14338
ผู้ติดตาม: 0

Re: อายเค้าไหมลูก

โพสต์ที่ 9

โพสต์

[quote="chatchai"]

อยากให้ลูกว่ายน้ำ
กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า
ดร.โหน่ง
Verified User
โพสต์: 877
ผู้ติดตาม: 0

Re: อายเค้าไหมลูก

โพสต์ที่ 10

โพสต์

พี่พอใจบอก
[quote="por_jai"]
cha
Verified User
โพสต์: 73
ผู้ติดตาม: 0

อายเค้าไหมลูก

โพสต์ที่ 11

โพสต์

พวกหนุ่ม ๆ ขา อย่าคิดมากไปเลยค่ะ แค่เรื่องกะจิดริด ความจริงก็ลูกใครลูกมัน เพราะลูกเราเมื่อตอนเล็ก ๆ ก็ว่ายน้ำไปร้องไห้ไปเหมือนกัน แต่พอเค้าว่ายเป็นเราก็ไม่บังคับเค้าอีกต่อไปว่าจะชอบว่ายน้ำหรือไม่ เพราะเราเพียงอยากให้ลูกได้ช่วยเหลือตนเองได้บ้างเท่านั้นเองเมื่อมีปัญหา :lol:
chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 11443
ผู้ติดตาม: 0

อายเค้าไหมลูก

โพสต์ที่ 12

โพสต์

MO101 เขียน:เท่าที่อ่าน คนพี่ 5 ขวบไม่ร้องงอแง แสดงว่าวิธีนี้ได้ผลครับ
คนโต 5 ขวบ  ไม่ร้องไห้  อาจจะเป็นเพราะคนโตโตพอที่จะหัดเรียนว่ายน้ำอย่างจริงจัง  แต่คนเล็กอายุยังน้อยอาจจะไม่เหมาะกับการสอนของครูคนนี้ก็ได้  ถึงไม่อยากเรียน  ทางที่ดีพ่อแม่ก็ควรที่จะสอบถามเด็กก่อน  อย่างคิดเองและต้องเข้าใจสภาพจิตใจเด็กอายุ 3 ขวบด้วย  อย่าเอาจิตใจผู้ใหญ่เป็นหลัก
chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 11443
ผู้ติดตาม: 0

อายเค้าไหมลูก

โพสต์ที่ 13

โพสต์

cha เขียน:พวกหนุ่ม ๆ ขา อย่าคิดมากไปเลยค่ะ แค่เรื่องกะจิดริด :
จะว่าเป็นเรื่องเล็กก็คงไม่ถูก  เพราะบ่งบอกถึงวิธีเลี้ยงลูกที่คงนำไปใช้กับทุกสถานการณ์และทุกอายุ

พอโตขึ้นบังคับไม่ได้  ก็จะมาบ่นว่าลูกไม่เข้าใจพ่อแม่  พ่อแม่ไม่เข้าใจลูก  ลูกติดเพื่อนมากกว่าพ่อแม่  ปัญหาใหญ่ที่เดียวนะครับ
freemindd
Verified User
โพสต์: 455
ผู้ติดตาม: 0

อายเค้าไหมลูก

โพสต์ที่ 14

โพสต์

มาเห็นด้วยกับพี่ฉัตรชัย
ผมว่าแม่เจตนาดี
แต่วิธีการผิด
และ เร็วเกินไปกับเด็กวัยนี้
ที่จะมาบังคับกันแบบนี้
MarginofSafety
Verified User
โพสต์: 5786
ผู้ติดตาม: 0

อายเค้าไหมลูก

โพสต์ที่ 15

โพสต์

   เราอยากให้เขาซื้อไอเดียอันไหนที่เราคิดว่าดี
   เราต้องพยายามขายให้เขาครับ
Son : Mom, I don't want to swim.
Mom : It 's funny. I'm sure you will.
Son : No, mom.
Mom : You will be strong like superman if you swim.
Son : No, mom.
Mom : It 's neccessary. It could help you survive when you face water accidents.
Son : No, mom.
Mom : Thinking for a while. You see a lot of cute girls around there.  Do you wanna play with them?
Son : Yes, mom. They are really cute. I want to play with them but how?
Mom : You 've got to learn how to swim then you can show them how smart you are, alright?
Son : Thinking for a while. Are you sure this is gonna work?
Mom : Of course, honey.
Son : Okay, mom. I 'm going to learn swimming and impress them
Mom : Good boy. [Oh! My son.]

Just for fun. :lol:
"Winners never quit, and quitters never win."
ดร.โหน่ง
Verified User
โพสต์: 877
ผู้ติดตาม: 0

อายเค้าไหมลูก

โพสต์ที่ 16

โพสต์

ผมว่า...ว่าอีกแล้ว

อย่างที่น้องหวีเขียน
พ่อแม่ทุกคนน่าจะสอนลูกอย่างนี้ นอกจากจะต้องมีความอดทนแล้ว ยังต่อใช้ไหวพริบในการเลี้ยงลูก ขอบคุณน้องหวีที่ยกตัวอย่างที่ดีมาก ภาษาก็สละสลวย ฝรั่งเค้าเป็นอย่างนี้จริงๆ คนของเค้าเลยมีประสิทธิภาพมากกว่าเรา อย่าว่าแต่ไปวัดกันที่วัยผู้ใหญ่เลย แค่เด็กเค้าวัย 5 ขวบ กับเด็กเราวัย 5 ขวบเท่ากัน ความคิดความอ่านเราก็สู้เค้าไม่ได้แล้ว เค้าเริ่มขี่รถจักรยานส่งหนังสือพิมพ์หาเงินเองแล้ว

     สมัยเด็กๆ...พ่อเคยบอกผม...ย่าไม่เคยบังคับพ่อ
พ่อก็เลยไม่เคยบังคับผม ตั้งแต่เด็กจนโตให้คิดเองตลอดขนาดหาเมียพ่อไม่เคยมายุ่ง บอกว่าจะแต่งวันไหนก็บอกพ่อก่อนหนึ่งวัน.....พอมีลูกผมก็ไม่เคยบังคับลูก
ลูกจะเรียนอนุบาลไหน ผมให้เค้าเลือกเอง พาไปดูตั้งหลายที่ แล้วเค้าก็เลือกอนุบาลโชคชัย เลือกเองครับ
ผมไม่ได้ยุ่งเลย เค้าเดินดูโรงเรียนของเค้าเอง
ทุกวันนี้ลูกผมเป็นเด็กอารมณ์ดีมาก ครูรักกันทั้งโรงเรียน
โดยที่ผมไม่เคยไปยุ่งกับเค้าเลย เค้าเป็นของเค้าเอง
อย่างว่ายน้ำตอนแรกก็ไม่กล้าลง ผมกระโดดให้เค้าดู ตูมๆ....เค้าเห็นพ่อสนุก...เค้าก็เลยโดดตาม....
ไม่ถึง 2 เดือนว่ายน้ำเก่งแล้ว ใครเห็นก็ถามเลี้ยงลูก สอนลูกอย่างไง ผมก็บอกไม่เคยสอน.....แต่พูดกับเค้าเหมือนคุยกับเพื่อนเลย ผมให้เกียรติลูกเสมอ อย่างน้อยจะทำอะไร ผมจะให้ลูกมีส่วนตัดสินใจด้วยเกือบทุกครั้ง เด็กมีจิตนาการมากกว่าเราเยอะ เค้าเก่งกว่าเราด้านนี้ เราก็ต้องฟังเค้า
ปุย
Verified User
โพสต์: 2032
ผู้ติดตาม: 0

อายเค้าไหมลูก

โพสต์ที่ 17

โพสต์

ขอบคุณมากมาย สำหรับมุมมองของพี่ๆน้องๆ นี่แหละความสวยงามของบอร์ด TVI

โดยเฉพาะ พี่ดร.โหน่ง  ทำให้ผมย้อนดูตัว แล้วเข้าใจว่า ความคิดของแต่ละคน ถูกหล่อหลอมมาจากการเลี้ยงดูในวัยเด็ก

เพราะผม ถูกควบคุมแกมเคี่ยวเข็ญ มาตั้งแต่เด็ก แต่ผมก็เชื่อว่ามันก็ทำให้ผมได้ดี เช่น

เด็กๆ ผมชอบดูหนัง อยากสร้างหนังเป็นผู้กำกับ อยากทำหนังสือ magazine แต่ก็ได้มาเรียน วิศวะ
(ผมจบตรี วิศวะ แต่แอบไปสอบเรียนต่อ โท วารสารศาสตร์ โชคดีที่ไม่ติด)

จดหมายถึงผม ส่งมาที่บ้าน ต้องโดนที่บ้าน เปิดอ่าน screen ก่อน!
(เหตุผลคือ ผมไม่ค่อยอยู่บ้าน ที่บ้านเค้าก็ห่วงว่าจะพลาด ข้อมูลสำคัญ)

ผมโดนสอดส่อง จะกระทั่ง ผมต้องหนีไปทำงาน ตจว. วันดี-คืนดี พ่อแม่ ก็โผล่มาเยี่ยมโดยที่ไม่บอกล่วงหน้า ผมเรียกว่า surprise visit แต่ผมก็ไม่ได้ทำอะไร นอกลู่ นอกทาง  (ผมถึงต้องหนีต่อมาทำงาน ตปท.  อิอิ ตามมาเช็คไม่ได้)

***************************************************

วันนี้ เวลานี้ ผมเครียดเรื่องลูกมาก เพราะไปโรงเรียนอนุบาล KG1 เป็นวันที่ 2
(โรงเรียนไม่มีให้เลือก มีอยู่โรงเรียนเดียว เดินจากบ้าน 10 นาทีถึง) ขอผมระบายหน่อยเถอะ

เมื่อวานวันแรก ค่อนข้างดี ไม่มีร้องไห้ (อาทิตย์ที่แล้ว ก่อนเปิดเทอม พาไปเล่นที่โรงเรียน 3 วัน)  ตอนผมไปรับกลับ ครูบอกว่าร้องไห้นิดหน่อย  มีปัญหาเดียว คือฉี่ราด พี่เลี้ยงบอกว่าช่วงนั้น เค้าไปพักพอดี แต่เค้าก็เปลี่ยนกางเกงสำรองที่เตรียมไปให้  ผมถามลูก สนุกมั้ย ลูกบอกสนุก ครูสอนร้องเพลง ครูสอนนับเลข ผมก็สบายใจ

วันนี้ วันที่สอง เริ่มมีอาการตั้งแต่เช้า ตอนผมไปปลุก เค้าบอกว่า "พ่อไปอยู่ที่โรงเรียนด้วยนะ" (ผมลางานทั้งอาทิตย์)  คือเค้าชอบโรงเรียน แต่อยากให้พ่ออยู่ด้วย พอไปส่งที่ห้อง มีเด็กอื่นร้องมากกว่าวันแรก พอผมกับแฟนจะกลับ ลูกผมก็เริ่มร้องบ้าง ไม่ยอมให้กลับ ผมต้องกลับมาก่อน แต่ให้แฟนอยู่กับลูกครึ่งวัน แฟนบอกว่าลูกไม่ยอมห่างเลย แต่ครึ่งวันหลัง ดูแล้วก็ไม่มีปัญหา


อืม ผมว่าผมก็เตรียมตัวลูกมาพอสมควรแล้วนะ เรื่องช่วยตัวเอง เรื่องไปโรงเรียน  ผมลองมาวิเคราะห์เอง เรื่องฉี่ราดวันแรก ลูกอาจจะสื่อสาร กับครูไม่รู้เรื่อง อยู่บ้านพูดแต่ไทย แต่สอนแล้วว่า อยู่โรงเรียนให้พูดอังกฤษ (ครูชาวไอร์แลนด์  พี่เลี้ยง ชาวฟิลิปปินส์) แต่วันนี้ ฉี่ไม่ราด   รู้สึกที่โรงเรียน เค้าจะพาเด็กเรียงแถว ออกมาฉี่ตามเวลา คงพอช่วยได้

วันนี้ ที่ร้องไห้เยอะ คงเพราะเห็นเด็กอื่นร้องหลายคน เลยอาจจะกลัวตามเพื่อน เรื่องพ่อ-แม่ทิ้ง เค้าไม่น่ากลัว เพราะทุกที เค้าเล่นคนเดียวได้ ไปบ้านคนอื่นได้ (ไม่ติดพ่อ-แม่ มากเท่าไร)


ที่ผม ขอบคุณพี่ ดร.โหน่ง เพราะผมจะคุยกับเค้าพรุ่งนี้ ถึงเหตุผลที่เค้ากลัว อยากไป-ไม่อยากไป ทำไมอยากให้พ่ออยู่ด้วย และผมจะรับฟังเค้า พยายามไม่บังคับ ครับ Let's see tomorrow!   :?

จริงๆวันนี้ แฟนผมนั่งร้องไห้ นึกสงสารลูก (ตอนลูกหลับแล้ว) ก็เลยนั่งคุยกับแฟนว่าจะเอายังไงดี สำหรับผม ลูกมาก่อน ถ้าไปเรียนไม่ได้จริงๆ ก็ยังไม่ต้องเรียนปีนี้  ปีหน้าลาออกจากงาน กลับไปเรียนเมืองไทย  ก็ได้แต่หวังว่า พรุ่งนี้น่าจะดีขึ้น  :idea:
ปุย
Verified User
โพสต์: 2032
ผู้ติดตาม: 0

อายเค้าไหมลูก

โพสต์ที่ 18

โพสต์

ผมอยาก ยกตัวอย่าง ครอบครัวนึง ที่ผมรู้จักช่วงสั้นๆ

สามีเป็น ช่างเทคนิค อายุไม่ถึง 30 มีลูกชายวัย 3-4 ขวบ

อยู่บ้าน พ่อ สูบบุหรี่ ดื่มเบียร์ แทนน้ำ  โทรแทงบอลทุกวัน
ไปทำงาน  เมียทำข้าวกล่องให้ ไม่อร่อย โทรกลับไปด่าเมีย
เมียก็ไม่มีปาก ไม่มีเสียง แอบไปร้องไห้กับเพื่อนบ้าน

และที่สำคัญ  หัดให้ลูกดื่มเบียร์มั่ง (3-4ขวบ นี่แหละ) บอกว่าเป็นลูกผู้ชายดี

โชคดีที่ผมไม่ได้ใกล้ชิด และ เจอกันแค่แป๊ปเดียว

บอกตรงๆ ว่าผมเศร้าใจและรู้สึกหดหู่ กับ อนาคตของเด็กคนนั้น มากๆ  :cry:
ภาพประจำตัวสมาชิก
MO101
Verified User
โพสต์: 3226
ผู้ติดตาม: 0

อายเค้าไหมลูก

โพสต์ที่ 19

โพสต์

เท่าที่อ่าน คนพี่ 5 ขวบไม่ร้องงอแง แสดงว่าวิธีนี้ได้ผลครับ
แก้ไขใหม่ เป็น
วิธีนี้ใช้ได้ผลกับเด็กโต
แล้วเด็กเล็กจะสอนว่ายน้ำอย่างไรครับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
por_jai
Verified User
โพสต์: 14338
ผู้ติดตาม: 0

อายเค้าไหมลูก

โพสต์ที่ 20

โพสต์

MO101 เขียน: วิธีนี้ใช้ได้ผลกับเด็กโต
แล้วเด็กเล็กจะสอนว่ายน้ำอย่างไรครับ
8) คิดเล่นๆนะครับ
    เวลาเราไปทะเล
    ผมไม่เห็นเด็กคนไหนไม่อยากลงทะเลเลยนะครับ
    มีแต่จะเล่นไม่ยอมขึ้น จนแดดแรงพ่อแม่ต้องมาเรียก
    เริ่มจากตรงนี้ได้ไหมครับ
    เขาจะได้รู้สึกชินกับน้ำ
    เด็กโดยธรรมชาติอยู่ในท้องแม่ก็อยู่ในน้ำอยู่แล้วหลายเดือน

    ที่สระว่ายน้ำก็มักจะมีส่วนของเด็กที่เป็นส่วนที่ตื้นๆอ่ะครับ
    ให้เขาสนุกกะมันก่อนดีไหมครับ
    ไปบ่อยๆเข้าก็ค่อยๆไปทีละสเต็ป

    ถ้าเรียนลัดก็ส่งให้ครูไปเลย
    แล้วทำมองไม่เห็นสักพักก็เก่งได้

    สำหรับผม ถ้าเป็นได้ไม่ติดอะไร
    ผมถือว่าช่วงเวลาที่ได้ใช้กับลูกนี่เป็นgolden momentครับ
    ตอนนี้ลูกผมโตหมดแล้ว
    เขาไปอยู่กะเพื่อนๆซะเป็นส่วนใหญ่
    อีกหน่อยเขาก็เติบใหญ่ไปใช้ชีวิตของเขาแล้วครับ..
กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า
chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 11443
ผู้ติดตาม: 0

อายเค้าไหมลูก

โพสต์ที่ 21

โพสต์

จริงครับพี่พอใจ

ครูที่มีจิตวิทยาในการสอนเด็กเล็กๆ  จะไม่บังคับเด็ก  จะไม่เร่งเด็ก

อย่างลูกคนเล็กของผมที่เรียนกับคุณครู  ครูก็ใช้เวลาส่วนใหญ่เล่นน้ำกับเด็ก  ให้เด็กเคยชินกับน้ำ  ค่อยๆสอนการกลั้นหายใจ  ไม่เร่งรีบ

แต่ครูบางคนก็คิดว่า  พ่อแม่อาจไม่พอใจที่เสียเงินมาเรียนตั้งแพง  แต่ลูกว่ายไม่เป็นซักที  ก็เลยเร่งเด็ก  บางคนเห็นเด็กกลัวน้ำ  กลับโยนเด็กลงน้ำเลย  แล้วเด็กจะอยากเรียนว่ายน้ำไหมครับ  จะมีความทรงจำเกี่ยวกับการว่ายน้ำอย่างไร
chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 11443
ผู้ติดตาม: 0

อายเค้าไหมลูก

โพสต์ที่ 22

โพสต์

คุณปุยครับ

เรื่องเด็กร้องไห้ในวันแรกๆที่ไปโรงเรียนนั้นเป็นเรื่องที่พ่อแม่ลำบากใจมากแทบทุกคนครับ

เด็กเกือบทุกคนจะร้องไห้ในวันแรก  แต่ก็มีบ้างที่วันแรกๆไม่ร้องไห้เพราะรู้สึกสนุก  มีกิจกรรมการละเล่นมากมาย  เมื่อเวลาผ่านไปพอควร  เมื่อเด็กเลยเบื่อ  ก็กลับมาร้องไห้ก็มีครับ

แต่การที่พ่อแม่ไปอยู่ที่โรงเรียนกับเด็กตลอดเวลาไม่ใช่เป็นเรื่องที่ดีครับ

สมัยลูกคนโตของผมเข้าเรียนใหม่ๆ  ภรรยาผมก็สงสารลูกที่เห็นลูกร้องไห้  ไปคอยเฝ้าที่โรงเรียน  พอหลบไปและแอบเฝ้ามอง  ก็จะเห็นลูกร้องไห้จนภรรยาผมร้องไห้ตามเลย  ลูกผมจะนั่งเฝ้าที่ประตูห้องเรียนคอยแม่มารับตลอดเวลา  จนแม่ทนไม่ได้ก็ต้องไปอยู่กับลูกที่ห้องเรียน

เวลาผ่านไปซักอาทิตย์  พ่อแม่คนอื่นที่มาเฝ้าซัก 2 ถึง 3 วัน  ลูกเค้าก็เริ่มไม่ร้องไห้  เหลือแต่ลูกผมที่แม่ยังคงต้องนั่งเรียนกับลูกอยู่

ผ่านไปเป็นเดือน  ก็ยังคงต้องนั่งเรียน  เพราะแกยังคงร้องไห้

สุดท้ายก็ต้องตัดใจครับ  หลังจากนั้นไม่นานแกก็ไม่ร้องไห้อีกเลย  จะร้องไห้เมื่อเวลาแกป่วยและต้องอดไปโรงเรียน

ถ้าลูกโตซัก 3 ขวบ  ลองดูการเรียนการสอนของครูที่โรงเรียน  พูดคุยกับลูก  ไปรับและส่งตรงเวลาอย่าให้ลูกรอ  น่าจะช่วยได้บ้างครับ

ปล. ลูกคนที่สอง  ผมพาไปรับส่งลูกคนโตบ่อยๆ  ไม่มีปัญหาเรื่องร้องไห้วันไปโรงเรียนเลยครับ
matrix
Verified User
โพสต์: 1717
ผู้ติดตาม: 0

อายเค้าไหมลูก

โพสต์ที่ 23

โพสต์

ปุย เขียน:วันที่สอง เริ่มมีอาการตั้งแต่เช้า ตอนผมไปปลุก เค้าบอกว่า "พ่อไปอยู่ที่โรงเรียนด้วยนะ" (ผมลางานทั้งอาทิตย์)  คือเค้าชอบโรงเรียน แต่อยากให้พ่ออยู่ด้วย พอไปส่งที่ห้อง มีเด็กอื่นร้องมากกว่าวันแรก พอผมกับแฟนจะกลับ ลูกผมก็เริ่มร้องบ้าง ไม่ยอมให้กลับ

ลูกชายคุณปุย..  เป็นเด็กที่ฉลาดครับ...
เหมือนลูกสาวผมเลย..  (ถือโอกาสชมลูกตัวเอง)
เด็กฉลาดจะเรียนรู้ได้เร็วมาก...

วันแรกที่ลูกผมเข้าเรียน..   ก็เหมือนกับลูกคุณปุยนี่แหละ...
จะรู้สึกสนุกที่ได้ไปโรงเรียน..   กลับมาวันแรก  ร้องเพลงที่คุณครูสอนให้ฟัง...
ถามว่าสนุกมั้ย...  ลูกตอบว่าสนุก  แล้วแสดงท่าเลียนแบบคุณครู...
จับพ่อแม่เป็นนักเรียน...  ร้องเพลงตามลูก(ที่เล่นบทคุณครู)  
เราก็จำต้องเล่นบทนักเรียนตามที่ลูกต้องการ....   :roll:

พอวันที่ 2 ตอนแต่งชุดนักเรียน... ก็ปรกติ แต่พอไปถึงรร. กลับไม่ยอมลงจากรถ
ร้องไห้ใหญ่เลย  โดยที่ยังไม่เห็นเพื่อนๆคนอื่นร้องแบบลูกคุณปุย...      :'O

เด็กเรียนรู้ได้เร็วครับ..  รู้ว่าเราจะปล่อยแกอยู่กับคุณครูแบบเมื่อวานอีก...  
บังเอิญ...  รร.ที่ลูกผมเรียน  มีประสบการณ์ในการหลอกล่อเด็ก..
ให้คลายความสนใจจากพ่อแม่...   และให้คุณพ่อคุณแม่รีบกลับไปเลย..
ไม่ต้องอยู่เฝ้า..  คุณครูรับปากกับพ่อแม่อย่างดีว่า...  จะดูแลลูกเราเป็นอย่างดี...  
หากพ่อแม่อยู่เฝ้า...   เด็กก็จะปรับตัวกับรร.ได้ช้า...  ทำให้เด็กกว่าจะหยุดร้องไห้ได้
ต้องใช้เวลานาน...  ซึ่งพ่อแม่ทุกคน..  ควรเข้าใจและทำใจ..  

เรื่องที่คุณปุยสงสารลูกนั้น..  พ่อแม่ทุกคนเจ็บปวดครับ...
แต่ความเจ็บปวดนั้น...  หมายถึงความเจ็บปวดที่ปราถนาที่จะให้ลูกมีการศึกษา..

ผมเองก็เคยตั้งคำถามว่า...   ลูกเล็กเกินไปที่จะเข้าเรียนหรือเปล่า ?
ตอนเข้าเรียน เนอสเซอรี่ ลูกผมอายุแค่ 2 ขวบครึ่งเท่านั้นเอง...

ที่จริงแล้ว...   ระบบการเรียนชั้นเนอสเซอรี่ในบ้านเรา..
เป็นการเตรียมพร้อมปรับตัวเพื่อเข้าสู่สังคมมากกว่า...

ไม่ได้เรียนอะไรจริงๆจังๆเลยครับ..  ดีกว่าอยู่บ้านเล่นโดยไม่มีเพื่อน..
ซึ่งช่วงนี้...  ขอให้พ่อแม่ทุกท่านอดทนเป็นอย่างมาก...
และหมั่นคอยเป็นกำลังใจให้ลูกเรา  ปรับตัวได้โดยเร็วที่สุดครับ..

ทุกวันนี้...  ลูกผมคนนี้.. สอบได้เกรด 4 ทุกเทอม เรียนเก่งทุกวิชา โดยเฉพาะเลข
ทุกครั้งที่สอบ..  เค้าจะลุ้นว่าจะได้เต็มหรือไม่..  ผิดกับเพื่อนเค้า...
ที่ลุ้นว่า..  จะตกหรือเปล่า...   :shock:


ขอเป็นกำลังใจให้พ่อแม่ทุกท่าน  ผ่านพ้นความยากลำบากในการเลี้ยงลูกโดยเร็ว...
เลี้ยงลูกด้วยสติและปัญญา  ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผล..  เพราะเด็กไม่เข้าใจ ..
ที่สำคัญที่สุดคือ...  อย่าเลี้ยงลูกโดยใช้อารมย์  
เพราะเด็กจะเรียนรู้การแก้ปัญหาด้วยการใช้อารมย์จากเราครับ....     :wink:
ดร.โหน่ง
Verified User
โพสต์: 877
ผู้ติดตาม: 0

อายเค้าไหมลูก

โพสต์ที่ 24

โพสต์

มาเป็นกำลังใจให้คุณปุยผ่านช่วงนี้ไปได้ด้วยดีครับ.....

ลูกผมก็เป็น....ร้องเป็นอาทิตย์เลย......ผมก็ให้หยุด

ระหว่างที่หยุด.....ใส่ชุดนักเรียนตามปกติเหมือนไปโรงเรียน....ผมก็พาเข้าเดินเล่นไปตามถนน...บอกไปสำรวจ....เห็นฝาท่อมีอักษร ก ท ม เค้าก็ถามใครมาวาดรูป ก ไว้ ผมก็บอก สงสัยเป็นยีราฟมั้งลูก เค้าชอบสัตว์มาก  เวลาคุยกับลูกผมก็ลดวัยเลยแหละ พูดจงพูดจาสำเนีนงปัญญาอ่อนเลย แกล้งไม่รู้ตลอด เค้าก็ตอบของเค้าเอง ทำอย่างนี้เป็นอาทิตย์เลยครับ จนเค้ารู้สึกไปเองว่าใส่ชุดนักเรียนทุกครั้ง มันจะมีอะไรสนุกๆให้เค้าได้ดูได้สำรวจ  ความรู้สึกดีๆกับโรงเรียนมันก็ค่อยๆเกิดทีละน้อยๆ
เดี๋ยวนี้อยู้ K2 แล้ว เวลาไปรับ....ชอบบอกว่าทำไมพ่อมารับเร็ว.....ผมได้ยินก็อดอมยิ้มไม่ได้...เมื่อก่อนร้องแทบตาย.......ฮ่า....ฮ่า...
กล้วยทอด
Verified User
โพสต์: 1468
ผู้ติดตาม: 0

อายเค้าไหมลูก

โพสต์ที่ 25

โพสต์

เป็นพ่อ เป็นแม่คนนี่ ต้องฝึกเป็นคนช่างพูด ช่างฉอเลาะนะคะ
ถ้าเดิมเป็นคนพูดน้อย ท่าทางจะลำบากนิ
..สักวันจะเก่งเหมือนพี่บ้าง..
cha
Verified User
โพสต์: 73
ผู้ติดตาม: 0

อายเค้าไหมลูก

โพสต์ที่ 26

โพสต์

เป็นกำลังใจให้คุณ ปุย ค่ะ
เห็นด้วยกับคุณ matrix เพราะเด็กบางคนไม่ว่าจะคุยดีอย่างไร หาเหตุผลอย่างไรก็ไม่ยอมรับฟัง เพราะรู้ว่าเป็นสุดที่รักของพ่อแม่  บางครั้งอาจจะต้องเจอกับประสบการณ์จริงว่าไม่มีสิ่งใดน่ากลัวเลยอย่างที่คิดเลย  พ่อแม่ส่วนใหญ่จะมีปัญหาเรื่องนี้ด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่ายุคสมัยใด  คงต้องทำใจแข็งค่ะ เด็กจะปรับตัวได้เองในที่สุด สมัยลูกดิฉันให้ไปรถโรงเรียนค่ะ ถูกรับเป็นคนแรก 6 โมงเช้า แล้วถึงโรงเรียน 8 โมง ปรากฎว่าวันหนึ่งมีงานที่โรงเรียนไปส่งเองค่ะ แล้วก็เฝ้าดูการแสดงของลูก ลูกแสดงไม่ได้เลยเพราะกลัวว่าแม่จะหนีร้องไห้ไปแสดงไป เสียหมดเลย
ปุย
Verified User
โพสต์: 2032
ผู้ติดตาม: 0

อายเค้าไหมลูก

โพสต์ที่ 27

โพสต์

ครับ วันนี้วันที่ 3 อาการดีขึ้นกว่าเมื่อวานนิดนึง ร้องไห้น้อยลง แต่ก็ยังไม่ยอมเข้าห้องเหมือนเดิม กว่าจะยอม แม่ต้องเข้าไปด้วย นั่งข้างหลังห้อง  สัก 5 นาที หมดชั่วโมงแรก จังหวะเปลี่ยนห้องพอดี  ผมเลยตัดใจ ดึงแฟนกลับบ้าน
อยู่โรงเรียน ชั่วโมงเดียว

ผมนะใจแข็ง คิดว่าเค้าต้องปรับตัวได้ แต่แฟนสิ สงสารลูกเหลือเกิน กลัวลูกจะไม่พร้อม กลัวจะเข้าเรียนเร็วไป ไม่มีความสุข   เฮ้อ อธิบายกับลูกแล้ว ต้องคอย ทำความเข้าใจกับแม่อีก ไม้แก่ดัดยากซะด้วย

พรุ่งนี้ หยุดสุดสัปดาห์ 2 วัน (ศุกร์-เสาร์) วันอาทิตย์ไปเรียนใหม่  คงต้องดูกันต่อไป


ขอบคุณ ประสปการณ์ ของพี่ฉัตร  พี่แมท  พี่ดร.  คุณชา  และทุกๆท่านครับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
por_jai
Verified User
โพสต์: 14338
ผู้ติดตาม: 0

อายเค้าไหมลูก

โพสต์ที่ 28

โพสต์

[quote="ปุย"]ครับ วันนี้วันที่ 3 อาการดีขึ้นกว่าเมื่อวานนิดนึง ร้องไห้น้อยลง แต่ก็ยังไม่ยอมเข้าห้องเหมือนเดิม กว่าจะยอม แม่ต้องเข้าไปด้วย นั่งข้างหลังห้อง
กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า
ปุย
Verified User
โพสต์: 2032
ผู้ติดตาม: 0

อายเค้าไหมลูก

โพสต์ที่ 29

โพสต์

ครับ พี่พอใจ  ขอบคุณที่เป็นห่วง

ตั้งแต่เมื่อวาน ก็เครียดกันทั้งบ้านล่ะครับ อย่างที่ผมขอระบายออกไป

ผมพอทำใจได้ แต่แฟนสิ ผมก็เข้าใจว่าเค้ารักลูกมาก แต่เค้าก็ฟูมฟายเหมือนกัน อยากให้ลูกมีความสุขเหมือนเด็กคนอื่น ที่ไม่ร้องไห้

ผมก็โทษตัวเองด้วยนะ ที่เตรียมตัวลูกไม่ดีพอ ..
chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 11443
ผู้ติดตาม: 0

อายเค้าไหมลูก

โพสต์ที่ 30

โพสต์

ดร.โหน่ง เขียน:เวลาคุยกับลูกผมก็ลดวัยเลยแหละ พูดจงพูดจาสำเนีนงปัญญาอ่อนเลย
เคยอ่านพบว่า  การพูดกับเด็กแบบไม่ชัด  อาจจะทำให้เด็กไม่พัฒนาการพูดให้ชัดนะครับ  คือเด็กจะเคยชินไปเรื่อยๆ

ขอแนะนำคุณปุยหน่อยหนึ่งนะครับ

เวลาจะกลับ  ไม่ควรแอบกลับแบบที่ลูกไม่รู้นะครับ  เพราะจะทำให้ลูกเห็นว่าเราไม่จริงใจและจะควรระแวงว่าพ่อแม่จะแอบหนีไปเมื่อไร  ควรบอกตรงๆเลยครับว่าถึงเวลากลับแล้ว  ถ้าให้ดีก็ตกลงกับลูกก่อนเลยว่าจะอยู่ด้วยนานแค่ไหน

แล้วเวลาไปรับต้องไปรับให้ตรงเวลาเลิกนะครับ  อย่าให้ลูกเห็นพ่อแม่เพื่อนมารับหลายคนแล้วเรายังไม่ไปรับ

ซักพักลูกก็จะปรับตัวได้  เข้าใจกฎเกณฑ์ครับ
โพสต์โพสต์