TIW

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก

โพสต์ โพสต์
chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 11443
ผู้ติดตาม: 0

TIW

โพสต์ที่ 1

โพสต์

บริษัท ไทยแลนด์ไอออนเวิคส์ จำกัด (มหาชน)

                                                         สอบทาน
                                                     (หน่วย : พันบาท)
                                           สิ้นสุดวันที่  30 มิถุนายน
                                               ไตรมาสที่ 1
              ปี                            2549              2548

     กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                    41,283          19,949
     กำไร (ขาดทุน) สุทธิต่อหุ้น (บาท)          6.88          3.32




11  สิงหาคม 2549

เรื่อง           ชี้แจงผลประกอบการไตรมาสที่ 1 ของรอบปีบัญชีสิ้นสุด 31 มีนาคม  2550
                   เปลี่ยนแปลงเกินร้อยละ  20   เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน


                   บริษัทขอชี้แจงถึงการที่ผลประกอบการไตรมาสที่  1   ของปีนี้    เพิ่มขึ้นเกินกว่า
ร้อยละ  20 เมื่อเทียบกับผลประกอบการในไตรมาสเดียวกันของปีก่อนนั้น   เนื่องมาจากการเพิ่ม
ขึ้นของทั้งปริมาณการขายและมูลค่าขาย   กล่าวคือ   ปริมาณการขายรวมประจำไตรมาสใน
ปีนี้ เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 44.5   ซึ่งเป็นการเพิ่มทั้งปริมาณการขายในประเทศและการขายต่างประเทศ
อีกทั้งการเพิ่มขึ้นของมูลค่าขายในอัตราร้อยละ 33.3   และรายได้รวมร้อยละ   34.7   ในขณะที่อัตราการ
เพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายรวมในอัตราเพียงร้อยละ 30.6   เท่านั้น

                       จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ


                                                                 ขอแสดงความนับถือ



                                                               (นายโยชิอากิ  เซโอะ)
                                                            ประธานกรรมการบริหาร


:cool:    :cool:      :bow:
nanchan
Verified User
โพสต์: 2938
ผู้ติดตาม: 0

TIW

โพสต์ที่ 2

โพสต์

ดูเหมือนกันครับตัวนี้  เห็นกำไรแล้วตกใจเลยซื้อมาติดพอร์ตหน่อย
เฝ้าดูไป โดยใจที่เป็นกลาง
ต.หยวนเปียว
Verified User
โพสต์: 1688
ผู้ติดตาม: 0

TIW

โพสต์ที่ 3

โพสต์

:cool:
==หากบริษัทไม่ได้อยู่ในตลาดฯ หุ้นยังน่าซื้อหรือไม่ ==
nanchan
Verified User
โพสต์: 2938
ผู้ติดตาม: 0

TIW

โพสต์ที่ 4

โพสต์

โอนกลับประมาณการหนี้สินเงินชดเชยพนักงาน (หมายเหตุข้อ 3.1) -18379318

ขาดทุนจากการด้อยค่าของเงินลงทุนในบริษัทร่วม (หมายเหตุข้อ 6) 11580069
เฝ้าดูไป โดยใจที่เป็นกลาง
nanchan
Verified User
โพสต์: 2938
ผู้ติดตาม: 0

TIW

โพสต์ที่ 5

โพสต์

3. นโยบายการบัญชีที่สำคัญ
งบการเงินระหว่างกาลนี้ได้จัดทำขึ้นโดยใช้นโยบายการบัญชีตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไปในประเทศไทย  ทั้งนี้ บริษัทได้ใช้นโยบายการบัญชีที่สำคัญในการจัดทำงบการเงินระหว่างกาลสำหรับไตรมาสสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2549 เช่นเดียวกับที่ใช้สำหรับการจัดทำงบการเงินสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2549 ยกเว้นนโยบายการบัญชีในเรื่องดังต่อไปนี้
3.1 ประมาณการหนี้สินเงินชดเชยพนักงาน
สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2549 บริษัทบันทึกเงินชดเชยพนักงานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานเป็นค่าใช้จ่ายตามจำนวนที่ประมาณขึ้น ซึ่งบริษัทอาจต้องจ่ายถ้าพนักงานผู้มีสิทธิในเงินชดเชยแต่ละคนลาออก ณ วันที่ในงบดุล

สำหรับไตรมาสสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2549 บริษัทบันทึกประมาณการหนี้สินเงินชดเชยพนักงานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน โดยคำนวณจากข้อสมมติฐานทางคณิตศาสตร์ประกันภัย       ซึ่งคำนวณโดยนักคณิตศาสตร์ประกันภัยอิสระ ณ วันที่ตามงบดุล เช่น อัตราการหมุนเวียนของพนักงาน ระยะเวลาการจ้าง อัตราส่วนลด และอัตราการเพิ่มขึ้นของผลตอบแทน

.../3


บริษัทได้รับรู้ผลแตกต่างของการเปลี่ยนแปลงประมาณการทางบัญชีดังกล่าวจำนวน 18.38 ล้านบาท ในงบกำไรขาดทุนสำหรับไตรมาสสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2549 โดยมีผลกระทบต่องบดุล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2549 ทำให้ประมาณการหนี้สินเงินชดเชยพนักงานลดลงและกำไรสะสมเพิ่มขึ้นด้วยจำนวนเดียวกันจำนวน 18.38 ล้านบาท และมีผลกระทบต่องบกำไรขาดทุนสำหรับไตรมาสสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2549 ทำให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานลดลงด้วยจำนวน 18.38 ล้านบาทเท่ากัน และกำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้นจำนวน 3.06 บาท ต่อหุ้น

6. เงินลงทุนซึ่งบันทึกโดยวิธีส่วนได้เสีย
เงินลงทุนซึ่งบันทึกโดยวิธีส่วนได้เสีย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2549 และวันที่ 31 มีนาคม 2549 ประกอบด้วย

ยังไม่ได้ตรวจสอบ
ณ วันที่ ณ วันที่
30 มิถุนายน 31 มีนาคม
ทุนชำระแล้ว สัดส่วนเงินลงทุน 2549 2549
(ล้านบาท) (ร้อยละ) บาท บาท

บริษัทร่วม - Megasteel Holding Pte. Ltd. 49 26.67
ราคาทุน 39 39
ผลต่างระหว่างราคาสุทธิตามบัญชีของเงินลงทุน
และต้นทุนการซื้อเงินลงทุน 10,932,266 10,932,266
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสีย
- ยอดสะสม 145,361 114,401
ส่วนปรับปรุงจากการแปลงค่างบการเงิน 502,442 214,361
เงินลงทุนซึ่งบันทึกโดยวิธีส่วนได้เสีย 11,580,108 11,261,067
หัก ค่าเผื่อการด้อยค่าของเงินลงทุน (11,580,069) -
39 11,261,067


ในเดือนกุมภาพันธ์ 2548 บริษัทได้ซื้อหุ้นสามัญของบริษัท Megasteel Holdings Pte. Ltd. (จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศสิงคโปร์) จำนวน 560 หุ้น (ร้อยละ 26.67 ของทุนจดทะเบียน) เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 39 บาท (1 เหรียญสหรัฐ) จากบริษัท มิตซุย จำกัด ซึ่งเป็นกิจการที่เกี่ยวข้องกันและเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ด้วย โดยบริษัทดังกล่าวดำเนินธุรกิจในด้านการลงทุน อนึ่ง เนื่องจากบริษัทมีอิทธิพลต่อบริษัท Megasteel Holdings Pte. Ltd. จึงถือบริษัทดังกล่าวเป็นบริษัทร่วม และบันทึกเงินลงทุนในบริษัทดังกล่าวตามวิธีส่วนได้เสีย

มูลค่าสินทรัพย์สุทธิตามบัญชีของบริษัทร่วมตามสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัท ณ วันลงทุนมีเป็นจำนวนรวม 10,932,305 บาท ซึ่งหมายถึงบริษัทได้ซื้อเงินลงทุนดังกล่าวในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าสินทรัพย์สุทธิตามบัญชีของบริษัทร่วมเป็นจำนวนประมาณ 10,932,266 บาท บริษัทจึงได้ปรับปรุงส่วนต่างของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิตามบัญชีของบริษัทร่วมที่สูงกว่ามูลค่าต้นทุนของเงินลงทุนในการซื้อบริษัทร่วมข้างต้น เป็นรายการบวกเพิ่มในกำไรสะสม เนื่องจากบริษัทและบริษัทร่วมอยู่ภายใต้การควบคุมเดียวกัน


.../5


ส่วนแบ่งกำไร (ขาดทุน) จากเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสียสำหรับไตรมาสสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2549 และ 2548 และส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสียสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2549             ซึ่งรวมอยู่ในงบกำไรขาดทุน คำนวณจากงบการเงินเฉพาะของบริษัทร่วมดังกล่าว ซึ่งบันทึกบัญชีเงินลงทุนในบริษัทย่อยตามวิธีราคาทุนตามมาตรฐานการบัญชีระหว่างประเทศฉบับที่ 27 ที่จัดทำขึ้นโดยฝ่ายบริหารของบริษัทร่วมโดยยังไม่ได้ผ่านการตรวจสอบหรือสอบทานโดยผู้สอบบัญชีของบริษัทร่วม อย่างไรก็ตาม ฝ่ายบริหารของบริษัทเชื่อว่าไม่มีผลกระทบที่เป็นสาระสำคัญต่องบการเงิน

บริษัทมีแผนที่จะขายเงินลงทุนดังกล่าวข้างต้นในอนาคตอันใกล้ในราคาประมาณ 39 บาท (1 เหรียญสหรัฐ) ซึ่งเป็นต้นทุนเดิมที่ซื้อเงินลงทุนดังกล่าวมา บริษัทอยู่ระหว่างการขออนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทเพื่อจำหน่ายเงินลงทุนดังกล่าว ดังนั้น บริษัทจึงบันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่าในเงินลงทุนดังกล่าวเป็นจำนวน 11.58 ล้านบาท ในงบกำไรขาดทุนสำหรับไตรมาสสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2549
เฝ้าดูไป โดยใจที่เป็นกลาง
ภาพประจำตัวสมาชิก
น้ำครึ่งแก้ว
Verified User
โพสต์: 1098
ผู้ติดตาม: 0

TIW

โพสต์ที่ 6

โพสต์

เย้ เย้  น้อง ติ้ว  สุดยอดครับ   :cheers:  :cool:
" ชีวิตไม่เคยขาดความหวาน "
chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 11443
ผู้ติดตาม: 0

TIW

โพสต์ที่ 7

โพสต์

อุตสาหกรรมก่อสร้างก็ตกต่ำ

ราคาสังกะสีก็เพิ่มขึ้น

สินค้าของบริษัทก็ดูล้าสมัย  ไม่มีอนาคต  สินค้าทดแทนที่ดูดีกว่าเพียบ

อะไรทำให้บริษัทฟื้นขึ้นมาได้ในไตรมาสนี้
hot
Verified User
โพสต์: 6853
ผู้ติดตาม: 0

TIW

โพสต์ที่ 8

โพสต์

อาจเพราะสต๊อกสังกะสี ไว้หรือเปล่าคับ
jaychou
ผู้ติดตาม: 0

TIW

โพสต์ที่ 9

โพสต์

เอ พี่ฉัตรชัยเปี๋ยนไป๋

เมื่อก่อนไม่เคยให้ความสำคัญกับ "กำไร"
nanchan
Verified User
โพสต์: 2938
ผู้ติดตาม: 0

TIW

โพสต์ที่ 10

โพสต์

1. ลักษณะการประกอบธุรกิจหลักของบริษัท
บริษัทไทยแลนด์ไอออนเวิคส์ จำกัด (มหาชน)  ประกอบธุรกิจหลักในการผลิตและจำหน่ายแผ่นเหล็กชุบสังกะสี  โดยจดทะเบียนก่อตั้งบริษัทเมื่อวันที่  10  เมษายน  2501  ปัจจุบันมีทุนชำระแล้ว  60  ล้านบาท  ผลิตภัณฑ์ของบริษัท  คือ  แผ่นเหล็กชุบสังกะสี  ซึ่ง
แบ่งออกเป็น  แผ่นเหล็กชุบสังกะสีแบบลูกฟูก  ภายใต้เครื่องหมายการค้า  สามดาว    ทั้งประเภทลอนเล็กและลอนใหญ่  แบบเคลือบสีและไม่เคลือบสี   แผ่นเหล็กชุบสังกะสีชนิดแผ่นเรียบ  ภายใต้เครื่องหมายการค้า  TIW  และ แผ่นเหล็กมุงหลังคาสำเร็จรูป Freedom Roof  ในระหว่าง
ปีที่ผ่านมา  บริษัทได้เพิ่มประเภทกิจกรรมที่ก่อให้เกิดรายได้แก่บริษัทคือ  การรับเหมาติดตั้งหลังคาและผนังที่ทำจากแผ่นเหล็กชุบสังกะสี
ปัจจุบันบริษัทมีสำนักงานใหญ่และโรงงาน  ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกันที่ อำเภอ
พระสมุทรเจดีย์  จังหวัดสมุทรปราการ  กำลังการผลิตรวมเท่ากับ  90,000  ตันต่อปี
นโยบายการขายสินค้าของบริษัท  คือ  การขายเงินสดแก่ลูกค้าทั่วไปทุกราย  
โดยลูกค้าของบริษัทแบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่  2  กลุ่ม  คือ  เกษตรกร ซึ่งซื้อสินค้าของบริษัทผ่านทางร้านค้าวัสดุก่อสร้างที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ  ส่วนอีกกลุ่มหนึ่ง  คือ  ผู้รับเหมาก่อสร้าง

2. ภาวะการแข่งขันและศักยภาพของบริษัทในการประกอบธุรกิจหลักของบริษัท
บริษัทเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แผ่นเหล็กชุบสังกะสีเป็นรายแรกของประเทศไทย    บริษัทได้ดำเนินการมาเป็นระยะเวลา 48 ปี  ในการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไปยังทุกภูมิภาคทั่วประเทศ   ภายใต้เครื่องหมายการค้า   สามดาว   และ   TIW
ในด้านการบริการรับเหมาติดตั้งหลังคาและผนังเหล็กซึ่งบริษัทเริ่มดำเนินการตั้งแต่รอบปี 2548 เป็นต้นมา
ภายใต้ภาวะการแข่งขันรุนแรงในตลาดแผ่นเหล็กชุบสังกะสีในขณะนี้   บริษัทใช้กลยุทธ์ทางด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์เป็นหลัก   และใช้กลยุทธ์ในการบริการลูกค้าเสริม   ทำให้ลูกค้าทุกรายเกิดความราบรื่นในธุรกิจต่อเนื่อง หากลูกค้านั้นๆ เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง  ลูกค้ารายที่เป็นร้านค้าวัสดุก่อสร้าง  สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคขั้นสุดท้ายที่มีความต้องการแตกต่างกันเสมอ  เป็นต้น    นอกจากนี้ ในการบริการรับเหมาติดตั้งผนังและหลังคา   ความประณีตและประสบการณ์ในการออกแบบและการติดตั้ง  โดยใช้วัสดุที่มีคุณภาพสูง  มีความคงทน  และสวยงาม  อีกทั้งในราคาที่สมเหตุผล   ทำให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นในการบริการของบริษัท
ศักยภาพของบริษัท ทั้งทางด้าน การผลิตและการรับเหมาดังกล่าวข้างต้น มีความโดดเด่นและมีแนวโน้มที่จะพัฒนาให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่อื่นๆ ที่มีความเหมาะสมตามสภาพแวดล้อมปัจจุบันและในอนาคตได้อย่างยั่งยืน

3. ความเสี่ยงในด้านต่างๆ

3.1 ความเสี่ยงในการประกอบธุรกิจ
เนื่องจากธุรกิจผลิตภัณฑ์แผ่นเหล็กชุบสังกะสีมีผู้ประกอบการรวม 6 รายใหญ่ ซึ่งต่างผลิตสินค้าประเภทเดียวกัน   มีความแตกต่างในตัวสินค้าและด้านราคาน้อยมาก   ในขณะที่มีกำลังการผลิตรวมในอุตสาหกรรมนี้อีกมาก    ในระหว่างปี  2548   ที่ผ่านมาภาวะเศรษฐกิจโดยรวมตกต่ำลง    เนื่องจากปัจจัยทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ    ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจมากนั้น  ส่วนมากเป็นปัจจัยที่อยู่นอกเหนืออำนาจควบคุมของบริษัท   ทำให้ระดับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการผลิตมีอัตราการเพิ่มขึ้นมากกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของมูลค่าขายที่เพิ่มขึ้น   ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงและกำไรสุทธิประจำปีลดลงอย่างมาก
หากปัจจัยที่ส่งผลทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น   ซึ่งการปรับเพิ่มของต้นทุนวัตถุดิบ  ค่าโสหุ้ยการผลิตอันได้แก่น้ำมันเชื้อเพลิง  และค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และอื่นๆ   ยังคงปรับราคาเพิ่มขึ้นต่อไปเช่นปีที่ผ่านมานี้   จะทำให้ผลประกอบการของธุรกิจเป็นไปในทิศทางตรงข้ามกับแรงกระทบที่เกิดขึ้น

3.2 ความเสี่ยงเกี่ยวกับการผลิต
- ไม่มี -

3.3 ความเสี่ยงด้านการจัดการ
กลุ่ม บริษัท มิตซุย จำกัด เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ถือหุ้นรวมร้อยละ 67.45  ณ วันที่ 31 มีนาคม 2549  กลุ่มผู้ถือหุ้นรายนี้มีเสียงข้างมากในที่ประชุมผู้ถือหุ้น   ซึ่งสามารถควบคุมและลงมติในเรื่องใดๆ ก็ได้   ยกเว้นเรื่องที่กฎหมายหรือข้อบังคับของบริษัทกำหนดให้ต้องมีเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4  ของจำนวนเสียงทั้งหมด ที่มาประชุมและออกเสียงลงคะแนน
ในด้านการจัดซื้อจัดหาวัตถุดิบหลัก   กลุ่มผู้ถือหุ้นรายนี้มีอิทธิพลต่อการสั่งซื้อโดยตรง   ทั้งด้านปริมาณและราคาที่เอื้อต่อบริษัท   หากมีการเปลี่ยนแปลงกลุ่มผู้ถือหุ้น  และผู้ถือหุ้นกลุ่มใหม่ไม่ให้ความสำคัญต่อการจัดหาวัตถุดิบหลักตามที่ควรแล้ว   การดำเนินงานของบริษัทอาจไม่ราบรื่นเช่นที่ผ่านมา

3.4 ความเสี่ยงด้านการเงิน
- ไม่มี -

4. โครงสร้างกลุ่มบริษัทและรายการที่เกี่ยวโยงกันที่กระทบต่อผลการดำเนินงานและฐานะการเงินของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ
- ไม่มี -

5. สรุปฐานะการเงินและผลการดำเนินงานในเรื่องที่มีนัยสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลง   การวิเคราะห์ผลการดำเนินงานและฐานะการเงิน  คุณภาพสินทรัพย์และสภาพคล่องของบริษัท
- ไม่มี -

6. ข้อเท็จจริงอื่นๆ ที่มีนัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท และอาจกระทบต่อประโยชน์ของผู้ถือหุ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- ไม่มี -

7. รายละเอียดของหลักทรัพย์ที่ออกและเสนอขาย
- ไม่มี -
เฝ้าดูไป โดยใจที่เป็นกลาง
nanchan
Verified User
โพสต์: 2938
ผู้ติดตาม: 0

TIW

โพสต์ที่ 11

โพสต์

(1) ลักษณะของผลิตภัณฑ์หรือบริการ
- ลักษณะของผลิตภัณฑ์
  บริษัทดำเนินการผลิตและจำหน่ายแผ่นเหล็กชุบสังกะสีแบบลูกฟูก เคลือบสีและไม่เคลือบสี  ภายใต้เครื่องหมายการค้า สามดาว  และแบบแผ่นเรียบ  ภายใต้เครื่องหมายการค้า  TIW  โดยแบ่งประเภทผลิตภัณฑ์ได้ดังนี้
1. แผ่นเหล็กชุบสังกะสีแบบลูกฟูก ทั้งประเภทลอนเล็กและลอนใหญ่
ทั้งประเภทไม่เคลือบสีและเคลือบสี สำหรับใช้ในการมุงหลังคา กั้นห้อง ทำรั้ว ยุ้งฉาง เป็นต้น
2. แผ่นเหล็กชุบสังกะสีชนิดแผ่นเรียบ ใช้ในการทำป้ายโฆษณา ท่อปรับอากาศ ประตูห้องน้ำ  ตู้เอกสาร หลังคารถปิกอัพ ถังน้ำ เป็นต้น
3. แผ่นมุงหลังคาสำเร็จรูป  Freedom Roof

- ลักษณะของบริการ
  ในปี พ.ศ. 2548  บริษัทเพิ่มลักษณะกิจกรรมในธุรกิจ  1  ประเภทคือ  การบริการรับเหมาติดตั้งผนังและหลังคาแผ่นเหล็กชุบสังกะสีและแผ่นเคลือบ Alu-zinc

- ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อโอกาสหรือข้อจำกัดในการประกอบธุรกิจ
บริษัทได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนเพื่อกิจการอุตสาหกรรม ประเภทอุตสาหกรรม ผลิตแผ่นเหล็กชุบสังกะสี จากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเพื่อกิจการอุตสาหกรรม  ซึ่งออกให้แก่บริษัทเมื่อวันที่  12  กันยายน  2504  แต่ในขณะนี้บัตรส่งเสริมดังกล่าวได้สิ้นสุดผลบังคับใช้แล้ว

(2) ตลาดและภาวะการแข่งขัน
(ก) นโยบายและลักษณะการตลาดของผลิตภัณฑ์ที่สำคัญ
- บริษัทเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายแผ่นเหล็กชุบสังกะสีเป็นรายแรกของประเทศไทย  ซึ่งสินค้าของบริษัทมีจำหน่ายกระจายไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศด้วยชื่อเสียงและคุณภาพ
อันโดดเด่น  เป็นที่ยอมรับในตลาดมานานตลอด  48  ปี  ที่ผ่านมา  ภายใต้เครื่องหมายการค้า
สามดาว  และ  TIW
- ในการบริการรับเหมาติดตั้งผนังและหลังคา  ขณะนี้บริษัทให้บริการแก่โครงการภายใต้สัญญารับเหมาซึ่งมีการกำหนดรายละเอียดของวัสดุและกำหนดวันเสร็จสิ้นของงานไว้ล่วงหน้า
- กลยุทธ์การแข่งขัน
- บริษัทใช้กลยุทธ์การแข่งขันในด้านราคาและคุณภาพสินค้า  รวมถึง
การให้บริการอย่างถูกต้องและรวดเร็ว  ทั้งนี้บริษัทเชื่อว่าคุณภาพสินค้าของบริษัทเป็นที่ยอมรับในกลุ่มผู้บริโภคโดยทั่วไป  และเป็นกลยุทธ์ที่บริษัทสามารถควบคุมได้  ส่วนการแข่งขันด้านราคานั้น  บริษัทมีการกำหนดราคาให้ใกล้เคียงกับราคาของคู่แข่งขัน  ซึ่งบางรายมีคุณภาพสินค้าที่ไม่เทียบเท่ากับบริษัท
- บริษัทใช้วัสดุที่มีคุณภาพสูง  ในขณะที่ราคาสมเหตุผล  และบริการได้เสร็จสิ้นภายในกำหนดเวลาตามสัญญา
- ลักษณะของลูกค้าและกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย  
ผลิตภัณฑ์แผ่นเหล็กชุบสังกะสี    :    เป็นกลุ่มเกษตรกรซึ่งซื้อสินค้าผ่านร้านค้าวัสดุก่อสร้าง และกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้าง โดยบริษัทไม่มีการพึ่งพิงลูกค้ารายใดเกินร้อยละ 30 ของรายได้รวม
การบริการ    :    เป็นโครงการใหญ่ซึ่งมักเป็นการสร้างอาคารสำนักงานและโรงงานขนาดใหญ่  ลูกค้าและกลุ่มเป้าหมายเป็นนิติบุคคลในประเทศ หรือบริษัทร่วมลงทุนกับต่างชาติซึ่งก่อตั้ง
ในประเทศไทย  ทั้งนี้สถานที่ให้บริการกระจายอยู่ทั่วไปตามภาคต่างๆของประเทศ
- การจำหน่ายและช่องทางการจำหน่าย  
ผลิตภัณฑ์แผ่นเหล็กชุบสังกะสี    :    บริษัทจำหน่ายสินค้าแก่ลูกค้าทุกรายด้วยระบบเงินสด ไม่ว่า
จะเป็นประชาชนทั่วไป หรือ ร้านค้าวัสดุก่อสร้าง หรือ ผู้รับเหมาก่อสร้างสามารถติดต่อ
ขอซื้อผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้โดยตรง
การบริการ    :    หน่วยงานของบริษัทซึ่งมีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบงานทางด้านการบริการรับเหมา
เป็นผู้ติดต่อโดยตรงกับลูกค้า  มักเป็นงานต่อเนื่องจากลูกค้าเดิมหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าเดิม
-   สัดส่วนการจำหน่ายผลิตภัณฑ์แผ่นเหล็กชุบสังกะสีในประเทศและต่างประเทศ  
รายการ
                          1 เม.ย. 48 31 มี.ค. 49
ร้อยละ 1 เม.ย. 47 31 มี.ค. 48
ร้อยละ 1 เม.ย. 46 31 มี.ค. 47
ร้อยละ
มูลค่าจำหน่ายในประเทศ 78.41 90.95 83.72
มูลค่าจำหน่ายต่างประเทศ 21.59  9.05 16.28
รวมมูลค่าการจำหน่าย 100 100 100
- ประเทศที่บริษัทจำหน่ายผลิตภัณฑ์  
ประเทศพม่า  ประเทศกัมพูชา   และ ประเทศลาว
(ข)     ภาวะการแข่งขัน
-   สภาพการแข่งขันในอุตสาหกรรม
การแข่งขันในอุตสาหกรรมยังคงมีความรุนแรงทั้งจากผู้ผลิตผลิตภัณฑ์
แผ่นเหล็กชุบสังกะสี  ซึ่งมีรวม  6 ราย และเนื่องจากเทคโนโลยีสมัยใหม่  ทำให้มีสินค้าทดแทน
ซึ่งมีภาพลักษณ์ที่ทันสมัย  ดึงดูดความสนใจผู้บริโภคได้มาก  ผู้บริโภคหลักของบริษัท
เปลี่ยนความนิยมจากเดิมเนื่องจากมีการสื่อสารโฆษณาที่เข้าถึงผู้บริโภคได้มากกว่า  อย่างไรก็ตามหน่วยงานภาครัฐมีโครงการก่อสร้างที่อยู่อาศัยแก่ข้าราชการ  และประชาชนที่มีรายได้น้อย
วัสดุและผลิตภัณฑ์ของบริษัทยังคงจำหน่ายให้แก่โครงการเหล่านี้ผ่านทางตัวแทนจำหน่ายและผู้รับเหมาก่อสร้างทั่วไป
-    ชื่อ  จำนวนและขนาดของผู้แข่งขันในอุตสาหกรรม
ผู้ผลิตและคู่แข่งขันในอุตสาหกรรมแผ่นเหล็กชุบสังกะสีที่อยู่ในตลาดเดียวกันกับบริษัทมี  6  ราย  ดังรายนามต่อไปนี้
ผู้ผลิต กำลังการผลิตแผ่นเหล็กชุบสังกะสี (ตันต่อปี)
1. บริษัท ไทยแลนด์ไอออนเวิคส์ จำกัด (มหาชน) 90,000
2. บริษัท สังกะสีไทย จำกัด 120,000
3. บริษัท สังกะสีฟาร์อีส จำกัด 60,000
4. บริษัท กรุงเทพผลิตเหล็ก จำกัด (มหาชน) 90,000
5. บริษัท พีเอสพี โค้ทเต็ด สตีล จำกัด ไม่มีข้อมูล
6. บริษัท ประมวลสิน สตีล จำกัด ไม่มีข้อมูล

- สถานภาพและศักยภาพในการแข่งขันของบริษัทที่ผ่านมา
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์ของบริษัทมีศักยภาพในการแข่งขันใกล้เคียงกันกับผู้ผลิตรายใหญ่รายอื่น เช่น บริษัท สังกะสีไทย จำกัด และ บริษัท กรุงเทพผลิตเหล็ก จำกัด (มหาชน)

- แนวโน้มภาวะอุตสาหกรรม
ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องกัน อาทิ อุตสาหกรรมก่อสร้างและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ได้มีการขยายตัวมากขึ้น อีกทั้ง รัฐบาลได้มีการสนับสนุนโครงการก่อสร้างต่างๆ  เพื่อให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัย เช่น โครงการบ้านจัดสรร บ้านเอื้ออาทร ตลอดปีที่ผ่านมา  ราคาน้ำมันตลาดโลกได้มีการปรับขึ้นราคาอย่างต่อเนื่อง ภาวะเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นส่งผลให้ ค่าครองชีพของประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศสูงขึ้น ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น หลายอุตสาหกรรมเกิดการชะลอตัว ทำให้อุปสงค์ในตลาดผลิตภัณฑ์สังกะสีชะลอตัวตามไปด้วย
แม้ว่า ต้นทุนการผลิตได้ปรับสูงขึ้นตามภาวะอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น อัตราเงินเฟ้อ ภาคครัวเรือนมีการประหยัดการใช้จ่ายและมีภาระหนี้สินสูงขึ้น อีกทั้ง ราคาน้ำมันซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่อยู่นอกเหนือการควบคุม แต่จากการที่รัฐบาลได้จัดตั้งและสนับสนุนโครงการก่อสร้างต่างๆ  มีการลงทุนในเม็กกะโปรเจ็ค กลุ่มอุตสาหกรรมธุรกิจก่อสร้าง ปริมาณการผลิตปูนซีเมนต์ที่เพิ่มขึ้น และความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจยังคงมีแนวโน้มที่ดี  ดังนั้น อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สังกะสียังคงมีแนวโน้มที่ดี

- สภาพการแข่งขันในอนาคต
จากสภาพเศรษฐกิจของประเทศไทยในปัจจุบัน ได้มีการแข่งขันกันอย่างรุนแรงทั้งจากคู่แข่งภายในอุตสาหกรรมเดียวกันและสินค้าทดแทน นอกจากนี้ การชะลอตัวของอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น อุตสาหกรรมก่อสร้างและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์  ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สังกะสี ทำให้กำลังการผลิตและปริมาณผลิตภัณฑ์สังกะสีที่มีอยู่ในตลาดอยู่ในระดับที่สูงกว่าความต้องการของผู้บริโภค ทำให้การแข่งขันจากเดิมที่มีความรุนแรงอยู่ในระดับหนึ่ง ยิ่งเพิ่มความรุนแรงและเปลี่ยนรูปแบบของการแข่งขันให้มีความหลากหลายและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น
นอกจากผลิตภัณฑ์สังกะสีแล้ว บริษัทยังมีการบริการรับเหมาติดตั้งผนังและหลังคา ซึ่งมีการแข่งขันสูงเช่นกัน แต่ด้วยคุณภาพของวัสดุและบริการที่ซื่อตรง อีกทั้งราคายุติธรรมและสามารถส่งมอบงานตามกำหนด   คู่แข่งที่ใช้วัสดุมาตรฐานเดียวกับบริษัทยังมีไม่มากรายนัก คาดการณ์ว่าในอนาคตตลาดยังคงเป็นของผู้ผลิต

(3)     การจัดหาผลิตภัณฑ์หรือบริการ
  (ก) ลักษณะของการผลิต ผลิตภัณฑ์เพื่อจำหน่าย
-     จำนวนโรงงาน : 1  แห่ง
-     กำลังการผลิตรวม : 90,000  ตันต่อปี
-     นโยบายการผลิตที่สำคัญ   : ผลิตผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตาม
มาตรฐานอุตสาหกรรม
-    การจัดหาวัตถุดิบ : จัดหาจากผู้ผลิตและผู้จำหน่าย
ภายในประเทศทั้งหมด
-    จำนวนผู้จำหน่ายวัตถุดิบหลัก   : 3 5 ราย
-    สภาพโดยทั่วไปและสภาพปัญหาเกี่ยวกับวัตถุดิบ
    จะไม่เกิดการขาดแคลนวัตถุดิบค่อนข้างแน่นอน เนื่องจากผู้ผลิตและ     จำหน่ายวัตถุดิบเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ซึ่งมีฐานการผลิตในประเทศไทย    อนึ่งราคาวัตถุดิบหลักและวัตถุดิบรองอื่นๆ   รวมถึงค่าโสหุ้ยการผลิตปรับตัวสูงขึ้นมากอย่างต่อเนื่อง   เนื่องจากต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงสูงขึ้นมาก
-    การซื้อวัตถุดิบจากผู้จัดจำหน่าย      
วัตถุดิบที่ซื้อ
1. แผ่นเหล็กรีดเย็น
2. แร่สังกะสี
ชื่อผู้จัดจำหน่าย
บริษัทซื้อวัตถุดิบทั้ง 2 ชนิด ได้แก่ แผ่นเหล็กรีดเย็นและแร่สังกะสีผ่าน
ผู้จัดจำหน่ายของผู้ผลิต คือ บริษัท มิตซุย แอนด์ คัมปนี (ไทยแลนด์) จำกัด
ลักษณะความสัมพันธ์
ผู้จัดจำหน่ายมีสถานะเป็นนิติบุคคลในประเทศไทยและผู้ถือหุ้นใหญ่
รายหนึ่งของบริษัทเป็นผู้ถือหุ้น 100% ในนิติบุคคลดังกล่าว
-    สัดส่วนการซื้อวัตถุดิบในประเทศและต่างประเทศ
                                  บริษัทซื้อวัตถุดิบทั้งหมดจากผู้ผลิตภายในประเทศ

ลักษณะของการจัดให้ได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์เพื่อให้บริการ
บริษัทจัดหาวัตถุดิบเหล็กแผ่นชุบจากผู้จำหน่ายภายในประเทศ  หลังจากนั้น
ทำการตัด  ขึ้นรูป ภายในบริเวณพื้นที่โรงงานของบริษัทหรือที่หน้างาน  วัสดุประกอบต่างๆ
ทุกประเภทจัดหาจากภายในประเทศ  3-5  ราย  ดังนั้นสภาพทั่วไปหรือปัญหาในการขาดแคลนวัตถุดิบจะไม่เกิดขึ้น

(ข) ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
- การดำเนินการเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ทางอากาศ  
ได้มีการจัดให้กรมวิทยาศาสตร์บริการมาทำการตรวจวิเคราะห์ทุกปีและส่งผลให้กระทรวงอุตสาหกรรม ผลการตรวจวัดต่ำกว่ามาตรฐานที่ทางราชการกำหนดทุกหัวข้อ
ทางน้ำ  
ได้มีการจัดให้กรมวิทยาศาสตร์บริการมาทำการตรวจวิเคราะห์ทุกปี
ผลเช่นเดียวกับการวิเคราะห์ทางอากาศ นอกจากนั้นยังได้มีการจ้างบริษัทเอกชน GOSHU TECHNOSERVICE CO.,LTD เก็บตัวอย่างน้ำเสียที่บำบัดแล้วไปทำการวิเคราะห์เป็นประจำ
ทุกเดือน

กากอุตสาหกรรม  
ได้ว่าจ้างบริษัทบริหารและพัฒนาเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จำกัด (มหาชน) (GENCO) นำไปทำการบำบัดและทำลายต่อไป

- ค่าใช้จ่ายในการควบคุมสิ่งแวดล้อม
- ค่าแรงงาน  580,000.- บาท (ได้มีการจัดองค์กรใหม่เพื่อให้เข้ากับ พรบ.  สิ่งแวดล้อมใหม่)
- ค่าวัสดุและอุปกรณ์  280,000.- บาท
-    ระดับและค่าของมลภาวะที่เกิดขึ้นจริงเมื่อเทียบกับข้อกำหนดตามกฎหมาย
- ระดับค่ามลภาวะของบริษัทอยู่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานของทางราชการทุกอย่าง
- ข้อพิพาทเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม
- ไม่เคยมีข้อพิพาทหรือการถูกฟ้องร้องใดๆ

(4)       งานที่ยังไม่ได้ส่งมอบ
งานบริการรับเหมาติดตั้งหลังคาและผนังแผ่นเหล็ก  ดังนี้
1. อาคารภายในสถานทูตญี่ปุ่น   ลุมพินี  กรุงเทพฯ
2. โรงงานของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณ อมตะนคร  จังหวัดชลบุรี  
3. โรงงานของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณอำเภอเสนา  จังหวัดอยุธยา
เฝ้าดูไป โดยใจที่เป็นกลาง
chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 11443
ผู้ติดตาม: 0

TIW

โพสต์ที่ 12

โพสต์

jaychou เขียน:เอ พี่ฉัตรชัยเปี๋ยนไป๋

เมื่อก่อนไม่เคยให้ความสำคัญกับ "กำไร"
ไม่ได้เปลี่ยนไปครับ

กำไรที่เพิ่มขึ้นได้มาจากผลดำเนินงานที่แท้จริง
ต.หยวนเปียว
Verified User
โพสต์: 1688
ผู้ติดตาม: 0

TIW

โพสต์ที่ 13

โพสต์

ผู้บริหารเก่งครับ  :lol:
ประคองตัวรอดในยามลำบาก
แล้วรุกเมื่อมีโอกาส
==หากบริษัทไม่ได้อยู่ในตลาดฯ หุ้นยังน่าซื้อหรือไม่ ==
ForrestGump
Verified User
โพสต์: 1435
ผู้ติดตาม: 0

TIW

โพสต์ที่ 14

โพสต์

ส่วนใหญ่ลูกค้าซื้อเพราะ บริษัทแจ้งราคาว่าจะขึ้นตลอด ยิ่งจะขึ้น ลุกค้ายิ่งสั่งมาก ตุนสินค้า
- จาก ลูกค้า Thailand Iron Work Plc.
กฎข้อที่1 อย่ายอมขาดทุน กฎข้อที่2 กลับไปดูกฎข้อที่ 1
Capo
Verified User
โพสต์: 1067
ผู้ติดตาม: 0

TIW

โพสต์ที่ 15

โพสต์

ForrestGump เขียน: - จาก ลูกค้า Thailand Iron Work Plc.

ประสบการณ์ตรงฤาครับพี่
ถ้าอย่างนั้นแสดงว่า

ไตรมาสหน้าก็คงไม่ได้เห็นตัวเลขหวือหวาแบบนี้หรือเปล่าครับ
เพราะว่าสต๊อกของลูกค้าน่าจะมีมากอยู่แล้ว
... จุดเริ่มต้นของคนเราไม่สำคัญ

มันสำคัญที่ว่าเขาวิ่งได้เร็วแค่ไหนตะหาก ...
iambuffet
Verified User
โพสต์: 337
ผู้ติดตาม: 0

TIW

โพสต์ที่ 16

โพสต์

:shock:
นับถือ  นับถือ
โพสต์โพสต์