อยากขึ้นสวรรค์
- ปรัชญา
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 18252
- ผู้ติดตาม: 0
อยากขึ้นสวรรค์
โพสต์ที่ 1
อยากถือพี่เทพ แต่ยังมะมีเลยซ๊ากกหุ้น
หลักทรัพย์ PTTEP
หัวข้อข่าว งบการเงินฉบับสอบทาน และคำอธิบายสำหรับไตรมาสที่ 1 ปี 2549
วันที่/เวลา 03 พ.ค. 2549 08:53:22
ที่ ปตท.สผ. 1.910 /169/ 2549
2 พฤษภาคม 2549
เรื่อง งบการเงินฉบับสอบทาน และคำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ สำหรับ
ไตรมาสที่ 1 ปี 2549
เรียน กรรมการและผู้จัดการ
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
อ้างถึง หนังสือ ที่ ปตท.สผ. 1.910/ 160 / 2549 ลงวันที่ 27 เมษายน 2549
สิ่งที่ส่งมาด้วย
1. งบการเงิน และงบการเงินรวมฉบับสอบทาน ของบริษัท
ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) สิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2549 และ
2548 ที่ผ่านการสอบทานจากผู้สอบบัญชีแล้ว จำนวน 1 ฉบับ และฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษ
จำนวน 1 ฉบับ
2. คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ สำหรับไตรมาสที่ 1 ปี 2549
บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ขอนำส่ง
งบการเงินฉบับสอบทาน สำหรับ ไตรมาสที่ 1 ปี 2549 สิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2549 ของ
บริษัทฯ และบริษัทย่อยซึ่งได้รับการสอบทานจากผู้สอบบัญชี สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินและคณะ
กรรมการตรวจสอบแล้ว โดยเห็นว่างบการเงินดังกล่าว เป็นรายงานทางการเงินที่มีความถูกต้อง
และเพียงพอต่อนักลงทุน และคำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ สำหรับไตรมาสที่ 1
ปี 2549 รายละเอียดตามสิ่งที่ส่งมาด้วย 1 และ 2
ปตท.สผ. ขอแจ้งว่า ตัวเลขผลการดำเนินงานในงบการเงินฉบับสอบทาน ณ วันที่
31 มีนาคม 2549 นี้ เป็นตัวเลขเดียวกันกับที่ได้เคยรายงานไว้ในหนังสือ ปตท.สผ. เรื่อง
งบการเงินฉบับก่อนสอบทาน คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ สำหรับไตรมาสที่ 1
ปี 2549 เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2549 ตามอ้างถึง
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
ขอแสดงความนับถือ
มารุต มฤคทัต
(นายมารุต มฤคทัต)
กรรมการผู้จัดการใหญ่
ฝ่ายการเงิน
โทร. 0-2537-4512, 0-2537-4611
2. คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาสที่1 ปี 2549
2.1 ผลการปฏิบัติตามแผนการดำเนินงานไตรมาสที่1 ปี 2549
เศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกปี 2549 ยังมีการขยายตัวอยู่แม้ว่าจะเผชิญอุปสรรคหลาย
ประการไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมันที่ยังคงปรับตัวสูงขึ้น แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
รวมทั้งปัญหาทางการเมือง แต่อย่างไรก็ตามการส่งออกของไทยที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ในช่วงไตรมาสที่ผ่านมาช่วยพยุงให้เศรษฐกิจไทยปี 2549 ขยายตัวประมาณร้อยละ 4.25-5.25
จากการคาดการณ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
สำหรับการดำเนินงานของ ปตท.สผ. และบริษัทย่อย ในไตรมาสที่ 1 ปี 2549 สามารถ
สรุปเป็นสาระสำคัญ ได้ดังต่อไปนี้
ปตท.สผ. และบริษัทย่อยมีปริมาณการขายปิโตรเลียมในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2549
เฉลี่ยวันละ 171,508 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้เมื่อตอนต้นปี
เฉลี่ยวันละ 179,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากปริมาณการขายที่
ลดลงของโครงการนางนวลจากปัญหาทางเทคนิคของแหล่งผลิตและการปิดซ่อมบำรุงของโรงไฟฟ้าวังน้อย
ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ส่งผลให้ปริมาณการขายจากโครงการยาดานาและเยตากุนลดลงอย่างไรก็ตาม
ปตท.สผ.คาดว่าสามารถที่จะเพิ่มปริมาณการขายในช่วง 9 เดือนหลังของปี 2549 จากโครงการ
ที่กำลังผลิตอยู่ในปัจจุบันและโครงการที่จะเริ่มผลิตภายในปี 2549 เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมาย
ปริมาณการขายที่ตั้งไว้
ปตท.สผ.และบริษัทราชบุรีพลังงาน จำกัด ได้ร่วมมือเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการนำ
ก๊าซธรรมชาติที่เป็นผลพลอยได้จากการผลิตน้ำมันดิบ (Flare gas) จากแหล่งน้ำมันประดู่เฒ่า-เอ
ของโครงการเอส 1 มาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าทดแทนการนำเข้าน้ำมันเตา โดยมีการลงนามในสัญญา
ซื้อขายก๊าซธรรมชาติ (Gas Sales Agreement) กับบริษัท ราชบุรีพลังงาน จำกัด ในฐานะผู้ซื้อ
ในอัตราประมาณวันละ 0.4 ล้านลูกบาศก์ฟุต เป็นเวลา 8 ปี โดยคาดว่าจะเริ่มทดสอบการผลิต
กระแสไฟฟ้าได้ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2549 ซึ่งถือว่าเป็นความสำเร็จที่สำคัญในการนำก๊าซธรรมชาติ
ที่เป็นผลพลอยได้จากฐานผลิตน้ำมันมาใช้ให้เกิดประโยชน์แทนการเผาทิ้ง
ปตท.สผ. และบริษัทย่อย ได้รับการอนุมัติสัมปทานตามประกาศเชิญชวนครั้งที่ 19
ประจำปี 2548 ของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติเป็นจำนวน 2 แปลง คือ แปลงแรกหมายเลข G9/48
พื้นที่ 252 ตารางกิโลเมตรนอกชายฝั่งจังหวัดสงขลาติดกับโครงการอาทิตย์ โดย ปตท.สผ.ท.
เป็นผู้ดำเนินการ (Operator) ในสัดส่วนร่วมทุนร้อยละ 84 กับบริษัทยูโนแคลอันดามัน จำกัด
ในสัดส่วนร่วมทุนร้อยละ 16 และแปลงที่สองหมายเลข G12/48 พื้นที่ 622 ตารางกิโลเมตร
นอกชายฝั่งจังหวัดสงขลาติดกับโครงการบงกช โดย ปตท.สผ.ท.เป็นผู้ดำเนินการ (Operator)
ในสัดส่วนร่วมทุนร้อยละ 44.4445 บริษัทโททาล อีแอนด์พี ไทยแลนด์ ในสัดส่วนร่วมทุนร้อยละ
33.3333 และบริษัทไทยเอนเนอร์จี จำกัด ในสัดส่วนร่วมทุนร้อยละ 22.2222
ปตท.สผ. และบริษัทย่อย ได้รับผลสำเร็จจากการสำรวจปิโตรเลียมในโครงการต่างๆ อาทิ
โครงการโอมาน 44 จากผลการเจาะหลุมประเมินผล ชามส์-4 (Shams-4) มีการประเมิน
ศักยภาพที่จะวางแผนการผลิตจากหลุมดังกล่าวได้ประมาณปลายปี 2549 ทั้งนี้ โครงการโอมาน 44
จะเริ่มการผลิตได้ประมาณไตรมาส 3 ปี 2549 โครงการอัลจีเรีย 433a & 416b จากการขุดเจาะ
หลุมประเมินผล BRS-6bis พบปิโตรเลียมในชั้น Hamra Quartzite ในแหล่ง Bir Seba
นับว่าเป็นการยืนยันการค้นพบปิโตรเลียมในแหล่ง Bir Seba ของแปลง 433a & 416b
โครงการเวียดนาม 16-1 จากการเจาะหลุมประเมินผล TGT-2X ที่สามารถยืนยันศักยภาพของ
แหล่งปิโตรเลียมที่พบทำให้ ปตท.สผ. มีแผนที่จะดำเนินการพัฒนาในเชิงพาณิชย์ในโครงการ
ดังกล่าวประมาณปี 2551
2.2 ผลการดำเนินงาน
เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2549 ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ปตท.สผ. ประจำปี 2549 ได้มีมติ
อนุมัติให้บริษัทฯ ดำเนินการจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงาน 6 เดือนหลังของปี 2548
ให้กับผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 8 บาท ในวันที่ 18 เมษายน 2549 หลังจากที่บริษัทฯ
ได้มีการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล (Interim Dividend) จากผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรก
ของปี 2548 ในอัตราหุ้นละ 5.50 บาท ไปแล้วเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2548 ตามที่ได้รับอนุมัติ
จากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2548
นอกจากนี้เพื่อเป็นการเพิ่มสภาพคล่องและเปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยลงทุนในหุ้น
ปตท.สผ. ได้มากขึ้น ในวันที่ 12 เมษายน 2549 ปตท.สผ. ได้ดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลง
มูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (Par Value) จากเดิมหุ้นละ 5 บาท เป็น หุ้นละ 1 บาท ตามมติที่ประชุม
สามัญผู้ถือหุ้นปี 2549 และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้อนุมัติให้หุ้น ปตท.สผ. ซื้อขาย
ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ด้วยราคาที่ par ใหม่ในวันที่ 24 เมษายน 2549 โดยการเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้น
ที่ตราไว้ดังกล่าวมีผลทำให้หุ้นสามัญของบริษัทฯเพิ่มขึ้นจากเดิม 664,400,000หุ้นเป็น
3,322,000,000หุ้น และมีผลต่อราคาการใช้สิทธิ (Exercise Price) และอัตราการใช้สิทธิ
(Exercise Ratio) ในการซื้อหุ้นสามัญของใบสำคัญแสดงสิทธิตามโครงการให้พนักงานมีส่วนร่วม
เป็นเจ้าของบริษัทฯ (Employee Stock Ownership Plan หรือ ESOP) ที่ ปตท.สผ.
ได้ออกไปแล้วในปี 2545-2548 และในปี 2549 ซึ่งได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี
2549 ให้ออกและเสนอขายให้แก่ ผู้บริหาร และพนักงาน จำนวน 2.8 ล้านหน่วย ในราคาการใช้
สิทธิฯ เท่ากับ 456 บาทต่อหุ้น โดยมีอัตราการใช้สิทธิใหม่เท่ากับ ใบสำคัญแสดงสิทธิ 1 หน่วย
ต่อ หุ้นสามัญ 5 หุ้น (จากเดิมที่ใบสำคัญแสดงสิทธิ 1 หน่วยต่อหุ้นสามัญ 1 หุ้น) และ
มีราคาการใช้สิทธิใหม่ดังนี้
โครงการใบสำคัญแสดงสิทธิ ราคาการใช้สิทธิเดิม(บาท) ราคาการใช้สิทธิใหม่(บาท)
ปี 2545 111 22.20
ปี 2546 117 23.40
ปี 2547 183 36.60
ปี 2548 278 55.60
ปี 2549 456 91.20
2.2.1 ผลการดำเนินงานเปรียบเทียบรายไตรมาส
ตารางสรุปผลการดำเนินงานรวม ไตรมาส 4 ไตรมาส 1 ไตรมาส 1
(หน่วย: ล้านบาท ยกเว้นกำไรต่อหุ้นแสดงเป็นบาท) 2548 2549 2548
กำไรจากการดำเนินงานที่ยังดำเนินอยู่
ส่วนงานสำรวจและผลิตปิโตรเลียม 5,712 6,441 3,882
ส่วนงานท่อขนส่งก๊าซ 759 924 793
กลุ่มบริษัท 346 474 (421)
รวม 6,817 7,839 4,254
กำไรต่อหุ้นปรับลด-จากการดำเนินงานที่ยังดำเนินอยู่ 10.38 11.92 6.50
รายได้รวม-จากการดำเนินงานที่ยังดำเนินอยู่ 21,793 22,693 13,528
ไตรมาส 1 ปี 2549 เปรียบเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2548
สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาสที่1 ปี 2549 ปตท.สผ. และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ
สำหรับไตรมาสนี้ รวม 7,839 ล้านบาท คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้นปรับลด 11.92 บาท มีผลการ
ดำเนินงานเพิ่มขึ้น 3,585 ล้านบาทหรือร้อยละ 84เมื่อเปรียบเทียบกับกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส
เดียวกันของปีก่อนจำนวน 4,254 ล้านบาท คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้นปรับลด 6.50 บาท มีอัตรา
ผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (Return on shareholders' equity) สำหรับไตรมาสนี้อยู่ที่ร้อยละ
38.88
สำหรับไตรมาสนี้ ปตท.สผ. และบริษัทย่อยมีรายได้รวมทั้งสิ้น 22,693 ล้านบาท
เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนจำนวน 13,528 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9,165 ล้านบาทหรือ
ร้อยละ 68 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากรายได้จากการขายปิโตรเลียมที่เพิ่มขึ้น 8,342 ล้านบาท
หรือร้อยละ 66 เนื่องจากราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยในไตรมาสนี้เพิ่มขึ้นเป็น 34.28 เหรียญสหรัฐ
ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบเมื่อเปรียบเทียบกับราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยในไตรมาสเดียวกันของปี
ก่อนที่ 25.42 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ และปริมาณการขายในไตรมาสนี้
เพิ่มขึ้นเป็น 171,508 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวันเมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณการขาย
ไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่ 142,685 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน โดยยอดขายที่
เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นผลจากการขายน้ำมันดิบของโครงการ B8/32 & 9A และโครงการ S1 และ
การขายก๊าซธรรมชาติและคอนเดนเสทของโครงการไพลินและโครงการบงกช ทั้งนี้ในไตรมาสนี้
ปตท.สผ.ให้ส่วนลดค่าก๊าซธรรมชาติแก่บริษัท ปตท. จำกัด จำนวน 331ล้านบาท
ปตท.สผ.และบริษัทย่อยมีรายได้จากการบริการท่อขนส่งก๊าซเพิ่มขึ้นซึ่งเป็นรายได้ตาม
สัดส่วนใน Moattama Gas Transportation Company (MGTC) และ Taninthayi
Pipeline Company LLC (TPC) และมีดอกเบี้ยรับเพิ่มขึ้นตามการลงทุนในเงินฝากประจำที่
เพิ่มขึ้น
ปตท.สผ. และบริษัทย่อย มีค่าใช้จ่ายในไตรมาสนี้รวมทั้งสิ้น 9,240 ล้านบาท
เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนจำนวน 5,712 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,528 ล้านบาท หรือ
ร้อยละ 62 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจาก
(1) ค่าใช้จ่ายการดำเนินงานเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นผลมาจากค่าดำเนินงานของโครงการ
B8/32 & 9A รวมทั้งค่าสนับสนุนการปฏิบัติงานที่เพิ่มขึ้นของโครงการบงกช
(2) ค่าใช้จ่ายในการสำรวจแหล่งน้ำมันเพิ่มขึ้นเนื่องจากงาน 3D seismic ของ
โครงการพม่า M7 & M9 และ โครงการบงกช
(3) ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่จากค่าบริหารในโครงการอาทิตย์
โครงการอิหร่าน ซาเว่ห์ โครงการพื้นที่ร่วมพัฒนาไทย-มาเลเซียและ โครงการโอมาน 44
ตามกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นและการตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงานของบริษัทที่เพิ่มขึ้น
(4) ค่าภาคหลวงและค่าตอบแทนสำหรับปิโตรเลียมเพิ่มขึ้นตามรายได้จากการขายที่
เพิ่มขึ้นและค่าผลประโยชน์ตอบแทนพิเศษภายใต้ พ.ร.บ.ปิโตรเลียม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2532
(5) ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นผลมาจากค่าเสื่อมราคาของ
โครงการ B8/32 & 9A และ การตัดจำหน่ายส่วนเกินเงินลงทุนจากการเข้าซื้อหุ้นในบริษัท
ออเร้นจ์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัดและบริษัท บี8/32 พาร์ทเนอร์ จำกัด
ในไตรมาสนี้ ปตท.สผ.และบริษัทย่อยมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นจำนวน 565
ล้านบาทเป็นผลมาจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น
ปตท.สผ.และบริษัทย่อยมีค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ เพิ่มขึ้น 2,054 ล้านบาทตามกำไรก่อน
ภาษีที่เพิ่มขึ้น
ไตรมาส 1 ปี 2549 เปรียบเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2548
สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 1 ปี 2549 ปตท.สผ. และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ
สำหรับไตรมาสนี้ รวม 7,839 ล้านบาทคิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้นปรับลด 11.92 บาท มีผลการ
ดำเนินงานเพิ่มขึ้น 1,022 ล้านบาทเมื่อเปรียบเทียบกับกำไรสุทธิสำหรับไตรมาสก่อนจำนวน
6,817 ล้านบาท คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้นปรับลด 10.38 บาท
สำหรับไตรมาสนี้ ปตท.สผ. และบริษัทย่อยมีรายได้รวมทั้งสิ้น 22,693 ล้านบาท
เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนจำนวน 21,793 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 900 ล้านบาทหรือร้อยละ 4 ซึ่ง
ส่วนใหญ่เป็นรายได้จากการขายปิโตรเลียมที่เพิ่มขึ้น 616ล้านบาทเนื่องจากราคาขายผลิตภัณฑ์
เฉลี่ยในไตรมาสนี้เพิ่มขึ้นเป็น 34.28เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบเมื่อ
เปรียบเทียบกับราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยในไตรมาสก่อนที่ 31.59 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
เทียบเท่าน้ำมันดิบ โดยยอดขายที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นผลจากการขายก๊าซธรรมชาติและ
คอนเดนเสทของโครงการบงกชและโครงการไพลิน
อย่างไรก็ตาม ในไตรมาสนี้ปริมาณการขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมของโครงการ B8/32 & 9A
ลดลงและมีการชะลอการส่งมอบน้ำมันดิบในโครงการนางนวล
ในไตรมาสนี้ ปตท.สผ. และบริษัทย่อยมีดอกเบี้ยรับเพิ่มขึ้นตามการลงทุนในเงินฝาก
ประจำที่เพิ่มขึ้น
ปตท.สผ. และบริษัทย่อยมีค่าใช้จ่ายในไตรมาสนี้รวมทั้งสิ้น 9,240 ล้านบาทเมื่อเทียบกับ
ไตรมาสก่อนจำนวน 9,512 ล้านบาท ลดลง 272 ล้านบาทหรือร้อยละ 3 เป็นผลจาก
(1) ค่าใช้จ่ายดำเนินงานลดลงส่วนใหญ่เป็นผลมาจากในไตรมาสนี้ โครงการนางนวล
มีการชะลอการส่งมอบน้ำมันดิบ ดังนั้นค่าใช้จ่ายดำเนินงานส่วนที่เกี่ยวข้องได้โอนเป็นต้นทุนของสินค้า
คงเหลือ และในไตรมาสก่อนมีค่าซ่อมบำรุงของโครงการ B8/32และโครงการ S1
(2) ค่าใช้จ่ายในการสำรวจแหล่งน้ำมันเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่จากงาน 3D seismic ของ
โครงการพม่า M7 & M9 และโครงการบงกช
(3) ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นผลมาจากค่าเสื่อมราคา
โครงการ B8/32 ตามสินทรัพย์พร้อมใช้งานที่เพิ่มขึ้น
2.3 ฐานะการเงิน
สำหรับฐานะการเงินของ ปตท.สผ.และบริษัทย่อย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2549 ปตท.สผ.
และบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 155,289 ล้านบาท เพิ่มจากสิ้นปีก่อนจำนวน 11,972 ล้านบาท
ส่วนใหญ่เป็นผลสุทธิจาก (1) สินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจำนวน 7,385 ล้านบาท
ส่วนใหญ่จากรายการเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่เพิ่มขึ้นและรายการลูกหนี้การค้าตามกิจกรรม
การดำเนินงานที่ เพิ่มขึ้นในโครงการต่างๆ และ(2)การเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์สุทธิเพื่อการ
สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำนวน 4,678 ล้านบาทซึ่งส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในสินทรัพย์เพื่อการ
ผลิตของโครงการอาทิตย์
สินทรัพย์หมุนเวียนของ ปตท.สผ. และบริษัทย่อย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2549 ส่วนใหญ่
เป็นเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ลูกหนี้บริษัทใหญ่และลูกหนี้การค้าในส่วนของสินทรัพย์ไม่
หมุนเวียนนั้น ส่วนใหญ่ประกอบด้วย (1) สินทรัพย์เพื่อการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในโครงการ
ร่วมทุนซึ่งอยู่ภายใต้ บัญชีที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ และ (2) เงินลงทุนในบริษัทร่วม ได้แก่
บริษัท เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ จำกัด ซึ่งอยู่ภายใต้บัญชีเงินลงทุนซึ่งบันทึกโดยวิธีส่วนได้เสีย
ปตท.สผ. และบริษัทย่อยมีหนี้สินรวม 76,072 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปีก่อน 4,452
ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นผลจาก (1) ภาษีเงินได้ค้างจ่ายเพิ่มขึ้นจำนวน 4,329 ล้านบาท
ตามกำไรที่เพิ่มขึ้น (2) การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายค้างจ่ายจำนวน 1,318 ล้านบาทตามการลงทุน
ในสินทรัพย์เพื่อการผลิตของโครงการอาทิตย์
ตามที่บริษัทได้จัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญให้แก่กรรมการ ผู้บริหาร และ
พนักงานของบริษัท เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2545 จำนวน 2 ล้านหน่วย ที่ราคาการใช้สิทธิ 111 บาท
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2546 จำนวน 2 ล้านหน่วย ที่ราคาการใช้สิทธิ 117 บาท
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2547 จำนวน 2.8 ล้านหน่วย ที่ราคาการใช้สิทธิ 183 บาท และเมื่อวันที่
1 สิงหาคม 2548 จำนวน 2.8 ล้านหน่วย ที่ราคาการใช้สิทธิ 278 บาท โดย ณ วันที่ 31 มีนาคม
2549 มีผู้ใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญดังกล่าวรวม 2.99 ล้านหุ้น ทำให้มียอดคงเหลือของใบสำคัญแสดงสิทธิฯ
จำนวน 6.61 ล้านหน่วย
ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2549 บริษัทได้ดำเนินการขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุนชำระแล้ว
จำนวน 3,274.95 ล้านบาท โดยเป็นหุ้นสามัญที่บริษัทออกและชำระเต็มมูลค่าแล้วจำนวน 654.99
ล้านหุ้น
ในไตรมาสนี้ ปตท.สผ.และบริษัทย่อยมีกระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน
จำนวน 13,850 ล้านบาทส่วนใหญ่เป็นเงินสดรับจากการดำเนินงาน มีกระแสเงินสดสุทธิใช้ไปใน
กิจกรรมลงทุนสุทธิจำนวน 8,197 ล้านบาทจากการลงทุนเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์เพื่อการสำรวจและผลิต
ปิโตรเลียมในโครงการอาทิตย์ และบริษัทฯ มีเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงินจำนวน 8
ล้านบาท จากการออกหุ้นสามัญตามการใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิ
ปตท.สผ. และบริษัทย่อย มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2549
จำนวน 35,767 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปีก่อน จำนวน 5,260 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2549 บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด (TRIS Rating)
ได้ปรับเพิ่มอันดับเครดิตองค์กร และอันดับเครดิตตราสารหนี้ของบริษัทฯ จากเดิมที่ระดับ AA+
เป็น AAA ซึ่งเป็นอันดับเครดิตสูงสุดในประเทศไทย โดยอันดับเครดิตที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว
สะท้อนถึง ฐานะการเงินที่มั่นคงของบริษัทฯ ราคาปิโตรเลียมที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ความสามารถในการขยายการลงทุนของ ปตท.สผ. โดยที่ยังรักษาความแข็งแกร่งทางการเงินไว้ได้
และการได้รับความสนับสนุนในธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมจากรัฐบาลไทย
2.4 ปัจจัยและอิทธิพลหลักที่อาจมีผลต่อการดำเนินงาน
ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักของเศรษฐกิจ
ไทยในช่วง 9 เดือนหลังของปี 2549 โดยเฉพาะจากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างชาติตะวันตก
กับประเทศอิหร่านในเรื่องนโยบายนิวเคลียร์และสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศไนจีเรียที่มี
ผลกระทบโดยตรงต่อกำลังการผลิตน้ำมันดิบของโลกที่ส่งผลต่อความผันผวนของราคาน้ำมัน นอกจากนี้
อัตราดอกเบี้ยในตลาดโลกยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องซึ่งจะชะลอการขยายตัวของเศรษฐกิจ
ประเทศต่างๆ ตลอดจนสถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศ หากสถานการณ์ทางการเมืองมี
ความชัดเจนและไม่ยืดเยื้อจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและการลงทุน แต่ถ้าหากสถานการณ์ทางการเมือง
ยืดเยื้อและอึมครึมจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการลงทุน
สำหรับการดำเนินธุรกิจของ ปตท.สผ. คงต้องเฝ้าติดตามภาวะเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด
เพื่อจะได้ปรับการบริหารงานให้ได้อย่างเหมาะสม การบริหารจัดการโครงการต่างๆ
ที่มีอยู่ให้บรรลุผลสำเร็จตามแผนงานที่กำหนดและคุ้มค่าทางเศรษฐกิจยังคงเป็นความท้าทายที่ ปตท.สผ.
จะต้องเผชิญโดยเฉพาะจากภาวการณ์การแข่งขันกันอย่างสูงในการเร่งกำลังผลิตปิโตรเลียม
ในปัจจุบัน ดังนั้น ปตท.สผ. จะต้องมีการบริหารจัดการและการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ
เพื่อจะได้ดำเนินงานให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้
หลักทรัพย์ PTTEP
หัวข้อข่าว งบการเงินฉบับสอบทาน และคำอธิบายสำหรับไตรมาสที่ 1 ปี 2549
วันที่/เวลา 03 พ.ค. 2549 08:53:22
ที่ ปตท.สผ. 1.910 /169/ 2549
2 พฤษภาคม 2549
เรื่อง งบการเงินฉบับสอบทาน และคำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ สำหรับ
ไตรมาสที่ 1 ปี 2549
เรียน กรรมการและผู้จัดการ
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
อ้างถึง หนังสือ ที่ ปตท.สผ. 1.910/ 160 / 2549 ลงวันที่ 27 เมษายน 2549
สิ่งที่ส่งมาด้วย
1. งบการเงิน และงบการเงินรวมฉบับสอบทาน ของบริษัท
ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) สิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2549 และ
2548 ที่ผ่านการสอบทานจากผู้สอบบัญชีแล้ว จำนวน 1 ฉบับ และฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษ
จำนวน 1 ฉบับ
2. คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ สำหรับไตรมาสที่ 1 ปี 2549
บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ขอนำส่ง
งบการเงินฉบับสอบทาน สำหรับ ไตรมาสที่ 1 ปี 2549 สิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2549 ของ
บริษัทฯ และบริษัทย่อยซึ่งได้รับการสอบทานจากผู้สอบบัญชี สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินและคณะ
กรรมการตรวจสอบแล้ว โดยเห็นว่างบการเงินดังกล่าว เป็นรายงานทางการเงินที่มีความถูกต้อง
และเพียงพอต่อนักลงทุน และคำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ สำหรับไตรมาสที่ 1
ปี 2549 รายละเอียดตามสิ่งที่ส่งมาด้วย 1 และ 2
ปตท.สผ. ขอแจ้งว่า ตัวเลขผลการดำเนินงานในงบการเงินฉบับสอบทาน ณ วันที่
31 มีนาคม 2549 นี้ เป็นตัวเลขเดียวกันกับที่ได้เคยรายงานไว้ในหนังสือ ปตท.สผ. เรื่อง
งบการเงินฉบับก่อนสอบทาน คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ สำหรับไตรมาสที่ 1
ปี 2549 เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2549 ตามอ้างถึง
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
ขอแสดงความนับถือ
มารุต มฤคทัต
(นายมารุต มฤคทัต)
กรรมการผู้จัดการใหญ่
ฝ่ายการเงิน
โทร. 0-2537-4512, 0-2537-4611
2. คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาสที่1 ปี 2549
2.1 ผลการปฏิบัติตามแผนการดำเนินงานไตรมาสที่1 ปี 2549
เศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกปี 2549 ยังมีการขยายตัวอยู่แม้ว่าจะเผชิญอุปสรรคหลาย
ประการไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมันที่ยังคงปรับตัวสูงขึ้น แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
รวมทั้งปัญหาทางการเมือง แต่อย่างไรก็ตามการส่งออกของไทยที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ในช่วงไตรมาสที่ผ่านมาช่วยพยุงให้เศรษฐกิจไทยปี 2549 ขยายตัวประมาณร้อยละ 4.25-5.25
จากการคาดการณ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
สำหรับการดำเนินงานของ ปตท.สผ. และบริษัทย่อย ในไตรมาสที่ 1 ปี 2549 สามารถ
สรุปเป็นสาระสำคัญ ได้ดังต่อไปนี้
ปตท.สผ. และบริษัทย่อยมีปริมาณการขายปิโตรเลียมในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2549
เฉลี่ยวันละ 171,508 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้เมื่อตอนต้นปี
เฉลี่ยวันละ 179,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากปริมาณการขายที่
ลดลงของโครงการนางนวลจากปัญหาทางเทคนิคของแหล่งผลิตและการปิดซ่อมบำรุงของโรงไฟฟ้าวังน้อย
ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ส่งผลให้ปริมาณการขายจากโครงการยาดานาและเยตากุนลดลงอย่างไรก็ตาม
ปตท.สผ.คาดว่าสามารถที่จะเพิ่มปริมาณการขายในช่วง 9 เดือนหลังของปี 2549 จากโครงการ
ที่กำลังผลิตอยู่ในปัจจุบันและโครงการที่จะเริ่มผลิตภายในปี 2549 เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมาย
ปริมาณการขายที่ตั้งไว้
ปตท.สผ.และบริษัทราชบุรีพลังงาน จำกัด ได้ร่วมมือเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการนำ
ก๊าซธรรมชาติที่เป็นผลพลอยได้จากการผลิตน้ำมันดิบ (Flare gas) จากแหล่งน้ำมันประดู่เฒ่า-เอ
ของโครงการเอส 1 มาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าทดแทนการนำเข้าน้ำมันเตา โดยมีการลงนามในสัญญา
ซื้อขายก๊าซธรรมชาติ (Gas Sales Agreement) กับบริษัท ราชบุรีพลังงาน จำกัด ในฐานะผู้ซื้อ
ในอัตราประมาณวันละ 0.4 ล้านลูกบาศก์ฟุต เป็นเวลา 8 ปี โดยคาดว่าจะเริ่มทดสอบการผลิต
กระแสไฟฟ้าได้ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2549 ซึ่งถือว่าเป็นความสำเร็จที่สำคัญในการนำก๊าซธรรมชาติ
ที่เป็นผลพลอยได้จากฐานผลิตน้ำมันมาใช้ให้เกิดประโยชน์แทนการเผาทิ้ง
ปตท.สผ. และบริษัทย่อย ได้รับการอนุมัติสัมปทานตามประกาศเชิญชวนครั้งที่ 19
ประจำปี 2548 ของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติเป็นจำนวน 2 แปลง คือ แปลงแรกหมายเลข G9/48
พื้นที่ 252 ตารางกิโลเมตรนอกชายฝั่งจังหวัดสงขลาติดกับโครงการอาทิตย์ โดย ปตท.สผ.ท.
เป็นผู้ดำเนินการ (Operator) ในสัดส่วนร่วมทุนร้อยละ 84 กับบริษัทยูโนแคลอันดามัน จำกัด
ในสัดส่วนร่วมทุนร้อยละ 16 และแปลงที่สองหมายเลข G12/48 พื้นที่ 622 ตารางกิโลเมตร
นอกชายฝั่งจังหวัดสงขลาติดกับโครงการบงกช โดย ปตท.สผ.ท.เป็นผู้ดำเนินการ (Operator)
ในสัดส่วนร่วมทุนร้อยละ 44.4445 บริษัทโททาล อีแอนด์พี ไทยแลนด์ ในสัดส่วนร่วมทุนร้อยละ
33.3333 และบริษัทไทยเอนเนอร์จี จำกัด ในสัดส่วนร่วมทุนร้อยละ 22.2222
ปตท.สผ. และบริษัทย่อย ได้รับผลสำเร็จจากการสำรวจปิโตรเลียมในโครงการต่างๆ อาทิ
โครงการโอมาน 44 จากผลการเจาะหลุมประเมินผล ชามส์-4 (Shams-4) มีการประเมิน
ศักยภาพที่จะวางแผนการผลิตจากหลุมดังกล่าวได้ประมาณปลายปี 2549 ทั้งนี้ โครงการโอมาน 44
จะเริ่มการผลิตได้ประมาณไตรมาส 3 ปี 2549 โครงการอัลจีเรีย 433a & 416b จากการขุดเจาะ
หลุมประเมินผล BRS-6bis พบปิโตรเลียมในชั้น Hamra Quartzite ในแหล่ง Bir Seba
นับว่าเป็นการยืนยันการค้นพบปิโตรเลียมในแหล่ง Bir Seba ของแปลง 433a & 416b
โครงการเวียดนาม 16-1 จากการเจาะหลุมประเมินผล TGT-2X ที่สามารถยืนยันศักยภาพของ
แหล่งปิโตรเลียมที่พบทำให้ ปตท.สผ. มีแผนที่จะดำเนินการพัฒนาในเชิงพาณิชย์ในโครงการ
ดังกล่าวประมาณปี 2551
2.2 ผลการดำเนินงาน
เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2549 ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ปตท.สผ. ประจำปี 2549 ได้มีมติ
อนุมัติให้บริษัทฯ ดำเนินการจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงาน 6 เดือนหลังของปี 2548
ให้กับผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 8 บาท ในวันที่ 18 เมษายน 2549 หลังจากที่บริษัทฯ
ได้มีการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล (Interim Dividend) จากผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรก
ของปี 2548 ในอัตราหุ้นละ 5.50 บาท ไปแล้วเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2548 ตามที่ได้รับอนุมัติ
จากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2548
นอกจากนี้เพื่อเป็นการเพิ่มสภาพคล่องและเปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยลงทุนในหุ้น
ปตท.สผ. ได้มากขึ้น ในวันที่ 12 เมษายน 2549 ปตท.สผ. ได้ดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลง
มูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (Par Value) จากเดิมหุ้นละ 5 บาท เป็น หุ้นละ 1 บาท ตามมติที่ประชุม
สามัญผู้ถือหุ้นปี 2549 และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้อนุมัติให้หุ้น ปตท.สผ. ซื้อขาย
ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ด้วยราคาที่ par ใหม่ในวันที่ 24 เมษายน 2549 โดยการเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้น
ที่ตราไว้ดังกล่าวมีผลทำให้หุ้นสามัญของบริษัทฯเพิ่มขึ้นจากเดิม 664,400,000หุ้นเป็น
3,322,000,000หุ้น และมีผลต่อราคาการใช้สิทธิ (Exercise Price) และอัตราการใช้สิทธิ
(Exercise Ratio) ในการซื้อหุ้นสามัญของใบสำคัญแสดงสิทธิตามโครงการให้พนักงานมีส่วนร่วม
เป็นเจ้าของบริษัทฯ (Employee Stock Ownership Plan หรือ ESOP) ที่ ปตท.สผ.
ได้ออกไปแล้วในปี 2545-2548 และในปี 2549 ซึ่งได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี
2549 ให้ออกและเสนอขายให้แก่ ผู้บริหาร และพนักงาน จำนวน 2.8 ล้านหน่วย ในราคาการใช้
สิทธิฯ เท่ากับ 456 บาทต่อหุ้น โดยมีอัตราการใช้สิทธิใหม่เท่ากับ ใบสำคัญแสดงสิทธิ 1 หน่วย
ต่อ หุ้นสามัญ 5 หุ้น (จากเดิมที่ใบสำคัญแสดงสิทธิ 1 หน่วยต่อหุ้นสามัญ 1 หุ้น) และ
มีราคาการใช้สิทธิใหม่ดังนี้
โครงการใบสำคัญแสดงสิทธิ ราคาการใช้สิทธิเดิม(บาท) ราคาการใช้สิทธิใหม่(บาท)
ปี 2545 111 22.20
ปี 2546 117 23.40
ปี 2547 183 36.60
ปี 2548 278 55.60
ปี 2549 456 91.20
2.2.1 ผลการดำเนินงานเปรียบเทียบรายไตรมาส
ตารางสรุปผลการดำเนินงานรวม ไตรมาส 4 ไตรมาส 1 ไตรมาส 1
(หน่วย: ล้านบาท ยกเว้นกำไรต่อหุ้นแสดงเป็นบาท) 2548 2549 2548
กำไรจากการดำเนินงานที่ยังดำเนินอยู่
ส่วนงานสำรวจและผลิตปิโตรเลียม 5,712 6,441 3,882
ส่วนงานท่อขนส่งก๊าซ 759 924 793
กลุ่มบริษัท 346 474 (421)
รวม 6,817 7,839 4,254
กำไรต่อหุ้นปรับลด-จากการดำเนินงานที่ยังดำเนินอยู่ 10.38 11.92 6.50
รายได้รวม-จากการดำเนินงานที่ยังดำเนินอยู่ 21,793 22,693 13,528
ไตรมาส 1 ปี 2549 เปรียบเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2548
สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาสที่1 ปี 2549 ปตท.สผ. และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ
สำหรับไตรมาสนี้ รวม 7,839 ล้านบาท คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้นปรับลด 11.92 บาท มีผลการ
ดำเนินงานเพิ่มขึ้น 3,585 ล้านบาทหรือร้อยละ 84เมื่อเปรียบเทียบกับกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส
เดียวกันของปีก่อนจำนวน 4,254 ล้านบาท คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้นปรับลด 6.50 บาท มีอัตรา
ผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (Return on shareholders' equity) สำหรับไตรมาสนี้อยู่ที่ร้อยละ
38.88
สำหรับไตรมาสนี้ ปตท.สผ. และบริษัทย่อยมีรายได้รวมทั้งสิ้น 22,693 ล้านบาท
เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนจำนวน 13,528 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9,165 ล้านบาทหรือ
ร้อยละ 68 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากรายได้จากการขายปิโตรเลียมที่เพิ่มขึ้น 8,342 ล้านบาท
หรือร้อยละ 66 เนื่องจากราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยในไตรมาสนี้เพิ่มขึ้นเป็น 34.28 เหรียญสหรัฐ
ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบเมื่อเปรียบเทียบกับราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยในไตรมาสเดียวกันของปี
ก่อนที่ 25.42 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ และปริมาณการขายในไตรมาสนี้
เพิ่มขึ้นเป็น 171,508 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวันเมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณการขาย
ไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่ 142,685 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน โดยยอดขายที่
เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นผลจากการขายน้ำมันดิบของโครงการ B8/32 & 9A และโครงการ S1 และ
การขายก๊าซธรรมชาติและคอนเดนเสทของโครงการไพลินและโครงการบงกช ทั้งนี้ในไตรมาสนี้
ปตท.สผ.ให้ส่วนลดค่าก๊าซธรรมชาติแก่บริษัท ปตท. จำกัด จำนวน 331ล้านบาท
ปตท.สผ.และบริษัทย่อยมีรายได้จากการบริการท่อขนส่งก๊าซเพิ่มขึ้นซึ่งเป็นรายได้ตาม
สัดส่วนใน Moattama Gas Transportation Company (MGTC) และ Taninthayi
Pipeline Company LLC (TPC) และมีดอกเบี้ยรับเพิ่มขึ้นตามการลงทุนในเงินฝากประจำที่
เพิ่มขึ้น
ปตท.สผ. และบริษัทย่อย มีค่าใช้จ่ายในไตรมาสนี้รวมทั้งสิ้น 9,240 ล้านบาท
เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนจำนวน 5,712 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,528 ล้านบาท หรือ
ร้อยละ 62 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจาก
(1) ค่าใช้จ่ายการดำเนินงานเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นผลมาจากค่าดำเนินงานของโครงการ
B8/32 & 9A รวมทั้งค่าสนับสนุนการปฏิบัติงานที่เพิ่มขึ้นของโครงการบงกช
(2) ค่าใช้จ่ายในการสำรวจแหล่งน้ำมันเพิ่มขึ้นเนื่องจากงาน 3D seismic ของ
โครงการพม่า M7 & M9 และ โครงการบงกช
(3) ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่จากค่าบริหารในโครงการอาทิตย์
โครงการอิหร่าน ซาเว่ห์ โครงการพื้นที่ร่วมพัฒนาไทย-มาเลเซียและ โครงการโอมาน 44
ตามกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นและการตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงานของบริษัทที่เพิ่มขึ้น
(4) ค่าภาคหลวงและค่าตอบแทนสำหรับปิโตรเลียมเพิ่มขึ้นตามรายได้จากการขายที่
เพิ่มขึ้นและค่าผลประโยชน์ตอบแทนพิเศษภายใต้ พ.ร.บ.ปิโตรเลียม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2532
(5) ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นผลมาจากค่าเสื่อมราคาของ
โครงการ B8/32 & 9A และ การตัดจำหน่ายส่วนเกินเงินลงทุนจากการเข้าซื้อหุ้นในบริษัท
ออเร้นจ์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัดและบริษัท บี8/32 พาร์ทเนอร์ จำกัด
ในไตรมาสนี้ ปตท.สผ.และบริษัทย่อยมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นจำนวน 565
ล้านบาทเป็นผลมาจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น
ปตท.สผ.และบริษัทย่อยมีค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ เพิ่มขึ้น 2,054 ล้านบาทตามกำไรก่อน
ภาษีที่เพิ่มขึ้น
ไตรมาส 1 ปี 2549 เปรียบเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2548
สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 1 ปี 2549 ปตท.สผ. และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ
สำหรับไตรมาสนี้ รวม 7,839 ล้านบาทคิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้นปรับลด 11.92 บาท มีผลการ
ดำเนินงานเพิ่มขึ้น 1,022 ล้านบาทเมื่อเปรียบเทียบกับกำไรสุทธิสำหรับไตรมาสก่อนจำนวน
6,817 ล้านบาท คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้นปรับลด 10.38 บาท
สำหรับไตรมาสนี้ ปตท.สผ. และบริษัทย่อยมีรายได้รวมทั้งสิ้น 22,693 ล้านบาท
เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนจำนวน 21,793 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 900 ล้านบาทหรือร้อยละ 4 ซึ่ง
ส่วนใหญ่เป็นรายได้จากการขายปิโตรเลียมที่เพิ่มขึ้น 616ล้านบาทเนื่องจากราคาขายผลิตภัณฑ์
เฉลี่ยในไตรมาสนี้เพิ่มขึ้นเป็น 34.28เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบเมื่อ
เปรียบเทียบกับราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยในไตรมาสก่อนที่ 31.59 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
เทียบเท่าน้ำมันดิบ โดยยอดขายที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นผลจากการขายก๊าซธรรมชาติและ
คอนเดนเสทของโครงการบงกชและโครงการไพลิน
อย่างไรก็ตาม ในไตรมาสนี้ปริมาณการขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมของโครงการ B8/32 & 9A
ลดลงและมีการชะลอการส่งมอบน้ำมันดิบในโครงการนางนวล
ในไตรมาสนี้ ปตท.สผ. และบริษัทย่อยมีดอกเบี้ยรับเพิ่มขึ้นตามการลงทุนในเงินฝาก
ประจำที่เพิ่มขึ้น
ปตท.สผ. และบริษัทย่อยมีค่าใช้จ่ายในไตรมาสนี้รวมทั้งสิ้น 9,240 ล้านบาทเมื่อเทียบกับ
ไตรมาสก่อนจำนวน 9,512 ล้านบาท ลดลง 272 ล้านบาทหรือร้อยละ 3 เป็นผลจาก
(1) ค่าใช้จ่ายดำเนินงานลดลงส่วนใหญ่เป็นผลมาจากในไตรมาสนี้ โครงการนางนวล
มีการชะลอการส่งมอบน้ำมันดิบ ดังนั้นค่าใช้จ่ายดำเนินงานส่วนที่เกี่ยวข้องได้โอนเป็นต้นทุนของสินค้า
คงเหลือ และในไตรมาสก่อนมีค่าซ่อมบำรุงของโครงการ B8/32และโครงการ S1
(2) ค่าใช้จ่ายในการสำรวจแหล่งน้ำมันเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่จากงาน 3D seismic ของ
โครงการพม่า M7 & M9 และโครงการบงกช
(3) ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นผลมาจากค่าเสื่อมราคา
โครงการ B8/32 ตามสินทรัพย์พร้อมใช้งานที่เพิ่มขึ้น
2.3 ฐานะการเงิน
สำหรับฐานะการเงินของ ปตท.สผ.และบริษัทย่อย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2549 ปตท.สผ.
และบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 155,289 ล้านบาท เพิ่มจากสิ้นปีก่อนจำนวน 11,972 ล้านบาท
ส่วนใหญ่เป็นผลสุทธิจาก (1) สินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจำนวน 7,385 ล้านบาท
ส่วนใหญ่จากรายการเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่เพิ่มขึ้นและรายการลูกหนี้การค้าตามกิจกรรม
การดำเนินงานที่ เพิ่มขึ้นในโครงการต่างๆ และ(2)การเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์สุทธิเพื่อการ
สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำนวน 4,678 ล้านบาทซึ่งส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในสินทรัพย์เพื่อการ
ผลิตของโครงการอาทิตย์
สินทรัพย์หมุนเวียนของ ปตท.สผ. และบริษัทย่อย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2549 ส่วนใหญ่
เป็นเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ลูกหนี้บริษัทใหญ่และลูกหนี้การค้าในส่วนของสินทรัพย์ไม่
หมุนเวียนนั้น ส่วนใหญ่ประกอบด้วย (1) สินทรัพย์เพื่อการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในโครงการ
ร่วมทุนซึ่งอยู่ภายใต้ บัญชีที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ และ (2) เงินลงทุนในบริษัทร่วม ได้แก่
บริษัท เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ จำกัด ซึ่งอยู่ภายใต้บัญชีเงินลงทุนซึ่งบันทึกโดยวิธีส่วนได้เสีย
ปตท.สผ. และบริษัทย่อยมีหนี้สินรวม 76,072 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปีก่อน 4,452
ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นผลจาก (1) ภาษีเงินได้ค้างจ่ายเพิ่มขึ้นจำนวน 4,329 ล้านบาท
ตามกำไรที่เพิ่มขึ้น (2) การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายค้างจ่ายจำนวน 1,318 ล้านบาทตามการลงทุน
ในสินทรัพย์เพื่อการผลิตของโครงการอาทิตย์
ตามที่บริษัทได้จัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญให้แก่กรรมการ ผู้บริหาร และ
พนักงานของบริษัท เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2545 จำนวน 2 ล้านหน่วย ที่ราคาการใช้สิทธิ 111 บาท
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2546 จำนวน 2 ล้านหน่วย ที่ราคาการใช้สิทธิ 117 บาท
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2547 จำนวน 2.8 ล้านหน่วย ที่ราคาการใช้สิทธิ 183 บาท และเมื่อวันที่
1 สิงหาคม 2548 จำนวน 2.8 ล้านหน่วย ที่ราคาการใช้สิทธิ 278 บาท โดย ณ วันที่ 31 มีนาคม
2549 มีผู้ใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญดังกล่าวรวม 2.99 ล้านหุ้น ทำให้มียอดคงเหลือของใบสำคัญแสดงสิทธิฯ
จำนวน 6.61 ล้านหน่วย
ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2549 บริษัทได้ดำเนินการขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุนชำระแล้ว
จำนวน 3,274.95 ล้านบาท โดยเป็นหุ้นสามัญที่บริษัทออกและชำระเต็มมูลค่าแล้วจำนวน 654.99
ล้านหุ้น
ในไตรมาสนี้ ปตท.สผ.และบริษัทย่อยมีกระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน
จำนวน 13,850 ล้านบาทส่วนใหญ่เป็นเงินสดรับจากการดำเนินงาน มีกระแสเงินสดสุทธิใช้ไปใน
กิจกรรมลงทุนสุทธิจำนวน 8,197 ล้านบาทจากการลงทุนเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์เพื่อการสำรวจและผลิต
ปิโตรเลียมในโครงการอาทิตย์ และบริษัทฯ มีเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงินจำนวน 8
ล้านบาท จากการออกหุ้นสามัญตามการใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิ
ปตท.สผ. และบริษัทย่อย มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2549
จำนวน 35,767 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปีก่อน จำนวน 5,260 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2549 บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด (TRIS Rating)
ได้ปรับเพิ่มอันดับเครดิตองค์กร และอันดับเครดิตตราสารหนี้ของบริษัทฯ จากเดิมที่ระดับ AA+
เป็น AAA ซึ่งเป็นอันดับเครดิตสูงสุดในประเทศไทย โดยอันดับเครดิตที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว
สะท้อนถึง ฐานะการเงินที่มั่นคงของบริษัทฯ ราคาปิโตรเลียมที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ความสามารถในการขยายการลงทุนของ ปตท.สผ. โดยที่ยังรักษาความแข็งแกร่งทางการเงินไว้ได้
และการได้รับความสนับสนุนในธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมจากรัฐบาลไทย
2.4 ปัจจัยและอิทธิพลหลักที่อาจมีผลต่อการดำเนินงาน
ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักของเศรษฐกิจ
ไทยในช่วง 9 เดือนหลังของปี 2549 โดยเฉพาะจากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างชาติตะวันตก
กับประเทศอิหร่านในเรื่องนโยบายนิวเคลียร์และสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศไนจีเรียที่มี
ผลกระทบโดยตรงต่อกำลังการผลิตน้ำมันดิบของโลกที่ส่งผลต่อความผันผวนของราคาน้ำมัน นอกจากนี้
อัตราดอกเบี้ยในตลาดโลกยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องซึ่งจะชะลอการขยายตัวของเศรษฐกิจ
ประเทศต่างๆ ตลอดจนสถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศ หากสถานการณ์ทางการเมืองมี
ความชัดเจนและไม่ยืดเยื้อจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและการลงทุน แต่ถ้าหากสถานการณ์ทางการเมือง
ยืดเยื้อและอึมครึมจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการลงทุน
สำหรับการดำเนินธุรกิจของ ปตท.สผ. คงต้องเฝ้าติดตามภาวะเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด
เพื่อจะได้ปรับการบริหารงานให้ได้อย่างเหมาะสม การบริหารจัดการโครงการต่างๆ
ที่มีอยู่ให้บรรลุผลสำเร็จตามแผนงานที่กำหนดและคุ้มค่าทางเศรษฐกิจยังคงเป็นความท้าทายที่ ปตท.สผ.
จะต้องเผชิญโดยเฉพาะจากภาวการณ์การแข่งขันกันอย่างสูงในการเร่งกำลังผลิตปิโตรเลียม
ในปัจจุบัน ดังนั้น ปตท.สผ. จะต้องมีการบริหารจัดการและการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ
เพื่อจะได้ดำเนินงานให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้
- ครรชิต ไพศาล
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 4623
- ผู้ติดตาม: 1
อยากขึ้นสวรรค์
โพสต์ที่ 5
เปิดดู ราคา น้ำมันดิบ Light Crude Oil (CL, NYMEX) มา
2/5/06 ปิดที่ 74.61
3/5/06 ปิดที่ 72.28 ลดลง 2.33 $
4/5/06 ปิดที่ 69.94 ลดลง 2.34 $
5/5/06 จะลงต่อหรือเปล่า ถ้าลงต่ออีก
วันที่ 6/5/06 เปิดตลาดมา PTTEP จะกระทบเท่าไร
2/5/06 ปิดที่ 74.61
3/5/06 ปิดที่ 72.28 ลดลง 2.33 $
4/5/06 ปิดที่ 69.94 ลดลง 2.34 $
5/5/06 จะลงต่อหรือเปล่า ถ้าลงต่ออีก
วันที่ 6/5/06 เปิดตลาดมา PTTEP จะกระทบเท่าไร
ความสุขอื่น ยิ่งกว่าความสงบใจไม่มี นตฺถิ สนฺติ ปรํ สุขํ
หัดเล่น Facebook กะเขาบ้างแล้วนะครับ ใช้ชื่อ Kanchit Paisan ครับ
Facebook เพจ Eps16year Settrade Set ตลาดหลักทรัพย์ งบดุล ปันผล อัตราส่วนการเงิน กราฟ
Google เพจ kanchitpaisan
Google+ KANCHIT PAISAN
หัดเล่น Facebook กะเขาบ้างแล้วนะครับ ใช้ชื่อ Kanchit Paisan ครับ
Facebook เพจ Eps16year Settrade Set ตลาดหลักทรัพย์ งบดุล ปันผล อัตราส่วนการเงิน กราฟ
Google เพจ kanchitpaisan
Google+ KANCHIT PAISAN