หุ้นสื่อสารและอินเตอร์เนต กับการเติบโต(อย่างยั่งยืน) ในอนาคต
- คัดท้าย
- Verified User
- โพสต์: 2917
- ผู้ติดตาม: 0
หุ้นสื่อสารและอินเตอร์เนต กับการเติบโต(อย่างยั่งยืน) ในอนาคต
โพสต์ที่ 1
สวัสดีครับพี่ๆ VI บังเอิญวันนี้ผมว่าง เลยมานั่งเขียนบทความนี้เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดกับพี่ๆ VI ครับ
ต้องขอท้าวความเกี่ยวกับตัวผมนิดนึง เนื่องจากผมลุกขึ้นมาเขียนบทความเกี่ยวกับเทคโนโลยี พี่ๆ อาจจะไม่ค่อยเชื่อถือข้อมูลเท่าไหร่ เลยต้องเล่าประวัติการทำงาน(ก่อนลาออก) ของผมนิดนึง
ผมเองจบวิศวะคอมฯ มาครับ รุ่นแรกๆเลยที่แยกตัวออกจาก วิศวะไฟฟ้า จบมาผมทำงานที่แรกในเครือชินวัตรที่ Phonelink แล้วก็ย้ายไปอยู่ AIS
ต่อมาผมก็เข้าทำงานที่บริษัท Oracle, HP, และ Sun Microsystems .. จนลาออก ตลอดเวลาที่ทำงานผมโชคดีที่ได้ทำงานในตำแหน่งที่เกี่ยงข้องกับ Advance Technology เลยค่อนข้างที่จะเห็นสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น และทำนายได้ก่อนที่จะเกิด
ทำไมผมลุกขึ้นมาเขียนเรื่องนี้ใน TVI ?
คำตอบ เพราะผมเห็นพี่ๆหลายๆคนยกตัวอย่างการที่คุณ Buffet ไม่เข้าซื้อหุ้นในยุคอินเตอร์เน็ตบูมส์ โดยยกเป็นตัวอย่างการตัดสินใจที่ถูกต้อง
ถามว่าผมไม่เห็นด้วยเหรอ ? คำตอบคือ ผมเห็นด้วยกับท่านบัฟเฟต 1,000% เกินร้อยไป 10 เท่า ครับ
ยุคที่อินเตอร์เน็ตบูมส์ ผมอยากจะบอกว่าเป็นยุคที่ผมเห็นความเลวร้ายของการสร้างกระแสการตลาด อย่างไร้จรรยาบรรณที่สุด ตัวผมเองทราบดีเลยว่าการลงทุนกับเทคโนโลยีดอทคอมยุคนั้น เป็นยุคที่ผลาญเงินของชาติ และของหลายๆชาติในเอเซีย อย่างหาที่เปรียบมิได้
ผมเองเกลียดนักวิชาการเมืองไทยมากถึงมากที่สุด ก็ยุคนั้น เพราะผมได้รู้ว่านักวิชาการเมืองไทย แท้จริง รู้น้อยปานไหน พูดมั่วนิ่มปานใด แต่ช่างเหอะ ผมไม่อยากบ่นนานครับ แต่ถ้าใครอยากถามเรื่องนี้ PM มาถามได้ครับ
เข้าเรื่องต่อ ผมเขียนเรื่องนี้ เพราะ กลัวพี่ๆจะใช้การตัดสินใจของท่านบัฟเฟตในอดีตเป็นบรรทัดฐานในอนาคต
ทำไม? เพราะว่า ยุคฟองสบู่ของโลกเทคโนโลยี มันผ่านพ้นไปแล้ว และตอนนี้ ของจริงกำลังก่อตัวขึ้นครับ
ยุคต่อไปของเทคโนโลยี มี 2 กลุ่มครับ
1. ยุคเทคโนโลยีทางด้านวิศวพันธุกรรม
2. ยุคเทคโลโลยี Digital แบบไร้สาย
สำหรับเทคโนโลยีทางด้านวิศวพันธุกรรม ผมยังไม่เห็นว่าเมืองไทยจะมีการเตรียมความพร้อมด้านการแข่งขันที่ดีพอเลยครับ ซึ่งผมขอพับเรื่องนี้ไปเลย เพราะว่ายังไม่เห็นลู่ทางในการลงทุนเรื่องนี้ในตลาดหลักทรัพย์ครับ แต่ถ้าพี่ๆท่านใดเห็นช่วยบอกด้วยนะครับ
สำหรับเทคโนโลยี ที่ผมอยากให้จับตาเพื่อลงทุนตอนนี้คือ ข้อ 2 ครับ
"เทคโนโลยี Digital แบบไร้สาย"
ต้องขอท้าวความเกี่ยวกับตัวผมนิดนึง เนื่องจากผมลุกขึ้นมาเขียนบทความเกี่ยวกับเทคโนโลยี พี่ๆ อาจจะไม่ค่อยเชื่อถือข้อมูลเท่าไหร่ เลยต้องเล่าประวัติการทำงาน(ก่อนลาออก) ของผมนิดนึง
ผมเองจบวิศวะคอมฯ มาครับ รุ่นแรกๆเลยที่แยกตัวออกจาก วิศวะไฟฟ้า จบมาผมทำงานที่แรกในเครือชินวัตรที่ Phonelink แล้วก็ย้ายไปอยู่ AIS
ต่อมาผมก็เข้าทำงานที่บริษัท Oracle, HP, และ Sun Microsystems .. จนลาออก ตลอดเวลาที่ทำงานผมโชคดีที่ได้ทำงานในตำแหน่งที่เกี่ยงข้องกับ Advance Technology เลยค่อนข้างที่จะเห็นสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น และทำนายได้ก่อนที่จะเกิด
ทำไมผมลุกขึ้นมาเขียนเรื่องนี้ใน TVI ?
คำตอบ เพราะผมเห็นพี่ๆหลายๆคนยกตัวอย่างการที่คุณ Buffet ไม่เข้าซื้อหุ้นในยุคอินเตอร์เน็ตบูมส์ โดยยกเป็นตัวอย่างการตัดสินใจที่ถูกต้อง
ถามว่าผมไม่เห็นด้วยเหรอ ? คำตอบคือ ผมเห็นด้วยกับท่านบัฟเฟต 1,000% เกินร้อยไป 10 เท่า ครับ
ยุคที่อินเตอร์เน็ตบูมส์ ผมอยากจะบอกว่าเป็นยุคที่ผมเห็นความเลวร้ายของการสร้างกระแสการตลาด อย่างไร้จรรยาบรรณที่สุด ตัวผมเองทราบดีเลยว่าการลงทุนกับเทคโนโลยีดอทคอมยุคนั้น เป็นยุคที่ผลาญเงินของชาติ และของหลายๆชาติในเอเซีย อย่างหาที่เปรียบมิได้
ผมเองเกลียดนักวิชาการเมืองไทยมากถึงมากที่สุด ก็ยุคนั้น เพราะผมได้รู้ว่านักวิชาการเมืองไทย แท้จริง รู้น้อยปานไหน พูดมั่วนิ่มปานใด แต่ช่างเหอะ ผมไม่อยากบ่นนานครับ แต่ถ้าใครอยากถามเรื่องนี้ PM มาถามได้ครับ
เข้าเรื่องต่อ ผมเขียนเรื่องนี้ เพราะ กลัวพี่ๆจะใช้การตัดสินใจของท่านบัฟเฟตในอดีตเป็นบรรทัดฐานในอนาคต
ทำไม? เพราะว่า ยุคฟองสบู่ของโลกเทคโนโลยี มันผ่านพ้นไปแล้ว และตอนนี้ ของจริงกำลังก่อตัวขึ้นครับ
ยุคต่อไปของเทคโนโลยี มี 2 กลุ่มครับ
1. ยุคเทคโนโลยีทางด้านวิศวพันธุกรรม
2. ยุคเทคโลโลยี Digital แบบไร้สาย
สำหรับเทคโนโลยีทางด้านวิศวพันธุกรรม ผมยังไม่เห็นว่าเมืองไทยจะมีการเตรียมความพร้อมด้านการแข่งขันที่ดีพอเลยครับ ซึ่งผมขอพับเรื่องนี้ไปเลย เพราะว่ายังไม่เห็นลู่ทางในการลงทุนเรื่องนี้ในตลาดหลักทรัพย์ครับ แต่ถ้าพี่ๆท่านใดเห็นช่วยบอกด้วยนะครับ
สำหรับเทคโนโลยี ที่ผมอยากให้จับตาเพื่อลงทุนตอนนี้คือ ข้อ 2 ครับ
"เทคโนโลยี Digital แบบไร้สาย"
The crowd, the world, and sometimes even the grave, step aside for the man who knows where he's going, but pushes the aimless drifter aside. -- Ancient Roman Saying
- คัดท้าย
- Verified User
- โพสต์: 2917
- ผู้ติดตาม: 0
หุ้นสื่อสารและอินเตอร์เนต กับการเติบโต(อย่างยั่งยืน) ในอนาคต
โพสต์ที่ 2
"เทคโนโลยี Digital แบบไร้สาย"
บางท่านอาจจะบอกว่า เฮ้ย ไอ้คัดท้าย เอ็งจะมาพูดอะไรฟะ ตูก็ใช้มือถือ GSM อยู่ทุกวัน นี่ตูว่าจะเปลี่ยนไปใช้ Smile Package ของ DTAC แทนแล้ว เพราะมันถูกดีหวะ ไอ้มือถือเนี่ยตูว่ามันจะมีการแข่งขันมาก และมาร์จิ้นจะน้อยลงทุกวัน ใครๆก็คิดว่ามันถึงจุดอิ่มตัวแล้ว เอ็งจะยกตัวอย่างขึ้นมาทำไมฟะ เจ้าคัดท้าย
อืม ... คำตอบคือ ใช่ และ ไม่ใช่ ครับ
เรื่องที่ใช่ คือ จำนวนผู้ใช้ที่ใกล้ถึงจุดอิ่มตัวแล้ว และการแข่งขันจะรุนแรงขึ้นเนื่องจากการเปิดให้ทำกันได้แบบเสรี
ส่วนเรื่องที่ไม่ใช่คือ ลักษณะการใช้งาน ในอนาคต(อันไม่ไกล)จะเปลี่ยนรูปแบบไปโดยสิ้นเชิงครับ ท่านจะไม่ได้ใช้มือถือ และ PC แยกกันอีกต่อไปในอีกไม่เกิน 10 ปีข้างหน้า และในไม่เกิน 5 ปัข้างหน้า ท่านจะไม่ได้ใช้ มือถือแยกกับ PDA อีกต่อไป และในอีกไม่นานนัก ท่านจะใช้อินเตอร์เน็ตแบบไร้สายเป็นส่วนใหญ่
และในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า พี่ๆอาจซื้อขายหุ้นผ่านมือถือกันหมด และเทรดหุ้น Real Time ผ่านอุปกรณ์ ที่คล้ายๆ มือถือ
ในรูปที่ผมแป๊ะไว้ข้างล่างนี้เป็นมือถือรุ่นใหม่ที่จะขายในปีหน้าของ Nokia คือ Nokia 7700 ซึ่งมันเป็นแค่เศษเสี้ยวของสิ่งทีกำลังจะเกิดขึ้นมในอนาคตไม่เกิน 5 ปีต่อจากนี้

พี่ๆสามารถดู Demo การใช้งานได้ที่ http://www.nokia.com/nokia/0,1522,,00.h ... hones/7700 ครับ
ส่วนอีกรุ่นนึงที่ผมอยากให้ดูเป็นต้นแบบคือ Ericsson P900 รุ่นนี้ก็เป็นต้นแบบอีกรุ่นนึงที่น่าสนใจครับ
ไปอ่านรายละเอียดได้ที่ http://www.sonyericsson.com/p900/main.a ... ionCode=th
และ http://www.sonyericsson.com/us/spg.jsp? ... _V&gal=105
สิ่งที่ทำนายกันภายในของผู้ที่ออกแบบเทคโนโลยีคือ
เค้าจะทำให้ทุกคนถือไอ้เจ้าเครื่องแบบนี้ และ เวลาอยากใช้ข้อมูลในเครือข่ายอินเตอร์เน็ต จะสามารถเข้าใช้ได้ทันที โดยไม่ต้อง Dial เข้าสู่ ISP ครับ คือ เมื่ออยากได้ข้อมูล ก็เรียกข้อมูลเลย ไม่ต้องต่อเน็ตแบบที่เราทำอยู่ทุกวันนี้
บางท่านอาจจะแย้งว่า จะมีกี่คนที่ใช้ ? จะมีคนสนใจเหรอ?
แล้วถ้าผมบอกว่าในอนาคต มันจะใช้ Microsoft Word, Microsoft Excel ได้ มันจะต่อกับ Printer ได้ ละครับ ?
ถ้าผมบอกว่าหนุ่มๆจะใช้อุปกรณ์แบบนี้จีบสาวได้ละครับ ?
น่าสนใจขึ้นบ้างมั้ยครับ
บางท่านอาจจะบอกว่า เฮ้ย ไอ้คัดท้าย เอ็งจะมาพูดอะไรฟะ ตูก็ใช้มือถือ GSM อยู่ทุกวัน นี่ตูว่าจะเปลี่ยนไปใช้ Smile Package ของ DTAC แทนแล้ว เพราะมันถูกดีหวะ ไอ้มือถือเนี่ยตูว่ามันจะมีการแข่งขันมาก และมาร์จิ้นจะน้อยลงทุกวัน ใครๆก็คิดว่ามันถึงจุดอิ่มตัวแล้ว เอ็งจะยกตัวอย่างขึ้นมาทำไมฟะ เจ้าคัดท้าย
อืม ... คำตอบคือ ใช่ และ ไม่ใช่ ครับ
เรื่องที่ใช่ คือ จำนวนผู้ใช้ที่ใกล้ถึงจุดอิ่มตัวแล้ว และการแข่งขันจะรุนแรงขึ้นเนื่องจากการเปิดให้ทำกันได้แบบเสรี
ส่วนเรื่องที่ไม่ใช่คือ ลักษณะการใช้งาน ในอนาคต(อันไม่ไกล)จะเปลี่ยนรูปแบบไปโดยสิ้นเชิงครับ ท่านจะไม่ได้ใช้มือถือ และ PC แยกกันอีกต่อไปในอีกไม่เกิน 10 ปีข้างหน้า และในไม่เกิน 5 ปัข้างหน้า ท่านจะไม่ได้ใช้ มือถือแยกกับ PDA อีกต่อไป และในอีกไม่นานนัก ท่านจะใช้อินเตอร์เน็ตแบบไร้สายเป็นส่วนใหญ่
และในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า พี่ๆอาจซื้อขายหุ้นผ่านมือถือกันหมด และเทรดหุ้น Real Time ผ่านอุปกรณ์ ที่คล้ายๆ มือถือ
ในรูปที่ผมแป๊ะไว้ข้างล่างนี้เป็นมือถือรุ่นใหม่ที่จะขายในปีหน้าของ Nokia คือ Nokia 7700 ซึ่งมันเป็นแค่เศษเสี้ยวของสิ่งทีกำลังจะเกิดขึ้นมในอนาคตไม่เกิน 5 ปีต่อจากนี้

พี่ๆสามารถดู Demo การใช้งานได้ที่ http://www.nokia.com/nokia/0,1522,,00.h ... hones/7700 ครับ
ส่วนอีกรุ่นนึงที่ผมอยากให้ดูเป็นต้นแบบคือ Ericsson P900 รุ่นนี้ก็เป็นต้นแบบอีกรุ่นนึงที่น่าสนใจครับ
ไปอ่านรายละเอียดได้ที่ http://www.sonyericsson.com/p900/main.a ... ionCode=th
และ http://www.sonyericsson.com/us/spg.jsp? ... _V&gal=105
สิ่งที่ทำนายกันภายในของผู้ที่ออกแบบเทคโนโลยีคือ
เค้าจะทำให้ทุกคนถือไอ้เจ้าเครื่องแบบนี้ และ เวลาอยากใช้ข้อมูลในเครือข่ายอินเตอร์เน็ต จะสามารถเข้าใช้ได้ทันที โดยไม่ต้อง Dial เข้าสู่ ISP ครับ คือ เมื่ออยากได้ข้อมูล ก็เรียกข้อมูลเลย ไม่ต้องต่อเน็ตแบบที่เราทำอยู่ทุกวันนี้
บางท่านอาจจะแย้งว่า จะมีกี่คนที่ใช้ ? จะมีคนสนใจเหรอ?
แล้วถ้าผมบอกว่าในอนาคต มันจะใช้ Microsoft Word, Microsoft Excel ได้ มันจะต่อกับ Printer ได้ ละครับ ?
ถ้าผมบอกว่าหนุ่มๆจะใช้อุปกรณ์แบบนี้จีบสาวได้ละครับ ?
น่าสนใจขึ้นบ้างมั้ยครับ
The crowd, the world, and sometimes even the grave, step aside for the man who knows where he's going, but pushes the aimless drifter aside. -- Ancient Roman Saying
- คัดท้าย
- Verified User
- โพสต์: 2917
- ผู้ติดตาม: 0
หุ้นสื่อสารและอินเตอร์เนต กับการเติบโต(อย่างยั่งยืน) ในอนาคต
โพสต์ที่ 4
ผมมองว่าการเข้าสู่ยุคของเทคโนโลยี ดิจิตอลไร้สาย สามารถทำได้เร็วกว่ายุคโทรศัพท์ ที่พยายามโปรโมทถึงเรื่อง Fiber Optic Channel มากเนื่องจากการที่มัน ไร้สาย นี่แหล่ะครับ การปรับเปลี่ยนเครือข่ายพื้นฐาน จึงสามารถทำได้ง่ายกว่ามาก
ผมมองว่าหลังจากเข้าสู่ยุคเทคโลโลยีแล้ว พฤติกรรมของผู้บริโภคจะเปลี่ยนไป การเก็บค่าใช้บริการของ Service Provider เช่น AIS, DTAC TA Orange, Hutch ก็จะเปลี่ยนไปด้วย
จะเกิดผู้ให้บริการใหม่ (ที่อาจเป็นฟองสบู่) คือ Content Provider. ซึ่งผู้ที่สามารถเป็น Content Provider ซึ่งสามารถได้รายได้จากข้อมูลที่ขาย แต่ตัวผมเองกลับมองว่ารายได้จากตรงจุดนี้ไม่น่าจะมาก ผู้ที่จะได้ประโยชน์จริงๆ อาจเป็นบริษัทโฆษณา ที่เปลี่ยนรูปแบบโฆษณาบนสื่อประเภทนี้มากขึ้น และผู้ที่ได้รายได้มากที่สุดก็จะไม่ใช่ใครอื่น ท่านนายกฯ ของเรานั่นเองครับ ยิ่งรวยแล้วก็จะยิ่งรวยหนักเข้าไปอีก ผมเชื่อเช่นนั้น
ปล. สามารถและแกรมมี่ รวมถึง RS กำลังเริ่มๆเตรียมตัวเป็น Content Provider ทำครับ
อันนี้วงในครับ
นอกจากนี้ จริงๆตัวอย่างที่ผมยกขึ้นมาเพื่อให้เข้าใจได้ง่ายๆ เป็นตัวอย่างที่ใช้การเชื่อมต่อในรูปแบบของอุปกรณ์ที่คล้ายๆกับโทรศัพท์มือถือ แต่ต่อไป รูปแบบจะไม่ใช่สิ่งที่เห็นอีกต่อไป มันจะมาในรูปแบบอะไรก็ได้ ซึ่งผู้ผลิตเค้าเรียกว่า "Anytime AnyWhere and Any Devices"
ยกตัวอย่างเช่น
รถยนต์ของคุณ อาจมีระบบที่เรียกว่า "Online Mobile Navigator" โดยเจ้าระบบนี้จะช่วยให้คุณหา สถานที่ที่คุณต้องการ, ปั้มน้ำมันที่อยู่ใกล้, ร้านอาหารที่อยู่ใกล้, ฯลณ โดยติดต่อจากฐานข้อมูลกลางของผู้ให้บริการสมุดหน้าเหลือง และเทียบกับตำแหน่งรถของคุณในปัจจุบัน

เตาอบไมโครเวฟ สามารถดาวโหลดสูตรอาหารจากฐานข้อมูลของคุณหมึกแดง มาให้คุณถึงในครัวได้

ผมเขียนบทความนี้ขึ้นก็ไม่มีอะไรมากครับ เพียงแต่ผมอยากให้พี่ๆ VI เหลือบตามามองบริษัท High Tech บ้างแค่นั้นเอง อาจจะเห็นโอกาสในอนาคตได้ครับ
ผมมองว่าหลังจากเข้าสู่ยุคเทคโลโลยีแล้ว พฤติกรรมของผู้บริโภคจะเปลี่ยนไป การเก็บค่าใช้บริการของ Service Provider เช่น AIS, DTAC TA Orange, Hutch ก็จะเปลี่ยนไปด้วย
จะเกิดผู้ให้บริการใหม่ (ที่อาจเป็นฟองสบู่) คือ Content Provider. ซึ่งผู้ที่สามารถเป็น Content Provider ซึ่งสามารถได้รายได้จากข้อมูลที่ขาย แต่ตัวผมเองกลับมองว่ารายได้จากตรงจุดนี้ไม่น่าจะมาก ผู้ที่จะได้ประโยชน์จริงๆ อาจเป็นบริษัทโฆษณา ที่เปลี่ยนรูปแบบโฆษณาบนสื่อประเภทนี้มากขึ้น และผู้ที่ได้รายได้มากที่สุดก็จะไม่ใช่ใครอื่น ท่านนายกฯ ของเรานั่นเองครับ ยิ่งรวยแล้วก็จะยิ่งรวยหนักเข้าไปอีก ผมเชื่อเช่นนั้น
ปล. สามารถและแกรมมี่ รวมถึง RS กำลังเริ่มๆเตรียมตัวเป็น Content Provider ทำครับ

นอกจากนี้ จริงๆตัวอย่างที่ผมยกขึ้นมาเพื่อให้เข้าใจได้ง่ายๆ เป็นตัวอย่างที่ใช้การเชื่อมต่อในรูปแบบของอุปกรณ์ที่คล้ายๆกับโทรศัพท์มือถือ แต่ต่อไป รูปแบบจะไม่ใช่สิ่งที่เห็นอีกต่อไป มันจะมาในรูปแบบอะไรก็ได้ ซึ่งผู้ผลิตเค้าเรียกว่า "Anytime AnyWhere and Any Devices"
ยกตัวอย่างเช่น
รถยนต์ของคุณ อาจมีระบบที่เรียกว่า "Online Mobile Navigator" โดยเจ้าระบบนี้จะช่วยให้คุณหา สถานที่ที่คุณต้องการ, ปั้มน้ำมันที่อยู่ใกล้, ร้านอาหารที่อยู่ใกล้, ฯลณ โดยติดต่อจากฐานข้อมูลกลางของผู้ให้บริการสมุดหน้าเหลือง และเทียบกับตำแหน่งรถของคุณในปัจจุบัน

เตาอบไมโครเวฟ สามารถดาวโหลดสูตรอาหารจากฐานข้อมูลของคุณหมึกแดง มาให้คุณถึงในครัวได้

ผมเขียนบทความนี้ขึ้นก็ไม่มีอะไรมากครับ เพียงแต่ผมอยากให้พี่ๆ VI เหลือบตามามองบริษัท High Tech บ้างแค่นั้นเอง อาจจะเห็นโอกาสในอนาคตได้ครับ
The crowd, the world, and sometimes even the grave, step aside for the man who knows where he's going, but pushes the aimless drifter aside. -- Ancient Roman Saying
- คัดท้าย
- Verified User
- โพสต์: 2917
- ผู้ติดตาม: 0
หุ้นสื่อสารและอินเตอร์เนต กับการเติบโต(อย่างยั่งยืน) ในอนาคต
โพสต์ที่ 5
ตอบ พี่นักดูดาว
ผมไม่ทราบครับพี่ เพียงตอนผมไปเรียน วิชา การวิเคราะห์พื้นฐาน ที่นึง อาจารย์ที่สอนบอกว่า
"อย่าลงทุนในหุ้น ADVANCE เลย มันกำลังถึงช่วงสูงสุดของธุรกิจแล้ว ตอนนี้มันเป็น Cash Cow แต่ต่อไปมันมีแต่ร่วง"
ผมเลยเกิดแรงบัลดาลใจ เขียนเรื่องนี้ขึ้นมาครับ เพราะว่าผมมองว่า การที่เรารู้เรื่องในอนาคตต่างกัน ทำให้เราคิดต่างกันได้ พี่ๆในที่นี่มีประสบการณ์มากกว่าผมเยอะในเรื่องการลงทุน ผมเพียงแต่มาเล่าเรื่องที่ผมทราบเพื่อให้พี่ๆได้ใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจแค่นั้นเองครับ
ส่วนเรื่องวิศวพันธุกรรม บริษัทที่จะได้เงินจริงๆ จะเป็นบริษัทยาครับ ไว้ว่างๆผมจะมาเขียนเล่าให้ฟัง แต่ว่าถ้าอยากหาอ่านเอง ลองไปอ่านหนังสือที่ ท่านนายกทักษิณ แนะนำชื่อหนังสือคือ "เมื่ออนาคตไล่ล่าคุณ" ที่หน้าปกเป็นรูปไม่ขีดไฟหนะครับ จะได้ไอเดียเกี่ยวกับพันธุวิศวกรรมมากๆครับ หนังสือเล่มนี้ไม่อยากให้พี่ๆ VI พลาดครับ
ผมไม่ทราบครับพี่ เพียงตอนผมไปเรียน วิชา การวิเคราะห์พื้นฐาน ที่นึง อาจารย์ที่สอนบอกว่า
"อย่าลงทุนในหุ้น ADVANCE เลย มันกำลังถึงช่วงสูงสุดของธุรกิจแล้ว ตอนนี้มันเป็น Cash Cow แต่ต่อไปมันมีแต่ร่วง"
ผมเลยเกิดแรงบัลดาลใจ เขียนเรื่องนี้ขึ้นมาครับ เพราะว่าผมมองว่า การที่เรารู้เรื่องในอนาคตต่างกัน ทำให้เราคิดต่างกันได้ พี่ๆในที่นี่มีประสบการณ์มากกว่าผมเยอะในเรื่องการลงทุน ผมเพียงแต่มาเล่าเรื่องที่ผมทราบเพื่อให้พี่ๆได้ใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจแค่นั้นเองครับ
ส่วนเรื่องวิศวพันธุกรรม บริษัทที่จะได้เงินจริงๆ จะเป็นบริษัทยาครับ ไว้ว่างๆผมจะมาเขียนเล่าให้ฟัง แต่ว่าถ้าอยากหาอ่านเอง ลองไปอ่านหนังสือที่ ท่านนายกทักษิณ แนะนำชื่อหนังสือคือ "เมื่ออนาคตไล่ล่าคุณ" ที่หน้าปกเป็นรูปไม่ขีดไฟหนะครับ จะได้ไอเดียเกี่ยวกับพันธุวิศวกรรมมากๆครับ หนังสือเล่มนี้ไม่อยากให้พี่ๆ VI พลาดครับ
The crowd, the world, and sometimes even the grave, step aside for the man who knows where he's going, but pushes the aimless drifter aside. -- Ancient Roman Saying
- PRO_BABY
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 1584
- ผู้ติดตาม: 0
Re: หุ้นสื่อสารและอินเตอร์เนต กับการเติบโต(อย่างยั่งยืน) ในอ
โพสต์ที่ 8


แต่กลุ่มที่เขาให้ความสนใจหรือที่อนาคตสดใสมี 1.บันเทิงครับ บ้านเราก็ GRAMMY นะแต่อย่าง APRINT FE P-FCBใช่ด้วยไหมครับพี่เจ๋ง
2. เกี่ยวๆๆกับวิทยาศาสตร์มั๊งครับ ประมาณว่าพันธุกรรม คง..CPF ครับ
3.เทคโนโลยีสาระสนเทศ คงเป็น MFEC AIT SAMART ADVANC
4.เวชภัณฑ์ ไม่รู้ว่าบ้านเรามีในตลาดหลักทรัพย์หรือยังครับ อย่าง บ.สยามเภสัช จำกัด อะไรทำนองนี้ครับ
นอกจากนี้ก็เดี๋ยวมาเล่าสู่กันฟังครับ
แต่..ผมชอบ METCO นะพี่เจ๋งแล้วก็ STANLY ด้วยครับ พิเศษจริงๆๆแต่ยังไม่มีให้ซื้อ ก็ บริษัทยา ครับแล้วก็
เอาเป็นว่าใครถูกใจตัวไหนก็เลือกเอาเลยครับ
-
- Verified User
- โพสต์: 2513
- ผู้ติดตาม: 0
หุ้นสื่อสารและอินเตอร์เนต กับการเติบโต(อย่างยั่งยืน) ในอนาคต
โพสต์ที่ 9
ถ้ามองว่าบริษัทยาในเมืองไทย ผมว่าคงไม่ได้รับผลประโยชน์เท่าไหร่นะ
บริษัทยาในเมืองไทย เท่าที่ผมรู้จัก ไม่ได้มีงานวิจัยพื้นฐานที่จะสังเคราะห์ยาใหม่ โดยมากก็จะผลิตทดแทนการนำเข้าเท่านั้น จะได้รับประโยชน์จากนวัตกรรมก็คงยากครับ
จากหนังสือที่คุณแนะนำ ผมอ่านแล้วได้ใจความว่า ทรัพย์สินที่แท้จริงอยู่ที่ความรู้ (knowledge) มากกว่านะ ที่เค้าบอกว่า Advanc เป็น cash cow ผมว่าถูกต้องแล้วครับ Advanc ไม่ได้สร้างเทคโนโลยีเอง เพียงแต่ซื้อมาใช้ เมื่อโตจนเต็มที่ก็ไม่มีอะไรมากกว่าทำเงินไปเรื่อยๆ เหมือนบริษัทสาธารณูปโภคทั่วไป
กลับมาที่เรื่องหุ้นไฮเทค...
Value Investor น่าจะมองธุรกิจที่เข้าใจง่ายมากกว่า ผมคิดว่าการที่ไม่มองหุ้น Hi-tech ไม่ใช่ว่าไม่เข้าใจตัวสินค้านะ แต่ยังต้องเข้าใจเกมธุรกิจของบริษัทเหล่านี้ด้วย อย่างสงคราม Unix vs Windows เป็นตัวอย่างที่ดีครับ ณ วันนี้ ใครที่ยังลงทุนกับ SUNW คงจะขาดทุนอ่วมไปแล้ว แต่ MSFT กำไร..มีปันผล แถมแตกพาร์ ไม่นานมานี้ HP เหมือนนกรู้ ทั้งๆที่ตัวเองก็มี HP-UX แต่ขอมีเอี่ยวกับ Windows ด้วยจะเป็นไร ก็เลยยังขายดิบขายดี รอดมาได้ แถมกลืน Compaq ได้อีก ..อันนี้ต้องเข้าใจสงครามธุรกิจเป็นอย่างดีมากๆ จึงจะเลือกข้างถูก
สงครามไฮเทคที่ว่ามานั้น ตลาดหุ้นไทยได้แต่นั่งดูเท่านั้น ก็ไม่แปลกใจหรอกครับที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงกันเรื่องหุ้นไฮเทค
ดีใจที่มีไอเดียใหม่ๆมาคุยกันในห้องนี้นะครับ
บริษัทยาในเมืองไทย เท่าที่ผมรู้จัก ไม่ได้มีงานวิจัยพื้นฐานที่จะสังเคราะห์ยาใหม่ โดยมากก็จะผลิตทดแทนการนำเข้าเท่านั้น จะได้รับประโยชน์จากนวัตกรรมก็คงยากครับ
จากหนังสือที่คุณแนะนำ ผมอ่านแล้วได้ใจความว่า ทรัพย์สินที่แท้จริงอยู่ที่ความรู้ (knowledge) มากกว่านะ ที่เค้าบอกว่า Advanc เป็น cash cow ผมว่าถูกต้องแล้วครับ Advanc ไม่ได้สร้างเทคโนโลยีเอง เพียงแต่ซื้อมาใช้ เมื่อโตจนเต็มที่ก็ไม่มีอะไรมากกว่าทำเงินไปเรื่อยๆ เหมือนบริษัทสาธารณูปโภคทั่วไป
กลับมาที่เรื่องหุ้นไฮเทค...
Value Investor น่าจะมองธุรกิจที่เข้าใจง่ายมากกว่า ผมคิดว่าการที่ไม่มองหุ้น Hi-tech ไม่ใช่ว่าไม่เข้าใจตัวสินค้านะ แต่ยังต้องเข้าใจเกมธุรกิจของบริษัทเหล่านี้ด้วย อย่างสงคราม Unix vs Windows เป็นตัวอย่างที่ดีครับ ณ วันนี้ ใครที่ยังลงทุนกับ SUNW คงจะขาดทุนอ่วมไปแล้ว แต่ MSFT กำไร..มีปันผล แถมแตกพาร์ ไม่นานมานี้ HP เหมือนนกรู้ ทั้งๆที่ตัวเองก็มี HP-UX แต่ขอมีเอี่ยวกับ Windows ด้วยจะเป็นไร ก็เลยยังขายดิบขายดี รอดมาได้ แถมกลืน Compaq ได้อีก ..อันนี้ต้องเข้าใจสงครามธุรกิจเป็นอย่างดีมากๆ จึงจะเลือกข้างถูก
สงครามไฮเทคที่ว่ามานั้น ตลาดหุ้นไทยได้แต่นั่งดูเท่านั้น ก็ไม่แปลกใจหรอกครับที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงกันเรื่องหุ้นไฮเทค
ดีใจที่มีไอเดียใหม่ๆมาคุยกันในห้องนี้นะครับ
-
- Verified User
- โพสต์: 2509
- ผู้ติดตาม: 0
หุ้นสื่อสารและอินเตอร์เนต กับการเติบโต(อย่างยั่งยืน) ในอนาคต
โพสต์ที่ 11
ผมมองว่าธุรกิจ Content Provider ที่จะเจ๋งจริง ต้องเป็น Innovator แบบ First Mover ครับ แต่ก็ยังติดปัญหาคือ ทำอย่างไรถึงจะไม่ให้คนอื่นเลียนแบบ หรือตามได้ทัน
พี่ไทยเราก็เป็นเจ้าแห่งการก็อปปี้เสียด้วย คุณเชื่อในกฎหมายคุ้มครองสิทธิทางปัญญาของเรามั้ยล่ะครับ
พี่ไทยเราก็เป็นเจ้าแห่งการก็อปปี้เสียด้วย คุณเชื่อในกฎหมายคุ้มครองสิทธิทางปัญญาของเรามั้ยล่ะครับ
- คัดท้าย
- Verified User
- โพสต์: 2917
- ผู้ติดตาม: 0
หุ้นสื่อสารและอินเตอร์เนต กับการเติบโต(อย่างยั่งยืน) ในอนาคต
โพสต์ที่ 12
เรื่องบริษัท ยาก็อย่างที่ผมบอกไปตอนต้นคือ สำหรับเมืองไทยนั้น พับเรื่องนี้ไปได้เลย
ส่วนเรื่องบริษัทพวก Service Provider เป็นไปได้มั้ยครับ ว่า Demand ของ Services มันจะขยายตัวออกไป เพราะหากเรามองว่าหากอนาคตรูปแบบบริการหลากหลายออกไป รายได้น่าจะมากขึ้น ราคา อาจไม่ใช่ปัจจัยหลัก ~ฯลฯ
เหมือน PTT SCC RATCH TA SSI ทุกบริษัทในเมืองไทย ล้วนไม่มีนวัตกรรมเป็นของตนเองทั้งนั้น (น่าเป็นห่วงมาก) แต่บริษัทเหล่านี้เติบโตด้วย Demand ที่มากขึ้น SHIN และ ADVANCE ละครับ? เป็นไปได้มั้ย ในอนาคตว่าจะมีการเติบโตมากขึ้นอีกเยอะ อันนี้ผมไม่ได้ฟันธงนะครับ เพียงแต่ตั้งคำถามขึ้นมาแค่นั้นเอง
ส่วนเรื่องที่พี่นักดูดาวบอกว่า:
จริงๆเรื่องนี้เป็นเรื่องที่บัฟเฟต พูดไว้เสมอ ว่าไม่อยากซื้อธุรกิจที่ตัวเองไม่เข้าใจ อย่างเรื่องราคาหุ้นที่พี่นักดูดาวบอกมา จริงๆแล้วคนทั่วไปก็จะเข้าใจแบบที่พี่เข้าใจ
.... แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ครับผม .....
เหตุที่หุ้น SUNW ร่วงไม่ใช่เพราะว่า SUNW ไม่ได้ทำจับมือกับ Microsoft ครับ ไม่เกี่ยว จริงๆ หุ้นในตลาดในกลุ่มนี้ตัวที่แข็งแกร่งที่สุด ไม่ใช่ Microsoft ครับ แต่คือ IBM
IBM เคยแย่หนักทรุดแล้วทรุดอีก แต่ต้องขออัพเดตว่า ณ วินาทีนี้ IBM ได้กลับไปเป็นยักษ์ทรงพลังอีกครั้งแล้วครับ
เหตุที่ ทำไม SUNW จึงร่วง เหตุเพราะทุกวันนี้ นักวิเคราะห์หรือผู้เชี่ยวชาญได้ ให้ความเห็นไว้ว่า บริษัท IT เองไม่สามารถอยู่ได้ด้วย Margin จากการขาย Hardware บริษัทที่จะอยู่ได้และทรงอำนาจในอนาคต จะต้องเป็น "Consulting Company" หรือ บริษัทผู้ให้คำปรึกษาในการวางระบบ
กำไรจะมาจากบริการ ไม่ใช่มาจาก Hardware ส่วน Software นั้นยังคงทำกำไรอยู่แต่อาจลดลงกว่าเดิม
Sun Microsysytems เป็นบริษัทที่ดื้อครับ CEO หัวแข็งมาก ชื่อ นาย สกอต แมคนีลี่ เค้าเชื่อมั่นว่าบริษัทสามารถดำรงอยู่ได้ โดยใช้หลักการของ System Company คือ สร้างผลิตภัณฑ์เพื่อเป็นแกนหลักของระบบ โดยไม่ยอมเปลี่ยนตัวเองไปเป็น Consulting Company คือ ไม่ยอมปรับตัว
ราคาหุ้นของ Sun Microsystems จึงตกลงๆๆ ทุกวันครับ จาก 100 มาตอนนี้เหลือ 3-4 บาท
ส่วน IBM ทำได้ Perfect มาก นอกจากที่จะสามารถเปลี่ยนตัวเองเป็น Consulting Company ได้อย่างเต็มภาคภูมิแล้ว ยังไม่พอ ยังเข้าไป Take Over บริษัททางด้าน Consulting Company ที่ชื่อก้องโลกมาอีก คือ Price Waterhouse ... ตอนนี้บริษัทนี้ก็อยู่ใต้ร่มของ IBM แล้ว หุ้น IBM แข็งปั๊กครับ นอกจากนี้ IBM ยังเป็นบริษัทที่มีการจดสิทธิบัตรไว้มากที่สุดในโลก ถ้าอ่านหนังสือที่ผมบอก จะทราบว่า IBM มีสิทธิบัตร มากกว่ากี่ประเทศรวมกันจำไม่ได้แล้วครับ
มีคนเปรียบเทียบว่า IBM วันนี้ ล้มยากกว่า Microsoft เสียอีกครับ
ส่วน HP ผมบอกได้เลยว่าตอนนี้ ไม่ใช่ดีครับ กำลังตุปัดตุเป๋เหมือนกันครับ แต่ HP เป็นบริษัทที่ยอมปรับตัวครับ คือ พยายอมปรับตัวเป็น Consulting Company ในตอนแรก HP อยากจะรวมตัวกับ Price Waterhouse ก่อน IBM อีกครับ แต่ว่าทำไม่สำเร็จ แต่ก็พยายาม สร้างทีม Consulting ของตนเองขึ้นมา แต่ก็ง่อนๆ แง่นๆ
ที่ HP อยู่ได้ทุกวันนี้ เพราะ PRINTER กับ ตลับหมึกครับ เชื่อหรือไม่ แต่นี่คือ เรืองจริงครับ และแสดงให้เห็นเลยว่าตลาด Consumer Product นั่นยิ่งใหญ่เพียงใด จากที่ผมเคยอยู่บริษัทนี้ แทบทุกแผนก ขาดทุนครับ ยกเว้นไอ้แผนกนี้แหล่ะ ที่เลี้ยงทั้งบริษัทให้อยู่ได้
ส่วนที่บอกว่า HP ไปเข้ากับ Microsoft อันนี้เนื่องจากความ ฟลุ๊ก ครับ
เพราะว่า HP ไม่มีส่วนของ Software ของตัวเองที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง ทีเพียง Network Monitoring Software เพียงแผนกเดียวเท่านั้นที่เชิดหน้าชูตา คือ HP OpenView
มีนักวิเคราะห์หลายๆคน กลัวซะด้วยซ้ำครับว่า Compaq หลังจากรวมกับ HP ไปแล้ว จะยังคงสามารถรักษาความสามารถของผลิตภัณฑ์ ให้ดีเหมือนเดิมได้หรือไม่ด้วยซ้ำไป เนื่องจากการบริหารภายในของ HP มีรูปแบบองค์กรที่โบราณ และไม่คล่องตัวเท่า Compaq เดิมครับ
ส่วน Sun เองตอนนี้โดนข่าวลือหนาหูว่าจะรวมกับบริษัทโน้นบริษัทนี้ เช่น Sony บ้าง จะรวมกับ Oracle บ้าง(อันนี้ผมว่าเป็นไปได้สูง) ข่างลือเพียบครับ
จะเห็นว่าสิ่งที่คนภายนอกมองเข้าไปในธุรกิจ กับสภาพของธุรกิจจริงๆนั้นต่างกันครับเยอะครับ
ผมถึงยังคิดอยู่เลยครับ ว่าผมจะทำการวิเคราะห์แบบ VI ได้แค่ไหน เพราะว่าเรื่องของธุรกิจภายใน หรือเรื่องลึกๆนี่คนอย่างเรารู้ได้น้อยมากครับ การวิเคราะห์แบบ VI ยากจริงๆครับ ผมยอมรับเลย
ส่วนเรื่องบริษัทพวก Service Provider เป็นไปได้มั้ยครับ ว่า Demand ของ Services มันจะขยายตัวออกไป เพราะหากเรามองว่าหากอนาคตรูปแบบบริการหลากหลายออกไป รายได้น่าจะมากขึ้น ราคา อาจไม่ใช่ปัจจัยหลัก ~ฯลฯ
เหมือน PTT SCC RATCH TA SSI ทุกบริษัทในเมืองไทย ล้วนไม่มีนวัตกรรมเป็นของตนเองทั้งนั้น (น่าเป็นห่วงมาก) แต่บริษัทเหล่านี้เติบโตด้วย Demand ที่มากขึ้น SHIN และ ADVANCE ละครับ? เป็นไปได้มั้ย ในอนาคตว่าจะมีการเติบโตมากขึ้นอีกเยอะ อันนี้ผมไม่ได้ฟันธงนะครับ เพียงแต่ตั้งคำถามขึ้นมาแค่นั้นเอง
ส่วนเรื่องที่พี่นักดูดาวบอกว่า:
ผมต้องขออนุญาติอธิบายนิดนึงครับ คือ เรื่องหุ้นไฮเทคนี่ผมทราบเรื่องภายในพอควร เพราะซื้อไว้ด้วยกลับมาที่เรื่องหุ้นไฮเทค...
Value Investor น่าจะมองธุรกิจที่เข้าใจง่ายมากกว่า ผมคิดว่าการที่ไม่มองหุ้น Hi-tech ไม่ใช่ว่าไม่เข้าใจตัวสินค้านะ แต่ยังต้องเข้าใจเกมธุรกิจของบริษัทเหล่านี้ด้วย อย่างสงคราม Unix vs Windows เป็นตัวอย่างที่ดีครับ ณ วันนี้ ใครที่ยังลงทุนกับ SUNW คงจะขาดทุนอ่วมไปแล้ว แต่ MSFT กำไร..มีปันผล แถมแตกพาร์ ไม่นานมานี้ HP เหมือนนกรู้ ทั้งๆที่ตัวเองก็มี HP-UX แต่ขอมีเอี่ยวกับ Windows ด้วยจะเป็นไร ก็เลยยังขายดิบขายดี รอดมาได้ แถมกลืน Compaq ได้อีก ..อันนี้ต้องเข้าใจสงครามธุรกิจเป็นอย่างดีมากๆ จึงจะเลือกข้างถูก
จริงๆเรื่องนี้เป็นเรื่องที่บัฟเฟต พูดไว้เสมอ ว่าไม่อยากซื้อธุรกิจที่ตัวเองไม่เข้าใจ อย่างเรื่องราคาหุ้นที่พี่นักดูดาวบอกมา จริงๆแล้วคนทั่วไปก็จะเข้าใจแบบที่พี่เข้าใจ
.... แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ครับผม .....
เหตุที่หุ้น SUNW ร่วงไม่ใช่เพราะว่า SUNW ไม่ได้ทำจับมือกับ Microsoft ครับ ไม่เกี่ยว จริงๆ หุ้นในตลาดในกลุ่มนี้ตัวที่แข็งแกร่งที่สุด ไม่ใช่ Microsoft ครับ แต่คือ IBM
IBM เคยแย่หนักทรุดแล้วทรุดอีก แต่ต้องขออัพเดตว่า ณ วินาทีนี้ IBM ได้กลับไปเป็นยักษ์ทรงพลังอีกครั้งแล้วครับ
เหตุที่ ทำไม SUNW จึงร่วง เหตุเพราะทุกวันนี้ นักวิเคราะห์หรือผู้เชี่ยวชาญได้ ให้ความเห็นไว้ว่า บริษัท IT เองไม่สามารถอยู่ได้ด้วย Margin จากการขาย Hardware บริษัทที่จะอยู่ได้และทรงอำนาจในอนาคต จะต้องเป็น "Consulting Company" หรือ บริษัทผู้ให้คำปรึกษาในการวางระบบ
กำไรจะมาจากบริการ ไม่ใช่มาจาก Hardware ส่วน Software นั้นยังคงทำกำไรอยู่แต่อาจลดลงกว่าเดิม
Sun Microsysytems เป็นบริษัทที่ดื้อครับ CEO หัวแข็งมาก ชื่อ นาย สกอต แมคนีลี่ เค้าเชื่อมั่นว่าบริษัทสามารถดำรงอยู่ได้ โดยใช้หลักการของ System Company คือ สร้างผลิตภัณฑ์เพื่อเป็นแกนหลักของระบบ โดยไม่ยอมเปลี่ยนตัวเองไปเป็น Consulting Company คือ ไม่ยอมปรับตัว
ราคาหุ้นของ Sun Microsystems จึงตกลงๆๆ ทุกวันครับ จาก 100 มาตอนนี้เหลือ 3-4 บาท
ส่วน IBM ทำได้ Perfect มาก นอกจากที่จะสามารถเปลี่ยนตัวเองเป็น Consulting Company ได้อย่างเต็มภาคภูมิแล้ว ยังไม่พอ ยังเข้าไป Take Over บริษัททางด้าน Consulting Company ที่ชื่อก้องโลกมาอีก คือ Price Waterhouse ... ตอนนี้บริษัทนี้ก็อยู่ใต้ร่มของ IBM แล้ว หุ้น IBM แข็งปั๊กครับ นอกจากนี้ IBM ยังเป็นบริษัทที่มีการจดสิทธิบัตรไว้มากที่สุดในโลก ถ้าอ่านหนังสือที่ผมบอก จะทราบว่า IBM มีสิทธิบัตร มากกว่ากี่ประเทศรวมกันจำไม่ได้แล้วครับ
มีคนเปรียบเทียบว่า IBM วันนี้ ล้มยากกว่า Microsoft เสียอีกครับ
ส่วน HP ผมบอกได้เลยว่าตอนนี้ ไม่ใช่ดีครับ กำลังตุปัดตุเป๋เหมือนกันครับ แต่ HP เป็นบริษัทที่ยอมปรับตัวครับ คือ พยายอมปรับตัวเป็น Consulting Company ในตอนแรก HP อยากจะรวมตัวกับ Price Waterhouse ก่อน IBM อีกครับ แต่ว่าทำไม่สำเร็จ แต่ก็พยายาม สร้างทีม Consulting ของตนเองขึ้นมา แต่ก็ง่อนๆ แง่นๆ
ที่ HP อยู่ได้ทุกวันนี้ เพราะ PRINTER กับ ตลับหมึกครับ เชื่อหรือไม่ แต่นี่คือ เรืองจริงครับ และแสดงให้เห็นเลยว่าตลาด Consumer Product นั่นยิ่งใหญ่เพียงใด จากที่ผมเคยอยู่บริษัทนี้ แทบทุกแผนก ขาดทุนครับ ยกเว้นไอ้แผนกนี้แหล่ะ ที่เลี้ยงทั้งบริษัทให้อยู่ได้
ส่วนที่บอกว่า HP ไปเข้ากับ Microsoft อันนี้เนื่องจากความ ฟลุ๊ก ครับ
เพราะว่า HP ไม่มีส่วนของ Software ของตัวเองที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง ทีเพียง Network Monitoring Software เพียงแผนกเดียวเท่านั้นที่เชิดหน้าชูตา คือ HP OpenView
มีนักวิเคราะห์หลายๆคน กลัวซะด้วยซ้ำครับว่า Compaq หลังจากรวมกับ HP ไปแล้ว จะยังคงสามารถรักษาความสามารถของผลิตภัณฑ์ ให้ดีเหมือนเดิมได้หรือไม่ด้วยซ้ำไป เนื่องจากการบริหารภายในของ HP มีรูปแบบองค์กรที่โบราณ และไม่คล่องตัวเท่า Compaq เดิมครับ
ส่วน Sun เองตอนนี้โดนข่าวลือหนาหูว่าจะรวมกับบริษัทโน้นบริษัทนี้ เช่น Sony บ้าง จะรวมกับ Oracle บ้าง(อันนี้ผมว่าเป็นไปได้สูง) ข่างลือเพียบครับ
จะเห็นว่าสิ่งที่คนภายนอกมองเข้าไปในธุรกิจ กับสภาพของธุรกิจจริงๆนั้นต่างกันครับเยอะครับ
ผมถึงยังคิดอยู่เลยครับ ว่าผมจะทำการวิเคราะห์แบบ VI ได้แค่ไหน เพราะว่าเรื่องของธุรกิจภายใน หรือเรื่องลึกๆนี่คนอย่างเรารู้ได้น้อยมากครับ การวิเคราะห์แบบ VI ยากจริงๆครับ ผมยอมรับเลย
The crowd, the world, and sometimes even the grave, step aside for the man who knows where he's going, but pushes the aimless drifter aside. -- Ancient Roman Saying
-
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 14783
- ผู้ติดตาม: 0
หุ้นสื่อสารและอินเตอร์เนต กับการเติบโต(อย่างยั่งยืน) ในอนาคต
โพสต์ที่ 13
โค้ด: เลือกทั้งหมด
ที่ HP อยู่ได้ทุกวันนี้ เพราะ PRINTER กับ ตลับหมึกครับ เชื่อหรือไม่ แต่นี่คือ เรืองจริงครับ และแสดงให้เห็นเลยว่าตลาด Consumer Product นั่นยิ่งใหญ่เพียงใด จากที่ผมเคยอยู่บริษัทนี้ แทบทุกแผนก ขาดทุนครับ ยกเว้นไอ้แผนกนี้แหล่ะ ที่เลี้ยงทั้งบริษัทให้อยู่ได้
...............................................................................
เรื่องความเข้าใจ ของ ธุรกิจไฮเทคนั้น พี่ว่าวอเรน บัพเฟต เขาเกรงใจ บิลเกต เพราะสองคนนี้ดูเหมือน เป็นเพื่อนต่างวัยกัน
แต่เหตุผลที่วอเรนไม่ซื้อ ธุรกิจไฮเทค เพราะ ไม่รู้ว่า วันพรุ่งนี้อะไรจะเกิดขึ้น หมายถึง เตรียมตัวเจ๊งได้ทุกวัน
มันคล้ายๆกับว่า อยู่ดีๆมีใครทำโปรแกรมวินโด ที่ดีกว่าวินโด แล้วขายถูกกว่า วินโด ครึ่งหนึ่ง
อะไรทำนองนี้
ซึ่ง จริงๆแล้ว ก็มีโอกาสเป็นไปได้
..............................................................................
แต่ในขณะเดียวกัน วอเรน มักจะพูดถึงว่า คุณต้องใช้เงินเท่าไร ความพยายามเท่าไร ในการล้มโค๊ก
..............................................................................
ที่พูดนี่ไม่ได้หมายความว่าไม่เห็นด้วยกับคัดท้ายนะครับ
- คัดท้าย
- Verified User
- โพสต์: 2917
- ผู้ติดตาม: 0
หุ้นสื่อสารและอินเตอร์เนต กับการเติบโต(อย่างยั่งยืน) ในอนาคต
โพสต์ที่ 14
ยินดีถ้าพี่ๆจะค้านครับผม
เขียนมานี่เขียนให้ค้านครับ เพราะว่าผมเองชอบครับ เพราะจะได้เห็นมุมมองที่ต่างไป และก็ผมจะได้พัฒนาตัวเองด้วยครับผม
เรื่องบิลเกต กับ ท่านบัฟรู้จักมักจี่กันนี่จริงครับ มีข่าวลือด้วยว่าตอนที่บิลแต่งงานไปขอสาวนี่ ท่านบัฟเฟต เป็นคนช่วยเลือกแหวนให้ด้วยครับ
ส่วนเรื่องว่า Windows อาจถูกคว่ำได้ อันนี้จริงเลยครับ 1,000%
อย่างตอนนี้ คนทั้วไปจะพูดถึง PC พูดถึง Windows แต่คนในวงการจริงๆ เค้าเลิกคิดกันแล้วครับ PC ครองโลกมา 20 ปี ก่อนหน้านั้น 20 ปี Mainframe ได้ครองโลก
ต่อจากนี้ PC ... จะไม่ครองโลก ครับ
สิ่งที่เค้าสู้กันอยู่ตอนนี้ คือ อุปกรณ์ที่เค้าบอกข้างบน คือ Mobile Device ใครชิงความเป็นเจ้า ผูกขาดสิ่งนี้ได้ จะเป็นจ้าวโลก คนต่อไปครับ Bill Gate เองก็ทราบดี
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไม Bill Gate ยอมหย่าขาดกับ Sony โดยออก XBox มาตีกับ PalyStation เพราะต่อไปไอ้เจ้าเครืองนี้จะไม่ใช่แค่เครื่องเล่นเกมส์ แต่จะกลายเป็น Home Entertainment Center ครับ จะเล่นคาราโอเกะได้ ดู Digital TV ได้ เล่น DVD/VCD ได้ และเป็นเครื่องเล่น Web ครับ ทำได้สารพัด ดังนั้น Microsoft จึงต้องยอมหย่ากับ Sony ครับ Sony เองก็หย่าจาก Microsoft เหมือนกัน นี่เป็นเหตุผลว่าทำไม Sony Palm Clie' จึงใช้ Palm OS และไม่ใช้ MS Windows CE ครับ
ส่วนตลาด Mobile Device ตาบิลก็กำลังรบเครียดอยู่กับ ซิมเบียนครับ ซึ่งเป็น OS ค่ายยุโรปครับ ถ้างานนี้แพ้ บิลเกต ก็บิลเกตเถอะครับ ร่วงได้แน่ๆเหมือนกันครับ ตอนนี้สิ่งที่บิลทำคือ พยายามยัด Windows เข้าไปในมือถือครับผม
Sun เองเชื่อตรงนี้ และร่วมกับทั้ง Nokia และ Ericsson โดยการใส่ Java Platform เข้าไปในมือถือของทั้งสองค่ายครับ และได้ทำสัญญา เป็นพันธมิตรกันครับผม

เรื่องบิลเกต กับ ท่านบัฟรู้จักมักจี่กันนี่จริงครับ มีข่าวลือด้วยว่าตอนที่บิลแต่งงานไปขอสาวนี่ ท่านบัฟเฟต เป็นคนช่วยเลือกแหวนให้ด้วยครับ
ส่วนเรื่องว่า Windows อาจถูกคว่ำได้ อันนี้จริงเลยครับ 1,000%
อย่างตอนนี้ คนทั้วไปจะพูดถึง PC พูดถึง Windows แต่คนในวงการจริงๆ เค้าเลิกคิดกันแล้วครับ PC ครองโลกมา 20 ปี ก่อนหน้านั้น 20 ปี Mainframe ได้ครองโลก
ต่อจากนี้ PC ... จะไม่ครองโลก ครับ
สิ่งที่เค้าสู้กันอยู่ตอนนี้ คือ อุปกรณ์ที่เค้าบอกข้างบน คือ Mobile Device ใครชิงความเป็นเจ้า ผูกขาดสิ่งนี้ได้ จะเป็นจ้าวโลก คนต่อไปครับ Bill Gate เองก็ทราบดี
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไม Bill Gate ยอมหย่าขาดกับ Sony โดยออก XBox มาตีกับ PalyStation เพราะต่อไปไอ้เจ้าเครืองนี้จะไม่ใช่แค่เครื่องเล่นเกมส์ แต่จะกลายเป็น Home Entertainment Center ครับ จะเล่นคาราโอเกะได้ ดู Digital TV ได้ เล่น DVD/VCD ได้ และเป็นเครื่องเล่น Web ครับ ทำได้สารพัด ดังนั้น Microsoft จึงต้องยอมหย่ากับ Sony ครับ Sony เองก็หย่าจาก Microsoft เหมือนกัน นี่เป็นเหตุผลว่าทำไม Sony Palm Clie' จึงใช้ Palm OS และไม่ใช้ MS Windows CE ครับ
ส่วนตลาด Mobile Device ตาบิลก็กำลังรบเครียดอยู่กับ ซิมเบียนครับ ซึ่งเป็น OS ค่ายยุโรปครับ ถ้างานนี้แพ้ บิลเกต ก็บิลเกตเถอะครับ ร่วงได้แน่ๆเหมือนกันครับ ตอนนี้สิ่งที่บิลทำคือ พยายามยัด Windows เข้าไปในมือถือครับผม
Sun เองเชื่อตรงนี้ และร่วมกับทั้ง Nokia และ Ericsson โดยการใส่ Java Platform เข้าไปในมือถือของทั้งสองค่ายครับ และได้ทำสัญญา เป็นพันธมิตรกันครับผม
แก้ไขล่าสุดโดย คัดท้าย เมื่อ จันทร์ พ.ย. 10, 2003 11:55 pm, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.
The crowd, the world, and sometimes even the grave, step aside for the man who knows where he's going, but pushes the aimless drifter aside. -- Ancient Roman Saying
- คัดท้าย
- Verified User
- โพสต์: 2917
- ผู้ติดตาม: 0
หุ้นสื่อสารและอินเตอร์เนต กับการเติบโต(อย่างยั่งยืน) ในอนาคต
โพสต์ที่ 16
จริงๆ ผมอยากรู้เรื่องบริษัทในเมืองไทยได้อย่างนี้มากกว่าครับ ที่รู้นี้เพราะงานที่ทำมา 10 ปีจริงๆ
อยากรู้ว่า DTC , MIDA ดีมั้ยมากกว่า อีก อิอิ
อยากรู้ว่า DTC , MIDA ดีมั้ยมากกว่า อีก อิอิ

The crowd, the world, and sometimes even the grave, step aside for the man who knows where he's going, but pushes the aimless drifter aside. -- Ancient Roman Saying
-
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 14783
- ผู้ติดตาม: 0
หุ้นสื่อสารและอินเตอร์เนต กับการเติบโต(อย่างยั่งยืน) ในอนาคต
โพสต์ที่ 17
ผลประกอบการกลุ่มนี้ ถ้าเดา คิดว่า KTC AEONTS MIDA ออกมาดีแน่ๆ
เพราะ MIDA วิ่งไปลิ่ง คล้ายๆมีข่าววงในหรือเปล่า
ส่วน KTC นี่ผลประกอบการก็ออกมาดี ในไตรมาส ก่อนหน้า
บ่งบอกถึงแนวโน้มที่ดี
เพียงแต่ราคา ทั้ง 3 ตัว อยู่ในเกณที่เหมาะสมถือยาวหรือเปล่า
คงต้องให้คัดท้าย ช่วยวิเคราะห์ครับ
เพราะ MIDA วิ่งไปลิ่ง คล้ายๆมีข่าววงในหรือเปล่า
ส่วน KTC นี่ผลประกอบการก็ออกมาดี ในไตรมาส ก่อนหน้า
บ่งบอกถึงแนวโน้มที่ดี
เพียงแต่ราคา ทั้ง 3 ตัว อยู่ในเกณที่เหมาะสมถือยาวหรือเปล่า
คงต้องให้คัดท้าย ช่วยวิเคราะห์ครับ
-
- Verified User
- โพสต์: 777
- ผู้ติดตาม: 0
หุ้นสื่อสารและอินเตอร์เนต กับการเติบโต(อย่างยั่งยืน) ในอนาคต
โพสต์ที่ 18
โลกสื่อสารพัฒนาไปไกล แต่ทำไมหุ้นสื่อสารหลายตัวถึงราคาไม่ไปไหน
สักที ผู้รู้ช่วยวานบอกทีครับผม.... 8)
สักที ผู้รู้ช่วยวานบอกทีครับผม.... 8)
แก้ไขล่าสุดโดย นายสต็อก เมื่อ อังคาร พ.ย. 11, 2003 12:21 am, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.
- คัดท้าย
- Verified User
- โพสต์: 2917
- ผู้ติดตาม: 0
หุ้นสื่อสารและอินเตอร์เนต กับการเติบโต(อย่างยั่งยืน) ในอนาคต
โพสต์ที่ 19
ก่อนลาออก เคยเข้าไปขายระบบให้ KTC ครับ แต่แพ้ IBM แฮะๆ
ระบบ IT ที่ KTC ก็ยังไม่เรียบร้อยเท่าไหร่ แต่ว่าจากที่จากการที่ลองเป็นลูกค้าบัตร KTC ก็ถือว่าทาง KTC ทำได้ดีพอสมควรครับ การออกแบบ Art Work การสร้างแบรนด์ นี่ผมว่าทำได้ดีกว่าบัตรเครดิตของธนาคารหลายๆธนาคาร (อันนี้วัดตามความรู้สึกผมนะครับ)
และที่สำคัญ ผมอยากไปจ่ายตังค์ทุกเดือนเลยครับ สารภาพ และต้องไปจ่ายที่ตึก UBC 2 ฝั่งตรงข้ามเอ็มโพเรียมครับ เหตุผลเออ คือ ... เค้าสร้างสวรรค์ไว้ที่นั่นครับ มีนางฟ้าอยู่ที่นั่นเต็มไปหมดครับ นางฟ้าในระดับ Pretty Motor Show เลยแหละ มารวมๆกันอยู่ที่นั่น แต่งตัวก็น่ารักสุดๆ ผมงี้น้ำยายยไหยยเลยเวลาไปจ่ายตัง แถมต้องพยายามทำรวยๆหน้าใหญ่ หน้าใหญ่หน่อย ใช้จ่ายเยอะๆ เวลาไปจ่ายจะได้ดู ป๋าๆครับ 555
ผมล้อเล่นนะพี่ แต่เรื่องศูนย์ที่ตึก UBC 2 ตรงสุขุมวิท นี่เรื่องจริงนะครับ ใครยังไม่เคยลองไปแนะนำให้ลองไปซะ จะติดใจเหมือนผม อิอิ ส่วนเรื่องบัตร KTC ผมชอบมากครับ ผมใช้เป็นบัตรรองจาก CitiBank นะครับ ผมว่าผลประกอบการไม่น่าจะมีอะไรขี้เหร่ครับ
ระบบ IT ที่ KTC ก็ยังไม่เรียบร้อยเท่าไหร่ แต่ว่าจากที่จากการที่ลองเป็นลูกค้าบัตร KTC ก็ถือว่าทาง KTC ทำได้ดีพอสมควรครับ การออกแบบ Art Work การสร้างแบรนด์ นี่ผมว่าทำได้ดีกว่าบัตรเครดิตของธนาคารหลายๆธนาคาร (อันนี้วัดตามความรู้สึกผมนะครับ)
และที่สำคัญ ผมอยากไปจ่ายตังค์ทุกเดือนเลยครับ สารภาพ และต้องไปจ่ายที่ตึก UBC 2 ฝั่งตรงข้ามเอ็มโพเรียมครับ เหตุผลเออ คือ ... เค้าสร้างสวรรค์ไว้ที่นั่นครับ มีนางฟ้าอยู่ที่นั่นเต็มไปหมดครับ นางฟ้าในระดับ Pretty Motor Show เลยแหละ มารวมๆกันอยู่ที่นั่น แต่งตัวก็น่ารักสุดๆ ผมงี้น้ำยายยไหยยเลยเวลาไปจ่ายตัง แถมต้องพยายามทำรวยๆหน้าใหญ่ หน้าใหญ่หน่อย ใช้จ่ายเยอะๆ เวลาไปจ่ายจะได้ดู ป๋าๆครับ 555
ผมล้อเล่นนะพี่ แต่เรื่องศูนย์ที่ตึก UBC 2 ตรงสุขุมวิท นี่เรื่องจริงนะครับ ใครยังไม่เคยลองไปแนะนำให้ลองไปซะ จะติดใจเหมือนผม อิอิ ส่วนเรื่องบัตร KTC ผมชอบมากครับ ผมใช้เป็นบัตรรองจาก CitiBank นะครับ ผมว่าผลประกอบการไม่น่าจะมีอะไรขี้เหร่ครับ
The crowd, the world, and sometimes even the grave, step aside for the man who knows where he's going, but pushes the aimless drifter aside. -- Ancient Roman Saying
- คัดท้าย
- Verified User
- โพสต์: 2917
- ผู้ติดตาม: 0
หุ้นสื่อสารและอินเตอร์เนต กับการเติบโต(อย่างยั่งยืน) ในอนาคต
โพสต์ที่ 20
คุณสต๊อกถามว่า:
ส่วนตัวนะครับ อันนี้ความเห็นส่วนตัว บริษัทที่ผมมองว่าจะมีโอกาสก้าวหน้าต่อไปในอนาคตคือ บริษัทที่ทำธุรกิจ Mobile Service Provide ซึ่งก็คือ ADVANCE ครับ อีกบริษัทที่ยังลูกผีลูกคนอยู่ตอนนี้คือ SATTEL ผมมองว่าอันนี้ก็ควรจับตาดูตัวนี้ดีๆนะครับ SATTEL ถ้ายิง IPSTAR เมื่อใหร่ผมว่าสถานะการณ์อาจจะเปลี่ยนไป แต่ตอนนี้ SATTEL เจอมรสุมเยอะ ลูกค้าอินเดีย ก็กลายมาเป็นคู่แข่ง เศร้าแทน แต่ผมยังเชื่อครับ ว่าท่านนายกเรารัก SATTEL ยิ่งชีพ แกไม่ปล่อยให้เป็นอย่างนี้ไปนานๆแน่ครับ
ADVANCE เองก็หากินกับธุรกิจ Voice เป็นหลัก
อืม ผมลืมบอกไป ในวงการมือถือตอนนี้เค้าแบ่งธุรกิจออกเป็น 2 เทคโนโลยีหลักๆ คือ Voice กับ Non-Voice (Data นั่นเอง)
ตอนนี้ รายได้หลัก มาจากค่าโทรคือ Voice แต่หาก Non-Voice ขยายตัวขึ้น ตรงนี้น่าจะเป็นรายได้หลักตัวใหม่ที่เพิ่มขึ้นมาในอนาคตครับ
เอาแค่ ถ้าต่อไปพวกคุณเทรดหุ้น ทางมือถือ 3G ได้เร็วพอๆกับคุณใช้ Web บน PC คุณจะ Happy มั้ย? แล้วถ้าคุณ Happy ADVANCE จะ Happy มั้ย ? อันนี้คือ Non-Voice ครับ
แล้วคุณคิดดู แค่ถ้า AIS ให้คนใช้บริการเล่น Web บน Smart Phone ผ่านเครือข่าย AIS โดยไม่ต้องผ่าน ISP นี่ ISP ก็ใบ้กินแล้วครับ ทางเทคนิคทำได้ด้วยละ จะติดก็แต่กฏหมายสัมปทานว่าจะขัดหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ท่านทักษิณ ผมมั่นใจ
แต่เท่าที่ผมเคยคุยกับคน AIS คน AIS จะเป็นคนที่ค่อนข้าง Conservative ทางด้านเทคโนโลยีครับ เค้าจะไปแบบช้าๆแต่ชัวๆ
Non-Voice ที่เค้าจะเล่นในอนาคตอันใกล้ คือ MMS ครับ
เมื่อเก็ยกินจาก MMS พอแล้ว พี่แกถึงจะเริ่มไปต่อใน Step ต่อไปครับ
จริงๆสื่อสารต้องแบ่งแยกออกเป็นหลายประเภทครับว่าแต่ละบริษัททำอะไร และมีจุดอ่อนจุดแข็งในการแข่งขันอย่างไรโลกสื่อสารพัฒนาไปไกล แต่ทำไมหุ้นสื่อสารหลายตัวถึงราคาไม่ไปไหน
สักที ผู้รู้ช่วยวานบอกทีครับผม....
ส่วนตัวนะครับ อันนี้ความเห็นส่วนตัว บริษัทที่ผมมองว่าจะมีโอกาสก้าวหน้าต่อไปในอนาคตคือ บริษัทที่ทำธุรกิจ Mobile Service Provide ซึ่งก็คือ ADVANCE ครับ อีกบริษัทที่ยังลูกผีลูกคนอยู่ตอนนี้คือ SATTEL ผมมองว่าอันนี้ก็ควรจับตาดูตัวนี้ดีๆนะครับ SATTEL ถ้ายิง IPSTAR เมื่อใหร่ผมว่าสถานะการณ์อาจจะเปลี่ยนไป แต่ตอนนี้ SATTEL เจอมรสุมเยอะ ลูกค้าอินเดีย ก็กลายมาเป็นคู่แข่ง เศร้าแทน แต่ผมยังเชื่อครับ ว่าท่านนายกเรารัก SATTEL ยิ่งชีพ แกไม่ปล่อยให้เป็นอย่างนี้ไปนานๆแน่ครับ
ADVANCE เองก็หากินกับธุรกิจ Voice เป็นหลัก
อืม ผมลืมบอกไป ในวงการมือถือตอนนี้เค้าแบ่งธุรกิจออกเป็น 2 เทคโนโลยีหลักๆ คือ Voice กับ Non-Voice (Data นั่นเอง)
ตอนนี้ รายได้หลัก มาจากค่าโทรคือ Voice แต่หาก Non-Voice ขยายตัวขึ้น ตรงนี้น่าจะเป็นรายได้หลักตัวใหม่ที่เพิ่มขึ้นมาในอนาคตครับ
เอาแค่ ถ้าต่อไปพวกคุณเทรดหุ้น ทางมือถือ 3G ได้เร็วพอๆกับคุณใช้ Web บน PC คุณจะ Happy มั้ย? แล้วถ้าคุณ Happy ADVANCE จะ Happy มั้ย ? อันนี้คือ Non-Voice ครับ
แล้วคุณคิดดู แค่ถ้า AIS ให้คนใช้บริการเล่น Web บน Smart Phone ผ่านเครือข่าย AIS โดยไม่ต้องผ่าน ISP นี่ ISP ก็ใบ้กินแล้วครับ ทางเทคนิคทำได้ด้วยละ จะติดก็แต่กฏหมายสัมปทานว่าจะขัดหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ท่านทักษิณ ผมมั่นใจ
แต่เท่าที่ผมเคยคุยกับคน AIS คน AIS จะเป็นคนที่ค่อนข้าง Conservative ทางด้านเทคโนโลยีครับ เค้าจะไปแบบช้าๆแต่ชัวๆ
Non-Voice ที่เค้าจะเล่นในอนาคตอันใกล้ คือ MMS ครับ
เมื่อเก็ยกินจาก MMS พอแล้ว พี่แกถึงจะเริ่มไปต่อใน Step ต่อไปครับ
The crowd, the world, and sometimes even the grave, step aside for the man who knows where he's going, but pushes the aimless drifter aside. -- Ancient Roman Saying
-
- Verified User
- โพสต์: 920
- ผู้ติดตาม: 0
หุ้นสื่อสารและอินเตอร์เนต กับการเติบโต(อย่างยั่งยืน) ในอนาคต
โพสต์ที่ 21
ผมว่าบริษัทอย่าง SHIN และ ADVANC ไม่ใช่บริษัทผลิตเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าใคร แต่เป็นบริษัทคนกลางที่นำเทคโนโลยีมาสู่ผู้ใช้ ที่มีการบริหารจัดการที่ดี จริงๆแล้วในเชิงธุรกิจบริษัทลักษณะนี้เข้มแข็งกว่าบริษัทผู้ผลิตเทคโนโลยีเองเสียอีก ขอเพียงให้มีผู้บริหารที่เก่งมีวิสัยทัศน์ ไม่ต้องกลัวการเปลี่ยนเทคโนโลยีจากหน้ามือเป็นหลังมือซึ่งสามารถทำให้บริษัทผู้ผลิตเทคโนโลยีที่สายป่านไม่ยาวพอจอดได้ภายในชั่วข้ามปี ตำแหน่งของ SHIN และ ADVANC ในปัจจุบันก็ต้องถือว่าเป็จ่าฝูง ที่มีสมรภูมิรบที่ได้เปรียบคู่ต่อสู้มาก มีกำแพงการเมืองป้องกันอย่างดี โดยเฉพาะธุรกิจของ SHIN ณ ขณะเริ่มแตกแขนงเพื่อที่จะลดการพึ่งพาจาก ADVANC ผมคิดว่า SHIN ควรขายความสามารถในการบริหารและทำหน้าที่เป็น holding ที่จะทำให้เกิด synergy ในบริษัทลูก การเซนต์สัญญาบริหารงานให้ ITV เป็นตัวอย่างการขายการบริหารที่ดี การเข้าลงทุนในสายการบินราคาประหยัด และธุรกิจโรงพยาบาลเป็นการก้าวเข้าสู่ธุรกิจที่มีแนวโน้มว่าจะต้องพึ่งพาธุรกิจสื่อสารที่ก้าวหน้าอย่างแน่นอนในอนาคต แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารในบริษัทนี้ ตามความเห็นผมเรื่องที่ต้องระวังเกี่ยวกับ SHIN คือ ประเทศไทยจะต้องมีนายกคนเดิมไปอีกสัก 5 ปี
-
- Verified User
- โพสต์: 920
- ผู้ติดตาม: 0
หุ้นสื่อสารและอินเตอร์เนต กับการเติบโต(อย่างยั่งยืน) ในอนาคต
โพสต์ที่ 22
ส่วนเรื่องเทคโนโลยีชีวภาพ ผมว่ากลุ่มธุรกิจในประเทศไทยที่จะได้ประโยชน์มี 3 กลุ่มคือ การแพทย์ เภสัชกรรม และ เกษตร เนื่องจากเทคโนโลยีและข้อมูลทางด้านจีโนมจะถูกนำมาใช้ทางด้านการแพทย์ การผลิตยา และ การปรับปรุงพันธุ์ บริษัทที่จะได้ประโยชน์มากที่สุดคือโรงพยาบาลที่มีหมอระดับแนวหน้า บริษัทผลิตยาบ้านเรายังไม่มีแต่สหพัฒน์เริ่มลงมาในธุรกิจสมุนไพร และ บริษัทเกษตรที่มีสายป่านยาวเพราะงานวิจัยทางด้านนี้ต้องทำเป็นทีมและใช้งบประมาณสูง
-
- ผู้ติดตาม: 0
หุ้นสื่อสารและอินเตอร์เนต กับการเติบโต(อย่างยั่งยืน) ในอนาคต
โพสต์ที่ 23
คุณคัดท้ายคุณนี่สุดยอดจริงๆแฮะ :lol: :lol: :lol:
ผมก็นึกว่าคุณเป็นนักเทคนิคซะีอีก ทำงานบริษัทที่เีกี่ยวกับเทคโนโลยี แต่ดันวิเคราะห์ระบบการบริหาร เยี่ยมจริงๆครับ
ผมเคยอ่านหนังสือเล่มนึง เค้าบอกว่า IBM ที่อยู่ได้เพราะ ทีมขายของเค้า
จริงครับ hp กับ compaq นี่หลังจาก รวมกันเงียบเหลือเกิน มีอะไรที่ผมไม่เห็นด้วยกับคุณบ้างนี่
ไมโครซอฟท์นี่ผมว่าเป็นองค์กรที่สุดยอดนะครับมีแต่คนเก่งๆเต็มองค์กร
คุณ stocks ความเห็นที่คุณมอง advanc นี่ก็ยอดครับมุมมองของคุณผมเห็นด้วยครับ
ได้อ่านกระทู้นี้เหมือนอ่านหนังสือเล่มนึง หุหุ ยอดๆกันทุกคนครับ
GMM กะ grammy คุณว่า วงการเพลงตอนนี้เป็นอย่างไรกันเหรอครับ แต่เท่าที่ทราบมาเค้าบอกว่าปีนี้เงียบเหลือเกิน เพลงใหม่ๆ เปิดออกมาไม่ค่อยติดตลาดเลย สังเกตได้จากคลื่นวิทยุต่างเปิดแต่เพลงเก่าทั้งนั้น
อันนี้มันจะเป็นเพราะการปราบพวกสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์หรือเปล่านะ
ผมก็นึกว่าคุณเป็นนักเทคนิคซะีอีก ทำงานบริษัทที่เีกี่ยวกับเทคโนโลยี แต่ดันวิเคราะห์ระบบการบริหาร เยี่ยมจริงๆครับ
ผมเคยอ่านหนังสือเล่มนึง เค้าบอกว่า IBM ที่อยู่ได้เพราะ ทีมขายของเค้า
จริงครับ hp กับ compaq นี่หลังจาก รวมกันเงียบเหลือเกิน มีอะไรที่ผมไม่เห็นด้วยกับคุณบ้างนี่

ไมโครซอฟท์นี่ผมว่าเป็นองค์กรที่สุดยอดนะครับมีแต่คนเก่งๆเต็มองค์กร
คุณ stocks ความเห็นที่คุณมอง advanc นี่ก็ยอดครับมุมมองของคุณผมเห็นด้วยครับ
ได้อ่านกระทู้นี้เหมือนอ่านหนังสือเล่มนึง หุหุ ยอดๆกันทุกคนครับ
GMM กะ grammy คุณว่า วงการเพลงตอนนี้เป็นอย่างไรกันเหรอครับ แต่เท่าที่ทราบมาเค้าบอกว่าปีนี้เงียบเหลือเกิน เพลงใหม่ๆ เปิดออกมาไม่ค่อยติดตลาดเลย สังเกตได้จากคลื่นวิทยุต่างเปิดแต่เพลงเก่าทั้งนั้น
อันนี้มันจะเป็นเพราะการปราบพวกสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์หรือเปล่านะ