วิเคราะห์ผลการดำเนินงานปี 48
-
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 11443
- ผู้ติดตาม: 0
วิเคราะห์ผลการดำเนินงานปี 48
โพสต์ที่ 1
รายได้จากการขาย
บริษัทมีรายได้จากการขายในปี 48 จำนวน 814.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 11.97% และเมื่อเทียบกับปี 44 เพิ่มขึ้นปีละ 10.01%
รายได้รวม
รายได้รวมในปี 48 ก็เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 11.92% จาก 777.15 ล้านบาท เป็น 869.77 ล้านบาท เมื่อเทียบปี 44 ที่ 606.76 ล้านบาท จะเพิ่มขึ้นปีละ 9.42%
สัดส่วนต้นทุนขาย
สัดส่วนต้นทุนขายในปี 48 ได้เพิ่มขึ้นจาก 77.95% ในปี 47 เป็น 79% แต่เมื่อเทียบกับปี 44 แล้วลดลงจาก 82.50%
สัดส่วนกำไรขั้นต้น
ถึงแม้บริษัทจะมี Gross Profit Margin เพิ่มมาโดยตลอดตั้งแต่ปี 44 ที่ 17.69% 19.43% 20.67% และ 21.78% ในปี 47
แต่จากสัดส่วนต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น ทำให้ Gross Profit Margin ในปี 48 ลดลงเหลือ 21.06%
ยอดกำไรขั้นต้น
แต่ยอดกำไรขั้นต้นก็ยังเพิ่มขึ้น 8.23% จาก 169.25 ล้านบาทในปี 47 เป็น 183.18 ล้านบาทในปี 48
และเมื่อเทียบย้อนกลับตั้งแต่ปี 44 บริษัทมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นปีละ 14.29%
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
บริษัทมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายลดลงมาโดยตลอดตั้งแต่ปี 44 ที่ 10.50% มาเหลือ 8.65% ในปี 47 และ 8.13% ในปี 48
กำไรสุทธิ
กำไรสุทธิของบริษัทเติบโตมาโดยตลอดตั้งแต่ปี 44 ที่ 38.58 ล้านบาท เป็น 52.90 ล้านบาท 65.84 ล้านบาท 69.50 ล้านบาท และ 87.53 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นปีละ 22.73%
บริษัทมีรายได้จากการขายในปี 48 จำนวน 814.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 11.97% และเมื่อเทียบกับปี 44 เพิ่มขึ้นปีละ 10.01%
รายได้รวม
รายได้รวมในปี 48 ก็เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 11.92% จาก 777.15 ล้านบาท เป็น 869.77 ล้านบาท เมื่อเทียบปี 44 ที่ 606.76 ล้านบาท จะเพิ่มขึ้นปีละ 9.42%
สัดส่วนต้นทุนขาย
สัดส่วนต้นทุนขายในปี 48 ได้เพิ่มขึ้นจาก 77.95% ในปี 47 เป็น 79% แต่เมื่อเทียบกับปี 44 แล้วลดลงจาก 82.50%
สัดส่วนกำไรขั้นต้น
ถึงแม้บริษัทจะมี Gross Profit Margin เพิ่มมาโดยตลอดตั้งแต่ปี 44 ที่ 17.69% 19.43% 20.67% และ 21.78% ในปี 47
แต่จากสัดส่วนต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น ทำให้ Gross Profit Margin ในปี 48 ลดลงเหลือ 21.06%
ยอดกำไรขั้นต้น
แต่ยอดกำไรขั้นต้นก็ยังเพิ่มขึ้น 8.23% จาก 169.25 ล้านบาทในปี 47 เป็น 183.18 ล้านบาทในปี 48
และเมื่อเทียบย้อนกลับตั้งแต่ปี 44 บริษัทมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นปีละ 14.29%
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
บริษัทมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายลดลงมาโดยตลอดตั้งแต่ปี 44 ที่ 10.50% มาเหลือ 8.65% ในปี 47 และ 8.13% ในปี 48
กำไรสุทธิ
กำไรสุทธิของบริษัทเติบโตมาโดยตลอดตั้งแต่ปี 44 ที่ 38.58 ล้านบาท เป็น 52.90 ล้านบาท 65.84 ล้านบาท 69.50 ล้านบาท และ 87.53 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นปีละ 22.73%
-
- Verified User
- โพสต์: 280
- ผู้ติดตาม: 0
วิเคราะห์ผลการดำเนินงานปี 48
โพสต์ที่ 3
ขอบคุณพี่ฉัตรชัยที่วิเคราะห์ให้เห็นเป็นแนวทางในการอ่านงบการเงินนะครับ
มีเรื่องอยากสอบถามหน่อยครับ
"เนื่องจากอ่านหมายเหตุข้อ 8. เงินลงทุนซึ่งบันทึกโดยวิธีส่วนได้เสีย
สำหรับงบการเงินสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2548กลุ่มบริษัทและบริษัทมีส่วนแบ่งผลขาดทุนจากบริษัทร่วมสะสม
เป็นจำนวนทั้งสิ้น 21,825,030 บาท แต่เนื่องจากกลุ่มบริษัทและบริษัทจะรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมไม่เกินกว่ามูลค่าเงินลงทุน
ดังนั้น กลุ่มบริษัทและบริษัทจึงรับรู้ผลขาดทุนจากบริษัทร่วมสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2548 เป็นจำนวน 5,419,620 บาท
และมีผลขาดทุนส่วนที่เกินกว่าต้นทุนเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่ไม่ได้รับรู้อีกเป็นจำนวน 16,405,410 บาท"
อย่างนี้แล้ว ขาดทุนจากบริษัทร่วม อีก 16,405,410 บาท
ก็จะถูกบันทึกเป็นขาดทุน ทุกปี ปีละ 5,419,620 บาท จนกว่าจะหมดใช้รึป่าวครับ
อีกอย่างครับ FCF ปีนี้ติดลบรึป่าวครับ (เพราะลงทุนในหลักทรัพย์เผื่อขาย)
ขอบคุณมากครับ พอดีอ่านแล้วงงนะครับ มือใหม่จริงๆ :D
มีเรื่องอยากสอบถามหน่อยครับ
"เนื่องจากอ่านหมายเหตุข้อ 8. เงินลงทุนซึ่งบันทึกโดยวิธีส่วนได้เสีย
สำหรับงบการเงินสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2548กลุ่มบริษัทและบริษัทมีส่วนแบ่งผลขาดทุนจากบริษัทร่วมสะสม
เป็นจำนวนทั้งสิ้น 21,825,030 บาท แต่เนื่องจากกลุ่มบริษัทและบริษัทจะรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมไม่เกินกว่ามูลค่าเงินลงทุน
ดังนั้น กลุ่มบริษัทและบริษัทจึงรับรู้ผลขาดทุนจากบริษัทร่วมสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2548 เป็นจำนวน 5,419,620 บาท
และมีผลขาดทุนส่วนที่เกินกว่าต้นทุนเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่ไม่ได้รับรู้อีกเป็นจำนวน 16,405,410 บาท"
อย่างนี้แล้ว ขาดทุนจากบริษัทร่วม อีก 16,405,410 บาท
ก็จะถูกบันทึกเป็นขาดทุน ทุกปี ปีละ 5,419,620 บาท จนกว่าจะหมดใช้รึป่าวครับ
อีกอย่างครับ FCF ปีนี้ติดลบรึป่าวครับ (เพราะลงทุนในหลักทรัพย์เผื่อขาย)
ขอบคุณมากครับ พอดีอ่านแล้วงงนะครับ มือใหม่จริงๆ :D
-
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 11443
- ผู้ติดตาม: 0
วิเคราะห์ฐานะทางการเงิน
โพสต์ที่ 4
สินทรัพย์รวม
บริษัทมีสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นเป็น 916.46 ล้านบาท จากปีก่อนที่ 850.75 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนใน Property Fund
บริษัทมีสินทรัพย์ประกอบด้วย
เงินสดและเงินลงทุนใน Property Fund 35.05%
สินทรัพย์ถาวร 27.80%
ลูกหนี้การค้า 20.55%
และสินค้าคงคลัง 14.74%
สัดส่วนเงินทุน
บริษัทมีหนี้สินรวม 167.99 ล้านบาท ส่วนผู้ถือหุ้น 748.46 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อทุนต่ำเพียง 0.22 เท่า
เงินสดและเงินลงทุนสุทธิ
บริษัทมีเงินสดและเงินลงทุนใน Property Fund จำนวน 321.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 56.14 ล้านบาท จาก 265.08 ล้านบาท
ในขณะที่บริษัทไม่มีหนี้เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน
Working Cap.
ลูกหนี้การค้า
บริษัทมีลูกหนี้การค้าลดลงเล็กน้อยเหลือ 188.35 ล้านบาท จาก 189.64 ล้านบาท คิดเป็นระยะเวลาในการเก็บเงิน 78.23 วัน ลดลงจากปีก่อนเล็กน้อยที่ 78.86 วัน
สินค้าคงคลัง
ในปี 48 บริษัทมีสินค้าคงคลังเพิ่มขึ้นมากทีเดียว จาก 109.69 ล้านบาทในปีก่อน เป็น 135.07 ล้านบาท
ทำให้ระยะเวลาในการหมุนเวียนสินค้าคงคลังเพิ่มขึ้นเป็น 68.46 วัน จากปีก่อน 65.30 วัน
เจ้าหนี้การค้า
เจ้าหนี้การค้าของบริษัทเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 113.24 ล้านบาทในปีก่อน เป็น 118.53 ล้านบาท
ระยะเวลาในการชำระหนี้ประมาณ 63.58 วัน เทียบกับปีก่อนที่ 60.89 วัน
ระยะเวลาหมุนเวียนรวม
บริษัทมีระยะเวลาหมุนเวียนในปี 48 ใกล้เคียงปีก่อนคือ 83.11 วัน กับ 83.27 วัน
สินทรัพย์ถาวร
บริษัทมีสินทรัพย์ถาวรลดลงโดยตลอด ในปี 48 ก็เช่นกัน ถึงแม้จะมีการปรับปรุงอาคารและซื้อสินทรัพย์มากกว่าทุกปี
ในปี 48 บริษัทมีสินทรัพย์ถาวรเหลือ 254.86 ล้านบาท จาก 270.93 ล้านบาท เนื่องมาจากค่าเสื่อมราคานั้นเอง
แต่ในปี 49 คงเพิ่มขึ้นจากการที่บริษัทได้ซื้อที่ดินและอาคารจากแอมคอร์ จำนวน 150 ล้านบาท
บริษัทมีสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นเป็น 916.46 ล้านบาท จากปีก่อนที่ 850.75 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนใน Property Fund
บริษัทมีสินทรัพย์ประกอบด้วย
เงินสดและเงินลงทุนใน Property Fund 35.05%
สินทรัพย์ถาวร 27.80%
ลูกหนี้การค้า 20.55%
และสินค้าคงคลัง 14.74%
สัดส่วนเงินทุน
บริษัทมีหนี้สินรวม 167.99 ล้านบาท ส่วนผู้ถือหุ้น 748.46 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อทุนต่ำเพียง 0.22 เท่า
เงินสดและเงินลงทุนสุทธิ
บริษัทมีเงินสดและเงินลงทุนใน Property Fund จำนวน 321.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 56.14 ล้านบาท จาก 265.08 ล้านบาท
ในขณะที่บริษัทไม่มีหนี้เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน
Working Cap.
ลูกหนี้การค้า
บริษัทมีลูกหนี้การค้าลดลงเล็กน้อยเหลือ 188.35 ล้านบาท จาก 189.64 ล้านบาท คิดเป็นระยะเวลาในการเก็บเงิน 78.23 วัน ลดลงจากปีก่อนเล็กน้อยที่ 78.86 วัน
สินค้าคงคลัง
ในปี 48 บริษัทมีสินค้าคงคลังเพิ่มขึ้นมากทีเดียว จาก 109.69 ล้านบาทในปีก่อน เป็น 135.07 ล้านบาท
ทำให้ระยะเวลาในการหมุนเวียนสินค้าคงคลังเพิ่มขึ้นเป็น 68.46 วัน จากปีก่อน 65.30 วัน
เจ้าหนี้การค้า
เจ้าหนี้การค้าของบริษัทเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 113.24 ล้านบาทในปีก่อน เป็น 118.53 ล้านบาท
ระยะเวลาในการชำระหนี้ประมาณ 63.58 วัน เทียบกับปีก่อนที่ 60.89 วัน
ระยะเวลาหมุนเวียนรวม
บริษัทมีระยะเวลาหมุนเวียนในปี 48 ใกล้เคียงปีก่อนคือ 83.11 วัน กับ 83.27 วัน
สินทรัพย์ถาวร
บริษัทมีสินทรัพย์ถาวรลดลงโดยตลอด ในปี 48 ก็เช่นกัน ถึงแม้จะมีการปรับปรุงอาคารและซื้อสินทรัพย์มากกว่าทุกปี
ในปี 48 บริษัทมีสินทรัพย์ถาวรเหลือ 254.86 ล้านบาท จาก 270.93 ล้านบาท เนื่องมาจากค่าเสื่อมราคานั้นเอง
แต่ในปี 49 คงเพิ่มขึ้นจากการที่บริษัทได้ซื้อที่ดินและอาคารจากแอมคอร์ จำนวน 150 ล้านบาท
-
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 11443
- ผู้ติดตาม: 0
วิเคราะห์สภาพกระแสเงินสด
โพสต์ที่ 5
กระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงาน
ในปี 48 บริษัทมีกระแสเงินสดสุทธิก่อนการเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์และหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 7.01% เป็น 134.68 ล้านบาท ( 7.55 บาทต่อหุ้น)
แต่เนื่องจากบริษัทมีการลงทุนในสินค้าคงคลังเพิ่มสุงขึ้นถึง 26.43 ล้านบาท ทำให้บริษัทมีกระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงาน 119.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.48% จาก 103.59 ล้านบาทในปีก่อน
กระแสเงินสดสุทธิจากการลงทุน
บริษัทมีการปรับปรุงอาคารและซื้อสินทรัพย์ถาวรสูงกว่าทุกปี เป็นจำนวนเงินถึง 22.94 ล้านบาท ในขณะที่ปีก่อนมีการลงทุนเพียง 6.76 ล้านบาท
กระแสเงินสดจากการจัดหาเงิน
บริษัทจ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้นเป็น 35.70 ล้านบาท จาก 33.02 ล้านบาท
ในปี 48 บริษัทมีกระแสเงินสดสุทธิก่อนการเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์และหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 7.01% เป็น 134.68 ล้านบาท ( 7.55 บาทต่อหุ้น)
แต่เนื่องจากบริษัทมีการลงทุนในสินค้าคงคลังเพิ่มสุงขึ้นถึง 26.43 ล้านบาท ทำให้บริษัทมีกระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงาน 119.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.48% จาก 103.59 ล้านบาทในปีก่อน
กระแสเงินสดสุทธิจากการลงทุน
บริษัทมีการปรับปรุงอาคารและซื้อสินทรัพย์ถาวรสูงกว่าทุกปี เป็นจำนวนเงินถึง 22.94 ล้านบาท ในขณะที่ปีก่อนมีการลงทุนเพียง 6.76 ล้านบาท
กระแสเงินสดจากการจัดหาเงิน
บริษัทจ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้นเป็น 35.70 ล้านบาท จาก 33.02 ล้านบาท
- atsu
- Verified User
- โพสต์: 1218
- ผู้ติดตาม: 0
วิเคราะห์ผลการดำเนินงานปี 48
โพสต์ที่ 8
ขอบคุณมากครับพี่ฉัตรชัย
ผมขอถามนิดนึงครับ
ถ้าจำไม่ผิด ตามมาตรฐานบัญชีใหม่ 3 ข้อ
มีข้อนึงที่เปลี่ยนให้รับรู้ผลขาดทุนเกินจากเงินลงทุนได้หนิครับ
คิดว่าน่าจะมีผลต่อ wg ด้วย
ที่จะต้องโดนแอมคอร์ดูดกำไรจากงบต่อไป
แต่ก็น่าจะได้ในส่วนของที่ดินที่ให้แอมคอร์เช่ากลับ
มาชดเชยตรงนี้
ไม่ทราบว่าพี่พอจะทราบราคาที่ให้เช่ารึเปล่าครับ
และขอฟันธงมั่งว่า ปันผล 2.5 บาทครับ
ผมขอถามนิดนึงครับ
ถ้าจำไม่ผิด ตามมาตรฐานบัญชีใหม่ 3 ข้อ
มีข้อนึงที่เปลี่ยนให้รับรู้ผลขาดทุนเกินจากเงินลงทุนได้หนิครับ
คิดว่าน่าจะมีผลต่อ wg ด้วย
ที่จะต้องโดนแอมคอร์ดูดกำไรจากงบต่อไป
แต่ก็น่าจะได้ในส่วนของที่ดินที่ให้แอมคอร์เช่ากลับ
มาชดเชยตรงนี้
ไม่ทราบว่าพี่พอจะทราบราคาที่ให้เช่ารึเปล่าครับ
และขอฟันธงมั่งว่า ปันผล 2.5 บาทครับ

-
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 11443
- ผู้ติดตาม: 0
วิเคราะห์ผลการดำเนินงานปี 48
โพสต์ที่ 9
ผมไม่แน่ใจว่า มาตรฐานบัญชีใหม่ที่ว่าใช่ ฉบับที่ 52 ถึง 54 ที่แจ้งตามงบหรือไม่atsu เขียน:ถ้าจำไม่ผิด ตามมาตรฐานบัญชีใหม่ 3 ข้อ
มีข้อนึงที่เปลี่ยนให้รับรู้ผลขาดทุนเกินจากเงินลงทุนได้หนิครับ
คิดว่าน่าจะมีผลต่อ wg ด้วย
ที่จะต้องโดนแอมคอร์ดูดกำไรจากงบต่อไป
ถ้า 3 ฉบับนี้ คงไม่กระทบต่องบการเงิน WG ครับ
เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2548 สภาวิชาชีพบัญชีได้อนุมัติมาตรฐานการบัญชีใหม่จำนวน 3 ฉบับ คือ มาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 52
เรื่อง เหตุการณ์ภายหลังวันที่ในงบดุล ฉบับที่ 53 เรื่อง ประมาณการหนี้สิน หนี้สินที่อาจเกิดขึ้นและสินทรัพย์ที่อาจเกิดขึ้น และฉบับที่ 54 เรื่อง การดำเนินงานที่ยกเลิก ดังนั้นบริษัทจึงได้ถือปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีเหล่านี้ตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 ปี พ.ศ. 2548 การปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีทั้ง 3 ฉบับนี้ไม่มีผลกระทบต่อการนำเสนอตัวเลขในงบการเงินของบริษัท
- oatty
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 2444
- ผู้ติดตาม: 0
วิเคราะห์ผลการดำเนินงานปี 48
โพสต์ที่ 10
ที่ ตล006/49
วันที่ 2 มีนาคม 2549
เรื่อง แจ้งกำหนดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี ครั้งที่ 39
แจ้งกำหนดการปิดพักสมุดทะเบียนหุ้นและการจ่ายเงินปันผล
เรียน กรรมการและผู้จัดการ
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
คณะกรรมการบริษัท ไว้ท์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้มีการประชุมครั้งที่ 1/2549 เมื่อวันที่
2 มีนาคม 2549 และได้มีมติดังต่อไปนี้
1. พิจารณารับรองรายงานการประชุมคณะกรรมการครั้งที่ 5/2548
2. พิจารณารับรองรายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีครั้งที่ 38 เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2548
3. พิจารณาอนุมัติงบดุลและบัญชีกำไรขาดทุนประจำปี 2548 สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2548
4. มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2548 เป็นจำนวนเงินหุ้นละ 2.25 บาท
(สองบาทยี่สิบห้าสตางค์) โดยมีกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 25 พฤษภาคม 2549
5. พิจารณาเลือกตั้งกรรมการแทนกรรมการที่ต้องออกตามวาระ
6. มีมติแต่งตั้งคุณสิทธิ์ ปรุศุดำเกิง ให้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ
7. มีมติแต่งตั้งกรรมการตรวจสอบที่หมดวาระให้กลับเข้าดำรงตำแหน่งใหม่อีกวาระหนึ่ง
8. มีมติแต่งตั้งคุณจันทรกานต์ ศรีสวัสดิ์ ให้ดำรงตำแหน่งกรรมการและกรรมการตรวจสอบ มีผล
ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2549
9. พิจารณาแต่งตั้งผู้สอบบัญชีและกำหนดสินจ้างประจำปีภาษี 2549
10. มีมติให้กำหนดวันประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีครั้งที่ 39 ในวันพฤหัสบดี ที่
27 เมษายน 2549 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมใหญ่ บริษัท ไว้ท์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
โดยมีวาระการประชุมดังต่อไปนี้
วาระที่ 1 พิจารณารับรองรายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีครั้งที่ 38
วาระที่ 2 รับทราบผลการดำเนินงานประจำปี 2548
วาระที่ 3 พิจารณาอนุมัติงบดุลและบัญชีกำไรขาดทุนประจำปี สิ้นสุด ณ วันที่
31 ธันวาคม 2548
วาระที่ 4 พิจารณาอนุมัติการจัดสรรกำไร และอนุมัติการจ่ายเงินปันผล
วาระที่ 5 พิจารณาเลือกตั้งกรรมการแทนกรรมการที่ต้องออกตามวาระ
............./2
บริษัท ไว้ท์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หน้า 2
วาระที่ 6 พิจารณาแต่งตั้งกรรมการใหม่
วาระที่ 7 พิจารณาแจ่งตั้งกรรมการตรวจสอบ
วาระที่ 8 พิจารณากำหนดค่าตอบแทนกรรมการและกรรมการตรวจสอบ
วาระที่ 9 พิจารณาแต่งตั้งผู้สอบบัญชีและกำหนดสินจ้างประจำปีภาษี 2549
วาระที่ 10 พิจารณาเรื่องอื่นๆ (ถ้ามี)
บริษัทฯ จะทำการปิดพักสมุดทะเบียนหุ้นในวันศุกร์ ที่ 7 เมษายน 2549 เวลา 12.00 น.
จนกว่าการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีครั้งที่ 39 จะแล้วเสร็จเพื่อสิทธิในการ
ออกเสียงลงคะแนนในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีครั้งที่ 39 และเพื่อสิทธิในการรับ เงินปันผล
จึงเรียนมาเพื่อทราบ
ขอแสดงความนับถือ
( อารยา เตชานันท์ )
กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการ
ปันผลหุ้นละ 2.25 บาท
วันที่ 2 มีนาคม 2549
เรื่อง แจ้งกำหนดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี ครั้งที่ 39
แจ้งกำหนดการปิดพักสมุดทะเบียนหุ้นและการจ่ายเงินปันผล
เรียน กรรมการและผู้จัดการ
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
คณะกรรมการบริษัท ไว้ท์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้มีการประชุมครั้งที่ 1/2549 เมื่อวันที่
2 มีนาคม 2549 และได้มีมติดังต่อไปนี้
1. พิจารณารับรองรายงานการประชุมคณะกรรมการครั้งที่ 5/2548
2. พิจารณารับรองรายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีครั้งที่ 38 เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2548
3. พิจารณาอนุมัติงบดุลและบัญชีกำไรขาดทุนประจำปี 2548 สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2548
4. มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2548 เป็นจำนวนเงินหุ้นละ 2.25 บาท
(สองบาทยี่สิบห้าสตางค์) โดยมีกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 25 พฤษภาคม 2549
5. พิจารณาเลือกตั้งกรรมการแทนกรรมการที่ต้องออกตามวาระ
6. มีมติแต่งตั้งคุณสิทธิ์ ปรุศุดำเกิง ให้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ
7. มีมติแต่งตั้งกรรมการตรวจสอบที่หมดวาระให้กลับเข้าดำรงตำแหน่งใหม่อีกวาระหนึ่ง
8. มีมติแต่งตั้งคุณจันทรกานต์ ศรีสวัสดิ์ ให้ดำรงตำแหน่งกรรมการและกรรมการตรวจสอบ มีผล
ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2549
9. พิจารณาแต่งตั้งผู้สอบบัญชีและกำหนดสินจ้างประจำปีภาษี 2549
10. มีมติให้กำหนดวันประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีครั้งที่ 39 ในวันพฤหัสบดี ที่
27 เมษายน 2549 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมใหญ่ บริษัท ไว้ท์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
โดยมีวาระการประชุมดังต่อไปนี้
วาระที่ 1 พิจารณารับรองรายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีครั้งที่ 38
วาระที่ 2 รับทราบผลการดำเนินงานประจำปี 2548
วาระที่ 3 พิจารณาอนุมัติงบดุลและบัญชีกำไรขาดทุนประจำปี สิ้นสุด ณ วันที่
31 ธันวาคม 2548
วาระที่ 4 พิจารณาอนุมัติการจัดสรรกำไร และอนุมัติการจ่ายเงินปันผล
วาระที่ 5 พิจารณาเลือกตั้งกรรมการแทนกรรมการที่ต้องออกตามวาระ
............./2
บริษัท ไว้ท์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หน้า 2
วาระที่ 6 พิจารณาแต่งตั้งกรรมการใหม่
วาระที่ 7 พิจารณาแจ่งตั้งกรรมการตรวจสอบ
วาระที่ 8 พิจารณากำหนดค่าตอบแทนกรรมการและกรรมการตรวจสอบ
วาระที่ 9 พิจารณาแต่งตั้งผู้สอบบัญชีและกำหนดสินจ้างประจำปีภาษี 2549
วาระที่ 10 พิจารณาเรื่องอื่นๆ (ถ้ามี)
บริษัทฯ จะทำการปิดพักสมุดทะเบียนหุ้นในวันศุกร์ ที่ 7 เมษายน 2549 เวลา 12.00 น.
จนกว่าการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีครั้งที่ 39 จะแล้วเสร็จเพื่อสิทธิในการ
ออกเสียงลงคะแนนในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีครั้งที่ 39 และเพื่อสิทธิในการรับ เงินปันผล
จึงเรียนมาเพื่อทราบ
ขอแสดงความนับถือ
( อารยา เตชานันท์ )
กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการ
ปันผลหุ้นละ 2.25 บาท