
เปิดอาณาจักรอสังหาฯ เจ้าสัวเจริญ (1)
วันอังคารที่ 14 สิงหาคม 2012
กอง บก.ฐานเศรษฐกิจ
ในช่วงเกือบ 2 เดือนที่ผ่านมากลุ่มธุรกิจที่ถูกจับตามองมากที่สุดเป็นกลุ่มไทยเบฟเวอเรจ ของเสี่ยเจริญ สิริวัฒนภักดี เมื่อเขาเปิดฉากเข้าซื้อกิจการ F&N ในประเทศสิงคโปร์ เป้าหมายเพื่อใช้ F&N เป็นสปริงบอร์ดนำธุรกิจเครื่องดื่มและน้ำเมาเข้าสู่ตลาดในระดับภูมิภาค ผลจะเป็นอย่างไรคงต้องจับตาดูกันต่อไป แต่ที่จะเขียนถึงในคอลัมน์ "ผ่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์" ไม่ใช่เรื่องของธุรกิจน้ำเมา แต่เป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ของตระกูลสิริวัฒนภักดี ที่ถือเป็นเจ้าแห่งแลนด์ลอร์ดของเมืองไทย
++ทีซีซี แลนด์ เรืองธง อสังหาฯ

เจริญ สิริวัฒนภักดี
บริษัทอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มเสี่ยเจริญ แบ่งออกเป็นสองบริษัท บริษัทแรกคือบริษัท ทีซีซี แลนด์ จำกัด ซึ่งถือหุ้น 100% โดยตระกูลสิริวัฒนภักดี และบริษัท ทีซีซี แคปปิตอลแลนด์ จำกัด ที่แต่เดิมเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัท ทีซีซี แลนด์ จำกัด กับกลุ่มบริษัท แคปปิตอลแลนด์ จำกัด บริษัทสัญชาติสิงคโปร์ เป็น 1 ใน 3 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของสิงคโปร์ แต่ปัจจุบันกลุ่มแคปปิตอลแลนด์ขายหุ้นที่ถืออยู่ในบริษัท ทีซีซีแคปปิตอลแลนด์ จำกัด ทั้งหมดคืนให้กับทางบริษัท ทีซีซี แลนด์ จำกัด ทำให้ทางครอบครัวสิริวัฒนภักดีกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในทั้งสองบริษัทคือ บริษัท ทีซีซี แลนด์ จำกัด และบริษัท ทีซีซี แคปปิตอลแลนด์ จำกัด
กลุ่มบริษัทีซีซีแลนด์ฯ ของเจ้าสัวเจริญ รุกเข้าสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เมื่อบริษัททีซีซี แลนด์ จำกัด เข้าร่วมทุนกับบริษัทแคปปิตอลแลนด์ จำกัด ในปี 2546 โดยลูกสาวคนโตของครอบครัวสิริวัฒนภักดี คุณวัลยา ไตรโสรัตน์ ที่เข้ามาดูแลกิจการในส่วนของอสังหาริมทรัพย์อย่างจริงจังโดยแบ่งโครงสร้างทางธุรกิจให้บริษัททีซีซี แลนด์ จำกัด ดูแลที่ดิน และการพัฒนาโครงการที่เน้นรายได้จากการเช่า อาทิ ธุรกิจโรงแรม อาคารสำนักงาน ค้าปลีก และเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์
ในขณะที่ บริษัทร่วมทุนอย่างบริษัท ทีซีซี แคปปิตอลแลนด์ จำกัด จะเข้าไปพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย ทั้งโครงการแนวราบ และคอนโดมิเนียม โดยตั้งเป้าหมายในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไม่น้อยกว่า 3 โครงการต่อปีมีเป้าหมายที่จะสร้างรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านบาท ในปีที่ 3 นับจากที่เปิดตัวบริษัทในปี 2548

แต่หลังจากเปิดตัวบริษัทและเปิดตัวโครงการไป 10 โครงการตั้งแต่ปี 2546- 2553 อาทิ โครงการแอทธินี เรสซิเด้นซ์ บนถนนวิทยุ โครงการวิลล่า ราชครู บนถนนพหลโยธิน โครงการดิ เอ็มไพร์ เพลส บนถนนนราธิวาสราชนครินทร์ โครงการดิ เอ็มโพริโอ เพลส บนถนนสุขุมวิท 24 โครงการวิลล่า ราชเทวี บนถนนพญาไท โครงการวิลล่า สาทร บนถนนกรุงธนบุรี โครงการนอร์ธ พาร์ค เพลส ถนนวิภาวดีรังสิต โครงการวิลล่า อโศก ถนนเพชรบุรี และโครงการเอสแอนด์เอส สุขุมวิท บนถนนสุขุมวิท 101/1 รวมทั้ง โครงการเดอะ รอยัล เรสซิเด้นซ์ บนถนนเกษตรฯ-นวมินทร์ จับตลาดระดับกลางถึงสูง มียอดขายเฉลี่ย 3,000-5,000 ล้านบาทต่อปี
บริษัท ทีซีซี แคปปิตอลแลนด์ จำกัด ชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่ในปี 2554 เนื่องจากภาวะการแข่งขันและเกิดเหตุน้ำท่วมใหญ่ในช่วงปลายปี 2554 ก่อนที่บริษัทแคปปิตอลแลนด์ จำกัด ตัดสินใจถอนธุรกิจออกจากประเทศไทยโดยการ ขายหุ้นที่ถืออยู่ 40% ในบริษัท ทีซีซี แคปปิตอลแลนด์ จำกัด ให้กับกลุ่มบริษัท ทีซีซี แลนด์ จำกัด มูลค่ารวม 2,330 ล้านบาท เป็นการถอนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มทุนสิงคโปร์ และเป็นช่วงเวลาที่บริษัท ทีซีซี แคปปิตอลแลนด์ จำกัด ปรับกลยุทธ์การทำธุรกิจจากการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายมาเป็นการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างครบวงจร ทั้งอาคารสำนักงาน ค้าปลีก และที่อยู่อาศัย
ในขณะที่ บริษัท ทีซีซี แลนด์ จำกัด เป็นหัวหอกสำคัญในการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ที่มีทั้งธุรกิจโรงแรม ค้าปลีก อาคารสำนักงาน และเป็นบริษัทที่ดูแลอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมดของครอบครัวสิริวัฒนภักดี
++มุ่งอสังหาครบวงจร
คุณโสมพัฒน์ ไตรโสรัตน์ กรรมการบริหารบริษัท ทีซีซี แคปปิตอลแลนด์ จำกัด และกรรมการบริษัท ทีซีซี แลนด์ จำกัด ลูกเขยของเจ้าสัวเจริญ เคยให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ถึงแนวทางในการดำเนินธุรกิจของกลุ่มหลังการถอนตัวของกลุ่มแคปปิตอลแลนด์ว่า กลยุทธ์การขับเคลื่อนธุรกิจของกลุ่มในอนาคตจะมุ่งเน้นสร้างรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ทั้งธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจโรงแรม และอาคารสำนักงาน ในขณะที่การพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อขายนั้นบริษัทชะลอการลงทุนไปก่อน
ในขณะที่แหล่งข่าวภายในบริษัททีซีซีแลนด์ จำกัด เล่าว่า เจ้าสัวเจริญ เสียดายที่ดินที่มีอยู่ที่จะพัฒนาไปเพื่อขายเพราะที่ดินแต่ละแปลงสะสมมาหลายปีต้นทุนที่ซื้อมาถูกกว่าราคาในตลาดมาก เลยเปลี่ยนนโยบายการพัฒนาที่ดินของครอบครัวทั้งหมดจากพัฒนาเพื่อขายให้เป็นพัฒนาเพื่อเช่าแทน และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้กลุ่มแคปปิตอลแลนด์ ถอนตัวออกจากธุรกิจร่วมทุน
ส่วนแผนการพัฒนาที่ดินและการลงทุนในอนาคตของบริษัท ทีซีซีแลนด์ จำกัด นับจากการถอนตัวของกลุ่มบริษัท แคปปิตอลแลนด์ จำกัด มีอยู่ 3 โครงการหลักมูลค่าการพัฒนารวมกันมากกว่า 100,000 ล้านบาท ที่ต้องใช้ระยะเวลาในการพัฒนาไม่น้อยกว่า 5 ปี มีโครงการอะไรบ้างและทิศทางจะเป็นอย่างไร ติดตามกันต่อในฉบับหน้า
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,766 16-18 สิงหาคม พ.ศ. 2555