ตัวเร่ง/ธันวา เลาหศิริวงศ์

บทความต่างๆที่ตีพิมพ์ใน ThaiVI คุณสามารถแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม

โพสต์ โพสต์
Thai VI Article
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 1593
ผู้ติดตาม: 2

ตัวเร่ง/ธันวา เลาหศิริวงศ์

โพสต์ที่ 1

โพสต์

โค้ด: เลือกทั้งหมด

  “ตัวเร่ง” ความหมายในพจนานุกรมคือ ตัวกระตุ้นหรือบังคับให้เกิดความเร็วมากขึ้น ส่วนในวิกิพีเดียกล่าวถึง ตัวเร่งปฏิกิริยา (Catalyst) คือ วัตถุที่เพิ่มเข้าไปและทำให้ปฏิกิริยาเกิดเร็วขึ้น แต่ไม่มีผลต่อผลิตภัณฑ์เมื่อสิ้นสุดปฏิกิริยา “ตัวเร่ง” ในทางการลงทุน คือ เหตุการณ์หรือการกระทำอันหนึ่งอันใด ที่มีผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของกิจการ ความคาดหวัง หรือจิตวิทยาการลงทุน ส่งผลทั้งด้านบวกและด้านลบต่อราคาหุ้น ลองศึกษาผลกระทบจากตัวอย่างต่อไปนี้

  ​นโยบายค่าแรง 300 บาทและเงินเดือนปริญญาตรี 15,000 บาท เป็นการผลักดันค่าจ้างและฐานเงินเดือนขึ้นทั้งระบบ ส่งผลดีต่อกำลังซื้อและการบริโภคในประเทศ แม้ผู้ประกอบการต้องรับภาระค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นแต่ก็ได้รับการช่วยเหลือจากการลดภาษีนิติบุคคลเป็น 23% และ 20% ในปี 2555 และ 2556 ตามลำดับ แม้นโยบายดังกล่าวกระทบต่อผู้ประกอบการทุกบริษัท อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการไตรมาสสองที่ผ่านมา เป็นเครื่องพิสูจน์ได้ดีว่า บริษัทจดทะเบียนแต่ละแห่งได้รับผลกระทบจาก “ตัวเร่ง” นี้อย่างไร

  ​นโยบายรถคันแรก และบ้านหลังแรก ย่อมส่งผลดีต่อการดำเนินงานและราคาหุ้นของผู้ประกอบการและธนาคารผู้ปล่อยสินเชื่อ จากการกระตุ้นความต้องการ (Demand) ในอนาคต แต่เมื่อ “ตัวเร่ง” หมดฤทธิ์และความต้องการจริงลดลง ก็อาจกระทบต่อการดำเนินงานของผู้ประกอบการหากไม่สามารถหาวิธีมาชดเชยความต้องการที่ลดลงได้
​บริษัทประกันชีวิต ขายกรมธรรม์ผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร (Bancassurance) ทำให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าตรงเป้าหมายได้มากขึ้น เป็น “ตัวเร่ง” ที่ทำให้อุตสาหกรรมขยายตัวและเติบโตขึ้นปีละ 15% ส่งผลให้การดำเนินงานของผู้ประกอบการโดดเด่นขึ้นตามลำดับ นอกจากนี้ ยังเป็น “ตัวเร่ง” ที่ทำให้ตัวแทนขายประกันได้รับผลกระทบในทางลบและจำนวนตัวแทนขายลดลงอย่างมาก

  ​การประมูลใบอนุญาต 3G แทนสัญญาสัมปทานเดิม แนวโน้มความนิยมของสมาร์ทโฟน และปริมาณการใช้งานข้อมูลที่เพิ่มมากขึ้น เป็น “ตัวเร่ง” ทำให้รายได้และโครงสร้างกำไรของผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือเปลี่ยนแปลงอย่างถาวรในอนาคต นอกจากนี้ ยังเป็น “ตัวเร่ง” ที่จะทำให้ผลการดำเนินงานของบริษัทผู้รับติดตั้งอุปกรณ์และระบบงาน 3G ดีขึ้นในช่วงแรกของการลงทุนเช่นกัน

  ​การควบรวมกิจการกลุ่มโรงพยาบาลพญาไทโดยเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ (BGH) การควบรวมห้างคาร์ฟูของห้างบิ๊กซี (BIGC) การระดมทุนผ่านกองทุนอสังหาริมทรัพย์ของเซนทรัลพัฒนา (CPN) การ Unlock Value ของบริษัทเสริมสุข (SSC) ล้วนเป็นสิ่งที่นักลงทุนเชื่อมั่นว่าจะส่งผลดีต่อผลการดำเนินงานของกิจการส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ส่วนการเข้าซื้อกิจการ CPP ในประเทศจีนและเวียดนามของบริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) หรือการเข้าถือหุ้นบริษัทสยามโกลบอลเฮ้าส์ (GLOBAL) ของบริษัทปูนซิเมนต์ไทย (SCC) คงต้องให้เวลาพิสูจน์ “ตัวเร่ง” ว่าจะบรรลุผลตามวัตถุประสงค์มากน้อยเพียงใด

  ​นั่นคือกรณีศึกษาของ “ตัวเร่ง” จากปัจจัยภายนอกและการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ธุรกิจที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน นักลงทุนจำเป็นต้องศึกษาผลดีและผลเสียของแต่ละ “ตัวเร่ง” ต่อบริษัทที่ลงทุนด้วย

  ​ในสภาวะตลาดขาขึ้นและมีผู้สนใจลงทุนมากขึ้น “ตัวเร่งทางจิตวิทยา” ได้เริ่มเป็นปัจจัยที่สำคัญโดยจะเห็นได้จาก ราคาหุ้นที่เซียนหุ้นหรือนักลงทุนที่มีชื่อเสียงซื้อหรือติดรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ ล้วนมีผลทางจิตวิทยาเชิงบวกอย่างมาก ไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจหรือไม่ก็ตาม นักลงทุนที่ประสบการณ์น้อยกว่า จะพยายามศึกษาแนวคิด แนวทางการลงทุน รวมทั้งชื่อหุ้นที่นักลงทุนที่มีชื่อเสียงซื้อหรือถืออยู่ เมื่อนักลงทุนเกิดความมั่นใจผนวกกับข้อมูลแพร่หลายในวงกว้างมากขึ้น ก็จะกลายเป็น “ตัวเร่ง” และเกิดพฤติกรรมหมู่ที่ทำธุรกรรมซื้อหรือขายในทิศทางเดียวกัน และหากเกิดขึ้นกับหุ้นขนาดกลางและเล็ก การเปลี่ยนแปลงของราคาจะเกิดขึ้นได้ง่ายและรวดเร็วแม้ปริมาณเงินในการซื้อขายไม่มากนักก็ตาม นอกจากนี้ รายการทีวีเกี่ยวกับหุ้น การสัมมนาหุ้น หนังสือพิมพ์หุ้น ล้วนเป็น “ตัวเร่ง” ที่มีผลกระทบ.   ด้านจิตวิทยาเป็นอย่างมากเช่นกัน นักลงทุนจึงต้องเพิ่มความระมัดระวังในการซื้อหรือขายหุ้นดังกล่าวด้วย

  ​ในฐานะ Value Investor พันธุ์แท้ ต้องใช้ตัวเร่งให้เกิดประโยชน์สูงสุด กล่าวคือ การลงทุนในกิจการที่ยอดเยี่ยมที่กำลังจะมี “ตัวเร่งด้านบวก” เพื่อประหยัดเวลาในการรอเพราะราคาหุ้นควรจะปรับตัวขึ้นในอนาคตที่ไม่นานเกินไป หรือเข้าลงทุนเมื่อราคาหุ้นจะปรับตัวลดลงอย่างเร็วเพราะมี “ตัวเร่งทางลบ” เข้ามากระทบกิจการยอดเยี่ยมนั้นเพียง “ชั่วคราว” ทั้งสองเหตุการณ์คือโอกาสในการซื้อกิจการที่ยอดเยี่ยมในราคาที่มี Margin of Safety  ส่วนนักลงทุนที่มากประสบการณ์ยังอาจใช้ประโยชน์จาก “ตัวเร่งทางจิตวิทยา” อย่างได้ผลและทำให้ราคาต้นทุนที่ซื้อมี Margin of Safety ได้อีกด้วย 
[/size][/size]
torpongpak
Verified User
โพสต์: 2595
ผู้ติดตาม: 0

Re: ตัวเร่ง/ธันวา เลาหศิริวงศ์

โพสต์ที่ 2

โพสต์

ขอบคุณมากครับ
TLSS
Verified User
โพสต์: 616
ผู้ติดตาม: 0

Re: ตัวเร่ง/ธันวา เลาหศิริวงศ์

โพสต์ที่ 3

โพสต์

ขอบคุณครับ
Ragunar
Verified User
โพสต์: 57
ผู้ติดตาม: 0

Re: ตัวเร่ง/ธันวา เลาหศิริวงศ์

โพสต์ที่ 4

โพสต์

ขอบคุณครับ :D
seksan999
Verified User
โพสต์: 101
ผู้ติดตาม: 0

Re: ตัวเร่ง/ธันวา เลาหศิริวงศ์

โพสต์ที่ 5

โพสต์

ขอบคุณมากครับ^_^
ภาพประจำตัวสมาชิก
ลุงขวด
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 2431
ผู้ติดตาม: 0

Re: ตัวเร่ง/ธันวา เลาหศิริวงศ์

โพสต์ที่ 6

โพสต์

มีหลายโรงงานเริ่มปิดตัวแล้วนะครับ เพราะ ตัวเร่ง 300 บาท กับ 15000 บาท นั่นแหละทำให้คนเก่า ๆ ที่ได้เงินเดือนน้อยสู้คนใหม่ไม่ได้ ก็ เสียใจ ผมว่า น่าจะเดินมาผิดทางนะครับ :D :D :D
หุ้นจะขึ้นหรือลง อยู่ที่ผลประกอบการ ซึ่งประกอบด้วย ความสามารถของผู้บริหารกับ ธรรมาภิบาล.........ใหญ่ในเล็กย่อม ดีกว่าเล็กในใหญ่
ภาพประจำตัวสมาชิก
neuhiran
Verified User
โพสต์: 815
ผู้ติดตาม: 0

Re: ตัวเร่ง/ธันวา เลาหศิริวงศ์

โพสต์ที่ 7

โพสต์

[quote="ลุงขวด"]มีหลายโรงงานเริ่มปิดตัวแล้วนะครับ เพราะ ตัวเร่ง 300 บาท กับ 15000 บาท นั่นแหละทำให้คนเก่า ๆ ที่ได้เงินเดือนน้อยสู้คนใหม่ไม่ได้ ก็ เสียใจ ผมว่า น่าจะเดินมาผิดทางนะครับ :D :D :D[/quote]


เท่าที่ผมได้คุยกับเจ้าของโรงงานที่สนิทกันนะ เขาได้รับผลกระทบจริง คือ ถ้าแรงงานราคาขึ้น 300 บาท หัวหน้าช่างก็ต้องขึ้นด้วย โดยรวมแล้วต้องขึ้นให้เกือบทั้งหมด แต่ไม่ถึงกับต้องปิดโรงงานนะ ลุงขวดครับ ไม่ทราบว่าโรงงานที่ปิดนั้น เป็นโรงงาน ผลิตอะไร หรืออยู่ในอุตสาหกรรมไหนครับ ? :D
pakhakorn
Verified User
โพสต์: 957
ผู้ติดตาม: 0

Re: ตัวเร่ง/ธันวา เลาหศิริวงศ์

โพสต์ที่ 8

โพสต์

300 บาท กับ 15,000 บาท
หากจะมีโรงงานปิดตัวบ้าง และโรงงานที่ต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้นอย่างมากเพื่อความอยู่รอด คงยากที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดขึ้น แต่โดยรวมผมว่า ก็ยังดีขึ้น เพราะครั้งนี้ต่างจากกรณีเช่น ปี 40

1. หากปิดหรือเลิก เพราะ ไม่สามารถแข่งขันในการควบคุม หรือไม่มีกรรมวิธีผลิตให้มีความสามารถแข่งขันได้ ซึ่งการปิดลักษณะนี้ต่างจากปี 40 คือถูกบังคับเพราะกำลังซื้อหายหรือขาดสภาพคล่อง แต่ช่วงนี้กำลังซื้อยังมีอยู่มากมาย อยู่ที่ว่าใครปรับตัวได้ดีกว่าก็รับไป

2. คนที่เลิกไปหรือปิดไปครั้งนี้ต่างจากปี 40 โดยในปี 40เลิกไปในสภาพบอบซ้ำมากๆ โอกาสหาทุนใหม่ไปทำธุรกิจใหม่ยากลำบากและกำลังซื้อก็หายไปมากๆ แต่ในช่วงนี้กำลังซื้อยังมากมาย และขณะที่เลิกกิจการอาจไม่บอบซ้ำมากมาย การเริ่มธุรกิจใหม่จึงเป็นเรื่องที่มีโอกาสเป็นได้ง่ายขึ้น สรุปเหมือนเดิมใครปรับตัวได้เร็วกว่าก็รับไปอีกเช่ยเคย

มองจากมุมมองส่วนตัวผม ซึ่งเคยขายของเล็กๆน้อยๆ จนเสื้อผ้าผู้ใหญ่และเด็ก แล้วเปลี่ยนไปอีกหลายอย่าง ผมเลิกและเปลี่ยนหาสิ่งที่คิดว่าดีกว่า แต่ทุกอย่างที่ผมเลิกทำแล้ว ก็ยังที่คนทำอยู่ในปัจจุบันแล้วสร้างฐานะได้ดีก็มากและไม่สำเร็จก็มีเช่นกัน

ทำให้ในวันนี้ผมเชื่อเรื่องความสามารถในการปรับตัวมันคือของจริง ใครทำได้ดีกว่าเร็วกว่า ก็รับไป (แต่รัฐก็ควรจะให้ความช่วยเหลือสนับสนุนในการปรับตัว แต่ไม่ใช่ไปอุ้มฝืนไว้แบบไม่ต้องปรับตัวเพิ่มประสิทธิภาพ)
YINGSAKT
Verified User
โพสต์: 1
ผู้ติดตาม: 0

Re: ตัวเร่ง/ธันวา เลาหศิริวงศ์

โพสต์ที่ 9

โพสต์

300 กับ 15,000 ต้นทุนค่าแรงขึ้น ผู้ผลิตที่ส่งออกและไม่สามารถปรับราคาขายได้เพราะมีผลกับการแข่งขันกับตปท. ถ้าลดต้นทุนตัวอื่นหรือปรับขนาดไม่ได้ก็โอกาสปิดสูงมาก ส่วนโรงงานผู้ผลิตที่ขายในประเทศที่สามารถปรับราคาได้ ค่าแรงโดยรวมเป็นต้นทุนที่ขยับขึ้นอีก 8% ของยอดขายเดิม จะมีบางรายที่เจอมาฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าเป็น 10% แล้วกรรมตกที่ใครครับเนี่ย
โพสต์โพสต์