โค้ด: เลือกทั้งหมด
กลยุทธ์ Buy & Hold เป็นวิธีที่ชาว Passive Investor ชอบใช้ ความหมายโดยรวมก็คือการเคลื่อนไหวตัวให้น้อยที่สุด มีบางคนพยายามอธิบายว่า Passive Investing คือการเชื่อในความมีประสิทธิภาพของตลาด จึงพยายามทำเงินจากตลาดด้วยการมองภาพรวม เช่น สร้างพอร์ตที่สอดคล้องกับดัชนีตลาด แล้วปล่อยให้มันขึ้นลงไปพร้อมกัน เพราะเรารู้ดีว่าในระยะยาว ตลาดหุ้นย่อมทำเงินได้ราว 6-7% ต่อปี หากรวมปันผลด้วยก็น่าจะได้ราว 10% ซึ่งต่างกับ Active Investor ที่มุ่งค้นหาหุ้นที่จะเอาชนะตลาดได้ แล้วเลือกลงทุนเป็นตัว ๆ ไป และเพราะไม่ต้องทำอะไรมาก เน้นลงทุนกับการเคลื่อนไหวให้น้อยที่สุด นักลงทุนแบบ Passive จึงถูกเรียกอีกอย่างว่า Couch Potato (มันฝรั่งนั่งเก้าอี้) ซึ่งเป็นแสลงหมายถึงคนที่ไม่ทำอะไรเอาแต่นั่งเก้าอี้ดูทีวีทั้งวัน
อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกกลุ่มที่เป็น Value Investor ที่ทำตัวคล้าย Passive Investor เมื่อมองแบบผิวเผิน แต่ต่างกันมากในรายละเอียด เพราะ นักลงทุนแบบเน้นคุณค่าจะทำการศึกษาบริษัทอย่าง Active เน้นการวิเคราะห์และเข้าใจบริษัทในเชิงลึก เพื่อเลือกเฟ้นบริษัทที่ดีที่สุดสำหรับลงทุน และเข้าซื้อเมื่อราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอน Buy & Hold และปล่อยให้บริษัทดำเนินกิจการไป ราคาในตลาดก็อาจผ่านความผันผวนไป โดยทำตัวนิ่งๆ ไม่ไหวติง แต่จริง ๆ แล้วแอบติดตามความเคลื่อนไหวของธุรกิจไปเรื่อยๆ และถือหุ้นต่อไป ตราบเท่าที่กิจการยังดี
จึงเห็นว่า Passive Investor แบบแรกที่เชื่อว่าตลาดมีประสิทธิภาพนั้น ต่างกับ Passive Investor แบบเน้นคุณค่า เพราะแบบแรก ไม่รู้จักบริษัทที่ตนลงทุน รู้แต่ภาพรวมกว้าง ๆ ของตลาดหุ้น แต่แบบหลังเน้นที่การรู้จักบริษัทที่ตนเองลงทุนก่อนจึงจะลงทุน อย่างไรก็ตาม
โดยรวมนั้น Passive Investment มักถูกเข้าใจผิดจากนักลงทุนที่แท้จริงแล้วคิดอยากจะเป็น Active Investor โดยลงทุนตามข่าวและลุ้นที่ราคาหุ้น แต่แล้วติดหุ้นจนต้องถือยาวจึงบอกกับตัวเองว่านั่นคือการเปลี่ยนกลยุทธ์เป็น Passive Investor เสมอ เพราะแบบนั้นไม่เข้ากับทั้ง 2 กรณีของ Passive Investing เลย